[FIC] Heartlines

Title: Heartlines
Fandom: Dishonored (Video Game)
Pairings: Geoff Curnow/That Tyvian Soldier , Samuel Beechworth/His Hopeless Love, Vera Moray (Granny Rags)/The Outsider
Rating: T ละกัน
Warnings: ไม่สปอล์ยเนื้อเรื่องหลัก แต่มีพูดถึงเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยบ้างนิดหน่อย , มีการพูดถึงการเหยียดรักร่วมเพศในโลกนี้ (ซึ่ง แหวะ)
Notes: เราชอบแต่ละคำพูดของ The Heart มาก ในเกม หัวใจที่เราได้มาจะคอยกระซิบบอกความลับเกี่ยวกับแต่ละตัวละตัวละคร แต่ละสถานที่ แล้วบางอันมันน่าสนใจมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เปิดให้เห็นอีกมุมมองของตัวละครหนึ่ง ทำให้รู้สึก “เรียล” ขึ้น เราเลยเอามาแต่งซะเลย




I.
“ก่อนหน้านี้เคยมีน้องชายคนเล็ก เขาเป็นศิลปิน: อ่อนโยน อ่อนไหว
ตายไปตอนแปดขวบเพราะพิษไข้ แฮฟล็อครักเขาอย่างแท้จริง”

 

ไม่ว่าจะในยุคสมัยไหน ไม่ว่าความเจริญทางวิทยาศาสตร์หรือการแพทย์จะพัฒนามากขึ้นเท่าใด โรคระบาดก็จะยังคงอยู่ แพร่จากหนู จากนก จากอากาศ จากเหล่ากะลาสีที่เดินทางผ่านเกาะสู่เกาะ แฮฟล็อคเคยเห็นมาหมดแล้ว แม้กระทั่งชายที่แข็งแกร่งที่สุดในกองทัพ ไม่เคยพ่ายเมื่อมาถึงการฟันดาบ ไม่เคยพลั้งท่าให้กับเหล่าโจรสลัด กลับแพ้ให้โรคร้าย รวดเร็วฉับพลัน รุนแรงและทารุณ อาการป่วยนับเป็นคำเตือนแทบไม่ได้ เพราะเมื่อคุณป่วย คุณตาย  มนุษย์ทุกคนถูกสร้างมาจากวัสดุที่ต่างกัน ใครคนหนึ่งเคยกล่าวเอาไว้

แต่ทุกครั้งที่แฮฟล็อคฟันดาบเข้าร่างศัตรู เชือดผิวหนังเป็นแผลเส้นขวางเนียบกริบคม แทงทะลุกระดูกด้วยการกระแทกมือลงบนด้ามจับ– มนุษย์ทุกคนหลั่งเลือดเป็นสีเดียวกัน ภายในร่างก็เป็นสีแดงช้ำเปียกชื้น (ว่ากันว่า โอเวอร์เซียร์สามารถอ่านสัญลักษณ์จากเครื่องใน) กระดูกสีขาว (เช่นเดียวกับของปลาวาฬ ถูกสลักเป็นเครื่องรางนำโชค–) ทางกาย ภายใน เราทุกคนถูกสร้างมาเช่นเดียวกัน แต่ทางจิตใจ? จากที่เขารู้ ไม่เท่าไหร่ ทางวิญญาณ? แฮฟล็อคไม่เคยอวดอ้างว่าตนเองเป็นชายมากความศรัทธา หรือมากความรู้ด้านการแพทย์

ไม่ว่าจะในด้านไหน ตั้งแต่จำความได้ น้องชายของเขาก็ถูกสร้างจากวัสดุที่เปราะบางกว่าผู้อื่นเสมอ ไม่เหมือนแฮฟล็อค เขาตัวโตกว่าน้อง ตัวโตกว่าเด็กวัยเดียวกัน สูงกว่า แข็งแรงกว่า แม้กระทั่งตอนพูดก็ดูจะเสียงดังกว่าทุกคนเสมอ เข่าของเขาปุปะ เต็มไปด้วยรอยแผลรอยถลอก แต่ทุกครั้งที่เขาล้ม เขาลุกขึ้นต่อทันทีโดยไม่ร้องไห้ หัวของเขาแตกจนต้องเย็บเสียหลายเข็มในตอนเด็ก ซนเกินกว่าจะควบคุมตัวเอง แข็งแรงเกินวัยจนทำอะไรไม่ระมัดระวัง แต่ไม่ว่าจะยังไง เขาก็กลับมาแข็งแรงเหมือนใหม่เสียทุกครั้งที่บาดเจ็บ

น้องชายของเขาถูกสร้างจากวัสดุที่บอบบางกว่า ถ้าแฮฟล็อกเป็นก้อนหิน ก้อนอิฐ หรือเหล็กกล้าที่ใช้ก่อสร้างดันวอล์ น้องชายของแฮฟล็อกก็เป็นผ้าไหม กำมะหยี่ สารพัดความงามที่ใช้ตกแต่งคฤหาสน์บอล์ย เมื่อเขาร้าว เขาแตกสลาย ประกอบกลับไม่ได้ เย็บไม่ได้ ใช้ผ้าพันแผลพันให้กลับมาเหมือนใหม่ไม่ได้ เขาไม่ได้อ่อนแอ แถมยังมีจินตนาการและวิสัยทัศน์ที่สดใสกว้างไกลเกินวัยตนเอง แต่เขาไม่เคยยกอะไรหนักไปกว่าพู่กันกับจานสี เขาไม่ได้อ่อนแอ จิตใจนักสู้ของเขาแข็งแกร่งกว่าแฮฟล็อกหลายเท่า แต่เขาเป็นนักวาด ไม่ใช่นักสู้

การเฝ้ามองคนป่วยตายเป็นอะไรที่เศร้า เศร้า เศร้า ผู้ป่วยตายอย่างช้า ๆ ทรมาน ยึดติดอยู่กับความหวังที่ว่าอาการของพวกเขาอาจจะดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ลิ้มรสความตายอยู่ตลอดเวลา ความจำของแฮฟล็อกนั้นเลือนลาง มันผ่านมานานมากและเขาก็เริ่มแก่ตัว จิตใจจำเป็นต้องลืมความทรงจำที่เจ็บปวด ก่อนที่ร่างกายจะรับมันเอาไว้ไม่ไหว แต่เขาจำได้– เขาจำได้ถึงลมหายใจอันติดขัด ร้อนผ่าวจนทิ้งฝ้าไว้กลางอากาศ จำได้ถึงอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจ จำได้ถึงเสียงไอแสบคอ สำลักอาเจียน จำได้ว่าน้องพยายามยิ้ม บ่นว่าตัวเองเบื่อเหลือเกินที่ต้องอยู่ในเตียงทุกวัน แต่กลับลุกไม่ขึ้น ขยับไม่ได้

(แฮฟล็อกเอากระดาษกับดินสอมาให้เขาวาดรูป แต่มือของเขาสั่นไม่หยุด– ตลอดเวลา)

แฮฟล็อกยังเก็บภาพวาดของน้องชายเอาไว้อยู่ ภาพเรือ เขาบอกน้องตั้งแต่เด็กว่าอยากจะเป็นทหารเรือ เป็นพลเรือเอก กัปตันเรือต่อสู้กับทุกภัยร้ายจากท้องทะเล โจรสลัด แม่มด ทุกสิ่งมีชีวิตใต้มหาสมุทรลึกเกินหยั่ง– น้องชายก็เลยวาดภาพเรือให้เขา เขายังจำได้ว่าตัวเองในตอนเด็กดีใจมาก คิดว่ามัน “เท่” ที่สุดในโลก “เมื่อฉันได้เป็นกัปตัน” เขาอวด มั่นใจจนใช้คำว่าเมื่อ แทน ถ้า “ฉันจะได้เรือแบบนี้แหละ!”

เขาไม่ได้เรืออย่างในภาพ เพราะมันเป็นภาพวาดของเด็ก อ้างอิงจากจินตนาการและเรื่องเล่าก่อนนอน ซึ่งนั่นแปลว่ามันบิดเบี้ยว ไม่ตรงกับความเป็นจริงเลยแม้แต่น้อย ไม่สมประกอบ ไม่สมดุล เสาใบเรือมีขนาดผิดเพี้ยน ดาดฟ้าเหลือคับแคบ และไม่มีหางเสือ ถ้าเรือเช่นนี้มีอยู่จริง มันคงแล่นไปได้ไม่นานนักก่อนที่จะถูกฉุดลงก้นสมุทร ถึงกระนั้น ในสายตาแฮฟล็อก มันก็ยังเป็นภาพวาดที่สวยที่สุดอยู่ดี ยิ่งกว่าภาพวาดของโซโคลอฟ

ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ แฮฟล็อกคิด เขาคงจะได้เป็นศิลปินที่เก่งกาจกว่าโซโคลอฟหลายร้อยเท่า

ถ้าเขายังมีชีวิต แฮฟล็อกรำพัน เขาก็คงจะติดโรคระบาดหนูแล้วก็ตายอยู่ดี มนุษย์บางคนถูกสร้างด้วยวัสดุที่เปราะบางกว่าคนทั่วไป มนุษย์บางคนไม่ได้ถูกสร้างขึ้นให้อาศัยอยู่ในโลกใบนี้




II.
“รักแรกของเขาคือทหารจากทีเวีย เขาฆ่าเพื่อเก็บมันความเป็นลับ”

 

คนจากเกาะทางเหนือมีผิวละเอียดอ่อนเหมือนหิมะ และมีผมสีทองเหมือน– เอ่อ– ทอง? เขาคงจะใช้คำเปรียบเทียบกับดวงอาทิตย์ หรือผ้าไหม แต่ เจฟ เคอร์นาว เป็นทหารขึ้นชื่อในเรื่องความเป็นผู้นำ ความแม่นปืนราวจับวาง ไม่ใช่ความสามารถด้านการใช้คำพูดหรือคำอุปมาเปรียบเปรย ถ้อยคำหวานที่ผู้คนใช้เขียนจดหมายหากัน เกี้ยวหญิงที่ตกหลุมรัก จังหวะที่คู่รักเต้นรำร่วมกัน หญิงสาวทุกคนแต่งตัวงดงมราวเจ้าสาวแพนดิสเซีย ศิลปะ ภาพวาดน้ำมัน ศิลปะ ดอกไม้จัดในแจกัน ผูกด้วยริบบิ้น ประดับลูกไม้

เขาไม่เคยเก่งกาจในเรื่องแบบนั้น แต่ใครจะโทษเขาได้? เขาไม่เคยมีหญิงสาวในดวงใจ ลูกน้องเคารพเคอร์นาวก็ด้วยเหตุผลนี้ มอบตนเองให้กับหน้าที่ รับใช้ประเทศชาติ ไม่มีภรรยารออยู่ที่บ้าน ไม่มีลูกสาว ไม่มีครอบครัวหลงเหลือ มีแค่หลานสาวแสนสวยผู้ฉลาดเกินกว่าที่ทุกคนดูถูก หลานสาวผู้ต้องการให้เขามีความสาว หลานสาวผู้รู้ดีว่าเขาไม่เก่งกาจในเรื่องพวกนี้ เพราะเขาไม่มีความจำเป็นจะต้องเกี้ยวสาวมาก่อน

ไม่เคยชอบหญิงสาวมาก่อน

ทหารทีเวียมิผิวละเอียดอ่อนเหมือนหิมะ ผมสีทอง และหล่อเหลาเสียจนมันไม่ยุติธรรม ลักยิ้ม เสียงหัวเราะทุ้มต่ำ พวกเขารู้วิธีต่อสู้ (มองหาจุดอ่อนของศัตรูด้วยแววตาคมกริบดุดเหยี่ยว เน้นความรวดเร็วและแม่นยำมากกว่าความแข็งแรงหรือความกล้าหาญ) ดีเยี่ยม พอ ๆ กับวิธีวางตัว (ยังสามารถดูดีได้ถึงแม้ว่าจะไม่สนอกสนใจความคิดเห็นของผู้อื่น โดยเฉพาะคนจากเกาะทางใต้อย่างเคอร์นาว หรือบางที พวกเขาอาจจะดูดีนักในสายตาของเคอร์นาวเพราะความไม่สนใจผู้อื่นนั่นก็ได้) เคอร์นาวเลือกที่จะเหมารวม เลือกที่จะอธิบายว่านี่คือเอกลักษณ์ของทั้งกองทัพ และไม่ใช่แค่ทหารหนุ่มคนเดียว ไม่ใช่คนคนเดียว เพราะว่านั่น..

นั่นไม่ปกติ นั่นไม่เหมาะสม นั่นผิด และถ้ามีสิ่งไหนเลวร้ายกว่าการรักผู้ชายด้วยกัน นั่นคือการเป็นรักทหารชายด้วยกัน ถ้าหากกองทัพรู้ ถ้าหากเบื้องบนรู้– เคอร์นาวไม่อยากจะคิดเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ ถึงแม้ว่าเขาจะขาดความรู้ในเรื่องผู้หญิง ไม่รู้ขนบธรรมเนียมการสู่ขอ ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะชนะใจสาว แต่เขารู้ เขารู้ว่าผู้ชายสองคนไม่ควรปฏิบัติแบบไหน (ตอนแรกเขาไม่รู้หรอก แต่การโดนลงโทษหลายต่อหลายครั้งเป็นบทเรียนชั้นดี) เขารู้ว่าสายตาแบบไหนที่ผู้ชายทั่วไปเขาไม่มอบให้กัน รู้รหัสลับ รู้คำพูด รู้ท่าทาง

เขารู้ว่าตัวเองไม่ควรจะมาทำอะไรแบบนี้ แต่วิธีที่อีกฝ่ายพูด– รอยยิ้มของเขา– ทำให้เคอร์นาวหลงเชื่อไปว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้อง นี่คือสิ่งที่เหมาะสมและดีเลิศที่สุดแล้ว เขาไม่คาดหวังอะไรมากหรอก รู้ว่าไม่มีอนาคตอันแสนสวยงามหรือตอนจบอันเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขหลงเหลืออยู่ ต่างจากคนอื่น เคอร์นาวตกหลุมรักเหมือนคนตกเหว รวดเร็วและจบไม่สวย ในช่วงเวลาก่อนที่เขาจะกระแทกลงบนพื้น มันสวยงาม ร่างอุ่น ๆ แนบกายท่ามกลางอากาศหนาว รสจูบลึกซึ้งเหมือนไวน์แดงของทีเวีย มือที่รู้จักวิธีชักดาบพอ ๆ กับวิธีปรนเปรอผู้ชาย

และบทสนทนา– นั่นเป็นสิ่งที่เคอร์นาวคิดถึงมากที่สุด สิ่งที่เขาหาจากคนอื่นไม่ได้ ความแตกต่างทางวัฒนธรรมเทียบอะไรไม่ได้กับความกลัวที่ทั้งคู่มีร่วมกัน ประสบการณ์อันแตกต่างแต่กลับคล้ายคลึงอย่างไม่น่าเชื่อ การทำความรู้จัก แบ่งปันความฝัน ความหวัง เสียงหัวเราะนั่น เคอร์นาวจำไม่ได้แล้วว่าตนเองเคยมีความสุขจากการคุยกับคนอื่นแบบนั้นอีกหรือเปล่า ในบทสนทนาที่มีมากกว่าการเมือง การสู้รบ สงคราม โรคระบาด หรือการติดสินบนทุจริตในดันวอล์ เขาจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองเคยเจอใครที่คุยกันถูกคอขนาดนี้อีกรึเปล่า

เขาว่ากันว่า ผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยกันสมควรตาย

ดีนี่ เพราะเคอร์นาวคิดว่าพวกปากมากสมควรตาย เขาไม่ได้ลังเลตอนชักปืน และเมื่อชักไก กระสุนของเขาก็ไม่ได้พลาดเป้า เขารู้สึกว่างเปล่าอย่างน่าประหลาดเมื่อร่างของทหารตรงหน้าร่วงลงพื้น คำขู่ที่ว่าจะเอาเรื่องของเขากับคนรักไปแจ้งเบื้องบนหายไป กลายเป็นเสียงสำลักเลือด สบถสาบาน ก่อนจะกลายเป็นเสียงครวญครางทรมาน– ปืนลั่นไกอีกครั้ง– แล้วเสียงนั่นก็หายไปโดยสมบูรณ์ เขาไม่ได้อับอาย หรือ บางที เขาอาจจะ แต่ไม่ใช่ในตัวคนรัก แค่ในตัวเขาเท่านั้น และเรื่องบางเรื่องก็สมควรเป็นความลับตลอดไป

เขาซ่อนศพแล้วเดินทางกลับกริสตอล ไม่หันหลังกลับ และถ้าหัวใจของเขาแตกสลาย เขาก็ไม่ได้บอกใคร




III.
“แซมูเอล บีชเวิร์ธ ออกทะเลเพื่อลืมรักที่ไม่สมหวัง เขาทำสำเร็จ”

แซมูเอลไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่ามีสิ่งเลวร้ายมากมายใต้มหาสมุทร หากอสูรกายตนไหนต้องการกลืนกินเขาทั้งตัว ทั้งเรือ มันก็สามารถทำได้ในพริบตาโดยที่แซมูเอลไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย ได้ยินคำเตือนเป็นแค่เสียงคลื่นและละอองน้ำ แต่ทะเลคืนนี้เงียบสงบ สวยงาม ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว สะท้อนลงบนผิวน้ำเหมือนหิ่งห้อย ในคืนที่สุขสงบเช่นนี้ คลื่นแทบไม่ขยับ ลมแทบไม่พัด มันยากที่จะรู้สึกเศร้าหรือรู้สึกกลัว

เขาดื่มด่ำกับความเงียบ และถ้าดวงจันทร์ทำให้เขานึกถึงผู้หญิงคนหนึ่ง เขาก็ลืมใบหน้าของเธอไปแล้ว บางครั้ง แสงสีในเมือง งานสังสรรค์ของผู้ดีตระกูลสูง มักจะทำให้คนเราลืมถึงสิ่งสำคัญในชีวิต ลืมว่าช่วงเวลาอันเรียบง่ายเช่นนี้หายากแค่ไหน งดงามแค่ไหน ชุดราตรีของพวกท่านหญิงบอยล์นั้นอาจจะหรูหรา แต่แซมูเอลขอเลือกกลิ่นเกลือในสายลมริมทะเลดีกว่า เขาเริ่มแก่ตัวลงทุกที เขากำลังแก่ และน่าเบื่อ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย อย่างไรเสีย เขาก็ไม่ต้องการอะไรมากจากชีวิต

แซมูลเอลจำเธอไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความทรงจำที่เริ่มฝ้าฟาง หรือเพราะเขาจงใจดื่มเสียจนตนเองลืมในสมัยหนุ่ม ออกเรือตามหาทุกอย่างที่จะชะล้างเธอไปจากใจเหมือนคลื่นยักษ์ซัดเข้าเรือยามเหล่าฝูงวาฬพลิกตัว แต่เธอคงสวย แซมูเอลอาจจะแก่ แต่เขาก็เคยเป็นเด็กหนุ่มกลวง ๆ ที่ตกหลุมรักใบหน้าหวาน ๆ หรือถ้อยคำอันไพเราะ เช่นเดียวกับเด็กหนุ่มทุกคน เขาเลือกผู้หญิงที่ใกล้เกินเอื้อม คนที่สูงส่งกว่าตัวเอง เพราะเขายังหนุ่มและเชื่อว่าตัวเองมีดีมากกว่าที่เป็น มีศักยภาพซ่อนเร้น มีพรสวรรค์ เชื่อว่าเขาเป็นได้มากกว่านี้ เชื่อว่าเขามีพรหมลิขิต โชคชะตา ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่และเส้นทางความรักที่เกรียงไกร

แต่ตอนนี้แซมูเอลแก่แล้ว และเขารู้ว่าตัวเองเป็นแค่ชายแก่พายเรือ เขารู้จักเส้นทางตามแม่น้ำเรนฮาเวนดีเหมือนมีแผนที่สลักบนหลังมือ เขามีรอยแผลเป็นเต็มตัว จากแม่น้ำบ้าง จากสัตว์ประหลาดไร้ชื่อใต้ทะเลในยามหนุ่มบ้าง แต่เขาก็ยังเป็นแค่ชายแก่พายเรืออยู่ดี เขาพายเรือให้กับชายหนุ่มผู้น่าเคารพ และมีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของทั้งแผ่นดิน แซมูเอล? เขาทำเช่นนั้นไม่ได้ แบกรับน้ำหนักของประวัติศาสตร์เอาไว้บนสองบ่าไม่ได้ เขาแก่เกินไป แต่เขาพายเรือได้ เขาจึงพายเรือพาคอร์โว่ไปยังทุกเป้าหมาย ทุกสถานที่ที่ทุกสิ่งจะถูกเปลี่ยนแปลง แค่นั่นก็พอ เขาเป็นชายง่าย ๆ กับความสามารถง่าย ๆ

สิ่งเหล่านี้คงไม่น่าประทับใจในสายตาของหญิงตระกูลสูง ไม่ใช่เพราะว่าเธอโลภมากและต้องการแต่สิ่งที่จับต้องได้ แต่เพราะเธอมีตัวเลือกมากมาย แซมูเอลภาคภูมิใจที่เขาเป็นคนดี และทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่ชายคนอื่นที่หลงรักเธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขา ทุกคนต่างก็เป็นชายหนุ่มน่าเคารพศรัทธา เต็มไปด้วยศักดิ์ศรี คนดี มีความเชื่อและความยึดมั่นแตกต่างกันไป แซมูเอลอาจจะเป็นคนดี แต่มีคนอื่นที่เป็นคนดีเช่นกัน แถมยังมีสายเลือดผู้ดีให้เธอสืบทอด ให้เธออวดต่อใคร ๆ มีคนอื่นอีกที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าแซมูเอล แต่พวกเขามีฐานะ มีทรัพย์สินร่ำรวยมหาศาลตามมาด้วย เธอมีตัวเลือก แซมูเอลไม่เคยโทษเธอที่เลือกคนอื่น

มันเจ็บปวดรึเปล่า? แน่นอนว่ามันเจ็บ หัวใจที่แตกสลายของชายหนุ่ม กับความทะนงตนที่ถูกทำลายไม่เหลือซาก แต่เขาจะทำยังไงได้? ในอดีต แซมูเอลเจ็บจนทำอะไรไม่ถูก เจ็บจนไม่รู้จะทำเช่นไร แต่ในตอนนี้ เขาขอบคุณเธอ เขาเคยอวดดีเสียเหลือเกิน ในอดีต เธอทำให้เขารู้ว่าเส้นทางของตนเองอยู่ตรงไหน ไม่ใช่ในคฤหาสน์หรู เคียงข้างภรรยาแสนสวย แต่เป็นแม่น้ำที่น้อยคนรู้จัก ปฏิบัติหน้าที่ที่อาจจะไม่สวยหรู แต่ก็สำคัญพอ ๆ กับงานอื่น มันไม่ใช่งานที่ทุกคนจะเลือก แต่ใครสักคนต้องทำ แซมูเอลไม่ถือสาหากมันจะเป็นเขา

คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง สวยจนทำให้เขานึกถึงเธอ แต่ ครั้งแรกในหลายรอบปี ความทรงจำนี้ไม่ทำให้เขาเจ็บปวดอีกต่อไป เขาหวังว่าเธอจะอยู่ดี หากยังอยู่ หวังว่าเธอจะมีความสุข เพราะทุกคนสมควรได้รับมัน ส่วนเขา? เขามีความสุขดี เขาอาจจะอยู่คนเดียวตอนนี้ บนเรือท่ามกลางมหาสมุทรลึกไร้ก้นบึ้ง แต่เขาไม่ได้ไร้เพื่อน คลื่นกำลังสงบนิ่ง และถ้าแซมูเอลจำไม่ผิด ในกระติกยังมีชาเหลืออยู่ ตอนนี้ เขาต้องการเพียงแค่นั้น




IV.
“เธอฝันถึงอิสรภาพ ถึงดาดฟ้าเรือล่าวาฬ ไล่ตามอสูรกายแห่งมหาสมุทร!
แต่ อนิจจา เธอเป็นผู้หญิง”

ช่างเป็นผู้หญิงที่โชคดีอะไรเช่นนี้! ทุกคนบอก เธอได้รับการศึกษา เธอมีลุงเป็นทหารผู้ได้รับการเคารพ คนดี มีศักดิ์ศรี รอคอยวันที่จะได้พิสูจน์ตน ช่างเป็นผู้หญิงที่โชคดีอะไรเช่นนี้! เธอมีหลังคาเหนือหัว มีที่ซุกหัวนอน มีเสื้อผ้าสวมใส่ และเธอไม่ได้ติดโรคระบาด ช่างเป็นผู้หญิงที่โชคดีอะไรเช่นนี้! เธอไม่จำเป็นต้องขายร่างกายในโกลเด้นแคท หรือไปเป็นสาวใช้ให้ขุนนางตระกูลสูงที่ไหน ทำความสะอาดตอนเช้า ปูเตียงตอนกลางคืน ช่างเป็นผู้หญิงที่โชคดีอะไรเช่นนี้! เธอยังมีชีวิตอยู่ หายใจ ร่างกายครบสามสิบสอง

เพราะคาลิสต้าเป็นผู้หญิง เธอสมควรได้รับสิ่งที่เลวร้ายที่สุด แต่เนื่องจากเธอรอดมาได้ เรียนรู้วิธีป้องกันตัว ต่อสู้ในแบบของตัวเอง เพราะว่าเธอไม่เจอกับสิ่งที่ผู้หญิงคนอื่นไม่สมควรเจอ– เธอโชคดี

ไม่ใช่ว่าเธอไม่ซาบซึ้งบุญคุณผู้อื่นนะ แน่นอนว่าเธอซาบซึ้ง ในตระกูลเคอร์นาว มีแค่คาลิสต้ากับลุงของเธอเท่านั้นที่เหลืออยู่ และเขาดูแลเธออย่างดีเท่าที่เขาทำได้ เธอซาบซึ้งในเรื่องนั้นเสมอ แต่เธอรู้ว่าเธอสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้ เธอ และผู้หญิงทุกคน ลิเดียไม่สมควรถูกวอลเลซรังควาญ ถ้าไม่มีเธอคอยเช็ดกวาดปัดถู ใครคนอื่นจะทำ? เธอภาคภูมิใจในสิ่งที่เธอทำ แม้กระทั่งเซซิเลีย เงียบ แฝงตัวไปกับพื้นหลังเหมือนว่าเธอล่องหนได้ ไม่เคยอยู่ในแสงไฟ แม้แต่เธอก็สมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้ ใครสนใจกันว่าเธอถอนสายบัวไม่เป็น? พวกเธออาจจะไม่ได้ปฏิบัติภารกิจสำคัญอย่างคอร์โว่ แต่พวกเธอก็ช่วยเหลือเขาในทุกทางที่ทำได้

เอมิลี่.. เอมิลี่ เธอสมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด เด็กน้อยผู้น่าสงสาร เธอผ่านอะไรมาเยอะเหลือเกิน คาลิสต้าทำได้แค่ปลอบใจเธอ หวีผมเธอ ช่างเป็นเด็กผู้หญิงที่โชคดีอะไรเช่นนี้! หลายคนคงพูด เธอเป็นลูกสาวจักพรรดินี เธอกำลังจะได้ขึ้นครองราช– คาลิสต้าคงจะสาปแช่งพวกมันทุกคน เธอเป็นแค่เด็ก เธอไม่ได้โชคดีเลยแม้แต่น้อย เธอสมควรได้เล่นกับตุ๊กตา ฟังนิทานก่อนนอน เล่นเป็นโจรสลัดหรือวาดภาพฝันตามที่เธอต้องการ เธอไม่ควรจะมาปกครองแผ่นดิน คาลิสต้ารู้ บทเรียนของเธอน่าเบื่อ แต่มันเป็นวิธีเดียวที่จะเตรียมพร้อมเธอ เธอยังเด็กเหลือเกิน แต่กลับมีความรับผิดชอบมากมายมหาศาล คาลิสต้าคงจะช่วยเธอแบก ถ้าเธอเลือกได้

แต่เธอเลือกไม่ได้ เอมิลี่เลือกไม่ได้ ถ้าได้ล่ะ? ถ้าพวกเธอทุกคนเลือกได้.. เอมิลี่จะเลือกเป็นจักพรรดินีรึเปล่า? ลิเดียจะยังเป็นสาวใช้อยู่ไหม? เซซิเลียล่ะ ถ้าเธอมีความกล้าอย่างที่เธอต้องการ เธอจะเลือกสวมบทบาทอื่นนอกจากเงาของผับฮาวด์พิทรึเปล่า? คาลิสต้ารู้ว่าเธอจะเลือกอะไร เธอฝันถึงมันมาตลอด มหาสมุทรกว้างไกลสุดหูลูกตา หมู่เกาะที่เธอได้แต่อ่านถึงแต่ไม่เคยสัมผัส ออกเดินทาง เผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่ขวางทางระหว่างเธอกับอิสรภาพ ได้เห็นวาฬตัวเป็น ๆ ร้องเพลง ได้เห็นพระอาทิตย์ตกจากบนดาดฟ้าเรือ

ลุงของคาลิสต้าเล่าให้เธอฟังเสมอ ถึงการเดินทางของเขา สู่ทีเวีย สู่ทุกหมู่เกาะเพื่อเดินทางหาความช่วยเหลือโรคระบาดในกริสตอล เขาเล่าถึงเรือ ถึงเหล่าวาฬ เขาเอาของฝากมาให้เธอสารพัด ไวน์ชั้นเลิศจากทีเวีย แอปเปิ้ลจากมอร์ลี่ย์ หรือไส้กรอกเลือดจากเซอร์โคนอส เขาเล่าให้เธอฟังว่าชาวทีเวียภาคภูมิใจในวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ประเพณี ของตนเอง หยิ่งทะนงไม่สนใจชาวใต้ เขาเล่าให้เธอฟังว่าเซอร์โคนอสขึ้นชื่อเรื่องการเต้นรำ อาหารรสเผ็ด และบทเพลงแสนไพเราะ มอร์ลี่ย์เต็มไปด้วยศิลปิน นักกวี นักปรัชญา แม้กระทั่งชาวบ้านทั่วไปก็มีจินตนาการสวยงามไม่ต่างจากคนชั้นสูง หากไม่สดใสกว่า

คาลิสต้าพยายามนึกภาพทั้งคู่สลับกัน เธอ ทหาร รับใช้ประเทศชาติ เขา ครูสอนหนังสือให้กับเด็กหญิงเอมิลี่ ว่าที่จักพรรดินี– เธอนึกภาพไม่ออก สังคมขีดเส้นมาแล้วว่าชายควรปฏิบัติเช่นไหน หญิงควรวางตัวเช่นไร และเธอทำตามมันได้ เธอทำตามมันมาตลอด แต่การนึกถึงความเป็นไปได้ ว่าในอีกโลกหนึ่ง เธอสามารถทำอะไรได้ เป็นอะไรได้ ว่าในอีกโลกหนึ่ง เธอเป็นมากกว่านี้ อิสระกว่านี้

คาลิสต้าไม่ได้อยากเป็นเหมือนคุณลุง เธอแค่อยากได้รับโอกาสเหมือนเขาบ้างก็เท่านั้นเอง




 

V.
“ในความคิด ร่างของเธอประดิบประดอยไปด้วยกำมะหยี่สุดหรู
บริสุทธิ์และยังสาว กำลังออกเดินทางสู่ยามเย็นแห่งความรัก”

 

เขาเอาดวงตาของเธอไป แต่เธอไม่เคยโกรธเขา ตอนนี้ เธอเห็นแต่ความมืดมิด สีดำสนิทเหมือนกับดวงตาของหนุ่มน้อยที่รัก พ่อหนุ่มตาดำรูปหล่อของเธอ เธอไม่คิดถึงแสงสว่าง ไม่คิดถึงสีสันสวยหรูสดใส เธอรู้สึกใกล้ชิดกับเขายิ่งกว่าเดิมเมื่อสูญเสียดวงตาไป แนบชิดกับความว่างเปล่าที่เติมเต็มหัวใจเธอ ความว่างเปล่าที่เป็นเขา บอด มืดมิด ดำสนิท อันตรายเพียงแค่มากพอที่จะน่าหลงใหล

“ถ้าเธอเจอพ่อหนุ่มตาดำรูปหล่อ บอกเขาด้วยนะว่าคุณย่ากำลังทำหน้าที่ของเธออยู่” เวร่าพูด เพราะเธอไม่ใช่เวร่าอีกแล้ว แค่คุณย่ายาจก แต่เธอไม่โศกเศร้าแม้แต่น้อย “คุณย่ากำลังทำหน้าที่ของเธอ”

เธอไม่ใช่เวร่าอีกต่อไป ดวงตาของเธอไม่ใช่อย่างที่เคยเป็น เธอไม่มีหนุ่ม ๆ มาห้อมล้อมอีกแล้ว ใครจะเชื่อว่าสมัยก่อนจักพรรดิหนุ่มเคยจูบฝ่ามือเธอ และขอเธอแต่งงาน? เธอไม่ใช่เวร่า ตอนนี้ เธอดียิ่งกว่าเก่า ดีกว่าที่เคยเป็น ดีกว่าที่เวร่าสามารถจะเป็นได้หลายร้อยเท่า มือของเธอ ตีตราด้วยสัญลักษณ์ของเขา พลังของเธอ หลั่งไหลออกมาจากมิติไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด มืดทะมึนเช่นเดียวกับดวงตาของเขาและเธอ เธอเป็นอมตะ จะได้อยู่บนโลกนี้กับเขาจนกระทั่งทุกหมู่เกาะถูกดูดลงใต้มหาสมุทร เธอมีพลังเกินกว่าที่ใคร ๆ จะจินตนาการถึง ทั้งหมด เพียงเพื่อหนุ่มน้อยของเธอเท่านั้น โอ้ เขาบอกว่าเขาเบื่อเธอแล้ว แต่นั่นไม่จริงหรอก?

เธอน่าสนใจ เขาบอกเธออย่างนั้น ตอนที่ทั้งคู่เต้นรำกันในสถานที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้นและสิ้นสุด เขาหล่อเหลา สัมผัสของเขาไม่เหมือนกับของมนุษย์เลยแม้แต่น้อย ล่องลอยอยู่กลางอากาศ โอบเธออยู่รอบเอว ไม่มีบทเพลง ไม่มีบทสนทนา แต่เธอจะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ช่วงเวลานั้นกลับมาอีกครั้ง เพื่อให้เขายอมเต้นกับเธออีกครั้งหนึ่ง และเธอทำอยู่ โอ้ เธอทำอยู่ เธอจะกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง เธอจะกรีดเนื้อของชายทุกคนออก เอากระดูกของพวกมันมาสลักเป็นเครื่องราง เพื่อเขา เพื่อนกน้อยของเธอ เธอจะกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง

“ท่านแม่ล่ะก็ เลิกยุ่งกับผมหนูได้แล้ว” เธอพูด ให้ไม่มีใครกับทุกคนฟังพร้อม ๆ กัน “ผมของหนูจะต้องสมบูรณ์แบบ เขาต้องมาร่วมงานแน่ ๆ!” เขาต้องมาอยู่แล้ว เฝ้ามองเธอตลอด เห็นตลอดกาลและชั่วนิรันดร์อยู่เสมอด้วยดวงตาคู่นั้น เธอไม่เห็นทัศนียภาพเดียวกับเขา แต่อย่างน้อย เธอก็พยายาม สักวันหนึ่ง เธอจะเห็น

เธอไม่คิดถึงสามี แต่ในบางครั้ง เธอก็รู้สึกเหมือนเขายังอยู่ กับเหล่านกน้อยของเธอ กับของขวัญวันเกิดที่เธอทำขึ้นจากมือ (มีดของเธอต้องคมกริบตอนที่กรีดเนื้อเขาออก) เธอรักเขา แน่นอนอยู่แล้ว เธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักมากพอที่จะมอบให้ผู้อื่น แต่ความจงรักภักดีของเธออุทิศต่อคนคนเดียว เธอไม่ใช่คนแรก ไม่ต้องแปลกใจเลย หนุ่มน้อยของเธอกำลังสนอกสนใจเป้าหมายใหม่ของเขา.. แต่ไม่มีใครเหมือนเธอ บางทีสามีของเธออาจจะยังมีชีวิตอยู่ ใครจะรู้? (เธอไม่มีดวงตาแล้วก็จริง แต่มันไม่ยากเลยที่จะสลักกระดูกของเขา)

เขาต้องรู้ ใช่ไหม? เขารู้ทุกอย่าง เห็นทุกอย่าง ต่างจากคุณย่า ฮ่า ตลกร้ายเสียจริง แต่เขาคิดผิดแล้ว เธอเห็นแต่สิ่งที่สำคัญ เธอเห็นความว่างเปล่าจากอีกมิติ เห็นเขา เธอยังรู้สึกได้ถึงตราสัญลักษณ์บนฝ่ามือ รู้สึกได้ถึงเงาของเขา สะท้อนลงปกคลุมดันวอล์ เขาต้องรู้ หนึ่งในตลอดกาลที่เขาเห็นจะต้องมีคุณย่าอยู่ด้วย เธอมั่นใจ เธอจะทำทุกอย่างให้เธอเป็นมากกว่าเวร่า ทุกอย่างที่เธอเห็นในเพนดิสเซีย ความตายและไสยศาสตร์ เธอจะทำทุกอย่างให้ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งกับเขา เธอจะได้เห็นบ้าง เขาจะได้เข้าใจว่าเธอน่าสนใจแค่ไหน

จากนั้นทั้งคู่ก็จะเต้นรำ โอ้ ที่รัก คุณย่าจะเต้นรำกับหนุ่มน้อยของเธอไปชั่วนิรันดร์ เธอจะมีเวลาอีกมากมายมหาศาลให้ทั้งคู่ได้เต้น เธอจะไม่เปิดเพลง ไม่มีเพลงไหนเหมาะสม คู่ควร แต่คุณย่าจะบอกหนุ่มน้อยของเธอว่า คุณย่ากำลังทำหน้าที่ของตนเองอยู่นะ บูชาเขา สังเวยให้ชื่อของเขา เหล่าวาฬอาจจะร้องเพลง นั่นคงเป็นเพลงเดียวที่คู่ควรกับช่วงเวลานั้น โอ้ ที่รัก คุณย่ารักพ่อหนุ่มตาดำของเธอสุดหัวใจ





VI.
“เธอยึดติดกับสิ่งของจากวัยเด็ก แต่พวกมันปลอบโยนเธอได้แค่ชั่วครู่”

 

ลิเดียเอาบิสกิตหวาน ๆ กับนมวัวอุ่น ๆ มาให้เธอทุกคืน ลิเดียยุ่งอยู่กับงานมากพออยู่แล้ว ต้องรับใช้ผู้อื่น ทำความสะอาด ดูแลผับ แต่เธอก็ยังสละเวลามาให้เอมิลี่ ด้วยรอยยิ้มอันแสนเศร้าบนใบหน้า เอมิลี่ยิ้มให้เธอ กล่าวขอบคุณ จากนั้นก็ทานทุกอย่างให้หมดเกลี้ยง นมสักหยดไม่เหลืออยู่ในแก้ว เธอรู้จักวิธีทานอาหารอย่างสุภาพ มีคนสอนกิริยาบนโต๊ะอาหารให้เอมิลี่ตั้งแต่เด็ก แต่เธอมักจะไม่ทำตามเพื่อเป็นการแกล้งคาลิสต้ากับคอร์โว่ ลิเดียเป็นคนเดียวที่ทำให้เธอยอมทานอาหารอย่างเรียบร้อย มันจะช่วยให้ท่านหลับสบาย ลิเดียบอก แต่เธอก็ยังฝันร้ายอยู่ดี ทำไมตาของเขาเป็นสีดำ? มันมืดสนิท และเธอมองหาแม่ไม่เจอ..

ตอนเด็ก ๆ สาวใช้ก็จะเอาบิสกิตกับนมวัวมาให้เธอทานเป็นของเล่น ต่อหน้าผู้อื่น เธอจะทานอาหารอย่างเรียบร้อย ไม่พูดไม่จา แต่ถ้าอยู่กับแม่แค่สองคน หรือมีคอร์โว่อยู่ด้วย เธอจะหัวเราะ เธอจะกินไปพูดไป เธอจะจิ้มบิสกิตลงไปในแก้วนม แล้วแม่ก็จะหัวเราะใหญ่ถ้าเธอทำมันตกลงไปในแก้ว คอร์โว่ต้องคอยเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดปากเธอ เช็ดเศษขนมปังที่ติดอยู่ตามมุมปาก เอมิลี่เองก็จะหัวเราะใส่เขาด้วยเช่นกัน

แต่แม่ตายแล้ว เธอถามคาลิสต้าว่าบางที แม่อาจจะยังอยู่ อาจจะหายดีแล้ว แต่คาลิสต้าบอกว่าเธอตายแล้ว งานศพสวยงามมาก ทุกคนร้องไห้ให้เธอ คิดถึงเธอ ไม่มีใครอยากให้เธอตายจากไป

คอร์โว่ไม่อยู่

คาลิสต้าเล่านิทานให้เธอฟังก่อนนอน เวทมนตร์ แม่มด การเดินเรือ เธอเล่าให้ฟังว่าบนเรือโจรสลัดจะมีแม่มด พวกเธอจะใช้เวทมนตร์บังคับให้เหล่าวาฬทำตามความต้องการ ควบคุมคลื่นยักษ์ให้ซัดเข้าใส่เรือศัตรู เธอเล่าให้ฟังว่ามหาสมุทรนั้นไร้ที่สิ้นสุด ไร้ก้นบึ้ง และเต็มไปด้วยอสูรกายมากมายไร้ชื่อ แต่ละตัวใหญ่และดุร้ายพอ ๆ กับวาฬ เอมิลี่รู้ว่าเธอเปลี่ยนเนื้อเรื่อง บางส่วน ให้มันสนุกขึ้น ให้มันเศร้าน้อยลง ให้มันเหมาะสมกับ “เด็ก” เอมิลี่ไม่ถือสา เธอรู้ตอนจบของเรื่อง ทุกคนตาย ตอนจบของคาลิสต้าดีกว่าเยอะเลย พวกเขากลับสู่หมู่เกาะพร้อมทรัพย์สมบัติมากมาย แต่กลับเอามันไปให้คนยากจน แล้วเลิกเป็นโจรไปตลอดชีวิต

คอร์โว่เล่านิทานไม่ได้ แต่เขาเก่งมากเมื่อมาถึงการเล่นเงา เขาทำมือเป็นสัตว์ได้สารพัดชนิด! แม้กระทั่งวาฬ! เอมิลี่ชอบให้เขาทำมือเป็นวาฬ แมว แล้วก็กระต่าย มันน่ารักมาก เขาสอนเธอทำด้วย แต่มือของคอร์โว่ใหญ่ วาฬของเขาก็เลยใหญ่มาก ของเอมิลี่ดูเล็กไปหน่อย เหมือนลูกวาฬ! เธอไม่เคยเห็นลูกวาฬมาก่อนเลย พอถามคอร์โว่ว่าทำไม เขาก็ดูลังเลที่จะตอบ บอกว่าคนไม่ล่าลูกวาฬกัน ตัวเล็กเกินไป

มือของคอร์โว่เปลี่ยนไป มีสัญลักษณ์บางอย่างสลักบนหลังมือของเขา คอร์โว่ดูไม่สบายใจเลยตอนที่เอมิลี่ขอดู หรือเอื้อมมือไปจับ คอร์โว่ดูไม่มีความสุขเลย เขาไม่ยิ้ม เอมิลี่อยากให้เขายิ้มกว่านี้ เขายิ้มตั้งบ่อยตอนแม่ยังอยู่ แต่แม่ไม่อยู่แล้ว เธอวาดรูปให้เขา ในรูป คอร์โว่กำลังยิ้ม เธอไม่รู้ว่าคอร์โว่ยิ้มรึเปล่าตอนเห็นภาพวาด เพราะเขาไม่อยู่ ไม่มีเวลามาเล่นกับเธอ เธอก็เลยได้แต่ทิ้งภาพเอาไว้บนโต๊ะรอให้เขากลับมาเห็น

คอร์โว่ยุ่งอยู่ตลอดเวลา กับงานที่เขาไม่ยอมบอกว่าคืออะไร

แต่เมื่อเขากลับมา เขาพาคุณพิลเซ่นมาด้วย! คอร์โว่เล่าให้ฟังว่าเขาฝันเห็นตุ๊กตาของเธอมาหลายคืนแล้ว ตามสถานที่ต่าง ๆ ก็เลยตัดสินใจไปตามหามาให้เธอ เอมิลี่ไม่รู้ว่าเขาทำได้ยังไง แต่ตัดสินใจไม่ถาม มันคงจะทำลายความวิเศษของของขวัญชิ้นนี้ไป คุณพิลเซ่นเป็นตุ๊กตาแสนรักของเอมิลี่ เธออยากได้คุณพิลเซ่นกลับมานอนกอดตลอดเลย เธอกอดคอร์โว่ใหญ่ตอนเขากลับมา ดีใจ เมื่อเธอได้เป็นจักพรรดินี เธอจะประกาศให้วันนี้เป็นวันหยุด วันที่องค์จักพรรดินีพบเพื่อนเก่าของเธออีกครั้ง! คุณพิลเซ่น!

คุณพิลเซ่นอยู่กับเอมิลี่ตอนที่ท่านแม่ถูกฆ่า ทั้งคู่เห็นท่านแม่ตายพร้อมกัน

แต่มีแค่เอมิลี่เท่านั้นที่จำได้




Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s