[FIC] besides her throne

Title: besides her throne
Fandom: Dishonored (Video Game)
Pairings: Jessamine Kaldwin/Corvo Attano , Implied Callista Curnow/Corvo Attano, Implied (like, 1%) The Outsider/ Corvo Attano
Rating: เราเกลียดเรทมากเพราะเราเรทไม่ถูกตลอดเวลา T????
Warnings: SPOILERS สปอล์ยเนื้อหาเกมจนถึงภารกิจ House of Pleasure, การสรรเสริญความตายในแบบที่อาจจะทำให้อ่านแล้วไม่สบายใจได้, บรรยายถึง Abuse เล็กน้อย, ความไม่เท่าเทียมกันทางอำนาจในความสัมพันธ์ (ข้างเดียว) เราไม่ได้จงใจเขียนให้มัน Abusive เพราะมันไม่ใช่ แต่คนที่มีปัญหาด้านนี้อาจจะอ่านแล้วไม่สบายใจ เราเลยอยากเตือนไว้ (เราแค่ไม่อยากให้ใครเผลออ่านแล้วเฟล/แพนิค)
Notes: ฟิคนี้เป็นรูธ Low-chaos Corvo นะจ้ะ
ปล. คอร์โว่ในฟิคนี้เป็นใบ้ เพราะนั่นคือ headcanon ของเรา ด้วยเหตุผลส่วนตัว
+ Theory ที่ว่า The heart of a living thing คือหัวใจของเจสซามิน




หลังจากองค์จักพรรดินี เจสซามิน คาลด์วิ่น สวรรคติ คอร์โว่มองเห็นความตายเป็นพระราชบัลลังก์ เนรมิตจากไม้สีเข้ม เสริมด้วยเหล็กกล้า ประดับประดาด้วยมงกุฎและตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ คอร์โว่ยืนอารักขาเคียงข้างบัลลังค์ของเธอมาตลอด มันจึงไม่ยากนักที่จะจินตนาการถึง ต่อให้เธอจะจากไปแล้ว ต่อให้ตอนนี้ตำแหน่งอันทรงเกียรติของเธอจะต้องมลทินของท่านผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน แม้หลับตาลง คอร์โว่ก็ยังเห็นภาพมันชัดเจน ความตายนั้นสวยงามและมันเป็นสีฟ้า–เหลือง–ดำ เหล็กของมันถูกขัดเป็นมันวาวสะท้อนแสง ไม้เนื้อดีถูกสลักอย่างละเอียดลออราวกระดูกปลาวาฬ องค์จักพรรดินีสมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ

คอร์โว่เชื่อมาตลอดว่าความตายของเธอจะทิ้งช่องว่างเอาไว้ในร่างกายของเขา ทิ้งให้เขาเป็นแค่ชิ้นส่วนของชายผู้ไม่สมประกอบ ขาดเศษเสี้ยว–ขาดอีกครึ่งหนึ่งของหัวใจตนเองไป เขารักเธอ เรื่องนั้นไม่ต้องสงสัย แต่เมื่อเธอจากเขาไป ร่างของเธอ โชกไปด้วยเลือดและแสนเศร้าสร้อย คอร์โว่กลับถูกเติมเต็มแทนที่จะรู้สึกว่างเปล่า ร่างของเธอ ถูกเขาโอบเข้ามาแนบกาย เขาไม่แน่ใจนักว่าตนเองทำไปอย่างนั้นทำไม เพราะว่าเขาไม่อยากให้เธอตายอย่างหนาวเหน็บ ไม่มีใครสวมกอด? หรือแค่เพราะว่าเขาเห็นแก่ตัวและอยากจะกอดเธอไว้ตลอดไป? ไม่มีอะไรเลวร้ายกว่าการมองเห็นเธอตายโดยทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว เขาเกลียดความรู้สึกไร้ทางสู้มาตลอด

แต่เธอพูดกับเขา ยังคงสั่งคำบัญชาการได้อย่างอ่อนโยนถึงแม้ว่าเธอกำลังจะสิ้นใจ และเขาก็ยังคงตั้งใจฟัง ไม่พูดอะไรขัด ไม่มีเสียงให้พูด และต่อให้เขามี เขาก็จะเลือกปิดปากเงียบตั้งใจฟังเธอสมกับเป็นผู้รักขา จงรักภักดีถึงวินาทีสุดท้าย ไม่เสียเวลาวินาทีสุดท้ายของเธอไปกับการบอกลา เพราะต่อให้เธอจะไม่ใช่องค์จักพรรดินีของหมู่เกาะทั้งหลายอีกต่อไป เธอก็จะยังเป็นองค์จักพรรดินีในใจเขา และต่อให้เบอร์โรวส์จะตราหน้าท่านลอร์ด คอร์โว่ แอททาโน่ เป็นขบถ คนทรยศ ทรราช คนขายชาติ ข้อเท็จจริงก็จะยังคงอยู่เช่นเดิม

ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า– คอร์โว่ไม่สมควรได้รับความตาย เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะปลิดลมหายใจของตนเองตามเธอไป เขาไม่สูงส่งพอที่จะได้รับเกียรตินั้น ความตายคือพระราชบัลลังค์ และถึงแม้ว่าตำแหน่งของผู้อารักขามักจะอยู่เคียงข้างกับบัลลังค์เสมอ คอร์โว่รู้ดีว่านั่นไม่จริงเลยแม้แต่น้อย ตำแหน่งของเขาคือตรงไหนก็ตามที่เจสซามินบัญชาการ ถ้าเธอขอให้เขาอยู่ใกล้ เขาก็จะอยู่ ถ้าเธอขอให้เขาตาย เขาก็จะตาย แต่เธอขอเขาว่า ตามหาเอมิลี่ ปกป้องเธอ เธอเป็นคนเดียวที่ทำได้ และนั่นแปลว่าเขายังมีหน้าที่ ยังมีเป้าหมาย มันแปลว่าเขามีค่าตอนหายใจมากกว่าตอนที่ร่างกายถูกเรียกว่าศพ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาต้องจากเธอ เธอเคยออกคำสั่งให้ทั้งคู่ต้องพรากจากกันมาก่อน คอร์โว่เคยออกเดินทางสู่ทุกหมู่เกาะ ทีเวีย มอร์ลี่ กริสตอล และเซอร์โคนอส ทั้งหมดเพียงเพราะว่าเธอต้องการ เขาจำเป็นต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อเอมิลี่ เพื่อเจสซามิน เพื่อองค์จักพรรดินี

เขาไม่สมควรตาย ไม่มีใครสมควรได้รับความตายทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกศัตรูที่ออกคำสั่ง ระดมหัววางแผนลอบสังหารเจสซามิน ฉีกเขตการปกครองของเธอจนขาดสะบั้น เมื่อคอร์โว่สวมหน้ากาก เขากลายเป็นนักฆ่า ไม่ใช่ผู้อารักขา มันช่างเป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับชื่อตำแหน่ง– แต่คอร์โว่จะไม่ฆ่าใครทั้งนั้น เขาจะไม่ฆ่าเบอร์โรวส์ เขาจะไม่ฆ่าแคมป์เบล เขาจะไม่ฆ่าคู่แฝดแพดเดิลตันหรือท่านหญิงบอยล์ พวกมันไม่สมควรได้รับของขวัญจากความตาย ความตายคือราชบัลลังค์ มีแต่องค์จักพรรดินีเท่านั้นถึงจะคู่ควร ถ้าเขาต้องใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานห่างจากเธอบนพื้นแผ่นดินเกาะ พวกมันก็ต้องทรมานไปกับเขา

เธอรู้ว่าต้องทำยังไง ใช่ไหม? คอร์โว่?

แน่นอนว่าเขารู้ เขามีเป้าหมาย มีอุดมการณ์ มีเอมิลี่ เขามีที่ยึดเหนี่ยว มีผู้ให้อุทิศความจงรักภักดีและความซื่อสัตย์ให้ เขาจะมอบทุกอย่างให้เอมิลี่ และถ้าเขาไม่มีอะไรเหลือแล้ว เมื่อเขาไร้ประโยชน์ ไม่เป็นที่ต้องการขององค์จักพรรดินี เมื่อเขาหาความว่างเปล่าที่เจสซามินทิ้งเอาไว้ไม่เจอ เขาก็จะฉีกตัวเองเป็นส่วน ๆ แล้วสร้างรอยโหว่นั่นด้วยตนเอง เอมิลี่คงบอกเขา เจสซามินคงบอกเขา คอร์โว่ อย่าโทษตนเองเลยนะ

แต่เขาก็จะโทษตนเองอยู่ดี มันง่ายดาย เป็นธรรมชาติ และเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขาทนมีชีวิตอยู่ได้




คอร์โว่รักเจสซามิน และเจสซามินรักเอมิลี่ นั่นหมายความว่าเขาเองก็ทั้งรักทั้งเทิดทูนเอมิลี่ด้วยเช่นกัน

เธอเป็นเด็กหญิงผู้น่ารัก ฉลาดหลักแหลม กล้าหาญ และดื้อดึงเสียจนหลายคนยังต้องประหลาดใจ คอร์โว่ไม่สงสัยเลยว่าเธอจะโตเป็นหญิงสาวที่แข็งแกร่งเช่นเดียวกับแม่ของเธอ ไม่ยอมใคร ยืนหยัดเพื่อสิ่งที่เธอเชื่อถือและเพื่อคนที่เธอรัก เอมิลี่มีจิตวิญญาณของนักสู้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นเลวร้ายกับเธอมาก เธอเสียแม่ เธอเสียคอร์โว่ เธอถูกลักพาตัวไปจากชีวิตวัยเด็กแสนหวาน กลายเป็นหมากบนกระดานของพวกผู้ใหญ่โลภมาก แต่นั่นไม่ทำให้เธอแตกสลาย เธอร้าว แต่ไม่แตกเป็นเสี่ยง ๆ  เธอยังคงสู้ สู้หนักยิ่งกว่าที่เคยสู้เสียอีก

แต่เธอก็ยังเป็นเด็ก เธอทำเป็นเหมือนว่าเธอไม่เป็นไร แต่เธอเรียกชื่อเขาตอนนอน เอมิลี่.. ผ่านอะไรมามากเหลือเกิน มันสะเทือนถึงคอร์โว่ไปถึงแก่น เขายอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ตนเองเป็นคนเจ็บแทนเธอ คอร์โว่รักเอมิลี่ และนั่นหมายความว่าเขายอมตายแทนเธอได้ เธอเป็นคนเดียวที่สามารถมอบความหมายให้แก่ความตายของเขา ในดันวอล์ ในยุคสมัยที่ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินขึ้นครองราช โรคระบาดไปทั่วเกาะ ผู้คนสามารถตายเมื่อไหร่ก็ได้ คอร์โว่สามารถกลายเป็นหนึ่งในเหยื่อผู้อับโชคได้ทุกเมื่อ แค่อีกหนึ่งศพที่ผู้คนไม่เสียเวลาจัดพิธีหรือขุดหลุมฝัง แต่ถ้าเขาตายเพื่อเอมิลี่ ความตายของเขาจะมีค่า นั่นจะเป็นโอกาสเดียวที่คอร์โว่สมควรตาย

เมื่อเธอโตขึ้น เธอจะปกป้องตนเองได้ เธอจะไม่ต้องการคอร์โว่อีกต่อไป แต่ในตอนนี้ เขาจะอยู่กับเธอ จะรักและปกป้องเธอด้วยทุกอย่างที่เขามี เอมิลี่ เธอไม่เคยขออะไรมากมายจากเขาเลย คอร์โว่ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามีอะไรบ้างที่เขาจะปฏิเสธเธอ เขานึกไม่ออก เขายอมตายเพื่อเธอได้ แต่เธอไม่เคยขอ เธอขอแค่ให้คอร์โว่อยู่กับเธอ ซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่เขาสามารถทำเพื่อเธอได้อยู่มากโข เธอขอแค่ให้คอร์โว่เล่นด้วย เล่นซ่อนหากับเธอ สอนเธอปีนอาคาร ดูภาพวาดของเธอ และโชว์ให้เธอเห็นว่าท่ารัดคอแบบทีเวียนเป็นยังไง เธอจะไม่บอกแม่เสียด้วยซ้ำ! และถ้าคอร์โว่ใจอ่อนยอมเล่นเป็นโจรสลัดกับเธอทุกครั้ง ใครจะโทษเขาได้?

เขาใจอ่อนเสมอล่ะเมื่ออยู่กับเธอ เขาถึงได้รู้สึกผิดทุกครั้งเมื่อตนเองไม่สามารถมอบสิ่งที่เอมิลี่ต้องการให้เธอได้ เขานำเจสซามินกลับมาไม่ได้ เขาอยู่กับเธอไม่ได้ ไม่ทุกครั้ง ไม่ตลอด เขายังคงมีภารกิจต้องทำ มีคนที่ต้องตามล่าและจำกัดจากลำดับชั้นอำนาจ เขาไม่เคยบอกเธอว่าเขาทำอะไร ไม่มีใครกล้าพูดต่อหน้าเธอว่าคอร์โว่ทำอะไร เมื่อเขาสวมหน้ากาก เมื่อแซมูเอลพายเรือออกไปจากฝั่ง คอร์โว่รู้ว่าเธอเป็นผู้ใหญ่พอที่จะเผชิญหน้ากับความตาย ในฐานะว่าที่จักพรรดินี เธอควรที่จะรับรู้ถึงทุกสิ่งที่เขาทำ แต่เขาก็ไม่ได้บอกเธอ

คอร์โว่ไม่อยากให้ผู้อารักขาของเอมิลี่เป็นนักฆ่าสกปรกโสมม องค์จักรพรรดินีสมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ เขาจึงกลับมาจากภารกิจด้วยมือที่ขาวสะอาด ดาบที่ไม่เปื้อนเลือดเลยแม้แต่น้อย และลูกธนูของเขาทุกดอกก็ยังอยู่ครบ ยกเว้นลูกดอกยาสลบ เขานอนหลับโดยไม่ฝัน เหนื่อยล้าไปถึงกระดูก และเมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นในตอนเช้า เขาก็พบกับภาพวาดของเอมิลี่วางอยู่บนโต๊ะ ราวกับเป็นของรางวัล หลักฐานว่าเขาทำได้ดี

มันเป็นรูปวาดของเขา โดยที่ “ไม่มีหน้ากากน่ากลัว” อย่างที่เอมิลี่เขียนไว้ คอร์โว่ไม่คิดว่ามันเหมือนเขานัก เขาไม่คิดว่าตัวเองตาโตขนาดนั้น เอมิลี่ไม่ได้วาดรอยแผลเป็นของเขาด้วย แต่เขาไม่เคยมีรสนิยมด้านศิลปะ และใครจะไปวิพากษ์วิจารณ์ภาพวาดของเอมิลี่ได้? ไม่ใช่เขา คนอื่นก็คงไม่กล้า เธอเป็นเด็ก และยิ่งกว่านั้น เป็นว่าที่จักพรรดินี ในภาพ เหนือหัวคอร์โว่ มีตัวอักษรใหญ่ยักษ์ในลายมือเด็ก ๆ เขียนว่า “คุณพ่อ”

คอร์โว่กระพริบตาปริบ ๆ โอ้

นั่นคือสิ่งที่เขาเป็น นอกจาก ผู้อารักขา และ นักฆ่า

เขาลืมเรื่องนั้นอยู่เรื่อย




ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า– คอร์โว่ไม่รู้จักวิธีการเป็นพ่อคน

เขารู้ว่าเอมิลี่มองเขาเป็นพ่อ รู้ว่าเธอรักเขา เขาเองก็รักเธอ แต่เขาไม่เคยปฏิบัติหน้าที่พ่อมาก่อน มันมากกว่าการเลี้ยงดู มากกว่าการสอน เขาต้องเป็นตัวอย่าง ต้องเป็นที่ยึดมั่นของเธอ.. คอร์โว่ไม่เคยเป็นที่ยึดมั่นให้ใคร ออกจะเป็นในทางตรงกันข้าม เขาไม่เคยเป็นตัวของตนเอง เป็นแค่ดินปั้นที่ถูกหล่อหลอมโดยสิ่งที่เขายึดถือศรัทธา คนที่เขามอบความจงรักภักดีให้ บัลลังค์ที่เขาเลือกรับใช้ หญิงสาวที่เขารัก

คอร์โว่ไม่ใช่ตัวอย่างที่ดี คาลิสต้าดุเขาบ่อย ๆ เอมิลี่ฉลาดมากพอที่จะรู้มารยาทบนโต๊ะอาหาร แต่เธอชอบถือช้อนแล้วแกล้งใช้มันเป็นดาบมากกว่านั่งทานข้าวอย่างสงบเสงี่ยม และการที่คอร์โว่ไม่เคยดุเธอเลยสักครั้งแถมเผลอหลับกลางโต๊ะก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น คาลิสต้าดุเขาเสมอ อย่าสอนให้เธอปีนอาคาร อย่าปล่อยให้เธอโดดเรียนไปซ่อน อย่าแสดงให้เธอดูว่าต้องรัดคอคนยังไงให้สลบ คุณคิดบ้าอะไรอยู่

เธอหวังดี คอร์โว่รู้ เธอต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเอมิลี่เช่นเดียวกับคอร์โว่ แต่คำจำกัดความของทั้งคู่ต่างกันมาก สำหรับคาลิสต้า สิ่งที่ดีที่สุดคือการเตรียมเธอให้เป็นจักรพรรดิที่ดี มอบการศึกษาที่เธอควรได้รับ เตรียมพร้อมเธอสำหรับการเป็นผู้ใหญ่ ส่วนคอร์โว่ สิ่งที่ดีที่สุดคือการปล่อยให้เธอทำอะไรก็ได้ตามใจ ตราบใดที่เธอมีความสุขและปลอดภัย แต่ดูเหมือนว่านั่นจะเป็น “ตัวอย่างที่ไม่ดี” นัก

“เธอจะมีอำนาจล้นมือตอนเป็นจักพรรดินี” คาลิสต้าบอก “คุณตามใจเธอตั้งแต่เด็กไม่ได้”

คอร์โว่รู้เรื่องนั้น เขาแค่ไว้ใจเอมิลี่ ไว้ใจว่าเธอมีความคิดมากพอที่จะตัดสินได้ว่าอะไรไม่เหมาะสม แต่.. เธอเป็นเด็ก ซ้ำร้ายกว่านั้น เธอเป็นลูกสาวของจักพรรดินีจริงอยู่  เธอไม่ได้เลือกเกิด มันไม่ยุติธรรมที่เธอถูกบังคับให้แบกรับชะตากรรมของทั้งอาณาเขตการปกครองเอาไว้บนสองบ่าเล็ก ๆ เพียงเพราะว่าสายเลือดและความต้องการของพวกผู้ใหญ่ แต่คอร์โว่ไม่เห็นใครคู่ควรกับบัลลังค์ไปมากกว่าเธอ

คาลิสต้าจะสอนให้เธอเป็นจักพรรดินีที่ดี คอร์โว่มั่นใจ แต่เอมิลี่แกล้งเธอสารพัด ไม่เชื่อฟังเธอเท่าที่ควร กลับกัน เอมิลี่เชื่อฟังคอร์โว่ เธอไว้ใจเขา รักเขา ถ้าคอร์โว่เอ่ยปากบอกให้เธอตั้งใจเรียน เธอทำตามแน่นอนโดยไม่ขัด เธอมองเขาเป็นตัวอย่างของเธอ และนั่นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่คอร์โว่เคยได้ยินมา เพราะเขาไม่ใช่ตัวอย่างที่ดี ไม่เคยเป็นผู้อารักขาแสนบริสุทธิ์ ยิ่งใหญ่ ชายผู้มีเกียรติ แต่เขาจะไปเถียงอะไรใครได้

จะให้บอกอะไร? ไม่ คอร์โว่ไม่ใช่นักฆ่า คอร์โว่ไม่ได้ฆ่า แธดเดียส แคมป์เบล เขาแค่ตีตราประดับใบหน้าของมันด้วยตราของคนนอกรีต บีบบังคับให้แคมป์เบลตกจากตำแหน่งอันสูงส่งสู่คนต้อยต่ำ ไร้อำนาจ ไร้เพื่อนฝูง ไร้ลูกน้อง ไร้กองทัพ เขาต้องไปใช้ชีวิตบนถนนอย่างเดียวดาย ในไม่ช้า เขาคงถูกพวกหนูรังควาญ แพร่เชื่อใส่เขาจนติดโรคระบาด เขาจะไม่ตายจากโรคเสียทันทีด้วยซ้ำ แต่จะใช้ชีวิตอย่างทรมานไปอีกนาน

จะให้บอกอะไร? ไม่ คอร์โว่ไม่ใช่นักฆ่า คอร์โว่ไม่ได้ฆ่าคู่แฝดแพดเดิลตัน เขาร่วมมือกับอาชญากรแสล็คจอว์เพื่อจัดการกับสองคนนั้น ตอนนี้ มอร์แกน และ คัสติส แพนเดิลตัน สูญเสียความร่ำรวย สูญเสียความเป็นผู้ดีตระกูลสูง และตกเป็นทาสทำงานในเหมือง ถูกทารุณกรรม ถูกกดขี่ ถูกจับโกนหัวและฉีกหน้าเสียจนอัปยศอดสูด้วยทุกวิถีทาง พวกเขาจะไม่ตาย คนตายทำงานไม่ได้ และเชื่อเถอะ มีงานเหลืออีกมากให้ทำ

จะให้บอกอะไร? ไม่ คอร์โว่ไม่ใช่นักฆ่า คอร์โว่ไม่ได้ฆ่าท่านหญิงบอยล์ เขาลักพาตัวเธอให้ไปอยู่กับชายที่เธอไม่ได้รัก ชายที่จะขืนใจเธอ กักขังเธอ พรากเธอจากพี่น้อง สังคม และโลกภายนอก ชีวิตที่เธอมีเหลืออยู่ เธอจะถูกบังคับให้รับรักเขา หรือไม่ก็เสียใจไปตลอดชีวิตกับความเป็นไปได้มากมายที่สลายไปจากมือเอื้อม จากแสงสีของงานเต้นรำที่เธอจะไม่ได้สัมผัส ของรักแท้ที่อยู่ข้างนอกนั่น แต่จะไม่มีวันได้พบเธอ

ทั้งหมดนั่นยาวเกินกว่าจะเขียนลงกระดาษ และก็มีอยู่แค่ไม่กี่คนในผับที่รู้จักภาษามือ




คาลิสต้าดูแลเอมิลี่อย่างดี เธอรักเอมิลี่ และนั่นหมายความว่าคอร์โว่ก็รักเธอด้วย

เขาไม่ได้บอกเธอหรอก มันจะทำให้เธอสับสนเอาเปล่า ๆ เข้าใจผิดว่าคอร์โว่ต้องการเธอเป็นคนรัก คาลิสต้าเป็นผู้หญิงแบบที่คอร์โว่ชอบ เชื่อมั่นในตนเอง ลุกขึ้นสู้เพื่อสิ่งที่เธอรัก ไม่กลัวที่จะแสดงออก และเต็มเปี่ยมไปด้วยความฝันของการผจญภัย แต่เมื่อคอร์โว่พูดว่าเขารักเธอ เขาไม่ได้หมายความว่าเขาอยากจะมีเพศสัมพันธ์กับเธอ อยากเห็นเธอเปลื้องผ้า หรือแต่งงานกับเธอ มันไม่ใช่แบบนั้น

เธอดูแลเอมิลี่อย่างดี เธออยากได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเอมิลี่ คอร์โว่เองก็เลยอยากให้เธอได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเช่นกัน หากเธอเอ่ยขออะไร เขาก็จะช่วย ตอนที่เธอขอให้เขาช่วยชีวิตลุงของเธอ พลทหารเคอร์นาว คอร์โว่ไม่ลังเลเสียด้วยซ้ำ และตอนนั้นเธอยังไม่ได้เป็นครูของเอมิลี่เลยด้วยซ้ำ เธอเป็นผู้หญิงที่สวย และต่อให้คอร์โว่จะไม่สนใจเธอในแบบนั้น เขาไม่คิดว่าตนเองจะปฏิเสธคาลิสต้าหากเธอต้องการคนปรนเปรอ คู่นอน

เธอไม่ต้องการหรอก เธอเป็นผู้หญิงที่ดูแลตนเองได้ และมากกว่านั้น เธอดูออกว่าคอร์โว่เป็นยังไง ดูออกว่าเขามีคำจำกัดความของความรักและจงรักภักดีเละเทะ ปะปนกันมั่วซั่ว รู้ว่าเขาไม่มีขีดจำกัด รู้ว่าความรักสำหรับเขาไม่ใช่แค่ความรักแบบโรแมนติกทั่วไป แต่เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ใกล้เคียงกับศาสนาจนน่าอึดอัด บางทีนั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่เขาถูกเลือก โดยเทพเจ้าตาดำสนิทเหมือนก้นมหาสมุทร ดำเหมือนเงาที่คอยตามติด เหมือนความมืดหลังเปลือกตา ดำเหมือนเสียงที่กระซิบข้างหู หวานหยดเหมือนน้ำผึ้งแต่ดันหยดลงมาเป็นหมึกมืดทะมึน เจ้าทำให้ข้าหลงใหล (คอร์โว่ไม่เคยสวมถุงมือซ่อนสัญลักษณ์ของตนเองเลยสักครั้ง)

เธอดูออกว่าการตายของเจสซามินทำให้เขาเป็นแบบนี้ ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากจะเอาตัวเองไปเทียบกับองค์จักพรรดินีหรอก ทั้งสองคนก็เลยเป็น.. เพื่อน แต่เธอรู้ว่าคอร์โว่จะยอมทำทุกอย่างเพื่อเธอ หากเธอขอ เธอจึงไม่ขออะไรเลย รักษาสมดุลระหว่างทั้งคู่ เธอรู้ว่าเธอมีอำนาจเหนือเขา ผู้หญิงหลายคนมีอำนาจเหมือนเขา คอร์โว่รู้ว่าตนเองควรจะเดือดเนื้อร้อนใจบ้าง เป็นกังวลว่าตนเองจะถูกเอาเปรียบเข้าสักวัน เขาถูกหักหลังมาก่อนแล้ว เขาอาจจะโดนอีก แต่กลับพบว่าตนเองไม่รู้สึกอะไรเลย

เขาไม่โกรธ เขาไม่เสียใจ อย่างมากเขาก็เหนื่อย หลายวันมานี้เขาเหนื่อยเหลือเกิน ล้า ต่อให้เขามีเสียงพูดได้ เขาก็คงจะยังเป็นคนพูดน้อยเงียบขรึมอยู่อย่างนี้ มันไม่มีอะไรให้พูด ต่อให้เขามี มันก็ไม่ใช่อะไรที่น่าฟังนัก เขาเหนื่อย และอยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี แต่มันไม่จบง่าย ๆ หรอก ยังมีโรคระบาดให้ต้องยับยั้ง มีจักพรรดินีให้ขึ้นครองราช มีผู้สำเร็จราชการแผ่นดินให้ต้องกำจัด มันห่างไกลจากจุดจบมาก

คอร์โว่กำลังชั่งใจอยู่ว่าเขาจะหลับบนโต๊ะอาหารได้โดยไม่ถูกคาลิสต้าดุรึเปล่า แต่ยังไม่ทันได้หลับตาหรือผงกหัว เอมิลี่ก็เรียกเขา– ด้วยการเอื้อมมือมาแย่งอาหารไปจากจานแล้วโดนคาลิสต้าดุเสียงดัง

“คอร์โว่!” เอมิลี่ยิ้มแฉ่ง ไม่สะทกสะท้าน “คุณสอนหนูปีนอาคารได้อีกรึเปล่า?”

เขากำลังจะพยักหน้า ตามสัญชาติญาณ แต่คาลิสต้ากระแอมขึ้นขัด

“เรามีคาบประวัติศาสตร์ถึงตอนเย็น” เอมิลี่ปฏิเสธไม่ให้ใครใช้ราชาศัพท์กับเธอ ตอนแรก คาลิสต้าก็ไม่ชิน แต่เมื่อเวลาผ่านไปเธอก็มองเอมิลี่เป็นเด็กมากกว่าจักพรรดินี ใช้คำราชาศัพท์แค่บางโอกาส

เอมิลี่เบ้ปาก แต่อย่างน้อย เธอก็รีบเสนอว่า “งั้นหลังจากนั้นล่ะ?”

คาลิสต้าลังเล แต่คอร์โว่พยักหน้าไปแล้วเรียบร้อย เอมิลี่ชูสองมือขึ้นเหนือหัว ร้อง “เย่!” ดังลั่น คาลิสต้าต้องดุเธอไม่ให้เสียงดังบนโต๊ะอาหาร จากนั้นก็หันมาดุคอร์โว่ด้วยสีหน้า

เขาสบตาเธอกลับ ไม่หันหน้าหนี เขาสำรวจเธอ สำรวจแก้มที่ซูบผอม ใบหน้าเล็กแหลม โหนกแก้มสูง ผิวพรรณนวลผ่องและผมสีแสด คอร์โว่มองเธอและนึกถึงความลับที่เขาได้ยินจากหัวใจเต้นตุบที่เขาถือเอาไว้ในฝ่ามือ เขาไม่ควรแอบฟังความลับของใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการเวทมนตร์

เธอฝันถึงอิสระ ถึงดาดฟ้าของเรือล่าปลาวาฬ สั่นคลอนไปตามคลื่นจากการไล่ตามอสูรแห่งสมุทร

คอร์โว่ขยับนิ้วมือแทนการพูดตอบกลับ ปกติกับคนอื่น เอมิลี่อาจจะต้องเป็นล่าม แต่คาลิสต้าเป็นผู้หญิงมีการศึกษา เธอจึงเข้าใจภาษามือได้โดยไม่มีปัญหา เธอจะมากับเราด้วยรึเปล่า?

เอมิลี่ตื่นเต้นขึ้นมาทันที ปรบมือเข้าหากัน “มากับเรานะ คาลิสต้า”

“เอ่อ–” คาลิสต้าลังเล นั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรทำต่อหน้าว่าที่จักพรรดินี




คาลิสต้าปีนป่ายไม่เป็นเอาซะเลย

เธอไม่น่าจะเคยปีนอะไรมาก่อนในชีวิตนี้ คาลิสต้าเป็นหญิงฉลาด เธอเรียนรู้ที่จะปกป้องตนเองในเมืองอันโสโครกเช่นนี้ เธอมีวิธีสู้ของตนเอง แต่หนึ่งในนั้นไม่มีการปีนผนัง หน้าต่าง หรือเสาอยู่ด้วย สังคมไม่สอนอะไรแบบนั้นกับผู้หญิง หลายคนคงมองว่ามันไม่เหมาะสมที่เอมิลี่ จักพรรดินี ออกมาเล่นปีนป่ายเช่นนี้ แต่คอร์โว่ไม่สนเรื่องนั้น เขาปล่อยให้เธอทำตามที่เธออยากดีกว่าทำตามแบบที่คนอื่นคิดว่าควรทำ

ทั้งสามคนกำลังเริ่มจากจุดง่าย ๆ จากข้างนอกผับฮาวด์พิทส์ ขึ้นไปยังห้องของคอร์โว่ จากนั้นก็ออกไปนอกหน้าต่างข้ามไปยังห้องของเอมิลี่และคาลิสต้า เอมิลี่จัดการได้ไม่มีปัญหา เธอเคยปีนทางนี้มาแล้วหลายต่อหลายรอบ คอร์โว่สอนเธอทันทีที่มีโอกาส เผื่อในเหตุฉุกเฉินเธอจะได้หนีมาหาเขาทัน แต่คาลิสต้า..

เธอสวมกางเกง นั่นช่วยให้อะไรง่ายดายขึ้นมาหน่อย แต่เธอก็ยังกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ กลัวที่จะยกเท้า กลัวที่จะขยับ เธอมีแรงมากพอที่จะยกตัวเองขึ้นตอนปีน แต่เธอเกร็งไปหมด มันก็เลยยากยิ่งกว่าเดิมเป็นหลายเท่า สำหรับเอมิลี่ เธอเป็นธรรมชาติ สนุกสนานกับการละเล่นโปรด แต่คาลิสต้าคงกำลังนึกว่าตกลงไปเธอจะพิการหรือว่าตาย เธอเอาแต่ก้มลงมองข้างล่างบ่อย ๆ ซึ่งทำให้เธอกลัวหนักกว่าเดิมอีก

คอร์โว่ย่อตัวลง เอื้อมมือไปให้เธอ คาลิสต้าไม่ยื่นมือมารับทันที ไม่รู้ว่าเธอกลัว หรือแค่ไม่แน่ใจว่าคอร์โว่จะรับน้ำหนักเธอได้ เขาก็เลยเอียงคอ ตีหน้างงใส่เธอ คาลิสต้าถอนหายใจเฮือกและยอมแพ้ในที่สุด

เธอเบามาก คอร์โว่ดึงเธอขึ้นมาได้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย

คาลิสต้าหน้าแดงด้วยความเขินอาย “ขอบคุณ”

หลังจากนั้น เธอทำได้ดีขึ้นมาก ทั้งสามค่อย ๆ ก้าวจากหน้าต่างของคอร์โว่ ข้ามไปยังห้องของเอมิลี่ ด้วยสะพานจอมปลอมที่ก่อสร้างจากสังกะสีนำมาพาดเข้าด้วยกัน ใช้เสาหน้าตาไม่น่าไว้ใจยึดเอาไว้ เชื่อมต่อสองอาคารเอาไว้อย่างลวก ๆ คาลิสต้าพึมพำตลอดทางว่านี่มันไม่ปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย คอร์โว่เดินเฉย ๆ ส่วนเอมิลี่กึ่งวิ่งกึ่งกระโดดข้ามไปตลอดทาง ด้วยความที่เธอตัวเล็กมาก มันเลยไม่สะเทือนถึงสะพาน

เมื่อมาถึงห้อง เอมิลี่ก็โดดขึ้นไปบนเตียง ยังคงมีพลังงานล้นเหลือในขณะที่คาลิสต้าโทรมสุด ๆ ส่วนคอร์โว่ก็ต้องยอมรับว่าตนเองรู้สึกเหนื่อย คาลิสต้าขอตัวไปอาบน้ำ เธอต้องไปยังอีกตึกถึงจะมีห้องน้ำให้ใช้ แต่คราวนี้เธอบอกว่าเธอจะ “ใช้บันไดเหมือนคนปกติ” นั่นทิ้งให้คอร์โว่อยู่กับเอมิลี่แค่สองคน

เช่นเดียวกับทุกครั้ง เอมิลี่เป็นคนชวนเขาคุยก่อน “หนูชอบผมคุณนะ”

คอร์โว่ยักไหล่ตอบกลับ จริง ๆ แล้ว มันเริ่มยาวเกินไปสำหรับเขา ถ้าไม่ติดว่าเขามีหน้ากากและฮู้ดที่เก็บผมมิดชิดอยู่แล้ว เขาคงจะตัดผมทิ้งด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัยตอนปีนป่ายกับตอนต่อสู้ แต่ถ้าเอมิลี่ชอบ เขาคงจะต้องปล่อยมันเอาไว้อย่างนี้สักพักหนึ่ง

เขาน่าจะรู้ตัวว่าความเงียบหลังจากประโยคนั้นมันน่าสงสัย แต่ก็สายไปซะแล้ว พอเขารู้ตัว เอมิลี่ก็หยุดกระโดด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้า “คาลิสต้าเคยถักผมให้หนูด้วย”

เนื่องจากคอร์โว่ไม่เคยปฏิเสธเอมิลี่สักครั้งในชีวิต เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงอย่างสงบเสงี่ยมในขณะที่เธอหัวเราะคิกคักไม่หยุดอยู่ข้างหลัง เอมิลี่ยังต้องยืนอยู่บนเตียง ให้ความสูงของทั้งคู่สัมพันธ์กัน เมื่อนิ้วมือเล็ก ๆ ของเธอสัมผัสเข้ากับผมของเขา คอร์โว่ก็เริ่มกังวลขึ้นมาว่าเขาอาจจะมีอะไรติดอยู่ในเส้นผม เขาพึ่งมุดลงไปในท่อเมื่อเช้านี้เพื่อจัดการกับผู้บุกรุก– อ้อ ใช่ หน้ากาก ฮู้ด ลืมไป เขาใช้หน้ากากนั่นบ่อยจนเริ่มลืมแล้วว่าตอนไหนเขาสวม ตอนไหนไม่ได้สวม ส่วนเอมิลี่ดูจะจงใจเมินหน้ากากของเขาไปเลย เธอไม่เคยวาดเขาสวมหน้ากาก บอกว่ามันน่ากลัว เธอชอบวาดเขาตาโต ๆ แก้มแดง ๆ มากกว่า

ปรากฏว่า การ “ถักผม” ของเอมิลี่ จะประกอบไปด้วยการกำผมของคอร์โว่มั่ว ๆ แล้วพันมันสลับกันไปมาไม่เป็นทรง เธอหายางรัดผมไม่เจอด้วย ตอนนี้เธอก็เลยเปลี่ยนเป็นเล่นหัวเขาไปเรื่อย ๆ เสียมากกว่า คอร์โว่เดาว่าเขาคงดูตลกมาก เพราะเมื่อคาลิสต้าเดินกลับเข้ามา เธอก็ยกมือปิดปากกลั้นหัวเราะแทบไม่ทัน

แต่นั่นทำให้เอมิลี่เขินใหญ่ เธอก็เลยแกล้งทำเป็นหงุดหงิดกลบเกลื่อน ยกมือท้าวสะเอว พองแก้ม ปกป้องทรงผมของคอร์โว่สุดชีวิต  “คุณไม่เคยสอนหนูนี่น่า!” อา มิน่าล่ะ

คาลิสต้ายิ้มไม่หุบ “ขออภัยเพคะ จักพรรดินีน้อย หม่อนฉันจะแสดงให้เห็นเอง”

เอมิลี่ขยับหลบ ให้คาลิสต้านั่งลงบนเตียง คอร์โว่คงจะรู้สึกกระดากอายบ้าง แต่เขาคิดว่าตัวเองเลยผ่านจุดนั้นมานานมากแล้ว นิ้วมือของคาลิสต้านั้นเรียวยาวและแม่นยำ แทรกผ่านเรือนผมของเขาอย่างมั่นใจราวกับกำลังผูกเงื่อนสมอเรือ แต่ปราณีตกว่า ละเอียดอ่อนกว่า เอมิลี่ใช้เวลาอยู่นานแต่ก็ไปไม่ถึงไหน คาลิสต้าใช้เวลาไม่ถึงนาทีก็เสร็จ คอร์โว่ไม่เห็นว่ามันหน้าตาเป็นยังไง แต่พอเลื่อนมือไปจับแล้วรู้สึกตลกยังไงชอบกล

เอมิลี่ไม่รอช้า รีบทำตามตัวอย่างทันที ซึ่ง– จบไม่สวยนัก แต่เธอก็พยายามอีกเรื่อย ๆ คอยให้คาลิสต้าแสดงตัวอย่าง บอกวิธีช้า ๆ แต่ละขั้นตอน บอกคำแนะนำ คอร์โว่นั่งนิ่ง หลังตรง นิ่งเสียจนคาลิสต้าเอ่ยปากบอกว่าเขาเหมือนหุ่นฝึกไม่มีผิด คอร์โว่รับมันเป็นคำชม เหลือบตามองหน้าต่างโดยไม่ขยับศีรษะ ข้างนอก พระอาทิตย์ตกดินเรียบร้อยแล้ว แสงจากผับฮาวด์พิทส์เรืองเป็นสีเหลืองอ่อน บดบังพระจันทร์

ทันใดนั้น ฉับพลัน กะทันหัน และไม่มีเหตุผล ทั้ง ๆ ที่มือของเอมิลี่ยังคงอยู่บนศีรษะ เริ่มดึงผมเขาแรงขึ้นเรื่อย ๆ คอร์โว่ก็รับรู้ขึ้นมาว่าเขากำลัง.. มีความสุข

มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด แต่คุ้นเคย เพราะเมื่อเขานึกดูแล้ว เขาก็มีความสุขเสมอเมื่อได้ใช้เวลากับเอมิลี่ ไม่ว่าจะเกมซ่อนหาระหว่างทั้งคู่ หรือแค่ยืนอยู่ข้างกัน มองพื้นผิวแม่น้ำอันเรียบเนียนตรงบริเวณเส้นขอบฟ้า เขามีความสุขเสมอเมื่อได้อยู่กับเจสซามิน ยืนอยู่ข้างบัลลังค์ของเธอ หรือโอบกอดกับเธอข้างเตาผิง มือของเธอเองก็มักจะลูบผมเขาแบบนี้เช่นกัน ตอนที่เขานอนหนุนตักเธอ เงยหน้าขึ้นมองเธอเหมือนมองฟ้า ใช้ภาพสะท้อนของประกายไฟจากเตาผิงแทนดวงดาว เขาจะรู้สึกปลอดภัยเสมอ–เหมือนตอนนี้

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความสุขของเขาขึ้นอยู่กับผู้อื่นมากขนาดนี้ แล้วก่อนหน้านี้ล่ะ ก่อนที่เขาจะได้พบกับเจสซามินหรือเอมิลี่ เขาอยู่ได้ยังไง บางที เขาอาจจะไม่เคยมีความสุขมาก่อน

“เสร็จแล้ว!” เอมิลี่ประกาศ ภาคภูมิใจกับความสำเร็จของตนเอง คาลิสต้าชะโงกดูเปียผมของคอร์โว่ แล้วก็คงจะพบว่ามันออกมาพอดูได้ เพราะเธอปรบมือให้เบา ๆ แล้วเอ่ยชม

“เยี่ยมมากเพคะ จักพรรดินีน้อย”

เอมิลี่หัวเราะ เธอชอบเวลาคาลิสต้าเรียกเธออย่างนั้น

หลังจากนั้น เธอไม่บ่นด้วยซ้ำเมื่อคาลิสต้าบอกว่าถึงเวลานอนแล้ว คงจะเหนื่อยจากกรพยายามทึ้งหนังหัวคอร์โว่และปีนตึกสี่ชั้น คอร์โว่จูบราตรีสวัสดิ์เธอบนหน้าผาก คาลิสต้าอวยพรขอให้เธอฝันดี– เธอต้องการให้เอมิลี่ฝันดีจริง ๆ– มันใช้เวลาอยู่นานเหมือนกันกว่าเธอจะหลับ ต้องให้คาลิสต้าร้องเพลงกล่อม อ่านหนังสือนิทาน เอมิลี่จะบ่นเสมอว่าคาลิสต้าไม่ยอมอ่านเรื่องสนุก ๆ ให้เธอฟัง อย่างปลาวาฬ โจรสลัด การผจญภัย แต่คอร์โว่รู้ว่าถ้าเธอเล่าเรื่องนั้น เอมิลี่ก็จะตื่นเต้นจนไม่ยอมหลับยอมนอน เขาก็เลยนั่งอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้คาลิสต้าเล่าถึงชายหญิงตระกูลสูง โชคชะตา หน้าที่ นิทานอันเหมาะสม

สุดท้ายเธอก็ผล็อยหลับ รวดเร็วสมกับเป็นเด็ก (ในที่สุด) คอร์โว่กำลังจะลุกขึ้น มอบความส่วนตัวให้ทั้งสอง แต่คาลิสต้าหยุดเขาเสียก่อน วางมือข้างหนึ่งเอาไว้บนต้นขาของเขา

เธอต้องลดเสียงจนเบายิ่งกว่ากระซิบ ส่วนคอร์โว่ไม่มีปัญหาเรื่องนั้น

“ฉันรู้ว่าคุณมีเรื่องสำคัญอื่นต้องทำอีกมาก..” คาลิสต้าเกริ่น ชำเลืองมองเอมิลี่ไปด้วย กลัวว่าจะเผลอปลุกเด็กหญิง “เธอดีใจมากนะที่คุณมาเล่นกับเธอ ขอบคุณที่สละเวลามาให้เธอ”

คอร์โว่ทำมือตอบ ไม่เป็นไร

“เธอไว้ใจคุณมาก เธอมองคุณเป็นแบบอย่างเสมอ”

เขารู้ เขายังคงรู้สึกไม่สบายใจอยู่เสมอก็เพราะอย่างนี้นี่ล่ะ

แต่คาลิสต้าทำให้เขาชะงัก “ฉันพอจะเข้าใจอยู่ว่าทำไม”

เมื่อเห็นว่าคอร์โว่ไม่ตอบกลับ เธอจึงเข้าใจว่าเขาต้องการให้เธอขยายความ อธิบายต่อว่าทำไม สำหรับคอร์โว่ เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นเพราะเขา..เคย เป็นคนรักของเจสซามิน เป็นผู้ชายคนเดียวที่มีบทบาทในวัยเด็กของเธอ สนิทกับเธอ เอมิลี่ถึงได้เลือกเขาเป็น “คุณพ่อ” เป็นแบบอย่าง แต่บางทีคาลิสต้าอาจจะมีมุมมองอื่น

“จักพรรดินีเจสซามินเป็นผู้ปกครองที่ยุติธรรมและมีเมตตา” คาลิสต้าพูดถึงเจสซามินอย่างระมัดระวัง กลัวว่าเขาจะรู้สึกแย่เมื่อได้ยินชื่อเธอ คอร์โว่ได้รับการฝึกฝนมากมาย ปกติ เขาคงไม่แสดงปฏิกิริยา ไม่แม้แต่ที่จะขยับเขยื้อน แต่บางอย่างในวันนี้ทำให้เขารู้สึกเปราะบางกว่าปกติ ไฟในห้องมืดหมด มีแต่โคมไฟเล็ก ๆ ส่องแสง แต่มันก็มากพอที่จะให้คาลิสต้าเห็นว่าคอร์โว่เม้มริมฝีปากตนเองแน่นขึ้น

“เอมิลี่จะได้ขึ้นครองบัลลังก์ในไม่ช้า เธอต้องเข้าใจว่านั่นหมายความว่ายังไง และคุณแสดงให้เธอเห็น เธอเข้าใจแล้ว เธอมีตัวอย่าง คุณจัดการกับปัญหาได้โดยไม่ต้องนองเลือดเลยสักหยด”

ใช่ แต่เขาก็ทำเรื่องเลวร้ายอย่างอื่นมากมาย ทำให้เป้าหมายต้องพบกับโชคชะตาที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย ถึงกระนั้น ผู้คนก็ยังชื่นชมเขา แม้กระทั่งครอบครัวของผู้ตาย แพดเดิลตันส่งจดหมายมาขอบคุณ สองพี่น้องบอยล์ที่เหลืออยู่ก็ตอบแทนด้วยรูนส์ที่พวกเธอหามาได้ ทุกคนตื้นตันใจที่คนรักของตนเองยังมีชีวิตอยู่ได้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นชีวิตที่เลวร้ายก็ตาม ราวกับว่าการได้มีชีวิตอยู่มันสำคัญกว่า–

คอร์โว่หลับตาลง เขานึกถึงทุกเป้าหมายที่ตนเองเผชิญหน้า นึกถึงวันนั้น ใต้ศาลา จดหมายบนพื้น นักฆ่าในชุดแดง นึกถึงการที่เขาถูกเลือก สัญลักษณ์บนฝ่ามือที่เขาไม่เคยปกปิด นึกถึงเทพเจ้าผู้ยืนกรานว่าเขาน่าสนใจ นึกถึงโชคชะตาและทางเลือกที่อยู่ตรงหน้าเขา เลือกเอา เลือกสักทาง แต่ เจ้าช่วยชีวิตเธอไม่ได้ เจ้าช่วยชีวิตเธอไม่ได้เจ้าช่วยชีวิตเธอไม่ได้เจ้าช่วยชีวิตเธอไม่ได้เจ้าช่วยชีวิตเธอไม่ได้เจ้าช่วยชีวิตเธอไม่ได้

เขาคิดถึงเจสซามิน

เขาจะยังอยากให้เธอมีชีวิตอยู่รึเปล่า ต่อให้เธอจะต้องใช้ชีวิตอย่างทนทุกข์?

(ต่อให้เธอจะเป็นแค่เสียงจากหัวใจที่ยังเต้นตุบในมือเขา กระซิบถึงความลับและความกลัวให้เขาฟัง เสียงของหญิงสาวหลงทางไร้ความทรงจำ ถูกขังเอาไว้ในดวงใจที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกแทนสายเลือด ฟังเฟือน ลวด ด้าย เย็บมันเข้าไว้ด้วยกัน ฉันไม่มีชีวิต แต่ฉันก็ยังไม่ได้รับของขวัญจากความตาย)

เขาคิดถึงเจสซามิน

เอมิลี่นอนนิ่งอยู่บนเตียง เธอดูสงบเหลือเกินตอนหลับ คราวนี้เธอไม่ดีดดิ้น ฝันร้าย ละเมอขอความช่วยเหลือใครเลยด้วยซ้ำ เขาหวังว่าเธอจะฝันดี เอมิลี่ดูเด็กเหลือเกินภายใต้แสงของโคมไฟ เด็กเสียจนทำให้เขารู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา เธอยังเด็ก แต่เธอจะต้องเป็นจักรพรรดินี ถ้าอะไรเกิดขึ้นกับเธอ ถ้าอะไรเกิดขึ้นกับเขา-

เธอเห็นมากกว่าที่เธอบอก ท่านหญิงน้อยเอมิลี่

เขาตัดสินใจไม่ตอบ เอื้อมมือไปปิดโคมไฟ แล้วหันหลังเดินออกไปจากห้อง




Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s