[FIC] The Hunter’s Heart

Title: The Hunter’s Heart
Fandom: Dishonored (Video Game)
Pairings: The Outsider/Corvo Attano, Jessamine Kaldwin/Corvo Attano
Rating: E เลยดีไหม
Warnings: มีฉากกินสัตว์สด ๆ , gore??, ความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก, suffocation
มัน.. ไม่กราฟิกเท่าไหร่่.. มั้ง เราคิดว่างั้นแหละ แต่ ไม่แนะนำอยู่ดีถ้าคุณไม่อยากอ่านคอร์โว่แดกหนู

ไม่มีพล็อท เราคงจะเรียกมันว่า porn without plot แต่ก็ไม่เชิงอ้ะ.. มันไม่ได้มีอะไร sexual นะ ถ้าให้เราหาคำเรียก มันคงเป็น “The Outsider Putting Random Shit In Corvo’s Mouth”

ชื่อฟิคมาจากริชาร์ด ไซเก็น เช่นเคย เพราะ.. เราเป็ฯคนแบบนั้นแหละ

เราไม่อยากแปลชื่อเอาท์ไซเดอร์เพราะเรากระแดะ ขอโทษด้วยนะคะ

I.

                มันยังมีชีวิตอยู่ คอร์โว่นึก ยังหายใจและดิ้นรน เขารู้สึกได้ถึงชีพจรของมัน ยังเต้นเร่าอยู่บนฝ่ามือ ต่างกับคอร์โว่ลิบลับ เขาไม่รู้สึกถึงหัวใจของตนเองมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ช่วงนี้ เขาโอบอุ้มชีวิตเอาไว้ในกำมือบ่อยเหลือเกิน หัวใจขององค์จักพรรดินี ชีพจรของทหารใกล้ตาย และตอนนี้ หนูท่อโสโครก ตัวใหญ่อวบอ้วนไปด้วยโรคระบาด

มันน่าอับอาย อัปยศอดสู คอร์โว่รู้สึกดูถูกเหยียดหยาม รู้สึกว่าตนเองเสียความเป็นมนุษย์ไปเรื่อย ๆ ทุกวัน ทีละนิด พร้อม ๆ กับสติของเขา แม่มด เขาไม่อยากจะยอมรับว่าเขาเป็น คนบาปนอกรีต ต่อให้มือของเขาไม่เปื้อนเลือด สัญลักษณ์ของเอาท์ไซเดอร์ก็ยังคงจารึกอยู่บนหลังฝ่ามือ คอร์โว่ไม่เคยซ่อนมัน ดูสิ ส่องแสงอยู่บนผิวเขา ตราบาป

คอร์โว่ควรจะวิ่งหนีหาที่หลบซ่อน ควรจะกระดากอาย แต่ถึงแม้ว่าผิวของเขาจะแผดเผาไปด้วยความขายหน้า เขาก็ยังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าศาลของเทพนอกรีต ยอมให้แสงประหลาดโอบกอดรอบกาย มือของคอร์โว่ไม่สั่น ไหล่ของเขาก็ด้วยเช่นกัน เป็นสัญญาณว่าเขายังควบคุมตนเองได้อยู่ การฝึกฝนยังไม่หายไป แต่มันกลับไม่ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเลย เขาอยากจะหวาดกลัว อยากให้สภาพแวดล้อมมีอิทธิพลส่งผลกระทบถึงแก่น แต่ก็ไม่ เขาถูกตัดขาดจากทุกสิ่ง ทุกอย่าง แม้กระทั่งตนเอง

“ความจงรักภักดีของเจ้าไร้จุดสิ้นสุด” เอาท์ไซเดอร์พูด น้ำเสียงของเขายังคงเย็นเฉียบไม่ต่างกับคลื่นมหาสมุทร ซัดเข้ากับชายฝั่ง กับคอร์โว่ “ช่าง.. น่าหลงใหล เจ้ามีแค่เป้าหมายเดียวในชีวิตนี้ องค์จักพรรดินีคงภูมิใจในตัวเจ้า”

คอร์โว่หลับตาลง เขาทำได้ เขาแค่ต้อง.. เขาทำได้ เพื่อเอมิลี่–

“มองข้า คอร์โว่”

ลืมตา เงยหน้าขึ้นมองเทพเจ้าผู้ลอยอยู่เหนือพื้นตรงหน้า– มันทำให้คอร์โว่รู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม ถ้าเขาหลับตาลง เขาสามารถจินตนาการถึงเจสซามิน ถึงโลกที่ยังมีเธออยู่ เขาสามารถหลอกตนเองได้ว่าเขาการกระทำของเขายังมีคุณธรรมหลงเหลือ ว่ามันเป็นหน้าที่สูงส่งควรค่าต่อการชื่นชม จำเป็น มีคุณค่า และคอร์โว่ไม่ต้องอับอาย แต่เมื่อเห็นเอาท์ไซเดอร์อยู่ตรงหน้า มันเป็นเครื่องเตือนใจว่าเขาไม่ได้สูงส่งไปกว่าใคร เขากำลังทำสิ่งสกปรกโสโครกให้กับเทพเจ้าที่ทั้งโลกเกลียดชัง

เขาก้มลงมองรองเท้าของเอาท์ไซเดอร์แทน ทนสบตากับความดำมืดไม่ไหว

                เจ้าหนู– ตัวสีขาวบริสุทธิ์ ช่างเป็นมุกตลกแสนเลวร้าย มันคือการเยาะเย้ย พลังของเทพนอกรีตมีราคาเสมอ มีสสารอื่นไหลเวียนในหลอดเลือดของคอร์โว่แล้ว และมันต้องการเชื้อเพลิง มันต้องการพลังจากสิ่งมีชีวิตอื่น มันต้องการ.. หนู และไม่ใช่แค่หนูทั่วไป ต้องเป็นสีขาวสะอาด ต้องให้คอร์โว่คุกเข่าลงกับพื้นแล้วคุ้ยหาหนูสีขาวในฝูงสีนิล หลอกตัวเองว่ามันดีกว่า เหนือกว่า ทั้ง ๆ ที่มันก็สกปรกไม่ต่างกัน ทั้ง ๆ ที่ขาของเขาเปื้อนน้ำเน่า มือของเขาเปื้อนโคลน

“แปลกจริงที่เจ้ายังมีความไร้เดียงสาหลงเหลือให้สูญเสียอยู่เสมอ” เอาท์ไซเดอร์พึมพำ

คอร์โว่ฝังเขี้ยวลงบนเหยื่อ ฉีกเนื้อหนูตัวจ้อยออกเป็นสองท่อน มันร้อง ตายคาที่

อย่างน้อยนั่นก็คือสิ่งที่เขาอยากจะให้เกิดขึ้น ในความเป็นจริง ฟันของคอร์โว่ไม่มีความคม ต่างจากใบมีดของเขา ในความเป็นจริง เขาต้องเคี้ยวมันอยู่นานสองนาน พยายามย่อยเนื้อหนูเป็นชิ้นเล็ก ๆ กลิ่น รสชาติ – น่ารังเกียจเสียจนคอร์โว่ทำได้แต่ไอสำลัก ร่างกายปฏิเสธไม่ให้เขากลืนพยาธิลงคอ แต่เขาต้องทำ เขาต้อง– คอร์โว่ยกมือปิดปาก ข้างที่มีสัญลักษณ์ของเอาท์ไซเดอร์พอดิบพอดี กลั้นเอาไว้ไม่ให้ตนเองอาเจียน ถึงแม้ว่าทั้งร่างจะเริ่มสั่นเทิ้ม ความขยะแขยงเข้าครอบคลุมเสียจนตัวโยน คอร์โว่ได้แต่หวัง สุดชีวิต ว่ามันจะไม่ทะลักออกมาทางจมูก เลือดเต็มปาก เครื่องใน ขน– ไม่มีคำใดบรรยายสัมผัสนี้ได้

คอร์โว่เงยหน้าขึ้น กลืนมันลงคอ น้ำตาคลอเบ้า ชั่วขณะที่เขากำลังกล้ำกลืนฝืนทน เขาสบตากับเอาท์ไซเดอร์ และนั่น.. ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก ปฏิกิริยาการขย้อนเลิกทำงาน คอของเขาเปิดรับทุกอย่างที่เอาท์ไซเดอร์อยากจะมอบให้ ราวกับว่าคอร์โว่นั้นช่างว่างเปล่าภายในใจและเขาต้องการให้เจ้าหนู.. เจ้าหนูสกปรกโสโครกน่ารังเกียจ.. เข้ามาเติมเต็ม

เอาท์ไซเดอร์ก้มลง นิ้วมือไร้น้ำหนักจับกรามคอร์โว่ไว้ เขาไม่รู้สึกเลยว่าตนเองกำลังถูกสัมผัส รู้สึกได้แต่ความหนาวเหน็บ เย็นเฉียบ ก่อนจะได้แสดงปฏิกิริยาตอบกลับ ไม่ว่าจะด้วยการพูดหรือเบือนหน้าหนี เอาท์ไซเดอร์ก็จูบเขาเสียก่อน อ่อนโยนแต่โหดร้าย และสิ่งเดียวที่คอร์โว่นึกออกดันเป็นความอับอายเพราะเขาต้องมีรสชาติน่ารังเกียจ..

แต่เอาท์ไซเดอร์ไม่สกสะท้าน เขาผละออก ใช้นิ้วมือเช็ดคราบเลือดจากริมฝีปากคอร์โว่ “ราชาแห่งหนูจงเจริญ”

II.

                “พวกเขากำลังเผาวาฬ” เอาท์ไซเดอร์กระซิบ ถ้าเสียงนั้นถูกเปล่งออกมาจากปากของคนอื่น.. จากมนุษย์อื่น คอร์โว่คงจะเชื่อว่ามันเป็นประโยคที่พูดขึ้นโดยความเห็นอกเห็นใจ แต่เขาฉลาดกว่านั้น รู้ดีกว่านั้น

พวกเขากำลังเผาวาฬ  ตรึงมันไว้ แขวนมันลงมาจากเครนบนท้องเรือ แล้วผ่าท้องมันออกจากด้านล่าง เครื่องยนต์ของโซโคลอฟยื้อชีวิตมันไว้ ทำให้เจ้าวาฬยังคงหายใจ ยังคงกรีดร้อง ครีบยาวเหยียดของมันตะเกียกตะกายกลางอากาศ มันจะถูกรีดน้ำมันออกจากตัวจนหมด ถึงจะถูกฆ่า แล้วพอตายไป ศพของมันก็จะถูกนำมาแล่จนเหลือแค่ก้างอยู่ดี

คอร์โว่จำได้เลือนลางถึงขุนนางคนหนึ่ง ในอดีต ตอนที่เจสซามินยังคงมีชีวิตอยู่ ตอนเธอยังเป็นจักพรรดินี.. ขุนนางคนนั้นขอเข้าเฝ้าเธอ ร้องเรียกถึงความโหดร้ายทารุณในการล่าวาฬ เขาจำได้ว่าตนเองเผลอเห็นใจไปด้วย เมื่อรับรู้ถึงความทรมานที่เหล่าวาฬต้องประสบ เมื่อรู้ว่าดวงตาของมันกลายเป็นสีแดงเพราะเลือดและฟันซี่แหลมของมันถูกหัก

แต่ในตอนนี้เขากลับพึงพอใจอย่างประหลาด มันรู้สึกดีที่ได้เห็นอะไรสักอย่างมอดไหม้

ดีจริงที่ได้รู้ว่าไม่ได้มีแค่เขาเท่านั้นที่กำลังตายทั้งเป็น

“เลือดวาฬไหลเวียนทั่วดันวอล์” เอาท์ไซเดอร์พูดต่อ “ศพของมันค้ำจุนเศรษฐกิจของเมืองเจ้า เหล่าคนฆ่าสัตว์มือเปื้อนเลือด ขุนนางทุจริต.. มีความแตกต่างระหว่างพวกมันไหม มีความแตกต่างระหว่างพวกมันและเจ้ารึเปล่า คอร์โว่?”

คอร์โว่ไม่รู้จะตอบกลับไปว่าอะไร เขาก็เลยไม่ตอบ จะให้ขอโทษงั้นหรือ จะให้บอกรึยังไงว่าเขาเสียใจและถ้าเขาเลือกได้เขาคงไม่ปล่อยให้โรคระบาดแพร่กระจายทั่วเมือง? เขาเลือกไม่ได้ ทุกวันนี้ เขามีตัวเลือกน้อยลงทุกที

เขากำลังอยู่ในก้นบึ้งของความว่างเปล่า เดอะ วอยด์ แต่มันไม่ว่างเปล่าตามชื่อ ยังมีเศษเสี้ยวของความทรงจำ ยังมีเรือล่าวาฬ ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ยังมีจดหมายข้างศพเจสซามิน (เจ้าปกป้องเธอไม่ได้เจ้าปกป้องเธอไม่ได้เจ้าปกป้องเธอไม่ได้เจ้าปกป้องเธอไม่ได้) ยังมีตะเกียง เศษหิน ซากปรักหักพังจากอดีต ยังมี..

เอาท์ไซเดอร์ลอยเหนืออยู่… ระหว่างทุกอย่างกับไม่มีอะไรเลยสักอย่าง ไม่มีเส้นขอบฟ้าให้เล็งเห็น ไม่มีแสงและเงา แสงสว่างเดินทางอย่างอิสระในพื้นที่นี้ โดยไม่มีกฎใด ๆ ทั้งสิ้นผูกมัดมัน เขาเองก็ด้วยเช่นกัน มีตัวตนอยู่เหนือทุกกฎแห่งธรรมชาติที่ผูกมัดมนุษย์เดินดิน หมอกควันสีดำทึบปกคลุมอยู่รอบตัว มืดสนิทเช่นเดียวกับดวงตาไร้ตาขาว

ภาพลักษณ์ของเขา รูปร่างภายนอก.. เอาท์ไซเดอร์เป็นแค่เด็กผู้ชาย ถ้าไม่ติดว่าเขาเป็นอมตะและมีตัวตนมานานก่อนดันวอล์จะก่อตัว อีกฝ่ายก็ไม่ต่างไปกับเด็กมนุษย์ทั่วไป มันทำให้คอร์โว่ไม่สบอารมณ์เลย

“ถ้าอีกามีเนื้อหนังมากกว่านี้ พวกเขาก็คงเริ่มไล่ล่าเจ้า”

คอร์โว่เลิกคิ้ว มองเอาท์ไซเดอร์ เขารู้ว่าชื่อตนเองหมายความว่าอีกา เขาแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมเทพตรงหน้าถึงมองว่านี่เป็นข้อมูลแสนสำคัญ น่าสนอกสนใจ บางทีเขาอาจจะอยากหักปีกคอร์โว่ ฝึกให้เชื่อง คาบสิ่งของสวย ๆ งาม ๆ กลับมาให้

พวกเขากำลังไล่ล่าฉันอยู่นี่ไง คอร์โว่คงจะพูด แต่เขาเหนื่อยเกินกว่าจะเรียบเรียงคำเป็นประโยค มันไม่มีประโยชน์

“เจ้าช่างเงียบเหลือเกิน” เอาท์ไซเดอร์กล่าว.. ชม? “แต่ข้าได้ยินเสียงเจ้าเสมอ..”

นิ้วมือเรียวยามสัมผัสเข้าที่กรามของเขาอีกครั้ง คอร์โว่ชะงัก

“เจ้ากลัวข้ารึเปล่า คอร์โว่”

ใช่

เอาท์ไซเดอร์ชักมือกลับ คอร์โว่ร่วงหล่น

เขาไม่ตกลงพื้น ยัง เขาร่วงลงช้าเหลือเกิน เวลา แร้งโน้มถ่วง ทุกอย่างไม่มีผลในราชวังของเอาท์ไซเดอร์ เขากระทบกับ.. บางอย่าง ความรู้สึกจบสิ้นในอากาศที่คอยรองรับคนอย่างเขา บางทีนี่อาจจะเป็นความรู้สึกเดียวกับคนบาปตกนรก มันเหมือนการจมน้ำ ทั้ง ๆ ที่เขากำลังลอยอยู่กลางอากาศ มันควรจะมีแค่ความว่างเปล่า แต่ขุมพลังล่องหนกลับกดดันคอร์โว่จากทุกทิศ กำเขาไว้เป็นลูกไก่ในกำมือ บีบกรามของเขาจนริมฝีปากเผยอขึ้น จากมุมนี้ เขาเห็นเอาท์ไซเดอร์ลอยอยู่เหนือร่าง เห็นสะพาน เรือ ถนน ลอยเป็นเศษส่วนทวนแรงโน้มถ่วงขึ้นทิศเหนือ เห็นตะเกียง– ระเบิดออก ของเหลวข้างในไหลลงคอคอร์โว่

น้ำมันวาฬ สีขาว–ฟ้าเรืองแสง ร้อนฉ่าเผาไหม้ทุกอย่างจากข้างนอกสู่ภายใน ลำคอของคอร์โว่ปวดแสบปวดร้อน ปอดของเขาแทบจะแตกออก ถูกเติมเต็มด้วยสสารแห่งการทำลายล้าง ของเหลวแสนอันตราย มันระเบิดทุกอย่างที่ขวางหน้าเมื่อถูกปลดปล่อยออกจากภาชนะบรรจุ เขากำลังจะตาย คอร์โว่คิด เขากำลังจะตาย และเอมิลี่จะ–

.           “เจ้าจะไม่ตาย” เอาท์ไซเดอร์กำชับ “เจ้าน่าสนใจเกินกว่าที่ข้าจะยอมให้ตาย”

และคอร์โว่มีชีวิตอยู่ได้แค่เฉพาะตอนที่เขามีประโยชน์กับใครสักคน

III.

                คอร์โว่ประคองหัวใจของเจสซามินไว้บนสองฝ่ามือ ทะนุถนอม รักใคร่ หัวใจของเธอนั้นช่างยิ่งใหญ่ เขาไม่เคยสงสัยเลย เธอยังคงมีชีวิตอยู่ตรงหน้าเขา เสียงของเธอ ไออุ่นจากเธอ มันทำให้เขาหายใจไม่ทั่วท้อง

“เธอรักเจ้า” เอาท์ไซเดอร์ว่า และนั่นความอิจฉารึเปล่าที่เขาได้ยิน? “เธอคงจะมอบหัวใจให้เจ้าด้วยตนเอง หากทำได้”

คอร์โว่อยากจะโกรธ แต่ก็โกรธไม่ลง ความโกรธต้องหมายความถึงอาการไม่พอใจเพราะบางสิ่งหรือบางการกระทำ แต่ช่วงนี้คอร์โว่ปล่อยให้ทุกคนเหยียบย่ำ เขาไม่คิดว่าตนเองมีมาตรฐานหลงเหลือว่าเขาต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติด้วยเช่นไร

“ทำไมฉันถึงหนาวเหลือเกิน” หัวใจของเจสซามินร้องถาม “เธอได้ยินพวกเขาไหม ร้องไห้ในความมืด..”

            คอร์โว่ได้ยินแต่เสียงร้องไห้ของเขาเอง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s