[FIC] Fantasize

Title: Fantasize
Fandom: MapleStory
Pairing: One-sided J/Original Male Character (Wild Hunter)
Rating: T?
Warnings: สปอล์ยเนื้อเรื่องของตัวละครเรซิสแตนซ์เล็กน้อย แต่ Canon Divergence เปลี่ยนจากแคนน่อนเล็กน้อยด้วยการเปลี่ยนเนื้อเรื่องตามเนื้อเรื่องออริเรา

มีการพูดถึงเลือด ร่างกายถูกทำร้าย/ทรมานเล็กน้อย แต่ไม่ได้แหยะมาก และไม่ได้เป็นโฟกัส

Notes: นี่ลืมชื่อเรื่องเก่าที่ตั้งไว้ในเอ็กทีน ต้องตั้งใหม่ พรากกก
ชื่อใหม่สิ้นคิดมาก โปรดเมิน ๆ ไป มันดีกว่าชื่อ (คิดว่า)




ครั้งแรกที่แจสเปอร์เจอกับเจ อีกฝ่ายตกลงมาจากท้องฟ้า ไม่ มันไม่ใช่คำเปรียบเทียบว่าเขาหล่อเหมือนเทวดาตกลงมาจากสวรรค์ และจะใช้คำว่า ‘ตก’ ก็คงไม่ถูกเท่าไหร่นัก.. เจโหนบันได ปีนลงมาจากเรือเหาะบนท้องฟ้า ยื่นมือมาให้เขาและตะโกนว่า “ถ้าไม่อยากถูกชิลเลอร์จับ จับมือฉันไว้ ทั้งคู่เลย!”

 

วีต้ากล้า ๆ กลัว แต่เธอกลัวพวกแบล็กวิงมากกว่าเจ ส่วนแจสเปอร์ ผู้ที่กำลังสะบักสะบอม สำรอกเลือดออกมาพร้อมเสียงครวญครางลงบนพื้น– ไม่มีหนทางอื่นนอกจากเอื้อมไปจับมือเจไว้

นั่นเป็นตอนที่แจสเปอร์รับรู้ถึงกลุ่มเรซิสแตนส์ เหล่านักกบฏผู้ต่อต้านพลังอำนาจขององค์กรแบล็กวิง ชาวเมืองเอเดลสไตน์ที่ร่วมมือกันต่อสู้ นำความสงบสุขและอิสรภาพมายังเมืองนี้อีกครั้ง เขาได้รู้ว่ามีผู้กล้ากำลังต่อสู้อยู่ใต้ดินบ้านเกิด โดยที่ชาวประชาทุกคนไม่รับรู้ถึงการเสียสละและความเก่งกาจของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย แจสเปอร์เรียนรู้ถึงสิ่งที่เขาไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการถึง ทั้ง ๆ ที่เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาตลอดตั้งแต่เกิด

เขาเห็นห้องทดลองของแบล็กวิง ด้วยความบังเอิญล้วน ๆ หลังจากถูกเด็ก ๆ ในเมืองลากไปเล่นซ่อนหาด้วยในเหมือง พวกมันกำลังทำการทดลองบนมนุษย์ ลักพาตัวเด็กในเมืองไปขังไว้ในแล็บ– วีต้าก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอเป็นคนเดียวที่ยังแข็งแรงมากพอที่จะพูด แข็งแรงมากพอที่จะหลบหนี เขาช่วยเธอออกมาได้คนเดียว มันทำให้เขารู้สึกขมขื่นและผิดหวังในตัวเอง เพราะเอเดลสไตน์เป็นบ้านเกิดของเขา แจสเปอร์ไม่ได้ตาบอด เขารู้ดีว่ามีอำนาจมืดกำลังเฝ้ามองเราทุกหนแห่ง ลิดรอนอิสรภาพและสิทธิของทุกคน พ่อแม่ของเขาถึงขั้นทนไม่ได้ ย้ายหนีออกไป แต่เขาก็ยังดื้อ ดันทุรังที่จะอยู่ที่นี่– คุณคงคิดว่าสำหรับคนที่รักบ้านเกิดและเกลียดแบล็กวิงมากอย่างแจสเปอร์ เขาคงจะเป็นสมาชิกเรซิสแตนซ์ไปตั้งนานแล้ว แต่ เปล่าเลย เขาพึ่งจะมารู้ตอนนี้ ตอนก่อน ๆ เขาไม่เคยคิดที่จะสู้ ไม่เคยคิดจะทำอะไร เขาแค่.. ทน และหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น

แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ไม่หลังจากที่เขาเจอวีต้า เป็นพยานเห็นกับตาถึงความเลวร้ายของแบล็กวิง เจบอกว่าแจสเปอร์รู้มากเกินกว่าที่จะปกปิดเป็นความลับ– และเมื่อถูกถาม เขาตอบว่าแจสเปอร์สามารถเข้าร่วมกับเรซิสแตนซ์ได้ สักวันหนึ่ง เมื่อเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ ในวันนั้น เขาได้เรียนรู้ เขาได้พบเป้าหมายในชีวิต รู้ว่าตัวเองจะต้องทำอย่างไรเพื่อปกป้องเมืองนี้ แต่มีอย่างหนึ่งที่เขาไม่ได้เรียนรู้ในวันนั้น

เจไม่บอกอะไรเกี่ยวกับตัวเองเลย นอกจากที่ว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่เรซิสแตนส์ เขาทำงานเป็นความลับขั้นสุดยอด สอดแนม สวมรอย ไม่สามารถให้ใครรู้ถึงตัวตนอันแท้จริงของตนเองได้

เจไม่ใช่ชื่อจริง ๆ ของเขาด้วยซ้ำ




ภายในสองปีหลังจากนั้น แจสเปอร์ไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ หรือวีต้า ครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นเธอ– เด็กสาวร่างเล็กในชุดขาว ผิวซีดเซียวจากการไม่โดนแดดสัมผัสมาไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปี สารเคมีสารพัดชนิดเอ่อล้นอยู่รอบตัว เป็นรั้วกรงที่ทำขึ้นจากของเหลว แทรกซึมลงในผิวและกัดเซาะลงบนเนื้อเยื่อ เธอกุมมือสองข้างเอาไว้ด้วยกันเสมอ นิ้วเล็ก ๆ เล็บสั้นกุดคือเครื่องป้องกันตัวอย่างเดียวที่เธอมี เขาฝันถึงเธอ บางคืน เขาฝันว่าชิลเลอร์จับเธอกลับเข้าไปในแล็บอีกครั้ง โซ่ตรวนตะครุบลงบนข้อเท้าบอบบาง ทั้งลากทั้งทึ้ง ไม่กลัวว่าเธอจะบาดเจ็บ เขาปกป้องเธอไม่ได้ และวีต้าก็ไม่คิดที่จะขัดขืน เธอนอนนิ่ง แต่ผิวก็ยังขูดกับพื้นดินทราย เลือดไหลเป็นทางยาว

แจสเปอร์ไม่ได้ตื่นขึ้นมากลางคัน เขาทนจนฝันจบลงกลายเป็นความมืด และตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เขาไม่ได้ตัวสั่น กรีดร้อง หรือรู้สึกหวาดกลัว แต่เหงื่อออกจนชุ่มบนผ้าปูที่นอน ไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ น้ำประปาไม่ไหลมาหลายวันแล้วหลังจากที่พวกสัตว์ประหลาดจิ้งจอกเริ่มประกอบอาชีพเสริมเป็นโจรขโมยน้ำ เอมิลี่ หญิงสาวข้างบ้านแจสเปอร์ ถูกโจรบุกเข้ามาในบ้าน ขโมยน้ำไปเสียหมด ตอนนี้เธอกลัวจัดไม่กล้าอาศัยอยู่ภายใต้กรงเล็บของแบล็กวิงอีกต่อไป ไม่ว่าเธอจะรักเมืองนี้ขนาดไหนก็ตาม เขาอยากจะขอร้องเธอ ให้เธออยู่ต่อ เขาไม่รู้ว่าจะทนเห็นคนย้ายออกจากที่นี่ทีละคนสองคนได้อีกนานแค่ไหน ถ้าเรายอมแพ้ แบล็กวิงก็มีแต่ได้กับได้

แจสเปอร์แวะไปหาเธอ อาสาเป็นคนช่วยเรื่องโจร ยังไง ๆ เขาก็ต้องการน้ำล้างตัวอยู่แล้ว เอเดลสไตน์อาจจะเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุและพลังงาน แต่เราไม่ได้อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติทุกรูปแบบ เธอดูใจเย็นลง และเมื่อได้ของของตนเองกลับคืนบ้าน เอมิลี่ยิ้มให้เขา บอกว่าเธอจะย้ายออกจากบ้านเกิดที่เธอรักขนาดนี้ได้ยังไงกัน? (แจสเปอร์เกือบจะร้องไห้ใส่เธอ)

เขาฝึก ฝึก แล้วก็ฝึก ช่วยงานคนในเมืองเท่าที่จะทำได้ เขาเดินผ่านอัลเบิร์ต ประธานสภาเทศบาลคนเก่า ในอดีต ก่อนที่แบล็กวิงจะมาถึง เขาสาบานจะรับใช้เมืองนี้ เขานำรอยยิ้มมาให้ทุกคน รวมถึงลูกสาวสุดที่รักของเขาด้วย–ตอนนี้ เขาเป็นคนจรจัด อำนาจถูกแย่งชิงไปจากมือ ลูกสาวถูกลักพาตัว เขาไม่เหมือนอัลเบิร์ตคนเดิมอีกต่อไป ไร้ความมั่นใจ ไร้พลัง เป็นแค่เงาของชายคนหนึ่งที่เขาเคยเป็น แจสเปอร์ชวนให้อีกฝ่ายมาทานมื้อเที่ยงที่บ้าน สลัดผักคงไม่ยาไส้อัลเบิร์ตเท่าไหร่นัก แต่แถวนี้ไม่มีสัตว์ให้ล่า– นอกจากงู

แจสเปอร์ฝึกฝน ช่วยเหลือผู้คน แล้วก็นึกถึงวีต้า นึกว่าตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่ เธออ่อนแอมาก และกำลังถูกตามล่าโดยพวกแบล็กวิง เจรับคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและท่าทีที่จริงจังยิ่งกว่า ว่าเธอจะปลอดภัย  ภายใต้การดูแลและการปกป้องของเรซิสแตนซ์ แต่แจสเปอร์อดเป็นห่วงเธอไม่ได้ เอาแต่คิดว่าไม่มีอะไรดีขึ้นสำหรับเธอเลย อยู่กับเรซิสแตนส์นั้นดีกว่าเป็นหนูทดลองให้นักวิทยาศาสตร์สติคลั่งก็จริง แต่ มันก็เป็นแค่การย้ายกรงไม่ใช่หรือ? กรงหนึ่งอาจจะเป็นหลอดแก้ว อีกกรงอาจจะซ่อนอยู่ใต้ดิน แต่ก็เป็นแค่กรง

เขานึกถึงเจด้วยเช่นกัน ในบางวันที่เขารู้สึกเหงา และในบางคืนตอนที่มือของแจสเปอร์เจ็บปวดรวดร้าว  ไม่สามารถยกหน้าไม้ขึ้นมาฝึกซ้อมได้อีกต่อไป แจสเปอร์นึกถึงเจ ในมุมมองและความรู้สึกที่เขาไม่ควรจะนึกถึง มันไม่ใช่ความรัก รักแรกพบไม่มีจริง ความรักใช้เวลา ความรักใช้ความพยายาม มันเป็นความ.. อยากรู้อยากเห็น เสียมากกว่า เขาคงจะเรียกมันว่าความหมกมุ่น แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น เมื่อมีบุรุษโหนตัวลงมาจากฟ้า (หรือสตรี? หรืออาจจะไม่มีเพศ? มันยากที่จะบอกเพศของอีกฝ่าย เสียงของเขาทุ้มและแหบพร่า แต่นั่นไม่มีความหมาย) ช่วยชีวิตคุณเอาไว้หวุดหวิด และมอบทางเดินชีวิตใหม่ให้ คุณอดไม่ได้หรอกที่จะนึกถึงเขา

ถ้าเจไม่ปรากฏตัวมา เขาคงจะตาย หรือไม่ก็ถูกลากกลับไปทดลองเคียงคู่กันกับวีต้า เขาให้ความหวังเธอ ให้เธออกมาเห็นแสงตะวัน ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าเหยียบลงบนพื้นดินร้อนฉ่า– เพียงเพื่อที่จะถูกนำตัวกลับไป ถ้าเจไม่เข้ามาช่วยไว้ทัน แจสเปอร์คงไม่รู้เลยถึงการมีตัวตนอยู่ของกลุ่มเรซิสแตนส์ เขาคงจะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนี้ไปวัน ๆ ขมขื่น โกรธแค้น แต่ไม่ทำอะไรสักอย่าง ดื้อดึง ดันทุรัง ไม่ยอมย้ายออกไป คงต้องรอให้เห็นเมืองนี้ล่มสลายต่อหน้า ทุกคนกลายเป็นหุ่นชักไยของแบล็กวิง– แจสเปอร์ถึงจะนึกทำอะไรสักอย่าง

ด้วยความบังเอิญ พรหมลิขิต หรือโชคชะตาบางชนิด แจสเปอร์มีเป้าหมายใหม่พร้อมชีวิตใหม่แล้ว และต่อให้เขาจะชอบหรือไม่ เจเป็นตัวกระตุ้น เป็นผู้ที่ดึงคันชักให้กงล้อเริ่มหมุน เขาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแจสเปอร์แล้วตอนนี้ ส่วนเล็ก ๆ ตรงมุมหางตา เงายามบ่ายที่ทำให้เขาสับสน นึกว่าตนเองกำลังถูกเฝ้ามอง เขาจำไม่ได้ชัดเจนด้วยซ้ำเถอะว่าเจหน้าตาเป็นยังไง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วเกินไป แต่ คิดซะว่ามันเป็นการฝึกจินตนาการ พอแจสเปอร์ได้เข้าร่วมเรซิสแตนซ์ เขาก็จะจัดการเจออกไปจากสมอง

แล้วมันก็จะจบลงแค่นั้น




มันไม่ได้จบลงแค่นั้น




ครั้งสุดท้ายที่แจสเปอร์เจอกับเบล เธอสะดุ้งสุดตัวแล้วกรี๊ดลั่นเมื่อเห็นหนอน ร้องขอให้เขาช่วยหยิบมันออกไป เธอเข่าอ่อน เป็นลม ทรุดลงไปกับพื้นต่อหน้าสัตว์เลื้อยคลานขนาดจิ๋วสีเขียวอ่อน

ครั้งนี้ เธอใช้ส้นเท้าบดมันลงกับพื้นแล้วไม่เหลือบหันไปมองเลยด้วยซ้ำ

แจสเปอร์แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง แต่เขาพยายามไม่แสดงออกไปบนสีหน้า เบล แม่สาวตำรวจขี้กลัว ขี้ตกใจ ไม่ต้องถามเลยว่าเธอกลัวอะไรบ้าง ถามว่าเธอไม่กลัวอะไรบ้างดีกว่า แม่สาวขี้ขลาดคนนั้น– คือเจ้าหน้าที่กลุ่มเรซิสแตนซ์ และเป็นถึงครูฝึกสมาชิกใหม่ คนที่อาจจะได้มาเป็นอาจารย์ของแจสเปอร์ในอนาคต! เขารู้จากเจว่าทุกคนต้องสวมบทบาท ไม่ให้ใครรู้ว่าตัวตนที่แท้จริงคือใคร แต่นี่มัน.. แปลกมาก

ตอนที่เขาเจอกับเจ นั่นเป็นตัวตนที่แท้จริงหรือของปลอมกันนะ?

“เฮ้ออ ในที่สุด นายรู้ไหมว่ามันเหนื่อยแค่ไหนที่จะต้องแกล้งเป็นผู้หญิงอ่อนแอไร้ทางสู้?” เบลบิดขี้เกียจ ยกหน้าไม้ที่วางไว้กับพื้นขึ้นพาดบ่า แม้กระทั่งราศีของเธอตอนนี้ก็ต่างไป ผมสีส้มของเธอถูกรวบขึ้นเป็นหางม้า ทะมัดทะแมง พร้อมที่จะต่อสู้โดยไม่ต้องกลัวให้รกรุงรัง เธอสวมเสื้อผ้าเข้ารูป ให้ตัวเองขยับได้อย่างรวดเร็วในสนามรบ ท่ายืนของเธอเปลี่ยนไป ไม่มีอีกแล้วตำรวจสาวที่ยืนหลังขดหลังงอ ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมสีดำซอมซ่อ เธอมีความมุ่งมั่นอยู่บนใบหน้า ประกายไฟในดวงตา และเสือดำนอนหมอบอยู่ข้างกาย

“เอาล่ะ ฉันได้ยินมาว่านายอยากจะเป็นนักล่า” เสียงของเธอไม่มีความกลัวเสแสร้งเจือปน ห้วน สั้น ตัดเข้าเรื่อง ไม่มามัวเสียเวลา “ฉันเห็นความตั้งใจของนายนะ แต่นี่ไม่ใช่หนทางที่ง่ายดาย นักล่าอย่างเราไม่ใช่นักธนูที่หลบอยู่แต่หลังกองทัพ ต่อสู้ในระยะไกล เราเคลื่อนไหวอย่างฉวัดเฉวียนในสนามรบ บนหลังเพื่อนรักของเรา เสือจากัวร์ เราสู้ด้วยหน้าไม้และกรงเล็บ”

เจ้าเสือคู่ใจเชิดหน้าขึ้นสูงเมื่อได้ยินเจ้านายพูดถึงตนเอง ยกตำแหน่งให้เป็นถึงเพื่อนรัก แจสเปอร์รู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วตั้งแต่แขนถึงท้ายทอย ยังมีอะไรอีกมากที่เขาไม่รู้ ยังมีอีกหลายคนที่เขาสบประมาท เบลเหลือบตามองแจสเปอร์หัวจรดเท้า เธอไม่ได้แย้มยิ้ม แต่มีแววขบขันอยู่ในท่าทางของเธอ วิธีที่เธอเลื่อนนิ้วขึ้นลงบนคันหน้าไม้อย่างพินิจพิจารณา ฝ่าเท้าเคาะกับพื้น เขาเดาไม่ออกว่ามีแผนอะไรกำลังแล่นอยู่ในหัวของเบล

“หลายคนมองว่าเราป่าเถื่อน ไม่เหมือนพวกนักธนูที่สงบและเยือกเย็น– แต่ช่างหัวพวกมันประไร! ฉันไม่สนใจปากหอยปากปูพวกนั้นหรอก เราต้องสู้ เราต้องเอาชนะพวกแบล็กวิง!”

ระหว่างที่เธอพูด พยายามขู่ให้เขากลัวแล้วหนีไป– แจสเปอร์เข้าใจ นี่ไม่ใช่ผู้หญิงที่สู้เพราะว่าเธอเลือกได้ เธอสู้เพราะว่าเธอไม่มีทางเลือก เธอไม่ใช่พวกที่อาศัยอยู่บนความสุขสบาย ใช้อาวุธเป็นงานอดิเรก เป็นการละเล่นฆ่าเวลา เรซิสแตนซ์ไม่มีเวลามาเป็นห่วงเรื่องชั้นเชิง เรื่องศักดิ์ศรี เรื่องธรรมเนียมประเพณีหรือความดูดีของพวกเขา ไม่มีใครสนด้วยซ้ำว่ากลุ่มกบฏกำลังทำงานอยู่ใต้ความมืด ปิดทองอยู่หลังพระ พวกเขาต้องการผลลัพธ์ ต้องการกำจัดแบล็กวิง– ต่างจากอัศวินของซิคนัส เรซิสแตนซ์ไม่เอาเจตนาอื่นมาปกปิด

เบลยืนอยู่ตรงหน้าเขา องอาจและแข็งแกร่ง สมกับเป็นนักล่า เขาอยากจะเป็นเหมือนเธอ อยากจะใจกล้า ออกไปต่อสู้แนวหน้ากับเขาบ้าง แจสเปอร์ตอบตกลง– โดยตอนนั้นเขาไม่ได้คิดถึงเจ

ตอนนั้นยัง




“ทำไมนายถึงตั้งชื่อให้เสือว่าเจน่ะ?” เบลถามขึ้นมาวันหนึ่ง ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังนั่งพักหลังการฝึกซ้อม ในฐานทัพของเรซิสแตนส์มีหุ่นสำหรับการซ้อมรบอยู่ บางตัวล่องหนได้ บางตัวบินได้ สำหรับวันนี้ เบลให้เขาฝึกกับหุ่นที่จะระเบิดตัวเองทิ้งหากเขาจัดการมันไม่ได้ในเวลาที่กำหนด มันยากกว่าที่เขาคิดไว้มาก ในตอนแรกที่ได้เจอกับเจ– เสือ ไม่ใช่คน– ทั้งคู่ยังไม่ลงรอยกันมากนัก ยากมากกว่าที่จะทำให้อีกฝ่ายเชื่อง แล้วก็ยากยิ่งกว่าที่จะขึ้นขี่ เขาโตมาในเอเดลสไตน์ เขาเคยชินกับเครื่องจักรที่มีคันชักและปุ่มกด แต่เจเป็นสัตว์ สัตว์ที่มีความฉลาดสูงส่ง การขึ้นขี่เจไม่ได้อาศัยแค่การควบคุมเท่านั้น มันอาศัยการสื่อสาร การไว้วางใจระหว่างกัน

แต่นั่นเป็นการพยายามหลีกเลี่ยงคำถาม แจสเปอร์หายใจหอบ ยกนิ้วขึ้นปาดเม็ดเหงื่อตรงหางคิ้ว เขารู้อยู่หรอกว่าจะต้องมีใครสักคนสงสัยแล้วถามขึ้นมา เบลไม่ใช่คนโง่ เธอเป็นคนช่างสังเกต แต่เสือดำของเธอชื่อแบล็กแจ็ก เธอไม่อยู่ในฐานะที่จะมาตัดสินเขาได้

“ก็ ผมชื่อแจสเปอร์” เขาโกหกเก่งกว่าที่คิด “และเขาเป็นเสือจากัวร์”

มันเป็นคำโกหก แต่ก็ฟังดูสมเหตุสมผลและแนบเนียนมากพอ ถึงจะมักง่ายและบ้องตื้นไปหน่อยก็ตาม เบลหัวเราะ บอกว่าเขานี่ช่างจืดชืดเสียจริง ส่วนเจคำรามอยู่ใต้ลมหายใจ รู้ว่าเจ้านายตนเองโกหก แต่ไม่คิดที่จะเถียง มันเป็นความลับระหว่างสองคน สิ่งที่ทำให้ชื่อของเขามีความหมายมากกว่าใคร

เจมีขนสีน้ำตาลที่ชวนให้นึกถึงเสื้อคลุมยาวที่เจสวม และเมื่อแสงอาทิตย์ส่องกระทบ ระหว่างที่แจสเปอร์แปรงขนให้เขา ลมจากกังหันพัดผ่านทั้งคู่– มันชวนให้นึกถึงเส้นผมสีทองของเจอีกคน




แจสเปอร์ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเจเลย

นั่นคือปัญหา

ถ้าเขารู้อะไรสักอย่างบ้างเกี่ยวกับเจ นิสัย งานอดิเรก ความชื่นชอบ ครอบครัว อะไรก็ได้– ถ้าเขารู้จักว่าเจเป็นคนยังไง เขาอาจจะเกลียดขี้หน้าเจ้าตัวขึ้นมาเลยก็ได้ ทั้งคู่อาจจะนั่งคุยกันอยู่ พยายามทำความรู้จัก และเจก็อาจจะพูดออกมาหน้าด้าน ๆ ว่า “พวกอัศวินของซิคนัสนี่น่านับถือนะ” แล้วแจสเปอร์ก็จะยัดขนมปังใส่กระเป๋า รีบเดินกลับบ้านทันที นั่นคือสาเหตุที่ผู้คนทำความรู้จักกัน เพื่อที่จะได้รู้ว่าควรจะรักหรือเกลียดคู่สนทนาดี แจสเปอร์ไม่รู้มาก่อนจนกระทั่งตอนนี้ มันง่ายจนน่าประหลาดใจ– การลุ่มหลงกับคนแปลกหน้า

แจสเปอร์มั่นใจว่ามันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ ความหลงใหล มนต์สะกดชั่วคราวที่จะหายไปถ้าเขาได้รู้จักเจในฐานะบุคคลและไม่ใช่แค่ความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัว ถึงขั้นนี้แล้ว มันนับไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขากำลังหลงใหลในตัวเจ แจสเปอร์หลงใหลในไอเดียของเจ คอนเซ็ปท์ของใครสักคน ชายในอุดมคติที่ไม่มีประวัติศาสตร์ ไม่มีความหลัง แค่กลิ่นอายของความลึกลับที่ทิ้งตัวอยู่ในอากาศ ปริศนาที่ซ่อนอยู่ใต้หมวกเบเร่ต์สีน้ำตาล–เหลือง รอยยิ้มราคาถูก ดวงตาไร้สี ใบหน้าที่ไม่มีรายละเอียดให้จดจำ กระเป๋าเอกสารในมือขวา

เขาไม่ได้ชอบเจ เขาชอบคนที่มาช่วยชีวิตเขา คนที่ดึงเขาออกจากชีวิตอันขมขื่นและน่าเบื่อหน่าย– สู่เส้นทางที่มีความหมาย มีเกียรติ เส้นทางที่ทำให้การตายของเขาย่นระยะเข้ามาใกล้ อายุขัยลดน้อยลง แต่ถ้ามันมาเยือนแจสเปอร์ที่หัวเตียงเมื่อไหร่ การตายของเขาจะมีความหมาย จะมีคนคิดถึงเขา จะมีคนพูดถึงสิ่งที่เขาทำ เขาไม่ได้ชอบเจ เขาชอบความเป็นไปได้และโอกาส ถ้าผมไม่ได้เจอคุณ.. ถ้าคุณไม่ได้เข้ามาช่วยผม.. ถ้าผมเจอคุณ.. ถ้าผม.. ถ้าตอนนั้น ถ้าตอนนี้ ถ้าตอนหน้า–

 

เจหันมามองเขาแล้วตอนนี้ ด้วยสายตาที่ไม่ประทับใจเท่าไหร่นัก– เจเสือ ไม่ใช่เจคน– ยิ่งใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันไปเท่าไหร่ แจสเปอร์ก็ยิ่งรู้สึกว่าทั้งคู่เชื่อมโยงกันทางจิตใจ– เหมือนอ่านใจกันได้ ทางวิญญาณ– รู้สึกถึงกันและกัน เช่นตอนนี้ เจรู้ว่าแจสเปอร์กำลังฟุ้งซ่าน และก็กำลังส่งกระแสจิตบอกให้เขาหยุด แจสเปอร์ถอนหายใจ โยนเจ้างูตัวเบ้อเร่อที่จับมาเมื่อเช้าลงกระทะ เขาเป็นมังสวิรัติ ไม่เคยกินอะไรพวกนี้ แต่เสือต้องกินเนื้อ

พอมาลองคิดดู ถ้าเจกินเนื้อ– เจคนนะ ไม่ใช่เจเสือ–แจสเปอร์จะเกลียดเขารึเปล่า?

แจสเปอร์ยักไหล่ ใช้ตะหลิวพลิกเนื้องู คำตอบคือไม่




คลอดีนก็เป็นอีกหนึ่งคนที่มีเบื้องหลังและเบื้องหน้าแตกต่างกันอย่างเหลือเชื่อ (ถ้าไม่นับไบรจ์ตัน นักรบเวทผู้สวมบทบาทเป็นคนกวาดขยะ) เธอทิ้งเสื้อกาวน์ ทิ้งแว่นตา เปลี่ยนมาเป็นสวมหน้ากากปกปิดใบหน้า หมวกสูงปีกกว้างวางอยู่บนศีรษะ มันเป็นมุกตลกอย่างหนึ่งที่แจสเปอร์พบว่าเขาชอบ ข้างนอก เธอสวมรอยเป็นคนอื่น เธอถึงต้องแต่งตัวเป็นธรรมชาติ เพื่อความแนบเนียน แต่ในตอนนี้ ตอนที่เธอได้เป็นตัวของตนเอง เธอก็ยังใส่หน้ากาก แต่งตัวเหมือนว่ากำลังปลอมตัว เหมือนปกปิดอะไรอยู่ ทั้ง ๆ ที่ไม่มี

แจสเปอร์ชอบเธอ ชอบที่เธออนุญาตให้เขาเข้าเยี่ยมวีต้า ถึงแม้ว่าเธอจะยังนอนหลับทั้งวัน ร่างกายต้องพักฟื้นอีกมากถึงจะกลับมามีสติ เธอไม่ได้บาดเจ็บหนักในภายนอก ในทางกลับกัน วีต้าช้ำใน จากทุกการทดลอง ทุกสารเคมีที่แบล็กวิงสูบฉีดเข้าไปในเส้นเลือดของเธอ แจสเปอร์จะนั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย เฝ้าดูเธอ ผิวของวีต้ายังขาวซีดอยู่ เธอยังไม่เคยถูกแสงตะวัน และจะไม่มีวันให้เห็น เขาคงจะเศร้า แต่คลอดีนยืนอยู่กับเขา มือข้างหนึ่งวางอยู่บนไหล่ ให้กำลังใจ ปลอบโยน.. เธอรู้ว่าการเสียคนคนหนึ่งไปรู้สึกยังไง

วีต้าลืมตาตื่นขึ้นวันหนึ่ง เธอยังไม่แข็งแรงครบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่แจสเปอร์ไม่ต้องห่วงอีกต่อไปว่าเธอจะเป็นเจ้าหญิงนิทราไปตลอดกาล เขายุ่งอยู่กับงาน ทั้งคู่เลยไม่ได้คุยกันเท่าไหร่ แต่ ต่อให้เขาไม่ยุ่ง เขาก็ไม่กล้าจะคุยกับเธออยู่ดี อยากจะเป็นเพื่อนเธอ แต่ไม่รู้จะทำยังไง.. เขาได้แต่พยายามช่วยเธอเท่าที่จะทำได้ หาไม้มาทำเตียงให้เธอใหม่ตอนเวนเดอลีน หมอประจำกลุ่ม บอกว่าเธอนอนลำบาก เขาไปจับงูบ้านั่นมาเพิ่ม เพื่ออาหารของเจ และเพื่อยาที่เธอจะลองทำ วีต้าอยากทำตัวเป็นประโยชน์ เธอมีความรู้ด้านยามากโขทีเดียว

(“ฉีดยาเข้าเส้นเลือดฉันสิ จะได้รู้ว่ามันได้ผลรึเปล่า” เขาพูด ไม่ทันได้คิดอะไร

 

แต่วีต้าน้ำตาคลอเบ้า “คุณ.. คุณไว้ใจหนูถึงขนาดนั้น..”

 

เธอแตะแขนเขาด้วยเข็มฉีดยา มันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่แจสเปอร์ยอมให้คนอื่นสัมผัสตัวเขา)

หลังจากการทดสอบมากมาย วันนี้ คลอดีนกำลังจะให้เขาเอายาล็อตนี้ไปส่ง

“ช่วยเอาพัสดุไปส่งยังจุดนัดหมายหลังตู้โทรศัพท์ทีนะ” อา สถานที่โปรดของแจสเปอร์ เส้นทางที่เต็มไปด้วยงูคลานออกมาจากพุ่มไม้ นี่ขนาดเอเดลสไตน์ไม่มีต้นไม้เยอะแยะขนาดนั้นด้วยซ้ำนะ “ปกติเจ้าหน้าที่สายลับคนนี้จะไม่เข้ามาในเมือง เขามีเบื้องหน้าเป็นนักท่องเที่ยวทั่วโลกเมเปิ้ล– ต่อให้เขาอยากเข้ามาในเอเดลสไตน์ เขาก็เข้ามาไม่ได้.. อย่างเป็นทางการ”

เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ แจสเปอร์ก็เลยไม่ได้ถาม เขาผิวปากเรียกเจ แล้วทั้งคู่ก็เดินทางผ่านถนนเอเดลสไตน์ไปพร้อมกัน ผ่านหุ่นยนต์กล้องวงจรปิดที่กำลังจับตาทุกฝีก้าวของชาวเมือง (เจตะปบพวกมันทิ้ง) ผ่านจิ้งจอกกลายพันธ์ มีความฉลาดเทียบเท่าโจรมนุษย์ (ธนูปักเข้าที่ลูกตา– กะโหลกมันหนา ต้องที่เบ้าตาถึงจะมั่นใจได้) เขาเมินพวกเสาไฟฟ้าเดินได้แล้วพุ่งตัวไปยังที่หมาย

เมื่อปีนลงจากหลังเสือ หันไปเห็นเจ้าหน้าที่ยืนรออยู่ข้างตู้โทรศัพท์ แจสเปอร์เกือบจะสบถอุทานออกไปดังลั่น ถ้าเขาไม่กัดลิ้นตัวเองไว้อย่างจังเสียงก่อน รสสนิมเริ่มเจิ่งนองอยู่ในปาก เจกลอกตาใส่เขา– เจเสือนะ ไม่ใช่คน– ส่วนเจที่เป็นคน กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา เหมือนกับทุกอย่างที่แจสเปอร์จินตนาการและแตกต่างกับทุกอย่างที่เขาคาดหวังไปในเวลาเดียวกัน เขากลืนน้ำลาย (เลือด) ลงคอ ไม่กล้าเป็นฝ่ายพูดก่อน

เจ..ธรรมดากว่าที่เขาจำได้ แต่มันก็ผ่านมาตั้งสองปี บางทีความ “น่าทึ่ง” ของเขาอาจจะลดลง เพราะตอนนี้แจสเปอร์ไม่ได้กำลังจะตาย (แต่เขาก็กำลังเลือดออกเป็นก๊อกรั่วเหมือนตอนนั้น คล้าย ๆ กันนั่นแหละ) เขารู้ซึ้งแล้วว่าทำไมเจถึงได้เป็นสายลับ เพราะว่าเขาสามารถกลมกลืนได้กับทุกฝูงชน ชายธรรมดา ในเสื้อผ้าธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่นเดี่ยวกับตัวเขา เขาเป็นคนทีมีส่วนสูงและหุ่นมาตรฐาน ไม่มีรูปร่างสะดุดตา

ถ้ามีใครจะบรรยายรูปพรรณสันฐานของเจให้กับตำรวจฟัง เขาไม่สามารถพูดว่า “ตัวสูง” หรือ “ร่างใหญ่” ได้ เขาพูดได้แค่ว่าเจใส่เสื้อสีอะไร เสื้อคลุมสีน้ำตาลแขนยาว เสื้อยืดสีเหลือง และผ้าพันคอสีแดง มันเล็ก สั้น เกือบจะดูเหมือนหางม้างอกออกมาจากท้ายทอย แถมยังเป็นสีแดงเฉดที่ไม่สะดุดตา กลืนไปกับโทนสีอุ่นที่เขาสวม เขาถือกระเป๋าเหมือนนักเดินทาง มีใบหน้าเรียวยาวเป็นสี่เหลี่ยม คางบุ๋ม นิ้วสอดอยู่ใต้ปีกหมวกที่มีเข็มกลัดตัวเจติดอยู่ด้านข้าง ใบหน้าเกือบครึ่งซ่อนอยู่ใต้เงา ริมฝีปากไร้อารมณ์ ผมสีทองตัดสั้น เรียบแปล้

ที่ตลกคือ แจสเปอร์ไม่รู้สึกผิดหวังเลยสักนิด เขาแค่ อึ้ง

และอาจจะกำลังสติแตกนิดหน่อย

“เฮ้ ไอ้หนู” เสียงของเขาเหมือนกับที่แจสเปอร์จำได้เป๊ะ “ฉันจำนายได้”

แจสเปอร์ทำสิ่งที่ฉลาดมากออกไป อันได้แก่อุทาน ติดอ่าง เกือบเซล้มทับเสือตัวเอง

“คุณคือ.. คุณคือผู้ชายคนนั้น!”

เห็นไหม แจสเปอร์คารมดีแบบนี้เสมอ ถึงได้มีเพื่อนเยอะจนต้องไปเล่นซ่อนหากับเด็กหกขวบไงล่ะ

แต่เจไม่ถือสา เขาหัวเราะ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำเกินกว่าที่แจสเปอร์จะรู้สึกสบายใจ มันทำให้เขาเสียวสันหลังวูบ ขนลุกเหมือนถูกอะไรสะกิดเข้า “นายได้เข้าร่วมกับเรซิสแตนส์แล้วเหรอเนี่ย? ผ่านมานานเลยนะ แล้วเด็กผู้หญิงคนนั้นล่ะ? แม่หนูทดลอง เธอสบายดีไหม?”

เมื่อมาถึงเรื่องของวีต้า แจสเปอร์รวบรวมตัวเองและสติกลับมาได้อีกครั้งหนึ่งอย่างหวุดหวิด เขารู้สึกภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้พูดว่าเธออาการดีขึ้นแค่ไหน “วีต้าตื่นแล้ว ร่างกายยังไม่แข็งแรง แต่เธอมีความสุขดี เธอช่วยเวนเดอลีนทำยาให้เรซิสแตนส์” แจสเปอร์ยิ้ม “ยาที่ผมเอามาให้วันนี้ก็เป็นฝีมือเธอ”

เขามองไม่เห็นดวงตาหรือสีหน้าของเจ แต่เขาฟังดูประทับใจ “มิน่าล่ะ ฉันถึงได้เห็นสัญลักษณ์ตัววีอยู่บนหลอดยา บอกเธอทีว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนชอบยาของเธอมาก มันได้ผลชะงัด ถึงผลข้างเคียงจะ.. ช่างมันเถอะ”

แจสเปอร์อ้าปาก กะจะถามอะไรสักอย่าง เช่น คุณเป็นยังไงบ้าง หรือ คุณจะกลับมาอีกไหม หรืออะไรก็ได้สักอย่าง เขาไม่คิดจะรบเร้าถึงผลข้างเคียงของยาที่เขาพูดถึงด้วยซ้ำ มัวแต่ไปนึกถึงอย่างอื่น แต่เจกำชับกระเป๋าเอกสารในมือแน่น มืออีกข้างปัดผ้าพันคอเข้าที่ ส่วนเจ–เสือก็กำลังหาวหวอด

“ยังไงก็เถอะ ขอบใจสำหรับพัสดุนะ เจ้าหนู ฉันมีความรู้สึกว่าเราจะได้สู้เคียงบ่าเคียงไหล่ในสนามรบสักวัน แต่จนกว่าจะถึงวันนั้น..” เจขยิบตาให้เขา “..สู้ให้เต็มที่”

เขาเดินหายไป ทิ้งให้แจสเปอร์อยู่กับเจเสือ

นั่นไม่โอเค




“นั่นน่ะเหรอชายที่นายตั้งชื่อให้ฉัน” เจพูดกับเขา ใช่ เจเสือ เขาไม่ตกใจ (มาก) เท่าไหร่ ตอนที่รู้ว่าเสือของนักล่าพูดได้ ด้วยเวทมนตร์และความผูกพันบางอย่างระหว่างนักล่าแบล็กวิงและสัตว์ล่าเนื้อ มันไม่ใช่เรื่องแปลก มีอะไรหลายอย่างในเมเปิ้ลที่พูดได้ทั้ง ๆ ที่มันไม่ควรจะพูด เขาโตมาในเมืองที่เสาไฟฟ้าและถังขยะเดินไปมา โจมตีผู้คน แจสเปอร์คงจะสะดีดสะดิ้งไปหน่อยถ้าเขาตกใจกับเสือพูดได้

“ใช่” เขาไม่มีเหตุผลจะโกหก

ทั้งคู่กำลังเดินกลับบ้าน แจสเปอร์ไม่ขี่เขา คราวนี้ แค่เดินไปด้วยกันช้า ๆ อาบแดดและตากลมของเอเดลสไตน์ อากาศที่นี่บริสุทธิ์เสมอ ด้วยกังหันลมและเครื่องยนต์ที่ไม่ส่งควันพิษเข้าไปเจือปนในอากาศ ส่วนแดดก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก แต่ แจสเปอร์ก็ไม่เคยออกไปจากที่นี่ ตั้งแต่เกิดจนโต เขาไม่เคยชะโกงออกไปนอกเอเดลสไตน์ เขาไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าเทียบกับเมืองอื่นสภาพอากาศของที่นี่จะอยู่ในระดับใด หนึ่งถึงสิบ

เจตะปบผีเสื้อตัวหนึ่งจากกลางอากาศ จับมันเข้าปาก “เขาดูไม่น่าทึ่งเท่าที่นายเล่า”

 

“มันผ่านมาสองปี” แจสเปอร์แก้ตัว– ราวกับว่านั่นฟังขึ้นงั้นล่ะ

ทฤษฏี “ถ้าเขาได้คุยกับเจ เขาจะเลิกบ้า” ดูท่าว่าจะล้มเหลว เพราะถ้าพูดกันตามตรง มันเกือบจะทำให้แจสเปอร์แย่ลง แต่.. ทั้งคู่ก็คุยกันได้ไม่นาน แค่ ไม่ถึงสองนาที เอาไปคำนวณอะไรได้? ไม่น่าจะนับเป็นบทสนทนาอย่างเป็น “ทางการ” เสียด้วยซ้ำ มันยังไม่มากพอที่จะตัดสินว่าเขาคิดยังไงกับเจ มันเร็วเกินไป แล้วนั่นไง ชายหนุ่มสายลับก็กำลังจะออกไปท่องนอกทวีป เดินทาง แล้วแจสเปอร์ก็จะ.. อยู่ที่นี่ ติดอยู่ในวังวนของความว่างเปล่า ความไม่รู้จัก ความไม่มีตัวตน หลงใหลอยู่ในไอเดียของใครสักคนที่ไม่มีอยู่จริง

แต่.. นั่นไม่เป็นไร ใช่ไหม? พอมาลองคิดดู ไม่ว่านี่จะเป็นมุกตลกประชดประชันหรือไม่ก็ตาม– การที่เขาอาจจะไม่มีวันได้นั่งคุยกับเจเกินห้านาที หรือได้รู้จักกับอีกฝ่ายไปมากกว่า “สายลับ” “เจ้าหน้าที่” “ลับสุดยอด” “สวมรอย” “สอดแนม” – มันเป็นการป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น ถ้าเขาไม่รู้จักเจมากพอ เขาก็จะไม่สามารถเกลียด หรือ รัก อีกฝ่ายได้ เขากำลังติดอยู่ในเขาวงกตของความสัมพันธ์ที่จะไม่มีวันมีอยู่จริง การรู้จักใครสักคนอย่างฉาบฉวยผ่านบุคคลที่สาม และอาการหมกมุ่นจากเหตุการณ์เมื่อสองปีที่แล้ว และนั่นดี มันแปลว่า จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนี้ แจสเปอร์ปลอดภัย เขาแค่..

ระหว่างทางกลับบ้าน ทั้งคู่เดินผ่านอัศวินซิคนัสที่พยายามปลอมตัวมาเป็นนักท่องเที่ยว แต่ไม่มีใครหลงเชื่อ เธอนอนคอตกอยู่บนม้านั่ง แจสเปอร์– ในฐานะชาวเมืองอัธยาศัยดีผู้มีมารยาทงาม– ผิวปากส่งสัญญาณเรียกเสือคู่ใจให้พุ่งตัวเข้าหาเธอ อัศวินสาวกรี๊ดลั่น หงายหลังฟาดพื้นทั้งเก้าอี้และทั้งคน




Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s