Reservoir Dogs เกย์มาก

คำเตือน: สปอล์ยเนื้อเรื่องหนัง Reservoir Dogs ตังแต่ต้นจนจบ
คำเตือนอีก: เราเขียนมันขึ้นมาระหว่างนั่งรอคำตาย คำที่ใช้จึงไม่เป็น “ทางการ” นัก มีคำหยาบ มีการพิมพ์รวบรัดข้ามอะไรไปบ้าง นี่เป็นการเขียนความคิดของเราออกมา มากกว่าจะนับเป็น “บทความ” ได้ แต่เนื้อหา หลักฐาน ทั้งหมดนี้ยังคงสำคัญอยู่
คำเตือนอีกรอบ: มีภาพเลือด

THE CASE OF MISTER WHITE AND MISTER ORANGE

“พวกสาววายแม่งจิ้นไม่รู้เรื่อง :(((((((((( เรื่องนี้ไม่เกย์สักหน่อย!!”

ปกติ เราจะปล่อยคุณให้พูดไป เพราะสาววายก็มักจะจินตนาการสูงแล้วจิ้นเนื้อหาเกย์ ๆ กันเองบ่อย (ซึ่ง ไม่เห็นจะผิดตรงไหนในสายตาเรา แต่นั่นเป็นเรื่องที่เอาไว้พูดถึงตอนหลัง) แต่ใน Reservoir Dogs มี subtext มากมายที่สื่อให้เราเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างออเรนจ์และไวท์เป็นมากกว่า “พี่น้อง” หรือ “พ่อลูก” ตั้งแต่การปฏิสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง หรือจากการปูพื้นฐานตัวละครผ่านแฟลชแบ็ก เราขอเขียนถึงแฟลชแบ็กก่อนเพราะมันเขียนง่าย

มิสเตอร์ไวท์

 

เมื่อ ย้อนแฟลชแบ็กไปยังฉากความเป็นมาของมิสเตอร์ไวท์ คำถามแรกที่โจถามไวท์คือถามถึง Alabama คู่หูหญิงที่โจบอกว่า “ฉันนึกว่าพวกเธอทำงานกันเป็นทีมเสียอีก” ตรงฉากนี้ คนดูได้รู้ว่าไวท์เคยมีคู่หูเก่ามาก่อน เขาเป็นอาชญากรมีประสบการณ์ เขาทำงานกับคู่หูเก่ามาสักพักก่อนจะตัดสินใจเลิกรา เมื่อถูกถามว่าทำไม เขาก็ตอบว่า

“You push that woman-man thing too long and it gets to you after a while”

ใน ฉากนี้เราได้ข้อมูลมากมาย เราได้รู้แผนการปล้นเพชรที่โจตั้งไว้ เราได้รู้ว่าโจกับไวท์แลดูจะเคยรู้จักมาก่อน สนิทกันระดับหนึ่ง เป็นเพื่อนเก่าก็นับได้ และเราได้รู้ว่า เขามีปัญหาเมื่อมาถึงการรักษาระยะห่างกับคู่หู/เพื่อนร่วมงานตัวเอง อย่างเช่นที่เกิดขึ้นกับ Alabama ตรงนี้สำคัญ

 

มิสเตอร์ออเรนจ์

 

 

เราได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวละครมากมายเช่นกันในแฟลชแบ็กของมิสเตอร์ออเรนจ์ เรารู้ว่าเขาเป็นตำรวจเป็นหนอน เขาได้เจอกับไวท์ แถมได้รับคำสั่งจะรวบหัวรวบหางไวท์ด้วยอีกต่างหาก ระหว่างที่คุยกัน โฮลดอเวย์ ก็ถามไถ่ว่าตกลงเรื่องประวัติเป็นยังไงบ้าง

ออเรนจ์ตอบว่าทุกอย่างไปด้วยดี จากนั้นก็ชมอาชญากรคนที่ช่วยเขาให้เข้าแก๊งว่าเป็น “คนดี” แถมยังมีพูดอีกด้วยว่าเขาคงเข้าไปยังวงในไม่ได้ หากไม่มีล็องบีชไมค์ช่วยไว้ โฮลดอเวย์ดุออเรนจ์ทันทีในตอนนั้นว่าเขาคิดผิดแล้ว อาชญากรไม่ใช่คนดี มันไม่ใช่เพื่อนของมึง มันจะหักหลังมึง และออกคำสั่งให้ออเรนจ์ลืมแม่งไปเดี๋ยวนี้ สลัดมันไปจากหัวซะ

เราได้รู้ว่า ออเรนจ์เองก็มีปัญหาเรื่องการรักษาระยะห่างจากเป้าหมายของตัวเอง เขาเอ่ยปากชมอาชญากรที่ตนเองต้องหลอกใช้/สืบข้อมูลว่าเป็น “คนดี” และเมื่อถูกถามถึงโจ เขาก็ตอบได้แค่ว่าโจ “เท่” และ “ตลก”

ผู้ชาย สองคน คนหนึ่งมีปัญหาเรื่องการรักษาความเป็นมืออาชีพ เผลอใกล้ชิดกับผู้หญิงที่ตนเองทำงานด้วย ถึงขั้นที่เขาต้องเลิกทำงานกับเธอก่อนที่เรื่องจะบานปลาย ส่วนอีกคนก็เป็นตำรวจที่เริ่มใจอ่อนให้อาชญากร มองเป้าหมายของตนเองเป็นคน แถมยังแสดงความชื่นชอบให้เป้าหมายอีกต่างหาก

… แบบ ไม่เอาน่า สัส พล็อทมันให้ขนาดนี้ come the fuck on

 

เมื่อได้ข้อมูลสำคัญมารำลึกไว้แล้ว รีไวนด์กลับไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลยดีกว่า เราจะมาดูการปฏิสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ตั้งแต่ฉากอาหารเช้า

ระหว่างที่คนบนโต๊ะพูดคุยกันถึงมาดอนน่า เพลงไลค์อะเวอร์จิ้น การทิป ฯลฯ คุณจะเห็นได้ถึงความใกล้ชิดระหว่างทั้งคู่ นั่งใกล้กัน ผลัดกันเอามือโอบข้ามเก้าอี้ของอีกฝ่าย มองหน้ากันตลอดเวลา ซึ่ง ไม่มีคนไหนในโต๊ะนั่งแบบพวกแม่ง นี่ไม่ใช่การแสดงว่า “เกย์ย์ย์ย์ย์ย์ย์ย์ย์ย์ เพราะพวกแม่งนั่งใกล้กันนน” แต่มันเป็นการแสดงให้เห็นว่า สองคนนี้ต้องสนิทกันในระดับหนึ่ง

แต่ที่เด็ดกว่านั้น

(กว่าจะหาลิงค์เจอ สัสเอ้ย)
0:33 – 0:39

คุณภาพเสียงมันเหี้ย แต่ภาพมันชัดพอ

ระหว่างการพูดหยอกล้อ(?)กับโจ เมื่อโจขอสมุดของเขาคืน ไวท์หันไปขยิบตาให้ออเรนจ์ ก่อนจะหันมาพูดเท่ ๆ เถียงกับโจ  นี่ เป็นการแสดงให้เห็นว่าไวท์ต้องการ approval (ความเห็นชอบ?) จากออเรนจ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีให้เห็นอีกในเรื่อง และทั้งสองฝ่ายเองก็เป็นเหมือนกัน

หลังจากชิวกันไปแล้ว หลังจากเครดิตม้วนแล้ว ORANGE IMMEDIATELY FUCKING DIE

 

โอเค ก็ยังไม่ตาย แต่ใกล้เคียงพอ เราถูกตัดมายังฉากที่ออเรนจ์นอนกระแด้ว ๆ เลือดอาบอยู่บนเบาะหลังรถ จับมืออยู่กับไวท์ (ซึ่ง… ก็เป็นอะไรที่บ่งบอกระดับหนึ่งแล้ว) และที่มากกว่านั้น

ออเรนจ์เรียกไวท์ว่า “แลร์รี่” นี่เป็นอีกหนึ่งหลักฐานว่าทั้งสองเป็นอะไรกันมากกว่าเพื่อนร่วมงาน เพราะไม่มีใครคนอื่นรู้ชื่อจริงของกันละกัน

ออเรนจ์สติแตก ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับคนกำลังตายห่า แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจและควรสังเกตคือ ไวท์เองก็สติแตกด้วยเช่นกัน ตั้งแต่เปิดเรื่องมา เราเห็นไวท์ในลุค “เท่ ๆ” เขาคูล เขานิ่ง เขาวางมาด เขาไม่กลัวที่จะต่อปากต่อคำกับโจ เขาเถียงกับพิงค์ ยกสถิติมาพูด แถมยังยิงประโยคสุดคูลใส่บลอนด์ในตอนแรก (“ถ้านายยิงฉันในฝัน ตื่นมาแล้วขอโทษฉันด้วย”) ตั้งแต่เริ่มเรื่อง ไวท์ถูกปูพื้นฐานให้เป็นตัวละครประเภทมาดนิ่ง เท่ ๆ

แต่ในฉากนี้ไวท์เองก็ประหม่าพอ ๆ กับออเรนจ์ เขาตะโกนแข่งกับออเรนจ์ ถามคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงของเขาแตก ไร้ความวางมาดอย่างที่เป็นในตอนแรก เขาคาดคั้นให้ออเรนจ์พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเขาจะไม่เป็นอะไร ราวกับว่านั่นจะทำให้ออเรนจ์หายดี เขาแหกปากลั่นเลยด้วยซ้ำให้ออเรนจ์พูด เสียงไม่หลงเหลือลุคอาชญากรมาดเท่แม้แต่น้อย ระหว่างนั้น ทั้งคู่ก็จับมือกันตลอด

เห็นได้ชัด การเห็นออเรนจ์ตกอยู่ในอันตรายส่งผลกับไวท์อย่างมาก

ไวท์แบกออเรนจ์มายังสถานที่นัดพบ วางออเรนจ์ลงบนพื้น ปลอบใจว่าเขาจะไม่เป็นอะไร ก่อนจะปลดซิบของเขาออกเพื่อลดแรงดันบนแผลกระสุน

….. ระหว่างที่ตากล้องยัดกล้องไว้ตรงกลางหว่าขาทิม รอธ ตลอดเวลา
มันมีเหตุผลทางการแพทย์อันเมคเซนส์ว่าทำไมไวท์จึงต้องปลดซิปออเรนจ์ออก เขาถูกยิงตรงท้อง แต่ มันไม่มีเหตุผลมากมายนักว่าทำไมมันต้องถ่ายทำจากมุมนี้ ทำไมตากล้องต้องไปใช้ชีวิตอยู่กลางว่างขาทิมรอธ เราเชื่อว่านี่เป็น subtext อีกจุด
คือแม่งแช่อยู่มุมนี้เป็นชาติ!!!!!!!!!!!!!
ป็นชาติ
และแม่งมีโคลสอัพ

ไวท์บอกว่าเขาช่วยอะไรไม่ได้ (ซึ่ง.. ค่อนข้างจะไม่จริง แต่เราจะพูดกันถึงตรงนั้นทีหลัง) แล้วบอกว่าเขาจะเรียกโจมา เรียกหมอมาให้ ออเรนจ์สารภาพว่าเขากลัวมากแค่ไหน ก่อนจะขอให้ไวท์ประคองเขาเอาไว้
ซึ่ง…… come on…………….
ทั้งสองกอดกัน ใบหน้าแนบชิด

จากนั้น The Ultimate Gay™

ไวท์ ใช้ผ้าเช็ดหน้าออเรนจ์ ก่อนจะกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเขา ไม่มีซับไทเทิลบอกคนดู เบาเกินกว่าคนดูจะฟังออกว่าเขาพูดอะไร แต่มันทำให้ออเรนจ์ ผู้สติแตกว่าาตัวเองจะตายห่ามาตลอด หัวเราะ ทั้งสองคนหัวเราะด้วยกัน

การกระซิบ ตรงนี้ไม่มีใครรู้ว่าอะไร แต่ที่แน่ใจได้ หากมันสำคัญต่อพล็อท หากมันเป็นสิ่งที่สำคัญในเนื้อเรื่อง มันคงจะมีการพูดถึงในตอนหลัง มีการย้อนกลับมาพูดถึงฉากนี้ แต่มันไม่มี ซึ่งนั่นหมายความว่า

เรา ไม่จำเป็นต้องรู้ สิ่งที่เรารู้คือ ผู้ชายทั้งสองคนนี้มีความลับระหว่างกัน สิ่งที่เขากระซิบบอกกันข้างหู สิ่งที่ทำให้พวกเขายิ้มได้

SUBTEXT!!!!

ระหว่าง ที่ออเรนจ์กำลังตายห่า ไวท์ แทนที่จะช่วยกันห้ามเลือดหรือทำเหี้ยอะไรกันที่คนส่วนใหญ่เขาทำ หวีผมให้ออเรนจ์ (ซึ่งเป็นอะไรที่หลายคนมองว่าค่อนข้างจะ intimate) COME ON!!!!!!!!!!!!!! WHITE!!!!!!!!!
พิงค์ โผล่เข้ามาในที่นัดพบ เริ่มสติแตกแล้วแหกปากพูดมาก ไวท์ยังคงกอดออเรนจ์อยู่ พิงค์สติแตกต่อ แต่เราจะไม่พูดถึงแม่ง เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องของมึง สัส พิงค์ มึงคิดว่ามึงสำคัญนักเหรอไอ้สัส ทุกอย่างไม่เกี่ยวกับมึงนะ ถ้ามึงสำคัญมากทำไมไม่ทิปพนักงานเสิร์พวะ หา

ไวท์ ตัดสินใจว่าอีดอกพิงค์พูดมากเกินไปแล้ว เลยตัดสินใจขอไปคุยกันในอีกห้องหนึ่ง ออเรนจ์เริ่มสะอึกสะอื้นทันที ขอไม่ให้ไวท์ไป เพราะแม่งกำลังจะตายห่า ไวท์รีบกำชับว่าเขาจะอยู่ในอีกห้องหนึ่งใกล้ ๆ เขาจะกลับมา แป๊ปเดียว เขาจะคอยมองดูออเรนจ์เอาไว้ตลอดเลย

ควรโน้ตว่านี่ไม่ใช่การพูดปัด ๆ เขาพูดหลาย ๆ ครั้ง ในน้ำเสียงอ่อนนุ่ม ปลอบโยนให้ออเรนจ์เข้าใจว่าเขาจะไม่ไปไหน จะไม่ทิ้งออเรนจ์

ส่วนอีออเรนจ์ก็ร้องไห้เพราะผัวหาย

ไวท์กับพิงค์พูดคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ว่าจะเอายังไงต่อ สมาชิกคนอื่นในแก๊งหายไปไหน ต่างฝ่ายต่างก็ล้างหน้าล้างมือ สูบบุหรี่สงบสติอารมณ์กัน

พิงค์เริ่มพูดว่าต้องมีหนอนบ่อนไส้ในแก๊งแน่นอน แล้วก็ยกตัวอย่างว่าเป็นใครบ้าง ไวท์บ้าง คนอื่นบ้าง จนกระทั่งพูดถึงออเรนจ์

เมื่อพูดว่าออเรนจ์เป็นหนอนบ่อนไส้ ไวท์หลุดมาดทันที ไอ้ที่อุส่าห์ล้างมือล้างหน้าอยู่เป็นชาติ เซ็ตผมใหม่ ไปหมด เฮียแกปกป้องออเรนจ์ทันที ใช้อารมณ์ไม่น้อยเสียด้วย ตวาดใส่หน้าพิงค์ว่าอย่ามาเรียกเขาเป็นหนอนนะเว้ย ฉันเห็นเขารับกระสุนต่อหน้าต่อตา เขากำลังจะตายห่า มึงหุบปากไปไอ้สัส

ในขณะที่ เมื่อพิงค์กล่าวหาว่า โจ ชายผู้เป็นเพื่อนเก่าของเขา เคยทำงานมากับเขา รู้จักเขามานานกว่าออเรนจ์เสียอีก ไวท์กลับไม่มีท่าทีแบบนี้เลย เขาแค่ปฏิเสธว่า ไม่ใช่โจหรอก แต่ก็ไม่หัวร้อนหรือปกป้องออกนอกหน้า

 

 

อีพิงค์เริ่มคิดแผนว่าจะเอายังไงดีวะ แม่งเอ้ย เราจะอยู่นี่ก็ไม่ได้ แม่งอันตราย ถ้าสมาชิกคนอื่นถูกจับไป พวกแม่งอาจจะบอกตำรวจว่าที่นี่คือจุดนับพบ แต่จะไปไหนก็ไม่ได้ เพราะมีออเรนจ์นอนตายห่าเลือดอาบอยู่

ไวท์ก็เลยเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี่ ออเรนจ์ขอร้องให้เขาไปส่งโรงพยาบาล ไวท์ไม่อยากพาเขาไป เพราะเขาโดนจับแน่ แต่ถ้าไม่ไป เขาตายชัวร์ ๆ

พิงค์ไม่ถือสาการพาออเรนจ์ไปส่งโรงพยาบาล เพราะ เขานึกว่า ออเรนจ์ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกเรา ให้มันไป มันโดนจับ มันก็บอกอะไรเราไม่ได้

แต่ ไวท์บอกว่า “เขารู้เกี่ยวกับฉันนิดหน่อย”

พิงค์สติแตกทันที “นายไม่ได้บอกชื่อนายไป ใช่ไหม?”

.. เรารู้กันอยู่แล้วว่าแลร์รี่ (เฮ้อ) บอกชื่อเขาไปแล้วเรียบร้อย

 

 

ฉากนี้แสดงให้เห็นว่า หากสถานการณ์กลับกัน หากพิงค์เป็นคนอยู่กับออเรนจ์ตอนยิง พิงค์จะไม่มีวันบอกชื่อตัวเองกับออเรนจ์เด็ดขาด ด้วยข้อมูลนี้ เรามั่นใจได้ว่าออเรนจ์กับไวท์มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากกว่าเพื่อนร่วมงานแน่นอน

ไวท์บอกเราด้วยอีกว่า ออเรนจ์ไม่ได้รู้ชื่อเท่านั้น แต่รู้ด้วยว่าเขามาจากไหน

พิงค์ไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยว่า ไอ้สาสสสสสสส มึงจะบอกทำม้ายยยยยยยยยยยยยยยยย พิงค์ถึงกับสตั๊นเลยทีเดียว

ไวท์หลุดคูลอีก แหกปากอธิบายว่า

“เราพึ่งหนีตำรวจมาได้ เขาถูกยิง มันเป็นความผิดของฉันที่เขาถูกยิง แม่งเลือดอาบไปหมด กรีดร้อง ฉันสาบานต่อพระเจ้า ฉันนึกว่าเขาจะตายมันเลยตอนนั้น ฉันพยายามปลอบใจเขา บอกเขาว่าไม่ต้องห่วง ทุกอย่างจะไม่เป็นไร ฉันจะดูแลเขาเอง แล้วเขาก็ถามว่าฉันชื่ออะไร ให้ตายสิวะ เขาตายอยู่ในอ้อมแขนฉัน จะให้ฉันทำยังไง? บอกเขาาว่า “ขอโทษ ฉันบอกข้อมูลเหี้ยนั่นไม่ได้! มันผิดกฏ! ฉันไม่ไว้ใจนายมากพอ!?” บางทีฉันควรพูดแบบนั้น แต่ฉันทำไม่ลง ช่างหัวมึง และช่างหัวโจ!!”

โจ เป็น เพื่อน เก่า แก่ ของ มึง นะ ไวท์..

นี่เป็นอีกจุดที่แสดงให้เห็นว่า ไวท์เห็นค่าในตัวออเรนจ์สูงกว่าเพื่อนเก่าตัวเองมาก เขาเป็นห่วงออเรนจ์มาก และเขาโทษตัวเองที่ออเรนจ์ถูกยิง

 

 

พิงค์นี่ so done แม่งไม่อินตามด้วยซ้ำ ถึงแม้ไวท์จะอธิบายเหตุผลแล้ว แม่งก็ยังคิดว่างี่เง่าชิบหายอยู่ดี แลดูท่าทางมันเบื่อโลกมาก คือแม้แต่มันยังรับไม่ได้ว่าทำไมไอ้เหี้ยนี่ถึงทำตัวอย่างงี้วะสัส มันพูดด้วยน้ำเสียงโคตรเหนื่อยล้าและอยากตายว่า แม่งคงเป็นฉากที่ซึ้งสิบหาย ส่วนไวท์ก็ตวาดอีีก ว่าอย่ามาทำเป็นสั่งสอนกูนะไอ้สัส

พิงค์ถามไวท์ว่าตำรวจรู้ไหม ว่าเขามาจากไหน
ไวท์ตอบว่ารู้

ตรงนี้ คนดูได้รู้ว่าข้อมูลที่ออเรนจ์รู้ไป ชื่อ กับ สถานที่เกิด สำคัญมากแค่ไหน พิงค์อธิบายว่าแค่หน้าตา พวกตำรวจเห็นก็อาจจะเอาไปวาดภาพประกาศจับได้ แต่ตอนนี้ออเรนจ์รู้หน้าตา รู้ชื่อ รู้ว่าไวท์มาจากไหน รู้ว่าความสามารถพิเศษของไวท์คืออะไร ถ้าตำรวจเอาภาพมาให้ชี้ว่าคนไหนคือมิสเตอร์ไวท์ ออเรนจ์สามารถระบุตัวตนไวท์ได้ทันที

เราได้เห็นในแฟลชแบ็กแล้วว่าไวท์ เป็นอาชญากรมือเก๋า มีประสบการณ์มาก่อน เขาไม่ได้โง่ และ เขาบอกสถานที่เกิดของตนเอง ก่อน จะบอกชื่อ เขาจะไม่บอกชื่อก็ได้ ลดความเสี่ยง แต่เขาตัดสินใจจะบอก ข้อมูลสำคัญมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กับออเรนจ์

COME FUCKING ON THEY’rE SO FUCKING GAY

 

 

 

เมื่อพิงค์รู้ว่าออเรนจ์แม่งรู้เยอะขนาดไหน เขาก็บอกทันทีว่าาจะส่งออเรนจ์ไปโรงพยาบาลไม่ได้ ไม่งั้นชิบหายหมด ถ้ามันมาถึงตัวไวท์ มันก็จะมาถึงตัวพิงค์ด้วย แล้วอีพิงค์ยอมไม่ได้

ไวท์สวนกลับ ถ้าเราไม่พาเขาไป เขาตายแน่

พิงค์ตอบ “ฉันเสียใจมาก แต่คนเรามันดวงไม่เท่ากัน”

 

AND THEN WHITE FUCKING BEAT HIM UP

 

 

ไวท์ต่อยหน้าพิงค์ ก่อนจะไล่เตะแม่งเป็นลูกบอลรัว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ด้วยความโกรธเกรี้ยว อาชญากรสุดเก๋า ผู้พูดพร่ำถึงความเป็นมืออาชีพ กระทืบเพื่อนร่วมงานทันทีเมื่อแม่งพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับออเรนจ์ เขาปกป้องออเรนจ์ชิบหาย และใช้อารมณ์อย่างแรงเมื่อมาถึงเรื่องของออเรนจ์ และเขาแสดงให้เห็น หลายต่อหลายครั้ง ว่าออเรนจ์มาก่อนเพื่อนร่วมงานคนอื่น และเขาพร้อมที่จะต่อกรกับเพื่อนร่วมงาน/เจ้านาย อย่างไม่เกรงกลัว

พิงค์ ชักปืน ไวท์ชักปืนตาม พร้อมจะเป่ากบาลอีเหี้ยนี้เพียงเพราะว่าแม่งปากมาก พูดจาไม่ดีกับออเรนจ์ พิงค์รีบเถียงว่า สัส มึงหาเรื่องนะ นี่แม่งโคตรไร้ประโยชน์เลย กูไม่จำเป็นต้องมามีเรื่องกับมึง กูทำตัวเป็นมืออาชีพ กูไม่ได้บอกข้อมูลตัวเองกับออเรนจ์ มึงอ่ะแหละผิด

ซึ่ง ถูก อีกครั้ง ไวท์ถูกชี้ให้เห็นว่าเขาทำตัวโคตรไม่เป็นมืออาชีพเลย

 

จากนั้นบลอนด์ก็โผล่ แต่เนื่องจากแม่งไม่เกี่ยว เราจะข้ามไป

พล็อท พล็อท พล็อท ไวท์จะต่อยกับคนอื่นอีกแล้ว พล็อท พล็อท พล็อท ไวท์บอกให้ทุกคนออกไปเช็กของในรถ แต่ก่อนไป subtext อีก ไวท์หันมาเช็กออเรนจ์ สองรอบ

 

 

พล็อท พล็อท พล็อท พล็อท พล็อท พล็อท บล็อนด์ ช่างหัวมัน ไม่ใช่ทุกอย่างจะเกี่ยวกับนายนะ บล็อนด์ นายไม่ได้สำคัญถึงขนาดนั้น หุบปาก

ไนซ์ กายเอ็ดดี้โผล่ พวกแม่งคุยกัน ไวท์บอกให้แม่งหาหมอให้ แล้วพอเอ็ดดี้บอก ขอกูพักหายใจก่อนได้ไหมสัส ไวท์ก็ตะคอกกลับทันทีว่า เขากำลังตาย ไม่ใช่มึง ทุกคนกำลังกังวลเรื่องหนอนบ่อนไส้เรื่องตำรวจกันชิบหาย แต่ไวท์แคร์แค่ว่า เด็กกูกำลังจะตาย ไอ้พวกเหี้ย

(ขี้ เกียจแคป) พวกแม่งจะออกไปย้ายรถ ไวท์แหกปากอีกว่ามึงทิ้งออเรนจ์ให้อยู่กับเชี่ยบล็อนด์ไม่ได้ แต่พอต้องไป แม่งก็แว๊บเช็กออเรนจ์ อีก (เฮ้อ)

พล็อท พล็อท พล็อท พล็อท เราย้อนกลับมาที่แฟลชแบ็กอีกครั้ง เอ็ดดี้กับไวท์ขับรถมารับออเรนจ์ ออเรนจ์ก็แต่งตัวเดินลงไปที่รถ แต่ก่อนลงไป เพลงในเรื่อง (ควรโน้ตด้วยว่าทุกเพลงที่เล่นมีความหมายต่อฉากในเรื่องทั้งนั้น) ก่อนที่ออเรนจ์จะได้เจอกับไวท์ คือเพลง “Fool For Love”

He was born a fool for love
What he wouldn’t do for love
He’s a fool, a fool for love

มันไม่เกย์ไปมากกว่านี้แล้วแหละคุณ

 

 

แฟลช แบ็กอีก ทั้งคู่กำลังนั่งอยู่ในรถ สวมชุดลำลอง พูดคุยกันถึงแผนปล้น ไวท์ยิงมุกล้อขำ ๆ ว่า “That girl’s ass?” ซึ่งออเรนจ์ก็สวนตอบกลับทันทีว่า “Sitting right here on my dick” ในขณะที่มองหน้าไวท์

นี่เป็นการสะท้อนย้อนกลับไปถึงฉากร้านกาแฟ ไวท์หัวเราะกับมุก ส่วนออเรนจ์ก็ยิ้มใหญ่ แสดงให้เห็นว่าเขาต้องการไวท์’s approval (เหมือนที่ไวท์ขยิบตาให้ออเรนจ์ก่อนตอนนั้น) ไวท์ยิ้มทำหน้าเหมือนอีออเรนจ์ตลกชิบหาย ส่วนแม่งก็ยิ้มซะะะะะะะะะะ (ฮือ เราร้องไห้แป๊ป)

พวกแม่งคุยกันเรื่องแผนต่อ

 

 

ออ เรนจ์ถามว่าจะทำยังไงถ้าเกิดมีพลเมืองดีริเสนอหน้าขึ้นมา ไวท์ก็อวดใหญ่ว่าจะต้องทำยังไง โชว์เท่ พูดถึงรายละเอียดน่าขยะแขยงเลือดสาด แต่อีออเรนจ์ ตำรวจ มองหน้าไวท์ตลอดด้วยสีหน้าโง่ ๆ – (โทษ) ชอบใจ แถมยังดูออกจะทึ่งหน่อย ๆ แม่ง Heart Eyes ใส่กันตลอดเวลา

 

 

จากนั้นพวกมันก็ไปกินทาโก้

 

 

แฟลชฟอร์เวิร์ด พวกมันพึ่งหนีตำรวจกันมาได้ ก่อนที่คนขับรถ คุณบราวน์ จะตายห่า พวกตำรวจไล่ตามมาทัน ไวท์จึงลุกขึ้นแล้วยิงอีตำรวจในรถทันที

ในฉากนี้ ไวท์ยืนหันหลังให้ออเรนจ์ ถ้าออเรนจ์จะยิงเขา หักหลังเขาเสียตอนนี้ ก็สามารถทำได้ แล้วทำไมเขาถึงจะไม่ควรทำล่ะ? บราวน์ตายห่าแล้ว เขาไม่มีพยานมาพูดได้ว่าเขาเป็นหนอน + ไวท์กำลังจะยิงตำรวจ ตำรวจ เพื่อนร่วมงานของแม่ง ไม่ใช่ว่าเขาควรช่วยชีวิตตำรวจเหรอ?

แต่ ไม่ เขายืนดูไวท์ยิงตำรวจ

ความจงรักภักดีของออเรนจ์สั่นคลอนชิบหาย เรารู้อยู่แล้วว่าเขาใจอ่อนให้อาชญกรบ่อย ๆ นี่เป็นข้อพิสูจน์สำคัญ

 

 

หลังจากมองเพื่อนร่วมงานตัวเองโดนยิงตายห่า อีออเรนจ์ก็ยังปล่อยให้ไวท์ดึงแขนแม่งเดินหนีจากที่เกิดเหตุ

 

 

หรือไหล่

 

 

หรือแขน

 

 

หรือไหล่

 

อย่างปกป้องและรักใคร่

 

 

พวก แม่งต้องการรถหนีตำรวจ ไวท์ยกปืนขู่รถที่ขับผ่านมา และออเรนจ์ชักปืนขึ้นตามทันที ทั้ง ๆ ที่ยืนอยู่ข้างหลังและไม่เห็นว่าแม่งจี้เหี้ยไรอยู่ อีกอย่าง แม่งเป็นตำรวจ แม่งไม่ควรจะมาชักปืนจ่อประชาชนตาดำ ๆ แต่มันทำ ตามไวท์ ทันที โดยไม่ลังเล ไม่มีดีเลย์เลยแม้แต่นิดเดียว

 

 

กลับสู่จุดนัดพบ ไวท์วิ่งเข้าหาออเรนจ์ทันทีเมื่อกลับมาถึง ราวกับว่าแม่งคิด/เป็นห่วงเกี่ยวกับออเรนจ์อยู่ตลอดทาง ในขณะที่อีบล็อนด์นอนตายห่าอยู่ข้างประตู ทุกคนรีบเข้าไปดูอีบล็อนด์ว่าเกิดอะไรขึ้น แม่งเป็นอะไร แต่ไวท์ชะโงกเห็นศพ “โอ้ มันตายแล้ว” โดยไม่แคร์เลยแม้แต่เศษขี้ตีน วิ่งเข้าหาออเรนจ์ทันที fuck everyone else

 

 


ออเรนจ์กุเรื่องขึ้นมาอ้างข้าง ๆ คู ๆ ซึ่งฟังขึ้นอยู่แค่ 50% แต่ไวท์เชื่อใจทันทีในพริบตา รีบสนับสนุน รีบเห็นด้วย รีบปกป้อง รีบเข้าข้าง ไงล่ะสัส กูบอกแล้วอีบล็อนด์เป็นฆาตกรโรคจิต ระหว่างนั้นก็ลูบเด็กของมันไปด้วย……….

 

 


ทุกคนพูดกันว่า สัส ทำไมไวท์แม่งควายจังวะ แต่ ไม่ แม่งไม่ได้ควาย มันแค่หลงเชื่อออเรนจ์เพราะมันอยากจะเชื่อออเรนจ์ เพราะในสายตาแม่ง ออเรนจ์เป็นเด็กดี เป็นคนดี ที่ถูกยิงเพราะมัน แม้กระทั่งตอนที่เอ็ดดี้ชี้ให้เห็นว่า แม่งไม่สมเหตุสมผลเลยนะโว้ย ไวท์ก็ยังยืนกรานว่าแม่งเมคเซนส์ชิบหาย

 

 

ไวท์ลูบไล้ออเรนจ์ต่อ (………..)

 

 


โจโผล่มา บอกว่า อีเหี้ยออเรนจ์แม่งเป็นหนอนโว้ย มันทำงานให้ตำรวจ แต่ไวท์ก็รีบปกป้องออเรนจ์ทันที เถียงเพื่อนที่ตนเองรู้จักกันมานานว่ามันรู้จักออเรนจ์ (ซึ่ง แม่งรู้จักกันมาแค่ไม่กี่สัปดาห์) บอกว่าเขาเป็นเด็กดี เขาจะไม่ทำอะไรอย่างนั้นแน่ คุณเข้าใจผิดแล้ว แม้กระทั่งถึงจุดที่มันเด่นชัดว่ามีหนอนแน่ และมีแค่ไม่กี่คนที่เป็นได้ ไวท์ก็ยังเข้าข้างออเรนจ์

 

 

เมื่อโจชักปืนใส่ออเรนจ์ ไวท์ไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะชักปืนบ้าง

เอ็ดดี้รีบใช้เหตุผลว่าเรารู้จักกันมานาน ทำงานด้วยกันมามาก นายเสียสติไปแล้วรึยังไง เราไม่จำเป็นต้องมามีเรื่องกันแบบนี้ แต่ไวท์ก็ยังพูดว่า “โจ ถ้านายฆ่าเขา นายจะตายเป็นคนต่อไป ฉันขอพูดอีกรอบ ถ้านายฆ่าเขา นายจะตายเป็นคนต่อไป ”

เอ็ดดี้ย้ำอีก เราเป็นเพื่อนกัน พ่อฉันเคารพนาย ฉันเคารพนาย

ไวท์ไม่ลดละ

คุณไม่ชักปืนจะยิงเพื่อนที่คุณรู้จักกันมานาน เพื่อที่จะปกป้องเด็กที่คุณไม่รู้จักกันกี่สัปดาห์ ไม่ว่าคุณจะมองแม่งเป็นเพื่อน น้อง หรือลูกที่ตนเองไม่เคยมี มันไม่เมคเซนส์ที่คุณจะหักหลังเพื่อนเก่าเพื่อนแก่เพื่อไอ้หอกที่อาจจะเป็นตำรวจ คุณไม่มีหลักฐาน มีแต่ความเชื่อมั่น แล้วความเชื่อมั่นประเภทนี้แม่งไม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว กับไอ้เด็กที่คุณรู้แค่ว่าชื่อ “ส้ม” แม่งไม่เมคเซนส์

ไวท์ทำได้ถึงขนาดนี้ มันชัดเจนว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นมากกว่านั้น

 

 

ทุกอย่างชิบหาย

 

 

หลังจากถูกยิ่ง ฆ่าเพื่อนเก่า และลูกของแม่ง สิ่งแรกที่ไวท์ทำคือคลานเข้าไปหาออเรนจ์ ผู้ที่กำลังเอื้อมแขนหาเขาสุดชีพ

(โอยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย)

 

 

“NO HOMO, KID”

 

 

หน้าแม่งใกล้เหมือนจะจูบกัน

 

 

ไวท์ยกให้ออเรนจ์หนุนตัก ลูบหน้าปลอบประโลม

 

“ขอโทษนะ ไอ้หนู ดูเหมือนว่าเราจะต้องติดคุกกันสักพัก”

 

เกือบจะมีคำว่าด้วยกัน

 

ไวท์ไม่ถามเลยว่าออเรนจ์เป็นตำรวจ ถึงจุดนี้ เขาก็ยังเชื่อมั่นในตัวออเรนจ์อยู่สุดหัวใจ

 

จากนั้นอีออเรนจ์ก็สารภาพว่ามันเป็นตำรวจ

 

 

แม่ง ไม่มีเหตุผลเลยที่มันควรสารภาพ ตำรวจรออยู่ข้างนอก เมื่อตำรวจเข้ามา มันจะถูกส่งไปโรงพยาบาล ไวท์เองก็คงจะถูกส่งโรงพยาบาลด้วยเช่นกัน ถึงแม้หลังจากนั้นคงจะโดนจับก็ตาม แต่ออเรนจ์สารภาพ ทั้ง ๆ ที่เขาจะรอดชีวิตในไม่อีกกี่วินาทีข้างหน้า แต่เขาต้องบอก เพราะแลร์รี่สมควรจะรู้ เพราะตายเสียยังดีกว่าโกหก เก็บความลับไปตลอด

ไวท์ ร้องไห้ทันทีเมื่อรู้เข้า เมื่อถูกหักหลัง ทำหยั่งกะว่าทั้งโลกแม่งแตกสลายต่อหน้า แต่ตอนที่ออเรนจ์สารภาพ เขาก็ยังไม่หยุดลูบหน้าออเรนจ์ ไม่หยุดปลอบ พอเริ่มร้องไห้ รู้ความจริงเข้า เขาก็ไม่เลิกโอบออเรนจ์

ออเรนจ์ไม่ขอชีวิต ไม่ร้องขออย่าให้ไวท์ฆ่าเขา ทั้ง ๆ ที่ไวท์ถืออยู่ในปืน บอกแค่ว่าเขาขอโทษ เขาขอโทษจริง ๆ

ถ้าไวท์ไม่ยิงออเรนจ์ เขาอาจจะรอดตาย เขาคงไม่ถูกพวกตำรวจยิง เขาคงถูกจับ ออเรนจ์คงถูกพวกตำรวจเอาตัวไปส่งโรงพยาบาล

แต่เขายิงออเรนจ์ ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าาตัวเองจะถูกยิงตายตามไปด้วย

บางที เขาอาจจะยิงออเรนจ์เพราะเขารู้นั่นแหละ

จาก นั้นพวกแม่งก็ตายไปตามกันเหมือนแม่งคิดว่าตัวเองเป็นโรมีโอกับจูเลียต แม่งไม่จำเป็นเลยอีเหี้ย โอย ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

แล้วเพลงเหี้ยนี่ก็เล่น โอยยยยยยยยยยยยยยย

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s