Old Dog (5)

Title: Old Dog
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Soldier: 76 | Jack Morrison/Reaper | Gabriel Reyes/Ana Amari

Rating: E
Warnings: 
ทำไมมันเยอะเหลือเกินซิส Spanking, Daddy Kink, Discussion of Past Trauma, Mild Painplay, Age Difference, Threesome, Three Way, Femdom, Dom/Sub Undertones, Vaginal Sexม, Cum Play, Facial
Notes: 
เราอดหลับอดนอนมาแต่งนี่

 

posts-divider1

                “ปลอกคอ?” มอร์ริสันควงปากกา

                “ก็ได้ แต่ไม่มีสายจูง นั่นทุเรศ”

                “งั้นฉันตัดโรลเพลย์สัตว์ทิ้งไปเลยก็แล้วกัน”

                กาเบรียลนิ่วหน้า “เชิญ ไม่เอาไอ้พวก นายท่าน–ทาส อะไรก็ไม่รู้ด้วยนะ อุบาทว์”

                “ฉันเองก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกัน” มอร์ริสันตอบ ขีดฆ่ารายการด้วยหมึกปากกาแดง

                การได้นั่งบนเตียงเจรจาเรื่องเซ็กส์กับผู้ชายอายุรุ่นราวคราวพ่อเป็นสิ่งสุดท้ายที่ กาเบรียล เรเอส คิดว่าตนเองจะได้ทำ แต่นั่นประไร เขาก็ได้มานั่งเอกเขนก มองอดีตดาวเด่นของโอเวอร์วอทช์ลดตัวมาเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง แค่ ตาแก่กับรสนิยมทางเพศที่ห่างจากคำว่าวนิลลาอยู่หลายรส ยิ่งคิดก็ยิ่งพิลึก แต่ กาเบรียลต้องยอมรับ เขากำลัง.. อยู่ในความสัมพันธ์กับหมอนี่

                ความสัมพันธ์แบบไหน? กาเบรียลไม่รู้ มันไม่หยุดเขาจากการชายตามองคนอื่น คุยกับคนอื่น หรือ อาจจะ มีความรู้สึกดี ๆ กับคนอื่น แต่พอมาถึงเรื่องเซ็กส์สุดท้ายมันก็จมปลักอยู่กับ แจ็ก มอร์ริสัน รู้สึกไม่เหมือนเคยหากมันไม่ใช่กับเขา กาเบรียลคงไม่บอกเขาอย่างนั้นตรง ๆ หรอก แต่คิดว่ามอร์ริสันเองก็คงดูออก กาเบรียลไม่เข้าใจเลยว่าหมอนี่มีดีอะไร

                เขารู้ว่าตนเองมีดีอะไร เด็กกว่า นั่นเป็นสิ่งที่พวกแก่ ๆ ชอบนี่ ใช่ไหม และเขารู้ตัวดีว่าตนเองรูปร่างหน้าตาไม่เลวร้ายแม้แต่น้อย ไม่แปลกถ้ามอร์ริสันจะมาสนอกสนใจไหนตัวเขา แต่อะไรกันที่มันน่าดึงดูดเกี่ยวกับ แจ็ก มอร์ริสัน? ตอนหนุ่ม ๆ เขาหล่อเหลา เรื่องนั้นไม่เถียง ส่วนตอนนี้.. อ้า จริง ๆ ก็ไม่ได้เลวร้ายหรอก มีริ้วรอยบ้าง รอยแผลบ้าง แต่ก็ยังเป็นใบหน้าเดิม ดวงตาคู่เดิม จมูกเดิม ซ้ำยังมากประสบการณ์ กาเบรียลชอบประสบการณ์ นั่นกระมังเหตุผล ประสบการณ์และความช่ำชอง

                “โดนตีล่ะ นายคิดว่าไง” คำพูดของมอร์ริสันขัดขบวนความคิดของกาเบรียลกลางคัน

                “โดนตี” กาเบรียลทวนคำ “ด้วยอะไร”

                มอร์ริสันยักไหล่ “แส้?”

                กาเบรียลย่นจมูก แส้ฟังดูเซ็กซี่เมื่ออยู่ในมือของแม่เสือป่าท่าทีดุดัน ไม่ใช่ไอ้แก่อย่างมอร์ริสัน แต่พอเขาพูดตอบไปอย่างนั้น อีกฝ่ายก็กระพริบตาปริบ ๆ ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมายกใหญ่ มือที่ไม่จับปากกาถึงกับต้องกุมท้อง

                “ฉันรู้จักอยู่นะ ‘แม่เสือป่าท่าทีดุดัน’ เนี่ย” เขายิ้ม

                “คนรักเก่านาย?” กาเบรียลถาม และด้วยเหตุผลที่เขาไม่เข้าใจ เสียงของเขาดันแปร่งหูไปจากปกติ

                “เพื่อนเก่าแก่” มอร์ริสันส่ายหน้าปฏิเสธ “เคยช่วยชีวิตฉันไว้มาก อียิปต์ รัสเซีย บราซิล..”

                “ท่าทางจะเป็นทหารที่ดีกว่านาย”

                “ดีกว่าจริง ๆ ” เขาไม่เถียง “บางที สักวันฉันอาจจะแนะนำให้เธอรู้จักกัน”

                รอยยิ้มของมอร์ริสันนั้นอบอุ่น จริงใจ กาเบรียลไม่แน่ใจว่าเขาควรจะรู้สึกยังไงดี

                “…รู้ไหม เราไม่เคยนั่งคุยกันเฉย ๆ แบบนี้เลยนะ” มอร์ริสันเปลี่ยนเรื่องเสียเฉย ๆ วางกระดาษและปากกาของเขาลงบนตัก ไม่สะทกสะท้านเมื่อเห็นกาเบรียลขมวดคิ้วนิ่วหน้าใส่ “คุยกับเธอทีไรก็มีแต่เรื่องเซ็กส์ ไม่คิดว่ามันแปลกหรอ”

                มาก “ก็ไม่”

                “คงจะดีถ้าฉันได้รู้จักเธอมากกว่านี้ กาเบรียล”

                “พ่อของฉันเล่าให้ฟังไม่หมดรึยังไง?”

                มอร์ริสันนิ่งไปพัก “มัน.. มักจะเป็นเรื่องแง่ลบ”

                ก็แหงอยู่แล้ว

                “งั้นเดี๋ยวฉันจะสรุปชีวประวัติสั้น ๆ ให้ฟัง” กาเบรียลบิดขี้เกียจ “ฉันเกิดหลังสงครามจบลง ซึ่งแปลว่าฉันขี้เกียจ อกตัญญู และไม่รู้ว่าสมัยก่อนลำบากแคไหน ฉันเรียนจบศิลปะ ซึ่งเป็นอาชีพที่ไม่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติหรือโลกทั้งใบ ฉันหางานไม่ได้ เพราะศิลปินมีดีแค่ตอนตาย พ่อบอก ฉันมีเซ็กส์กับนาย ได้เงิน ย้ายจากบ้าน ตอนนี้ทำงานร้านอาหาร จบ”

                มอร์ริสันอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าประหลาดใจกับสิ่งใดมากกว่ากัน ความว่องไวในแต่ละคำพูด หรือการที่กาเบรียลสามารถสรุปทุกอย่างได้สั้นกุดเช่นนี้ มอร์ริสันเองคงทำไม่ได้ ใช้ชีวิตบนโลกเขียว ๆ ของพระเจ้ามานานมากเกินกว่าจะสรุปแค่สามบรรทัด มีประวัติศาสตร์ยาวนานทั้งซับซ้อนและยากเย็น กาเบรียลไม่มีอะไรเลยในชีวิต มีแค่ไมกี่สิ่งที่ควรพูดถึง

                “..ฉันมั่นใจว่าเธอข้ามรายละเอียดไปมาก” มอร์ริสันตอบ

                “ฉันเปล่าข้าม” กาเบรียลตอบตามตรง “ไม่มีอย่างอื่นน่าสนใจ ชีวิตฉันน่า– โอ้ย!”

                 มอร์ริสันตีเขาเข้าที่ต้นขาเสียเฉย ๆ ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย มันไม่ได้แรงมากหรอก แต่ความตกใจทำให้มันรู้สึกเจ็บกว่าปกติ กาเบรียลชักสีหน้าใส่เขา รู้สึกถึงความเจ็บปวดร้อนผ่าวต่อย ๆ แผ่ซ่านออกเป็นวงกลมบนต้นขา ชาลึกไปถึงแก่น

                กาเบรียลกำลังจะถามว่าเขาทำบ้าอะไร แต่แจ็กตอบก่อน “โทษที โทษที หมั่นเขี้ยวน่ะ”

                “หมั่นเขี้ยว?

                “แค่อยากจะทดสอบ” เขายังไม่ละมือออกไป ค่อย ๆ นวดผิวตรงนั้น “เป็นไงบ้าง?”

                “ก็ต้องเจ็บน่ะสิโว้ย”

                “ซื่อสัตย์หน่อย กาเบรียล” เขาฟาดมือลงมาอีกที ทำเอากาเบรียลสะดุ้ง “เธอทนได้ตั้งเยอะ”

                “เออ เออ! มันไม่ได้เจ็บ..มาก” กาเบรียลไม่แน่ใจว่าทำไมขาของเขาถึงสั่น “ชา ๆ …”

                “ในทางที่ดี?”

                เขาพยักหน้าแทนพูดตอบ

                มอร์ริสันยิ้ม ละมือออกไปหยิบปากกากับกระดาษขึ้นมาใหม่ “ก็แค่นั้น”

 

posts-divider1

 

                “ก็ไม่ได้อยากยุ่งหรอกนะ คู่หู” แมคครีทักเมื่อมอร์ริสันเดินออกนอกประตูไป “แต่เขาไม่แก่ไปหน่อยสำหรับนายรึ”

                “ไม่”

                แมคครีขมวดคิ้ว “ไม่?”

                “ไม่ใช่เรื่องของแก”

 

posts-divider1

 

                ขอบอกไว้เลยสำหรับบันทึก: กาเบรียลไม่เคยถูกพ่อตี (รายนั้นจะออกแนวประเภทหักเงินค่าขนม กักบริเวณ หรืออะไรเถือก ๆ นั้นที่ลดคุณภาพชีวิตกาเบรียลมากกว่า) เพราะฉะนั้น เขาสามารถปล่อยให้มอร์ริสันตีแล้วเรียกตัวเองว่าแด๊ดดี้ได้ ขอบใจมาก มันไม่ได้มีความหมายเบื้องลึกทางจิตใด ๆ ทั้งสิ้น และกาเบรียลปฏิเสธที่จะถูกตัดสิน หรือบังคับให้อธิบาย

                อีกอย่าง นี่เป็นแค่ “การทดลอง” จากปากของมอร์ริสันเอง

                (กาเบรียลยังกระดากปากไม่อยากเรียกมันว่าแด๊ดดี้ ให้มันเรียกตัวเองไปคนเดียวพอ)

                เขากำลังนอนคว่ำหน้า ลำตัวพาดบนตักของมอร์ริสัน ไม่ใช่ท่าที่สบายนัก แขนขาห้อยสะปะสะปะไม่มีที่อยู่ การได้เห็นขามอร์ริสันแทนที่จะเห็นหน้ามันช่างน่ากังวล อย่างน้อย กาเบรียลก็ยังสวมกางเกงอยู่… ซึ่งไม่ใช่อุปสรรค ไม่หยุดมอร์ริสันจากการฟาดมือลงบนบั้นท้ายของเขา มันแทบจะรู้สึกไม่ได้ผ่านเนื้อผ้า แต่กาเบรียลก็ยังสะดุ้งทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเพี๊ยะ!

            “เป็นยังไงบ้าง?” มอร์ริสันถาม ลูบมือบนผ้าของกางเกง

                “ฉันแทบจะไม่รู้สึกเลย นายจะลีลาอีกนานไหม”

                “ฉันกำลังวอร์มนายอยู่” พูดจบเขาก็ตีอีกครั้ง กาเบรียลกลั้นเสียงร้องไว้ไม่ทัน “จะได้เจ็บไม่มาก ไม่มีรอยช้ำด้วย”

                กาเบรียลกลืนน้ำลายลงคอ สิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการคือน้ำลายไหลเยิ้มสีหน้าเคลิบเคลิ้มเพราะถูกตีก้น “ฉันไม่สน”

                “นายไม่สนเรื่อง..?”

                “รอยฟกช้ำ”

                กาเบรียลมองไม่เห็นหน้าแจ็ก แต่เขาสาบานได้ว่ากำลังถูกมองด้วยสายตาโคตรตัดสิน หรืออย่างน้อย ขบขันมาก ๆ กับสิ่งที่ตนเองพึ่งได้ยิน มอร์ริสันรูดขอบกางเกงเขาลงไปพร้อมกับกางเกงใน กองลงไปอยู่ที่เข่า เผยผิวเปลือย ๆ ให้ตรงหน้า กาเบรียลคงจะเขิน ถ้าเขาไม่ได้กำลังเสียเวลาพยายามหาข้ออ้างมากอบกู้หน้าตนเอง อย่างเช่น–

                “ฉันหมายถึง มันอยู่ตรงนั้น ใครมันจะมาเห็น–”

                “แต่ฉันจะเห็น” ทีนี้ล่ะตอบไวนักล่ะ คารมเป็นต่อเมื่อมาถึงเรื่องกาม ๆ “ฉันจะเห็นรอยช้ำม่วง–ดำบนก้นเธอแล้วรู้ว่าใครเป็นคนทิ้งเครื่องหมายไว้บนตัวเธอ เธอชอบอย่างนั้นเหรอ กาเบรียล? อยากให้แด๊ดดี้ตีตราเธอ?”

                อือฮึ– ไอ้คำนั้นมาอีกแล้ว นี่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กาเบรียลมีพ่อนิสัยเลวเลยแม้แต่น้อย

                “..กาเบรียล?”

                “อะไรอีกล่ะ” เขาตอบกลับอย่างฉุนเฉียว

                “เธอจะเรียกฉันว่าแด๊ดดี้บ้างไหม?”

                เขาเปล่าหน้าแดง เปล่า

                “..ไม่” กาเบรียลปฏิเสธ “แล้วก็ไม่ต้องหวังจะได้ยิน ปาปี้ ด้วย พูดแล้วเห็นหน้าพ่อฉันลอยมา–” ไม่โอเค

                เสียงหัวเราะขบขัน “โอเค” จากนั้น รอยฟาดเต็มแรงทำให้ผิวสะท้านเหมือนถูกช็อต กาเบรียลถึงกับอ้าปากค้าง

                จากนั้นมันก็กลับมาอีกครั้ง เป็นครั้งที่ สอง สาม สี่ ทุกทีเรียกเสียงร้องจากกาเบรียลได้อย่างไม่พลาดพลั้ง มอร์ริสันพล่ามไม่หยุดตลอดเวลา บอกว่าเขาจะรู้สึกถึงรอยบนผิวไปตลอดทั้งสัปดาห์ เขาจะนั่งไม่ลงโดยไม่นึกถึงหน้าแด๊ดดี้ เขาจะชาไปหมด– กาเบรียลไม่นึกเลยว่าเขาจะมาชอบอะไรแบบนี้ นี่มันของสำหรับพวกเด็กคาทอลิคที่เคยเรียนโรงเรียนคริสต์แล้วถูกแม่ชีตีก้นนู่น ไม่ใช่– ไม่ใช่เขา แต่มันก็ยังเร่าร้อนฉิบหายเมื่อเขาถูกตี เมื่อความเจ็บปวดแทรกซึมเข้ามาในเนื้อเป็นความร้อนฉ่า

                เมื่อเสร็จกิจ (มอร์ริสันใช้มือให้เขา เพราะกาเบรียลไม่มีวันเสร็จได้จากการถูกตี เขายังไม่– ยังไม่ถึงขั้นนั้น) กาเบรียลอยากจะหนีไปให้พ้น ๆ แต่มอร์ริสัน แน่นอน ไม่ยอม รั้งให้อยู่ต่อทั้ง ๆ ที่นี่ไม่ใช่บ้านแม่ง มันต่างหากที่ควรจะเป็นฝ่ายรีบอยากกลับ อ้างถึงเรื่องสภาพอากาศหรือสภาวะรถติด แต่เขาดันยืนกรานจะขังกาเบรียลไว้ในห้องของเขาเอง ถามว่าเขาเป็นอะไรไหม

                “ฉันสบายดี ขอบใจ” กาเบรียลตอบกลับ รำคาญ ควานหากางเกงมาสวม

                “เฮ้ เฮ้ อย่าพึ่งสิ” มอร์ริสันดึงข้อมือเขาไว้ “นั่งลงก่อน– เธอนั่งได้ไหม?”

                กาเบรียลตอบหน้าตาย “นั่งได้ แต่ฉันคงคิดถึงหน้านายไม่หยุด”

                มอร์ริสันหลุดขำพรืด คงไม่ได้ตั้งตัวว่าจะโดนพูดจาเสียดสีแบบนี้ “ขอโทษที บทพูดมันมากเกินไปเหรอ?”

                “เปล่า มันก็ใช้ได้” เขาขมวดคิ้ว ยอมทิ้งตัวลงบนเตียงกับมัน แต่ไม่นั่ง นอนตะแคง “ห่วงอะไรของแกนักหนา?”

                “เธอร้องไห้ กาเบรียล”

                …หา

                “ฉันร้องไห้แค่ครั้งเดียวในชีวิต และนั่นคือตอนที่ฉันถูกรถกระบะชน”

                “มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย ปฏิกิริยาปกติของร่างกายมนุษย์” เขาว่า “นอนคว่ำได้ไหม ขอฉันดูหน่อย”

                กาเบรียลพลิกตัวนอนคว่ำ ส่วนมอร์ริสันก็กะเถิบจากขอบเตียงเข้ามาใกล้ตัว กาเบรียลได้ยินเสียงเปิดกระปุก แล้วก็รู้สึกถึงอะไรไม่รู้เย็นเฉียบและลื่นไปหมดถูกลูบบนผิว มันก็ช่วยเรื่องความชาและความเจ็บแปล๊บไปได้บ้างกระมัง ความเย็นเข้ามาแทนที่ความรู้สึกเจ็บเสียดแทงในเนื้อ เขาไม่ได้ร้อง และถ้าร้อง มันก็ไม่ได้มาจากความเจ็บแน่ ๆ ล่ะ เขาทนได้มากกว่านี้

                มอร์ริสันตีเบาหยั่งกะไม้ตีแมลงวัน มันไม่ได้เจ็บขนาดนั้น แต่–

                “นาย..คิดว่ามันไม่เกี่ยวกันใช่ไหม” กาเบรียลพึมพำ หน้าคว่ำกับที่นอน “ฉันไม่ได้ชอบอะไรแบบนี้เพราะพ่อฉัน”

                มอร์ริสันฮัม “เธอคิดว่ามันเกี่ยวกันรึเปล่าล่ะ? ฉันตัดสินแทนไม่ได้”

                “มั้ง? ไม่รู้สิ? พวกมีปมด้อยสมัยเด็กมักจะมีรสนิยมแบบนี้ไม่ใช่เรอะ”

                “กาเบรียล.. นั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรจะพูดนะ” มอร์ริสันพูดดุอย่างเชื่องช้าและระมัดระวัง เสียงของเขาขาดความโกรธเกรี้ยวที่ควรจะมากับการดุ เป็นได้แค่คำเตือน “มันไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไป เธอชอบในสิ่งที่เธอชอบ เธอเป็นผู้ใหญ่”

                “แต่ทำไม” กาเบรียลถามกลับทันที “ทำไมใครสักคนถึงจะมาชอบอะไรแบบนี้วะ?”

                “อาจจะเพราะ” มอร์ริสันยังไม่หยุดนวดเขาตรงนั้น แผลเผลอคงไม่มีให้เห็นกระมัง ถ้าถูกดูแลรักษาทันทีเช่นนี้ กาเบรียลไม่แน่ใจว่าตนเองเสียดายรึเปล่า “มันเป็นสถานการณ์ที่ปลอดภัย มีความไว้ใจ มีความสมยอม คนคนหนึ่งสามารถเพลิดเพลินกับการถูก.. อ้า ทำร้าย โดยไม่ต้องหวาดกลัว เป็นความเจ็บปวดที่ถูกควบคุม ไม่มีผลลัพธ์ถาวร”

                …จริงของเขากระมัง มันมีความสมยอมใช่ แล้วมันก็ถูกควบคุมจริง แต่ ไว้ใจ…

                ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่กาเบรียลเริ่มไว้ใจหมอนี่

                ตั้งแต่เมื่อไหร่ด้วยที่เขาเริ่มเลิกคิดเงินมัน

                กาเบรียลถอนหายใจ ช่างหัวมัน เหนื่อยจะเริ่มนับศูนย์ใหม่ “แล้วนายก็ได้ตีคนโดยไม่ต้องรู้สึกผิด?”

                “ก็ไม่เชิง” มอร์ริสันปิดกระปุก “เธอชอบที่ฉันตีเธอ ฉันก็เลยชอบไปด้วย มันไม่ใช่ความรู้สึกข้างเดียว”

                “นี่เราเป็นอะไรกัน?” กาเบรียลพลิกตัวนอนหงาย จะได้เห็นหน้ามอร์ริสันตอนพูด– โอ้โห อื้อหือ โอเค ยังเจ็บอยู่ นิดนึง ยังชาอยู่ถ้าเขาไปกดทับ ต้องยกก้นขึ้น– “ตอนแรกฉันแค่อยากจะแบล็กเมลนาย แต่ตอนนี้นายไม่มีประโยชน์แล้ว ฉัน–”

                “เธอเป็นคนโทรหาฉัน กาเบรียล”

                เถียงไม่ออก

                “เราไม่ต้องเป็นอะไรกันก็ได้ ยังไงฉันก็แก่เกินกว่าจะมีความสัมพันธ์”

                “ฉันคิดว่าเราอยู่ในความสัมพันธ์นะ”

                มอร์ริสันเลิกคิ้วขึ้น “โอ้?”

                “มันแค่… ไม่มีชื่อหรือคำจำกัดความ”

                เขาพอจะรู้ พอจะมีไอเดียอยู่อย่างสองอย่าง– แต่กาเบรียลมีอีโก้มากกว่าไอเดีย ยังไม่อยากจะยอมรับ มอร์ริสันยิ้ม รอยย่นบนใบหน้าเด่นชัดขึ้นเมื่อเขาทำเช่นนั้น กาเบรียลเอาอายุมอร์ริสันหารสองแล้วบวกเจ็ดในใจ อือฮึ ไม่ ไม่เหมาะสมเลยสักนิด เกินจากอายุกาเบรียลไปเยอะมาก อายุน้อยเกินไปแปดจุดห้าปีเกินกว่าที่จะมามี “ความสัมพันธ์” กับชายคนนี้

                แต่เขาก็ยังคงอยู่ตรงนี้ บนเตียง เปลือยท่อนล่างไปครึ่งตัว และไม่รู้สึกเคอะเขินแม้แต่น้อย

                กาเบรียลยกขาขึ้นไขว้กันแล้วมองตามอร์ริสันมองตามทุกท่วงท่า เหอะ

                มอร์ริสันกลืนน้ำลาย ลูกกระเดือกของเขากระเพื่อมตาม “ฉันดีใจที่ได้ยินอย่างนั้นนะ”

                ก็แหงอยู่แล้วน่ะสิ

 

posts-divider1

 

                มอร์ริสัน: เธอบอกว่าเราอยู่ในความสัมพันธ์

                กาเบรียล: ใช่ เลิกย้ำได้แล้ว

                มอร์ริสัน: ฉันแค่สงสัย ความสัมพันธ์นี้จำกัดแค่เราสองคนรึเปล่า

                กาเบรียล กำลังพิมพ์…

                กาเบรียล: ฉันไม่สนว่าแกจะไปทำอะไรกับใคร เชิญ

                มอร์ริสัน: ฉันไม่ได้จะไป “ทำอะไรกับใคร” ฉันหมายถึงกับเรา

                กาเบรียล: กับเรา–

                กาเบรียล: มอร์ริสัน นี่ นายกำลังชวนฉันมีเซ็กส์หมู่หรือ

                มอร์ริสัน กำลังพิมพ์ …

                มอร์ริสัน: ใช่

                มอร์ริสัน: จำผู้หญิงที่ฉันเล่าให้ฟังได้ไหม? ตั้งแต่ที่เล่าเรื่องเธอให้หล่อนฟัง อะนาก็อยาก–

                กาเบรียล: เดี๋ยว นี่นายเที่ยวเอาฉันไปเล่าให้คนอื่นฟังเหรอ

                มอร์ริสัน: ไม่ใช่ทุกเรื่อง! ฉันสาบานได้! ฉัน..

                มอร์ริสัน: อะนาอยากเจอเธอมาก กาเบรียล

                กาเบรียล: มีรูปเธอไหม

                [ มอร์ริสัน ส่งไฟล์  Ana017.jpg ]

                กาเบรียล: หืมมม..

                มอร์ริสัน: ฉันเคยเห็นเธอบีบคอคนตาย แต่เธอก็ยังเป็นสเป็กฉันอยู่ดี

                กาเบรียล: ทั้งฉันทั้งนาย พวก

                มอร์ริสัน: นั่นเป็นคำตกลง?

                กาเบรียล: นัดวันมา

 

posts-divider1

                สำหรับบันทึก อีกครั้งหนึ่ง กาเบรียลไม่ได้คิดว่าอะนายั่วยวนฉิบหายเพราะแม่เขาตายและเขาขาดความอบอุ่น เปล่า เธอแค่มีภาพลักษณ์แบบแม่คนที่ควรมีเพลงเขียนให้ (เหมือนเพลง ‘แม่สเตซี่’ น่ะ) ผมหงอกทั้งศีรษะจนเป็นสีเงินแบบมอร์ริสัน แต่ถักเปียยาว เธอดูอายุมากกว่ามอร์ริสันเสียอีก ร่างกายเล็กบางในแบบที่ทำให้นึกถึงคำว่า ‘เปราะบาง’ แต่วางตัวได้สมกับคำว่า ‘พลทหาร’ ท่าเดิน ท่ายืน ไหล่ตั้งหลังตรง เธอแผ่รังสีอำนาจ กาเบรียลละสายตาจากเธอไม่ได้

                “เธอนี่เอง กาเบรียล!” อะนากล่าว เขย่ามือกับเขาระหว่างที่มอร์ริสันปิดประตู “ฉันล่ะโล่งอกจริง ๆ !”

                กาเบรียลไม่แน่ใจว่าเขาหัวเราะทำไม ประหม่ามั้ง แต่เขาก็หัวเราะ ฮ่า ฮ่า “โล่งอก?”

                “ฉันนึกว่าแจ็กไปเลี้ยงต้อยเด็กไม่บรรลุนิติภาวะที่ไหน ดีจังที่ยังเป็นผู้ใหญ่ เฮ้อ”

                “นี่เธอเห็นฉันเป็นคนแบบไหน?” มอร์ริสันเถียงจากหน้าประตู

                บรรยากาศอันแสนผ่อนคลาย ขำขัน เพื่อนเก่าหยอกล้ออย่างเป็นกันเอง? มัน.. อยู่ได้ไม่นาน กาเบรียลไม่แน่ใจนักว่าบทสนทนาจบลงตอนไหน หรือจบลงยังไง แต่รู้ตัวอีกทีก็ถูกดึงไปจูบ รสจากลิ้นของอะนาเหมือนชาหวาน ๆ เขาไม่เคยถูกผู้หญิงรุกอย่างรวดเร็วและรุนแรงเช่นนี้มาก่อน ทำตัวเองเข่าอ่อนจนถอยไปชนเตียง ล้มลง แล้วอยู่ดี ๆ เธอก็ผละออก มอร์ริสันเป็นฝ่ายหันมาจูบเขาบ้างแทน ได้ลิ้มรสชาติเพื่อนสนิทจากปากกาเบรียลเป็นคนกลาง สัมผัสจาบจ้วง ฟันบนริมฝีปาก ลิ้นบนลิ้น

                เราสามถอดเสื้อผ้ากันอย่างร้อนรน หลังจากนี้คงสับสนหากันไม่เจอว่าของใครเป็นของใครไปอยู่ตรงไหน กาเบรียลมีความรู้สึกว่าอะนาเป็นคนบรรเลงเพลง จัดฉาก แจ็กแค่ไหลไปตามน้ำและกระแสของสายลม เธอเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมกาเบรียล เป็นฝ่ายกนิ้วชื้อขึ้นจรดริมฝีปากเมื่อกาเบรียลอ้าปากจะพูดอะไร (เขาจะพูดชมว่าเธอสวยแค่ไหน ผิดอายุเสียเหลือเกิน)

                “เธอจับฉันได้” อะนาอนุญาต เพราะกาเบรียลคงไม่กล้าจับก่อนเธอพูด

                มันช่างวิเศษ เขาคิดถึงเรือนร่างของผู้หญิง อยู่กับอกแกร่งเต็มไปด้วยขนสีเงินและลำแขนล่ำมานานเกินไป อะนาไม่ใช่สาวเอวคอดหน้าอกใหญ่ เป็นคนมีกล้ามเนื้อเพรียว ไม่เห็นเด่นชัดเป็นกล้ามนูนบนผิว แต่ก็มีเป็นเส้นของกล้ามเนื้อชัดเจนมากพอเมื่อไล่นิ้วจับ ที่สำคัญกว่านั้น ผิวของเธอช่างนุ่ม กาเบรียลจับเธอได้ทั้งวัน ตรงทรวงอก ลงมาถึงหน้าท้อง ลงมาถึง–

                “อ้ะ อ้ะ ยัง ไอ้หนุ่ม” เธอดุ “อย่าลืมมารยาท ต้องทำยังไงก่อน?”

                อ้า ใช่ สุภาพสตรีก่อนเสมอ

                เธอขึ้นมาคร่อมบนใบหน้าของกาเบรียล มอบเป้าหมายและหน้าที่ให้ถึงที่ ถ้าก่อนหน้านี้เขาไม่รู้ ตอนนี้เขาก็รู้แล้วล่ะ เธอช่างหอมเหลือเกิน แม้กระทั่งในจุดซ่อนเร้น ซ้ำยังสวย กาเบรียลลากปลายลิ้นเลียเป็นทางยาว ล่าง–ขึ้น–บน เพื่อเป็นการทดลองก่อน ร่างของเธอสั่นระริกเหนือใบหน้า และกาเบรียลรับรู้ได้ถึงความแฉะบนลิ้นที่ไม่ได้มาจากน้ำลาย กลิ่นของครีมอาบน้ำที่เธอใช้ และไรขน อะนาร่อนสะโพกย้ำลงมาหลายครั้งเมื่อกาเบรียลเจอจุดที่เธอชื่นชอบ แทบจะทำให้เขาขาดอากาศหายใจ แต่กาเบรียลพบว่าเขาไม่สนใจ รู้สึกดีที่ได้บริการใครสักคน ได้ยินเสียงชมปากเปราะว่า นั่นแหละ ไอ้หนู ดีมาก

            มันไม่ใช่ครั้งแรกที่กาเบรียลถูกเจ้าหน้าที่โอเวอร์วอทช์ถึงจุดสุดยอดใส่หน้า แต่ ครั้งนี้ดีกว่าครั้งแรกเยอะเลย ไม่มีการสำลัก ไม่รุนแรงเท่า เปียกแฉะบนใบหน้า แต่ก็แค่นั้น เขาไม่ถือเลยสักนิด มันไม่ได้ขึ้นจมูกแล้วทำให้เขาไอโขลก

                นี่เธอหายไปไหนตั้งนาน แล้วทำไมเขาไม่เจอเธอก่อนมอร์ริสัน

                “ไม่เลวเลย กาเบรียล ไม่เลวเลย” เธอผละออก หอบหายใจหนัก “รู้วิธีบริการผู้หญิงนี่นา”

                กาเบรียลยิ้มแห้ง ๆ “ขอบคุณ”

                “ทีฉันล่ะทำสำลักแล้วคิดตังห้าร้อย” แจ็กพึมพำ

                “นั่นเป็นเพราะนายมันห่วยแตก แจ็ก”

                “อะนา–”

                กาเบรียลกระแอม

                “โอ้ ใช่” อะนาหัวเราะ ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงข้างเขา หันหน้ามามอง “ตาเธอ”

                กาเบรียลขึ้นคร่อมเธออย่างรวดเร็ว ไม่รอให้บอกซ้ำสอง

                เมื่อเขาได้แทรกตัวเข้าไปในร่างของเธอ ในที่สุด มันรู้สึกเหมือนสวรรค์ เธอช่างลื่นและร้อนผ่าวทั้งจากการเตรียมการของกาเบรียลและความต้องการของตัวเธอเอง เสียงของเนื้อกระทบเนื้อเมื่อขยับสะโพกนั้นช่างลามก แต่ไม่เท่าเสียงของเหลวแฉะที่แทบจะสะท้อนในห้อง กาเบรียลร้องเยอะกว่าอะนาเสียอีก เธอเงียบจริง ๆ บนเตียง มีแค่ลมหายใจติดขัด คำพูดชมและแซวชายหนุ่มอย่างเขาปากเปราะ ส่วนกาเบรียลทั้งครางทั้งหอบ พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้เสร็จเร็วจนน่าอาย ไม่ใช่เรื่องยาก เขายังหนุ่ม คงจะต่างจากคนอื่นที่เธอเคยนอนด้วย ต่อให้เสร็จก็ยังมีเรี่ยวแรงบริการเธอต่อ ทำตามทุกคำสั่ง

                กาเบรียลชะงัก สะโพกขยับผิดจังหวะเมื่อรู้สึกถึงนิ้วเย็นเฉียบ ลื่นไปด้วยเจลที่บั้นท้าย ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากแจ็ก สอดนิ้วชี้เข้ามาเสียเฉย ๆ โดยไม่ให้สุ้มให้เสียง หล่อลื่นนั้นมากพอจะช่วยให้มันไม่เจ็บ แต่ความรู้สึกเมื่อนิ้วของเขาขยับยังคงเผาผลาญกาเบรียลถึงแก่น ทำให้เขาเสียสมาธิไม่รู้จะโฟกัสอยู่กับตรงไหน อะนาที่ตอดรัดเขาอย่างสมบูรณ์แบบ หรือแจ็กที่แทรกนิ้วเข้ามากด ณ จุดสวาทอย่างพอเหมาะพอเจาะ ส่งความเสียวซาบซ่านจนนิ้วเท้าของกาเบรียลงอตัว อ้าปากค้าง

                อะนายกมือขึ้นมาตีเขาที่แก้ม “เฮ้ เฮ้ ไอ้หนู ตั้งใจหน่อย ตามองฉัน”

                กาเบรียลอยากจะตอบว่า ครับ ครับ ครับผม  อยากจะเริ่มขยับสะโพกต่อ แต่หนึ่งนิ้วมันถูกเพิ่มเป็นสอง–

                “อย่าคิดว่าจะได้สนุกคนเดียวสิ อะนา” แจ็กโน้มตัวเข้ามาพูดข้ามหลังเขา ใบหน้าห่างจากหูไปไม่มาก

                อะนากลอกตา แต่ไม่ถกเถียงกลับ

                แจ็กขยับนิ้วชี้กับกลาง ห่างออกจากกันเป็นท่ากรรไกร พยายามถ่างรูน้อย ๆ ของกาเบรียลออก มันมากพอที่จะทำให้กาเบรียลขาดใจ ร้องขอให้หยุด– โดยที่ไม่ได้หมายความตามนั้นจริง ๆ ถอยสะโพกกลับหลังไปหาความรู้สึกนั้นอีก แต่เมื่อมันถูกถอนออกหายไป เขาดันได้รับแต่ความรู้สึกว่างเปล่า รู้ดีว่าตนเองคงอ้าออกรอให้มอร์ริสันเติมเต็มเขาอีกครั้ง

                เมื่อมอร์ริสันขยับสะโพก สอดตัวเข้ามา กาเบรียลถึงจะเริ่มขยับได้อีกครั้ง ไม่ใช่เพราะเขาขยับเองด้วยซ้ำ แต่เพราะเมื่อมอร์ริสันกระแทกตัวเข้ามา เขาก็ถูกกระแทกเข้าไปข้างหน้า เรียกเสียงครางแหลมลึกจากอกของอะนา และเมื่อเขาผละออก กาเบรียลไร้ลมหายใจ อะนาเองก็ด้วย มือของกาเบรียลอยู่ที่ยอดอกของอะนา บีบเค้นอยู่กับมัน ชูชันไปด้วยความกระสัน ส่วนมอร์ริสันเกาะเอวเขาแน่น แรงเสียจนน่าจะทิ้งรอยช้ำ กาเบรียลไม่เคยมีเซ็กส์ท่านี้มาก่อน แต่มันสุดยอด มัน–

                “ฉัน ฉันใกล้แล้ว–”

                “ผละออกไปเสร็จข้างนอก” อะนาสั่ง น้ำเสียงไม่ทิ้งช่องว่างให้เถียง

                กาเบรียลครางเสียงหลงในคอ ก่อนทรีซั่มนี้จะเกิดขึ้น มอร์ริสันให้มีการตรวจอย่างเป็นทางการ และเราทั้งสามสะอาดดี อะนาอยู่ในช่วงหมดประจำเดือนไปแล้วด้วย เขาอยากจะเสร็จข้างในเธอ มันเป็นสิ่งที่เร่าร้อนที่สุดที่เขาเคยคิดมา แต่–

                เขาไม่กล้าขัดเธอ ยอมถอนสะโพกออกแต่โดยดี ใช้มือให้ตนเองเสร็จในขณะที่มอร์ริสันยังไม่หยุดกระแทะเข้ามา

                “อย่างนั้นล่ะ” อะนายิ้ม เสียงไร้ลมหายใจ “ฉันอยากเห็นเธอเสร็จใส่ตัวเอง เร็วเข้า”

                กาเบรียลรูดมือขึ้นลงเร็วขึ้นอีก และเมื่อมอร์ริสันดันตัวเข้ามาลึก เขา– เขาทนไม่ได้

                เสร็จเละเทะบนอกตนเอง บางหยดกระเด็นขึ้นมาถึงคางและคอ แต่มันยังไม่จบแค่นั้น มอร์ริสันผลักเขาลงบนเตียง ถอนตัวออก แล้วถึงจุดสุดยอดทั่วหน้าท้องกาเบรียล รูดขึ้นลงจนหมดทุกเม็ดทุกหยด เป็นคราบสีขาวไข่มุกบนผิวสีเข้มของกาเบรียล บนกล้ามหน้าท้องของเขาที่กระเพื่อมขึ้นลงตามลมหายใจหอบ บนหน้าอก– นั่นของเขาเอง โทษใครไม่ได้

                แล้วก็ยังมีคราบของอะนาบนใบหน้า น่าจะเริ่มแห้งกรังติดกับผิว..

                มอร์ริสันเป็นคนเดียวที่ยังคุกเข่าตรงท้ายเตียง มองเขากับอะนานอนข้างกันบนเตียงด้วยสายตาเอ็นดู

                “มนุษย์คนโปรดของฉันทั้งสองคนอยู่บนเตียงเดียวกัน” เขาว่า แล้วก้มลงไปจูบอะนาบนหน้าผาก

                เธอขำคิกคัก ส่วนกาเบรียลไม่มีปฏิกิริยาเมื่อเขาถูกจับหลังมือไปจูบ ทีแบบนี้ล่ะจูบที่มือน้า…

 

posts-divider1

 

                “สองคน?!”

                “แมคครี ฉันสาบานต่อพระเจ้า ฉันจะฆ่านายถ้านายไม่เลิกแอบฟัง”

 

posts-divider1

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s