[FIC] Untiltled

Title: เราคิดชื่อไม่ออก ไม่เชิง ไม่ได้คิดมากกว่า
Fandom: Marvel Cinematic Universe
Pairings: Sam Wilson/Steve Rogers
Rating: T ????
Warnings:
สปอล์ย Winter Soldiers แต่ก็.. แค่นั้น?? เรานึกไม่ออกว่ามี Trigger Warnings ใด ๆ สำคัญไหม ถ้าเล็งเห็นว่าเนื้อหาควรมีคำเตือนบอกเราได้เสมอค่ะ

Notes: DISCONTINUED เราเขียนมันเป็นฟิคยาว แต่ไม่มีโอกาสได้เขียนต่อซะทีเนื่องงจากหลาย ๆ เหตุผล ก็เลย.. ลงไปก่อนละกัน เราชอบคู่นี้มากกกกกกกกกมากกกกกกกกกกกกกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แต่เราไม่บ้าเห่อมาร์เวลเท่าในอดีต *ถอนหายใจ* 

                เมื่อแซมตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะฝันร้าย ร่างกายซกเหงื่อจนซึมลงบนผ้าปูที่นอน เสียงร้องค้างอยู่กลางลำคอ– เขาบอกกับตัวเองว่ามันคุ้มแล้ว กัปตันอเมริกาออกปากขอความช่วยเหลือ? จากเขา? ผู้ชายธรรมดา กับเจ็ตแพ็ค ปีก และอีกหนึ่งกระเป๋าเดินทางเต็มไปด้วยปัญหาส่วนตัวจนรูดซิปไม่ขึ้น? แน่นอนว่าเขาต้องตอบตกลง และเขาตอบตกลงเพราะการได้ต่อสู้เคียงข้างกัปตันอเมริกา– ฮีโร่ของประเทศชาติ– คือเกียรติยศสูงสุดและประสบการณ์ชีวิตที่หาจากไหนไม่ได้ ไม่ใช่เพราะว่าเขาอาจจะชอบอีกฝ่าย นิดหน่อย แซมจะไม่มีวันทำอะไรอย่างนั้น ใช่ไหม เสียสละมากขนาดนี้เพียงเพราะความรู้สึกส่วนตัว? ไม่ว่าดวงตาคู่นั้นจะฟ้าแค่ไหน

                เขามีจุดอ่อนให้กับทหารด้วยกันตลอดเลย แม้กระทั่งทหารจากคนละยุคสมัยกับเขา แซมก็ยังจะมีความหวังงี่เง่านี่เสมอ– มุกวงในที่คนในกองทัพเท่านั้นที่จะเข้าใจ สีหน้ารู้ทันตอนใช้คำศัพท์เฉพาะทาง หรือองศาไหล่ของกัปตัน ไม่สิ สตีฟ– เขาอดคิดไม่ได้ นายเข้าใจใช่ไหมว่าฉันผ่านอะไรมา นายเข้าใจว่าฉันรู้สึกยังไง แซมกระหายถึงมัน การเชื่อมต่อกับใครสักคนถึงจิตวิญญาณโดยไม่ต้องผ่านช่วงทำความรู้จัก ไม่ต้องนั่งตรงข้ามกันในร้านอาหาร ถามคำถามน่าอึดอัดอย่าง เอ่อ.. คุณชอบทำอะไรในเวลาว่างหรือ

            ขอแค่ คุณสังกัดหน่วยไหน แล้วแซมก็จะตอบว่า พลร่มกู้ภัย ห้าแปด แต่ย้ายเข้าทหารผ่านศึกแล้ว

            จากนั้นสตีฟก็จะมองเขาด้วยสายตาเข้าอกเข้าใจ– แบบนั้นเลย!– แล้วก็ไม่ต้องพูดอะไรอีก ปล่อยให้แซมพล่ามเรื่องเตียงให้สตีฟฟังได้เป็นชาติ แล้วอีกฝ่ายจะไม่แซวด้วยซ้ำว่ามันฟังดูเหมือนจีบ สตีฟแค่ตั้งใจฟังอย่างเดียวท่านั้น แซมอยากที่จะเชื่อว่ามันเป็นเพราะทั้งสองผ่านอะไรเหมือนกันมา แต่เขารู้ดีกว่านั้น เป็นไปไม่ได้เลยว่าประสบการณ์ของกัปตันอเมริกาจะเหมือนกับเขา แค่ทหารธรรมดาคนหนึ่ง แต่แซมเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่ทำให้เขาหลับสบายขึ้นตอนกลางคืน มันอาจจะไม่เหมือนกันไปหมด แต่ทหารทุกคนมีประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ความรู้สึกผิด เสียใจ สูญเสียใครสักคนหนึ่งไปในอดีต สตีฟรู้เรื่องนั้น แซมรู้เรื่องนั้น

                เขาได้ช่วยทหารผ่านศึกหลายคนก้าวข้ามปัญหา ยกโทษให้ตนเอง แต่จนกระทั่งถึงตอนนี้แซมก็ยังไม่แน่ใจนักว่าเขาเคยให้อภัยตนเองบ้างรึเปล่า เขารู้หลักทฤษฏี รู้ดีว่าสักวันหนึ่งเขาก็ต้องโยนปัญหาของตนเองทิ้ง ขับรถออกไปยังสถานที่ที่ไม่มีใครรู้จัก เปิดเพลงของ มาร์วิน เกย์ โบกมือออกไปนอกหน้าต่าง ล็อกกระเป๋าโยนลงทะเลไปพร้อมกับกุญแจ แต่เขายังยึดติดกับมันอยู่ ยึดติดกับสัมภาระอารมณ์ห่อหุ้มด้วยหนังสัตว์ปลอมฟอกสี โทนเดียวกับเปลือกไม้ และ ไรลี่ย์ นักบินเพื่อนยาก สลักอยู่บนพื้นผิว ปราณีตราวทำเองด้วยสองมือ

                คุณต้องให้อภัยตัวเอง ไม่ใช่เพราะว่าคุณสมควรที่จะได้รับการยกโทษ แต่เพราะว่าถ้าคุณไม่ทำ คุณจะต้องทนทุกข์ไปตลอด มันจะเป็นพิษต่อชีวิตของคุณ และความสัมพันธ์ที่คุณมีต่อผู้อื่น

                เขาพูดแบบนั้นทุกวัน แต่จะทำยังไงได้ เขาชอบกระเป๋าใบนี้


                เนื่องจากแซมถนัดให้คำปรึกษาคนอื่นมากกว่าจะทำตามคำปรึกษาตนเอง เขาตัดสินใจลุกขึ้นมาหาอะไรทานแทนที่จะนอนต่อ เฮ้ มันตี่สี่แล้ว ทานข้าวเช้าเลยก็ไม่เห็นจะเสียหาย เขามั่นใจว่าซักประเทศหรือซักรัฐในอเมริกาตอนนี้ก็คงกำลังทานมื้อเช้าอยู่เหมือนกัน ไทม์โซน! เตรียมตัวสำหรับวันใหม่ แซมชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าเขาจะลอยนวลไปกับการทานแซนด์วิชเนยถั่วเจลลี่เป็นมื้อเช้าได้ไหม หรือไม่ก็ชีสย่าง แต่นั่นมัน.. น่าสมเพชไปนิดสำหรับมื้อเช้า ตอนตีสี่ รู้ตัวอีกทีเขาอาจจะเผลอไปนั่งดูสารคดีวิธการสร้างไหมพรมในรายการพวกเขาทำได้ยังไง?! พลางนั่งจมปลักอยู่ในความสมเพชตัวเองบนโซฟา ไม่ดีกว่า แค่ขนมปังปิ้งทาเนยก็พอ หรือซีเรียล–

                ชิบเป้ง เขาลืมเรื่องวิ่งไปเลย บางทีเขาควรจะออกไปวิ่งก่อน เร็วกว่าปกติหลายชั่วโมง แต่เฮ้ บางที– โอ้ ชิบ ไม่ไม่ ไม่ได้ ถ้าเขารีบไป เขาก็จะไม่เจอกับสตีฟ และไม่มีทางเลยที่แซมจะวิ่งสี่ชั่วโมงเพื่อรอเจอกับท่านกัปตันอเมริกา ปอดของเขาไม่ได้สร้างขึ้นมาจากเหล็ก ถ้างั้น เขาก็ต้อง…

                รอ

                แซมโอดครวญในลำคอ โอเค สารคดีวิธีสร้างไหมพรมกับแซนด์วิชเนยถั่วเจลลี่ ก็ได้

                (เขาทาเจลลี่เยอะเป็นพิเศษ ถอนหายใจ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ตารางชีวิตของเขาหมุนเวียนอยู่รอบคนอื่น)

                รู้ไหมว่าขนแกะกับครีมทามือมีอะไรเหมือนกัน ความสนใจอันน้อยนิดของ แซม วิลสัน แต่เขาก็ยังนั่งผลาญเวลาชีวิตไปกับการเรียนรู้ว่า เฮ้ ทั้งสองอย่างมีไขมันขนสัตว์ ก่อนจะทำไหมพรม โรงงานเลยต้องทำความสะอาดขนก่อนด้วยดีเทอร์เจน (เขาจะเอาข้อมูลเหล่านี้ไปทำอะไรได้วะเนี่ย โอ้ย) เอาเถอะ ถ้าแซมโชคดี บางทีวายร้ายคนต่อไปที่ต้องการจะทำลายโลกอาจมีขนแกะเป็นอาวุธ แล้วสตีฟก็จะถามว่า เฮ้! เราจะทำยังไงดี! แล้วแซมก็จะล้วงข้อมูลนี่ออกมาจากกระเป๋าแล้วบอกว่า คุณลองล้างมันด้วยดีเทอร์เจนรึยัง!

                … งี่เง่าชิบเป้งเลยว่ะ ลืมมันไปเถอะ

                เขาคงจะปิดทีวีแล้วกลับไปนอนต่อ แต่แม้กระทั่งเสียงเนิบนาบของพิธีกรกับดนตรีวนลูปก็ยังดีกว่าสิ่งที่เขาเห็นในฝันทุก ๆ คืน แซมเคยชินกับฝันร้ายแล้ว จริง ๆ นะ แต่ไม่ได้ชินกับมันในแบบที่มองเห็นไรลี่ย์ตายไม่ทำให้ใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม แซมชินกับมันในแบบที่ฝันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ชินในแบบที่ว่า ถ้าเขาไม่ฝันร้าย เขาคงจะแปลกใจ คิดว่ามันผิดปกติ เขารับมือกับมันได้ดีกว่าในอดีต ไม่มีอีกแล้วคืนที่นอนไม่หลับจนร่างกายทรุดโทรม หรือหวาดกลัวที่จะเห็นไรลี่ย์ตายโดยไม่กล้าข่มตาหรือเอนหัวลงหมอน

                ตอนนี้มีแต่คืนอันเงียบสงบ เขาหลับลึกเสียจนตนเองยังแปลกใจ แล้วเขาก็ฝัน เขารู้ว่าตัวเองจะฝัน บางทีนั่นอาจจะเป็นต้นเหตุที่เขาฝันด้วยซ้ำ แทนที่จะคิดถึงเรื่องอื่น หาอะไรอย่างอื่นมาเบี่ยงเบนความสนใจ เขาดันคิดอยู่กับเรื่องเดิม เตรียมพร้อมรอเห็นฉากในฝันร้ายอีกครั้ง เหมือนกับทีเขาเห็นวันนั้น เหมือนสองมือถูกมัดให้เป็นสักขีนพยานอย่างเดียว ชายคนนี้กำลังจะตาย และแกทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น

                แซมยัดแซนด์วิชเข้าปาก มันเป็นแค่ฝัน และขนแกะถูกนำมาทำเป็นเครื่องนุ่มห่มตั้งแต่ยุคหิน

 


                “ระวังซ้าย!” สตีฟ โรเจอร์ส กล่าว พร้อมกับรอยยิ้มน่าหมั่นไส้อย่างยิ่งบนใบหน้า แต่แซมโกรธเขาไม่ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีกฝ่ายวิ่งแซงเขาไป บังวิวให้แซมได้เห็นก้นกัปตันอเมริกาแบบเต็ม ๆ ตา

                มันเป็นไปไม่ได้เลยที่สตีฟไม่ได้จงใจ สตีฟเป็นทหาร– การด่วนสรุปว่าอีกฝ่ายเป็นหนุ่มเวอร์จิ้น ไม่ช่ำชองเรื่องทางเพศ– นั่นมันเป็นการมองเขาผ่านโปสเตอร์กัปตันอเมริกา ไม่ใช่สตีฟ ในสมัยก่อนเรื่องพวกนี้อาจจะถูกเหยียดหยามก็จริง แต่อะไรที่ปกติจะไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในสังคมมักจะถูกมองข้ามในกองทัพ ยามที่ทหารตายได้ทุกเมื่อในสงคราม ไม่มีใครสนนักว่าทหารแต่ละคนจะใช้อะไรเป็น “ทางออก”

                และถ้าแซมรู้อะไรจากการใช้ชีวิตในกองทัพมาบ้าง เขารู้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างไม่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ห้องน้ำรวมเต็มไปด้วยผู้ชายที่คิดว่าตนเองจะตายได้ทุกเมื่อ.. และเอาแต่นึกว่าครั้งสุดท้ายที่ตนเองได้ปลดปล่อยผ่านมานานแล้วเหลือเกิน.. พอไม่มีผู้หญิงสักคนอยู่รอบข้าง ไอ้คำถามที่แต่ละคนแอบถามตนเองสมัยเด็ก อย่าง ลองกับผู้ชายจะเป็นยังไงนะ หรือ จะต่างจากผู้หญิงรึเปล่า ก็ฟังดูดีขึ้นมาเสียเฉย ๆ เราจะตายวันไหนก็ได้! ไม่มีทางเลยที่สตีฟจะไม่เคยเห็นอะไรแบบนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยเป็นฝ่ายลองด้วยตัวเอง

                เพราะงั้น ไม่ แซมปฏิเสธที่จะเชื่อว่ารอยยิ้มนั่นใสซื่อบริสุทธิ์ รวมถึงการขยิบตานั่นด้วยเช่นกัน

                และกางเกงที่กัปตันสวมอยู่ก็ไม่ซ่อนอะไรเลย

                แต่เขาจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น วิวของเขากำลังดี และแซมไม่อยากที่จะทำพลาดแล้วมารู้ทีหลังว่า ทุกอย่างที่ผ่านมาเป็นแค่กัปตันพยายาม~ทำตัวเป็นมิตร~ และเขาเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายจิตอกุศล เขาคงจะเถียงว่ามันเป็นแค่การสังเกต เปรียบเทียบประสบการณ์ส่วนตัว แต่นั่นแปลว่าเขาใช้เวลาทั้งหมดไปกับการสังเกต และเขาใช้เวลาเปรียบเทียบกัปตันอเมริกาเข้ากับประสบการณ์ส่วนตัวของตนเองมากเกินความเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประสบการณ์ที่ว่าเกี่ยวข้องกับทหารผมทองที่สอดมือเข้ามาใต้กางเกงแซม แล้วบอกว่า หลับตา

            ไม่เหมาะสมจริง ๆ นั่นแหละ ไม่เป็นมืออาชีพเลยแม้แต่น้อย แต่ใครจะโทษเขาได้ ถ้ามีใครทำได้ดีกว่า ให้พวกมันมาวิ่งตามก้นกัปตันอเมริกา แล้วดูซิว่าจะหยุดจ้องได้ไหม ขนาดแซมยังต้องรอจนก้นอีกฝ่ายเลือนหายไปเพราะระยะห่างถึงจะเลิกจ้องได้ ทำไมเขาถึงได้วิ่งเร็วนักนะ พลังของเขารวมถึงความเร็วเหนือมนุษย์ด้วยรึยังไง หรือไม่แซมก็เป็นฝ่ายช้าเอง เขาถึงได้ต้องใช้เจตแพ็กกับปีกไง

                แซมกำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลาที่ทั้งสองคนมี แค่วิ่งด้วยกัน มันเป็นสิ่งที่ทั้งคู่เท่านั้นเข้าใจ ไม่ต้องมีบทสนทนาอะไรมากมาย แต่ความเงียบที่ทิ้งตัวอยู่ในอากาศก็ไม่เคยทำให้แซมรู้สึกอึดอัด เขาชื่นชอบมันด้วยซ้ำ เขาพบว่าหัวของตนเองโล่งกว่าปกติหลายเท่าเมื่อได้ออกกำลังกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสตีฟ มันมีอะไรบางอย่างที่พิเศษเกี่ยวกับสิ่งที่ทั้งคู่มี เขากำลังพยายามตั้งชื่อให้มันอยู่ ตอนที่สตีฟวิ่งผ่าน–

                “ระวังซ้าย!”

                – แล้วเอื้อมมือมาตีก้นแซม

                คนอื่นที่ไม่ใช่ฟอลค่อนคงจะหยุดชะงัก หรือไม่ก็สะดุดหน้าทิ่มพื้นไปเลย แต่ แซม ขอชื่นชมตัวเองหน่อย ยังวิ่งไปต่อได้ เขากระพริบตาปริบ ๆ สมองยังประมวลผลไม่ทันว่าอะไรพึ่งเกิดขึ้น และก่อนที่จะได้คำตอบ หรือได้พูดอะไรออกไป สตีฟก็หัวเราะ เหมือนกับว่านี่เป็นสิ่งที่ตลกที่สุดตั้งแต่เขาถูกแช่แข็งไปเจ็ดสิบปี แค่หยอกล้อขำ ๆ กับ แซม วิลสัน ยามเช้าระหว่างที่ทั้งสองวิ่งออกกำลังกาย สนุก

                ไม่มีทาง สตีฟต้องรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ไม่มีทางเลยที่เขาจะไม่จงใจ แต่แซมจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น ไม่ใช่ตอนที่เขาคิดออกแต่ประโยคเสี่ยว ๆ หรือมุกจีบแป้ก ๆ เขาเคารพตัวเองและสตีฟมากกว่านั้น

 


                เมื่อทั้งคู่นั่งลงคุยกันหลังวิ่งเสร็จ แซมรู้ตัวทันทีว่าเขากำลังเขิน ใบหน้าของเขาร้อนผ่าว มือของเขาวุ่นวายอยู่กับคอเสื้อของตนเอง แซมได้แต่หวังว่าสตีฟจะไม่สังเกต หรือไม่ก็คิดว่ามันเป็นเพราะเขาพึ่งออกกำลังกายมา ซึ่งก็จริงอยู่ส่วนหนึ่ง แต่เขาจะไม่โกหกว่ามันเป็นสาเหตุเดียว ปฏิเสธความจริงไปก็เท่านั้น

                สตีฟมีที่เสียบมือถือรัดไว้ตรงต้นแขน แบบที่คนออกกำลังกายเป็นประจำรัดไว้เพื่อฟังเพลงระหว่างวิ่ง หรือเข้ายิม แต่อีกฝ่ายถอดหูฟังออกทันทีเมื่อทั้งคู่นั่งลง แซมได้ยินเพลงคุ้นหูแว่ว ๆ แล้วอดกระตุกยิ้มไม่ได้

                “มิดไนท์เลิฟ?” เขาถาม ยักคิ้วเล็กน้อย

                สตีฟยิ้มตอบกลับ “ต้องขอบคุณคนแนะนำ”

                แซมกะจะหยอกกลับไปว่า คนแนะนำคงมีรสนิยมดีน่าดู หรือไม่ก็ถามว่าสตีฟชอบเพลงไหนจากอัลบั้มนี้เป็นพิเศษ แต่เสียงโทรศัพท์ขัดจังหวะทั้งคู่เสียก่อน สตีฟกล่าวขอโทขอโพยใหญ่ ในขณะที่แซมปัดมือบอกว่าไม่เป็นไร เขาไม่ได้ถือสา สตีฟยกโทรศัพท์มือถือขึ้นเช็กข้อความ มันคงจะไม่ใช่ข้อความเรื่องงานเร่งด่วน เพราะเขากำลังยิ้ม พิมพ์ตอบกลับไปอย่างเชื่องช้า แต่ทะมัดทะแมงจนน่าแปลกใจ อีกฝ่ายคงลืมตัวไปครู่หนึ่ง พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นแซมนั่งอยู่ เขาก็เลยสะดุ้ง รีบเอ่ยปากขอโทษอีกหนึ่งครั้ง

                แซมกระตุกยิ้ม เปลี่ยนเรื่องคุยก่อนที่อีกฝ่ายจะขอโทษไปมากกว่านี้ “เคยชินกับเทคโนโลยีรึยัง”

                กัปตันหัวเราะเขิน ๆ “ผมกำลังปรับตัว การส่งข้อความสะดวกสบายมาก”

                “โอ้?”

                “มันน่าทึ่งที่สมัยนี้เราสามารถคุยกับผู้อื่นได้ตลอดเวลา ที่ไหนก็ได้ เหมือนจดหมาย.. แต่เร็วกว่า และไม่จำเป็นต้องเขียนทุกอย่างลงในจดหมายฉบับเดียว แต่สร้างบทสนทนาร่วมกันได้เลยตอนนั้น” สตีฟอธิบาย เขาพรมนิ้วลงบนหน้าจอ พิมพ์ส่งข้อความก่อนที่จะเก็บมันกลับเข้าที่เดิม หูฟังม้วนเอาไว้ด้วยกันอย่างเรียบร้อยใต้สายรัด “อีโมจิด้วย มีประโยชน์มาก ผมเป็นกังวลอยู่เรื่อยเรื่องที่ข้อความไม่สามารถบอกโทนเสียงผู้ส่งได้ แล้วโทนี่เองก็ชอบบ่นบ่อย ๆ ว่าผมฟังดู ‘จริงจัง’ เกินไปเพราะผมใช้แกรมม่าถูก แถมยังใส่จุดมหัพภาค..”

                ทั้งคู่นั่งอยู่ข้างกันแบบนั้นสักพัก เข่าเกือบจะชิดกัน พูดคุยถึงทุกอย่างที่นึกได้ การเมืองบ้าง หรือแม้กระทั่งคำถามพื้นฐานอย่างวันหยุดสุดสัปดาห์ก่อนคุณไปทำอะไรมา แต่ทุกอย่างมันช่างเป็นธรรมชาติ ลื่นไหลจนแซมไม่ถือสาแม้แต่น้อย เวลาผ่านไปไวจนเขาไม่สังเกตเสียด้วยซ้ำ ทั้งคู่แยกย้ายกันไปทำธุระของตนเอง แซมกลับบ้านไปแต่งตัว เตรียมพร้อมสำหรับกลุ่มสนับสนุนทหารผ่านศึก ส่วนสตีฟก็กลับหอคอยอเวนเจอร์ส รายงานตัว เตรียมพร้อมกับภารกิจ การวางแผน หรือการฝึกซ้อมภายในทีม อะไรก็ตามที่ “กัปตัน” เขาทำกัน

                เมื่อแซมแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เตรียมจะออกไปข้างนอกอีกรอบหนึ่ง เขาพบว่ามีข้อความที่ยังไม่อ่านส่งเข้ามาในโทรศัพท์ มันมาจากสตีฟ ส่งมาสักพักแล้ว ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกกัน และมันเป็นอีโมจิ

                กัปตันอเมริกาใช้อีโมจิ ไม่รู้ทำไม แต่การนั่งฟังคุณกัปตันหลงยุคพูดถึงประโยชน์ของการสื่อสาร กับการได้เห็นเขาใช้จริง ๆ ส่งอีโมจิแมวกับสัญลักษณ์ชูสองนิ้วมาให้เขา มันให้ความรู้สึกแตกต่างกันลิบลับเลย

                แซมไม่รู้จะตอบกลับไปว่าอะไรดี เขารู้สึกเขินขึ้นมาอีกเสียเฉย ๆ มันงี่เง่าเป็นบ้า เขาก็เลยตอบกลับไปด้วยอีโมจิเบ่งกล้าม สตีฟตอบกลับมาหลังจากนั้นสักพักหนึ่งว่า “LOL” และแซมไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่คือชีวิตของเขา ไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่าง สตีฟ โรเจอร์ส มีอยู่จริง ทุกอย่างมันรู้สึกเหนือจริงไปหมด

                เขาเปลี่ยนชื่อจากกัปตันเป็นสตีฟ มันรู้สึกถูกต้องกว่า ช่วยให้ทุกอย่าง ‘สมจริง’ ขึ้น

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s