MURDER WITH A SIDE OF FRIES [1/?]

– 1 –

BRING A PIE TO A KNIFE FIGHT

ครั้งสุดท้ายที่ลอเรนโซ่เห็นธัญน์ เขายืนประจันหน้าอยู่กับศัตรูนับสิบ รายล้อมจากทั่วทิศ ปิดทุกทางหนีรอด มันเป็นกับดัก การซุ่มโจมตีทีเผลอ แต่ธัญน์กลับยิ้มแสยะ เหลือบมองคู่ต่อสู้เหมือนกำลังอยู่ในบุฟเฟ่ต์กินฟรีไม่อั้น และเขาต้องรีบตักอาหารใส่จานก่อนเวลาที่กำหนดจะหมดลง ธัญน์ต่อสู้เหมือนใบมีดที่หมุนคว้างกลางอากาศ เหมือนกระสุนหมุนรอบตัวจากลำกล้อง– สวยงาม มองตามไม่ทันด้วยตาเปล่า และตายสนิท

ในอดีต ธัญเทพ นรภัยพิพากษา ยอมหั่นนิ้วศัตรูเพื่อองค์กรได้เสมอ ได้แม้กระทั่งนิ้วของตนเอง หากเจ้านายสั่ง แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะชื่นชอบการหั่นผักแล่เนื้อ ทำอาหารให้ลูกค้ารับประทานเสียมากกว่า

ดีไดเนอร์ (ไดเนอร์ สะกดด้วย ดี สองตัวติดกันโดยมีตัวแรกเป็น..หน้ายิ้ม) คือร้านอาหารหน้าตาดาษดื่นเสียจนคุณไม่จำเป็นต้องเห็นหน้าร้าน แค่จินตนาการถึงก็พอ มันมีทุกอย่างที่คุณจะคาดหวังจากไดเนอร์ หน้าตาย้อนยุค ป้ายชื่อบนหลังคา หลอดไฟนีออน ลานจอดรถฟรี และใช้สีแดงเสมอเหมือนเป็นประเพณีที่ทำตามกันมา มันช่าง.. ธรรมดา คุณคงไม่คิดว่ามันมีอะไรพิเศษ คุณคงไม่คิดว่าเจ้าของร้านเป็นอดีตมือปืน

มือหนึ่ง

“ประหม่าหรือ” เสียงจากบลูทูธถามลอเรนโซ่ นุ่มนวล เกือบจะเรียกได้ว่าอ่อนโยน แม้กระทั่งลอเรนโซ่ยังเข้าใจได้ว่ามันเป็นคำถามเพราะความเป็นห่วง ไม่ใช่การเยาะเย้ยหรือการเร่งรัด

“เปล่าครับ” ลอเรนโซ่พึมพำตอบ มองออกไปนอกกระจกรถของเขา

ไฟบนป้าย “เปิด” ได้ดับไปเรียบร้อยแล้ว ไฟในร้านก็เช่นกัน แต่เจ้าของร้านยังยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ครัว ก้มหน้าก้มตาง่วนอยู่กับการเก็บร้านภายใต้ความมืดและแสงไฟสลัว ลอเรนโซ่ค่อนข้างมั่นใจว่าธัญน์เห็นเขา จำรถของเขาได้ทันทีตั้งแต่ยังไม่ขับเข้ามาจอดถึงหน้าร้าน แค่ชำเลืองมองผ่านหน้าต่างก็ดูออกว่าใครกำลังมา แต่มันก็มีความเป็นไปได้อยู่ว่าเขายุ่งจนไม่เห็นจริง ๆ ว่าหลายปีที่ผ่านมาทำให้ธัญน์ขึ้นสนิม

“สไนเปอร์ยิงเขาผ่านหน้าต่างนั่นได้ง่าย ๆ เลย” ลอเรนโซ่สังเกตไปเรื่อยเปื่อย ไม่ใช่เพราะว่าเขาอยากจะยิงธัญเทพจริง ๆ หรืออยากจ้างให้คนอื่นทำ เขาแค่ไม่คิดว่ากระจกนั่นกันกระสุนได้

“แน่นอน” ปลายสายตอบกลับ เฉยชาเหมือนพูดว่าอากาศวันนี้เป็นยังไง “แต่ไม่มีใครกล้าทำ”

ลอเรนโซ่ส่องกระจกมองหลังอีกเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ใช่เพราะว่าเขาต้องการเช็กหน้าตาของตนเอง– แค่ตรวจตราให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามเขามา หรือมีอะไรซ่อนอยู่เบาะหลัง แน่นอนว่าไม่มีใคร แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงความเป็นไปได้ทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าแต่ละอันจะไร้สาระแค่ไหนก็ตาม เขาเอื้อมมือไปเปิดที่เก็บของหน้ารถ ก่อนจะชักปืนพกคู่ใจออกมาพร้อมกับแม็กกาซีน สอดมันใส่ซองปืนสะพายไหล่ที่เขาสวมไว้ใต้แจ็กเก็ตสูท –

“ไม่” นายใหญ่ขัด

ลอเรนโซ่หยุด

“คุณหมายความว่ายังไง ไม่

อีกฝ่ายตอบกลับ หลังจากถอนหายใจเฮือกใหญ่ใส่บลูทูธ “เรามาที่นี่เพื่อยื่นข้อเสนอให้ธัญน์ เธอจะไม่พกปืนเข้าไปในสถานที่ประกอบอาชีพของเขา ให้เกียรติเขาหน่อยสิ เราต้องแสดงให้เขาเห็นว่า–”

“ไดเนอร์” ลอเรนโซ่ขัด จากนั้นก็รู้สึกผิดทันทีที่ตนเองพูดขัดอีกฝ่าย เหมือนเตะลูกหมากระเด็นโดยตั้งใจ “ขอโทษที–  แต่ คุณพูดว่าไดเนอร์ก็ได้ เขาลาออก ทิ้งคุณ มาเปิดร้านอาหาร มอริซ เขาสะกดมันด้วยดีสองตัว

“ฉันมั่นใจว่ามันเป็นร้านอาหารที่ดี เธอควรสั่งสักเมนูนะ”

“มันเป็นร้านประเภทที่เสิร์ฟอาหารขยะอย่างแฮมเบอเกอร์ หรือมิลค์เชค”

“และพายเชอร์รี่” ลอเรนโซ่ได้ยินรอยยิ้มในเสียงของเขาเลย “นี่คือคำสั่ง ลอเรนโซ่”

เขารู้ว่ามันคือคำสั่ง เขาเก็บปืนกลับเข้าที่ตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าตนเองจะอยากพูดอะไรออกไปสักอย่าง เช่น “อันไหนคำสั่ง พายเชอร์รี่หรือปืน” หรือไม่ก็ “ผมจะไม่เดินตัวเปล่าเข้าไปหาไอ้หอกนั่น จะบ้าเหรอ” แต่ก็ตัดสินใจปิดปากเงียบ ผ่านมานานราวชั่วนิจนิรันดร์ แต่เขาก็ยังเถียงหรือขัดคำสั่งมอริสไม่เป็น

“เขาเป็นคนมีเหตุผล ลอเรนโซ่ เมื่อเธอเล่าสถานการณ์ของเราให้เขาฟัง เขาจะเข้าใจ” มอริซกำชับ

“มันผ่านมา..” กี่ปีนะ เขาลืมไปแล้ว “..นานมาก มอริซ เวลาเปลี่ยนทุกอย่าง แม้กระทั่งผู้คน”

“ฉันรู้จักธัญเทพดี ลอเรนโซ่”

“คุณเองก็รู้จักผมดี” ลอเรนโซ่ตอบ ก้าวออกจากรถ ไม่แน่ใจนักว่าตนเองกำลังสื่อถึงอะไร

“ใช่ และวันเวลาไม่ได้เธอเปลี่ยนเธอไปเลยแม้แต่น้อย”

และมอริซรู้ดีเสมอ ถูกไหม ลอเรนโซ่ก็เลยไม่เถียง เขาแค่พึมพำว่า “ผมจะวางสายล่ะ” แล้วก็ถอดบลูทูธออกจากหูหลังจากที่อีกฝ่ายภาวนาให้เขา โชคดี ถึงแม้เธอจะไม่ต้องอาศัยโชคก็ตาม เขาเก็บกุญแจรถเข้ากระเป๋าแจ็กเก็ต และก้าวเข้าไปหาร้านดีไดเนอร์ เขาไม่ประหลาดใจด้วยซ้ำเมื่อพบว่าประตูไม่ได้ล็อก ธัญน์ไม่เงยหน้าขึ้นมามองเขา หรือกล่าวยินดีต้อนรับ ลอเรนโซ่รู้สึกเปล่าเปลือยอย่างประหลาดเมื่อไร้อาวุธ

เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้บาร์ติดกับขอบเคาน์เตอร์ หลังยืดขึ้นตรงเป็นไม้บรรทัดโดยไม่ต้องอาศัยพนักพิง รวบสองมือวางไว้บนตัก ธัญน์กำลังย่อตัว เก็บของอยู่ใต้เคาน์เตอร์ ทั้งสองไม่พูดกัน ไม่แม้กระทั่งสบตากัน จนกระทั่งอีกฝ่ายยืดตัวขึ้นยืน หรี่ตามองลอเรนโซ่เหมือนเขาเป็นแค่เก้าอี้ที่ยังไม่ได้เก็บเข้าที่

“เราปิดร้านแล้ว” ธัญน์พูด สำเนียงอังกฤษของเขาชัดยิ่งกว่าของลอเรนโซ่เสียอีก

“ผมรู้”

ชายหนุ่มเอียงคอ “นายจะสั่งอะไรรึเปล่า”

“คุณปิดร้านแล้ว ผมไม่อยากจะหยาบคาย”

ธัญน์แค่นหัวเราะ “แค่โผล่หัวมาที่นี่ก็หยาบคายแล้ว”

ลอเรนโซ่ยักไหล่ “ผมขอโทษ?” เขาไม่ได้หมายความตามที่พูดจริง ๆ หรอก แต่..

ธัญน์ไม่ตอบ หันหลังไปเปิดตู้เย็น

การพักจากอาชีพมือปืนส่งผลดีต่อธัญน์ อย่างน้อยก็ในแง่ของรูปลักษณ์ ลอเรนโซ่สังเกตได้เลยว่าเขาดูแลตัวเองดีขึ้น ครั้งล่าสุดที่เขาจำได้ ธัญน์ผอมกว่านี้มาก นัยน์ตากลวงโบ๋ คล้ำไปหมดรอบดวงตา แล้วก็สูบบุหรี่จัดเหมือนตนเองเป็นปล่องไฟ แต่ตอนนี้เขามีน้ำมีเนื้อขึ้น แผลเป็นบนผิวสีเข้มก็เจือจางไปหมดแล้ว กลายเป็นแค่รอยขีดข่วนบนใบหน้า เขาไว้หนวดไว้เคราอีกต่างหาก จัดเป็นทรงแบบคนที่มีเวลาส่องกระจกตอนเช้าเพื่อดูแลสารรูป ไม่ต้องรีบออกเดินทางไปยังสนามบินเพื่อกำจัดศัตรูของมอริซในอีกทวีปหนึ่ง

ลอเรนโซ่รู้ว่าตัวเองกำลังจ้อง เขาไม่ควรที่จะจ้อง มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นธัญเทพในชุดลำลอง แต่มันเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นอีกฝ่ายในเสื้อโปโลสีชมพู ผ้ากันเปื้อนลายเชอร์รี่ และเข็มกลัด “คุณพ่ออันดับหนึ่ง” ติดไว้บนอกเสื้อ ลูกสาว เขาได้ยินข่าวเกี่ยวกับเรื่องนั้น แค่เลือนลาง ข่าวลือของข่าวลือที่ไม่ค่อยมีใครเชื่อนัก ธัญเทพ? หมอนั่นน่ะเหรอมีลูก? ครั้งล่าสุด อีกฝ่ายอยู่ในเกราะกันกระสุนเปื้อนเลือดตั้งแต่หัวจรดเท้า

“มันหยาบคายนะ จ้องผู้ชายที่แต่งงานแล้วแบบนี้น่ะ” ธัญน์ขยิบตา

ลอเรนโซ่รู้เรื่องนั้น– เรื่องแต่งงานแล้ว ไม่ใช่เรื่องนัยแฝง “ผมแปลกใจก็เท่านั้น”

“ทำไม นายคาดหวังอะไร ร้านอาหารไทยเหรอ”

มันเป็นแค่คำถามเชิงโวหาร ธัญน์ไม่รอคำตอบ เขาหันกลับมาที่เคาน์เตอร์อีกครั้ง พร้อมกับพายเชอร์รี่หนึ่งเสี้ยวเสิร์ฟบนจานเล็ก ๆ กะทัดรัดที่เขาไม่เสียเวลาเตรียมการให้เลิศหรู แค่หยิบของเหลือจากตู้เย็นมาอุ่น แล้วก็ดันจานให้ลอเรนโซ่พร้อมส้อม มันไม่ได้ดู.. แย่ มันแค่ดูแข็ง กระด้าง เชอร์รี่นั่นเป็นผลไม้กระป๋องแน่นอน แต่อย่างน้อยขอบพายก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เนื้อแป้งซิกแซ็กล้อมรอบและพาดทับผลไม้เชื่อมแดงก่ำ

มันมีความคิดลอดผ่านเข้าหัวลอเรนโซ่ หนึ่งในความเป็นไปได้อย่าง เขาอาจจะกำลังวางยาพิษนายก็ได้ แต่นั่นมันเป็นแค่ความระแวง ไม่ใช่เหตุและผล ธัญน์ไม่มีเหตุผลที่จะวางยาพิษเขา ไม่มีประโยชน์ใด ๆ ให้ได้รับจากการฆ่าคนของมอริซ มอริซรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ สั่งเขามาที่นี่ ธัญน์รู้ดีว่าลอเรนโซ่คงไม่มาหาเขาหากไม่มีคำสั่งจากเบื้องบน– เขาจะมาทำไม เพื่อทานพายเชอร์รี่เหรอ

ดีไดน์เนอร์ตั้งอยู่นอกเมือง แทบจะเรียกได้ว่ากลางบริเวณไร้ความเจริญ แถวนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากหลักกิโล ป้ายบอกทาง “อีก __ กิโลเมตร จะถึงเมือง!” และปั๊มน้ำมัน เขาจะถ่อมาถึงนี่ทำไมเพื่อพายเสี้ยวเดียว

รสชาติของพายนั้นไม่เลวร้าย ไม่ดีเด่ แต่ก็ไม่มีอะไรพิเศษ ต่างจากคนทำโดยสิ้นเชิง

ลอเรนโซ่รู้ว่าตัวเองกำลังถูกมอง เขาแค่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าเพราะอะไร แค่สำรวจเขาเพื่อมองหาอาวุธ อาจจะ ลอบโจมตีเขาทีเผลอ เป็นไปได้ แต่ลอเรนโซ่คงไม่ปล่อยให้ตนเองมีช่องว่างใกล้ผู้ชายแบบธัญน์ หรือบางที คุณเจ้าของร้านอาจจะแค่อยากเห็นปฏิกิริยาของเขา อร่อยไหม ไหนบอกหน่อยสิ

มันชวนให้ลอเรนโซ่นึกถึงตอนที่ทั้งคู่เคยส่งไปปฏิบัติภารกิจร่วมกัน ตอนที่ธัญน์ลอบสังหารชายคนหนึ่งจากลับหลัง ย่องเข้าไปใกล้แล้ว– ที่เหลือก็กลายเป็นแค่อดีต แต่หลังจากเสร็จกิจ ธัญน์หันมาหาเขา ยักคิ้ว รอให้ลอเรนโซ่พูดอะไรบางอย่าง หรือไม่ก็ตีมือไฮไฟฟ์ เห็นเมื่อกี้นี้ไหม? เจ๋งใช่ไหมล่ะ?

แต่พายนี่ไม่เจ๋ง เขาก็เลยไม่พูดอะไร

“นายดูดีขึ้นนะ” โอ้ โอเค แบบนั้น “ฉันชอบเสื้อเชิร์ตนาย สีแดง เข้ากับร้านฉันดีจัง”

“ขอบคุณ” ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธคำชม

“ทำไมสีแดงล่ะ บอกที คงไม่เหมาะเท่าไหร่นักกับการปฏิบัติภารกิจยามค่ำ”

ข้างนอก พระอาทิตย์ตกดินไปนานแล้ว ดวงดาวมากมายที่รอดชีวิตจากแสงไฟในเมืองกำลังแย่งพื้นที่บนท้องฟ้า กระจัดกระจายไปทั่ว แต่แสงนีออนจากป้ายร้านก็ยังบดบังพวกมันจนเกือบหมดอยู่ดี

“ผมชอบสีแดง”

ธัญน์แสยะยิ้ม “เพราะว่ามันเหมือนเลือด?”

“.. เปล่า”

“เพื่อที่เวลานายเลือดออกศัตรูจะได้ไม่เห็น?”

ลอเรนโซ่ขมวดคิ้ว “เปล่า ผมแค่คิดว่าสีแดงเป็นสีที่สวย และผมใส่สีแดงขึ้น”

“นายนี่ไม่สนุกเลย อุส่าห์มาถึงนี่–”

“ผมมาที่นี่เพื่อยื่นข้อเสนอ ไม่ใช่เพื่อ ‘ความสนุก’ ”

ทุกอย่างหยุดนิ่ง ถ้าคุณหรี่ตา คุณก็อาจเห็นว่าแม้แต่เวลายังเดินช้าลง

รอยยิ้มบนใบหน้าของธัญน์เลือนหายไปอย่างรวดเร็วเหมือนไอน้ำระเหย ไม่ใช่แค่สีหน้า แต่ท่าทางของเขาด้วย ไม่มีอีกแล้วความเป็นกันเอง อ้าแขนยินดีต้อนรับ แค่สับสวิทช์ชั่วพริบตา เขารับรู้ถึงความอันตรายของสถานการณ์แล้วก็– เปลี่ยน เขากลับมาดูเหมือนมือปืนอีกครั้ง ในเสื้อโปโลสีชมพูและผ้ากันเปื้อน

“คุณคงไม่ได้คิดจริง ๆ ใช่ไหมว่าผมแค่มาเยี่ยมคุณขำ ๆ ”

ทั้งคู่ยังคงสบตากันนิ่ง ไม่มีใครหันหน้าหนี ไม่มีใครกระพริบตา ราวกับว่าถ้ามีใครสักคนหยุดก่อน มันจะเป็นการยอมรับถึงความอ่อนแอ หรือการพ่ายแพ้สงคราม แสงไฟนีออนจากนอกร้านสะท้อนลงบนดวงตาของธัญน์ แต่มันไม่ทำให้เขาดูอ่อนข้อลง เงาสะท้อนของแสงไฟไม่ใช่ประกายของความรู้สึก ถึงจะคล้ายกัน ลอเรนโซ่สังเกตเห็นรอยแผลเป็นบนแก้มและเส้นเลือดฝอยในตาขาวมากกว่าจิตวิญญาณของอีกฝ่ายเสียอีก

“ฉันไม่คิดว่านายมาเยี่ยมฉัน ‘ขำ ๆ ‘ แต่ฉันอยากเชื่ออย่างนั้น

“ผมก็อยากเชื่อในยูนิคอร์นเหมือนกัน แต่โลกมันโหดร้าย”

ธัญน์ยิ้มเหยียดเยาะเย้ย แต่เสียงของเขาอ่อนโยนผิดกับสีหน้า บางที เขาอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเสียงของเขาเป็นเช่นนั้นเมื่อพูดถึงคนที่ตนเองรัก “บอกลูกสาวฉันแบบนั้นสิ แล้วเธอจะต่อยหน้านายเข้าให้”

“คุณจะปฏิเสธผมโดยไม่ฟังข้อเสนอเพราะว่าเธอด้วยหรือเปล่า?”

แทนที่จะได้รับคำตอบ อดีต–มือปืน ปัจจุบัน–คุณพ่อ ก็เปลี่ยนเรื่องเสียก่อน ลอเรนโซ่ถอนหายใจ ใช้ส้อมจิ้มพายเข้าปาก “ฉันนึกว่านายเป็นบอดี้การ์ดของมอริซเสียอีก ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่นายทำธุระอื่นให้เขาด้วย”

“เขาไว้ใจผม” ลอเรนโซ่ตอบ ไม่พยายามซ่อนความภาคภูมิใจในน้ำเสียง

“เหรอ ดีนี่ งั้นทำไมนายไม่ทำ– ไอ้อะไรก็ตามที่เขาอยากให้ฉันไปช่วยนี่แทนล่ะ หืม”

เรื่องตลกมีอยู่ว่า ลอเรนโซ่เห็นด้วย มันไม่มีความจำเป็นเลยที่จะดึงผีขึ้นมาจากโรงศพ เราไม่จำเป็นต้องให้ธัญน์กลับมา เขาสามารถจัดการปัญหานี้ได้ แต่มอริซยืนกราน และลอเรนโซ่ก็ไม่อยากจะเถียง เถียงไม่ได้ ไม่อยากจะคิดด้วยว่าทำไมเขาถึงไม่ได้รับมอบหมายให้ทำงานนี้ ทำไมต้องเป็นธัญเทพ คนที่เลือกเดินหนีไปจากองค์กรและชีวิตมือปืน แน่นอน มอริซบอกว่า มันเสี่ยงเกินไป และ ครั้งนี้อันตรายมากกว่าทุกครั้ง แต่มันฟังดูเหมือน ฉันไม่ไว้ใจนายมากพอ และ นายไม่มีฝีมือเท่าธัญเทพ เสียมากกว่า

ลอเรนโซ่คิดว่าตัวเองซ่อนสีหน้าเก่งมากพอ แต่ธัญน์สังเกตเห็นทันที

“อะไรวะ เขาไม่ให้นาย..” ธัญน์หยุด อธิบายตัวเอง “อ๋อ คืองี้ นายชอบกลอกตาตอนนาย–”

“ตกลงคุณจะฟังข้อเสนอของเรารึเปล่า?”

“ฉันฟังแล้ว คำตอบคือไม่”

คราวนี้เขากลอกตาจริง ๆ แล้ว “มอริซบอกว่าคุณจะฟังเหตุผล หากผมบอกว่า–”

“–แล้วมอริซรู้รึเปล่าว่าฉันเป็นพ่อคน?”

ความเงียบอันน่าอึดอัดเข้าแทรกชั่วครู่

“เขาเป็นคนเดียวที่เชื่อข่าวลือนั่น เขาบอกว่าคุณจะเป็นพ่อที่ดี”

ธัญเทพพ่นลมหายใจพรืด “แล้วเขาคิดว่าฉันจะกลับไป? ฉันมีอะไรให้เสียแล้ว แอล มันไม่ใช่แค่ชีวิตของฉันคนเดียวอีกต่อไปถ้าหากฉันตายห่าในภารกิจ และฉันจะไม่เป็นไอ้พวกเวรที่ใช้ชีวิตสองชีวิต โกหกลูกเมียว่าตัวเองเป็นนายธนาคารในขณะที่ปล้นธนาคาร หลอกลวงคนที่ตัวเองรักไปวัน ๆ เพราะคิดว่าตัวเองรู้ดี–”

และบางที แค่บางที ลอเรนโซ่ไม่ควรที่จะอารมณ์ร้อน หรือต่อล้อต่อเถียง แต่ข้อยกเว้นเดียวบนโลกนี้คือมอริซ ส่วนสำหรับคนอื่น ลอเรนโซ่ไม่มีเหตุผลให้ไว้หน้า เขาหงุดหงิด เขาเสียเวลาขับรถหาร้านบ้านี่อยู่ตั้งนาน และปืนของเขาก็อยู่ในรถอีกต่างหาก แถมเจ้าพายนี่? เมื่อครู่นี้เขาโกหก มันห่วย

คุณจะคลิเช่ไปถึงไหน? เลิกเป็นมือปืนแล้วแต่งงานมีลูก? ทำไมคุณไม่ซื้อหมา เข้าโบสถ์ วางรั้วสีขาวล้อมรอบบ้านไปด้วยเลยล่ะ เมียคุณรู้บ้างรึเปล่าว่าชีวิตใหม่ของคุณมันเป็นแค่เรื่องลวงโลก?”

นั่น– ไม่ใช่สิ่งที่ควรพูด

“นายจะไปรู้อะไร!!”

ในเสี้ยววินาที ทุกอย่างเกิดขึ้น ธัญน์ตะโกนก่อน จากนั้น ไม่รอให้เขาออกเสียงจบแม้กระทั่งคำแรก ลอเรนโซ่ลุกพรวดขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว สร้างระยะห่างทันทีโดยไม่ต้องรอให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้  และ พูดยังไม่ทันขาดคำ– ธัญน์ก็ทุบมือลงบนเคาน์เตอร์ ทำเอาจานพายเชอร์รี่กระเด็นตกไปหลังเคาน์เตอร์

มันเป็นจานพลาสติก ตกลงพื้นก็ไม่แตก แถมพายก็ทานหมดแล้ว เลยไม่มีอะไรเสียหาย

ถ้าหากไม่นับถึงตอนที่ธัญน์ชักมืออีกข้างขึ้นมาเหนือเคาน์เตอร์ และ– คุณเดาไม่ถูกแน่ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อ – ปรากฏว่า เขาถือมีดมาตลอดข้างหลังเคาน์เตอร์นั่น บอกแล้วไงว่าสถานการณ์มันแย่ลงแน่

ลอเรนโซ่ถอยหลังเพิ่มอีกก้าวสองก้าว สูดหายใจลึก

เขารู้สึกได้ถึงน้ำหนักของปืนใต้แจ็กเก็ต ทั้ง ๆ ที่ตนเองไม่มีอาวุธ– หรือไม่ก็เพราะว่าตนเองไม่มีอาวุธ

“ฉันไม่ได้กำลังพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่ ฉันแค่กำลังเอาชีวิตของฉันกลับคืนมา ฉันไม่ได้โกหกเธอเลยสักครั้ง เธอรู้ว่าฉันเคยเป็นอะไร เธอรู้ว่าฉันทำอะไร กล้าดียังไงถึงคิดว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงที่ไม่รู้ดีพอ?”

ภายใต้ความมืด เสียงของธัญเทพลุกโชนส่องสว่างเหมือนสะเก็ดไฟจากเตาผิง

นักกวีบอกว่าดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ ส่วนนักวิทยาศาสตร์บอกว่าแววตาบอกอะไรไม่ได้เลย มันยาก ที่จะสบตากับอีกฝ่ายในตอนนี้ เผลอ ๆ อาจจะทำให้อีกฝ่ายเดือดพล่านไปมากกว่าเดิม เขาก็เลยไม่ทำ ตัดสินใจสังเกตอย่างอื่นแทน เช่นนิ้วที่กำแน่นอยู่รอบด้ามจับของมีดทำครัว มันไม่ใช่มีดสำหรับการต่อสู้ แต่มันอยู่ในมือของผู้มีประสบการณ์ รู้ดีกว่าที่จะปล่อยอาวุธหลุดมือ หรือแค่แทงอย่างสะเปะสะปะ

เขามือเปล่า ไม่มีอาวุธ เผชิญหน้าอยู่กับมีด– อาวุธที่ยกระดับความอันตรายของสถานการณ์อย่างสิ้นเชิง คุณไม่ชักมีดหากคุณยังสนใจอยู่ว่าอีกฝ่ายจะตายหรือไม่ตาย คุณชักมีดเพราะคุณไม่แคร์

ลอเรนโซ่พยายามนึกว่าธัญเทพในอดีตจะทำอะไรแบบนี้รึเปล่า แต่เขานึกไม่ออก

“เราไม่จำเป็นต้องสู้กัน ธัญน์ เราคุยกันดี ๆ ก็ได้”

ธัญเทพสบถคำหยาบภาษาไทยที่เขาฟังไม่ออก ก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาใกล้ด้วยมีด

ต่อให้คุณจะจินตนาการว่าธัญน์ไวแค่ไหน เขาไวกว่านั้นอย่างน้อยสองเท่า เป็นแค่ภาพเบลอสีชมพูเท่านั้น ถึงแม้ว่าเคาน์เตอร์จะสูงขึ้นถึงเอวของเขาและคั่นกลางอยู่ระหว่างทั้งคู่ เขาก็กระโดดข้ามมันมาได้อย่างไม่มีปัญหา ลอเรนโซ่สบถ เบี่ยงตัวหลบไปอีกทางแทนที่จะถอยหลัง จากนั้นก็– วิ่ง เขาจะไปทำอะไรอย่างอื่นได้?! เขาไม่อยู่ในสภาพที่สามารถแย่งอาวุธจากอีกฝ่ายได้ เขาต้องการช่องว่าง ระยะทาง และอาวุธ

เขาเตะเก้าอี้ให้ล้มลง แต่ธัญน์ฉลาดกว่านั้น เขารู้จักร้านของตัวเองดี กระโดดข้ามมันได้โดยไม่ติดขัด แต่นั่นไม่เป็นไร ลอเรนโซ่ไม่ได้ต้องการจะสะดุดให้เขาล้ม แค่ถ่วงเวลาในขณะที่เขาวิ่งย้อนศรกลับไปหลังเคาน์เตอร์เสียเอง มันต้องมีมีดอยู่แถวนี้สักเล่มหนึ่งสิน่ะ สักอย่างที่เขาใช้ได้ แต่– บนเคาน์เตอร์ว่างเปล่า ส้อมพายนั่นกลิ้งหายไปไหนไม่รู้ และทุกลิ้นชักที่เขาพยายามดึงก็– ล็อก! เขาควรจะแปลกใจ ควรจะตื่นตูม แต่เขากลับรู้สึกได้ถึงแค่ความใจหายวูบเหมือนกลืนน้ำแข็งลงท้อง ธัญน์ไม่ได้เก็บร้านตอนเขาอยู่ในรถ เปล่า เขาเก็บอาวุธทุกอย่างให้พ้นมือลอเรนโซ่ เตรียมการเอาไว้สำหรับเหตุนี้โดยเฉพาะ

คลาสสิคธัญน์

ลอเรนโซ่กำลังจะยันตัวขึ้น ถอยหลังข้ามเคาน์เตอร์ไปยังอีกมุมห้อง แต่เขาไม่เร็วพอ ขายาวเกินไป พื้นที่น้อยเกินไประหว่างจุดที่ปลอดภัย มีด และธัญน์ที่ถือมีดอยู่ เขาทำได้แต่หลบ และแม้กระทั่งการหลบยังยากลำบาก ถ้าเขาพยายามถอยหนี เขาอาจจะรนเอาแขนไปโดนฟัน ถ้าหากเขาพยายามปลดอาวุธ เขาก็อาจจะเปิดช่องว่างให้ตัวเองโดนแทง แต่ต้องทำสักอย่าง ต้องทำสักอย่าง อีกฝ่ายเร็วมาก มาก และเขาหลบได้อีกแค่ไม่นานจนกว่าธัญน์จะจับทางได้แล้วล่อให้เขาเปิดช่องว่างในที่สุด ระยะห่าง ปลดอาวุธ เบี่ยงเบน–

โอ้

ในเสี้ยวพริบตาอันแสนโง่เง่า ระหว่างการหลบซ้ายหลบขวา–แสงนีออนแดงฉ่าสะท้อนลงบนใบมีด-ด้านคมบาดโดนปกเสื้อ–และการพยายามผลักอีกฝ่ายออกเพื่อป้องกันตัวเพียงเพื่อที่จะถูกดันกลับแล้วชักมีดขู่–เขาสังเกตเห็นมัน เข็มกลัด “คุณพ่ออันดับหนึ่ง” ที่ติดอยู่บนอก แค่ฟลุค จริง ๆ นะ องศาที่ธัญน์เงื้อแขนขึ้นจนสามารถมองเห็นใต้ผ้ากันเปื้อน เห็นเข็มเล็ก ๆ ที่ทะลุผ้ากันเปื้อนไปถึงเสื้อโปโล เสี้ยวพริบตา

ครั้งถัดไป เมื่อธัญน์กระแทกมีดเข้ามา เขายกแขนขึ้นกันเหมือนกำลังพยายามจะปลดอาวุธอีกฝ่าย แต่ธัญน์– ขอบคุณที่เขาช่างไวเสียเหลือเกิน– โยนมีดสลับไปอีกข้างหนึ่งทันทีเพื่อจะแทงลอเรนโซ่ในด้านที่เขาเปิดช่องว่าง มันเป็นทริคที่น่าประทับใจ ถ้าไม่ติดว่าเขาเองก็เปิดช่องว่างเหมือนกัน ข้างเดียวกับที่เข็มกลัดจากคุณลูกสาวสุดน่ารักติดอยู่บนผ้ากันเปื้อนและเสื้อที่เขาสวม ลอเรนโซ่เอื้อมมือไปหา– แล้วกระชากมันเต็มแรง

พูดกันตามตรงแล้ว มันไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีเด่อะไรนักหรอก เข็มกลัดนี่ทำจากวัสดุที่เปราะบางเอามาก ๆ มันไม่มากพอที่จะทำให้ธัญน์เสียหลักได้ และถ้าลอเรนโซ่อยากจะผลักอีกฝ่ายออก เขาก็คงทำไปแล้ว– ทำไปแล้วรอบหนึ่งเสียด้วยซ้ำ แค่กระชากเสื้ออีกฝ่ายก็มาพอ แต่มันไม่พอสำหรับธัญน์ ยกเว้นเข็มกลัดนี่ เพราะ ถึงแม้ว่ามันจะหน้าตาขี้เหร่ เป็นตัวอักษรสีเหลืองแสบตาเขียนอยู่บนพื้นหลังสีฟ้าสว่างจ้า–

–มันสำคัญต่อคุณพ่ออันดับหนึ่ง แทนที่จะแทงลอเรนโซ่อย่างที่เขาวางแผนไว้ หรือพยายามตั้งหลัก เขาปล่อยมีดลงพื้น ดวงตาเบิกโพลง เอื้อมมือมาชกเข้าที่แขนของลอเรนโซ่อย่างจัง มันต้องทิ้งรอยช้ำเอาไว้เป็นสัปดาห์แน่นอน แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ต้องเป็นหลังจากที่ลอเรนโซ่เตะมีดไปใต้เคาน์เตอร์ ต้องเป็นหลังจากที่เขากระชากไหล่เสื้อของอีกฝ่ายเต็มแรงจนธัญน์เสียหลัก เอียงตัวล้มครืนหัวกระแทกเข้ากับตู้ติดผนังดังปั่ก!

ความผิดพลาดขั้นมือสมัครเล่น แบบที่ผู้ชายมากประสบการณ์อย่างธัญน์ในอดีตคงจะไม่มีวันทำพลาด แต่ธัญน์ในอดีตไม่มีลูกสาว ไม่มีเข็มกลัดที่เธอทำขึ้นมากับมือแล้วมอบหมายให้เขาเป็นพ่ออันดับหนึ่ง

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเหนือจริงเสียจนลอเรนโซ่ยังไม่อยากจะเชื่อ ตอนแรก เขาเสียหลักล้มไปพร้อมกับธัญน์ เข็มกลัดที่กระชากหลุดมากับมือ เขารีบยันตัวลุกขึ้น ปล่อยเข็มกลัดลงพื้น โดดข้ามเคาน์เตอร์ไปเอามีดที่กระเด็นไปยังอีกด้านหนึ่งของห้อง ในขณะที่.. ธัญน์.. ไม่แม้แต่ที่จะพยายามหยุดเขา แค่ รีบเอื้อมไปหยิบเข็มกลัดขึ้นมาใหม่ ประคองมันเอาไว้ระหว่างสองมือ สำรวจว่ามันพังรึเปล่า

ลอเรนโซ่หอบหายใจหนัก ก้มลงมองมีดที่แย่งชิงมาได้ และ เพราะเขาไม่มีตัวเลือกอื่นว่าจะทำยังไงกับมันดี เขาเดินไปเปิดหน้าต่างแล้วโยนมีดทิ้ง มันตกลงใส่กระถางพุ่มไม้หน้าร้านพอดิบพอดี

เสียงลมจากข้างนอกพัดเข้ามาในร้าน ทำลายความกดดันที่ทิ้งตัวอยู่ในบรรยากาศแทบในทันที หากนั่นเป็นไปได้ เขายังหอบหายใจไม่เป็นปกติ หัวใจเต้นรัวอยู่ในอก และ– โอ้ ดูนั่นสิ เขาเลือดออกด้วย น่าประหลาดใจที่เรื่องแบบนั้นมองข้ามไปได้ เขานึกว่าตัวเองหลบได้ดี แต่ เขาคิดผิด การต่อสู้กับมีดมือเปล่าในระยะประชิดมันหายนะ … เฮ้ ธัญน์พูดถูก เสื้อเชิร์ตสีแดงช่วยให้คุณไม่สังเกตจริง ๆ ว่ากำลังเลือดไหล

ส่วนกางเกงสีน้ำตาลอ่อนของเขาก็เละเลย

“ควยเอ้ย” ธัญน์พึมพำจากหลังเคาน์เตอร์ เสียงของเขาไม่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดเหมือนแต่ก่อน ใจเย็นลง เกือบจะฟังดูอับอายในตัวเอง ยอมรับความพ่ายแพ้ “เธออุส่าห์ทำเองในคาบศิลปะนะเว้ย”

ในตอนนั้น บางสิ่งคลิกลงล็อก

มอริซพูดถูก ยังไม่มีใครตามล่าธัญน์ เพราะไม่มีใครกล้า ทุกคนยังคิดว่าเขาเป็นชายในตำนาน คนที่ฆ่าคนด้วยมือเปล่าถึงแม้ว่าตัวเองกำลังจะถูกรุม คนที่อยู่มาตลอดตั้งแต่การสร้างตัวและการรุ่งเรืองของมอริซ แต่ถ้ามีใครรู้เข้าว่าเขาพึ่งแพ้ เพราะลูกเล่นกาก ๆ อย่างเอื้อมมือไปแตะเข็มกลัดที่ลูกทำให้เขา.. เอาเป็นว่า เรื่องเข็มกลัดจะดูเล็กไปเลย ลอเร็นโซ่ร่ายชื่อคนจิตวิตปริตได้หลายคนที่จะกล้าทำอะไรมิต่อมิอะไรกับเด็กได้ลงคอ

ไม่ใช่เพื่อการแก้แค้น ธัญน์ไม่เคยทิ้งเหยื่อให้ตามมาแก้แค้นเขาได้ ไม่แม้กระทั่งครอบครัวหรือเพื่อนของเหยื่อที่ว่า หรือเพื่อนบ้านที่มักจะโบกมือให้กันบ่อย ๆ ไม่เหลือ อาจจะเพื่อเงิน มีคนจ้าง หรือแค่เพื่อความสนุก เฮ้ ดูสิ ฉันจัดการกับไอ้มือปืนนั่นได้– ไม่มีอะไรพิเศษไปกว่าการโอ้อวดผลงานอีกแล้วในสังคมนี้

“ผมขอโทษ” ลอเรนโซ่พูดโดยไม่หันกลับไปมอง คราวนี้เขาหมายความอย่างที่พูดจริง ๆ

“ดูดควยกูนี่” ธัญน์ตอบ

ข้างนอกเงียบสงัด หากไม่นับเสียงหิ่งห้อย เสียงลม และรถที่ผ่านไปมานาน ๆ ครั้ง ไม่น่าจะถึงสิบคันต่อชั่วโมง ลอเรนโซ่รู้สึกเบาหวิวกว่าปกติยังไงบอกไม่ถูก เหมือนว่าควบคุมตัวเองไม่ได้ดีเท่าปกติ อาจจะเพราะเขากำลังเสียเลือด หรืออาจจะเพราะเขาพึ่งค้นพบข้อเท็จจริงที่ว่า– ความหวังเดียวของมอริซที่จะต่อกรกับปัญหาแก๊ง คือชายที่เป็นแค่เงาของตนเองในอดีต และมีสัมภาระอารมณ์ขนาดใหญ่เท่าตัวเด็กผู้หญิง

ไหล่ของลอเรนโซ่สั่น แต่นั่นคงเป็นเพราะลมหนาวซะมากกว่า

“คุณจะฟังข้อเสนอของเรารึยัง?”

ลอเรนโซ่ไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าธัญน์ลุกออกมาจากหลังเคาน์เตอร์แล้ว ไม่มีเสียงฝีเท้าให้ได้ยินหรือเงาให้ได้เห็น (อย่างน้อยเขาก็ยังเก่งเรื่องนั้นอยู่)  จนกระทั่งอีกฝ่ายใช้จานพลาสติกตีหัวเขาเต็มแรง มันไม่เจ็บ และเสียงหัวเราะของธัญน์ก็บ่งบอกให้เขารู้ว่ามันเป็นแค่การเล่น “ขำ ๆ ” และไม่ใช่การพยายามดักตีหัว

เขาพึ่งชนะธัญเทพ เป็นครั้งแรกในชีวิต

ตอนก่อน ๆ เขาแค่แอบเดินเข้าไปสะกิดอีกฝ่ายให้สะดุ้งจากด้านหลังยังทำไม่ได้

“ยัง ขอฉันหากล่องปฐมพยาบาลให้แผลของแกก่อน เคยมีใครบอกรึเปล่าว่าเวลาโดนมีดจี้อย่าดิ้นไปมา? นายดิ้นเป็นปลาขาดน้ำ” เขาไม่รอให้ลอเรนโซ่เถียง แก้ตัว หรือแม้กระทั่งกล่าวขอบคุณ แค่สะบัดก้นหันหลังเดินไปเลย “ใช่ ใช่ นายพยายามหลบอยู่ แต่นายหลบได้แย่ ทำไมไม่วิ่งออกไปนอกร้านนะ…”

ลอเรนโซ่อยากจะตอบกลับไปว่า “คุณพึ่งแพ้ผม หุบปากไป” แต่นั่นมัน.. โหดร้ายไปหน่อย

ธัญน์เดินกลับไปเอากล่องปฐมพยาบาล มันอยู่ในตู้ติดผนัง– ที่เขาเสียหลักล้มจนหัวกระแทกเข้าเต็มรัก ระหว่างที่ขุดคุ้ยหาผ้าพันแผล ยาฆ่าเชื้อ และเข็มกับด้าย– เผื่อไว้ก่อน– ธัญน์ก็เป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอก่อน

“ดื่มอะไรหน่อยไหม? ฉันชงอะไรให้ได้นิด ๆ หน่อย ๆ ฟรี คิดซะว่านี่คือช่วงโปรโมชั่น”

ลอเรนโซ่เลิกคิ้ว “ลูกเมียคุณจะไม่ว่าเอาเหรอ”

ธัญน์เบ้ปาก ชักสีหน้าเหมือนเขากำลังคุยกับคนที่โง่ที่สุดที่เขาเคยเห็น “ไม่ ฉันบอกแล้วไง พวกเธอรู้ทุกอย่าง ไม่มีความลับ แต่ ฉันพยายามไม่เล่าให้ลูกฟังเรื่องที่.. ฉูดฉาดเกินไป นายคงเข้าใจ เธอยังเด็ก แต่แม่ของเธอเล่าให้เธอฟังคร่าว ๆ ฉันจะบอกเธอว่านายบุกเข้ามาในร้าน ด่าเธอ แล้วฉันก็ต่อสู้เพื่อปกป้องเกียรติภรรยา”

“คุณจะบอกด้วยไหมว่าตัวเองแพ้” โอเค อันนี้ขอหน่อย

“หุบปากไป”

คราวนี้ ลอเรนโซ่เป็นฝ่ายหัวเราะ “ลูกสาวของคุณชื่ออะไร?”

“จูเลีย” ธัญน์ตอบ แต่พอพูดจบเขาก็ดูเสียใจในสิ่งที่ตัวเองพูดทันที “ฉัน..ตั้งชื่อเธอตามจูเลีย ฝรั่งจ๋ามาก  แต่.. ฉันรู้สึกว่ามันจำเป็น หลังจากทุกอย่างที่เกิดขึ้น ฉันติดค้างผู้หญิงคนนั้น”

ลอเรนโซ่กระพริบตาปริบ ๆ

ไม่มีทางไหนเลยที่จะพูดเรื่องนี้โดยไม่มีใครต้องเสียความรู้สึก

“ข้อเสนอของเรา” เขาเกริ่น สูดหายใจลึก “ปัญหาของเรา– มันเกี่ยวข้องกับจูเลีย”

ธัญน์เงียบไปพักใหญ่

“โอเค” เขาไม่ฟังดูโอเคเลยแม้แต่น้อย “ขอฉันชงเหล้าแป๊ปนะ”

 

 




 

  • เราเกลียดที่เวิร์ดเพรสทำย่อหน้าเราเละหมด ถ้ามีเว็บทีดีกว่านี้โปรดบอกเรา
  • เราว่าเราคงไม่มีวันพอใจกับการแต่งฉากบู๊ของตัวเอง
  • ชื่อ Lorenzo ถ้าอ่านในภาษาสเปน ตัว z จะไม่ออกเสียงเหมือน ซ มันจะคล้าย ๆ ต ถ้าเราเข้าใจไม่ผิดนะ.. (เหมือน th ใน “think”) แต่เนื่องจากลอเรนโซ่เป็นคนลาติน่า มาจากเม็กซิโก เขาออกเสียงชื่อนี้แบบละติน อเมริกัน ลอเรนโซ๋ (ซึ่งเหมือนตัว “s”)
  • ชื่อนามสกุลของธัญน์ หากไปตรงกับใคร เป็นเรื่องบังเอิญนะจ้ะ หมอนี่ไม่มีตัวตนอยู่จริง
  •  จริง ๆ ตอนแรกชื่อเล่นมันสะกดว่า ธันน์ แล้วเราก็งงว่า… ทำไมมีนอหนูสองตัวแล้วการันต์วะ.. แล้วเราก็เลยเปลี่ยนเป็น ธัญน์ เพราะมันคล้ายๆ  กับชื่อจริงกว่า?? แล้วเราไม่อยากเขียนแค่ ธัญ เพราะมันห้วนแปลก ๆ เราเลยใส่ นอ การันต์ ไปงั้นแหละ…………………………………
  •  มันยากที่จะแต่งว่า เฮ้ย นี่ภาษาไทย แต่จริง ๆ มันคุยภาษาอังกฤษกัน แล้วคนไทยคนนั้นพึ่งจะพูดไทย ฮ่า ฮ่า.. เราขอโทษด้วยหากมีตรงไหนที่มันชวนงง
  • MURDER WITH A SIDE OF FRIES คือซีรี่ยส์ (นิยายนั่นแหละ แต่เรียกซีรียส์แล้วเท่จัง) เกี่ยวกับอดีตมือปืนขึ้นสนิมที่ต้องกลับไปทำงานให้เจ้านายเก่าอีกครั้ง ในขณะเดียวกัน ก็ต้องพยายามบาลานซ์ชีวิตส่วนตัว เลี้ยงดูลูก ครอบครัว และดูแลร้านอาหารของตัวเองไปด้วย เขาจะรักษาสมดุลได้หรือไม่? เมื่ออดีตตามมาหลอกหลอน เขาต้องเลือกรึเปล่าว่าจะใช้ชีวิตไหน?
  • มันคืองานที่เราาอยากจะเล่นกับ tropes ที่เห็นได้บ่อยในสื่อประเภทนี้ อย่าง trope อาชญากรมีครอบครัวที่โกหกลูกเมีย แต่ในขณะเดียวกันก็บอกว่าทำไปเพื่อปกป้องครอบครัว? เราเกลียดแม่งมาก ธัญน์จึงจะไม่ทำอะไรแบบนั้น เราอยากจะเล่นกับ tropes และ cliches พวกนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็อยากจะลองดูว่าเราจะพยายามแหกมัน/ทำให้มันน่าสนใจได้ไหม
  • นั่นหมายความว่าจะเต็มไปด้วย food puns
  • เนื่องจากยังมีอนิมัสและอีกมากมายต้องเขียน ไม่มีการันตีว่าจะได้อัพเดทอย่างต่อเนื่อง :v
  • ตัวเอกเป็นคนไทย เพราะเราคิดว่ามันเท่ดี
  • และ เยส เขามีลูก เมีย และอดีตกับผู้หญิงอีกคน แต่ นั่นไม่ได้หมายควา่มว่านี่จะเป็น THE MOST HETERONORMATIVE STORY EVER เพราะไม่มีอะไรเขียนยากสำหรับเราไปมากกว่าพวก Straight™ //ผิด ธัญน์จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์เหล่านี้เพื่อให้ narrative ของเรื่องเวิร์ก แต่ นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่มีตัวละคร/ธีม LGBTQIA+ เพราะ รู้จักเรากันดี เราพยายามเขียน represenations
  • เราขอโทษที่ใช้ไทยคำอังกฤษคำ
  • ตอนนี้ยังไม่มีคนผิวขาวในเรื่องสักคน และเรามีตัวเอกที่ represent ตัวเอง (ในแง่ของเชื้อชาติ) เรารู้สึกลั่ลล้ายังไงบอกไม่ถูก ตบเราได้ 55555555555555555555555
  • ตอนแรกเราว่าจะโพสลงเด็กดี แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเรามีคำว่า “ดูดควยกูนี่”
  • เราค่อนข้างมั่นใจว่าเราพิมพ์ ธัญน์ เป็น ธันญ์ หลายรอบ และ ลอเรนโซ่ เป็น ลอนเรนโซ่ หลายรอบ เราไม่แน่ใจ แต่เราเมาชื่อมาก มันตีสาม จะตีสี่แล้ว นอนก่อนนะ ฮือ ขอบคุณที่อ่านค่ะ

 

Advertisements

One thought on “MURDER WITH A SIDE OF FRIES [1/?]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s