Dollie

Title: Dollie
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Reaper | Gabriel Reyes/Roadhog | Mako Rutledge, Reaper | Gabriel Reyes/Soldier:76 | Jack Morrison, Roadhog | Mako Rutledge/Junkrat |  Jamison Fawkes
Rating: M

Warning: Crossdressing, Lingerie, Polyamory Relationship, Implied Sexual Content, Mentions of Exhibitionism, Sorta Sexting (sorta)

                “แจ็ก ช่วยฉันหน่อยสิวะ”

                กาเบรียลสั่ง ยอมแพ้จากการพยายามติดตะขอเสื้อในด้วยตนเอง เขาดิ้นรนที่จะพยายามติดมันจากข้างหลังโดยไม่กลับด้าน– ความท้าทายเล็ก ๆ น้อย ๆ – แต่ก็พบว่ามันแทบจะรัดรอบกล้ามหน้าอกของเขาไม่ไหวอยู่แล้ว และถ้าเขายังขืนไปดึงรั้งมันอีก เขาอาจจะทำมันขาดด้วยอารมณ์ร้อนของตนเองล้วน ๆ และนั่นยอมให้เกิดไม่ได้ในวันโอกาสพิเศษเช่นนี้

                แจ็กเหลือบมองเขาเหนือกรอบแว่นตาอ่านหนังสือ ไม่ได้กลอกตาใส่กาเบรียลเสียทีเดียว แต่ก็เกือบ เขาวางหนังสือพิมพ์ในมือลงบนเตียง (ใครเขายังอ่านหนังสือพิมพ์ในยุคนี้นะ) วางแก้วกาแฟหอมกรุ่นหวานน้ำตาลกับตู้หัวเตียง แล้วกระเถิบตัวมาริมขอบเตียง เอื้อมมือติดตะขอให้เขา กาเบรียลขยับยกทรงไปมา พยายามหาตำแหน่งที่เหมาะสม

                “ขอฉันถามอีกที ทำไมมาโก้ถึงได้สิทธิพิเศษเห็นนายแบบนี้?” เขาแทบจะได้ยินแจ็กเบ้ปากผ่านน้ำเสียง

                ใช่ความอิจฉารึเปล่านะที่เขาได้ยินจากปากแจ็ก อาจจะใช่ ในแง่ของการพลาดโอกาสงามที่ปกติเขาจะได้ที่นั่งสำรองริมเวทีเป็นคนแรก แต่ไม่ใช่ในแง่ของความหึงหวง เราอยู่ในความสัมพันธ์ชายสี่คนนี่มานานจนกาเบรียลไม่คิดว่าแจ็กจะเหลืออะไรให้ตนเองระคายใจอีกต่อไปแล้ว มั่นใจในตำแหน่งฐานะคนรักกาเบรียลมากพอจนไม่ต้องหวาดกลัวอะไร ไม่ต้องน้อยใจว่าการที่เขาคบอยู่กับมาโก้ด้วยอีกคนจะแย่งความสนใจของกาเบรียลไปจากเขา– อย่างน้อยก็ไม่มากเท่าไหร่ ต่อให้มันเกิดขึ้น

                กาเบรียลหันไปมองเขา “เพราะ ต่างจากมาโก้ คนแถวนี้มือหนักและฉีกเสื้อในราคาแพงของฉันทิ้งทันทีที่ขึ้นเตียง”

                “เฮ้ย ฉันบอกแล้วว่าฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ใครจะรู้ว่ามันบอบบางขนาดนั้น?”

                “นายกัดขอบกางเกงในฉันแล้วกระชากมันออก”

                “ฉันผิดเหรอ? ดูนายสิ” แจ็กผายมือ ไล่สายตาลงตามส่วนโค้งเว้าของชุดชั้นในลายลูกไม้สีขาวที่เขาสวม มองสายรัดถุงน่องเหนี่ยวรั้งชั้นในกับต้นขาไว้แทบจะไม่ได้ มันยากมากที่จะหาขนาดเข้ากับกล้ามขาของเขา แต่กาเบรียลหามาได้เสมอแหละ ถึงแม้มันจะรัดรูปไปนิด และแทบจะปริใต้กล้ามเนื้อทั้งหมดของเขา แต่ดูจากสายตาของแจ็กแล้ว: มันดูดี

                “ดูแต่ตา มืออย่าต้อง” กาเบรียลเดินไปหยิบเสื้อเชิร์ตจากตู้เสื้อผ้า “นี่ของมาโก้”

                แจ็กกำลังจะกลับไปดื่มกาแฟของเขาก่อน แต่แล้วก็ชะงัก “เดี๋ยว นายจะใส่ไปทำงานอย่างนี้เนี่ยนะ?”

                กาเบรียลติดกระดุม สวมเสื้อคลุม ผูกเนกไทของเขาหลวม ๆ ทับคอเสื้อและปิดบังโชคเกอร์ “ใช่”

                แจ็กเลียริมฝีปาก ส่งเสียง จุ๊ จุ๊ จุ๊ “นายกำลังทดสอบความอดทนของฉันอยู่”

                พอดึงกางเกงขึ้นสวม มันก็ดูไม่ออกว่ามีอะไรซ่อนอยู่ข้างใน “จงทดสอบมันต่อไป”

                “ถ้าเกิดมีคนเห็นเข้าล่ะ?” แจ็กพูด กาแฟกับหนังสือพิมพ์ถูกลืม เสียงของเขาเข้มขึ้นและมีบางอย่างคล้ายความกระหายอยู่ในทุกพยางค์ “นายกำลังประชุมอยู่ แล้วลูกค้าของนายก็มองเห็นลูกไม้สีขาวใต้เสื้อเชิร์ตบาง ๆ ที่นายสวม..”

                กาเบรียลก้มลงมองอกตนเอง “มันก็หนาอยู่นะ แถมเป็นสีดำ”

                “บางทีแมคครีอาจจะเห็น นายดึงคอเสื้อลงแค่เล็กน้อยมันก็มองเห็นโชคเกอร์ที่นายสวม เห็นลูกไม้ของมัน เด็กนั่นตาไวมาตลอดอยู่แล้ว คงจะกลายเป็นฝันเปียกของจริงถ้าได้เห็นเจ้านายคนโปรดของมันสวมของต้องห้ามใต้เสื้อ…”

                “แจ็ก! เจสซี่เป็นเหมือน ไม่รู้สิ ลูกชายฉัน!” กาเบรียลแยกเขี้ยว “อย่าทำตัวน่าขยะแขยงน่า”

                แจ็กหัวเราะ “ฉันก็แค่แซว เห็นเด็กมันชอบมองนาย”

                “ฉันจะต่อยนาย”

                “นายรู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ว่าอะไร ถ้านายกับเขา…”

                แจ็กไม่เคยว่าอะไรอยู่แล้วแหละ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นหนึ่งในข้อดีของเขา ถ้ากาเบรียลต้องยอมรับ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเจอคนรักที่ใจกว้าง เขาเปิดใจให้กาเบรียลคบกับใครก็ได้ รู้ดีว่าความสัมพันธ์เพียงคนเดียวจะไม่ทำให้เขาพอใจ อยู่นิ่งไม่ได้ แต่แจ็กดันไม่มองหาใครบ้าง เขารับปากว่าเขาจะมองหา แต่ก็ไม่เห็นจะคุยกับใครเลย อยู่ในความสัมพันธ์อย่างพอใจแล้วที่จะมีกาเบรียลคนเดียว ซึ่งบางวันก็ทำให้เขารู้สึกผิดนิด ๆ ที่ต้องการความสนใจจากคนสองคน แต่แจ็กก็ยืนกรานว่าเขาสบายดี

                “ผู้ชายสองคนก็พอแล้วมั้ง ในชีวิตฉัน” กาเบรียลพึมพำ

                “ฉันไม่รู้ว่านายทำได้ยังไง” แจ็กหันกลับไปหยิบแก้วกาแฟ หลังพบว่าแหย่เขาไม่สำเร็จ “ไม่เหนื่อยเหรอ”

                มันยากที่จะยอมรับว่าเผอิญเขาเป็นพวกชอบเรียกร้องความสนใจ เพราะเขาเปล่า “ไม่ได้ยากเย็นอะไรขนาดนั้น”

                “นายต้องใช้เวลากับมาโก้ นายต้องใช้เวลากับฉัน บลา”

                “มาโก้มีเจมิสัน ฉันไม่ได้ต้องอยู่กับเขาตลอด” กาเบรียลตรวจตนเองอีกรอบ “ฉันควรไปล่ะ”

                “หาเงินเลี้ยงสามี หืม?”

                กาเบรียลขำ คิดภาพแจ็กเป็นภรรยาแม่บ้าน ผมทองและสวมผ้ากันเปื้อน ทำอาหารและทำความสะอาดบ้าน “ใช่”

                แจ็กยิ้ม ยกแก้วขึ้นสูงเป็นการบอกลา “โชคดี ที่รัก”




                พอมานึกย้อนดูอีกที มันอาจจะไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดล้ำเท่าไหร่นัก การสวมเสื้อในมาทำงานเนี่ย มัน.. เสียสมาธิมาก พอขยับสัมผัสของลูกไม้เสียดสีผิวก็ทำให้กาเบรียลเกือบจะเข่าอ่อน ต้องกลับมานั่งลงที่โต๊ะทำงานตนเอง ไขว้ขวาถูมันไปมาเพราะเขาหยุดคิดไม่ได้ว่าถุงน่องรู้สึกดีแค่ไหนบนขา เป้ากางเกงของเขาคับแน่นเพราะกางเกงในตัวจิ๋วประคับประคองขนาดตนเองไม่ไหว เขาคิดว่ามันคงจะเซ็กซี่ดีสำหรับมาโก้ถ้าเขาสวมมันไว้ใต้ชุดสูท แต่ตอนนี้เขาทั้งเสียสมาธิทั้งเสียอารมณ์

                กาเบรียลพยายามตั้งสติใหม่ ตั้งใจทำงาน แต่ก็มีอยู่ชั่วขณะหนึ่งที่เขาไมได้พิมพ์อะไรเลยนอกจาก ‘ฟหกฟหกหกหฟกง’ ในอีเมลย์สำคัญที่เขาต้องส่งให้หุ้นส่วน แล้วก็มีตอนหนึ่งที่เขาตวาดลั่นใส่เลขา แมคครี ด้วยความหงุดหงิด ทั้ง ๆ ที่เด็กมันไม่ได้ทำอะไรผิดสักกะหน่อย เขามัวแต่คิดฟุ้งซ่านถึงสารพัดคำพูดของแจ็ก แต่ละอย่างหลอกหลอนในหัวว่าอาจจะมีคนจับเขาได้คาหนังคาเขา คงจะน่าอายน่าดู กาเบรียล เรเอส! เจ้านายสุดโหด ใจหิน สวมเสื้อชั้นในลูกไม้ภายใต้ชุดสูทของเขา!

                กาเบรียลจะบ้าตาย บางครั้งเขาก็ทำอะไรโง่ ๆ

                ทนไม่ไหว เขาชักโทรศัพท์มือถือออกมากด ส่งข้อความหามาโก้

                กาเบรียล: มาโก้ อยู่ไหม

                มาโก้ ✔  อ่านแล้ว 10:47

               … แล้วทำไมไม่ตอบวะ

                เขาต้องนั่งทรมานอยู่กับความต้องการทางเพศที่แทบอดกลั้นไม่ได้อยู่สัก… สองชั่วโมง สั่งให้แมคครีซื้ออาหารเที่ยงเข้ามาทานในห้องระหว่างเขาพยายามทำงาน ตอนเที่ยง โทรศัพท์ของเขามีข้อความเข้า และการสั่นของมันในกระเป๋ากางเกงนั้นมากพอที่จะทำให้กาเบรียลสะดุ้ง เกือบทำแฮมเบอเกอร์ อิน–แอนด์–เอาท์ ในมือร่วง แต่เขาตั้งตัวไว้ได้ทัน

                มาโก้: อยู่

                กาเบรียลลูบหน้าด้วยความระอา เขาลืมไปเลยว่ามาโก้เป็นคนที่ส่งข้อความได้แย่แค่ไหน

                เขาจัดการมื้อเที่ยงตนเองจนเสร็จสรรพแล้วตัดสินใจโทรหาอีกฝ่าย ใช้เวลาพักเที่ยงให้คุ้มค่า ถูกไหม?    

                รอเสียงสัญญาณดังอยู่ห้าครั้งถึงจะรับสาย

                “ไม่ใช่ว่าแกกำลังทำงานอยู่หรอกเหรอ” มาโก้พูดทัก เสียงหยั่งกะคำราม

                กาเบรียลลูบต้นขาตนเองด้วยความประหม่า ถูนิ้วกับสายรัดถุงน่องข้างใต้ “พักเที่ยงอยู่”

                มาโก้ไม่พูด

                “ฉันโทรมาผิดเวลารึเปล่า?”

                “คุยได้”

                “เย็นนี้… เรายังนัดกันอยู่?” มาแล้วไง ไอ้สิ่งที่เขาหาไม่ได้จากแจ็ก ไอ้ความเขินอายปนกลัวที่มักจะครอบงำเขาเสมอเมื่อคุยกับมาโก้ กับแจ็ก เขาสบายใจตลอดเมื่ออยู่กับอีกฝ่าย เป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อนคนรักจึงไม่ต้องมีอะไรเกรงกลัวระหว่างกัน แต่มาโก้ยังทำให้เขาประหม่า ทำให้เขาต้องตั้งคำถามทุกการกระทำของตนเอง ซึ่งทั้งแปลกใหม่และวิเศษ

                “ใช่” พูดน้อยเป็นบ้าเลย สเป็กกาเบรียล

                “ฉันมีเซอร์ไพรส์ให้นายด้วย”

                มีแต่เสียงลมหายใจหืดหาดตอบกลับ

                “..อยากรู้ไหมว่ามันคืออะไร?”

                “ฉันรอได้” มาโก้พึมพำ

                กาเบรียลกล้าหาญขึ้นหน่อย สัมผัสตนเองตรงเป้ากางเกงแล้วตอนนี้ หลับตาพริ้ม เอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ เขาใช้หูแนบโทรศัพท์ไว้กับไหล่ จะได้ใช้อีกมือหนึ่งที่ว่างลงมาสัมผัสตนเองด้วย หายใจเสียงหอบใส่มือถือ “ฉัน.. ไม่อยากรอ?”

                มาโก้ เสมอเลย เป็นน้ำนิ่งไหลลึก “นายรอได้”

                ก็อาจจะได้ แต่เขาไม่อยาก “มาโก้ ไม่เอาน่า–”

                “เป็นเด็กดีนะ” พูดจบ เขาก็วางสายไปเลย

                กาเบรียลโอดครวญ ปล่อยโทรศัพท์ร่วงจากไหล่ตกลงไปอยู่กับพื้นพรม มือหยุดสัมผัสตนเอง

                แต่ข้อดีของการมีคนรักสองคนคือ ถ้าคนหนึ่งไม่ยอมตามใจคุณ คุณไปโวยวายใส่อีกคนต่อก็ได้

                กาเบรียล: แจ็กกกกี้

                 แจ็ก: ขอฉันเดา

                แจ็ก: มาโก้ไม่ยอมเล่นกับนาย

                แจ็ก: ใช้คำว่าเล่นได้ไหมเนี่ย กับการช่วยตัวเองในออฟฟิศ?

                ตอบไวฉิบหาย กาเบรียลรักเขา

                กาเบรียล: นายว่างใช่ไหม ช่วยฉันหน่อย

                แจ็ก: ฉันเจ็บใจ นายว่าฉันว่างได้ยังไง ฟรีแลนซ์ก็ทำงานนะคุณประธานบริษัท

                กาเบรียล: อย่าออกนอกเรื่องน่า

                แจ็ก: ใส่ชุดชั้นในไปทำงาน ไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดที่สุดของนายฮึ?

                กาเบรียลกัดฟันกรอด

                กาเบรียล: ฉันไม่ได้ส่งข้อความมาให้นายซ้ำเติม

                แจ็ก: ฉันไม่ควรตามใจนาย มันจะทำลายเซอร์ไพรส์มาโก้

                กาเบรียล: ยังไงวะ

                แจ็ก: นายจะเสร็จในกางเกงจนเลอะชุดชั้นในสวย ๆ นั่นยังไงล่ะ

                กาเบรียลหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมอีก ถ้ามีสิ่งใดทำให้เขาเกิดอารมณ์ได้รวดเร็วทันใจ มันก็ต้องเป็นวาจาเย้ายวนของแจ็ก ผสมกับท่าทีเฉยเมินที่มาโก้ชอบใช้เมื่อรู้ว่ามันจะทำให้เขาเสียสติ กาเบรียลพิมพ์ตอบ และพบว่ามือของเขาสั่น

                กาเบรียล: แจ็ก…

                แจ็ก: อีกเดี๋ยวก็เลิกงานแล้ว นายทนได้

                กาเบรียล: ฉันเกลียดนายทั้งคู่เลย

                แจ็ก: lol

                แจ็ก: กลับไปทำงาน กาเบรียล

                กาเบรียลกลับไปทำงาน




                หลังเลิกงาน เขาขับรถไปหามาโก้ที่อพาร์ทเมนท์แทบไม่ทัน ละจากย่านที่มีแต่ตึกสูงระฟ้าและร้านค้าราคาแพงมายังตึกอิฐเก่า ผนังเปื้อนสีสเปรย์ และถนนรกร้างที่ทำให้รถราคาแพงของเขาเด่นกว่าใคร กาเบรียลหาที่จอดรถ ไม่สนสายตาแปลก ๆ ที่เขาได้รับจากคนที่เดินบนสองข้างทาง รู้ดีว่าตนเองในชุดสูทตอนนี้แทบจะแหกปากว่า ‘มาปล้นฉันเลย ฉันรวย!’

                มาโก้มีเหตุผลที่อาศัยอยู่ในย่านที่..ย่ำแย่กว่าของเมือง อัตราอาชญากรรมสูงกว่าลิบลิ่วและทัศนียภาพก็ไม่น่าดูนัก แต่กาเบรียลไม่ถือสา เขาเองก็เคยโตมาในที่แบบนี้ แล้วก็เห็นใจกับมาโก้ที่เสียบ้านเสียที่ดินเพราะรัฐบาลตัดสินใจมอบมันให้ออมนิค– เชื่อเขาเลย– ย้ายมาอยู่อเมริกา อย่างน้อยมาโก้ก็พบสถานที่ของเขา พบเจมิสัน พบกาเบรียล ทุกอย่างลงตัว

                เขาเดินลอดผ่านช่องว่างของประตูที่น่าจะเคยมีกระจกกั้น ตัดสินใจใช้บันไดเพราะไม่อยากจะถูกขังในลิฟต์แล้วตาย เดินขึ้นมาถึงชั้นสาม มองดูรายชื่อผู้อยู่อาศัยแล้วเห็นว่าห้องสุดริมทางเดินคือห้องของ ‘โร้ดดี้และจังค์แรท!’

                เขาเคาะประตู ยืนรออยู่ครู่

                เจมิสันเป็นคนออกมาเปิด

                “เฮ้! พวก! รออยู่เลย!” เจมิสันตัวสูงกว่าเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่ประหลาดล้ำสิ้นดี แต่โชคดีที่อีกฝ่ายยืนหลังค่อม ลดส่วนสูงตนเองลงมา เราถึงมองตากันได้ในระดับเดียวกัน เขาไม่รู้จะมองอะไรก่อนเลย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยฟัน หัวของมันที่ผมหายไปครึ่ง หรือเสื้อผ้าหลวมโพรกที่มันสวม เขาตัดสินใจมองที่แขนมันก็แล้วกัน ข้างหนึ่งเป็นเหล็ก ข้างหนึ่งเป็นเนื้อ

                “เฮ้” กาเบรียลพึมพำตอบกลับ

                เขาไม่แน่ใจว่าตนเองรู้สึกยังไงกับเจมิสัน เขาคิดว่าถ้าตนเองเจอกับหมอนี่โดยไม่มีการรู้จักมาโก้มาก่อน เขาคงเกลียดมัน เกลียดเสียงดังและชวนสะอิดสะเอียน น่ารำคาญ แต่มันมาก่อนเขา และมันก็สำคัญกับมาโก้– ในระดับหนึ่ง เราไม่ได้คบหากัน ถึงจะมีบางครั้งสองครั้งที่เจมิสันจะมาใช้เวลาร่วมกับเรา และแตะเนื้อต้องตัวกาเบรียลบ้างบางครั้ง (ซึ่งเขาประหลาดใจมากที่ตนเองไม่ถือ) เขาก็เลยไม่จำเป็นต้องชอบอีกฝ่ายก็ได้กระมัง แค่ต้องทนมันให้ได้ เพราะดันมีคนรักเป็นคนเดียวกัน

                “ฉันกำลังจะออกไปข้างนอก– ธุระนิดหน่อย– แต่กลัวโร้ดดี้เขาเหงา โชคดีที่มีนาย!”

                “โชคดีที่มีฉัน” กาเบรียลพบว่าเออออตามสิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้นฉลาดที่สุดแล้ว

                “เปลี่ยนกะ?” เขายกมือขึ้นรอจะไฮไฟฟ์ ใช้ข้างที่เป็นแขนเหล็ก

                กาเบรียลตีมือกับเขา “เปลี่ยนกะ”

                “มาโก้ ฉันไปแล้วนา! เดี๋ยวซื้อหนมมาฝาก!”

                พูดจบเขาก็เดินสวนร่างกาเบรียลไป กลิ่นของไฟโชยติดมากับตัว กาเบรียลถือโอกาสเดินเข้าห้อง ปิดประตูตามหลัง

                เขาเดินผ่านโถงทางเดินเล็ก ๆ เข้าไปสู่ห้องนั่งเล่นที่แนบชิดติดกันห้องครัวจนแยกไม่ออก เหมือนสถาปนิกถูกตีสี่เหลี่ยมมาให้ จากนั้นก็มอบหมายให้ยัดทุกอย่างที่ทำได้ใส่เข้าไปข้างในห้อง มาโก้นั่งอยู่บนโซฟา เสื้อไม่สวม โชว์รอยสักบนพุง ดูโฆษณาทีวีที่เขาไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่นัก สายตาของเขาเหลือบมามองกาเบรียลแต่เพียงผู้เดียวเมื่อเขาเดินเข้าไปหา

                “…เฮ้”

                มาโก้มองเขา แล้วก็มองโคมไฟแตก ๆ ตรงมุมห้อง หรือรอยเหลืองของวอลเปเปอร์เปียก พื้นพรมที่เหมือนจะขึ้นรา

                “นายเป็นของราคาแพงที่สุดในห้องนี้” เขาประกาศเสียงค่อย มองชุดสูทของกาเบรียลหัวจรดเท้า

                กาเบรียลหน้าแดงแปร๊ด แต่ก็ยังพยายามกล้าหาญโต้ตอบกับเขา “ของนาย”

                มาโก้เหยียดยิ้ม โชว์เขี้ยวคับปากเหมือนหมูป่า “นั่ง”

                กาเบรียลเดินไปนั่งที่โซฟา มันไม่ใช่โซฟาที่นั่งสบายเท่าไหร่นัก แถมยังมีกลิ่นประหลาด ๆ แต่เขาหาได้สนใจทั้งหมดนั่นไม่เมื่อมาโก้เอื้อมแขนมากอดไหล่เขาไว้แนบแน่น กาเบรียลไม่รู้จะพิงกับอะไรก่อนดีเลย ไหล่กว้างของเขา หรือพุงนุ่ม ๆ นั่นดี กาเบรียลตัดสินใจเลือกอย่างที่สอง เอนศีรษะซบกับพุงของเขา ให้มือหนึ่งของมาโก้โอบไหล่เขาไว้ ส่วนอีกมือก็ลูบผมเขา มันไม่มีอะไรให้ลูบนักหรอก เขาโกนผมเสียจนเกรียนติดหนังศีรษะ แต่ท่าทางมาโก้จะชอบถูนิ้วอวบอ้วนไปกับมัน สัมผัสความสาก

                ชั่วขณะหนึ่ง เราไม่ได้พูดอะไรกันเลย มาโก้ดูโฆษณาทีวีห่วย ๆ ของเขาต่อไป ให้คนมาหลอกขายกระทะหรือที่ขัดท่อ ส่วนกาเบรียลก็ปล่อยให้เสียงทีวีเป็นแค่เสียงในพื้นหลัง แต่เพลิดเพลินไปกับการได้ใกล้ชิดมาโก้ ได้ยินเสียงลมหายใจของเขาดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ได้ยินเสียงหัวเราะของเขาเป็นครั้งคราวเมื่อมีอะไรที่เขามองว่าตลกในทีวี มือของมาโก้ยังคบโอบไหล่เขาไว้ แต่ก็เริ่มซุกซน เริ่มมาดึงเสื้อคลุมของเขาออกจากไหล่ กาเบรียลขยับตัว ช่วยให้เขาถอด แต่แล้วมาโก้ก็ชะงัก

                เมื่อปลายนิ้วของเขาไปสัมผัสโดนสายเสื้อในใต้เสื้อเชิร์ต

                มาโก้เอื้อมไปกดรีโมตปิดทีวี จับร่างกาเบรียลออกจากพุงตนเองแล้วยันเข้าไปติดกับอีกฟากหนึ่งของโซฟา กดเขาไว้ให้อยู่นิ่งด้วยมือข้างเดียวบนหน้าท้อง อีกมือหนึ่งเริ่มปลดกระดุมเขาด้วยความรีบร้อน แต่ก็ยังทะนุถนอม (ต่างจากบางคนที่คงจะกระชากกระดุมเขาหลุดหมดแล้วตอนนี้ ฮึ่ม) บอบบาง สายตาของมาโก้ตอนนี้ทำให้กาเบรียลกลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างยากลำบาก ถ้ามีสายตาของใครกลืนกินผู้อื่นได้ มันก็ต้องเป็นของมาโก้ แววตาของนักล่าที่ทำให้กาเบรียลใจสั่น

                เขาชอบความดุดันของมาโก้– มากพอ ๆ กับความยั่วยวนของแจ็ก มันเป็นสองสิ่งที่เขาขาดไม่ได้

                เมื่อเสื้อเชิร์ตถูกปลดกระดุมออก ลมหายใจของมาโก้สะดุด

            แววตากระหายควรจะทำให้กาเบรียลกลัว แต่เขารู้สึกอย่างมากก็แค่หวั่น และปมที่ขมวดเป็นเกลียวในท้องก็ไม่ได้มาจากความประหม่าอย่างเดียว แต่เป็นความสุขสมที่ตนเองได้ถูกมองเช่นนี้ เป็นที่ต้องการ มาโก้ตะปบชั้นในของเขาใหญ่เลย มือใหญ่ลูบไล้ลูกไม้ตรงนั้น จับขนาดเล็กจิ๋วของมันเมื่อเทียบกับกล้ามหน้าอกของกาเบรียล ปกปิดได้อย่างมากก็แค่ยอดอกที่ตอนนี้เริ่มชูชันไวต่อสัมผัส ลูกไม้บนผิวรู้สึกดีมาก แต่นิ้วของมาโก้บนผิวเขารู้สึกดียิ่งกว่า เกือบทำให้กาเบรียลสำลักเมื่อพูด

                “เซอร์ไพรส์”

                มาโก้หัวเราะลึกต่ำในลำคอ

                “…ของฉันคนเดียว” เขากระซิบ “ใช่ไหม?”

                กาเบรียลผงกหัวรัว ๆ “แค่นาย”

                มาโก้ขยับตัว ยกพุงที่เดิมทีกดร่างกาเบรียลคร่อมให้เขาอยู่กับที่ออก จะได้ถอดกางเกงเขาเป็นลำดับต่อไป โซฟามันค่อนข้างจะแคบ ด้วยขนาดร่างกายของเราสองคนที่ก็ไม่ใช่คนเล็ก ๆ เลยแม้แต่น้อย มาโก้จึงต้องยกขาเขาขึ้นพาดบ่าเพื่อไม่ให้กินที่ แต่นั่นไม่เป็นไร เพราะนั่นทำให้อีกฝ่ายได้สังเกตถุงน่องของเขาชัดเจน เห็นสีขาวของมันและขอบลูกไม้บนผิวสีเข้ม

                มาโก้ชอบของสวย ๆ งาม ๆ น่ารัก ๆ มาตลอด มีด้านที่อ่อนโยนกว่าที่ทุกคนจะคาดการณ์ไว้ การที่เขาทาสีเล็บตนเอง แหวนที่เขาสวม ความรักที่เขามีต่อสัตว์ (โดยเฉพาะหมู) กาเบรียลในชุดชั้นในท่าทางจะเป็นแค่อีกอย่างในรายการนั้น มาโก้ไม่หยุดมองเลย มีช่วงหนึ่งที่เขาถึงขั้นลืมหายใจ กาเบรียลต้องสะกิดให้เขากลับมามีสติ อยู่กับความเป็นจริง อยู่กับเขา

                มีบางอย่างที่เร่าร้อนมากเกี่ยวกับ– นี่ การที่กาเบรียลประธานบริษัทแบล็กวอทช์กำลังนอนอยู่บนโซฟาสกปรกโสโครก ในอพาร์ทเมนท์ราคาถูก สวมชุดชั้นใน ถูกคร่อมร่างด้วยชายที่น่าจะมีประวัติอาชญากรรมยาวเป็นเมตร

                ถึงกระนั้น เขาก็ยังประหม่า “นายชอบใช่ไหม?”

                เงียบ

                กาเบรียลยกมือขึ้นโอบรอบคออีกฝ่าย “มาโก้ พูดอะไรหน่อยสิวะ”

                เขาหวังว่าตนเองจะไม่ดูตลก เขารู้ว่าตนเองเซ็กซี่ แต่ แหม เขาก็ยังเป็นชายร่างยักษ์ในชุดชั้นในผุ้หญิงอยู่ดี–

                “เฮ้ย!”

                กาเบรียลอุทานด้วยความตกใจ ไม่ทันได้ตั้งตัวว่าจะถูกอุ้ม เขาไม่เคยถูกอุ้มมาก่อนเลย อย่างน้อย ก็ไม่ประสบความสำเร็จ (แจ็กปวดหลังไปเป็นชาติเลยหลังจากพยายามแล้วทำเราสองคนล้มหน้าแหก) แต่มาโก้ยกเขาได้อย่างง่ายดาย อุ้มเขาจากโซฟาเดินเข้าไปหาประตูห้องนอน ใช้เท้าถีบให้มันเปิดออกแล้วโยนกาเบรียลขึ้นไปบนเตียง

                “ฉันชอบ” เขาพูด ในที่สุด คลานขึ้นเตียงมากับกาเบรียล

                และนั่น ทำให้กาเบรียลยิ้มไม่หุบแม้กระทั่งตอนถูกจูบ




                กาเบรียลนอนเคลิบเคลิ้มอยู่บนเตียงหลังจากเซ็กส์ที่ทำให้เขาเปล่งปลั่ง มันอ่อนโยน อ่อนหวาน และทำให้เขาเกือบจะละลายลงไปกับผ้าปูที่นอน มาโก้ถนอมเขาเหมือนไข่ในหิน และทำทุกอย่างโดยระมัดระวังไม่ให้ชุดชั้นในของเขาขาด แทนที่จะถอดกางเกงในเขาออกก็เปลี่ยนเป็นแค่ดึงมันออกไปอีกทางก่อนจะแทรกตัวเข้ามา มือนวดคลึงหน้าอกเขาผ่านยกทรง มันสมบูรณ์แบบ ขากาเบรียลเกือบจะสั่นด้วยนิด ๆ เขาไม่รู้เลยว่าตนเองจะเดินไหวรึเปล่าหลังจากนี้ อาจจะไม่    

                …มาโก้ยังมองเขาตาไม่กระพริบอยู่เลย มือไล้ตามเนื้อผ้าของชุดชั้นใน จับมันอยู่นั่น เดี๋ยวก็ลูบเขาที่เป้ากางเกง เดี๋ยวก็ไล้มือตามเรียวขา ตอนแรก กาเบรียลยังไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร ตะแคงตัวหันไปมองมาโก้แล้วฉีกยิ้มกว้าง

                “นายชอบมันขนาดนั้นเชียว ฮึ?”

                แต่มีบางสิ่งที่แตกต่างไปกับความชอบของมาโก้ มันเหมือน เขาชอบอะไรบางอย่างและกลัวที่ตนเองชอบมัน..

                มันเป็นสายตาที่ทำให้กาเบรียลชะงัก แล้วนึกถึงตนเองตอนเขาเปิดนิตยสารมองภาพชุดชั้นใน แล้วแอบคิดในใจว่ามันจะรู้สึกยังไงบนตัวเขา ในตอนแรกที่การแต่งกายเช่นนี้ยังเป็นเรื่องน่าอาย ไม่เข้ากับบุคลิก และเป็นสิ่งที่แจ็กต้องส่งเสริมให้เขาเกิดความกล้าอยู่นานสองนานเขาถึงจะยอมสวมชุดชั้นในตัวแรก โร้ดฮ็อกมีสายตาแบบนั้นเหมือนกับเขาในตอนแรกเลย

                “…นายอยากใส่บ้างเหรอ มาโก้?”

                มาโก้ชะงัก

                หันหน้าหนีไปอีกทาง “…ฉันใส่ไม่ได้หรอก”

                “ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?” กาเบรียลเอื้อมไปลูบแขนเขา “ฉันหาไซส์นายได้ ไม่ใช่เรื่องยากเลย”

                เงียบ

                “ถ้าฉันหามาได้ นายจะลองใส่ไหม”

                มาโก้ตอบด้วยความบูดบึ้ง แต่มันก็เป็นไปเพื่อซ่อนความเขินอายเท่านั้น “ก็ได้”

                และนั่น มอบหมายภารกิจให้กาเบรียล




                “ไม่ไซส์ใหญ่ไปหน่อยเหรอสำหรับนาย?”

                แจ็กสังเกต มองกาเบรียลเปลี่ยนภาชนะบรรจุจากกล่องของขวัญราคาแพงเป็นแค่ถุงกระดาษเพื่อที่มาโก้จะได้ไม่เขินอายกับมัน มันก็ไซส์ใหญ่เกินไปสำหรับเขาจริง ๆ นั่นแหละ ใหญ่มาก แต่มันน่ารักออก เป็นสีชมพูลายจุดและมีโบว์นับสิบประดับประดา หวานไปหน่อยสำหรับกาเบรียล แต่เขาคิดว่ามาโก้น่าจะชอบ หมอนั่นมีจุดอ่อนให้สีชมพู

                “มันเป็นของมาโก้” กาเบรียลตอบ “เซอร์ไพรส์สำหรับเขา”

                “โฮ่ นี่นายกำลังชักชวนเขาเข้าลัทธิแต่งหญิงรึยังไง”

                “มีลัทธิแบบนั้นที่ไหนกัน” กาเบรียลเบ้ปาก

                อีกหนึ่งวันของบทสนทนาโต้เถียงกันไปมาในห้องนอน เช่นเคยที่แจ็กกำลังดื่มกาแฟและอ่านหนังสือพิมพ์ บางสิ่งบางอย่างไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยจริง ๆ กาเบรียลไม่รู้ว่าเขารู้สึกเอ็นดู หรือรำคาญ อาจจะทั้งสองอย่าง แจ็กจิบกาแฟของเขาอย่างเชื่องช้าระหว่างกาเบรียลพับชุดชั้นในใส่ถุง เตรียมพร้อมที่จะเอามันไปมอบให้มาโก้ และหวังว่าเขาจะรับ

                “นายสนใจร่วมด้วยไหม?” กาเบรียลลองถาม

                “ฮ่า ไม่ล่ะ ฉันชอบดูคนอื่นใส่มากกว่า”

                “ชุดชั้นในสีฟ้าคงดูดีมากบนตัวนาย”

                “อย่ามาชักจูงฉันเข้าลัทธิเชียว!”

                กาเบรียลเงียบไปครู่ ปล่อยให้เสียงหัวเราะของแจ็กสลายหายไป แล้วถาม “นายว่าเขาจะชอบไหม?”

                แจ็กมองเขา สำรวจ

                “ฉันว่าเขาจะกลัว” แจ็กบอก “เหมือนนาย ไม่มั่นใจ ไม่กล้า แต่นายจะช่วยเขา ใช่ไหมล่ะ?”

                “ก็ใช่..”

                “ฉันว่าเขาชอบแน่ กาเบรียล”

                กาเบรียลเดินไปจูบคนรักหนุ่มบนหน้าผาก “ขอบคุณนะ ฉันไปล่ะ”

                “ครับผม”

                “ทานมื้อเย็นด้วยกันวันนี้?”

                “ชัวร์”

                กาเบรียลเดินออกจากห้องนอนไป




                มันใช้การโน้มน้าวน้อยกว่าที่กาเบรียลคิดไว้ พอมาโก้ได้สัมผัสชุดชั้นในตัวแรกของเขา ได้จับมันพลิกไปมาในมือ ความอยากรู้อยากเห็นก็เข้าครอบครองเขาในที่สุด และแม้กระทั่งชายผู้ไม่เคยสะทกสะท้านกับสิ่งใดเลย ก็ยังหวั่นไหวให้กับสิ่งสวย ๆ งาม ๆ กาเบรียลช่วยเขาแต่งตัวตลอด ตั้งแต่ช่วยเขาใช้สายรัดถุงน่องและติดตะขอยกทรง คอยเป็นเพื่อนให้เขา

                ผลที่ออกมา? มาโก้น่ารักน่าชังสิ้นดี สีชมพูเข้ากับผิวของเขาอย่างสวยงาม และโบว์ที่ประดับยกทรงก็น่ารักมากเลยจริง ๆ พุงของเขาล้นออกมาจากเหนือขอบกางเกงใน และมันช่างน่ารักน่ากอด เขาเกือบจะดูมีหน้าอกเมื่อสวมยกทรง ส่วนถุงน่องสีชมพูอ่อนก็น่าสัมผัสเหลือเกินบนผิว โบว์ตรงสายรัดถุงน่อง โบว์ตรงกางเกงใน มันทำให้ภาพลักษณ์ของเขาโหดน้อยลง

                แม้กระทั่งรอยสักบนพุงยังดูน่ารักขึ้นมาก

                กาเบรียลกำลังจะอ้าปากพูดว่าเขาดูดีแค่ไหน แต่ดันมีคนขัดเสียก่อนพร้อมประตูเปิดปัง!

                “มาโก้! ฉันกลับมา–” เสียงชะงักขาดไปห้าชาติ “…แล้ว”

                กาเบรียลผายแขนออกอย่างเก้ ๆ กัง ๆ “เซอร์ไพรส์?”

                ความกระวนกระวายเข้าแทรกมาโก้ เขาพอจะทนสายตากาเบรียลได้ แต่พอเห็นจังค์แรท เขาหันหลัง ทำท่าจะเดินหนี เข้าไปซ่อนในห้องน้ำหรืออะไรสักอย่าง กาเบรียลเอื้อมไปจับแขน รั้งเขาไว้ แต่ก็พบว่าแรงตนเองสู้อีกฝ่ายไมได้

                “มาโก้…”

                มาโก้ชะงัก กาเบรียลชะงัก

                เจมิสันกระโดดพุ่งตัวเข้าไปกอดมาโก้จากข้างหลังเต็มรัก “นายน่ารักมากเลย! อะไรกันเนี่ย?!”

                หลังจากนั้นบรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไป มีแต่กาเบรียลกับเจมิสันแท็กทีมกันพยายามโน้มน้าวมาโก้ว่าเขาน่ารักจริง ๆ ส่วนมาโก้ก็กัดเขี้ยวกรอดด่าพ่อล่อแม่เราสองคน คำรามลั่นใต้ลมหายใจว่าเขาไม่ได้ดูน่ารักเลยสักกะนิด ซึ่งทำให้เขาน่ารักยิ่งกว่าเดิมอีก เป็นการทำร้ายตนเองดี ๆ นี่เอง แต่ กาเบรียลไม่ได้งั่ง เขาอ่านบรรยากาศออกเมื่อเจมิสันมองมาโก้อย่างนั้น

                “ฉันไปล่ะ นัดมื้อเย็นกับคุณสามี” กาเบรียลขอตัว “ขอให้สนุก หนุ่ม ๆ “

                นั่น เป็นตอนที่เจมิสันหันมาหอมแก้มเขา

                “ขอบคุณมาก พวก!”

                กาเบรียลอ้าปากค้าง ไม่แน่ใจว่าเขาควรด่ามันดีไหม

                แต่หลังจากได้เห็นสองคู่รักกระหนุงกระหนิงกันใหญ่ เขาตัดสินใจยอมปล่อยมันไปก่อนวันหนึ่ง




                “เป็นไงบ้าง?”

                กาเบรียลเขี่ยสลัดในจานตนเอง “ผ่านไปด้วยดี ฝีมือฉัน ก็งี้แหละ”

                แจ็กหัวเราะ “ครับ ครับ ท่านหัวหน้าลัทธิ”

                เรากินข้าวกันเงียบ ๆ โดยไม่มีใครพูดอะไรอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งแจ็กขัด

                “..ไม่มีเซอร์ไพรส์ให้ฉันบ้างเหรอ?” เขาถาม เกือบจะเป็นการตัดพ้อ

                กาเบรียลแสยะยิ้ม โน้มเข้าไปใกล้เขาเหนือโต๊ะอาหาร “ทำไมไม่ถอดเสื้อสูทฉันออกดูล่ะ”




               
               

               

               

               

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s