Good Girl (3)

Title: Good Girl
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Soldier: 76| Jack Morrison/Jesse McCree
Rating: E

Warning: Nipple play, Nipple torture, Cloth-pin, Feminization, Coming Untouched, Mentions of OCs, Pain play, Power Imbalance, Power Play, อาจจะมีอย่างอื่นอีกที่เราลืม
Notes: ก๊อดโปรแกรม โอดิน และกลุ่มผู้ก่อการร้าย แร็กนาร็อก เป็นไอเดียของเราล้วน ๆ

 

                หน้าที่พาเจสซี่มายังสวีเดน ปฏิบัติภารกิจภายใต้สัญลักษณ์แบล็กวอทช์และความลับซับซ้อนที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา ด้วยความเป็นกลางของสวีเดน มนต์สะกดของความสงบสุขที่ปกคลุมประเทศนี้ตั้งแต่วิกฤติออมนิคจบลง การส่งพลทหารของโอเวอร์วอทช์จึงไม่ใช่ตัวเลือกที่เรามีบนโต๊ะ แต่ใต้โต๊ะ นั่นคือตอนที่แบล็กวอทช์ก้าวเข้ามา แฝงตัวเข้ามาในประเทศดุจเงา ด้วยอากาศยานไม่ฝักฝ่ายไหน ในเครื่องแบบที่ดูไม่ออกว่ามาจากหน่วยใด เราประจำการณ์ เฝ้าสังเกต และสืบสวน

                มีเบาะแสของภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานอยู่ในเงา ข่มขู่จะทำลายความสงบสุขที่กล่าวไว้ข้างต้น กลุ่มผู้ก่อการร้าย มนุษย์ ที่ต้องการเปิดการทำงานของก๊อดโปรแกรม โอดิน กลับมาอาละวาดอีกครั้ง ในช่วงแรกของสงคราม เราได้รับคำสั่งแต่การลาดตระเวน คอยตรวจสอบทุกข่าวแสและเบาะลือที่สายของเรเอสในไออ้อนแคลด หรือตามฐานสังเกตการณ์ในสวีเดน ได้รับ แต่สัปดาห์ผ่านไปกับการสืบสวนอย่างระมัดระวัง เราก็พบกับฐานทัพบัญชาการของกลุ่มผู้ก่อการร้าย แร็กนาร็อก

                เราได้รับคำสั่งจากท่านผู้บัญชาการเรเอสชัดเจนดี ยับยั้ง สกัดกั้น และจับกุม เราต้องการข้อมูล ต้องการผู้สมรู้ร่วมคิด แบบที่หัวใจยังเต้นและลมหายใจไม่ถูกปลิดไปจากร่าง มันไม่ใช่เรื่องง่าย การบุกเข้าไปในฐานของผู้ก่อการร้ายด้วยกำลังคนที่เรามี แต่เรามีแผนของเรา แผนที่ถูกสร้างมาอย่างระมัดระวังและกำลังถูกออกคำสั่งอย่างรอบคอย โดยเรเอส

                จนกระทั่งเขาถูกขัดกลางประโยค มีบุคคลที่สามแทรกเข้ามาในระบบสื่อสารของเรา

                “ทีมแบล็กวอทช์ นี่ผู้บัญชาการมอร์ริสันกำลังพูด”

                โอ้

                เจ้าหน้าที่แบล็กวอทช์มองหน้ากัน บางคนกลอกตา บางคนถอนหายใจ บางคนก็ชักสีหน้าไม่สบอารมณ์ ส่วนเจสซี่ เขาได้แต่สงสัยใครรู่ ทุกครั้งเลยที่ท่านผู้บัญชาการโอเวอร์วอทช์เข้ามายุ่มย่ามกับภารกิจของแบล็กวอทช์ มันมักจะจบไม่สวย ด้วยผลลัพธ์ที่ไม่ดีงาม ยุทธการที่ต้องปรับเปลี่ยนตามคำสั่ง และการประทะกันของอำนาจที่เหมือนหมาแย่งตำแหน่งจ่าฝูง

                “มอร์ริสัน” เรเอสพูดลอดไรฟัน “นี่ไม่ใช่เวลา เรากำลังบุกเข้าพื้นที่–”

                “เรื่องนั้น” มอร์ริสันกระแอม “คำสั่งใหม่จากเบื้องบน–”

                “ฉันไม่สนว่าเบื้องบนต้องการห่าอะไร–”

                “เป้าหมายภารกิจคือการกำจัดแร็กนาร็อก”  มอร์ริสันพูดขัด “อย่าเหลือนักโทษ ขจัดเป้าหมาย”

                “บ้าบออะไรวะ” เรเอสโพล่งออกไปทันที อารมณ์เอาชนะเหตุผลไปครู่ ก่อนที่เขาจะรวบรวมตนเองได้ “ด้วยความเคารพ ท่านผู้บัญชาการ นายส่งแบล็กวอทช์มาเพื่อข้อมูล ไม่ใช่ส่งเรามานองเลือด เราไม่ใช่หมาล่าเนื้อของแก–”

                “เชื่อเถอะ ถ้าฉันส่งสไตรค์ทีมของฉันไปได้ ฉันคงทำไปแล้ว แต่ทีมของนายอยู่ใกล้กับเป้าหมายที่สุด” มอร์ริสันพูดนิ่ง ๆ น้ำแข็งเกาะเสียงทุกพยางค์ “ถ้ามีภัยร้ายซุกซ่อนในสวีเดน ฉัน– เรา– ต้องการให้มันถูกกำจัด เข้าใจชัดเจนไหม”

                “แร็กนาร็อกอาจเกี่ยวข้องกับแผนที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ อาจได้รับคำสั่งมาอีกที สิ่งที่พวกมันรู้–”

                “– ไม่สำคัญต่อนาย ท่านผู้บัญชาการเรเอส”  มอร์ริสันตัดบท “นี่คือคำสั่ง”

                เรเอสเงียบ เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครในทีมเราเห็นด้วย แต่ก็ไม่มีใครปริปาก ให้ตาย มันต้องมีคนพูดอะไรสักอย่าง ให้มันเป็นเจสซี่ก็แล้วกัน ถ้าเขากล้าอยู่คนเดียว “ด้วยความเคารพ ท่านผู้บัญชาการ นั่นไม่ไร้ประโยชน์ไปหน่อยหรือ”

                ทุกคนตาโพลง เหมือนจะกลั้นหายใจ เจสซี่ถูกกระทุ้งเข้าให้ที่สีข้างด้วยเพื่อนร่วมทีม

                มันไร้ประโยชน์จริง ๆ นี่หว่า การฆ่าล้างโคตรพวกแร็กนาร็อกกระจึ๋งหนึ่งที่เราพบในสวีเดน โดยไม่เหลือใครให้กลับมาเล่าเรื่องราว ถ้าเรเอสฆ่าเดดล็อกทุกคนที่เห็นในวันนั้น ถ้าเขาไม่ไว้ชีวิตเจสซี่ เราคงไม่ได้ข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับแก๊งเดดล็อกที่ยังหลงเหลือ คงไม่ได้ถอนรากถอนโคนมัน ถึงมอร์ริสันจะบ่นหลายสิบครั้งว่า เรเอสควรจะจัดการกับพวกเดดล็อกตั้งนานแล้ว

            “…เจ้าหน้าที่ เจสซี่ แมคครี” มอร์ริสันเกริ่น “เธอกำลังท้าทายอำนาจฉันเหรอ?”

                “เปล่าครับ ผมไม่ได้–”

                “เธอเป็นทหาร รู้จักที่ต่ำที่สูง เมื่อเธอได้รับคำสั่ง ทำตาม!”

                เจสซี่สะอึก ความกลัวเหมือนเสี้ยวน้ำแข็งแทงฉึกเข้ามาในกระดูกสันหลัง เขาพูดต่อไม่ออก

                “ฉันกำลังถูกกดดันโดยรัฐบาลสวีเดน โดยสหประชาชาติ และเธอจะไม่ทำให้ฉันขายหน้า เข้าใจที่ฉันพูดไหม”

                “ครับ ครับผม” เจสซี่ตอบ “ขอโทษครับ ท่าน”

                เสียงถอนหายใจ

                “ที่เหลือส่งต่อให้คุณ ท่านผู้บัญชาการเรเอส”

                เรเอสหันหน้ามามองเขา ด้วยสายตาที่เกือบจะเรียกได้ว่าเห็นอกเห็นใจ หากมันไม่ระคนไปด้วยความรำคาญ เหมือนกับว่าเจสซี่ควรจะรู้ดีกว่านี้ ไม่ใช่โง่เง่าเต่าตุ่นกล้าพูดหือท่านผู้บัญชาการโอเวอร์วอทช์ แต่อย่างน้อย เรเอสก็ไม่ได้ว่าอะไรเขา แค่ดึงที่เก็บเสียงออกจากช็อตกันของตนเองแล้วลุกขึ้นจากท่าย่อตัวเมื่อครู่นี้ ถอนหายใจ

                “มาจัดการให้มันจบ ๆ ไปกันเถอะ” เขาพึมพำ ก่อนจะเริ่มนับถอยหลังให้ทีมของเราอีกฟากหนึ่งของตึกระเบิดประตู

 




 

                ภารกิจผ่านไปด้วยดี ก็ ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ล่ะนะ ด้วยจำนวนศพมากมาย แต่ไม่มีศพใดเป็นของเรา ว่ากันว่าสไตรเกอร์ต้องใส่เฝือก ส่วนคิลไบรด์คงต้องใช้หลอดทานอาหารไปอีกนาน แต่ไม่มีใครตาย ความเกรี้ยวกราดของเรเอสยังคงแสดงให้เห็นเด่นชัด แต่เป็นในรูปแบบที่ชวนให้เจสซี่นึกถึงหมาถูกสวมตะกร้อ อ้าปากแยกเขี้ยวไม่ได้ คงไม่มีใครกล้ากวนเขาไปอีกนาน

                ช่วงเวลาหลังภารกิจ– ช่องว่างเล็ก ๆ ที่เราได้พักหายใจก่อนจะถูกส่งไปอีกฟากหนึ่งของโลก– เป็นช่วงที่เจสซี่ชื่นชอบมากที่สุด แต่เขาใช้เวลาช่วงวันแรก ๆ ไปกับการพิมพ์รายงานภารกิจส่งท่านผู้บัญชาการเสียส่วนมาก ส่วนน้อยคือการดื่มฉลองและระบายอารมณ์กับเจ้าหน้าที่ในทีม เขาฝึกฝนกับเก็นจิ เล่นไพ่กับฝาแฝดฟอสเตอร์ ช่วยยูริเขียนจดหมายหาที่บ้าน

                จากนั้นเขาก็มาอยู่บนเตียงของท่านผู้บัญชาการมอร์ริสัน ไม่สิ– แจ็ก เขาเป็นแค่แจ็กเมื่อเราอยู่ด้วยกัน เมื่อเขานอนอยู่บนร่างทีเล็กกว่าของเจสซี่ เปลือยท่อนบน พิงศีรษะบนอกดกด้วยขนเพื่อฟังเสียงหัวใจเต้น ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้เจสซี่บนพุง เล่นกับสะดือจุ่นของเขา เจสซี่ไขว้แขนสองข้างไว้หลังศีรษะ ใช้เวลาว่างที่หายากสูบซิการ์ ไม่ใช่แค่ซิการิลโล่ ได้ดื่มด่ำกับมัน

                เขาลดแขนลงมาข้างหนึ่งเพื่อดึงซิการ์ออกจากปาก ถอนหายใจออกมาเป็นควันสีขุ่นเหนือผมทอของแจ็ก แจ็กช่างดู.. สงบ ชวนให้เขานึกถึงแมว เงียบไม่พูดไม่จา เอาแต่นอนทับร่างเขา ใช่ว่าเจสซี่บ่นหรอก น้ำหนักของแจ็กนั้นไม่ถึงคำว่าอึดอัด แต่กำลังสบายบนตัวของเจสซี่ ผิวของเขาอุ่น และเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเขาทำให้เจสซี่รู้สึกสุขสงบ มันเป็นช่วงเวลาที่ดี

                เมื่อแจ็กพูด– ในที่สุด– เสียงของเขาเบาเหลือเกิน สำหรับคนเสียงห้าวขนาดนี้ “ฉันนึกว่าเธอจะโกรธ”

                เจสซี่มองซิการ์ในมือ สังเกตว่ามันถูกสูบอย่างเชื่องช้าไปครึ่งแจ็กถึงจะกล้าพูด “หืม?”

                “ฉัน.. ตะโกนใส่เธอ แล้วก็ต่อว่าเธอ… ก่อนภารกิจ…”

                “อ้อ” เรื่องนั้น เจสซี่เกือบจะลืมมันไปแล้ว ส่งรายงานแล้วก็แล้วกัน “คนสวย ฉันไม่เอาเรื่องรักมาปนกับเรื่องงาน”

                แจ็กขมวดคิ้ว เหมือนเขาไม่ค่อยเข้าใจกับการใช้คำว่า ‘รัก’ ของเจสซี่ “ฉันนึกว่าจะโดนลงโทษ”

                “จะลงโทษได้ยังไงในเมื่อเธอไม่ได้ทำอะไรผิด?” เจสซี่สูบซิการ์อีกหนึ่งเฮือกใหญ่ อมควันกลิ่นหอมไว้ในปากครู่หนึ่งก่อนจะพ่นมันออกมาอีกครั้ง “ข้างนอกนั่น เธอเป็นผู้บัญชาการ และฉันเข้าใจ ฉันรู้ว่าเมื่อกลับมาที่นี่ ฉันจะได้เจอกับ…”

                แจ็กครางน้อย ๆ เมื่อเจสซี่ลดมืออีกข้างลงมาลูบผมเขา “… สาวน้อยของฉัน รอฉันอยู่บนเตียง..”

                แจ็กเงยหน้าขึ้น สองแขนยันตัวไว้เหนือร่างเจสซี่ แก้มแดง “เธอไม่โกรธ?”

                “ไม่เลย” เจสซี่ตอบด้วยความสัตย์จริง “เธอทำตัวดีมาตลอด ฉันหาซับดีกว่านี้ไมได้แล้ว”

                ได้รับคำตอบที่พึงพอใจ แจ็กยอมปล่อยให้ตนเองนอนลงอีกครั้ง อิงแก้มกับอกเจสซี่ มือลูบพุงเขาไปมาเพราะไม่มีอย่างอื่นให้ทำ เล่นกับไรขนตรงนั้นที่แพลมขึ้นมาเป็นทางยาวเหนือขอบกางเกง “มัน… ยาก”

                “ว่าไงนะที่รัก?”

                “ออกคำสั่ง” แจ็กพึมพำ “เป็นท่านผู้บัญชาการ มันยาก ครึ่งหนึ่งของตลอดเวลา ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองพูดอะไรอยู่ ว่าฉันตัดสินใจเองหรือมันเป็นสิ่งที่เขาลงมติกันมาอีกที ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันกำลังทำเพื่อผลประโยชน์ของใครอยู่”

                โอ้ โอ้ โอเค

                เจสซี่ลูบผมเขาต่อเบา ๆ ส่งเสริมให้เขาพูด “มันเหนื่อยรึเปล่า?”

                “เหนื่อยสิ” แจ็กตอบทันที

                “เพราะแบบนี้รึเปล่าเธอถึงชอบให้ฉันออกคำสั่ง?” เจสซี่ถาม แสยะยิ้ม “ให้คนอื่นควบคุมเธอบ้าง เธอจะได้ไม่ต้องทำอะไรนอกจากนั่งสวย ๆ แล้วให้คนอื่นคิดแทนเธอ ว่าควรจะทำอะไร ควรจะรับใช้เขายังไง… ชอบแบบนั้นใช่ไหม?”

                ใบหน้าของแจ็กร้อนผ่าวบนผิวแจ็ก และเมื่อเขาพูด เสียงของเขาเบายิ่งกว่าเดิม “ชอบ”

                “พูดดัง ๆ หน่อย ที่รัก หูฉันไม่ดี”

                “ฉัน.. ชอบ” เขาเงยหน้าขึ้นจากอกเจสซี่ “ฉันชอบให้เธอออกคำสั่ง ให้เธอมีอำนาจเหนือฉัน”

                “เห็นไหม ไม่เห็นยากเลย” เจสซี่ดับซิการ์กับที่เขี่ยบุหรี่ (ของเขา) บนตู้หัวเตียง (ของแจ็ก) จะได้มีมือว่าง ๆ สองมือมาประคองใบหน้าของแจ็กไว้ได้ “ไม่มีอะไรต้องอาย การยอมรับว่าเธอชอบอะไรเป็นสิ่งที่กล้าหาญมาก เธอชอบอะไรอีก?”

                “ฉันชอบ.. เธอ” แจ็กพูด “ฉันคิดว่าเธอหล่อมาก”

                “อ๊าว แจ็ก เธอกำลังทำให้ฉันเขิน”

                แจ็กยิ้มน้อย ๆ ไฟเริ่มติด “ฉันชอบเวลาเธอชมฉัน เธอพูดดีเสมอเลย”

                “สาริกาลิ้นทอง ที่รัก”

                “แล้วฉันก็ชอบ… ไม่สิ อยาก..”

                “ว่าไง”

                “อยากให้เธอเอาฉัน” แจ็กพูด หลับตาลง

                เจสซี่หัวเราะ

                “ยังไม่ทันโดนเลย คิดว่าตนเองจะชอบแล้วเหรอ” เจสซี่หยิกแก้มเขา “มันอาจจะไม่ดีอย่างที่เธอคิดนะ”

                แจ็กยอมให้ตนเองโดนหยิก แต่ขมวดคิ้วมุ่น “ฉันดูหนัง แล้วก็.. อ่าน ใคร ๆ ก็บอกว่ามันดี”

                บางครั้งเขาก็ลืมไปว่าแจ็กยังบริสุทธิ์อยู่ เขาผ่านอะไรมามาก กร้านโลกเพราะประสบการณ์ตั้งแต่สมัยเจสซี่ยังเป็นเด็ก แต่พอมาถึงเรื่องนี้ เจสซี่มีชัยเหนือกว่าเขาหน่อย เขาอาจจะสมบูรณ์แบบไปหน่อยกระมัง ยุ่งกับการยื่นตัวเข้าเสนอช่วยปกป้องโลก และขจัดภัยอันตราย จนไม่ได้เหลือเวลาเชี่ยวชาญเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ไม่เคยขึ้นเตียงกับใครได้นานพอที่จะโดนเอา

                “ไม่เห็นต้องรีบเลย” เจสซี่พูด เอ็นดูอีกฝ่ายอย่างประหลาด “เซ็กส์มันมีมากกว่านั้นนา”

                “แต่ฉันอยากนี่” เขาเถียง เหมือนเด็กดื้อ

                “ไม่กลัวเหรอว่ามันจะเจ็บ?”

                จากนั้น อย่างนุ่มนวล เขาพูด “ฉันเชื่อใจเธอ”

                แต่เจสซี่ไม่ยักไว้ใจตนเองแฮะ ถึงแม้เขาจะมีความอดทนมาตลอดตั้งแต่ฝึกฝนแจ็กมา เขาไม่แน่ใจเลยว่าความอดทนของตนเองจะหมดลงเมื่อไหร่ เขาจะใช้เวลาเตรียมการแจ็กจนพร้อมได้ไหม หรือกระแทกสะโพกรัวเร็วทันทีที่ถูกตอดรัดโดยช่องทางที่ไม่เคยถูกรับไปมากกว่านิ้วและของเล่นขนาดจิ๋ว กดแจ็กลงบนเตียงแล้วกระเด้าเขาให้หน้าถูไปกับผ้าปูที่นอน–

                เจสซี่คำรามเสียงต่ำในลำคอ พึงพอใจกับภาพที่เห็นในหัว แต่ “ไม่ใช่ตอนนี้ หวานใจ”

                แจ็กชักสีหน้า แต่ก็ไม่บ่น “ฉันอายุสี่สิบแล้วแต่ยังเวอร์จิ้น มันน่าอาย”

                ตรรกะแปลก ๆ วุ้ย เจสซี่ค่อนข้างมั่นใจว่ามีผู้ชายมากมายที่ใช้ชีวิตยัยแปดสิบแต่ก็ยังไม่เคยสอดนิ้วเข้าก้นตนเอง

                “ทุกคนสรุปว่าฉันมีผู้หญิงเป็นสิบนอนรอบนเตียง คิดว่าฉันช่ำชอง–”

                “เธอไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตนให้ใครเห็นนี่” เจสซี่ขัด “เว้นเสียแต่…”

                แจ็กเบือนหน้าหนี สีแดงขึ้นที่แก้ม “มันไม่ใช่อย่างนั้น..”

                “โดนใครล้อมารึไง ฮึ”

                “เปล่า”

                “เรเอส?

                “กาเบรียล–” แจ็กเคี้ยวริมฝีปาก “ฉันคิดว่าเขามองตนเองอยู่เหนือเรื่องกามา”

                “ก็ถือว่าดีสำหรับเขา” เจสซี่พูด แล้วพลิกตัวขึ้นคร่อมแจ็ก เขาไม่ได้ใช้แรงตนเองทั้งหมดหรอก แจ็กเป็นฝ่ายโอนอ่อนยอมให้ตนเองถูกสลับฝั่ง แรงเขาคนเดียวพลิกตัวอีกฝ่ายไม่ได้ “เพราะคนอย่างเรายังพ่ายแพ้ให้กับสัญชาติญาณทางกาย–”    

                แจ็กหัวเราะเมื่อตนเองถูกไซร้คอ เคราของเจสซี่เสียดสีกับผิวเนียนตรงซอกคอของเขาจนน่าจะทำให้มันรู้สึกแสบ เจสซี่สูดกลิ่นเข้าจมูก แจ็กหอมมาก เหมือนน้ำหอมราคาแพง ซึ่งก็เข้ากับเขาดี สูงส่งและยิ่งใหญ่กว่าชายที่เจสซี่เป็นมากโข ใกล้ชิดกันขนาดนี้ กลิ่นหอมหวานคงจะถูกทำลายด้วยซิการ์ของเจสซี่ คงจะทำให้เขามีกลิ่นเหมือนชายอื่นไปอีกสักพัก

                “ฉันจะยังไม่เอาเธอวันนี้” เจสซี่พูดเมื่อเขาผละออก “แต่ฉันจะทำอะไรพิเศษให้”

                แจ็กกระพริบตา “ซึ่งก็คือ?”

                “การฝึกฝนนิดหน่อย” เจสซี่ตอบ มองแจ็กตาโตเมื่อได้ยินว่าตนเองจะได้พัฒนาความสามารถ เขาดึงอีกฝ่ายลุกขึ้นนั่งกับเตียง เพื่อที่จะได้เขยิบตัวไปอยู่ข้างหลังเขา โอบกอดแจ็กจากข้างหลัง “เมื่อวันก่อน เธอทำได้ดีเหลือเกิน ทูนหัว แสนดี…”

                เจสซี่วางคางลงบนไหล่แจ็ก รู้สึกถึงมันสั่นเทา “เธอเสร็จได้โดยไม่แตะต้องตนเอง”

                เขาคิดว่ามันไม่ใช่เชิงเป็นความสามารถทีเดียวหรอก น่าจะเป็นโชคของมือสมัครเล่นที่มาพร้อมกับการขาดประสบการณ์มากกว่า ถูกเสียดสีมีของเล่นสั่นไหวข้างในนิดหน่อยก็พร้อมแล้วที่จะหลั่ง ยิ่งอยู่ในที่สาธารณะใต้สายตากดดันของเรเอส มันยิ่งแล้วใหญ่ แต่.. เสร็จได้โดยไม่ต้องใช้มือให้ตนเองเป็นความสามารถพิเศษสวยหรูที่เจสซี่อยากให้ซับของเขามี

                “ฉันจะฝึกให้เธอเสร็จได้จากการถูกจับแค่ยอดอก” เจสซี่ตอบ เหยียดขาข้างสะโพกเขา “คิดว่าจะทำได้ไหม”

                แจ็ก เช่นเคย ไม่มั่นใจ แต่ก็ยังกระเหี้ยนกระหือรือ “ฉันไม่รู้ แต่ฉันจะพยายาม”

                “เป็นคำตอบที่ดีมาก ๆ ” เจสซี่แสยะยิ้มอยู่ข้างใบหน้าเขา “ฉันไม่สนว่ามันจะใช้เวลานานเท่าไหร่ ฉันไม่สนว่ามันจะทำให้เธอเจ็บแค่ไหน ฉันจะฝึก จนกว่าแค่สัมผัสเบาบางที่สุดบนผิวก็ทำให้เธอถึงจุดสุดยอดได้ ฉันจะทำให้เธอสมบูรณ์แบบ

                แจ็กเอนหลังพิงอกเจสซี่ ประหม่า ประหม่ายิ่งกว่าเมื่อมือของเขา– คราวนี้ไม่มีถุงมือ– ไล่มานวดอกเขาเหมือนมันเป็นเต้านมทรงโตของผู้หญิง บีบนวดกล้ามเนื้อหน้าอกที่ขนาดใหญ่จากการเล่นกล้าม สัมผัสผ่านไรขนสีทองบาง ๆ ที่แทบสังเกตไม่เห็นบนผิวซีด แจ็กเริ่มครางแล้ว กะอีแค่โดนแค่นี้ แต่พอถูกจับเข้าที่ยอดอกเท่านั้นแหละ ทั้งร่างของเขาชะงักชะงัน

                “หน้าอกหน้าใจใหญ่คับมือฉันดีจัง ที่รัก” เจสซี่พูดแซว ยอมให้เสียงลากยาวของสำเนียงทิศใต้กลายเป็นอะไรที่ดิบกว่านั้นหน่อย เถื่อนกว่าเมื่อใช้วาจาจาบจ้วง “ทั้งหมดนี่เป็นของฉันคนเดียวใช่ไหม? หืม? ฉันเป็นเจ้าของสาวสวยคนนี้คนเดียว?”

                ใบหูของแจ็กแดงก่ำ และเขาสำลักเมื่อพูด “แค่เธอ เจสซี่”

                เจสซี่ก้มลงต่ำ มองเป้ากางเกงในขาสั้นที่คับตุงของแจ็ก แสดงให้เห็นว่าเขาเริ่มเกิดอารมณ์ เห็นมันกระตุกเล็กน้อยตามจังหวะที่เจสซี่ลูบคลึง หลั่งออกมาเล็กน้อยเป็นด่างดวงบนเนื้อผ้าสีขาว แจ็กช่างไวต่อความรู้สึก ทุกส่วนของเขาเลย น่าจะเป็นเพราะเซรุ่มซุปเปอร์โซลเยอร์ น่าจะเป็นเพราะเขาขาดการสัมผัสมานานจนแทบจะกระหายมันเหมือนคนขาดอาหาร

                แจ็กอึดอัด ทนไม่ไหว ถามหาคำอนุญาต “ขอฉันถอดกางเกงออกได้ไหม”

                “ชัวร์”

                แจ็กถอดกางเกงออกอย่างลุกลี้ลุกลน โยนมันลงไปจากเตียง เจสซี่ถึงได้เห็นเขาเต็มตา เห็นเส้นเลือดที่เกาะบนผิว ส่วนหัวที่ถูกขลิบ หยาดสีมุกที่หยดซึมลงผ้าปูที่นอน เห็นขนาดทั้งใหญ่ทั้งยาวและหนักอึ้งด้วยความกระสัน สวยไปหมดทุกจุด

                “อย่าคิดแม้แต่จะจับมันเชียว” เจสซี่ขู่ “ถ้าเธอเสร็จจากยอดอกไม่ได้ เธอก็ไม่ต้องเสร็จ”

                มันเป็นการทรมานกันแท้ ๆ แต่แจ็กก็ยังพยักหน้ารัว “ครับผม ครับท่าน”

                เจสซี่เห็นภาพย้อนกลับไปเล็กน้อยในหัว ระหว่างภารกิจ ระหว่างระบบการสื่อสาร

                เขาสลัดมันออกไป แล้วเปลี่ยนเป็นดูดนิ้วให้เปียกเพื่อที่จะคลึงยอดอกแจ็กต่อ “เด็กดี”

                แจ็กตอบสนองต่อการถูกสัมผัสอย่างดี โอ้ มีหรือทีเขาจะไม่ทำ ร่างกายบิดเร่า ต้นขาสั่นเทิ้ม ส่งเสียงครางออกมาเป็นระยะ ๆ เมื่ออกตนเองถูกจับ ทุกอย่างช่างน่าเอร็ดอร่อยไปเสียหมด แต่.. มันยังไม่พอ มันดี มันทำให้ซับของเขารู้สึกดี แต่มันยังไม่พอที่จะผลักเขาไปถึงฝั่ง ต่อให้เจสซี่จะกระซิบสารพัดคำชมข้างหู รู้ดีว่าเขาชอบแบบนั้น กล่าวว่าเขาเป็นสาวสวยแค่ไหนและนมของเขาช่างเร้าใจเหลือเกิน แจ็กครวญคราง หลั่งลงมาบนผ้าปูที่นอน แต่ก็ยังไม่พอ มันต้องมีอะไรที่มากกว่านี้

                เจสซี่เดาะลิ้น “ฉันขอลองอะไรหน่อยนะ”

                “ลองอะไร– อื้อ!”

                เจสซิ่จิกเล็บบนยอดอกของเขาแล้วบิด ดึงมันจนสุดตัว จนปลายของมันเป็นสีแดงก่ำ จนอกของเขาถูกดึงตามมาด้วย แล้วปล่อย เจสซี่เกือบจะคาดหวังให้มีเสียงเหมือนหนังยางถูกดีดดังเพี้ยะกลับมา แต่ก็ไม่ มีแค่เสียงครางไม่เป็นภาษาของแจ็ก และพวงอัณฑะแสนน่าเอ็นดูที่คับแน่นเหมือนมันพร้อมจะหลั่งออกมาได้ทุกเมื่อ แต่ก็ยัง แต่ เฮ้ นี่เป็นทิศทางที่ดี

                “ชอบเจ็บ ๆ ก็ไม่บอกฉัน” เจสซี่แสยะยิ้มระหว่างพูด “อยากให้ฉันทำอีกไหม”

                “อยาก– อยาก!”

                “ไวต่อความรู้สึกเหลือเกิน” เจสซี่พึมพำ หยิกยอดอกแจ็กจนเขาสงสัยว่าทำไมมันไม่บวมช้ำจนกลายเป็นสีม่วง “ฉันคิดภาพเธออกเลย ใส่ไอ้เสื้อสีดำแนบเนื้อของเธอ เดินไปให้ใครต่อใครจับนมเพื่อให้ตนเองถึงจุดสุดยอดในกางเกง ให้ตายสิ แจ็กกี้”

                เขาจิกเล็บสั้นทู่หยิกมันไว้ ไม่ปล่อย และแจ็กเริ่มจะคอแหบคอแห้งจากการตะโกน “เจสซี่–”

                เจสซี่ปล่อย ให้แจ็กหายใจหายคอ ลูบน้ำลายบนยอดอกอีกเหมือนจะทายาปลอบประโลม “เมื่อฉันฝึกเธอเสร็จนะ ที่รัก เธอจะไม่เหลือเค้าเดิมเลยล่ะ เธอจะสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ตนเองสำเร็จความใคร่ แม้กระทั่งนี่..”

                เขาไม่แน่ใจว่าตนเองพูดจาถลำลึก ลามปามเกินไปรึเปล่า แต่ดูจากที่แจ็กแอ่นอกเข้าหาสัมผัส น้ำตาไหลอาบแก้มหยดลงมาบนมือเจสซี่ เขาคิดว่ามันน่าจะกำลังพอดี หากไม่น้อยไปหน่อย ชายคนนี้ชอบคำชมพอ ๆ กับคำด่า

                ดูก็รู้ แจ็กอยากจะสัมผัสตนเอง อยากจะใช้มือช่วยให้เขาไปถึงฝั่ง มอบสิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการ เชอร์รี่ประดับยอดความสุขสมที่เขากำลังสัมผัส แต่เขาเป็นทหาร เขาทำตามคำสั่ง และเขาถูกฝึกฝนมาอย่างดี เขาจึงไม่ ใช้มือสองข้างจับแขนเจสซี่ไว้แทน จิกเล็บลงบนแขนจนเห็นเป็นรอยจันทร์เสี้ยวเล็ก ๆ บนผิวสีเข้ม ตะกุยตะกายหาที่ยึดเหนี่ยวระหว่างโดนทรมาน

                “คราวหน้า ฉันจะหาที่หนีบสวย ๆ อันที่คล้องกับโซ่ทอง” เจสซี่พึมพำ “ล่ามยอดอกเธอไว้ จูงเธอไปโชว์คนอื่น”

                แจ็กทำเสียงแปลก ๆ ในลำคอ คล้ายการสำลัก “โชว์ฉัน?”

                “ให้คนทั้งฐานเลยดีไหม ให้เห็นกันไปเลยว่าท่านผู้บัญชาการร่านแค่ไหน”

                “เจสซี่…” แจ็กพึมพำเสียงต่ำ ปฏิเสธความต้องการในเสียงไม่ได้ “พูดไม่เพราะเลย”

                เจสซี่หัวเราะ “ขอโทษที ที่รัก เธอดึงด้านมืดจากตัวฉัน”

                “ฉันไม่ได้ดึงอะไรทั้งนั้นแหละ”

                ผิวปาก เขาดึงยอดอกแจ็กแรงกว่าเดิม “สงสัยจะแค่ฉันคนเดียว”

                แจ็กครวญคราง ชื่นชอบกับการถูกเล่นด้วย เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ระหว่างที่เราไม่ทำอะไรไปนอกจากนี้ การเล้าโลมอันแสนยาวนานที่จำกัดอยู่แค่จุดเดียว เจสซี่ นั่งเป็นกำแพงแกร่งให้เขาเอนหลังพิง มือยุ่งวุ่นวายอยู่กับยอดอกสวยและมอบความสุขสมให้เขาเป็นระลอกคลื่นของการบิด ดึง และหยิก แจ็ก แอ่นอกจนหลังโค้งไปจากตัวเจสซี่ หลับตาพริ้ม

                ถ้าเจสซี่มีความอดทนมากกว่านี้สักนิด เขาคิดว่าเราน่าจะทำสำเร็จได้ กระตุ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งแจ็กเสร็จมันเลยเสียงอย่างนั้น ชักช้าและอ่อนหวาน แต่.. เขาโลภมาก และอยากเห็นผลลัพธ์ที่ไวกว่า ก็เลยปล่อยมือ ผละตัวลุกจากเตียง

                “เจสซี่ เดี๋ยวก่อนสิ” แจ็กร้องท้วง เม้มริมฝีปากแน่น

                “ขอเวลาฉันแป๊ปเดียว ที่รัก” เขาเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า “เล่นกับตนเองไปก่อนนะ”

                แจ็กรีบทำตามแทบไม่ทัน สองมือจับเข้าที่อกตนเอง นวดคลึงมันอยู่นานจนเมื่อเจสซี่หันกลับไปมองเขาอีกครั้ง– พร้อมไม้หนีบผ้าคู่หนึ่งในมือ– เขาเห็นแจ็กในท่าที่แสนสวยเหลือเกิน เล่นกับกล้ามอกตนเอง หอบหายใจร่างกายสั่นเทิ้มเมื่อนิ้วสากของตนเองลากผ่านจุดอ่อนไหว สัญลักษณ์ของอารมณ์ หลั่งเป็นหยาดสีขาวบนผ้าปูที่นอน เจสซี่สงสัยว่าเขาเล่นกับอกตนเองแบบนี้บ่อยรึเปล่า น่าจะไม่ ปกติช่วยตนเองด้วยแค่การกระเด้าฝ่ามือตนเอง ไม่เคยสัมผัสตนเองเช่นนี้นานๆ มาก่อน

                และท่าทางเขาจะชอบ ชอบยิ่งกว่าเมื่อเจสซี่เดินเข้าไปหา และเขาเห็นว่าเจสซี่ถืออะไรมาด้วย

                “ถ้ามันเจ็บเกินไป” เขาคลานขึ้นเตียง คุกเข่าหน้าแจ็ก “บอกให้ฉันเอามันออกนะ”

                แจ็กละมือจากยอดอกตนเอง น้ำตาคลอเบ้า “ตกลง”

                “เราจะใช้ระบบไฟจราจรกัน” เจสซี่หนีบยอดอกข้างซ้ายแจ็กไว้กับไม้หนีบผ้าพลาสติก มองอีกฝ่ายกัดปากส่งเสียงซี้ดกับความเจ็บที่ไม่ยอมหายไป “เขียว ถ้าเธอยังไหว เหลือง ถ้าเธอจะให้ฉันเตรียมหยุด แดง ถ้าเธออยากให้ฉันหยุดทันที”

                 “ฉันเข้าใจ” แจ็กตอบ

                “ดี” เขาหนีบข้างขวาของแจ็กต่อ “ตอนนี้ สีอะไรที่รัก?”

                “เขียว”

                เจสซี่ฮัม จับเจ้าไม้หนีบทั้งสองข้างแล้วดึง “เยี่ยม”

                เขาคงไม่แปลกใจถ้าแจ็กชาไปเลยหลังจากนี้ บวมช้ำและไวต่อทุกสัมผัสจนเขาร้องไห้ได้จากการที่ยอดอกเสียดสีกับเสื้อผ้าตนเอง มันน่าจะเจ็บน่าดู เจ้าไม้หนีบเนี่ย แต่ แจ็กเป็นซุปเปอร์โซลเยอร์ ผู้ลิมิตการต้านทานความเจ็บปวดสูงยิ่งกว่าส่วนสูงไรน์ฮาร์ดท์ เขาทนได้ อาจจะชอบความเจ็บปวดในรูปแบบที่คนอื่นไม่สามารถเข้าถึง แต่เจสซี่เข้าใจเขาได้

                เจ็บนิดเจ็บหน่อยจะเป็นไรไป

                เจสซี่ไม่คิดว่าเขาเป็นพวกชอบความรุนแรงหรอก เจอความรุนแรงมามากมายในชีวิตเกินกว่าที่จะเกิดรสนิยมชมชอบมันได้ เขาไม่ถือสามันเสียมากกว่า ไม่ว่าอะไรหากเขาต้องเป็นฝ่ายมอบมันให้คนอื่นเพื่อแลกกับอารมณ์ทางเพศ ถ้าความรุนแรงเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้แจ็กเป็นแบบนี้ได้ ทำให้เขาปลดเปลื้องจากทุกความกังวลของท่านผู้บัญชาการ มาเป็นแค่สาวน้อยผู้จุดมุ่งหมายมีแค่การสำเร็จความใคร่ผ่านสัมผัสบนยอดอก ไม่ใช่พะวงถึงหน้าที่อันสลับซับซ้อน… นั่นก็ถือว่าเป็นกำไร

                และเขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาชอบเห็นแจ็กในสภาพนี้ ไม่ยากจะเชื่อเลยว่าด้วยทริคถูก ๆ แค่ไม้หนีบผ้ากับสองมือ ทำให้เขามีอำนาจเหนือผู้ชายคนหนึ่งได้ขนาดนี้ คนที่อายุเยอะกว่าเขามาก ตำแหน่งสูงยิ่งกว่า และสามารถฆ่าเขาได้ด้วยมือเปล่าหากเขาต้องการ แต่ตอนนี้กลับสยบ ยอมจำนน ร่างใหญ่โตของเขาย่อส่วนจนเล็ก ไหล่ห่อเข้ามาให้เขาซ่อนแก้มแดง

                สวยงาม

                เจสซี่ไม่นึกเลยว่าเขาจะโชคดีได้ขนาดนี้

                “เจสซี่–” แจ็กเปล่งชื่อของเขาได้วิเศษสุด “ฉันใช้มือไม่ได้เหรอ”

                “ไม่ได้ ที่รัก” เจสซี่ตอบทันที “ซับคนสวยของฉันต้องเสร็จจากยอดอกเท่านั้น”

                แจ็กคำรามเสียงต่ำในลำคอ หงุดหงิดและไม่สบอารมณ์ แต่ก็ยังหลับตาลงอดกลั้นความรู้สึกไว้ แล้วโฟกัสอยู่กับเสียงของเจสซี่ กับมือของเขาที่กำลังบิดเจ้าไม้หนีบอย่างช่ำชอง มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำอะไรแบบนี้ แต่มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้ทำมันกับผู้ชายแบบนี้ คนที่แท้จริงแล้วเหนือกว่าเขาหลายขุมแล้วก็รูปหล่อเสียเหลือเกิน ทุกองศาท่านผู้บัญชาการมอร์ริสัน

                เจสซี่สงสัยว่าคนอื่นจะมีปฏิกิริยายังไง– เรเอส จะมีปฏิกิริยายังไง เมื่อได้เห็นเขา

                เจสซี่อยากจะฝึกจนตนเองมีซับที่สมบูรณ์แบบที่สุด รู้ทุกทริคและโชว์ตนเองได้ดุจของรางวัลชั้นเลิศ ให้ทุกคนมองเขาด้วยความอิจฉา ปรารถนาจะเป็นเขา จะมีได้อย่างเขา ให้ทุกสายตาจับจ้องมายังแจ็กแล้วรู้สึกได้แต่ตัณหา

                “เจสซี่.. ฉันเจ็บ”

                “แต่เธอชอบเจ็บ เธอทนได้” เจสซี่เลิกคิ้ว “สี?”

                “ขะ เขียว” แจ็กไม่ยอมลืมตา ไม่รู้ว่าเขาเห็นอะไรอยู่ในหัว “เจสซี่ ฉันว่าฉันกำลังจะ–”

                เจสซี่ไม่ได้ชกกำปั้นขึ้นฟ้า กระโดดลงจากเตียงแล้ววิ่งไปมาเพื่อแสดงความยินดี– แต่ก็เกือบ เขาหายใจออกมาเสียงดัง เมื่อเห็นแจ็กร่อนสะโพกกระเด้าอากาศในขณะที่เขาถึงจุดสุดยอด มันไม่ใช่การสำเร็จความใคร่ที่ใหญ่โต แค่การหลั่งออกมาน้อย ๆ ไม่กี่ระลอกเหมือนถูกบังคับให้ตนเองถึงฝั่ง มันไหลลงผ่านความยาวของเขาลงสู่ต้นขา แต่งแต้มผิวครีมให้เป็นคราบลายทางยาว แจ็กส่ายสะโพกอยู่นาน จนกระทั่งเขาสามารถลงมาจากจุดสูงสุด ลืมตาช้า ๆ เหมือนพึ่งได้มองเห็นเป็นครั้งแรก

                เจสซี่ไม่รู้จะพูดอะไรดีเลย ทำได้แต่รู้สึกภาคภูมิใจ เขาค่อย ๆ ปลดไม้หนีบผ้าออก มองแจ็กยื่นอกตามมันเหมือนแม่เหล็กดึงดูดกัน อยากจะได้มันกลับมาอีก แต่ก็ยอมให้เจสซี่ดึงออกแต่โดยดี เขามองความแดงช้ำของผิว แล้วหวังว่าสักวันเขาจะได้ดันกล้ามอกแจ็กเข้าด้วยกัน แล้วเอากับร่องที่แทบไม่มีอยู่ตรงกลาง จนกว่าเขาจะเสร็จใส่คางของอีกฝ่าย–

                แต่วันนี้ เขาจะใจดี จะเอื้อมมือไปลูบแก้มเปื้อนเหงื่อของแจ็กแล้วชมเขา “ทำได้ดีมาก คนเก่ง”

                แจ็กเอนศีรษะรับสัมผัส ถูหน้ากับแก้มของเขา

                “เราต้องพูดยังไงเอ่ย เวลาดอมอุตส่าห์อดทนฝึกเรา หืม?”

                “ขอบคุณ เจสซี่” แจ็กหันหน้ามาจูบเขาบนฝ่ามือ “ขอบคุณครับ”

 




 

                เจสซี่ใช้เวลากับแจ็กอยู่นานหลังจากนั้น แวะไปหาแองเจล่าเพื่อขอไบโอติกฟิลด์มาช่วยบรรเทาอาการบวมช้ำของผิวเขา อาบแจ็กด้วยคำชมเชยสารพัดและรอยจูบทั่วตัวจนกระทั่งเขาม่อยหลับไป การค้างคืนห้องท่านผู้บัญชาการคงไม่ใช่ไอเดียที่ดี เจสซี่เลยจำใจต้องปลีกตัวจากอ้อมแขนแกร่ง กลับมายังส่วนของแบล็กวอทช์ในฐานสังเกตการณ์

                มันดึกแล้ว และโถงทางดินก็ช่างเงียบสงัด ไร้ผู้คน ถึงแม้เจสซี่จะรู้ดีว่าหน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง และฐานแบล็กวอทช์เต็มไปด้วยกล้องและเครื่องดักฟังก็ตามแต่ เขาไม่ได้กำลังเดินอยู่คนเดียว กำลังถูกจับตามองอย่างระมัดระวัง เหมือนมีวิญญาณตามติด แต่เจสซี่ก็ยังผิวปากสบายอารมณ์ ยากจะไม่รู้สึกเหมือนคุณเป็นราชา หลังจากสิ่งที่พึ่งทำไปน่ะ

                เขาเดินผ่านห้องท่านผู้บัญชาการเรเอส แล้วก็ประหลาดใจเมื่อพบว่าประตูเลื่อนปิดไม่สนิท

                มันคงไม่สุภาพ ถ้าจะแอบดู..

                อ้า ให้ตายสิ ขอชำเลืองนิดหนึ่งแล้วกัน– เฮ้ย!

                เจสซี่เกือบจะหงายหลังและตะโกนก้องด้วยความตกใจ ทันทีที่เขาเดินไปมองตรงช่องว่าง เขาก็เห็นท่านผู้บัญชาการเรเอสอยู่ข้างในตรงนั้นพอดิบพอดี ยืนหัวโด่และสายตาสบเข้ากับเจสซี่เหมือนรอเขาเดินผ่านมาตลอดช่วงดึก ทั้ง ๆ ที่มันก็คงเป็นแค่ความบังเอิญเท่านั้นแหละ ให้ตาย หัวใจเขาจะวาย ต้องยกมือขึ้นกุมอกด้วยความผวาดผวา ถอยหลังมาจากประตู

                เสียงหัวเราะของเรเอสไม่มืดหม่นอย่างที่คาด น้ำผึ้งในเสียงของเขาระหว่างที่ขำเจสซี่

                “คุณทำผมตกใจหมดเลย” เจสซี่บอก

                “ปิดประตูให้ฉันหน่อยสิ เจสซี่” เรเอสพูด แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ “เดี๋ยว ไม่ดีกว่า เข้ามา ไอ้หนู ปิดประตูตามหลังด้วย”

                เจสซี่สับสน แต่ก็ทำตาม เลื่อนประตูเปิดออกเพื่อเผยให้เห็นทัศนียภาพข้างในชัดเจนกว่า เดินเข้าไป เขาเห็นแล้วว่าเรเอสไม่ได้ยืนยู่เฉย ๆ  แต่มีแก้วเหล้าถืออยู่ในมือ ผิวนอกของมันส่องเมื่อแสงสลัวจากโต๊ะทำงานส่องโดน น้ำแข็งในแก้วหน้าตาเหมือนคริสตัลเจียระไน เจสซี่มองท่านผู้บัญชาการ ยังอยู่ในชุดเครื่องแบบของเขา ทั้งเกราะทั้งรองเท้าบูท เดินไปนั่งบนโต๊ะตนเองซึ่งทำให้เขาสูงกว่าเจสซี่ยิ่งกว่า เจสซี่รู้สึกเปราะบางอย่างประหลาด เหมือนเขาแต่งตัวไม่สมกับโอกาส ไม่ถึงขั้น

                “ดื่มกับฉัน” เรเอสกล่าว พยักเพยิดใบหน้าไปอีกฟากหนึ่งของห้อง มันเป็นตู้เก็บของ แต่ดูจากถังน้ำแข็งและขวดวิสกี้ข้างบน เรเอสเปลี่ยนมันเป็นบาร์ และนั่นช่างสมกับที่เป็นแบล็กวอทช์เลยว่าไหม มินิบาร์ในห้องทำงานหัวหน้าเนี่ย

                เจสซี่เดินไปหามัน หยิบแก้วเปล่าที่เย็นต่อสัมผัสขึ้นมาเทวิสกี้ เขาเมินน้ำแข็งไป “ขอบคุณครับท่าน”

                เรเอสยื่นแก้วให้ เจสซี่ก็เลยชนแก้วกับเขา เราสองคนดื่มเหล้ากันเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง

                “แกกำลังเย็ดมอร์ริสัน”

                เจสซี่พ่นวิสกี้ออกจากปากได้อย่างสง่างาม อย่างน้อยเขาก็ไม่สำลัก อย่างน้อยก็ไมได้พรวดใส่หน้าเรเอส

                “คุณ.. คุณช่วยใช้คำให้มันดีกว่านั้นหน่อยได้ไหม” เจสซี่ประหลาดใจมากที่เขาไม่ทำแก้วเหล้าตกแตก “อย่าง แกกำลังนอนกับมอร์ริสันอยู่ หรือ แกเป็นคู่ขามอร์ริสัน ไม่รู้สิ คิดว่าน่าจะมีตั้งหลายทางที่จะพูดถึงสถานการณ์แบบนี้–”

                “อย่ากระแดะ ฉันมั่นใจว่าแกได้ยินแย่กว่านี้ในเดดล็อก” เรเอสพูด จิบวิสกี้ของตนเองตบท้าย

                เจสซี่อึดอัด อยู่ดี ๆ มือก็รู้สึกใหญ่เทอะทะเมื่อจับแก้ว ร่างกายอยู่ไม่ถูกตำแหน่ง “ผมทำอะไรผิดรึเปล่า”

                “หืม?”

                “ที่ผมกำลัง..มีเซ็กส์กับท่านผู้บัญชาการ”

                “ผิดสักสิบกฎเห็นจะได้” เรเอสตอบหน้าตาเฉย

                ชะอุ้ย “ผม..”

                “ใจเย็น ฉันไม่ทำอะไรแกหรอก” เขายิ้ม อบอุ่น แต่ไม่ยักเป็นมิตร “ตลกดี ฉันไม่นึกว่าแจ็กจะเป็นพวกทำผิดกฎ”

                มีหลายด้านที่คุณยังไม่รู้จักเกี่ยวกับแจ็ก เจสซี่อยากจะพูด โอ้อวด แต่กลัวว่าจะถูกต่อยฟันหลุดที่ไปหาว่าเขาไม่รู้จัก(อดีต)เพื่อนสนิทตนเองดีพอ ก็เลยได้แต่เก็บความภาคภูมิเอาไว้ในใจ “คุณรู้มาตลอดตั้งแต่แรกเลยรึเปล่า”

                “เปล่า แค่ตอนที่มันน้ำแตกต่อหน้าฉัน”

                “หัวหน้า!”

                “โทษที โทษที ปากฉันเป็นกะลาสีเลยวันนี้” เจสซี่ พึ่งสังเกต รู้ว่ามันเป็นเพราะฤทธิ์เหล้า นี่เขาดื่มมานานแล้วแค่ไหน คนเดียวในห้องส่วนตัวของเขา มีสีเข้มขึ้นตรงโหนแก้มสูง และตาของเขาก็ดูลอย ๆ “กล้าหาญมาก แกเมื่อวันนั้น”

                “แจ็กมากกว่าที่กล้า คุณรู้รึเปล่าเขาใส่อะไรข้างใ–”

                “ฉันหมายถึงภารกิจ ไอ้หนู” เรเอสขมวดคิ้วมุ่น “แร็กนาร็อก”

                “อ้อ…” เจสซี่ยิ้ม “ผมแค่พูดสิ่งที่ผมคิดครับท่าน”

                “ซึ่งจะทำให้แกถูกฆ่าเข้าสักวัน นี่แบล็กวอทช์ ไม่มีใครพูดสิ่งที่เขากำลังคิด” เรเอสดื่มเหล้าจนหมดแก้ว แล้ววางแก้วเปล่าใส่น้ำแข็งไว้บนโต๊ะข้างตัวเขา “ข้อมูลทั้งหมดที่เราเก็บได้จากฐานทัพของแร็กนาร็อกถูกส่งตรงให้มอร์ริสัน”

                เจสซี่เงียบ รอให้อีกฝ่ายพูดต่อให้เสร็จ

                “แกกับมอร์ริสัน? ฉันไม่รู้ว่าแกเป็นอะไรกัน แต่ฉันว่ามันมีประโยชน์” เรเอสกล่าว “ข้อมูลเหล่านั้น แจ็กจะไม่ทำอะไรกับมันหรอก คงเก็บมันไว้เป็นความลับสูงสุดมีแต่เขาที่เข้าถึงได้ ฉันขอสิทธิ์เข้าถึง เขาไม่อนุญาต ฉันขอการสืบสวน เขาไม่อนุมัติ”

                “…ผมไม่แน่ใจว่าผมชอบสิ่งที่คุณกำลังพยายามพูดถึง”

                “โอ้ แกไม่ต้องแน่ใจ แกมีฉันให้ออกคำสั่ง” อยู่ดี ๆ เจสซี่ก็ถูกฟาดด้วยความคุ้นเคย เสียงลีน่า เคยรู้สึกแบบนี้บ้างไหม เดจาวู! “เจสซี่ ฉันไม่สนว่าแกจะต้องทำยังไง แต่ฉันอยากได้ข้อมูลนั้น ฉันอยากได้แร็กนาร็อก และแกจะเอามาให้ฉัน”

                “ด้วยความเคารพ” เจสซี่พูดเสียงค่อย “แจ็ก– ท่านผู้บัญชาการไว้ใจผม ผมไม่สามารถ..”

                “อะไร? งานสายลับนิดหน่อยสูงส่งเกินไปสำหรับแก?  ฉันไม่ได้สอนแกมาอย่างนั้นนะ” เรเอสหรี่ตามองเขา “แกทำเรื่องโสโครกกว่านี้มากให้เดดล็อก ฉันมั่นใจว่าแกเอาข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้มาให้ฉันได้ หรือว่าแกจะขัดคำสั่ง?”

                “ผมกับเขา เราเป็น–”

                “ฉันไม่แคร์ เจสซี่” เรเอสขมวดคิ้วมุ่น “แค่ทำให้สำเร็จก็พอ”

                แก้ววิสกี้หนักหนาสาหัสขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกในมือของเจสซี่ และ ในที่สุด อย่างเชื่องช้าและทรมานราวพิษงู เจสซี่รับรู้ความจริง ในโลกภายนอก เขาไม่มีพลังใด ๆ ทั้งสิ้น และอำนาจที่เขารู้สึกในฉากกับแจ็กเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา

                “ครับผม ครับท่าน” เจสซี่ก้มหัว

                “ดีมาก ไอ้หนู” เรเอสลูบหัวเขา “ดีมาก”

               




               

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s