Old Dog (11)

Title: Old Dog
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Soldier: 76 | Jack Morrison/Reaper | Gabriel Reyes/Jesse McCree

Rating: E
Warnings:
Blindfold, Exhibitionism, Body Worship, Slight Bondage, Feeding, Blowjob
Notes: ไม่มีไฟแต่งฟิคเก่า ๆ เล้ย มีแต่ไฟเขียนพอร์น คืออะไรกัน 

posts-divider1

                กาเบรียลชอบดูหนังเก่า มักจะดูพวกทีวีโชว์เป็นพิเศษ ทุกอย่างเกี่ยวกับสื่อเก่า ๆ จากปีสองพันสิบกว่าสรุปได้คำเดียว จำกัด แต่ละอย่างคงจะอลังการงานสร้างมากในอดีต แต่มันเทียบไม่ได้กับเอ็ฟเฟ็คพิเศษในปัจจุบัน แต่กาเบรียลชอบมัน หัวเก่าคล้าย ๆ แจ็ก บอกว่ามันคลาสสิค เขาชอบที่จะเห็นว่าคนสมัยนั้นทำอะไรไดบ้างด้วยทรัพยากรและความสามารถที่เขามี กาเบรียลเคยเอาการแข่งขันบาสเก็ตบอลจากยุคเก่ากึกมาให้แจ็กดู เชียร์นักกีฬาที่ปัจจุบันตายไปแล้ว เขาเป็นคนแบบนั้น

                เรากำลังดู เดอะ ไวร์ เรื่องโปรดที่มีตัวละครโปรดของเขา และสายตาของแจ็กเริ่มจะทำให้เขาผิดหวัง มันดิ้นรนที่จะจับรายละเอียด ต้องเพ่งเสียจนปวดตาเพื่อไม่ให้จอภาพกลายเป็นแค่ก้อนสีเบลอเข้าด้วยกัน แจ็กเริ่มจะเวียนหัว อยากอ้วก มันเป็นทีวีโชว์ที่วิเศษ สายตาของเขาแค่.. แย่ลงทุกวัน ยกมือขึ้นนวดตรงหว่างคิ้ว แจ็กเผลอโพล่งออกไปก่อนจะห้ามตนเองทัน

                “สักวัน ฉันอาจจะตาบอด”

                กาเบรียลหยุดทีวีเสียเลยตอนนั้น ลืมโชว์ ลืมป๊อปคอร์น หันมาอุทานลั่น “หา?!”

                เยี่ยมมาก มอร์ริสัน ทำเขาใจหายใจคว่ำหมด นายเปิดประเด็นให้มันเบากว่านี้ไม่เป็นรึยังไงนะ?

                “ครอบครัวของฉันมีปัญหาเรื่องสายตาเรื้อรัง ทั้งฝั่งพ่อและแม่” แจ็กอธิบาย เสียงของเขายังสงบต่างจากของกาเบรียล “เซรุ่มซุปเปอร์โซลเยอร์ช่วยชะลอไม่ให้มันเกิดขึ้นกับฉัน แต่มันแย่ขึ้นเรื่อย ๆ พอฉันแก่ตัว แล้วพวกเขาก็ไม่คิดจะช่วยรักษา แค่หาเครื่องมือมาช่วยให้ฉันยิงปืนเข้าเป้าหรือบัญชาการได้ในสมรภูมิ ได้ผล แต่พวกมันมีผลข้างเคียงเลวร้ายกับสายตามนุษย์”

                กาเบรียลกลืนน้ำลาย “แล้วพอเซรุ่มนายเริ่มหมดฤทธิ์…”

                “ผลข้างเคียงของมันก็เริ่มตามฉันทัน ใช่” แจ็กถอนหายใจ “คงจะอีกไม่นาน”

                แจ็กกำลังยอมรับชะตากรรม มั้งนะ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเขาเกลียดมันน้อยลง

                “… คิดอีกแง่” กาเบรียลพูดขึ้นขัดความเงียบ “ตาบอดจะเลวร้ายสักเท่าไหร่กันเชียว”

                เขาหันขวับไปมองอีกฝ่ายแทบจะในทันที ขมวดคิ้ว “ก็ต้องเลวร้ายน่ะสิ!”

                ไม่น่าขึ้นเสียงเลย ทำให้กาเบรียลชักสีหน้าใส่ตอบกลับ แจ็กคงจะขอโทษ แต่กาเบรียลพูดต่อ “ไม่ คนครบสามสิบสองก็พูดอย่างนั้นทุกคน มองว่าพิการนี่แย่กว่าตาย แต่ฉันเห็นคนตาบอดเขาก็ใช้ชีวิตมีความสุขกันดี ทำไมนายจะมีบ้างไม่ได้”

                “..ก็..จริงกระมัง” แจ็กพึมพำ “ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหยาบคาย.. หรือขึ้นเสียง”

                กาเบรียลโบกมือปัด “ช่างมันเหอะ”

                เขาเล่นวิดีโอต่อ เราไม่ได้คุยอะไรกันอีกนอกจากเรื่องโชว์จนกระทั่งมันจบตอน

                นั่น ถึงจะเป็นตอนที่กาเบรียลหันมามองเขา แขนที่พาดข้างหลังพนักพิงโซฟาเหมือนจะโอบแจ็กไว้ “ฉันมีไอเดีย”

posts-divider1

                “ไม่มีทาง” แจ็กตอบทันที

                “อะไรกัน!” กาเบรียลพึ่งกลับมาจากห้องนอน ถือผ้าผืนยาวไว้ในมือ สีแดงแปร๊ดเชียว แค่มองมันแจ็กก็ตาบอดแล้ว ไม่ต้องให้มามัดรอบดวงตาเลย แต่นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่กาเบรียลดูตื่นเต้นกับการเสนอของเขา ไม่ใช่แค่ของแจ็กอย่างเดียว..

                “นี่มันโคตรพื้นฐาน น้อยกว่าที่นายเคยทำกับฉันตั้งเยอะ” เขารบเร้าต่อ

                ทำใส่เขา น่าจะถูกกว่า แต่แจ็กไม่เถียง “ฉันไม่ชอบเวลามองอะไรไม่เห็น กาเบรียล”

                “..โอเค. ก็ไม่ได้จะกดดันหรือเซ้าซี้–” แต่เขาจะเซ้าซี้ ใช่ไหม “แต่นายแน่ใจนะ”

                แจ็กดันไม่ตอบไง นั่นล่ะปัญหา

                “เราลองกันไม่ได้เหรอ? ถ้านายไม่ชอบมันจริง ๆ เซฟเวิร์ดคำเดียว ฉันจะถอดออกให้ทันที” ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขารู้กฎกติกาเรื่องนี้ดีพร้อมฮึ? แจ็กสอนให้เขาหมดแล้วรึยังไง? “นายจะปลอดภัย ฉันจะไม่ทำอะไรล้ำเส้น สัญญา”

                เขายังคงจ้องผ้าผืนนั้นอยู่ ถ้าจ้องมากกว่านี้ มันคงจะลุกเป็นไฟ

                “นายไว้ใจฉันนี่ ใช่ไหม?”

                มันทำให้แจ็กถอนหายใจ แต่ “ใช่”

                “งั้น..?”

                แจ็กพยักหน้า ขยับตัวไปมาในโซฟาเว้นที่ว่างให้กาเบรียลกระเถิบเข้ามาใกล้ คุกเข่าสองข้าง ถือเจ้าผ้ามรณะนั่นไว้ในมือ การพยักหน้าไม่ใช่คำตอบที่หนักแน่นเท่าไหร่ แต่กาเบรียลคงยอมรับว่ามันดีพอ เพราะเขาขยับเข้าใกล้ แล้วค่อย ๆ ทาบผ้าปิดตาแจ็ก เนื้อของมันนุ่มนวลต่อผิว และหนาทึบมากพอที่จะบดบังทุกแหล่งแสงไม่ให้เล็ดรอดเข้ามาข้างใต้ นี่..เป็นผ้าปิดตาจริง ๆ กาเบรียลเคยทำแบบนี้กับคนอื่น หรืออาจจะตัวเอง ไม่แปลกกระมัง อย่างที่กาเบรียลว่า ผ้าปิดตาเป็นสิ่งพื้นฐานที่สุดแล้วสำหรับคนอยากเริ่มเพิ่มสีสันในชีวิตเซ็กส์ แต่เมื่อกาเบรียลเริ่มผูกปม– ด้านข้างของศีรษะ– อย่างชำนาญ แจ็กหึง

                รู้สึกหวงเขาขึ้นมาเสียอย่างนั้น และสูญเสียความมั่นใจที่เขาไม่ใช่คนแรกของกาเบรียลในทุก ๆ สิ่ง

                “ให้ตาย นายซีดเป็นบ้า” กาเบรียลกล่าว ด้วยโทนเสียงที่ชวนให้แจ็กคิดว่าเขากำลังยิ้มและกลั้นหัวเราะ แต่จะรู้ได้ยังไง เขามองอะไรไม่เห็นสักอย่างนอกจากสีดำทึบ และมันเริ่มจะทำให้เขาตระหนก “สีแดงดูดีมากบนผิวนาย ตัดกันดีจริง”

                “กาเบรียล” แจ็กเกลียดที่เสียงของเขาช่างเล็กและไร้ความกล้า “ฉัน.. ฉันกลัว”

                แจ็กยังจำได้ถึงภารกิจนั้น ตอนที่ไฟฟ้าในอาคารถูกตัดหมดจนเหลือแค่ไฟสีแดงจากหุ่นออมนิค–

                “ชู่ ฉันอยู่นี่ ฉันไม่ได้หายไปไหน” เขาวางมือบนไหล่แจ็ก ดันให้เขานอนลง “นอนลง แจ็กกี้”

                แจ็กนอนลงบนโซฟา ไม่รู้จะเหยียดขายังไงเลยให้ร่างของทั้งสองอยู่ด้วยกันได้ แต่กาเบรียลจัดการเอง หลีกและแทรกตัวมาตรงกลางหว่างขา เราทั้งสองตัวใหญ่เกินกว่าโซฟานี่ แต่แจ็กกับกาเบรียลจัดการหาทางได้ นอนลง เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้เขามองอะไรเห็นชัดเจนขึ้นอยู่ดี นี่น่ะเหรอวิสัยทัศน์ของเขาในอนาคต มันจะเป็นแบบนี้ไปตลอด?

                มือของกาเบรียลไล่จากไหล่มาที่กระดุมเสื้อเชิร์ต ค่อย ๆ ปลดมันออกทีละอัน แจ็กรู้สึกได้ถึงการเสียดสีของผ้า ได้ยินเสียงกระดุมพลาสติกลอดรูเล็ก ๆ อาจจะเป็นเรื่องจริงที่เขาว่ากันว่าประสาทสัมผัสอื่น ๆ จะพัฒนาขึ้นเมื่ออย่างใดอย่างหนึ่งเสื่อมไป หรือ ในกรณีนี้ ถูกปกปิดชั่วคราว มือของกาเบรียลอุ่นและสัมผัสถึงได้แม้กระทั่งผ่านเนื้อผ้า จนกระทั่งไม่มีผ้ากั้น

                เขาขยับตัวเล็กน้อย ช่วยให้กาเบรียลดึงเสื้อออกจากไหล่ ทุกการกระทำย้ำเตือนว่าเขาไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่นี่

                “นายรู้สึกไหมว่ามือฉันอยู่ตรงไหน?” กาเบรียลถาม

                “เธอ..” แจ็กกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ “เธอจับอกฉันอยู่”

                ไม่ใช่แค่จับด้วยสิ แต่คลึงกล้ามเนื้อตรงนั้นไว้ในสองมือ นวดราวกับต้องการพยายามเน้นขนาดของมัน ใหญ่ขึ้นจากการออกกำลังมาตลอดตั้งแต่วัยหนุ่ม ให้ตาย พอมองไม่เห็น มันเกือบจะเหมือนว่าเขารู้สึกถึงมันได้มากขึ้นกว่าปกติ ไม่มีตาให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เขาต้องอาศัยแค่ความรู้สึกบนผิวล้วน ๆ และมัน.. ดี หากไม่จาบจ้วงและรุนแรงไปนิด กาเบรียลมือหนัก ถึงมือจะขาดความกร้านอย่างที่แจ็กมีจากการทำไร่ แต่มันก็ยังทำให้ทุกสัมผัสหนักหน่วง เมื่อนิ้วโป้งของกาเบรียลลูบผ่านยอดอก แจ็กส่งเสียงหอบหายใจหนักออกมาทางปาก และนั่นเป็นก่อนที่กาเบรียลจะเริ่มเค้นมันไว้ระหว่างสองนิ้ว ดึง

                แจ็กถึงกับแอ่นหลังขึ้นจากโซฟา รับกับการกลั่นแกล้งที่กาเบรียลกำลังมอบให้เขา พยายามเข้าหาชายอีกคนราวถูกแรงแม่เหล็กดึงเข้าหา แต่กาเบรียลผลักให้เขานอนลงต่อ เล่นกับยอดอกของแจ็กอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งมันลุกชูชัน แข็งตามสัมผัสที่มันได้รับ บางครั้ง กาเบรียลก็ไล่เล็บสั้นทู่เล่นกับไรขนบนหน้าอกแจ็ก ทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั่ว

                “เห็นไหม–”

                “ไม่เห็น”

                กาเบรียลหยิกเขา ข้อหาพูดจาขัดจังหวะ “นายยังรู้สึกถึงฉันได้เหมือนเดิมอยู่”

                มือของกาเบรียลเลิกทรมานยอดอกแจ็ก– ที่ตอนนี้คงทั้งช้ำทั้งแดงไปหมดแล้วกระมัง– แล้วไล่ลงมายังกล้ามหน้าท้องแทน รู้สึกถึงการกระเพื่อมขึ้นลงของมันเมื่อแจ็กหายใจ กาเบรียล.. ชื่นชมเขา เป็นคำศัพท์เดียวที่นำมาบรรยายได้ตรงสุด ลูบไล้เขาเหมือนแจ็กเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดที่เขาเคยได้สัมผัสในเวลาอันยาวนาน แจ็กไม่ได้หุ่นฟิตเหมือนในอดีตแล้วด้วยซ้ำ หน้าท้องขาดความชัดเจนของกล้ามเนื้อ มีความนุ่มนิ่มของไขมันเข้ามาแทนที่เสียมาก แต่กาเบรียลก็ยังละมือจากเขาไม่ได้

                “ว่าไง ตอนนี้ล่ะ?”

                “เธอจับท้องฉันฮยู่”

                “บิงโก”

                เมื่อกาเบรียลโน้มมาจูบเขาที่หน้าท้อง แจ็กรู้ว่ามันเป็นริมฝีปากของเขา ไม่ใช่มือ รู้สึกถึงความแห้งผากที่มักจะเกิดขึ้นในหน้าหนาว รอยแผลเป็นบนริมฝีปาก และความชื้นของน้ำลายเมื่อกาเบรียลผละออก การแสดงความชื่นชมอีกหนึ่งอย่าง

                แจ็กอยากจะทรุดตัวแล้วละลายหายไปกับโซฟา กับความมืดที่ตอนนี้โอบล้อมเขาไว้อยู่

                คราวนี้ มือของกาเบรียลลดลงมาถึงขอบกางเกง วุ่นวายอยู่กับเข็มขัดจนกระทั่งมันหลุดออกไปไม่เป็นอุปสรรค เขาไม่แน่ใจว่ากาเบรียลเอามันไปไว้ไหน แต่ได้ยินเสียงหัวเข็มขัดเหล็กกระทบกับบางสิ่ง ถูกโยนทิ้งกระมัง กางเกงถูกถอด กระดุมถูกปลด ซิปถูกรูด แจ็กพอจะรู้ว่าหลังจากนี้คืออะไร แต่เขาก็ยังใจเต้นแรงเมื่อกาเบรียลดึงกางเกงลงจนไปกองอยู่กับข้อเท้า

                “คราวนี้ล่ะ?”

                กางเกงในถูกดึงตามลงไปด้วย

                “เธอกำลัง– กาเบรียล!

            ไม่มีสิ่งใดขโมยลมหายใจไปจากแจ็กได้ดีเท่ากับลิ้นอุ่น ๆ และริมฝีปากของกาเบรียล ที่นับวันก็ยิ่งเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีการสำลัก ไม่มีการลังเล ก้มหัวลงมาครอบครองแจ็กไว้ได้ภายในรวดเดียว รับเขาเข้าไปลึกถึงคอหอย และไม่มีอาการขย้อนเลยด้วยซ้ำ แค่.. ทิ้งให้แจ็กแช่อยู่อย่างนั้น ในความรัดแน่นอันแสนวิเศษ และเมื่อกาเบรียลหัวเราะลึกต่ำในลำคอ มันทำให้แจ็กรู้สึกถึงความสั่นไปทั่วตั้งแต่โคนจรดปลาย สิ่งที่ปกติเขาอาจจะไม่สังเกต แต่ตอนนี้ มันเด่นชัดยิ่งกว่าทุก ๆ สิ่ง

                กาเบรียลขยับขึ้นลงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะผละออกเพื่อพูด “นายจะจับฉันก็ได้นะ”

                เมื่อกาเบรียลก้มลงอีก แจ็กจับเขาตามที่ได้รับคำอนุญาต ลูบผมบนหนังศีรษะของกาเบรียล สั้นกุดจนรู้สึกจี้ยังไงชอบกลบนผิวหนังของฝ่ามือ ความรู้สึกที่ประหลาดมากเมื่อเขามองอะไรไม่เห็น จากนั้น ไล่ลงมาถึงไหล่กว้าง แข็งแกร่ง แจ็กจับเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว มีสมอเรือเป็นของตนเองให้แน่ใจว่าเขายังปลอดภัยและทุกอย่างปกติดี จากนั้น เขาถึงจะจับคอกาเบรียล ไล่ลูกกระเดือกและความนูนเล็กน้อยเมื่อกาเบรียลลดริมฝีปากลงต่ำจนจมูกจรดกับไรขนตรงนั้น ในระหว่างที่แจ็กครางไม่หยุด

                กาเบรียลกลืนเมื่อเขาถึงจุดสุดยอด ง่ายดายไม่ขรุขระ ไร้ซึ่งการสำลักแบบครั้งแรกที่ทั้งสองทำเช่นนี้ การพัฒนาที่แสนวิเศษเพราะแจ็กรู้ว่ามันเป็นเพราะเขา ถึงแม้เขาจะต้องยอมรับว่ามันเร้าใจขนาดไหนเมื่อกาเบรียลสำลัก รับเขาไม่ไหว

                แจ็กปฏิเสธไม่ได้ เขาอยากจะเห็นหน้ากาเบรียลตอนนี้ อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นยังไง แต่…

                เขารู้สึกดีเกินกว่าจะขัดขืนผ้าปิดตาผืนนี้

 

posts-divider1

                มันไม่จบแค่นั้น

                แจ็กนั่งอยู่บนเก้าอี้ห้องครัว– เขาเดาว่ามันเป็นเก้าอี้ห้องครัวน่ะนะ แต่จริง ๆ มันจะเป็นอะไรก็ได้– นอกจากผ้าปิดตาที่พันอยู่รอบศีรษะ ยังมีผ้ามัดข้อมือไว้หลังพนักพิงเก้าอี้อีกด้วย ตลกไหมนะที่แจ็กโอเคกับการถูกมัดมากกว่าการถูกปิดตา? แต่ต้องยอมรับว่าอย่างหลังชักจะเริ่มเป็นความคุ้นเคยกับเขาขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ความกลัวถูกทิ้งหายไปตั้งแต่ที่เราเริ่มกันไม่นาน

                กาเบรียลไมได้อยู่กับเขา ซึ่งทำให้ทุกอย่างน่าหวาดหวั่นขึ้นมานิดหน่อย แต่เขาพูดอยู่ตลอดเวลา คงไม่อยากให้แจ็กเสียขวัญ แล้วก็มีเสียงฝีเท้าที่ทำให้รู้ว่าเขาไมได้หายไปไหนไกล กับเสียงเปิดตู้เย็น แจ็กชักแยกไม่ออกว่าอันไหนเป็นความตื่นเต้น อันไหนเป็นความกลัว แต่เมื่อเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาหา มือของกาเบรียลจับไหล่เขาอีกครั้ง แจ็กผ่อนคลายขึ้น

                “อาหารนี่เซ็กซี่ไหมนะ?” เขาถาม อีกมือเขย่าขวดอะไรก็ไม่รู้อยู่ด้วย เสียงเหมือนเหล็ก “นายคิดว่ายังไง”

                “เซ็กส์อาหาร” แจ็กทวนคำ “เราเป็นอะไรกัน คู่รักฮันนีมูนหรือ”

                กาเบรียลหน้าแดงรึเปล่านะ อยากรู้จริง ๆ “ฉันแค่อยากจะทดสอบอะไรหน่อย”

                เสียง.. ฉีด?

                “อ้าปาก”

                แจ็กอ้าปาก แล้วก็ได้นิ้วชี้กับนิ้วกลางของกาเบรียลแทรกเข้ามาเต็ม ๆ ไม่ได้รุนแรงหรอก แต่เขาถูมันลงบนลิ้นของแจ็ก ทำให้แจ็กห่อลิ้นรอบ ตวัดรับสัมผัสกับ.. บางสิ่ง ที่เคลือบนิ้วเขาไว้อยู่ แจ็กเม้มริมฝีปาก ดูด ได้ยินเสียงกาเบรียลหายใจแรงเมื่อเขาทำเช่นนั้น เรียกปฏิกิริยาจากอีกฝ่ายได้ถือว่าเป็นกำไรเสมอ รสชาติเบาบาง ความนุ่มนวล และแทบจะเรียกได้ว่าเป็นโฟม..

                พอกาเบรียลละนิ้วออก แจ็กตอบ “วิปครีม?”

                “ใช่” เขาหัวเราะ “พระเจ้า นายดูดนิ้วฉันเหมือนมันไม่ใช่นิ้ว

                แจ็กแสยะยิ้ม “ฉันรู้ว่าเธอชอบ”

                เสียงเปิดฝาดังเป๊าะ “เดาให้ถูกหมด แล้วฉันจะมีรางวัลให้”

                พอเขาอ้าปากอีกรอบที่สอง นิ้วของกาเบรียลถูกเคลือบไปด้วยของเหลวอุ่น ๆ เหนียวเหนอะหนะ ฉ่ำเยิ้มจนแจ็กต้องแลบลิ้นเลียระหว่างนิ้วทั้งสองของเขา มันติดกันตรงนั้นเป็นไยแมงมุมเชียว คราวนี้ มันเลอะเทอะ และสะเปะสะปะ ลิ้นของแจ็กตวัดมั่วซั่วเหมือนคนขาดน้ำ ต้องการเลียให้หมดทุกหยดที่หาได้ กาเบรียลมีการแกล้งเขาอีก ผละนิ้วออก ให้แจ็กพยายามโน้มตัวเข้าหา แต่ก็ทำไม่ได้มากเพราะแขนที่ถูกมัด รสชาติหวานหยดของมันทำให้แจ็กรู้ทันทีว่ามันคืออะไร น้ำผึ้ง

                แจ็กอาจจะจงใจยั่ว หรือไม่ก็แค่อยากจะทำให้แน่ใจว่านิ้วของกาเบรียลสะอาดเกลี้ยงเกลา แต่การดูดนิ้วเขาเสียงดังมันช่างลามกและไม่สมควรเอาซะเลย ซ้ำร้าย เขาไม่เห็นปฏิกิริยาของกาเบรียลด้วยซ้ำ ได้แต่จินตนาการจากเสียงครางต่ำ..

                “คุณพระช่วย! พวกนายมาทำอะไรกันในห้องครัววะ!”

            สำเนียงทิศใต้ที่แจ็กไม่เคยได้ยินมาก่อนทำให้เขาสะดุ้งในเก้าอี้ ความตระหนกเข้าแทรกทันที เขามองไม่เห็นบุคคลที่สามในสถานการณ์ แต่แน่นอนล่ะว่าอีกฝ่ายมองเห็นเขา เปลือยทั้งตัว ถูกมัดกับเก้าอี้ ตื่นตัวเพราะเล่นเกมยั่วยวนดูดนิ้วกาเบรียลราวกับมันเป็นอย่างอื่น แจ็กควรจะพูดเซฟเวิร์ด บอกให้กาเบรียลหยุด ดึงผ้าปิดตานี่ออก ถอดมัดเขา แล้วเราค่อยหาทางออกกันทีหลังว่าจะอธิบายกับสุภาพบุรุษคนนี้ยังไงดี แต่.. กาเบรียลยังไม่พูดอะไร และแจ็กก็.. ไม่ได้พูดเช่นกัน

                เขาคิดว่าตนเองน่าจะกำลังถูกพิจารณา มองหัวจรดเท้าว่าเขาเป็นยังไง ก้าวต่อไปคืออะไร แต่ การคิดว่ามีคนเห็นเขาอยู่ในสภาพนี้ ไร้ทางสู้และเปลือยเปล่า มันทำให้แจ็กหัวหมุน เขามองไม่เห็นอะไรเลย ได้แต่จิตนาการว่าแขกคนนี้– รูมเมทของกาเบรียลกระมัง– กำลังมองเขายังไง ผวาดผวา? ประหลาดใจ? เขาไม่ได้เดินหนีด้วยความอับอาย ไม่ได้โวยวายด้วยความโกรธ แค่ นิ่งเงียบ และนั่นเป็นปฏิกิริยาที่น่าสงสัยเหลือเกิน แจ็กตัดสินใจปิดปากเงียบ เขาจะให้กาเบรียลจัดการ

                นิ้วมือละออกจากริมฝีปาก “คิดว่าฉันทำอะไรอยู่ล่ะ?”

                “ให้ตายเถอะ คู่หู..”

                แจ็กทนไม่ไหว เสียงนั่นมากพอที่จะส่งเขาถึงฝั่ง เสร็จเป็นครั้งที่สอง ของหายากสำหรับคนวัยเขา

                “นี่เขา–” ‘แมคครี’ (มั้ง) ส่งเสียงคล้ายอาการสำลัก “–นี่เขาพึ่งเสร็จเพราะรู้ว่าฉันดูอยู่เหรอ”

            กาเบรียลหัวเราะ เสียงที่โหดร้ายและทำให้แจ็กสั่น “เขาชอบถูกมอง”

                “พระเจ้า..”

                “นายจะยืนดูต่อก็ได้นะ ถ้าอยาก” กาเบรียลว่า จากนั้น แจ็กได้ยินเสียงเขาหยิบของอีก “เราไม่ว่านายหรอก”

                แมคครีเงียบ ไม่มีเสียงตอบกลับ ไม่มีเสียงฝีเท้าเดินหนีด้วย ซึ่งทำให้แจ็กรู้ว่ามันคือการตอบตกลง และนั่นยิ่งทำให้เขาเขินอายยิ่งกว่าเก่า เมื่อกาเบรียลบีบคางเขาให้อ้าปาก แล้วสอดแทรกนิ้วเข้ามาอีก คราวนี้ ช็อกโกแล็ต รสขมของมันไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ แต่เมื่อเคลือบมากับนิ้วของกาเบรียล การกินช็อกโกแล็ตคราวนี้เป็นการแสดงมากกว่าการทาน เขาอยากจะให้แมคครีเห็นการละเล่นระหว่างเราสอง เห็นลิ้นของแจ็กเลียนิ้วกาเบรียลอย่างเอร็ดอร่อย ดื่มด่ำกับการป้อนของกาเบรียล

                ช็อกโกแล็ตไม่ใช่รายการสุดท้ายของวันนั้นเลยด้วยซ้ำ

posts-divider1

 

                แจ็กมัวแต่แต่งตัวอยู่ ปลดแอกจากผ้าปิดตาและผ้ารัดรอบข้อมือ แต่พอออกมา แมคครีกับกาเบรียลกำลังถกเถียงกัน ตะโกนข้ามโต๊ะอาหารที่ฉากเมื่อครู่พึ่งเกิดขึ้นตรงนั้น แจ็กไม่แน่ใจว่าเขาควรจะเข้าไปขัดไหม หรือจะยืนดูดี

                “ฉันกินข้าวตรงนี้นะ สหาย! นายจะทำอย่างนี้ไม่ได้!”

                กาเบรียลกอดอก “ฉันจ่ายค่าเช่าครึ่งหนึ่ง ฉันมีสิทธิ์พาแขกมาบ้าน”

                “ไอ้นั่นน่ะไม่ใช่ที่ฉันกังวล ฉันหมายถึงก้นเปลือย ๆ ของเขาบนเก้าอี้– ไม่ใช่แค่ก้นด้วย!”

                “ตอนยืนดูไม่เห็นบ่น”

                เงียบไปเลย

                แจ็กเลยถือโอกาสเดินเข้าไปแทรกเสียตอนนั้น ได้เห็นแมคครีชัดเจนหัวจรดเท้า เขา.. แต่งตัวเหมือนคาวบอย นั่นยากที่จะพลาดไม่สังเกต สวมหมวก รวมถึงผ้าคลุมไหล่ ทับเสื้อเชิร์ตลายสก็อตและหัวเข็มขัดที่ประกาศความมั่นใจของผู้สวม

                “แจ็ก มอร์ริสัน” แจ็กแนะนำตัว ยื่นมือให้เขา “ขอโทษทีเรื่องก้นของฉัน”

                แมคครีหน้าแดงแปร๊ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงจมูก “เจสซี่ แมคครี… เดี๋ยวก่อนนะ แจ็ก มอร์ริสัน?!”

                อา นานแค่ไหนแล้วนะที่มีคนถลึงตาโตเมื่อได้ยินชื่อเขา

 

posts-divider1

                “เขาชอบนายนะ” กาเบรียลว่า

                “โอ้?”

                “ยืนเป้าตุงอยู่นานก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำไป”

                แจ็กขำ ดีจังที่เขายังสร้างปฏิกิริยาแบบนั้นให้ผู้อื่นได้

                “นายว่าไงถ้าเราชวนเขามาร่วมด้วยอีก”

                นั่น น่าสนใจเป็นพิเศษ

                “เอาสิ”

posts-divider1

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s