Good Girl (2)

Title: Good Girl
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Soldier: 76| Jack Morrison/Jesse McCree
Rating: E

Warning: Lingerie, Feminization, Exhibitionism, Vibrator, อาจจะมีอย่างอื่นอีกที่เราลืม
Notes: ทรมานแจ็กซิมมูเลเตอร์ดำเนินต่อไป

 

                พัสดุของแมคครีถูกรื้อค้นเพื่อตรวจสอบก่อนที่มันจะส่งมาถึงมือเขา

                เจ้ากล่องกระดาษสีน้ำตาลหน้าตาไม่น่าสงสัยถูกกรีดเทปออกก่อน แล้วก็ปิดกลับเข้ามาใหม่เหมือนคนทำคิดว่าจะหลอกใครได้ มันไม่แนบเนียนเลยสักนิด เจสซี่ไม่ประหลาดใจหรอกที่สัมภาระส่วนตัวของเขาจะถูกรื้อ ก็แหม นี่แบล็กวอทช์ ไม่มีใครไว้ใจใครทั้งนั้น จะจากข้างนอกหรือจากข้างใน แต่สิ่งที่เขาแปลกใจก็คือ มันผ่านกลับมาหาเขาได้ทั้ง ๆ ที่มีคนเห็นแล้ว

                มีคนเห็น ชุดชั้นในลูกไม้สีฟ้า กับ ไวเบรเตอร์ทรงไข่ ที่เจสซี่สั่งมาจากเว็บโป๊แล้วอนุญาตให้เขารับมันไว้ ตัดสินใจว่ามันคงไม่มีพิษภัยร้ายแรงอะไร (เกือบจะเห็นหน้าเรเอสลอยเข้ามาในหัว การยักไหล่เล็ก ๆ ของเขากับคิ้วขมวดมุ่น “แมคครี ฉันไม่แคร์ หุบปาก” ต้องเอ็นดูท่านหัวหน้าเขาหน่อย) แต่ ให้ตาย พวกนั้นคิดผิดฉิบหาย ไม่รู้เสียแล้วว่าเจสซี่ทำอะไรได้

                ไม่เป็นไร ของแบบนี้ เขารู้คนเดียวก็พอ

                เขา แล้วก็แจ็กน่ะนะ

                เมื่อเทียบกับห้องพักคับแคบคุดคู้ที่เจสซี่ต้องแบ่งกับเจ้าหน้าที่อีกสามคน ห้องพักส่วนตัวของท่านบัญชาการเปรียบเสมือราชวัง เตียงขนาดกว้าง ห้องน้ำส่วนตัว ทุกอย่างเหมือนฝันสำหรับเจสซี่ เขารู้สึกเหิมเกริมอย่างประหลาดที่ตนเองได้รับรหัสอนุญาตให้เข้ามาในนี้ ย่ำรองเท้าบูทสกปรกบนพื้นห้องที่ถูกขัดเอี่ยมอ่อง หย่อนก้นนั่งลงบนเตียงที่ถูกจัดอย่างดี

                เขาวางเจ้ากล่องของขวัญหน้าตาไม่มีพิษภัยไว้บนตัก เอ่ยปากถามอาธีน่า “อาธีน่า แจ็กจะกลับมาเมื่อไหร่”

                “ท่านผู้บัญชาการพึ่งประชุมเสร็จค่ะ เขามีตารางว่างตลอดช่วงบ่ายนี้ ดิฉันคาดเดาว่าเขาคงกำลังกลับมาในไม่ช้า”

            “ขอบคุณ ที่รัก”

                เขาฆ่าเวลาด้วยการไล่สายตาสำรวจห้องของแจ็ก มองตู้หนังสือ– ของหายากแล้ว สมัยนี้– มันถูกจัดเป็นระเบียบอย่างดีด้วยหนังสือที่ไล่สีตรงสันปก แต่ละเล่มไม่น่าจะได้รับการอ่านเลยเพราะตารางงานของท่านผู้บัญชาการ แจ็กยังอ่านหนังสือแบบที่เป็นกระดาษอยู่ และนั่นเป็นนิสัยน่าเอ็นดูที่ทำให้เจสซี่ยิ้ม เขามีโต๊ะเขียนหนังสือ ซึงหน้าตาไม่ล้ำสมัยเหมือนโต๊ะโฮโลแกรมที่เขามีในห้องทำงาน เก้าอี้มีล้อตัวจิ๋ว โคมไฟคร่ำครึวางข้างบน กระถาง.. กระบองเพชร? วางอยู่ตรงมุมโต๊ะ

                น่ารัก

                เจสซี่เกือบจะลุกไปเปิดตู้เสื้อผ้าท่านผู้บัญชาการเล่น ๆ อยากจะรู้ว่าเขามีอะไรซ่อนอยู่ข้างในนอกจากชุดเครื่องแบบที่เขาสาบานได้ว่าแจ็กมีเจ็ดชุดสำหรับเจ็ดวัน หรือไมก็ซักรีดได้ไวสุด ๆ แต่ เขาถูกขัดเสียงก่อนด้วยเสียงประตูเลื่อนเปิด

                “เจสซี่?” เสียงแหบของท่านผู้บัญชาการดังมาจากหน้าห้อง ก่อนประตูจะปิดอีกครั้ง “เธอ…”

                เจสซี่ยิ้มให้เขา คิดว่าตนเองมีเสน่ห์ รอยยิ้มหวานหยดช่วยปลอบประโลมความประหม่าของอีกฝ่าย แต่คงไม่ สงสัยเขาใช้ฟันมากไปหน่อย หรือเขี้ยว เพราะท่านผู้บัญชาการแทบจะถูกย่อส่วนในจุดนั้น ไม่แน่ใจว่าเกมระหว่างเราเริ่มต้นขึ้นรึยัง เขายังมีอำนาจหลงเหลืออยู่ไหมในสถานการณ์นี้ หรือว่ามันไหลผ่านร่องนิ้วเขาไปแล้วดุจทราย ณ วินาทีที่เขาก้าวเข้ามา

                “มีอะไรให้ฉันช่วยรึเปล่า?” เขาถาม ระมัดระวัง

                “แค่อยากเห็นหน้าเธอ คนสวย” เจสซี่หยอก เพื่อที่จะได้เห็นใบหูของอีกฝ่ายขึ้นสีเรื่อ

                แจ็กมั่นอกมั่นใจเสมอในสมรภูมิ ยามสั่งการภารกิจ ออกคำสั่งฉะฉานและมีคำตอบสำหรับทุกอย่างไว้ในหัว ไม่ต้องรอให้ใครตั้งคำถาม แต่ตอนนี้ เขากลับไม่มีอะไรจะพูด อ้าปากพะงาบ ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ไม่มีประโยคหลุดออกมา

                เจสซี่ล่ะกลัวเหลือเกินว่าเขาจะเผลอทำแจ็กพังเข้าสักวัน แม่บ่นเสมอว่าเขาไม่เคยรักษาของสวย ๆ งาม ๆ ได้ดี

                “ล้อเล่นน่ะ ฉันมีของขวัญมาให้” เจสซี่พูด “นั่งลงก่อนสิ”

                มันตลก การที่แจ็กทำท่าเหมือนเขาต้องได้รับอนุญาตก่อนถึงจะนั่งลงบนเตียงของตนเองได้ ในห้องของเขาเองเสียด้วยซ้ำ แจ็กก้าวเท้าเข้ามา หย่อนตัวลงนั่งอย่างแผ่วเบา ที่นอนยุบลงเล็กน้อยตามน้ำหนักของร่างกาย เขานั่งอย่างสงบเสงี่ยม สองขาชิดกัน สองมือรวบไว้บนตัก ดวงตาสีฟ้าตวัดมองกล่องปริศนาบนหน้าขาของแมคครีด้วยความสนอกสนใจยิ่ง

                “มันคือ…?”

                เจสซี่ยื่นกล่องให้เขา “ทำไมไม่เปิดดูเองล่ะ ที่รัก”

                แจ็กเปิดกล่อง ค่อย ๆ ใช้ปลายนิ้วหุ้มถุงมือแกะเทปออกเป็นแผ่นยาว มีความอดทนถึงขั้นนั้น ถึงเขาจะประหม่า ถ้าเจสซี่ได้ยินว่าเขากำลังจะได้รับของขวัญ เขาคงฉีกมันเละไปแล้ว แต่แจ็กทะนุทะหนอมกล่องถึงแม้มันจะเป็นแค่กล่องกระดาษกาก ๆ เจสซี่มองเขาเปิดฝาออก ดวงตาเบิกกว้างทันทีเมื่อเห็นว่าอะไรอยู่ข้างในบ้าง และถ้านั่นไม่ใช่ปฏิกิริยาที่สวยงามล่ะก็…

                เจสซี่ไม่ใช่คนที่มีรสนิยมด้านเสื้อผ้าหน้าผมนักหรอก แต่เขาก็คิดว่าตนเองเลือกชุดชั้นในมาได้ดีมาก สีฟ้าของมันคงจะดึงดูดสีตาของแจ็ก และลูกไม้ที่ล้อมรอบสายกับยกทรงคงดูน่ารักน่าจับเหลือเกินบนผิวครีม แจ็กหยิบกางเกงในขึ้นมาก่อนเลย ดูว่ามัน– ถึงแม้จะสั่งตัดมาเป็นไซส์ผู้ชายขนาดใหญ่– ยังคงดูเล็กจิ๋วในมือของเขา เจสซี่เห็นเขาจ้อง ด้วยดวงตาแบบเดิมที่บ่งบอกให้เจสซี่รู้ว่าเขาชอบสิ่งที่เขาเห็น แต่ยังไม่กล้ายอมรับมัน ได้แต่ลูบไล้สายจีสตริงใต้ปลายนิ้ว อึ้งกิมกี่

                เขาไม่ทันได้สังเกตเจ้าไวเบรเตอร์ (ที่ถูกแกะออกจากแพ็กเก็จ ฮึ่ม ถูกค้นเละเลย) ด้วยซ้ำ

                “ได้ยินว่าเธอว่าง บ่ายนี้” เจสซี่เกริ่น หยิบไวเบรเตอร์ขึ้นมา “ฉันอยากให้เธอสวมนั่น– และใส่นี่ ไปข้างนอกกับฉัน”

                แจ็กหันขวับมามอง ม่านตาเหมือนจะถูกขยายออกเพราะความผวาอย่างเดียว “เจสซี่..”

                “เราไม่ต้องออกไปนอกฐานก็ได้ แค่ในนี้” เจสซี่ต่อรอง “แค่ไม่กี่นาที ฉันแค่อยากเห็นเธออยู่ใต้สายตาคนอื่น พยายามซ่อนว่าจริง ๆ แล้วเธอมันเป็นคนประเภทไหน ยอมให้ตนเองต้องตกต่ำเพียงเพื่อที่จะได้เอาใจผู้ชาย…”

                แจ็กเอาแต่จ้อง และเจสซี่รู้ว่านั่นเป็นเพราะอะไร มันยังมีเส้นเชื่อมโยงเขาไว้กับความลังเล ความหวาดกลัว สติของเขายังไม่ล่องลอยมากพอที่จะยอมอนุญาตให้เขากล้าทำอะไรแบบนั้น และนั่นไม่เป็นไร เพราะเจสซี่เป็นชายมากความสามารถ ถ้าไม้อ่อนมันไม่ได้ผล ก็ต้องไม้แข็ง เขาเข้าใจแล้วว่าแจ็กไมได้ต้องการคำปลอบประโลมมากระตุ้น ต้องการกรรไกรตัดฉับ

                “ฉันไม่จำเป็นต้องสปอล์ยเธอก็ได้ รู้ใช่ไหม” เจสซี่พูด เสียงเย็น “ไม่ต้องซื้อของสวย ๆ มาให้เธอสวม– ถ้าเธอจะอกตัญญูแบบนี้– ฉันไปหาซับคนอื่นที่ดีกว่าเธอก็ได้ คนที่น่ารักกว่า ว่านอนสอนง่ายกว่า ไม่ต้องเสียเวลามาฝึกเธอด้วย”

                “ฉัน–” แจ็กแทบจะกลืนลิ้นตนเอง ละล่ำละลัก “ฉันขอโทษ–”

                “ฉันอุตส่าห์มีความอดทน อุตส่าห์สละเวลาให้เธอ แล้วนี่น่ะเหรอผลตอบแทนที่ฉันได้รับ–”

                “ฉันจะสวมมัน!” แจ็กรีบโพล่งขัด แล้วก็ผงะ ผวาที่ตนเองเผลอพูดขัดเจสซี่ มองเขาหรี่ตาด้วยใบหน้าที่เรียกได้ว่าหวาดกลัว ผู้ชายคนนี้ต่อสู้กับออมนิคนับพัน เรียกตนเองเป็นกองทัพ แต่เขากลัวเจสซี่ “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะดื้อ..”

                เจสซี่ถอนหายใจ แกล้งทำเป็นเหนื่อย เอื้อมไปลูบแก้มอีกฝ่าย “ฉันรู้ ทูนหัว เธอแค่อาย ใช่ไหม?”

                แจ็กพยักหน้ารัว ๆ ในมือเขา เจสซี่ไล่นิ้วตามความสากของเคราตรงกรามแล้วแสยะยิ้ม

                “ไม่เห็นต้องอายเลย” เจสซี่พูด “เธอแค่จะทำตามคำสั่ง เธอเป็นทหาร เธอไม่เคยอายอยู่แล้วเวลาทำตามคำสั่ง ใช่ไหม”

                “ใช่..”

                “ทำตามคำสั่ง– ทำให้ฉันภาคภูมิใจเหลือเกิน” เจสซี่ผละมือออก “เร็วเข้า ที่รัก มาเปลี่ยนเสื้อกัน”

                แจ็กลุกจากเตียง ขาสั่นเกือบจะล้ม ต้องยันมือกับเตียงทรงตัวให้มั่น เขายืนอยู่หน้าเจสซี่ พร้อมที่จะมอบโชว์ ถึงแม้จะไม่เคยรู้มาก่อนว่าตนเองจะชอบอะไรเช่นนี้ แจ็กเหมือนขุมทรัพย์ ในสายตาเจสซี่ ซ่อนอยู่กับเรืออัปปางและยังไม่ได้รับการค้นพบ เมื่อเจสซี่เสร็จสิ้นกับเขา เราจะได้ แจ็ก มอร์ริสัน ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน และจะมีเขาเห็นแต่เพียงคนเดียวเท่านั้น

                เสื้อคลุมของแจ็กเป็นสิ่งแรกที่ถูกถอดออก ค่อย ๆ ลดลงจากไหล่แล้วพาดไว้กับพนักเก้าอี้โต๊ะเขียนหนังสือ จากนั้นก็เกราะที่อกของเขา ค่อย ๆ วางลงกับเตียง เสื้อสีดำคอสูง– แนบเนื้อจนเจสซี่เห็นทุกอย่าง เส้นของกล้ามเนื้อบนท้อง ความนูนของกล้ามอก– มันถูกถอดออก พับอย่างดิบดีวางบนเตียง รองเท้าบูท กางเกง แต่เขาดันมาลังเลตรงกางเกงในนี่สิ

                “เธอไม่อยากทำให้ฉันโกรธ ใช่ไหม” เจสซี่พูดไปงั้น

                แจ็กรีบถอดในพริบตา เร็วเสียจนน่าจะทำให้เขาวิงเวียน ถ้าเจสซี่โกรธแล้วจะยังไงวะ ใช่ว่าเขาจะทำอะไรได้ แต่แจ็กก็ไม่อยากให้เขาโกรธอยู่ดี กระตือรือร้นที่จะเอาใจผู้อื่น เพราะแบบนี้รึเปล่าเบื้องบนถึงได้มอบตำแหน่งให้เขา?

                เจสซี่มองแจ็กหัวจรดเท้า มองขนหน้าอกและขนหน้าแข้ง เดาะลิ้น “บางทีฉันน่าจะให้เธอโกนขนออก”

                แจ็กหน้าเสีย โอเค โอเค เขาไม่ชอบ

                “ก็ได้ ก็ได้ ฉันจะให้เธอเก็บขนไว้” เจสซี่ถอนหายใจ “ต้องมีความเป็นชายหลงเหลือให้เธอบ้าง ฮึ?”

                ซึ่งเป็นประโยคที่ตลกที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อพูดก่อนการสวมชุดชั้นใน

                แจ็กเริ่มจากเจ้ากางเกงในจีสตริงตัวจิ๋วก่อน ก้าวเท้าสวมมันอย่างทุลักทุเล กัดริมฝีปากแน่นด้วยความประหลาดใจยามเนื้อผ้าลูบผ่านผิว มันใหญ่พอที่จะล้อมรอบสะโพกเขา แต่ก็เล็กพอที่จะทำให้เป้ากางเกงคับตุงจนลูกไม้บางนูนออกมา ทำให้เจสซี่เห็นอะไรต่อมิอะไรโดยไม่ต้องจินตนาการ แจ็กเอาแต่บิดสายอยู่นั่น ไม่ชินกับการมีอะไรอยู่ในร่องก้นของเขา

                ยกทรงเป็นลำดับต่อไป เช่นเดียวกับกางเกงใน แจ็กดิ้นรน “ฉันติดตะขอไม่ได้”

                เจสซี่ตบตัก “มา ฉันติดให้”

                แจ็กนั่งลง ก้นเปลือยเปล่าบนตักเขา เจสซี่ติดตะขอให้ด้วยมือเดียว

                “ไหน ให้ฉันดูซิ”

                แจ็กลุกขึ้น หมุนตัว ว้าว…

            ขอประทานโทษ แต่เขาดูเหมือนมีนมจริง ๆ เลยว่ะ ชุดชั้นในดันกล้ามอกเขาให้อยู่ในทรง เจสซี่สาบานได้ว่าเขาเห็นร่องอก กล้ามอกที่เดิมทีก็ใหญ่อยู่แล้วจากการออกกำลังกายรักษาหุ่นและสารพัดเซรุ่มที่ฉีดเข้าไปในร่าง– ถูกจัดให้เข้ากับชุดชั้นในลูกไม้ สีฟ้าของมันเข้ากับผิวของเขาจริง ๆ ทำให้ดวงตาของเขาโดดเด่นขึ้น เจสซี่แทบจะตื่นตัวทันทีเมื่อเห็น

                “ขึ้นเตียงมานี่ เรายังขาดไปอีกอย่าง” เจสซี่ลุกจากเตียง ตื่นเต้นเหลือเกินกับไวเบรเตอร์ “คุกเข่า หันหน้าให้หัวเตียง”

                แจ็กทำตาม ว่านอนสอนง่าย ยันตัวเองไว้บนเข่า ศีรษะพยายามหันข้ามไหล่มามองเจสซี่

                “มองหัวเตียง” เจสซี่สั่ง “โชว์ตนเองให้ฉันเห็นหน่อย ที่รัก”

                แจ็กต้องใช้แขนสองข้างเอื้อมมาข้างหลัง ทิ้งน้ำหนักตนเองไว้ให้อยู่ในท่าคุกเข่าได้ก็เพราะกล้ามเนื้อขาพยุงตัวล้วน ๆ มือของเขาแยกแก้มก้นตนเองออก และ– ให้ตายสิ– เจ้าสายจีสตริงมันหายเข้าไปในแก้มก้น ถูกซ่อนจนต้องให้แจ็กทำแบบนี้เท่านั้น เปิดเผยตนเองจนถึงข้างใน เจสซี่ถึงจะเห็นสายสีฟ้าของมัน ที่แทบปิดบังรูน้อย ๆ ของแจ็กเอาไว้แทบไม่ได้

                เจสซี่ผิวปาก มองวงแหวนกล้ามเนื้อสีชมพูสดที่แสนจะน่าเอ็นดู “เธอเก็บหล่อลื่นไว้ไหน ที่รัก?”

                “ในห้องน้ำ” แจ็กตอบ

                “อยู่ในท่านี้ล่ะ อย่าให้ฉันรู้นะว่าเธอเปลี่ยนท่า” เขาทิ้งท้าย ก่อนจะหายไปเข้าไปในห้องน้ำ

                แจ็กยังอยู่ในท่าเดิมอยู่เมื่อเขาเดินกลับมาพร้อมหลอดเจลหล่อลื่น ขาไม่สั่นเลยกับการแบกรับน้ำหนักตนเองไว้ แข็งแรงเสียจริง เจสซี่อยากจะเห็นหน้าเขา กำลังกัดริมฝีปากจนเลือดแทบออกอยู่รึเปล่านะ ด้วยความเกร็งและความกลัว? ใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำ.. แต่ไม่เป็นไร วิวตรงนี้ก็ดีเหมือนกัน นี่ขนาดแจ็กไม่ค่อยจะมีก้นให้เขาชื่นชมนะ มันก็ยังดูดี

                เจสซี่ค่อย ๆ ปัดเจ้าสายกางเกงในออกไปจากเป้าหมาย อยากจะถอดถุงมือตนเองออกมาสำหรับขั้นตอนนี้หรอกนะ แต่เสียงครางเบา ๆ ของแจ็กที่เขาได้รับเมื่อหนังหยาบกร้านถูเข้ากับจุดซ่อนเร้น– ทำให้เจสซี่เปลี่ยนใจ

                เขายังใช้หล่อลื่นอยู่หรอก– ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น– ชโลมมันบนปลายนิ้วหุ้มถุงมือ

                “เธอทำความสะอาดตนเองเรียบร้อยรึเปล่า?” ถามไปงั้น เขารู้คำตอบอยู่แล้ว เห็นเจ้าอีนีม่าในห้องน้ำ

                “ฉันทำตามที่เธอสั่ง” แจ็กตอบ เสียงอ่อน

                เขาตบก้นแจ็กเบา ๆ เป็นรางวัล “เด็กดี”

                 มันใช้เวลาไม่นานในการเตรียมตัวแจ็ก แค่ไม่กี่นิ้วของเจสซี่ ตั้งใจถูจุดไวต่อความรู้สึกข้างในร่างแจ็กเพื่อเรียกเสียงร้องจากเขา บังคับให้กล้ามเนื้อของเขาต้องผ่อนคลาย มองเป้ากางเกงลูกไม้ตุงจนแทบจะล้น เจ้าไวเบรเตอร์ก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากอยู่แล้ว วางบนฝ่ามือเจสซี่ได้อย่างง่ายดาย แต่แจ็กก็ยังครางเมื่อมันสอดแทรกเข้าไปในร่างของเขาได้ในที่สุด

                เจสซี่ปัดสายจีสตริงกลับเข้าที่เดิม มองเจ้าโบว์เล็ก ๆ ตรงสะโพกแล้วขำ “ฉันคงหาเสื้อผ้าสบาย ๆ สวมนะ ถ้าเป็นเธอ”

                แจ็กยังคงรักษาท่าทางให้อยู่ในท่าเดิม พลทหารทำตามคำสั่งเสมอ

 




 

                สุดท้าย แจ็กเลือกชุดลำลองออกมา เสื้อยืดสีดำสนิทไร้ลวดลายกับกางเกงลายพรางที่เข้ากับรองเท้าบูทของเขาได้อย่างดี เจสซี่เดินตามหลังเขา มองเหงื่อที่ออกตรงท้ายทอยแจ็ก สีหน้านิ่งสนิทของเขาซ่อนเร้นไม่ได้ทุกอย่าง ไม่ใช่ทุกปฏิกิริยาของร่างกาย เจสซี่คงจะเอื้อมมือไปจับคอเขาไว้ ราวปลอกคอ เช็ดเม็ดเหงื่อออกด้วยปลายนิ้ว แต่– เราอยู่ในที่สาธารณะ

                เขาก็เลยรักษาระยะห่าง ด้วยความเคารพ อย่างที่เขาควรทำกับท่านผู้บัญชาการ ให้แจ็กเดินตรงไปข้างหน้ามั่นอกมั่นใจหยั่งกะกำลังสวนสนาม เดินผ่านเหล่าพลทหารและสายลับของโอเวอร์วอทช์กับแบล็กวอทช์ ต่างฝ่ายต่างก็ไม่รู้ว่าภายในท่านผู้บัญชาการเป็นเช่นไร ได้แต่ผงกหัวก้มให้เขาตามมารยาทเมื่อเดินผ่าน ไม่ก็เหลือบตามองเขาด้วยความชื่นชม

                เจสซี่รู้ว่านี่กำลังทำให้แจ็กสับสน ความรู้สึกไร้อำนาจที่เขากำลังประสบ ประทะกับวิธีที่ทุกคนมองเขา

                ดี

                เจสซี่เหลือบมองเห็นทางไปยังห้องพักสำหรับเจ้าหน้าที่ระหว่างงาน เขากระซิบ “ทางนี้”

                แจ็กเดิน– แนบเนียนพอที่จะทำให้ตนเองดูเหมือนเขาตั้งใจเดินไปทางนั้น ไม่ใช่รับคำสั่งมาจากคนอื่นอีกที– แต่เมื่อเขายืนอยู่หน้าทางเข้า หันกลับมามองเจสซี่ เขารู้ได้ทันทีว่าแจ็กไม่ได้เป็นฝ่ายคุมสถานการณ์เลย “เจสซี่ ฉันไม่รู้ว่าฉันชอบนี่รึเปล่า”

                “เธอไม่จำเป็นต้องรู้ ทูนหัว เธอมีฉัน” เจสซี่ตอบทันควัน “แค่ต้องรู้สึก มามะ”

                แจ็กเดินนำเข้าไปในห้อง และ บิงโก

                กาเบรียล– โคตรพ่อโคตรแม่– เรเอส

                เรเอสอยูในชุดเกือบจะเครื่องแบบ แค่ถอดเกราะสัญลักษณ์แบล็กวอทช์ออกก็เหลือแค่เขาในชุดลำลอง เสื้อฮู้ดผ้าอุ่น ๆ สีเทาและกางเกงที่ไม่มีเข็มขัดอเนกประสงค์รัดพาด เขาไม่ได้สวมถุงมือ หรือเกราะหุ้มรองเท้าที่รักษาขาเขาขึ้นมาถึงเข่า มือเปล่าเปลือยประคองแก้วกาแฟที่น่าจะดำเข้มดุจวิญญาณของเขา รองเท้าคอนเวิร์สหน้าตาธรรมดา ๆ ยกขึ้นยันไว้กับเคาน์เตอร์ครัวข้างหลัง เขาไม่ได้สวมหมวกไหมพรม มันทำให้เขาดูเปราะบางลงอย่างประหลาด ผมโกนติดศีรษะกระมังที่เป็นต้นเหตุ

                แต่ ถึงกระนั้น สีหน้าของเขายังดุดัน สายตาสั่งความเคารพ และนั่น– เจสซี่คิด– คือสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากแจ็ก

                เขาไม่ได้สังเกตแจ็กก่อนด้วยซ้ำ ซึ่งตลกดี อ้าปากทักทายผ่านไอร้อนของกาแฟที่ต้องหนวดเขา “แมคครี”

                “ท่านผู้บัญชาการ”

                “อย่าลืมว่าพรุ่งนี้แกมีนัดกับแองเจล่า แกพลาดบ่อยเหลือเกินในการฝึกของเรา และฉันไม่อยากจะมารู้ทีหลังว่ามันเป็นเพราะเดดอายกำลังเน่าอยู่ในกะโหลกแก” เขาพูด แล้วค่อยจะมาสังเกตแจ็ก ทั้ง ๆ ที่ยืนอยู่ข้างหน้า “แจ็ก”

                เจสซี่แสยะยิ้ม มือจับรีโมทควบคุมไวเบรเตอร์ที่เขาถือไว้ไพล่หลัง กด–

                “.. กาเบรียล.. อ้า!”

                โอย เขาไม่รู้ว่าจะร้องไห้หรือหัวเราะดี               

                เรเอสมีสีหน้าไม่ประทับใจนัก “..ประทานโทษ?”

                “ฉัน..” แจ็กถูกบังคับให้ต้องเดินเข้าไปในห้อง หรือไม่ก็ต้องน่าสงสัยสุด ๆ เมื่อเอาแต่ยืนอยู่หน้าประตูแล้วไม่ขยับ ไม่ไหวติง เจสซี่สงสัยว่าเรเอสได้ยินเสียงไวเบรเตอร์รึเปล่า สั่นในความเงียบของห้อง “แค่.. แปลกใจที่เห็นนาย ฉันนึกว่านายยุ่ง”

                “นั่นเป็นคำด่ากันรึเปล่า?” เรเอสกล่าวหา วางแก้วกาแฟบนเคาน์เตอร์ “งานฉันเสร็จแล้ว ท่านผู้บัญชาการ ไม่ต้องห่วง”

                “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ– อื้ออ– ต่อว่านาย”

                “ถ้านายไม่มัวแต่ยุ่งกับการกล่าวหาชาวบ้าน นายจะรู้ว่าฉันพึ่งกำกับภารกิจที่โปแลนด์เสร็จ และตอนนี้ ได้เวลาพักหายใจดื่มกาแฟ– รู้ไหม– แบบที่มนุษย์เขาทำกันน่ะ” ให้ตาย ฟังจากวาจาดุร้าย มันยากจะจินตนาการว่าสองคนนี้…

                ..เคย

                เป็นเพื่อนกัน

                “ฉันได้ยิน… กะ..เกี่ยวกับ..เกี่ยวกับโปแลนด์” แจ็ก โถ แจ็ก “ยินดีด้วยที่ภารกิจสำเร็จลุล่วง”

                เรเอสขมวดคิ้ว “แกเป็นอะไรของแก”

                “ฉัน– เปล่า!”

                “มองหน้าฉันเหมือนแกมีปัญหา”

                โอ้ เชื่อเถอะ เขามี

                “ฉันแค่–”

                แต่เรเอสยังไม่จบ “แกมาทำอะไรไม่ทราบ?  กับ…แมคครี?”

                ช่วยแจ็กหน่อย เจสซี่เดินไปเปิดตู้เย็น “หาอะไรดื่ม! ผมคอแห้ง เดินผ่านท่านผู้บัญชาการ ชวนเขามาด้วยกัน”

                เรเอสหัวเราะขึ้นจมูก “แกจะคุยอะไรกับแจ็กวะ”

                “คุย.. เรื่อง.. อา” โอ้ คุณพระช่วย นี่เขาอยากจะซ่อนหรืออยากจะแสดงให้ทั้งโลกรู้ แจ็กหลับตาพริ้มไปเลยช่วงหนึ่ง ขาขยับเสียดสีกันอย่างไม่เป็นธรรมชาตินัก สูดหายใจลึกขึ้นจมูก “…เรื่อง.. อืมม… เรื่องข้อพิพาทระหว่างเรากับ– เกาหลี”

                “…นายคุยกับแมคครี… เรื่องการเมือง” เรเอสพูดทีละคำ “เอาจริงเหรอ”

                “ฉันแค่คิดว่าเขาอาจจะมีมุมมองที่แปลกใหม่” แจ็กพยายามเสียเหลือเกิน “นายล่ะคิดยังไง?”

                “ฉัน? ฉันคิดว่ารัฐบาลเกาหลีอวดดีเหลือเกิน ทุกประเทศที่ปราบออมนิคได้โดยไม่อาศัยโอเวอร์วอทช์มักจะชอบลืมตัวเสมอ มันน่ารำคาญ” ปรากฏว่าเขาจี้จุดถูกว่ะ ถ้ามีอะไรดึงดูดสมาธิเรเอสได้ นั่นคือการถามความคิดเห็นทางการเมืองของเขา เจสซี่ปิดตู้เย็น ยืนดื่มน้ำเปล่าในแก้วพลาสติกระหว่างมองดอกไม้ไฟ “พวกมันมีอะไร ก็แค่พวกมือสมัครเล่นในหุ่นยนต์”

                แจ็กพยักหน้า “พวกเขาปฏิบัติกับสงครามเหมือนเกม ฉันไม่เคยคิดว่ามันเป็นไอเดียที่ดี”

                “ทหารเด็ก แจ็ก แต่ละคนอายุไม่บรรลุนิติภาวะ ถือปืนเหมือนตนเองเกิดมาทำ”

                “มันไม่–” แจ็กเกือบสำลักน้ำลาย ไวเบรเตอร์ถูกปรับระดับสูงขึ้น “มะ ไม่… ถูกศีลธรรม…”

                “ฉันไม่ได้พูดถึงศีลธรรม แจ็ก ฉันมองว่ามันเป็นความผิดพลาดทางกลยุทธ์ที่จะใช้ทหารเด็ก”

                “อื้อ–”

                 “หลายคนบอกว่าเราเถียงกับความสำเร็จไม่ได้ แต่– นั่นมันห่าเหวอะไรวะน่ะ”

                “หะ– หา?”

                แจ็กชะงัก ไม่ทันรู้ตัวว่าคอเสื้อของตนเอง– กว้างไปหน่อย– เลื่อนลงไหล่ เผยให้เห็นสายเสื้อใน เขาไม่รู้ตัวจนกระทั่งเรเอสเอื้อมมือไปลูบมัน ปลายนิ้วดึงรั้งสายเสื้อในเหมือนเขาไม่อยากจะเชื่อตนเอง ปล่อยให้มันดีดกับผิวแจ็กส่งเสียงเบา ๆ

                แจ็กแทบจะระเบิด

                เขาปัดมือเรเอสทันที แรงจนอีกฝ่ายร้องโอ้ย รีบดึงคอเสื้อตนเองปิด “ฉัน–”

                เจสซี่ไม่ได้มองว่าตนเองเป็นพระเจ้า น่าจะปีศาจมากกว่าในการที่เขาควบคุมชะตาชีวิตแจ็ก ปรับไวเบรเตอร์สูงอีก

                ขาแข็งแกร่งของแจ็กทรงตัวเองไว้ไม่ได้ เขาครางเสียงหลงแล้วทรุดตัวคุกเข่าลงไปกับพื้นเลย และถ้าเรเอสมองเห็นรอยเปียกชื้นเป็นด่างดวงบนเป้ากางเกงลายพราง อย่างน้อยเรเอสก็ไมได้พูดอะไรออกมา แค่ตกใจ

                “เฮ้ย แจ็ก นายเป็นอะไรรึเปล่า” เขาถลาเข้าไปจะช่วยแจ็กลุกขึ้น แต่แจ็กถอยหนี ดึงชายเสื้อตนเองลงปิดเป้า

                เจสซี่ เห็นท่าไม่ดี รีบเข้าไปขวาง โยนแก้วพลาสติกในมือทิ้ง “ให้ผมช่วยคุณ ท่านผู้บัญชาการ”

                แจ็กตัวหนัก แต่ก็ลุกขึ้นมาได้เมื่อเจสซี่ช่วยดึง ร่างกายสั่นเทิ้มใต้นิ้วมือของเขา

                “เป็นอะไรรึเปล่า?” เจสซี่ถามไปงั้น

                แจ็ก น้ำตาคลอเบ้า ตอบ “แค่หน้ามืด”

                เรเอส ขมวดคิ้ว พูด “นายควร–”

                “ผมจะพาเขาไปหาแองเจล่าเอง” เจสซี่รีบตัดบท “มาเร็วครับ”

                เรเอสไม่ใช่คนโง่ และเขาน่าจะเข้าใจสถานการณ์ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่รีบออกไปจากที่นี่

                ทันทีที่เราหนีป่าราบ ไม่หันกลับไปมองเรเอส และกลับเข้ามาอยู่ในความส่วนตัวล็อกรหัสของห้องท่านผู้บัญชาการได้ในที่สุด แจ็กก็กลายเป็นความเละเทะ ทิ้งตัวลงบนเตียงและดิ้นเร่า ๆ เพราะความสั่นไหวในร่างกาย เสียดสีกับทุกจุดที่ทำให้เขาเห็นดาว เจสซี่มองเขาตะกุยผ้าปูที่นอน ทำเอามันยุ่งจากที่ถูกจัดไว้เรียบ ๆ น้ำตาไหลนองหน้า น้ำลายไหลเละเทะ

                เขาอ่อนไหวต่อทุกสัมผัส อ่อนไหวเกินไป จากที่ตนเองพึ่งถึงจุดสุดยอด แต่ก็ยังถูกทารุณไม่ให้โอกาสเว้นวรรคหายใจ ความสุขสมตอนนี้กึ่ง ๆ อยู่กับความเจ็บปวดทรมาน เจสซี่ถอนหายใจด้วยความเอ็นดู กดปิดไวเบรเตอร์ให้หยุดทำงาน มองแจ็กหยุดดิ้น หายใจรวยรินหอบจากปาก ไม่รู้ว่าคลื่นที่ถาถมเขาอยู่หยุดไปจริงรึเปล่า หรือนี่เป็นแค่การทรมานกัน

                เจสซี่คลานขึ้นเตียง คร่อมร่างเขาไว้ด้วยตัวที่เล็กกว่า ตบหน้าเขาเบา ๆ ให้มอง “ที่รัก มองหน้าฉัน”

                ม่านตาของแจ็กขยายกว้างจนเขาแทบมองไม่เห็นสีฟ้าที่โอบล้อมนัยน์ตาดำ

                “เธอทำได้ดีเหลือเกิน” เจสซี่ชมเสียงหวาน “ฉันภูมิใจในตัวเธอมาก”

                แจ็กสะอื้น

                “…เขารู้”

                “เขาไม่–”

                “เขารู้” แจ็กพูดซ้ำอีก “เขา.. เขารู้ทันเสมอ ฉัน–”

                “ต่อให้เขารู้ เขาก็ทำอะไรเธอไม่ได้” เจสซี่มอบคำสัญญา “เธอปลอดภัยกับฉัน ฉันจะดูแลเธอเอง ทูนหัว”

                “เจสซี่…”

                “เอาล่ะ” เขาดึงขอบกางแจ็กลง มองสายกางเกงในจิ๋วที่โผล่มาให้เห็น “มามอบรางวัลให้เธอกันดีกว่า”

Advertisements

One thought on “Good Girl (2)

  1. เราชอบ ชอบมากชอบสุดๆ ชอบเวลาท่านผู้บัญชาการแสนยิ่งใหญ่ร้องไห้ โครต ซาดิส แต่มันสวยนี่นา

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s