Old Dog (1)

Title: Old Dog
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Soldier: 76 | Jack Morrison/Reaper | Gabriel Reyes

Rating: E
Warnings:
Blow job, Choking, Age Difference, Old Man Sex,  Cum Play, Snot, Facial, Deepthroat, Throst Bulging, Premature Ejaculation 

Notes: สมองเราช่างไร้ประโยชน์ คิดออกแต่อะไรแบบนี้ ทุกคนจะมองเรายังไงกันนี่

 

posts-divider1

                กาเบรียลไม่เคยสัมผัสกับความโหดร้ายของสงครามออมนิค

                เขาจะไม่มีวันโชคดีเช่นนี้อีกเป็นครั้งที่สอง

                ตอนที่กาเบรียลเจ็ดขวบ เขาเห็นภาพของชายที่ทั้งโลกเรียกว่าวีรบุรุษบนทีวี ผมทอง ผิวขาว เขาแตกต่างจากทุกคนที่กาเบรียลเคยเห็น ไม่มีใครสีผิวเช่นนั้นในครอบครัวของเขา ไม่มีเพื่อนบ้านคนใดมาพร้อมกับนัยน์ตาสีฟ้าสว่าง เจิดจรัศ สุกสกาว กาเบรียลในวัยเด็กรู้สึกว่างเปล่าอย่างประหลาดในอก ไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกเช่นนั้น กลวง

                “มีคนอย่างเราได้เป็นฮีโร่บ้างไหมฮะ มาม่า” เขาถาม นั่งตักเธอ สายตาไม่ละไปจากจอทีวี

                “มีสิ” มาม่าตอบ ลูบผมหยักศกของกาเบรียลด้วยความรักยิ่ง “พวกเขาแค่ไม่อยู่หน้ากล้องเท่านั้นเอง”

                กาเบรียลยังไม่เข้าใจในตอนนั้นว่าเป็นเพราะอะไร แต่ในตอนนี้ เขาเข้าใจแล้ว

                ตอนที่กาเบรียลอายุยี่สิบ โอเวอร์วอทช์ถูกปิดตัวลง โลก–ในที่สุด–ก็สงบสุข และการมีตัวตนอยู่ของโอเวอร์วอทช์ทำให้ผู้คนหวาดกลัวมากกว่าปลอดภัย หลังจากการประชุมและโต้วาทีอันยาวนาน ท่านผู้บัญชาการ แจ็ก มอร์ริสัน ก็ได้รับการปลดเกษียณอย่างเป็นทางการ กาเบรียลไม่ได้คิดอะไร อ่านข่าวจบก็ปิดหน้าเว็บไซต์ แค่อีกหนึ่งคนดังที่กำลังหมดสปอทไลท์

                ชายคนนี้เคยเป็นสัญลักษณ์ของความหวังสำหรับใครหลายคน ประชาชนร่ำให้เมื่อเห็นเขาต้องจากลา

                กาเบรียลไม่รู้สึกอะไรเลย

 

posts-divider1

                กาเบรียลอายุยี่สิบแปดตอนที่พ่อกลับบ้าน ชายผู้หายไปจากชีวิตวัยเด็กของเขาเพื่อ “รักษาความสงบสุขของโลก” ฮีโร่ กาเบรียลเรียนรู้ มักจะเป็นเช่นนี้ เลือกผลประโยชน์ส่วนรวมก่อนชีวิตของเด็กโง่ ๆ หนึ่งคน แล้วหวังว่าสิ่งที่ทำลงไปจะมีผลพลอยได้กลับมาหาลูกตนเอง กาเบรียลควรจะซาบซึ้ง สำนึกบุญคุณ แต่เขาพบว่ามันยากเย็นเหลือเกิน

                เด็กอกตัญญู แกไม่รู้ว่าสมัยสงครามเราลำบากกันแค่ไหน พ่อเคยพูดไว้ เพียงเพราะว่าเคยถือปืนไปยิงหุ่นยนต์ให้เรา เขาคิดว่าตนเองควรจะถูกบูชาดุจเทพ พื้นที่เดินควรมีพรมแดงหรือไม่ก็คนก้มลงจูบตามทุกรอยเท้า ทะนงตน หยิ่งยะโส

                เย็นชา เคร่งขรึม อยู่ในเครื่องแบบตลอดเวลา ไหล่ตั้งหลังตรงถึงแม้จะมีเข็มกลัดสารพัดประดับเสื้อ

                กาเบรียลเกลียดเขา

                “พรุ่งนี้เราจะมีแขก” เป็นคำทักทายแรกของเขา ไม่ใช่ ขอโทษที่พ่อหายไปนาน หรือ พ่อคิดถึงลูกนะ เขามองกาเบรียลด้วยหางตา และใช้สำเนียงเดียวกับเจ้าของสั่งสัตว์เลี้ยง “เขาเป็นคนสำคัญ จงให้เกียรติเขา ถ้าฉันเห็นว่าแกทำตัวไม่เหมาะสม–”

                “พ่อจะทำอะไร” กาเบรียลขัดกลางประโยค “ยิงผม?”

                เขาแค่นหัวเราะ น่ารังเกียจและน่าสะอิดสะเอียน “อย่าท้าฉัน”

                ตั้งแต่มาม่าเสียชีวิตไป กาเบรียลทนอยู่ในบ้านนี้ด้วยความทรมาน เขาอยากจะย้ายออก แต่ก็ทำไม่ได้ หางานไม่ได้มากพอที่จะมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ต้องยอมอยู่ในบ้าน ให้พ่อเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า พูดย้อนถึงวันวานแสนหวาน กล่าวอ้างว่าตอนนี้โลกไม่ได้กำลังล่มสลายแตกเป็นเสี่ยง ๆ ก็เพราะเขาและโอเวอร์วอทช์ คาดหวังว่ากาเบรียลจะปรบมือ เห็นด้วย

                บางทีเขาอาจจะนิสัยเสีย ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา เกิดมาโชคดีในสมัยที่ทุกอย่างฟื้นฟูตัวแล้วเรียบร้อย มีอนุสรณ์ให้ระลึกถึงสงครามแค่ในพิพิธภัณฑ์ หรือ บางที กาเบรียลอาจจะดูออกว่าชายผู้มีลิ้นสองแฉกหน้าตาเป็นยังไง

                วันรุ่งขึ้น เมื่อเสียงกริ่งประตูดัง กาเบรียลเตรียมตัวเจอนายทหารแบบพ่อคนที่สอง คนที่มองตัวเองสูงส่งกว่าใคร พูดพล่ามแต่ว่าสมัยนี้เด็ก ๆ โชคดีและสบายกว่าพวกเขาแค่ไหน ชุดเครื่องแบบ พกปืนเดินในที่สาธารณะ กาเบรียลเห็นมาหมดแล้ว ไม่ได้ทำให้มันน่าเหนื่อยใจน้อยลง เผลอ ๆ คงสวมหมวกมาด้วยเต็มยศ อกผายไหล่ผึ่ง

                เขาประหลาดใจมากเมื่อเปิดไปเจอชายชรา ผมหงอกหมดทุกเส้นบนหนังศีรษะ ริ้วรอยบนหน้าต่อสู้อยู่กับรอยแผลเป็นขีดข่วน ฉกาจฉกรรจ์เต็มใบหน้าจนเสียโฉม ดวงตาของเขาคงจะเคยเป็นสีฟ้าสวย แต่ตอนนี้มันทั้งจางทั้งฝ้าฟาง อาจจะด้วยโรคทางสายตา เขาสวมแว่นกรอบสีแดง มีไม้เท้าเป็นสิ่งเดียวที่ล้ำสมัยที่สุดในตัว และสวมเสื้อแจ็กเก็ตตัวหนา

                “..นายคงไม่ใช่แขกของพ่อฉัน ใช่ไหม” กาเบรียลถามอย่างระมัดระวัง บางทีเขาอาจจะมาขอทาน? หรือชวนให้กาเบรียลลำรึกถึงเยซูคริสต์? ชายหน้าประตูหัวเราะ น้ำเสียงแผ่วเบาชวนให้กาเบรียลนึกถึงสุนัขที่ถูกสวมที่ครอบปาก

                “นั่นคือฉัน แขกของกัปตันเรเอส” เขายิ้ม “เธอคงจะเป็นกาเบรียล?”

                กาเบรียลรู้ว่าควรจะเชิญเขาเข้ามา แต่ เขาไม่น่าไว้ใจเลย “มั้ง”

                “เธอหน้าตาเหมือนแม่ไม่มีผิดเลย”

                ขนลุกซู่ทั่วร่าง

                “นี่ ไอ้แก่ ฉันไม่รู้ว่านายเป็นใคร–”

                “กาเบรียล!” เสียงของพ่อดังลั่นราวพสุธากัมปนาท เขากระทืบเท้าปึงปังลงมาจากชั้นสอง ยังไม่ทันลงมาถึงกาเบรียลก็ได้แต่นึกว่า เอาแล้วไง ทั้งร่างเบรครอคำด่าและคำดูถูก “แกนี่มันถูกสอนมายังไง ไร้มารยาท เชิญเขาเข้ามา!”

                คุณไม่อยู่สอนผมไง คุณถึงได้ไม่รู้ “ผมแค่นึกว่าเขาไม่ใช่–”

                “นี่คือ แจ็ก มอร์ริสัน! โชว์ความเคารพให้เขาหน่อยสิ ให้ตาย–”

                “เรเอส ฉันไม่ถือสาจริง ๆ ไม่ต้องห่วง–”

                “นายมันใจดีเกินไป มอร์ริสัน–”

                แจ็ก มอร์ริสัน

                กาเบรียลกระพริบตา

                โอ้

 

posts-divider1

                ยากจะเชื่อว่าชายคนนี้คือ แจ็ก มอร์ริสัน อดีตใบหน้าที่ทั้งโลกเคยตกหลุมรัก เขาช่าง.. แก่ แม้กระทั่งนิ้วมือยังเหี่ยวย่น มีตีนกาตรงมุมขอบตา มีเส้นรอบริมฝีปากเวลาเขายิ้ม ยิ่งกว่านั้น เขาดูเหนื่อยตลอดเวลา ในขณะที่พ่อพูดจ้อ เขาได้แต่นั่งหงอยอยู่บนเก้าอี้ อาหารแทบไม่ได้แตะ จะเคี้ยวแต่ละคำก็เชื่องช้าเสียเหลือเกิน คงมีปัญหาเรื่องฟันและระบบย่อย

                มันน่าจะเป็นมื้อเย็นที่น่าอึดอัดที่สุดในชีวิตของกาเบรียล ทั้งโต๊ะมีพ่อพูดอยู่คนเดียว มอร์ริสันหัวเราะเออออยู่แค่สองสามคำ และไม่ว่ากาเบรียลจะทำยังไง จะกิน จะนั่งเฉย ๆ จะไม่พูด เขายังทำผิดในสายตาพ่อ ได้ยังไงก็ไม่ทราบ

                “แกน่าจะเป็นเด็กอกตัญญูที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา” เขาบอก “นี่คือ แจ็ก มอร์ริสันนะ!”

                “แล้วพ่อจะให้ผมทำยังไง?” กาเบรียลสวนกลับ “บูชาเขากลางโต๊ะอาหาร?”

                กาเบรียลเกลียดบ้านหลังนี้ เกลียดที่ถูกปฏิบัติตัวด้วยเหมือนเป็นเด็ก ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาอายุยี่สิบแปด สักวัน เขาจะย้ายหนีไปจากที่นี่ บางทีพ่อจะได้สำนึกเสียทีว่ากาเบรียลเป็นผู้ใหญ่ แต่ ใครจะรู้ เขาคงไม่สะทกสะท้าน ไม่เคยแคร์อยู่แล้วว่ากาเบรียลจะเป็นตายร้ายดียังไง จะอยู่หรือจะไป สนแต่ว่าเขาสามารถด่ากาเบรียลได้มากแค่ไหนเพื่อให้ตัวเงอรู้สึกดีขึ้น

                “เขาปกป้องโลก” พ่อดุ “อย่างน้อยที่สุด แกก็ควรจะสุภาพ เลิกทำหน้าบึ้งตึงเสียที”

                “เรเอส ไม่ต้องไปดุกาเบรียลหรอก” เสียงของมอร์ริสันนั้นทุ้ม หยาบกร้าน กลั้วอยู่ในคอ แต่เขาดันใช้มันพูดอย่างเนิบนาบจนไร้ซึ่งความน่าเกรงขาม ขาดเขี้ยวเล็บที่ตนเองควรจะมี “ตอนนี้ ฉันเป็นแค่อดีตทหารคนหนึ่ง ไม่มีอะไรวิเศษ”

                “ทั้งโลกนี้ติดหนี้นาย มอร์ริสัน” พ่อถอนหายใจ “ฉันเองก็ด้วย หลายครั้งเหลือเกินที่นายช่วยชีวิตฉันบนสมรภูมิ”

                “ฉันแค่ทำไปตามหน้าที เรเอส ฉันไม่ต้องการคำชื่นชม”

                กาเบรียลล่ะอยากจะโก่งคออ้วก

                “โลกเราต้องการคนอย่างนาย รู้ไหม” พ่อใช้ส้อมชี้เขา “ไม่ใช่ไอ้ลูกชายขี้เกียจของฉัน ป่านนี้ยังไม่มีงานทำ..”

                “ฉันมั่นใจว่ากาเบรียลจะหาโอกาสได้ สักวันหนึ่ง” ยิ้มกว้าง เขาหันมามองแล้วถาม “ใช่ไหม กาเบรียล”

                นี่อาจจะเป็นคำพูดเดียวที่เขามีให้อดีตวีรบุรุษ แจ็ก มอร์ริสัน “มั้ง”

 

posts-divider1

 

                กาเบรียลถูกปลุกขึ้นมากลางดึกคืนนั้น

                ไม่ใช่สัญญาณที่ดี

                พ่อยืนอยู่เหนือเตียง สวมเครื่องแบบเช่นเคย นี่ตอนกลางคืนนะ เขายังไม่ถอดมันออกอีกเหรอ? จริงจังเคร่งขรึมราวกับว่าตอนนี้คือหกโมงเช้าและไม่ใช่ตีหนึ่งครึ่ง ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ความเป็นส่วนตัวของกาเบรียลถูกเขี่ยทิ้งในบ้านหลังนี้ ไม่มีการเคารพพื้นที่ส่วนตัวของกันและกัน ไม่มีความเกรงอกเกรงใจ พ่อคิดว่านี่เป็นบ้านของเขา จะเข้าจะออกยังไงก็ได้

                “มอร์ริสันจะอยู่พักกับเราเป็นเวลาสั้น ๆ ” พ่อเกริ่น กอดอกขึงขัง “ฉันอยากให้แกดูแลเขา”

                กาเบรียลยกมือขึ้นขยี้ตา อาการง่วงยังไม่หายไป “แล้วพ่อรอให้เช้าก่อนค่อยบอกผมไม่ได้รึไง?”

                “ฉันไม่อยากให้เขาได้ยิน” จากนั้น เงียบไปพัก “ฉันหมายถึงดูแลทางเพศ”

                กาเบรียลเกือบจะล้มจากเตียงหน้าทิ่มพื้น

                เสี้ยววินาทีแรก กาเบรียลอยากจะหัวเราะ สมเพชตัวเอง เอาสิ ไหน ๆ เขาก็เป็นพ่อสุดระยำแห่งปีอยู่แล้ว เพิ่มการคุกคามทางเพศเข้าไปในลิสต์ด้วยจะเป็นไรไป แต่ เมื่อมองหน้าพ่อ กาเบรียลถึงได้รู้ว่านั่นไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลย เขาพูดถึงเรื่องนี้ในแบบที่เขาพูดถึงการเล่นหุ้น ไม่มีความสุขสันต์ใด ๆ ทั้งสิ้น นี่ไม่ใช่แฟนตาซีที่พ่ออยากจะเห็นกาเบรียลโดนคนแก่เอา เปล่า เขาแค่กำลัง.. นั่นสิ เขากำลังทำบ้าอะไรวะ ทำไมเขาถึงคิดว่าเรื่องแบบนี้สามารถนำมาพูดกับลูกได้อย่างเปิดเผย?

                “นี่พ่อพูดบ้าอะไรอยู่–”

                “ระวังปากหน่อย ไอ้หนู” พ่อขัด “มอร์ริสันแก่แล้ว และ.. เขามีปัญหาเมื่อมาถึงเรื่องการหาคู่นอน”

                กาเบรียลอ้าปากค้าง “แล้วไงวะ? เกี่ยวอะไรกับผม?”

                เชื่อเขาเลย พ่อต้องการจะประจบประแจงอดีต–วีรบุรุษถึงขั้นที่จะขายลูกชายตัวเอง เอากาเบรียลเป็นเครื่องเซ่นเพื่อที่จะได้สนองความคลั่งชาติและกองทัพอเมริกาของเขา มันคงจะตลก ถ้ากาเบรียลไม่มัวแต่อึ้งจนพูดไม่ออก สถานการณ์ตอนนี้มันช่างเหลือเชื่อ นี่ชีวิตกาเบรียลตกต่ำถึงขั้นถูกนำมามอบเป็นของขวัญให้กับไอ้แก่ที่ไหนก็ไม่รู้แล้วหรือ

                ไม่สิ ไม่ใช่ไอ้แก่ที่ไหนไม่รู้ แจ็ก มอร์ริสัน

                พ่อแทบจะพ่นน้ำลายฉอด ๆ ใส่หน้ากาเบรียล “เขาเคยปกป้องโลก สิ่งสุดท้ายที่แกสามารถทำได้คือคุกเข่าให้เขา!”

                “แล้วทำไมพ่อไม่ทำเองล่ะ!”

                พ่อนิ่งไปพัก สีหน้าสามารถอ่านได้เป็นครั้งแรกในเวลายาวนาน เขาเคยพิจารณาข้อเสนอนี้มาแล้ว แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจ

                เพราะ.. “เขาชอบเด็กหนุ่ม” พ่อกระซิบ สารภาพความลับอันแสนสกปรกโสโครกของอดีตท่านผู้บัญชาการ

 

posts-divider1

                วันรุ่งขึ้น พ่อไม่ลงมาจากชั้นล่างเลย คงกำลังให้เวลาและสถานที่มอร์ริสันกับกาเบรียลให้อยู่ด้วยกัน “สองต่อสอง” มันช่างน่าขัน การที่เขาคิดว่ากาเบรียลต้องตกลงยอมทำแน่นอน เขาคิดว่าตนเองมีอำนาจขนาดนั้น ไม่ต้องยกเรื่องไล่ออกจากบ้านหรือเลิกช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายก็รู้ได้ว่ากาเบรียลรู้ รู้ซึ่งถึงอำนาจที่เขามีเหนือกาเบรียลจนกว่ากาเบรียลจะออกจากบ้านเวรนี่ได้

                แจ็ก มอร์ริสัน นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นตอนที่กาเบรียลเจอเขา บนโซฟา สวมเสื้อถักไหมพรมหน้าตาน่าเกลียด ดูพยากรณ์อากาศบนทีวี คนประเภทไหนกันดูพยากรณ์อากาศเพื่อความสนุก? แถมยังยิ้ม? ในขณะที่พ่อของกาเบรียลยังมีความเป็นพลทหาร องศาของไหล่และการวางตัวไม่จางหายไป แจ็กแทบจะทรุดยวบลงไปในโซฟา ไหล่ห่อ หลังงอ สองมือกอดหมอนอิง

                กาเบรียลพิงตัวกับขอบประตู มองเขาจากไกล ๆ “พยากรณ์อากาศมันสนุกขนาดนั้นเชียว”

                มอร์ริสันไม่สะดุ้ง น่าจะรู้ว่ากาเบรียลอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงฝีเท้ากระมัง อย่างน้อยสัญชาติญาณก็ยังไม่บอด

                “ก็ไม่สนุกหรอก แต่พรุ่งนี้เราจะมีหิมะครั้งแรกของฤดู” เขายิ้มกว้าง “นั่นไม่น่าตื่นเต้นหรือ?”

                “ฉันเกลียดหิมะ”

                “ฉันชอบหิมะมาก” พูดจบ เขาก็ถอนหายใจ “น่าเสียใจที่ฉันออกไปเล่นไม่ได้แล้ว”

                …ให้ตาย เขาช่างน่าสมเพช แก่จนไม่รู้จะแก่ยังไง กาเบรียลจำไม่ได้แล้วจริง ๆ ว่าผมของเขาเคยเป็นสีทอง นึกไม่ออกเลยว่าเขาเคยนำทัพโอเวอร์วอทช์จนเอาชนะพวกเหล่าออมนิค เคยต่อสู้ด้วยความแม่นยำเฉียบขาด ความทนทานที่ไม่เป็นสองรองใคร และความว่องไวคล่องแคล่วที่แม้แต่นักวิ่งกรีฑายังต้องหลีก ตอนนี้ เขาทำทั้งหมดที่ว่ามานั่นไม่ได้เลย

                เวลาผ่านไป และมันช่างไร้ความเมตตาต่อชายคนนี้

                กาเบรียลคงจะจ้องนานไปหน่อย เพราะแจ็กขมวดคิ้ว “กาเบรียล เธอ..”

                “อะไร?”

                “พ่อคงไม่ได้บอกเธอเรื่อง..นั้น ใช่ไหม?” เขายกมือขึ้นปิดปาก “โอ้ ตายล่ะ ฉันขอโทษจริง ๆ –”

                กาเบรียลเกือบจะสไลด์ร่วงจากขอบประตู “เดี๋ยว นี่นายขอฉันกับพ่อเหรอ?!”

                “เปล่า!” เมื่อขึ้นเสียงแล้วเห็นกาเบรียลชะงัก เขาหยุด กระแอมในลำคอแล้วปรับน้ำเสียงใหม่ ไม่ได้ตั้งใจจะกระโชกโฮกฮาก ไม่ได้อยากทำให้กาเบรียลตกใจ “ฉันแค่ชมกับพ่อเธอว่าเขามีลูกชายที่หล่อดีทีเดียว ฉันไม่ทันได้นึกว่านั่นมันประหลาดมาก ฉันแก่พอจะชมเด็กทุกคนได้แล้ว แต่.. เรเอสบอกว่าเธอไม่ใช่เด็ก ๆ อายุตั้งยี่สิบแปดแหนะ ฉันไม่.. ฉันไม่ได้..”

                “เธอดูเด็กมาก กาเบรียล” เสียงของเขาเปลี่ยนไป แทบจะทุ้มขึ้น

                กาเบรียลเริ่มชั่งน้ำหนักตัวเลือกในใจ

                สิ่งแรกเลยที่ต้องพิจารณา: มอร์ริสันรวย

                กาเบรียลเริ่มสังเกตตั้งแต่ตอนต้องยกกระเป๋าสัมภาระของเขาไปไว้ชั้นบน มันไม่ใช่กระเป๋าแบรนด์เนม แต่มันถูกสั่งทำพิเศษ มีอักขระชื่อตัวย่อบนเนื้อหนังสัตว์ เสื้อผ้าข้างใน? ของสั่งตัด เช่นเดียวกับแจ็กเก็ตหมายเลขเจ็ดสิบหกที่เขาสวมในวันแรก หลักฐานที่ชัดเจนยิ่งกว่านั้นเลยคือรถของเขา จอดอยู่หน้าบ้านกาเบรียลได้ล่อตาโจรเป็นอย่างยิ่ง หน้าตาของมันแพงกว่ารายได้ทั้งปีที่กาเบรียลไม่มี และเมื่อเสิร์ชชื่อของเขาในอินเตอร์เน็ต กาเบรียลก็พบกับประวัติเงินบำเหน็จบำนาญที่เขาจะได้รับตลอดทั้งชีวิต และมรดกจากไร่ข้าวโพดที่พ่อแม่ยกให้เขาขายหลังจากพวกท่านตายไป มอร์ริสันไม่มีงานทำ เพราะมันไม่จำเป็น

                มอร์ริสันสามารถเป็นตั๋วเที่ยวเดียวออกจากบ้านหลังนี้ได้ หากกาเบรียลวางไพ่ได้ดีพอ เงินแม้แต่นิดเดียวจากชายคนนี้สามารถพลิกชีวิตเขาได้จากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาไม่ต้องทนวาจาด่าทอของพ่ออีก ไม่ต้องทนอะไรทั้งนั้น

                และอีกอย่าง พ่อคงจะภูมิใจน่าดู ลูกชายของเขาปรนเปรอวีรบุรุษในดวงใจ

                เหอะ

                “นายไม่จำเป็นต้องขอโทษ” กาเบรียลพูด

                “อ้า–”

                “ฉันยินดีช่วยดูแลวีรบุรุษของโลกเราเสมอ” ประโยคโคตรน้ำเน่า แต่มันจำเป็นต้องใช้งานไปก่อน

                กาเบรียลย่างสามขุมจากหน้าประตูไปที่โซฟา มองมอร์ริสันละล่ำละลักอยู่บนที่นั่ง จะปฏิเสธก็ไม่ใช่ จะเชิญชวนก็ไม่เชิง แต่เมื่อกาเบรียลคุกเข่าลง เขาหยุดทุกอย่างไปเลย ได้แต่หายใจแรงจนน่ากลัวว่าเขาจะเป็นหอบหืดตายรึเปล่า รูม่านตาขยายกว้างใต้เลนส์แว่นกรอบแดง เขาจ้องกาเบรียลอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ไม่คิดว่าเขาจะโชคดีขนาดนี้ อืม..

                สิ่งที่สองที่ต้องพิจารณา: กาเบรียลไม่เคยมีเซ็กส์กับผู้ชาย

                ไม่ใช่ว่าเพราะรังเกียจ เขาแค่ไม่เคยมีโอกาส เป็นคนที่ดึงดูดต่อทั้งสองเพศแต่มักจะโชคดีได้อยู่แต่กับผู้หญิงเท่านั้น ไม่เคยมีโอกาสได้คบกับผู้ชายจริง ๆ จัง ๆ เพราะส่วนใหญ่เขาจะหมั่นไส้รำคาญนิสัยพวกมันไปเสียหมด เขาพอจะรู้ทฤษฎี ดูหนังโป๊มามากพอที่จะรู้ว่าเขาทำกันอะไรยังไง แต่ในทางปฏิบัติ.. ใครมันจะไปรู้ ไม่ใช่ทุกวันที่คุณได้โอกาสแบบนี้

                “กาเบรียล เธอไม่จำเป็นต้อง–”

                “ฉันอยาก”..ได้เงินเอ็ง แต่นั่นไม่สำคัญ

                แจ็กสูดหายใจลึก พึมพำบางอย่างที่ฟังดูคล้าย โอ้ พระเจ้า

            กาเบรียลเคยเห็น แลละเคยโดน คนใช้ปากรูดซิปกางเกง มันเซ็กซี่มาก เขาก็เลยลองดูมั่ง มันไม่ยากอย่างที่คิดเมื่อใช้ซี่ฟันหาซิปเจอแล้วรูดมันลง แต่ตรงกระดุมเนี่ยสิ นั่นลำบากกว่าที่เขาคิดเยอะเลย แต่ การพยายามสุดชีวิตของกาเบรียลคงดูเหมือนความกระตือรือร้น กระเหี้ยนกระหือรือที่จะช่วยเหลือผู้สูงอายุ เพราะแจ็กเริ่มลูบหัวเขา เอ็นดู หายใจหนัก

                เมื่อทำสำเร็จ ขอบกางเกงของมอร์ริสันชุ่มไปด้วยน้ำลาย ขอบกางเกงในของเขาด้วย ใช้ปากจูบผ่านชั้นในโดยริมฝีปากไม่ปิด กาเบรียลพ่นลมหายใจร้อน ๆ ผ่านเนื้อผ้าสู่จุดอ่อนไหวของมอร์ริสัน ซึ่งมันก็.. อ่อนไหวสมชื่อนี่แหละ เขาลืมไปเลยว่าหมอนี่แก่แค่ไหน และการเล้าโลมเป็นชาติอาจจะไม่ช่วยอะไร ใช้มือมันเลยละกัน ล้วงเข้าไปในกางเกงในแล้วดึงกางเกงลง

                กาเบรียลถ่มน้ำลายใส่มือ ไม่อยากจะให้สัมผัสแห้งผาก แล้วรูดมอร์ริสัน ขึ้น–ลง มอร์ริสันเป็นพวกขลิบ กาเบรียลไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงผิดหวัง อาจจะเพราะเขาคิดถึงการขยับขึ้นลงอันแสนน่ารักน่าชังของหนังหุ้ม แต่นี่ก็ไม่เป็นไร ถึงจะไม่แข็งขืนใต้นิ้วและฝ่ามือ แจ็กมีความยาวที่ทำให้เขาร้อง อู้ ด้วยความประหลาดใจ ท่านผู้บัญชาการมีอาวุธลับใต้เข็มขัดกับเขาด้วย

                มือข้างหนึ่งของมอร์ริสันจิกลงบนที่วางแขนจนแทบจะขาด ส่วนอีกมือยกขึ้นพาดหน้าผาก ปิดดวงตา

                “ฉัน– ขอโทษที– อา..” มอร์ริสันครางไม่หยุด เสียงกระเส่า “มัน.. ผ่านมานานมาก ฉันต้องใช้เวลา..”

                ว้าว เซ็กซี่มาก ซะที่ไหน กาเบรียลไม่ตอบ แล้วก็ไม่ได้ตอบเลยเมื่อลดหัวลงแล้วรับมอร์ริสันมาไว้ในปาก

                ไม่มีทางเลยที่เสียงร้องลั่นแหลมสูงของมอร์ริสันจะไม่ดังขึ้นไปถึงชั้นบน

                ถ้าพ่อรำคาญ ก็ให้มันลงมาห้ามเอง

                อย่างน้อยมอร์ริสันก็สะอาด กาเบรียลไม่ลิ้มรสถึงเหงื่อหรือไคล กลับกัน เขาได้กลิ่นสบู่เต็ม ๆ ซึ่งก็ไม่เซ็กซี่อีกนั่นแหละ ดี กาเบรียลจะได้มีข้อเตือนใจว่าเขากำลังทำเพื่อเงิน ไม่ได้เผลอชื่นชอบมันไปจริง ๆ กาเบรียลห่อลิ้นรอบส่วนหัว พรมจูบขึ้นลงตามความยาว แล้วก็พบว่าความอบอุ่นของโพรงปากกับความเปียกชื้นของลิ้นช่วยได้เยอะมาก มอร์ริสันเริ่มแข็งขึ้นมานิดหน่อย นิดหน่อยจริง ๆ บางที… ถ้าเขาก้มลงไปหมดเลยภายในรวดเดียว? มันคงลึกเข้ามาถึงในคอ กาเบรียลไม่คิดว่าจะทำได้ไหม แต่–

                ผิด ผิด ผิด ความคิดผิดมหันต์ พอผ่านลิ้นไก่เข้าไป ร่างกายก็พยายามขย้อนทันที ทำเอากาเบรียลสำลัก แต่แทนที่จะได้ผละออก กลับมาหายใจ มือของมอร์ริสันดันมาจับหัวกาเบรียลไว้ กดศีรษะลงลึกจนจมูกจรดกับขนบนท้องน้อย–

                กาเบรียลหายใจไม่ออก อาการสำลักทำให้ลำคอเกร็งตัวแน่น มอร์ริสันครางลั่น หายใจเข้าลึกยาว อาการชักกระตุกของร่างกาเบรียลเมื่อขาดอากาศทำให้มันตื่นตัว ไอ้วิปริต กาเบรียลอยากจะด่า แต่เขาคิดว่ามันไม่น่าจะรู้ตัวด้วยซ้ำ ไม่รู้สึกว่าตนเองกำลังแข็งขืนต่อต้านสัญชาติญาณของร่างกายกาเบรียล พยายามปฏิเสธสิ่งแปลกปลอม ไม่รู้ว่าตัวเองกดลงมาลึกจนคอของกาเบรียลเริ่มเห็นเป็นรอยนูน เขาหายใจไม่ออก คิดอะไรไม่ออก ภาพตรงหน้าเริ่มแตกสลายเป็นคลื่น เห็นมุมมืดตรงหางตา

                แต่ ข้อดีของความแก่: มอร์ริสันเสร็จเร็วมาก เสร็จมันตั้งแต่ตรงนี้เลย กาเบรียลไม่ทันได้รู้สึกถึงรสขมขื่นของน้ำกามด้วยซ้ำ มันหลั่งลงคอหมด และมันเยอะ กาเบรียลคงจะรู้สึกอุ่นวาบในท้องหลังจากนี้ เขาจิกต้นขามอร์ริสันแน่น พยายามยกหัวออก แต่ก็ทำไม่ได้ ทั้งร่างยังคงสั่นเครือ คอของเขาร้อนผ่าวไปหมด และยิ่งเขาสำลัก ยิ่งไอ ยิ่ง–

                มัน…

                มันสำลักขึ้นมาทางจมูก

            ดวงตาของกาเบรียลคงจะเผลอเหลือกกลับขึ้นเปลือกตาในขณะที่เขาชัก เพราะเมื่อเขากลับมารู้ตัวอีกครั้ง มีอากาศในปอด กรามไม่ได้ค้างเพราะถูกจับกดหัว มอร์ริสันก็ผละออกไปจากเขาเรียบร้อยแล้ว กำลังรูดซิปกางเกงตนเอง กาเบรียลรู้สึกว่ามีบางอย่างชื้นบนโหนกแก้ม ตรงมุมปาก ไอ้เวรนี่เสร็จบนหน้าเขาต่ออีกต่างหาก แต่ดูจากรอยยิ้มแห้ง ๆ นั่นแล้ว เขาคงไม่ได้ตั้งใจอีกนั่นแหละ กาเบรียลพึ่งจะมีประสบการณ์ที่จาบจ้วงที่สุดในชีวิต ไม่เคยรู้สึกถูกรุกรานมากขนาดนี้มาก่อน

                และมอร์ริสันไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่ามันพึ่งจะทำให้กลิ่นของตนเองจารึกขึ้นมาถึงข้างในจมูก ในสมอง–

                “ฉันขอโทษจริง ๆ ฉันไม่รู้ตัว–” เขาแก้ตัวอยู่นั่น แต่มันเข้าหูซ้ายทะลุหูขวากาเบรียล

            ตั้งสติ กาเบรียล อย่าปล่อยให้มันกระทบถึงนาย ถึงแม้เขาจะรู้สึกเหมือนทุกโสตประสาทถูกทำลายก็เถอะ

                เขาเกือบจะหมดสติไปแล้วด้วยซ้ำ ถ้ามันไม่ได้เสร็จเร็วขนาดนี้…

                “ห้าร้อยเหรียญ” กาเบรียลโพล่งออกไป เสียงแหบพร่า แถมยังรู้สึกแสบคอ

                มอร์ริสันชะงัก หยุดอยู่กลางบทพูดขอโทษยาวยื่น “…หา”

                “อะไร? นายคิดว่าฉันจะคุกเข่าให้ใครฟรี ๆ ?” ยากที่จะถือไพ่เหนือกว่าเมื่อคุณกำลังคุกเข่าอยู่ตรงหว่างขาเหยื่อ แถมมีน้ำรักเปื้อนเต็มหน้า ไหลออกจากจมูก แต่ กาเบรียล เรเอส เป็นชายมากความสามารถ “ห้าร้อยเหรียญ ไม่งั้น”

                มอร์ริสันถลึงตาด้วยความกลัว  “ไม่งั้น..”

                “ฉันมีเพื่อนคนหนึ่งที่สามารถทำลายชีวิตนายได้ หากข่าวนี้หลุดออกไป” กาเบรียลแสยะยิ้ม “เหมือนลูเมอริโค่”

                มอร์ริสันหน้าเสียไปเลย กาเบรียลคงจะสงสารเขาหรอก ถ้าไม่ติดว่าเขาจำเป็นต้องหาเงินเลี้ยงตัวเอง และ หมอนี่ไม่ได้พึ่งจะเสร็จใส่หน้ากาเบรียลมาหมาด ๆ ขอเอาคืนซะหน่อยเถอะวะ พูดมาได้ ไม่รู้ตัว เขาจะแก่เลอะเลือนขนาดไหนกันเชียว

                “ห้าร้อยเหรียญ” มอร์ริสันทวนจำนวนเงิน

                “เงินสดเท่านั้น คุณปู่”

                กาเบรียลเดาถูก เขาพกเงินมากขนาดนั้นจริง ๆ ในกระเป๋าสตางค์ ยื่นให้กาเบรียลด้วยนิ้วมือสั่นเทา กาเบรียลแอบอยากใช้มันเช็ดหน้า คงรู้สึกรวยดี แต่มาม่าสอนเขามาดีเกินไปเรื่องคุณค่าของเงิน และกาเบรียลไม่อยากได้หน้าประธานาธิบดีที่ตายแล้วมาอยู่ใกล้ ๆ หน้าของตนเองนักหรอก เขายัดธนบัตรใส่กระเป๋ากางเกง ยันตัวลุกขึ้นจากพื้น

                “เดี๋ยวก่อน” มอร์ริสันรั้งกาเบรียล นั่งมองเขาใช้หลังแขนเช็ดจมูก

                “หืม?” พระเจ้า มันเปื้อนเต็มไปหมด หมอนี่เสร็จเยอะแค่ไหนกันวะ

            “ถ้าฉัน.. จ่ายอีก คราวหน้า” นี่คงเป็นครั้งแรกของเขา ทำเรื่องแบบนี้ แต่ โชคดีสำหรับมอร์ริสัน มันเป็นครั้งแรกของกาเบรียลเหมือนกัน การแบล็กเมล์ไม่ใช่แนวของเขา การมีเซ็กส์กับผู้ชายก็ด้วย “เธอจะช่วยดูแลฉันได้อีกรึเปล่า”

                แต่อย่างที่เขาว่ากันไว้ มีครั้งแรกสำหรับทุกสิ่ง

                “ชัวร์” กาเบรียลแสยะยิ้ม “ยินดีเสมอ”

TBC?

posts-divider1

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s