Sweet as Sin, Softly Yearning (2)

Title: Sweet as Sin, Softly Yearning
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Soldier: 76 | Jack Morrison/Reaper | Gabriel Reyes

Rating: T
Warnings:
Alternate Universe
Notes: 
มันมีพล็อท มันไม่มีพอร์น มันมีแฟนเซอร์วิส หรือจะเรียกว่ากาเบรียลเซอร์วิสดีวะ

                แจ็กไม่ยอมมายืนยันตน

                กาเบรียลเดินจ้ำเท้าอย่างฉุนเฉียวออกจากโบสถ์ ไบเบิลในมือ มุ่งหน้าสู่บ้านมอร์ริสัน เขาจำได้ว่าเป็นหลังไหน บ้านหลังที่ว่างเปล่าอยู่นานมีแต่ป้าย ‘ขาย’ ห้อยไว้อยู่ จนกระทั่งครอบครัวนี้ย้ายเข้ามา มันอยู่ห่างจากโบสถ์ไปไม่ไกล แล้วก็อยู่ใกล้โรงเรียนรัฐบาลที่ดีที่สุดในย่าน ตำแหน่งที่วิเศษสำหรับลูกของคุณ– หากลูกของคุณไม่ใช่ไอ้โกหกมดเท็จและชอบช่วยตัวเอง–

                ยิ่งคิดยิ่งแย่ รีบเดินไปเผชิญหน้าไอ้ห่านี่ดีกว่า

                บ้านของครอบครัวมอร์ริสันนั้นเหมือนหลุดมาจากนิตยสารบ้านและสวน คุณนายมอร์ริสันคงใช้เวลาว่างของเธอที่มีตั้งแต่ย้ายมารื้อบ้านใหม่หมด ทาสีใหม่ให้เป็นฟ้าพาสเทลสวย และวางกระถางดอกไม้ตกแต่งสวนเสียดิบดี เจ้าพุ่มไม้สี่เหลี่ยมสูงที่เรียงรายข้างรั้วไม้ขาวนั้นน่าประทับใจมาก มันคงต้องใช้เวลาเป็นชาติในการดูแลรักษา และ–

                แจ็กก็ยืนอยู่ตรงนั้นเลย ไถพื้นด้วยรถตัดหญ้า เสื้อผ้าไม่สวม มีแต่กางเกงวอร์มที่ตกลงมาจากเอวและเกาะเสียต่ำอย่างหมิ่นเหม่ คุณเห็นกล้ามเนื้อบนหลังไล่มาถึงก้นกบอย่างชัดเจน ผิวของเขาเคลือบด้วยเหงื่อ และกาเบรียลเห็นกระ ประปรายอยู่บนไหล่ของเขา กระจัดกระจายเหมือนเป็นละอองผงซินนาม่อน ประดับหุ่นที่เดิมทีก็สวยอยู่แล้วของเขา

                กาเบรียลกลืนน้ำลาย  ไม่ เขาไม่ได้มาเพื่อมองหมอนี่เป็นพวกถ้ำมอง เขาจะเผชิญหน้ากับมันแล้วถามว่าปัญหาของมันคืออะไร ทำไมมันไม่มายืนยันตนเสียที– แทนที่จะเดินไปหาแจ็กหน้าสวนตรง ๆ เลย เขาเดินตรงไปที่ประตูแทน แล้วกดกริ่งหน้าตาย เสียงดังของมันเรียกให้แจ็กเงยหน้าจากหญ้าที่กำลังไถ เขาขมวดคิ้วเข้าด้วยกัน ซึ่ง.. เกือบจะทำให้เขาดูดีขึ้น..

                “ฉันยืนอยู่ตรงนี้” เขายกมือขึ้น ไม่สบอารมณ์

                กาเบรียลกดกริ่งอีกรอบ

                “เฮ้ย–” แจ็กละล่ำละลัก พูดแข่งกับเสียงกริ่งที่ถูกกดค้าง “ฉัน– นายแค่ต้อง– เออ ก็ได้วะ”

                เขาปิดเครื่องตัดหญ้า แล้วเดินหายไปเลยหลังบ้าน ตอนแรกกาเบรียลนึกว่าเขากำลังเดินไปหยิบขวานแล้วเอามาสับกาเบรียลซะแล้ว กำลังตั้งท่าเตรียมสู้กลับอยู่เลย เชียว แต่แล้วก็เกือบถูกประตูเปิดซัดเข้าหน้าเมื่อ แจ็ก มอร์ริสัน เดินอ้อมกลับเข้าไปข้างใน มาเปิดรับแขกจากประตูหน้าอย่างที่กาเบรียลอุส่าห์ยืนกดกริ่งอยู่ได้นานสองนาน เขามองกาเบรียลหัวจรดเท้า

                และน่าจะชอบสิ่งที่เขาเห็น เพราะว่าเขาแสยะยิ้มใหญ่ “ว่าไง”

                “สวัสดีครับ ผม กาเบรียล เรเอส” กาเบรียลกวนตีน “และผมมาคุยกับคุณเรื่องพระเยซูคริสต์”

                “ตลกนี่”

                “ทำไมนายถึงไม่มายืนยันตน ไอ้เวร” กาเบรียลอยากจะเอาไบเบิลทุบเขา “นายทิ้งแม่นายไว้ที่โบสถ์ เพื่อ..”

                “ตัดหญ้า”

                “อย่ามาเหลวไหลน่า”

                “นายควรจะเห็น ก่อนหน้านี้พื้นหญ้ามันรกมาก ถ้าฉันไม่มานะ–”

                “แม่นายนั่งร้องไห้อยู่กับลุงฉัน”

                คำพูดใดๆ  ก็ตามที่กำลังจะออกจากปากแจ็กสลายหายไปเสียก่อน ทำให้เขาได้แต่อ้าปากค้าง อ้า–หุบ อยู่พักใหญ่

                “..ร้อง?” แจ็กยกมือขึ้นแทรกผ่านเรือนผมชี้ฟูของตนเอง สีหน้าจริงจังแบบที่เมื่อครู่ไม่เป็น “อ้า.. ตายล่ะวา”

                “เอาไง นายจะยืนหล่ออยู่ตรงนี้ หรือจะกลับไปกับฉัน”

                “ขอบใจที่ชมว่าฉันหล่อ” ดูมันสวนกลับ ยิ้มอีกต่างหาก “ทำไมนายถึงแคร์นักหนา? ฉันไม่เชื่อหรอกว่านี่สำคัญกับนาย”

                “นายผิดคำพูดกับฉัน! ไม่คิดว่านั่นมันอยุติธรรมรึยังไง” กาเบรียลขึ้นเสียง “นายใช้ฉัน”

                กาเบรียลถอนหายใจ เหลือบสายตาไปทางอื่นแทน เขาไม่อยากจะเอาตัวมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เกินกว่าที่จำเป็นนักหรอก แต่เขาก็ถูกใช้จริง ๆ เขามีสิทธิ์โวยวายใช่ไหม แจ็กจ้องมองเขาใหญ่ ดวงตาแทบจะเผาผลาญรูเพิ่มในกะโหลกกาเบรียล เมื่อหันไปมองอีกที สีหน้าของแจ็กอ่อนลง ไม่มีไอ้ร้อยยิ้มเยาะหรือแววตามาดมั่นสุดชีวิต สีฟ้าในตาของเขาไม่มีคลื่น

                “ถูกของนาย ฉันขอโทษ” เขาพูดอย่างง่ายดาย น้ำเสียงไร้อารมณ์ “เข้ามาก่อนสิ”

                “ทำไม–”

                “ฉันจะเล่าอะไรให้ฟัง”

                กาเบรียลหูผึ่ง เดินตามแจ็กเข้าไปในบ้านทันที ปิดประตูตามหลังตนเองอย่าง่าย

                ข้างในบ้านครอบครัวมอร์ริสันนั้นสวยงามเหมือนข้างนอก คุณนายเขาคงเจนจัดเรื่องการตกแต่งบ้านโดยเฉพาะ หรือไม่ก็เซฟพวกบทความ “สิบวิธีแต่งบ้านง่าย ๆ ” เอาไว้เยอะมาก มีชั้นวางรองเท้าที่ทำเองหน้าประตู บนผนังแปะวอลเปเปอร์เป็นลายเถาวัลย์และดอกไม้ ส่วนพื้นก็เป็นไม้ปลอมที่สีสวยแต่ง่ายต่อการรักษา มีของแต่งบ้านทุกที่ แบบที่มีไปก็เท่านั้นแต่มันทำให้บรรยากาศสวยขึ้น เทียนกลิ่นหอม รูปภาพของแจ็กวัยเด็กบนผนัง รูปปั้นรูปไก่เดินเรียงกันบนตู้ยาวในห้องรับแขก

                แจ็กนำทางเขาไปยังห้องครัวขนาดกะทัดรัด แต่สะอาดสะอ้าน กาเบรียลเห็นเงาสะท้อนของตนเองบนเคาน์เตอร์ครัว และไม่มีจานที่ยังไม่ล้างสักใบในอ่าง ถ้วยกาแฟเล็กน่ารักห้อยจากตะขอบนผนัง มีที่วางมีดและเครื่องปรุงเป็นของตนเอง มันเหมือนภาพที่หลุดมาจากนิตยสารจริง ๆ ต่างจากห้องครัวที่ทั้งยุ่งวุ่นวายและรกรุงรังของบ้านเรเอสราวฟ้ากับดิน

                แจ็กเดินไปเปิดตู้เย็น ถามเขาข้ามหัวไหล่ว่า “ดื่มอะไรไหม”

                กาเบรียลส่ายหน้า “ไม่เป็นไร”

                แจ็กหยิบเลมอนเนดอัดขวดยกขึ้นกระดก ริมฝีปากที่ครอบรอบปากขวดดูสวยเหลือเกิน เป็นสีชมพู…

                ฉิบหาย หยุดคิดเดี๋ยวนี้เลย กาเบรียล ปฏิเสธสิ่งล่อใจ ไม่ว่ามันจะยั่วยวนแค่ไหน      

                เรานั่งลงกันที่โต๊ะทานอาหาร แจ็ก ยังคงเปลือยท่อนบน เอาเหงื่อเปื้อนเก้าอี้ไปหมด ไม่สนความสะอาดสะอ้านของห้องที่เขากำลังทำลาย เขาดื่มเลมอนเนดทีเดียวจนแทบจะหมดขวด อีกมือพาดไว้หลังพนักพิง เปิดเผยให้กาเบรียลเห็นอะไรต่อมิอะไรหมด แจ็กช่างเป็นผู้ชายที่กำยำแต่ส่วนบน เขามีแต่ไหล่กับต้นแขนหนา ๆ กล้ามหน้าท้องของเขานั้นไม่ชัดเจน–

                บางทีกาเบรียลควรเริ่มอ่านไบเบิลที่อุส่าห์ถือไว้ในมือ นี่เขาเป็นอะไรของเขานะ

                “ก่อนหน้านี้แม่ฉันไม่เคยสนเรื่องศาสนาหรอก– ตอนเรายังอยู่ที่อินดีแอน่าน่ะนะ มีแต่พ่อที่สน” เขาเริ่มเล่า ดีจังที่เขามีอะไรจะบอกจริง ๆ ไม่ใช่แค่ล่อกาเบรียลเข้ามา… “แต่พอพ่อตายไป เธอก็เริ่มสน เพราะถ้าไม่มันจะ ไม่รู้สิ เป็นการทิ้งเขา?”

                “ตอนเราขายทุกอย่างย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง ฉันไม่ได้ว่าแม่ด้วยซ้ำ คิดว่าดีซะอีกที่เธอจะได้เริ่มต้นใหม่ ถึงฉันจะต้องทิ้งเพื่อนเก่าไว้ข้างหลัง ฉันพร้อมจะปรับตัว” แจ็กถอนหายใจ “แล้วดูเธอตอนนี้สิ เพียงเพราะพ่อไม่ทันได้อยู่ดูฉันร่วมพิธี ตอนนี้เธอรีบอยากให้ฉันยืนยันตนใจจะขาด เหมือนมันเป็น.. เหมือนมันเป็นร่องรอยสุดท้ายเกี่ยวกับพ่อที่เรามี และเธอต้องเก็บมันไว้”

                กาเบรียลขยับตัวไปมาในเก้าอี้ด้วยความอึดอัด เขาไม่อยากตกอยู่ในตำแหน่งนี้– ต้องให้คำปรึกษาคน แต่

                “แม่นายต้องการที่ยึดเหนี่ยวจิตใจหลังจากการตายของคนที่เธอรัก” กาเบรียลว่า “นายโทษเธอได้เหรอ?”

                แจ็กส่ายหน้าไปมา

                “เขาไม่ใช่พ่อดีเด่นประจำปี ถ้านายเข้าใจว่าฉันหมายถึงอะไร”

                ฮ่า กาเบรียลรู้ยิ่งกว่ารู้เสียอีก เอาเข้าจริงแล้ว….

                แต่เขาไม่ได้ตอบออกไปเช่นนั้น แค่ ยักไหล่ ให้แจ็กพูดต่อ

                “ฉันไม่อยากจะทำอะไรระลึกถึงเขาอีก เขาตายไปแล้ว เราเป็นอิสระ เราควรเดินหน้าต่อ”

                “ระหว่างฉันกับนาย– แจ็ก? จอห์น? มันเป็นแค่พิธี” กาเบรียลคงโดนพ่อหวดตายถ้าได้ยินเขาพูดแบบนี้ ถ้าเขาพูดถึงพิธีการสำคัญอย่างการยืนยันตนว่าเป็น ‘แค่พิธี’ แต่..ที่นี่มีแค่เราสอง “นายกัดฟันทนนิดหน่อยก็ไม่มีใครตื้อนายแล้ว”

                แต่แทนที่จะตอบกลับ ปฏิเสธหรือเห็นด้วย สักอย่าง แจ็กดันเปลี่ยนเรื่องเลยทันที “ทำไมนายมองฉันแบบนั้น”

                กาเบรียลกระพริบตา “มองนายแบบไหน”

                “เหมือนนายไม่เคยเห็นผู้ชายด้วยกันเปลือยมาก่อนน่ะ”

                บอกเขาทีถ้าเขาคิดผิด แต่ในบรรดาสารพัดสิ่งที่คนเราควรเห็นก่อนตาย กาเบรียลไม่คิดว่าผู้ชายเปลือยเป็นหนึ่งในนั้น เขาดูตัวเองในกระจกก็ได้ แล้วก็จะได้ผลลัพธ์คล้ายคลึงกัน คุณอาจจะควรเห็นแกรนด์แคนยอน ชัวร์ หรือไม่ก็น้ำตกไนแอการา ร่างเปลือยของยอดชายนาย แจ็ก มอร์ริสัน มิใช่หนึ่งในรายการแม้กระทั่งอันดับร้อยแรกของกาเบรียลเลยด้วยซ้ำ

                ความเงียบของกาเบรียลคงจะเป็นคำตอบ เพราะแจ็กถลึงตาโต “ว้าว”

                “ฉันมีน้องสาวสี่คน” กาเบรียลแก้ตัวข้าง ๆ คู ๆ

                “อีกครั้ง ว้าว”

                “ถ้านายจะพูดอยู่คำเดียว ฉันควรกลับโบสถ์”

                “ตายล่ะ ต้องรั้งยังไงดีล่ะเนี่ย”

                “อย่าได้คิดจะทำอะไรแบบเมื่อวานอีก” กาเบรียลรีบท้วงทันที “ฉันทำบาปไปมากพอแล้ว”

                “บาป?”

                “บาปอย่างอื่นที่มนุษย์กระทำนั้น เป็นบาปนอกกาย แต่คนที่ล่วงประเวณี ทำผิดต่อร่างกายของตัวเอง” กาเบรียลเกลียดที่ตนเองสามารถท่องมันออกมาจากปากได้อย่างคล่องแคล่ว “ร่างกายของท่านเป็นพระวิหารของวิญญาณบริสุทธิ์..บลา”

                “….เอ่อ ว้าว”

                “เขาห้ามใช้ร่างกายเป็นของต่อรอง แล้วดูฉัน” กาเบรียลพูดลอดไรฟัน “ฉันยืนให้นาย..กระเด้า

                “เฮ้ นายตกลงเองนี่”

                “เพราะฉันคิดว่านายจะมาพิธียืนยันตน!”

                “แล้วนายคิดว่ายังไง การโน้มน้าวฉันจะลบล้างบาปไปเองรึ?”

                กาเบรียลถอนหายใจ “ฉันไม่ได้คิด”

                แจ็กกระพริบตา “…เดี๋ยว นายไม่ได้จ้องฉันในโบสถ์เพราะนายชอบนี่หว่า นายแค่งง”

                “เออสิ” ไม่มีใครเคยช่วยตัวเองในโบสถ์ให้เขาเห็นมาก่อน หรือ.. ที่ไหนก็ตาม

                “ตายห่าละ” แจ็กลุกพรวดจากเก้าอี้ คราวนี้สีหน้าของเขาเป็นของคนรู้สึกผิดจริง ๆ คิ้วขมวดมุ่น ริมฝีปากไม่เป็นรอยยิ้มแสยะอย่างเมื่อก่อน  “กาเบรียล ฉันขอโทษจริง ๆ ฉันอ่านสัญญาณไปผิดมาก ฉันนึกว่านาย.. โอ้ ให้ตาย”

                “นายนึกว่าฉันเป็นยังไงไม่ทราบ?”

                “หนุ่มคาธอลิกเก็บกดความต้องการทางเพศสูง?” แจ็กเอียงคอ “ไม่? โอเค?”

                “เดาถูกแค่สองเต็มสาม ก็ไม่เลว”

                “ฉันจะไม่.. ทำอะไรแบบนั้นอีก แต่ ขอสารภาพบาป?”

                “นายต้องสารภาพกับบาทหลวง ฉันไม่–”

                “นายดูดีมากในชุดสูท กาเบรียล”

                กาเบรียลกัดกระพุ้งแก้มไม่ให้ตนเองโพล่งตอบออกไปโง่ ๆ ไม่อยากจะเสียท่าต่อหน้าคนคนนี้อีกแล้ว เขาไม่ได้ใส่สูทเต็มยศ แค่เสื้อเชิร์ตกับเนกไท มันเป็นชุดสุภาพหากเขาไม่ได้ใส่เครื่องแบบสำหรับทำหน้าที่ประจำแท่นบูชา เวลาเคาะประตูเผยแพร่ศาสนากับน้องสาว กาเบรียลก็แต่งตัวแบบนี้ เขาไม่เคยถูกชมมาก่อนว่ามันดูดีพิเศษอะไร…

                “..นายก็ดูดี สำหรับคนที่ใส่แต่กางเกงวอร์ม” กาเบรียลชมกลับ คิดว่านั่นเป็นคำตอบที่ดี มั้งนะ

                แจ็กผิวปากเสียงยาว

                “ฉันควรจะกลับ” กาเบรียลลุกจากเก้าอี้ แล้ว.. นั่นคงไม่ใช่ความผิดหวังใช่ไหมน่ะ ในสายตาแจ็ก? “ถ้านายไม่อยากยืนยันตนขนาดนั้นก็… มันก็ไม่ใช่ของที่บังคับกันได้อยู่แล้ว ฉันจะกลับโบสถ์ สารภาพบาป แล้วท่องบทวันทามารีย์สักห้ารอบ”

                เขายิ้มเมื่อได้ยินเช่นนั้น มัน.. เป็นรอยยิ้มที่มีเสน่ห์มาก “แล้วนั่นจะช่วยเหรอ?”

                “ก็ระดับหนึ่ง ใช่”

                “กาเบรียล”

                “หืม?”

                แจ็กมองเขาตาละห้อย “ฉันจะเจอนายได้แค่ในโบสถ์จริง ๆ เหรอ”

                ของดีมักหลบซ่อน ฮึ?

                กาเบรียลหันหลังเดินออกจากห้องครัว ได้ยินเสียงฝีเท้าตามมาติด ๆ “จะเจอฉันอีกไปทำไม”

                “นายน่าสนใจ”

                “หรือไม่นายก็ว่างเกินไป” กาเบรียลเปิดประตู “ลาก่อน แจ็ก”

                นั่นควรจะเป็นตอนจบของทุกสิ่ง

 




 

แต่มัน.. ใช่..? มันไม่ใช่? ไม่รู้แฮะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s