Old Dog (16)

Title: Old Dog
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Soldier: 76 | Jack Morrison/Reaper | Gabriel Reyes,

Rating: E
Warning: 
Daddy kink, Ageplay, Topping from Bottoming, Cum play
Notes: If there’s hell we’re heading directly to it

                กาเบรียลไม่คิดว่าเขาจะได้กลับบ้านโดยความสมยอมอีก หลังจากวินาศกรรมวันคริสต์มาส แต่.. เขาก็มาแล้ว ยืนอยู่หน้าประตูต่อหน้าสายตาอาฆาตของ การ์ลอส เรเอส พร้อมจะตัดสินทุกสิ่งที่เขาทำและไม่ได้ทำ มองกาแบรียลหัวจรดเท้าเหมือนเขาเป็นแค่ชิ้นเนื้อ และเขาพร้อมจะโยนมันทิ้งลงน้ำเพื่อเงาเนื้อที่ใหญ่กว่า– ความว่างเปล่าน่ะนะ

                “พ่อ” กาเบรียลกล่าวทักทาย มันเป็นคำเดียวที่หลุดจากปากเขาไปได้

                ต่างจากพ่อ ผู้มีบทพูดเตรียมไว้เสร็จสรรพ “กาเบรียล..”

                “ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกจะต้องซมซานกลับมาหาฉัน” เขากอดอก ส่ายหน้าไปมาด้วยความระอา เดี๋ยว อะไรนะ? “ห้องของแกอยู่ยังไงก็อยู่อย่างนั้น ฉันยังไม่ได้เก็บ เชิญ แต่แกต้องขนสัมภาระของแกกลับมาเองล่ะ ฉันจะไม่ช่วย–”

                “ผมไม่ได้กำลังจะย้ายกลับมาอยู่บ้าน!” กาเบรียลรีบปฏิเสธ “ชีวิตของผมราบรื่นดี ขอบคุณมาก”

                พ่อกระพริบตา สีหน้าไม่ไหวหวั่นเลยแม้แต่น้อย “งั้นแกมาที่นี่ทำไม”

                ถูกของเขา กาเบรียลคงไม่มาถ้าไม่มีเรื่อง..

                “พ่อรู้ที่อยู่แจ็กไหม–”

                “ฉันจะไม่บอกแกหรอกนะ”

                กาเบรียลแทบจะกำหมัดชกอากาศและตัวเองมันเลยตรงนั้น เขาว่าไว้แล้วว่าพ่อต้องมาไม้นี้

                “พ่อ นี่เรื่องสำคัญนะ”

                “แกกับเขาทำเรื่อง…บัดสีบัดเถลิงในบ้านฉัน” พ่อกัดฟันพูด “ทั้ง ๆ ที่ฉันพร่ำบอก–”

                “นี่พ่อพึ่งจะใช้คำว่า ‘บัดสีบัดเถลิง’ หรือ”

                สำหรับคนที่มีผิวสีน้ำตาลเข้ม การ์ลอส เรเอส สามารถหน้าแดงก่ำปรี๊ดตอนโกรธจนเหมือนคนผิวขาวโดนแดดไหม้ เขาคงเริ่มมีควันออกจากหูในไม่กี่วินาทีนี้แล้ว ถ้านั่นเป็นไปได้ แต่ตอนนี้เขาทำได้แค่จ้องกาเบรียลตาถลน

                “แกอาจจะไม่เชื่อ–” เขาสูดหายใจลึก “แต่ฉันเป็นห่วงแกมากนะ”

                “ฮ่า!” การหัวเราะไม่ใช่สิ่งที่คุณควรทำต่อหน้าคนโกรธ แต่กาเบรียลไม่สน “ใช่ มันเชื่อยากมาก”

                “กาเบรียล”

                “ไม่ พ่อพูดอย่างแล้วก็ทำอีกอย่าง จะมาบอกผมว่าที่ผ่านมาพ่อแค่เป็นห่วงถึงได้ทำให้ชีวิตผมตกนรกทั้งเป็นรึ ไม่ล่ะ” มันอาจจะโหดร้ายเกินไปที่พูดแบบนี้ แต่กาเบรียลไม่คิดว่าระหว่างเรามีอะไรให้สานต่อ ให้ซ่อมแซม ถึงแม้สายตาของพ่อจะอ่อนลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น บางอย่างใกล้เคียงคำว่ารู้สึกผิด “ถ้าพ่อแคร์ แม้แต่นิดเดียว พ่อจะบอกผมว่าเขาอยู่ไหน”

                ไม่มีคำตอบ

                “พ่อ–”

                “เดี๋ยวฉันขับรถไปส่ง” พ่อตอบ ถอนหายใจ “ไอ้เด็กเวร”

 




 

                บ้านของแจ็กดู… ร้าง วังเวง ไม่ใช่ว่ามันไม่หรูหราและสร้างขึ้นอย่างร่วมสมัยเหมือนบ้านอื่นในละแวกหรอกนะ มันหน้าตาเหมือนต้องอาศัยสถาปนิกราคาแพงในการออกแบบ มีชั้นเชิงในแบบที่บ้านย่านคนรวยมักจะเป็น แต่มัน.. มีอารมณ์เปลี่ยวเหงาที่แค่มองก็รู้สึกได้ สวนของเขาว่างเปล่าไร้ซึ่งต้นไม้ ตู้จดหมายข้างประตูหน้าบ้านเต็มไปด้วยเอกสารที่เขาไม่นำมาออกมาอ่าน มีฝุ่นเกาะอยู่บนลูกบิดเมื่อกาเบรียลลองแตะ พร้อมจะกลายเป็นหยากไย่ทุกเมื่อ นี่น่ะเหรอบ้านแจ็ก?

                กาเบรียลรู้สึกเป็นห่วงอย่างช่วยไม่ได้ แต่เขาอดกลั้นความรู้สึกนั้นไว้ก่อน เขาไม่ควรจะมาเห็นอกเห็นใจแจ็ก ถึงแม้ที่เขาพูดไว้ ถึง ‘เรื่องที่ต้องคิด’ และสารพัดเหตุผลที่เขาต้องกาเบรียล.. มันน่าเป็นห่วงมาก แต่เขาทิ้งกาเบรียล กาเบรียลควรโกรธ

                เขาก็เลยตีหน้าดุสุดความสามารถเมื่อกดกริ่งประตู แล้วแจ็กเดินออกมาเปิดด้วยสีหน้าประหลาดใจ

                เขา… ไม่พูดอะไรอยู่นาน อึ้งกระมัง คงไม่คิดว่าจะได้เห็นหน้ากาเบรียลอีกเป็นครั้งที่สองหลังจากที่เขาทิ้งกาเบรียลไว้แบบนั้น แล้วก็ประหลาดใจด้วยว่ากาเบรียลรู้ที่อยู่เขาได้ยังไง ตาสีฟ้าตวัดวูบขึ้นลง สำรวจกาเบรียลหัวจรดเท้า และคงอ่านได้จากภาษากายและทุกสิ่งเกี่ยวกับเขาว่ากาเบรียลโกรธแค่ไหน เขาถึงได้ขมวดคิ้วมุ่น ยกมือขึ้นแตะท้ายทอยตนเอง

                “เฮ้… กาเบรียล” แจ็กกล่าวอย่างเชื่องช้า “ได้ที่อยู่ฉันจากพ่อเธอหรือ?”

                “นายกล้ามากนะที่ทิ้งฉันไว้แบบนั้น”

                “ฉัน–”

                กาเบรียลแทรกตัวผ่านซอกหลืบของประตู ทำให้แจ็กต้องถอยหลังหลบอย่างไม่มีตัวเลือกอื่น ปล่อยให้กาเบรียลเห็นข้างในบ้านของเขา… และมันเกือบจะแย่กว่าข้างนอก ยังมีห่อพลาสติกเคลือบเครื่องเรือนภายในบ้านอยู่เลย เขาย้ายเข้ามาอยู่ยังไง มันก็ยังเป็นอยู่เช่นนั้น มีกล่องเก็บข้าวของวางเรียงราย ประดับห้องแทนของแต่งบ้านที่ควรจะมีให้เห็น

                “ฉันไม่เคยอยากให้เธอมาเห็น.. ทั้งหมดนี่” แจ็กถอนหายใจ เรียกให้กาเบรียลหันไปมอง “แต่ไม่ทันซะแล้ว”

                “แจ็ก…” กาเบรียลพบว่าความโกรธที่เขาอุส่าห์สุมไฟไว้ตลอดสามวันไร้การติดต่อ– มันหดหายไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งแจ็กยืนหางลู่หูตกเช่นนั้น ไหล่ห่อพยายามย่อส่วนตนเองให้เล็กจิ๋ว “นี่นายใช้ชีวิตอยู่แบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว?”

                เสียงหัวเราะของแจ็กนั้นเหือดแห้ง “เลิกนับไปแล้ว”

                กาเบรียลขมวดคิ้ว ส่ายหน้าระอา เดินเข้าหาแจ็กแล้วจับมือทั้งสองข้างของเขาไว้ นิ้วเราทั้งสิบประสานเข้าด้วยกัน แจ็กลังเลเล็กน้อยเมื่อถูกสัมผัส แต่แล้วก็โอนอ่อน เพราะว่ามันคือกาเบรียลที่กำลังจับมือเขา และกาเบรียลเป็นข้อยกเว้นเสมอ

                “นายจะใช้ชีวิตแบบนี้ไมได้ ที่รัก”

                “ฉันรู้” แจ็กตอบ แต่เสียงฟังดูคล้ายการสำลักมากกว่า “ฉันรู้ พระเจ้า กาเบรียล ฉันมันไม่เอาไหน”

                “ไม่ ไม่ ไม่ อย่าพูดอย่างนั้น” กาเบรียลโน้มเข้าไปใกล้ ชนจมูกของทั้งสองงเข้าด้วยกัน “เราจะแก้ไขมัน”

                “เธอไม่จำเป็นต้อง–”

                “เราจะค่อย ๆ จัดการกับ.. ทั้งหมดนี้” กาเบรียลขัด “ฉันจะช่วยนายเอง”

                เสียงของเขาไม่เว้นช่องว่างให้โต้เถียง แจ็กเลยสมยอมแต่โดยดี การจัดการบ้านใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก หลังจากดึงห่อพลาสติกจากทุกเครื่องเรือนออก (โซฟา เคาน์เตอร์ครัว โต๊ะเขียนหนังสือ–) แค่นั้นบ้านก็ดูเหมือนมีเจ้าของขึ้นตั้งเยอะแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการย้ายของจากในกล่องสู่ข้างในบ้าน จานวางในตู้ติดผนัง หนังสือบนชั้นวาง เสื้อผ้าแขวนกับราว อะไรเถือกนั้น เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น เรามีกล่องกระดาษว่างเปล่าวางเป็นกองพะเนิน รอเก็บกวาดทิ้ง มันทำลายวิวนิดหนึ่ง แต่ไม่เป็นไร

                กาเบรียลนั่งอยู่บนโซฟาไร้ห่อพลาสติก แจ็กนอนหนุนตักเขา เงยหน้ามองกาเบรียลตาวาวด้วยสายตาแบบเดียวกับที่เขามีหน้าประตู ไม่อยากจะเชื่อว่ากาเบรียลอยู่ที่นี่ แล้วก็คงไม่อยากจะเชื่อด้วยว่าทำไมกาเบรียลไม่เริ่มยัดหัวแจ็กเข้าก้นจนเขากลับหัวกลับหางเป็น– โอเค นั่นภาพกราฟิกไปหน่อย อย่าไปนึกถึงมัน ดูแจ็กดีกว่า ขดตัวบนโซฟาขนาดกว้างจนตัวเองเล็กจิ๋ว สองขาชันเข่าขึ้น สองมือกุมไว้ที่อก กาเบรียลอยากจะจูบเขา ถามว่าเขาเป็นอะไร เรื่องอะไรมันกำลังวิ่งวนอยู่ในหัวเขา?

                “เธอดีกับฉันเกินไป” แจ็กพึมพำ เสียงไม่ได้ดังเลย แต่ก็มากพอจะทำลายความเงียบ

                “ฉันเปล่า” กาเบรียลเถียง เกลียดจริงเวลาทำดีเข้าหน่อยแล้วคนมองเขาเป็นพ่อพระปวกเปียกนุ่มนิ่ม เขายังมีภาพพจน์ให้ต้องรักษานะ “ใครเห็นสภาพนายเข้าก็ต้องอดรนทนไม่ไหวกันทั้งนั้น– ดูสิ โซฟาดีขึ้นตั้งเยอะเลยเห็นไหม”

                “ฉันคิดว่าถ้าทิ้งพลาสติกไว้มันจะได้ไม่เปื้อน” แจ็กเถียงข้าง ๆ คู ๆ

                “ก็ปล่อยให้มันเปื้อนไปสิ แล้วก็ทำความสะอาดมันทีหลัง”

                “นั่นน่ะเหรอที่คนปกติเขาทำกัน” แจ็กยกมือขึ้นสูง ลูบเคราของเขา “ทำความสะอาดโซฟา”

                “แล้วก็อีกหลาย ๆ อย่าง ใช่” กาเบรียลปล่อยให้เขาลูบ “อย่าง ซื้อของชำมาติดตู้เย็นไว้”

                แจ็กขำ “อ้อ เขาไม่กินอาหารแช่แข็งกันทุกมื้อว่างั้นสิ”

                “ซักผ้า” กาเบรียลไล่รายการ “รับจดหมาย”

                กาเบรียลขมวดคิ้ว ใช้นิ้วไล่กับเคราที่ขึ้นเป็นตอตามกรามของแจ็ก ไม่ได้รับการโกนอย่างเกลี้ยงเกลา แจ็กทำให้เขานึกถึงตุ๊กตา ตุ๊กตาทหาร พอหลุดจากสงครามมาแล้วเลยไม่รู้จะทำยังไงต่อในโลกความเป็นจริง ไม่รู้วิธีฟังค์ชั่น ทั้งหมดนี้ไม่เห็นเขาเคยเล่าให้กาเบรียลฟัง แค่.. พรรณนาถึงความรุ่งเรืองในอดีต และนาน ๆ ที จุดอ่อนของเขา ในรูปแบบของการขอให้ช่วยลืมมัน

                “ฉันขอโทษที่หนีออกมาอย่างนั้น ฉัน.. ตระหนก ฉันไม่ทันได้คิด” แจ็กพึมพำ “ฉันบอกเธอไม่ได้ว่าเรื่องอะไรที่ทำให้ฉันมีปฏิกิริยาแบบนั้น มันเป็นความลับ แต่ฉันบอกได้ว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ เธอไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันแค่ต้อง.. คิด”

                “คิด?”

                “เกี่ยวกับทางเลือกของฉัน” แจ็กตอบ “เธอเข้าใจ ใช่ไหม?”

                ส่วนหนึ่งในตัวกาเบรียลอยากจะตอบว่า ไม่โว้ย พูดอะไรของเอ็ง ไม่เห็นรู้เรื่องเลย แต่ส่วนนั้นมันเป็นแค่ความโกรธฉุนเฉียวชั่ววูบ ถ้าแจ็กบอกว่ามันไม่เกี่ยวกับเขา มันก็คงไม่เกี่ยวกับเขาจริง ๆ นั่นแหละ กาเบรียลไว้ใจเขา ใช่ไหม?

                “..ฉันไม่ค่อยชอบนักหรอก แต่ ใช่ ฉันเข้าใจได้” กาเบรียลตอบ

                แจ็กยันตัวจากตักกาเบรียลขึ้นนั่ง มือข้างหนึ่งพาดทับไหล่กาเบรียลไว้ ขยับตัวเข้ามาใกล้ชิดแนบสนิท กาเบรียลไม่ได้เคลื่อนตัวหนี แต่ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้เมื่อแจ็กพูดว่า “ให้อภัยฉัน? ตลอดสามวันที่ผ่านมานี้ฉันไม่กะจิตกะใจจะลุกจากเตียงเลย..”

                “แจ็ก ฉันไม่ควรจะเป็นเหตุผลที่นายลุกออกจากเตียง” กาเบรียลเถียง แต่พอเริ่มพูดริมฝีปากของแจ็กก็มาอยู่ที่ซอกคอของเขาแล้ว พรมรอยจุมพิตนับสิบที่ทำให้กาเบรียลต้องกลั้นเสียงครางลงคอ “บางที นายควรจะหาใครช่วย–”

                “ฉันรู้สึกแก่เหลือเกิน กาเบรียล” เขาถอนหายใจ ร้อนผ่าวบนผิวจนขนลุก “แก่ อ่อนแอ มันยิ่งแย่ขึ้นทุกวัน”

                “แจ็ก– อ๊ะ เดี๋ยว ไม่เอาเว้ย คุยกันก่อน–”

                คมฟันกัดลงบนเนื้อ ไม่ถึงกัดด้วยซ้ำ แค่ขบ แต่มันทำให้กาเบรียลหยุดขยับขัดขืน ร่างกายแน่นิ่ง

                “ช่วยฉันที ได้โปรด”

 




 

                แจ็กหยุดยั้งไม่ได้เลยหลังจากนั้น

                ตั้งแต่ชั้นล่างขึ้นมาถึงชั้นสอง จนตัวของกาเบรียลถูกผลักลงบนเตียง (ไร้ห่อพลาสติก) เขาจูบกาเบรียลไม่หยุด ไม่ว่าจะบนริมฝีปาก บนคอ บนแก้ม แม้แต่ที่เคราของเขา เหมือนกระหายการสัมผัสและการถูกสัมผัส เขาครางตอนกาเบรียลจับเข้าที่ต้นแขนแล้วบีบอย่างแผ่วเบา เขาครางเมื่อสองมือของกาเบรียลโอบรอบคอ เขาต้องการกาเบรียลมากมายขนาดนั้นเลย

                ความไม่แน่นอน ความลังเล มันค่อย ๆ มลายหายไปกับเสื้อผ้าทีละชิ้นที่เราเปลื้องออกจากร่าง จริงอยู่ ก่อนหน้านี้กาเบรียลไม่แน่ใจเลยสักนิดว่าเราควรจะมาทำอะไรแบบนี้ในยามที่แจ็ก.. เปราะบางเป็นพิเศษ แต่ เขาต้องการมัน และกาเบรียลเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคิดถึงสิ่งที่เรามี มันคงไม่ใช่เรื่องเลวร้ายกระมัง หากจะทำตามใจเสียหน่อย ตามตัณหา

                กาเบรียลกำลังถูกดันให้ลงนอนบนเตียงตอนที่เขานึกอะไรขึ้นได้ ยกมือขึ้นปราม “เดี๋ยว”

                แจ็กกระพริบตาปริบ ๆ ไม่รู้ว่าทำไมถึงถูกบอกให้หยุด

                “ฉันมีไอเดีย” กาเบรียลพลิกตัวเราทั้งสองให้แจ็กเป็นฝ่ายนอนหงายกับเตียงแทน “หรือจะพูดว่า แด๊ดดี้มีไอเดียดี”

                แจ็กหลุดขำพรืด แต่กาเบรียลมองไม่พลาดว่าสายตาของเขาเป็นเช่นไรเมื่อได้ยินประโยคนั้น กลมโต เบิกกว้าง ทั้งประหลาดใจ คาดไม่ถึง และสั่นสะท้านไปทั่วตัวจนถึงกระดูกสันหลัง ต้องขยับตัวใหม่บนเตียง “ไม่ใช่ว่านั่นเป็นบทของฉันเหรอ”

                “สลับกันบ้าง” กาเบรียลตอบ “ถ้านายไม่ชอบ นายก็บอกให้ฉันหยุด ตกลงไหม?”

                แจ็กพยักหน้า เชื่องช้า และยังพอมีความลังเลหลงเหลือ

                จนกระทั่งกาเบรียลพูดประโยคเด็ดเท่านั้นแหละ “ให้แด๊ดดี้ดูแลเธอเอง”

 




 

                แจ็กอินกับบทมาก มันเกือบจะมากเกินไป เกือบทำให้กาเบรียลรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด ๆ ว่าเขาเป็นไอ้พ่อหื่นกามกำลังลวนลามลูกชายทูนหัวจริง ๆ แต่แค่ก้มลงมองเขาก็เห็นเต็มตาว่ามันเป็นแค่ชายอายุ หกสิบ–สักอย่าง ที่อยากจะให้กาเบรียลดูแล และเขาแค่ชอบไอ้บท ‘แด๊ดดี้กาเบรียล’ นี่มาก ๆ และนี่เขายังไม่ได้เริ่มอะไรเลยนะ แค่เล้าโลม เตรียมการ

                หล่อลื่นทำให้ทุกอย่างทั้งเปียกทั้งแฉะ แถมยังอุ่นต่อสัมผัส ทำให้แจ็กดิ้นพล่านเมื่อถูกจับ เขา… ออกท่าทางมากกว่าปกติ ไม่ใช่แค่สั่นเทิ้ม แต่แขนขาถึงกับขยับสะเปะสะปะจนกาเบรียลต้องดุ จับเขาไว้ให้นิ่งระหว่างที่ใช้อีกมือรูดขึ้นลง ค่อย ๆ รู้สึกถึงเขาตื่นตัวในมือ การใช้มือให้ผู้ชายที่ขลิบยังคงรู้สึกแปลก ๆ กับกาเบรียลอยู่ดี แต่ไม่ใช่การแปลกที่เลวร้าย แค่.. แตกต่าง พื้นผิวมันเปลี่ยนไป แรงเสียดทานเหมือนจะน้อยลงเมื่อขยับ กาเบรียลเทหล่อลื่นเพิ่ม ชโลมมันจนทั่วหัวจรดโคน

                “แด๊ดดี้..!” แจ็กร้อง เสียงสูงและเปี่ยมไปด้วยความต้องการ “ผมรู้สึกแปลก ๆ …”

                “แปลก?” กาเบรียลหยุดมือ “เจ็บรึเปล่า แจ็กกี้?”

                เสียงของแจ็กทุ้มเกินไปมากที่จะแสดงบทนี้อย่างแนบเนียน แต่เราก็ไม่ได้ต้องการความแนบเนียนอยู่แล้วกระมัง แค่ความรู้สึก ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวกับแจ็กที่ทำให้เขาเข้าท่า ยกเว้นใบหน้าของเขา สีฟ้าเยิ้มด้วยน้ำตา จ้องกาเบรียลด้วยความหวาดหวั่นระคนความอยากรู้อยากเห็นที่เป็นของจริงแท้แน่นอน ไม่ได้ปลอมแปลงมาจากไหน แก้มของเขา ขึ้นสีแดงเรื่อตรงโหนกแก้ม ริมฝีปากเผยอขึ้นหอบหายใจ.. เขาดูใสซื่อ และมัวเมา ลุ่มหลงกับสิ่งที่แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่เข้าใจ

                “ไม่.. ไม่ได้เจ็บ” แจ็กสำลัก “อย่าหยุด”

                กาเบรียลส่ายหน้า “เราต้องพูดว่ายังไง?”

                “อย่าหยุด..ครับ?”

                “เด็กดี”

                แจ็กส่งเสียงครางลึกต่ำในลำคอ สมบูรณ์แบบ

            เมื่อเตรียมพร้อมแจ็กเสร็จ เขาก็ต้องเตรียมตัวเองต่อ สอดนิ้วเปียกชื้นเข้ามาในตัวอย่างรีบเร่งร้อนรน แล้วก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อเผลอทำแรงเกินไป แจ็กมองเขาด้วยสายตาของเด็ก อยากรู้อยากเห็นเสียเหลือเกินว่าแด๊ดดี้กำลังทำอะไร เล่นสนุกโดยไม่มีเขา แต่เมื่อกาเบรียลพร้อม แจ็กก็ได้คำตอบทันทีทันใด เป็นร่างของแด๊ดดี้ค่อย ๆ ลดสะโพกลงรับเขา เข้ามาไว้ข้างในความอบอุ่นชื้นเปียกด้วยหล่อลื่นที่รัดแน่นเสียจนแจ็กหลับตาปี๋ หายใจไม่ทันเป็นจังหวะ มือปัดสะเปะสะปะไม่มีที่ให้ยึดเหนี่ยว

                “แด๊ดดี้… รู้สึก..ดีจังเลย!” แจ็กถึงขั้นน้ำลายไหล ดวงตาหลุดโฟกัส

                กาเบรียลเอื้อมไปดึงมือแจ็กให้มาจับเอวเขาไว้ ในระหว่างที่เขาขยับขึ้นลง “แจ็กกี้ชอบไหมครับ?”             

                “ชะ– ชอบครับ”

                “ชอบให้แด๊ดดี้ขยับแบบนี้ใช่มั้ย?”

                แจ็กพูดไม่เป็นภาษา มัวแต่ยุ่งอยู่กับการสะอื้นไห้ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสุขสม ยิ่งกาเบรียลขยับเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งลอยละล่องไปไกลจากฉากที่เราทั้งสองกำลังบรรเลง มัวแต่เคลิบเคลิ้มไปกับมันจนจิตไม่อยู่กับเนื้อกับตัว กาเบรียลคงจะใช้มือตีแก้มเบา ๆ เรียกให้เขากลับฝั่ง แต่อีกใจหนึ่งก็อยากให้แจ็กมัวเมาไปกับมัน แบบนี้ เขาจะได้ไม่ต้องถูกหลอกหลอนด้วยความคิดแง่ลบที่รังควาญเขา กาเบรียลบนร่างเขาเช่นนี้ มีอยู่แค่ไม่กี่สิ่งที่แจ็กต้องห่วง ว่ามันรู้สึกดีกับมันรู้สึกมากแค่ไหน

                 กาเบรียลเองก็ต้องยอมรับ มันไม่ได้รู้สึกเลวร้ายเลยสำหรับทางเขา ดี.. ดีมาก เมื่อได้บังคับจังหวะเป็นของตนเอง ใช้ร่างของแจ็กกี้ยังไงก็ได้ตามที่เขาต้องการ ได้สัมผัสเสียดสีกับทุกจุดข้างในที่ทำให้กาเบรียลเห็นดาว สะโพกของเขาเริ่มสั่น มันชักยากเย็นที่จะรักษาหลังให้ตรงแหน่ว และแขนขาไม่สั่น กาเบรียลเลยใช้อกแจ็กเป็นที่ยึดมั่น สังเกตเห็นยอดอกชูชันตรงนั้น

                “แจ็กกี้อยากให้แด๊ดดี้เล่นกับตรงนี้ด้วยมั้ย?” กาเบรียลถามไปงั้น มือรู้เป้าหมายอยู่แล้ว

                แต่แจ็กก็ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้ “ตรง.. ตรงไหนหรือครับ?”

                เมื่อกาเบรียลบิดนิ้วหยิก แจ็กร้องเสียงสูง สงสัยจริง ๆ ว่าเขาสามารถเสร็จทั้งแบบนี้ได้ไหม ระหว่างถูกจับตรงนี้?

                กาเบรียลแสยะยิ้มแล้วเริ่มทดสอบ ทำให้แจ็กอ่อนปวกเปียกในฝ่ามือ

 




 

        “แจ็กกี้… แด๊ดดี้เหนื่อยแล้ว”

                อีกหนึ่งคำโกหก ฉากมันยังไม่จบลงและกาเบรียลก็ยิ่งกว่าไหว

                แจ็กคุกเข่าสี่ขาอยู่ตรงหว่างขาของเขา จ้องหลักฐานเห็นเต็มตาว่ากาเบรียลยังคงตื่นตัวขัดกับคำพูดของเขาลิบลับ เมื่อแจ็กเริ่มใช้มือขยับ จับมันอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ (การแสดงทั้งนั้น) เห็นมันหลั่งหยาดสีขาวไหลเยิ้มลงตามความยาว อีกหนึ่งหลักฐานเช่นกัน แจ็กแลบลิ้นออกมาเล็ก ๆ ค่อย ๆ เลียมันทีละนิดจนชวนให้คิดถึงแมว กาเบรียลเริ่มเอื้อมมือไปเกาคางเขา ได้ยินเสียงแจ็กครางต่ำแล้วขยับศีรษะให้รับสัมผัสง่ายดายขึ้นกว่าเดิม ยังอยากจะบริการแด๊ดดี้ แม้กระทั่งตอนที่เขาเหนื่อย

                “ผมอยากช่วยแด๊ดดี้บ้าง” แจ็กขอ “นะครับ”

                กาเบรียลขมวดคิ้ว “จะไหวเหรอ”

                โอ้ย แจ็กไหวอยู่แล้วล่ะ แต่เราต่างก็มีบทบาทของกันและกัน

                “ไหว! ผมทำได้! ผม..” แจ็กสูดหายใจลึก “ผมอยากทำ”     

                แล้วเขาจะปฏิเสธแจ็กกี้ได้ยังไงล่ะ?

                แจ็กเริ่มจากการใช้มือก่อน ขยับหนังหุ้มจนเห็นส่วนหัว แล้วถึงจะค่อย ๆ ใช้ลิ้นลิ้มรสมัน ไล่ลงมาตรงร่องและรับทั้งหมดที่กาเบรียลหลั่งออกมา เขาหลั่งเลอะเทอะเสมอเลยก่อนที่จะสำเร็จความใคร่ และแจ็กก็ได้รับมันไปหมด มีอยู่ช่วงหนึ่งที่แจ็กไม่ทำอะไรเลยนอกจากขยับข้อมืออย่างเชื่องช้าแล้วอ้าปากแลบลิ้นรอผลลัพธ์ หรือตอนที่เขาซุกจมูกลงในขนตรงโคนแล้วสูดกลิ่น ดื่มด่ำไปกลับกลิ่นกายเฉพาะตัวของกาเบรียล เขาแช่อยู่อย่างนั้นเหมือนสามารถดมกาเบรียลได้ทั้งวันทั้งคืนงั้นแหละ

                กาเบรียลต้องแทรกมือผ่านเส้นผมแจ็ก จับให้เขาเงยหน้าขึ้น “เล่นพอแล้ว ไหนว่าจะช่วยแด๊ดดี้ไง?”

                “…ขอโทษครับ” แจ็กตอบ เหม่อลอย ริมฝีปากค่อย ๆ เม้มรอบฟันแล้วอมกาเบรียลเข้าไป

                เร็วเกินไป เยอะเกินไป มันทำให้แจ็กสำลักทันทีที่เริ่ม ความผิดพลาดของมือใหม่– ที่ตั้งใจ เพื่อบทบาทของเราสอง ทั้งตัวของแจ็กสั่นเทิ้ม น้ำตาไหล น้ำลายเป็นฟองอยู่ตรงมุมปาก กาเบรียลจะไม่ปฏิเสธว่าอาการชักของคอแจ็กเมื่อเขาสำลักทำให้มันรู้สึกดีมาก รู้สึกถึงการสั่นบนหนังหุ้ม บนส่วนหัวที่อ่อนไหวต่อสัมผัส แต่เขาไม่อยากให้แจ็กสำลักตาย และดูจากความมาดมั่นของแจ็กกี้ เขาไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ด้วย ยังจะพยายามลดริมฝีปากลงมาต่อต้านอาการปฏิเสธของร่างกาย–

                กาเบรียลต้องจิกผมให้เขาเงยหน้า ทำให้แจ็กส่งเสียงโอดโอยด้วยความเจ็บปวด สลับกับอาการไอค่อกแค่กหาอากาศหายใจไม่ทัน แจ็กดู..รู้สึกผิด เสียใจที่ไม่ได้ช่วยแด๊ดดี้ดังคาด น้ำตาอาจจะไม่ได้มาจากการสำลักอย่างเดียว

                “บอกแล้วไงว่าไม่ไหว” กาเบรียลพูดเสียงนิ่ง

                “ผมทำได้! ขอผม– ขอผมลองอีกครั้ง” แจ็กขอ ยกมือขึ้นเช็ดปาก “นะครับ”

                “ไม่เอา แจ็กกี้”

                แจ็กเริ่มร้องไห้ และนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดเท่าที่กาเบรียลเคยเห็นแล้วล่ะ ไม่เคยมีใครฟูมฟายเพราะอยากจะใช้ปากให้เขามาก่อน กาเบรียลร้องชู่ มือลูบศีรษะไม่ให้แจ็กร้อง ซึ่งก็ได้ผล เขาทำแค่สะอื้นแทน

                “โอเค โอเค” กาเบรียลแกล้งทำเป็นถอนหายใจ เบื่อหน่าย “อีกครั้งหนึ่งนะ”

                เมื่อแจ็กพยายามใหม่ คราวนี้เขาไม่สำลักแล้ว แถมยังรู้สึกดีมากอีกต่างหาก..

                “อย่างนั้นแหละ แจ็กกี้” กาเบรียลชมเปราะ ลูบหัวเขาไปด้วย “เด็กดี”

 




 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s