Old Dog (10)

Title: Old Dog
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Soldier: 76 | Jack Morrison/Reaper | Gabriel Reyes

Rating: E
Warnings:
Sounding, Hand job, Slight Exhibitionism, Discussion of Insecurities
Notes: ตอนที่คำเตือนสั้นที่สุด แล้วก็มีพล็อทด้วย! วู้ววว

posts-divider1

                แจ็กถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงเคาะประตู ดังและไม่ลดละจนรู้เลยว่าเจ้าของมือเป็นใคร มีไม่กี่คนหรอกที่รู้ที่อยู่นี้ และ อะนา อะมารี เป็นหนึ่งในนั้น มันอาศัยความพยายามอย่างยิ่งในการลืมตาตื่น นานยิ่งกว่าที่จะดึงตัวเองจากเตียงและผ้าห่มสู่พื้นห้องนอน เดินออกไปเปิดประตู ตลอดทาง เสียงเคาะไม่เบาลงเลย เธอคงเป็นห่วงจัด คิดว่าเขากำลังจะตาย แจ็กไม่โทษเธอหรอก ความเป็นแม่ในตัวเธอสูงจนบางวันเธอเป็นแม่เขามากกว่าที่แม่ของเขาจริง ๆ เคยเป็นเสียอีก ในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่

                “ฉันตื่นแล้ว!” แจ็กตะโกน แล้วหาวทันทีทันใดที่อ้าปาก

                เมื่อเปิดประตูรับแสงสว่างยามเช้าภายนอกเข้ามาข้างใน แจ็กถึงจะสังเกตว่าบ้านของเขาอับแค่ไหน และมืดมัว แหล่งไฟข้างในไม่เพียงพอ เงาของอะนาทอดตัวยาวบนพื้น และเขาเห็นละอองฝุ่นเต้นอยู่กลางอากาศภายใต้แสงแดด มันมากพอที่จะทำให้อะนาเริ่มไอค่อกแค่ก ยกมือขึ้นปิดปาก ขมวดคิ้วนิ่วหน้ามองแจ็กอย่างไม่ใจดีสมกับคนเป็นแม่นัก

                หรือ อาจจะ ดุสมกับคนเป็นแม่

                “อรุณสวัสดิ์” แจ็กกล่าว ใจดีสู้เสือ

                เขายังอยู่ในชุดนอนเต็มยศ สวมรองเท้าแตะเดินในบ้านด้วย ส่วนอะนาสวมชุดสูทกางเกง สีดำสนิททั้งตัวตัดขาดกับผมเปียสีเงินของเธอ สูทสีดำ.. นั่นทำให้เขานึกถึง.. โอ้พระเจ้า มันคงไม่ใช่วันนี้ใช่ไหม อะไรกัน นี่เขาจะล้มเหลวถึงขั้นพลาดวัน–

                “นายไม่ได้ไปงานวันครบรอบวันตายของไรน์ฮาร์ดท์” อะนาดุเสียงเขียว “นายเป็นอะไรของนาย”

            “ฉัน.. ฉันลืม” ไม่ใช่ข้ออ้างที่ดีเลย แจ็ก มอร์รันสัน “ฉันเสียใจ”

                อะนากอดอก “ก็ต้องเสียใจอยู่แล้วน่ะสิ”

                “ช่วงนี้ฉันยุ่ง”

                “ยุ่งอยู่กับอะไรไม่ทราบ เด็กใหม่ของนายน่ะรึ?” แจ็กถอนหายใจ นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่เขาอยากจะพูดถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเช้าตรู่เช่นนี้ แต่โชคดีสำหรับเขา หัวข้อบทสนทนาเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเธอก้าวเข้ามาในบ้านแล้วเห็นสภาพของมัน

                “แจ็ก! นายยังมีสัมภาระอยู่ในกล่องอยู่เลย!” อะนาเดินไปหยุดอยู่หน้าสารพัดกองกล่องกระดาษที่แจ็กวางไว้มุมห้อง แต่ละอันก็มีป้ายแปะแตกต่างกันไป อย่าง ‘แก้ว’ หรือ ‘เครื่องครัว’ “ไหนนายบอกว่าจะค่อย ๆ ย้ายของเข้าบ้าน”

                “ฉันยุ่ง” แจ็กอ้างเหตุผลเดิม เดินไปปิดประตู “มันสะดวก แบบนี้ เวลาฉันอยากได้อะไรฉันก็หยิบจากกล่องเอา”

                “อย่าบอกนะว่าเสื้อผ้านายก็ยังอยู่ในกระเป๋าเดินทาง”

                เขากระแอม “แล้วพอฉันอยากจะใช้ ฉันก็เอามันออกมารีด–”

                “โอ้ คุณพระช่วย” อะนาหมุนตัวบนส้นเท้า หันมามองเขาด้วยความไม่พึงพอใจสุดฤทธิ์เดช ผ้าปิดตาที่เธอสวมยิ่งทำให้เธอดูดุดันเข้าไปใหญ่ ส่วนแจ็กก็ถูกย่อตัวเล็กจิ๋วเหมือนเด็กที่ทำผิดแล้วไม่ยอมรับ “เธอจะใช้ชีวิตแบบนี้ไม่ได้นะ”

                แต่เขาต้องยืนหยัด หรือ อย่างน้อย ดื้อด้านต่อไป “แบบนี้นี่มันแบบไหน”

                “แบบที่พร้อมจะหนีอยู่ทุกเมื่อน่ะ” อะนาถอนหายใจ “แจ็ก ทั้งเธอทั้งฉัน เราแก่เกินไปแล้ว เธอจะวิ่งหนีอยู่ตลอดเวลาไม่ได้ สุดท้ายเธอก็ต้องลงหลักปักฐาน ใช้ชีวิตเกษียณ เธอจะคอยหนีความจริงแบบนี้ไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกาเบรียล–”

                “–เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา–”

                “–แต่ฉันว่ามันเกี่ยวนะ” เอาจนได้ สิ่งที่แจ็กเกลียดที่สุดที่จะพูดถึง หนีไม่ไหว “เธอใช้เซ็กส์เป็นทางหลบหนี”

                ถ้าเขาได้เงินหนึ่งเหรียญทุกครั้งที่อะนาเผชิญหน้ากับเขาเรื่องนี้ เขาคงมีสองเหรียญพอดิบพอดี แต่เหรียญแรกมันได้มาในสมัยเขายังหนุ่ม ตอนที่ผมยังเป็นสีทองและใบหน้ายังคงปราศจากรอยแผลเป็น สมัยนั้น เขาระบายความเก็บกดของการเป็นหุ่นเชิดให้สหประชาชาติใส่คู่ขาทุกคนที่สมยอมจะรับ หนึ่งในนั้นเคยเป็นอะนา จนกระทั่งเธอเปลี่ยนใจ เผชิญหน้ากับเขาว่ามันเป็นวิธีที่แย่แค่ไหน ว่ามันไม่ดีต่อเขา และไม่ช่วยให้เขาแก้ปัญหาอะไรเลย แต่นิสัยเก่าแก่มันแก้ยาก

                “เขาเรียกว่า ‘กลไกการเผชิญปัญหา’ ต่างหาก” แจ็กเถียงข้าง ๆ คู ๆ

                “มันมีกลไกที่ดีแล้วก็กลไกที่แย่ แจ็ก” เธอตอบทันที รู้บทโต้เถียงนี้ดีแล้ว “เขารู้รึเปล่า”

                “รู้อะไร”

                “รู้ว่านายใช้เขาอยู่น่ะ” ตรงเสียจนรู้สึกจุก “รู้ไหมว่าทั้งหมดนี่เป็นแค่สิ่งที่ทำให้นายรู้สึกดีขึ้นเกี่ยวกับตัวเอง?”

                แจ็กสวน แต่เสียงของเขาไม่แข็งกร้าวพอ “แล้วมันสำคัญด้วยเหรอว่าเขาต้องรู้?”

                กาเบรียลไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าจริง ๆ แล้วเขาน่าสมเพชแค่ไหน

                “..สำคัญสิ แจ็ก” เสียงของเธออ่อนลง สีหน้าก็ด้วย มันเริ่มใกล้เคียงคำว่าสมเพชเข้าทุกที มากจนแจ็กชักจะเริ่มอึดอัดเกินกว่าจะยืนอยู่ตรงนี้ “สิ่งสุดท้ายที่นายต้องการคือมีเด็กอายุคราวลูกมาตกหลุมรักหัวปักหัวปำเพราะนายให้ท่าเขา”

                “กาเบรียลไม่ได้รักฉันแบบนั้น” เขาเถียง “เขาเคยใช้ฉันเพื่อเงินนะ ให้ตายสิ เขาไม่คิดจะตกหลุมรักฉันหรอก”

                แล้วทำไมเขาถึงผิดหวัง?

                “แจ็ก..”

                ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดถึงเรื่องนี้อีก แจ็กเปลี่ยนเรื่อง “บริจิตต์ไปงานด้วยรึเปล่า”

                “กับท็อบยอร์น ทั้งสองดูสุขภาพดีนะ” เธอตอบ “ทุกคนมากันพร้อมหน้า ยกเว้น…”

                ไม่มีประโยชน์จะเติมคำในช่องว่าง

                “เธอจะไปเยี่ยมหลุมศพเขาไหม อย่างน้อย?..”

                “เดี๋ยวฉันไป” แจ็กตอบ เริ่มเดินขึ้นชั้นสองตั้งนานแล้วเพื่อแต่งตัว เขาจำได้ว่ามีชุดสูทอยู่ในกระเป๋าเดินทางนะ

posts-divider1

                บนหลุมศพไรน์ฮาร์ดท์มีรอยสลักเขียนว่า “ฉันจะสู้จนถึงลมหายใจเฮือกสุดท้าย” แต่ว่านั่นเป็นคำโกหกทั้งเพ พวกมันปลดเกษียณไรน์ฮาร์ดท์ก่อนอายุอันควร เพียงเพราะว่าเขาวิพากษ์วิจารณ์องค์กรสุดรักของสหประชาชาติออกสื่อ พูดผิดหูผู้มีอำนาจเข้าหน่อย รู้ตัวอีกทีคุณก็กลายเป็นแค่ไอ้แก่ที่ไร้ประโยชน์ รอแค่วันตาย ถูกทิ้งให้มององค์กรที่ตนเองรักล่มสลาย

                แจ็กยืนอยู่เหนือหลุมศพแล้วได้แต่คิดถึงประโยคเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไรน์ฮาร์ดท์ไม่สมควรได้รับโชคชะตานี้ เขาสมควรได้รับจุดจบที่ดีกว่านี้มากมายนัก สูงส่งกว่านี้ สมกับที่เขาเป็น ในอนาคต ผู้คนก็จะพูดแบบนี้กับเขาเช่นกัน ตอนที่เขาอยู่ในพื้นลึกลงไปหกฟุต ท่านผู้บัญชาการ ถูกปลดจากยศ ถูกปลดจากศักดิ์ศรี หมดประโยชน์เมื่อทั้งโลกกลายเป็นศัตรูของเขา

                มือของแจ็กเริ่มสั่น การนึกถึงความตายอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ทำให้เขารู้สึกป่วยจนอยากขย้อน ความแก่ชราทอดตัวบนร่างทีละเล็กทีละน้อย สุขภาพของเขา สายตาของเขา เรี่ยวแรงของเขา ทีละอย่างสองอย่าง มันถูกปลิดไปจากความยิ่งใหญ่ในอดีต เขาเคยเรียกตนเองเป็นกองทัพ เขาเคยเป็นมากกว่านี้ แล้วตอนนี้เขาเหลืออะไร? โอเวอร์วอทช์เป็นแค่เศษซาก

                ทหารแก่ไม่ตาย.. ใช่ไหม แล้วก็จะไม่หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างง่ายดายเช่นนี้

                ครั้งสุดท้ายที่สื่อพูดถึงเขานี่มันเมื่อไหร่ โดยไม่ใช่คำพูดสมเพชเวทนาหรือวาจาล้อเลียนดูถูก?

                เขาทนนึกถึงมันไม่ได้ เขาทนไม่ได้ เขาไม่–

                การควักโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหากาเบรียลเสียตรงนั้นก็ถือเป็นกลไกประเภทหนึ่ง

posts-divider1

                กาเบรียล เรเอส เป็นเครื่องเบี่ยงเบนความสนใจอันแสนวิเศษและหล่อเหลา แค่เห็นเขาแจ็กก็คลายความกังวล ความคิดที่หลอกหลอนอยู่ในหัวหายไปเมื่อได้ยินเสียงทุ้มเล็ดรอดจากริมฝีปากได้รูป แจ็กมองเขาได้ทั้งวัน เคราที่เขาเล็มจัดทรงอย่างดี ภาพลักษณ์สะอาดสะอ้านที่มาจากผมโกนติดหนังศีรษะ มันเริ่มจะยาวขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ หนาจนไม่เห็นหนังศีรษะแล้ว กาเบรียลเคยบอกว่าผมหยักศกทำให้เขาดูหน่อมแน้มในแบบที่เขาไม่ชอบใจ แต่แจ็กรอไม่ไหวเลยที่จะเห็น มันคงน่ารักมาก

                กาเบรียลช่าง.. หนุ่ม เขาไม่ต้องกังวลเรื่องความชราหรือความตาย แจ็กมีเสื้อบางตัวที่อายุเยอะกว่าเขาเสียอีก เขาไม่คิดว่ากาเบรียลอ่อนต่อโลกหรือใสซื่อหรอก คิดว่าชายหนุ่มคนนี้มีดีกว่าทั้งสองคำศัพท์นั้น แต่กาเบรียลไม่เคยเห็นโลกก่อนสงครามออมนิค ไม่ต้องโหยหาอดีตแบบคนแก่อย่างเขาหรือเรเอส ถึงสิ่งที่มันเคยเป็น ถึงสิ่งที่เป็นตอนนี้ เขาแค่.. เป็น

                แจ็กอิจฉาเขาเหลือเกิน และเมื่อคุณอิจฉาใครสักคน มันมีอยู่แค่อย่าง อยากมีอย่างที่เขามี อยากชิงสิ่งที่เขามีมาเป็นเจ้าของ หรือ สาม อยากได้เขามาครอบครอง ทุกครั้งที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน แจ็กรู้สึกหนุ่มขึ้น เป็นตัวของตนเองขึ้น แจ็ก.. รู้สึกดี

                กาเบรียลเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับเขาในช่วงฤดูหนาวนี้

                “เหม่อใหญ่เลย พ่อคุณ” เสียงของกาเบรียลดึงเขาจากภวังค์– ง่ายดายเช่นนั้นเลย “คิดถึงอะไรอยู่น่ะ”

                ไม่มีเหตุผลจะโกหก แจ็กตอบไปตามตรง “คิดถึงเธอ”

                กาเบรียลมีสีหน้า– แบบนี้ ตอนที่เขาเขิน มันมักจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณสามารถทำให้เขาประหลาดใจได้ พูดในสิ่งที่เขาไม่ทันได้เตรียมตัวระวังว่าจะได้ยิน ยังไม่ทันวางมาดป้องกัน ดวงตาทั้งสองจะเบิกโพลง ริมฝีปากเผยอขึ้น ตรงกลางระหว่างอ้าปากค้างกับพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ทั้งสองสิ่งไม่สำเร็จ สีเข้มขึ้นตรงโหนกแก้ม แจ็กรักที่จะเห็นมัน

                แต่พอตั้งตัวได้เท่านั้นล่ะ หน้าดุทันที คิ้วขมวด ตาเขียว ริมฝีปากบิดเบี้ยว “นายก็พูดไปงั้นแหละ”

                บูดบึ้งเสียเหลือเกิน พ่อคุณสุดมาดแมน

                นั่งอยู่ในห้องครัวของกาเบรียล (และแมคครี ผู้ไม่อยู่บ้าน กาเบรียลและแจ็กเลยอพยพออกมาข้างนอกได้) แจ็กเกือบจะอยากเรียกที่นี่เป็นบ้าน มันรู้สึกคุ้นเคยกว่า เป็นธรรมชาติกว่า ที่บ้าน เวลาจะกินข้าวเขาต้องหยิบจานออกมาจากกล่อง ที่นี่ กาเบรียลดื่มเบียร์จากขวดระหว่างเราสองคุยกัน บนโต๊ะมีถาดนาโช (จากที่ทำงานของเขาเช่นเคย) เป็นกับแกล้ม มีบางอย่างที่ทำให้คุณใกล้ชิดกับคนคนหนึ่งมากขึ้น เมื่อคุณเห็นเขาทานอาหาร เปิดเผยและเป็นกันเอง

                “ฉันนึกออกละว่าเราควรจะทำอะไร” กาเบรียลพูด มือยังไม่วางขวดเบียร์ “เล่นจริงหรือกล้า”

                แจ็กหลุดขำ “เราเป็นอะไรกัน เด็ก’มหาลัยหรือ”

                “ฉันดื่มเบียร์อยู่! ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่ชวนเล่นหมุนขวด” อีกฝ่ายเถียง ดันถาดนาโชให้เขาหยิบบ้าง “จะเล่นไหม”

                แจ็กรับคำท้าด้วยการรับเจ้าข้าวเกรียบข้าวโพมากิน จิ้มมันกับมะเขือเทศซัลซ่า “ถ้างั้น.. จริง”

                “อะไรวะ ฉันอุส่าห์คิดคำท้าเจ๋ง ๆ ไว้”

                “ซึ่งก็คือ?”

                “นายไม่อยากรู้หรอก” กาเบรียลแสยะยิ้ม “โอเค ความจริง..”

                การตกลงยอมรับว่าจะสารภาพความจริงสิ่งใดก็ตามให้กาเบรียลได้ยิน นั่น.. อาศัยความกล้า ความไว้ใจ ในระดับหนึ่ง มันน่าประหลาดมาก เพราะปกติแจ็กปิดตัวเองยิ่งกว่าใคร ต้องให้คนอื่นแงะเข้ามา ผ่านหน้ากากที่เขาสวมสมัยเป็นท่านผู้บัญชาการ และตอนนี้ กรอบแว่นที่ดูเหมือนจะซ่อนทุกสิ่ง อะนาใช้ความพยายามแงะสุดชีวิต ส่วนกาเบรียลแค่เลื่อแล้วถาม

                แจ็กแค่สงสัย เขาอยากรู้ว่ากาเบรียลจะอยากรู้เรื่องอะไร สิ่งใดที่คาใจเขาอยู่

                “ฉันเกลียดที่จะพูดเรื่องเซ็กส์อีกแล้ว แต่..” เขายกเบียร์ขึ้นดื่มอีกอึก ล้างคอก่อนพูด “ทำไมนายถึงชอบโดนฉัน เอ่อ ปู้ยี้ปู้ยำนัก– อย่าหัวเราะ ฉันคิดคำอื่นไม่ออก– ฉันเข้าใจว่าทำไมนายถึงชอบเป็ฯฝ่ายรุก แต่ตอนนายโดนฉันทำบ้าง.. มัน..”

                แจ็กประหลาดใจ เขานึกว่ากาเบรียลจะรู้อยู่แล้ว ใช้เหตุผลที่ตนเองชอบตกอยู่ใต้อำนาจแจ็กมาเปรียบเทียบกัน แต่ เขาเองยังไม่ค่อยยอมรับเลยว่าตนเองชอบให้แจ็กบงการ เขาก็เลยไม่เข้าใจว่าทำไมแจ็กถึงชอบกระมัง แถมยังเป็นในระดับที่รุนแรงกว่า ทั้งทางใจและทางกาย ประสบการณ์ของเขามากกว่ากาเบรียล และความต้องการของเขาก็.. แตกต่างออกไป

                “อ้า.. อาจจะเป็นเพราะ ฉันมีความกังวลมากมายหลายเรื่องเมื่อมาถึงความแก่ชรา” แจ็กสารภาพ จริงใจเกินไปจนตนเองยังงุนงง “แต่กับเธอ ชั่วขณะ คำพูดเหล่านั้นไม่เจ็บ มันไม่มีน้ำหนักในโลกจริง ฉันรู้เธอไม่ได้คิดเช่นนั้น ฉันได้.. สนุกไปกับมัน โดยไม่ต้องกังวลถึงภาพลักษณ์ หรือสิ่งที่คนอื่นอาจจะคิด เพราะมันมีแค่เรา และฉันไว้ใจเธอ… พอจะเข้าใจไหม?

                “โอ้ ว้าว”  กาเบรียลกระพริบตาปริบ ๆ “ไม่คิดว่าคำตอบจะละเอียดขนาดนั้น”

                “คิดว่าฉันจะตอบว่าอะไร? โดนเตะทำให้ฉันเสียวซ่านไปทั้งตัว?”

                “ก็ประมาณนั้น” กาเบรียลยักไหล่ “โอเค ฉันเอามั่ง จริง”

                แจ็กยิ้ม “อ้าว พ่อคนกล้า ไหงเป็นงี้ล่ะ”

                “ถ้านายเลือกได้ฉันก็เลือกได้” กาเบรียลเชิดคาง

                “โอเค ภาพในห้องนายมาจากไหน”

                เป็นคำถามที่ธรรมดามาก แต่มันทำให้กาเบรียลชะงัก

                “เอ่อ.. มัน.. ฉันวาดเอง” เขาสารภาพช้า ๆ จากนั้น รีบร้อนตัวทันที “อย่ามายิ้มเชียวนะ ฉันรู้น่าว่ามันอุบาทว์ ฉันแค่ไม่อยากจะโยนมันทิ้ง ไม่อยากให้มันตกไปอยู่ในมือคนอื่น– ถึงมันจะทุเรศลูกตาหน่อยก็เหอะ แต่มันก็เป็นของฉัน”

                “ฉันไม่คิดว่ามัน ‘ทุเรศลูกตา'” แจ็กหุบยิ้มไม่ได้ “แค่.. โหดไปนิด เลือดสาดเต็มภาพเลย”

                “ฉันว่ามันสะเหร่อมาก มีดอกไม้งอกออกมาจากไส้คนเนี่ย โคตรอวดฉลาดเลย”

                “มีชื่อภาพไหม”

                “เดธบลอสซ่อม– ได้โปรดหยุดยิ้ม”

                แจ็กหยุดไม่ได้จริง ๆ เขาชอบเวลาที่เขาได้ค้นพบมุมใหม่ ๆ ของคนอื่น กาเบรียลเคยบอกเขาว่าเป็นนักเรียนศิลปะ แต่ไม่เคยระบุเฉพาะเจาะจงว่าเป็นแขนงไหน พอได้รู้ว่าเขาไม่ได้มีแค่ความบึกบึนที่เขาแสดงให้ทุกคนเห็น มันวิเศษมาก

                “ฉันคิดว่ามันดูดีออก เธอควรจะวาดภาพอีกนะ”

                “ไม่ล่ะ เข็ดแล้ว” เขาตอบแค่นั้น ไม่อธิบายต่อ “เอ้า ตานาย จริงหรือท้า”

                “จริง”

                “น่าเบื่อว่ะ!”

                “มันชื่อเกมว่าจริงหรือท้า ไม่ใช่ท้าหรือท้า”

                กาเบรียลวางขวดเบียร์ลงบนโต๊ะ รอยยิ้มแสยะค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้า “โอเค ฉันคิดคำถามเจ๋ง ๆ ออก”

                “ว่าไง”

                “อะไรคือสิ่งที่โลดโผนที่สุดที่นายเคยทำ– ในเซ็กส์”

                แจ็กส่ายหน้า แต่ปากของเขายังยิ้มอยู่ กาเบรียลนี่เป็นยังไงกันน้า ตอนเราไม่มีเซ็กส์ เราก็พูดถึงเซ็กส์ มันก็ชวนให้อุ่นใจดีกระมัง บ่งบอกให้รู้ว่าชายหนุ่มไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่าความสัมพันธ์ทางกาย ไร้ชื่อและไร้คำจำกัดความ แจ็กไม่ต้องกังวลเรื่องทำให้เขาต้องใจสลายเมื่อมารู้ทีหลังว่าเราไม่มีวันเป็นคู่กันได้ ให้มันเป็นในแบบที่มันเป็นอยู่ตอนนี้ต่อไป

                “โลดโผนที่สุด…” แจ็กเดาะลิ้น “ซาวด์ดิ้ง.. มั้ง”

                “ซาวด์ดิ้ง–” กาเบรียลอ้าปากค้าง นาโชถืออยู่กลางอากาศ มองหน้าแจ็กเหมือนเขามีแขนงอกออกมาจากหน้าผาก

                “ฉันรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่–”

                “มันไม่เจ็บตายรึยังไงวะน่ะ! โอย แค่คิดฉันก็เสียวเป้าแล้ว ทำไมนายถึงจะทำอะไรแบบนั้น–”

                “มันไม่เจ็บ ถ้าเธอทำถูกต้อง และมันก็ไม่–” แจ็กถอนหายใจ “เธออยากเห็นไหมล่ะ?”

                กาเบรียลทำนาโชหล่น

posts-divider1

                แจ็กเกลียดตัวเองที่มีกล่องชื่อเซ็กส์ทอย เกลียดกว่าที่มันยังมีเจ้าแท่งเหล็กซาวด์ดิ้งเก็บไว้ด้วย อยู่ในภาชนะบรรจุของมัน เพื่อความสะอาด เมื่อเขาเจอกาเบรียลอีกครั้ง เรามีความหวาดหวั่นที่ควรจะหายไปตั้งนานแล้ว หลังจากมีเซ็กส์ด้วยกันมาไม่รู้กี่รอบ แต่พอมีเจ้าแท่งเหล็กนี่เข้ามาในฉาก มันก็กลายเป็นเหมือนมีเซ็กส์ครั้งแรกอีกครั้ง ยังต้องเคอะเขิน– หรือ หวาดกลัว ในกรณีกาเบรียล แจ็กแค่หวั่น ๆ เพราะเขาไม่ได้ทำแบบนี้มานานมากแล้ว ถึงแม้จะรู้วิธีอยู่ดีแก่ใจ แต่กาเบรียล? ขนหัวลุก

                “ไหน ขอฉันดูหน่อย–” พอแจ็กหยิบให้ดูจากกล่องเท่านั้นแหละ “–โอ้ พระเจ้า มันใหญ่กว่าดินสออีก!”

                “ยาวสิบห้าเซ็น หนาหกมิลลิเมตร” กาเบรียลแทบร้องจ๊าก เอาเข้าไป แจ็กไม่รู้ว่าจะเอ็นดูเขาหรือขำใส่หน้าเขาดี อาจจะทั้งสองอย่าง “จริง ๆ อันใหญ่ดีกว่าอันเล็ก ๆ นะ เพราะมือใหม่อาจจะเผลอทำลื่นหลุดมือ–”

                “อ๊าก!”

                “อย่าสะดีดสะดิ้งน่ะ คุณชาย” แจ็กหัวเราะ “เอาล่ะ ฉันต้องเตรียมตัวก่อน”

                การเตรียมตัวใช้เวลานานกว่าที่คุณคงจะคิด คือ.. แจ็กต้องสอดเจ้าเหล็กนี่ลงท่อปัสสาวะ นั่นเป็นบริเวณที่ทั้งบอบบางและอันตรายต่อการติดเชื้อ สิ่งสุดท้ายที่แจ็กต้องการคือตายอนาถเพราะใช้เซ็กส์ทอยเก่า ๆ เขาเอามันมาต้มน้ำร้อนเดือด ๆ อยู่สามสิบนาทีได้ แล้วก็ใช้ถุงมือยางจับมัน จริง ๆ ก็ไม่จำเป็นถึงขั้นใช้ถุงมือ แค่มือที่สะอาดก็พอ แต่แจ็กระแวง กาเบรียลนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยตลอดการเตรียมการ พอแจ็กบอกเขาว่าพร้อม แล้วเราย้ายกันไปต่อในห้องน้ำ กาเบรียลทำหน้าเหมือนจะตาย

                หยั่งกะว่าเขากำลังจะเป็นคนเสียบเองงั้นแหละ แจ็กคิด แล้วก็คิดอีกว่ามันคงเป็นภาพที่ไม่เลวเลย หากเขาได้ทำมันกับกาเบรียล แต่.. คงต้องเป็นเวลาอื่น ในยามที่อีกฝ่ายไม่หวาดกลัวสุดขีดว่ากล่องดวงใจของแจ็กจะฉีกออกเป็นสองซีก

                แจ็กอาบน้ำมาก่อนแล้วที่บ้าน แต่เขาก็ล้างตัวเองที่นี่อีกรอบ– ให้แน่ใจ เขานั่งอยู่บนขอบอ่างอาบน้ำ เทน้ำยาหล่อลื่นฆ่าเชื้อสำหรับเครื่องมือผ่าตัดใส่เจ้าแท่งเหล็ก (หาได้ง่ายกว่าที่คุณคิดในร้านขายเซ็กส์ทอย ไม่ได้มีแค่หมอที่ใช้มัน) กาเบรียลมองเขาตาไม่กระพริบ น่าจะไม่หายใจด้วย ในขณะที่แจ็กค่อย ๆ ใช้มือให้ตนเองตื่นตัว ต้องอย่างนั้นถึงจะง่ายกว่า

                พอแจ็กคิดว่าตนเองพร้อมแล้วหยิบแท่งเหล็กขึ้นเตรียมตั้งท่าเท่านั้นแหละ กาเบรียลก็ส่งเสียงอุทานอีก

                “ฉันทนดูไม่ได้!” เขาพูด เอามือปิดหน้า.. แล้วก็กางนิ้วออกไม่ให้บังลูกตา

                แจ็กขำ โอเค เขาทำได้

                การสอดแท่งเหล็กชุ่มหล่อลื่นเข้าท่อปัสสาวะไม่ยากเย็นอย่างที่คุณคิด รูเปิดเล็ก ๆ รับเกลียวเหล็กหนาหกมิลลิเมตรเข้าไปอย่างง่ายดาย มันยืดหยุ่นมากพอที่จะรับมัน ไม่มีความเจ็บ แต่ก็ยังไม่มีความรู้สึกใด ๆ เป็นพิเศษด้วยเช่นกัน นอกจากเสียงอุทานของกาเบรียล เสียงถอนหายใจยาวของแจ็ก เมื่อเขาก้มลงมองตนเอง ภาคภูมิใจที่ยังสามารถบิดเบือนร่างกายตามใจอยากให้ทำสิ่งอย่างนี้ได้ ยังคงมีการควบคุมร้อยเปอร์เซ็นต์เหนือร่างกาย รวมถึงการยัดเหล็กเข้าส่วนที่บอบบางที่สุด

                พอเริ่มขยับ นั่น ถึงจะเป็นตอนที่มันเริ่มดีขึ้น ลมหายใจของเขาเร่งจังหวะพร้อม ๆ กับหัวใจ การถูกสัมผัสจากข้างในจะเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดที่คุณเคยรู้สึก แต่ผนังข้างในรูเปิดน้อย ๆ เต็มไปด้วยปลายประสาทแสนบอบบาง ไวต่อทุกสัมผัส การขยับเหล็กเนื้อเนียนเป็นมันขึ้นลง ค่อย ๆ สอดความยาวของมันลงไป แค่นั้นก็มากพอแล้วที่จะสร้างความเสียวซ่านลึกไปถึงข้างในแก่น– ของจริง เขาสัมผัสได้ถึงเกลียวของเหล็ก ความขรุขระแบบด้าน ๆ ของมัน ขยับไปมาข้างในตัวเขา

                เมื่อเงยหน้ามองกาเบรียล มันยิ่งวิเศษกว่าเก่า กาเบรียลมองเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่ว่าใครก็ต้องเอ็นดู และความมหัศจรรย์ใจที่ทำให้ทุกคนเขินอาย เขามองแจ็กเหมือนแจ็กกำลังมอบการแสดง เป็นดาราดาวเด่นในฝันเปียกที่เขาได้แต่คิดถึงแต่ไม่เคยกล้าคิดทำจริง ๆ ด้วยความกลัว แต่อาจจะเพราะว่ามันน่ากลัวนี่แหละ เป้ากางเกงของกาเบรียลถึงได้เริ่มนูนอย่างเห็นได้ชัด มันผิด มันแปลก มันน่ากลัว– มันทำให้ทุกอย่างมีรสชาติหวานหยดกว่าเดิม ราวผลไม้ต้องห้าม

                แจ็กจะไม่ปฏิเสธ เขาชอบถูกมอง หลายครั้งเหลือเกินที่เขาทำแบบนี้ต่อหน้าคู่ขา เพลิดเพลินกับสายตาของอีกฝ่ายที่มอบมาให้เขาเพียงผู้เดียว ไม่ละสายตาไปที่อื่น มันทำให้– อ้า มันทำให้เขารู้สึกมีเสน่ห์ ไม่ได้แก่และเหี่ยวน่าสมเพช แต่น่าหลงใหล เป็นที่ต้องการ เต็มไปด้วยเคล็ดลับใต้แขนเสื้อที่ทำให้กาเบรียลตราตรึงใจ โน้มเข้ามาจูบเขาอย่างดูดดื่ม

                มือของแจ็กยังขยับแท่งเหล็กขึ้นลง ส่วนลิ้นของกาเบรียลก็รุกรานเข้ามาในปากอย่างไม่ลดละ เราสองคนแทบไม่ผละออกจากกันเพื่อลมหายใจ แต่เมื่อกาเบรียลผละออก แจ็กสอดทั้งสิบห้าเซนติเมตรลงไปสำเร็จ เหลือแต่ลูกตุ้มเหล็กข้างบนยอดที่มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลื่นไหล มันยังลงมาไม่ลึกสุดด้วยซ้ำ แจ็กยาวกว่านั้น แต่แค่นี้ก็ลึกจนทำให้นั่งไม่อยู่กับที่

                เมื่อเขาดึงมันออกรวดเดียว กาเบรียลอุทานว่า พระเจ้า แล้วยืนมองแจ็กใช้มือให้ตนเองต่อจนเสร็จเสียตรงนั้น

                มันเป็นการสำเร็จความใคร่ครั้งใหญ่ที่สุดในเวลาอันเนิ่นนาน เลอะเทอะเต็มลำตัวและกระเด็นบางส่วนขึ้นมาถึงคาง ขนาดนั้นเลย แจ็กหอบหายใจ ยิ้มแห้ง ๆ ให้กับกาเบรียล ผู้ใช้นิ้วโป้งปาดน้ำรักของแจ็กไปจากคาง แล้วเข้าสู่ปากของเขา

                แจ็กครางกับภาพที่เห็น ลิ้นของกาเบรียลเลียหยาดสีขาวมุกบนหัวแม่มือ

                “พระเจ้า นายเซ็กซี่เป็นบ้า” กาเบรียลพึมพำ คำชมสูงส่ง จากปากของเขา

                เมื่อเราจูบกันอีกครั้ง คราวนี้มันช่างยาวนานและกินเวลาชั่วนิรันดร์ ดื่มด่ำไปกับกันละกันอยู่ในโลกอีกใบ ไร้ซึ่งความกังวลใด ๆ ไร้ซึ่งเรื่องเคืองขุ่นใจ มีแค่เขา กาเบรียล และฟันที่มักจะแกล้งกัดลงบนริมฝีปากเมื่อแจ็กได้ใจ…

               กาเบรียล เรเอส เครื่องเบี่ยงเบนความสนใจแสนวิเศษและหล่อเหลาของเขา

posts-divider1

asdqgh

Jack: I don’t know how to deal with all these fears :(((
Jack: Time to shove this metal rod down my dick

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s