Ravage Him (2)

Title: Ravage Him
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Reaper | Gabriel Reyes/Soldier: 76 | Jack Morrison (Kinda)
Rating: M

Warning: Vampire!Jack, Priest!Gabriel, Tooth-pulling, Torture
Notes: กาเบรียลมีวิธีประหลาด ๆ ในการรับมือกับนักโทษ และแจ็กไม่แฮปปี้

                แจ็กคิดว่าเขากำลังเสียสติ

                เขาถูกขังไว้ในคุกใต้ดินของโบสถ์นี้เป็นเวลา… หลายสัปดาห์แล้ว ตรึงไว้กับที่ด้วยโซ่ล่ามข้อมือและขา ทิ้งให้อยู่ในสภาพพิการจนเขาใช้เลือดทั้งหมดในร่างเยียวยาแผลตัวเอง ไม่มีอะไรหลงเหลือ ผมของเขาคงกลับไปเป็นสีขาวหงอกเช่นเดิม ผิวซีด ขอบตาคล้ำ และตอนนี้ตาของเขาคงเป็นสีอื่นไปไม่ได้นอกจากแดง ภาพมายาของความเยาว์เสื่อมสลายไปกับการขาดเลือด ในตอนแรกเขาหนีออกไปจากที่นี่ไม่ได้เพราะขา ตอนนี้ เขาหนีออกไปไม่ได้เพราะไร้เรี่ยวแรง ทรุดโทรมและเหนื่อยล้า

                เขายังไม่เจอบาทหลวงเรเอสเลย สำหรับคนที่กล่าวอ้างว่ารอเขาอยู่ ไอ้หมอนี่ไม่แม้แต่จะโผล่เส้นผมมาให้เห็น วันแรกที่เขามาเหยียบ– หรือโดนแบกเข้ามา– ในโบสถ์นี้ เขาก็มองไม่เห็นอีกฝ่าย กลับหัวกลับหางพาดบ่าหน้าอยู่ตรงก้นเจ้าปีศาจ เห็นแค่ประตูโบสถ์ใหญ่ พื้นหินอ่อนเป็นมันวับ และกระจกสีของหน้าต่างที่ถูกแสงจันทร์ทอดผ่านระบายลายไม้กางเขนลงบนพื้น

                “แกทำพื้นเลอะหมดแล้ว” เสียงของ– เขาเดาว่า– คุณพ่อเรเอส กล่าว

            แจ็กมองตาม เลือดจากร่างของเขาและเสื้อของปีศาจ หยดลงบนพื้นเป็นด่างดวง

            “ขอโทษที คุณพ่อ” ปีศาจตอบ “ผมจะทำความสะอาดให้ทีหลัง”

            “นั่นตัวการของเสียงกรีดร้อง?”

            “ใช่เลย” ณ ตอนนั้น แจ็กเลิกที่จะขัดขืนไปแล้ว เขากำลังวางแผนอยู่ว่าจะเอายังไงต่อ แต่มันยากจะวางแผนเมื่อได้ยินเสียงของท่านบาทหลวง เสียงที่ไพเราะ เหมาะสำหรับทุกบทสวด… “แวมไพร์ คลั่งเลือดแล้วไล่ฆ่าคนในเมือง ตายเป็นสิบ”

                “เลิกพูดเหมือนฉันไม่มีตัวตนอยู่ได้ไหม” เขาพูดกับความว่างเปล่า

            เรเอสเมินเขา “เอามันไปเก็บไว้ในชั้นใต้ดิน ฉันจะลงไปจัดการเอง”

            นั่น ผ่านมานานมากแล้ว

                ก็ยังไม่มีใครมาจัดการกับเขาเสียที

                ไม่มีใครลงมาในชั้นใต้ดิน ทิ้งให้เขาอยู่แต่ในความมืดทึบ ถูกล้อมด้วยกำแพงหิน ฝุ่นหยากไย่ เศษกระดูก และคราบเลือดที่สงสัยจะล้างไม่ออก เขามองออกไปนอกกรง เห็นโต๊ะเครื่องมือที่น่าจะมีแต่เครื่องทรมานเพียงอย่างเดียวทั้งนั้น อ่างล้างมือปิดน้ำไม่สนิทที่หยด ติ๋ง ติ๋ง ทุก ๆ วินาทีจนทำให้แจ็กเริ่มเสียสติ มองน้ำเอ่อล้นจากอ่างลงมาสู่พื้น นอกจากนั้นในห้องนี้ รวมถึงในกรงของเขาด้วย ยังมีวงแหวนเวทสารพัดชนิด สลักเข้าไปในหินอย่างสวยหรู ทุกเวทมนตร์ทั้งขาวและดำที่กักขังเขาได้

                แจ็กหิว เขาไม่ได้ดื่มเลือดมานานเหลือเกิน รู้สึกราวชั่วนิรันดร์ และความสามารถพิเศษของเขา พลังที่ได้มากับการกลายเป็นแวมไพร์ ก็จางหายไปเมื่อมันไม่มีพลังงานชีวิตของมนุษย์อื่นมาเป็นตัวกระตุ้น ตอนนี้ เขาเป็นแค่ชายแก่ สภาพย่ำแย่ นั่งยกสองแขนขึ้นฟ้าถูกโซ่ล่ามตรึงไว้ในท่านี้ นานจนเขาชักจะเริ่มเมื่อยแขน ขาของเขาข้างหนึ่งถูกถ่วงด้วยลูกตุ้ม

                เขาหิว เหนื่อย ล้า และไม่เข้าใจว่าบาทหลวงเรเอสต้องการอะไรจากเขา ขังแจ็กไว้เพื่อให้เขาหิวตายไปในที่สุด? หรือแค่ต้องการขังไว้ให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ออกไปอาละวาดอีก? แจ็กรู้ว่าเขาต้องตายสักวัน แต่ไม่ใช่… ไม่ใช่แบบนี้…

                หืม

                มีเสียงฝีเท้าเดินลงมาจากบันไดหิน

                แจ็กสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ดวงตาทะลุผ่านความมืดสู่ร่างของแขกที่มาเยือนกรงของเขาได้ในที่สุด แต่ แขกที่ว่าก็ยังอุตส่าห์จุดเชิงเทียนบนผนังให้เขาอยู่ดี ด้วยไฟแช็กน้ำมันทำจากทองเหลือง ดึงออกมาจากกระเป๋าใต้เสื้อคลุมนักบวช ทำให้ห้องส่องสว่างด้วยแสงสีเหลืองนวล ก็ดี แจ็กสังเกตเห็นเขาได้ชัดเจนขึ้น จะได้รู้กันสักทีว่าเจ้าบาทหลวงเรเอสนี่เป็นใคร

                … ผิดคาด ผิดคาดมาก ๆ พอได้ยินคำว่าคุณพ่อเรเอส แจ็กก็คาดการณ์ว่าตนเองจะได้เห็นชายแก่ ๆ ลงพุง ศีรษะล้านเลี่ยน แล้วก็มีหน้าเหมือนกระรอก เปล่า สิ่งที่เขาได้เห็นดันเป็นชายหนุ่มรูปหล่อที่น่าจะอายุน้อยกว่าแจ็กเป็นสหัสวรรษ ร่างสูงแข็งแกร่ง มัดกล้ามแทบจะปริออกมาภายใต้เครื่องแบบ ไหล่ของเขาผายออกกว้าง กล้ามแขนกำยำ มันทำให้เอวของเขาคอดเข้ามาเป็นผลข้างเคียงจนเกือบจะดูเพรียว แล้วไหนจะขานั่นอีก… แจ็กรู้ว่าเขากำลังจ้อง ลวนลามอีกฝ่ายทางสายตาเลยล่ะ แต่

                ใบหน้าของคุณพ่อเรเอสก็ดูดีไม่แพ้กัน ผิวสีเข้ม โหนกแก้มสูง เคราที่จัดทรงมาไว้อย่างดี ผมที่โกนสั้นติดหนังศีรษะ  แจ็กมองรอยแผลเป็นตรงแก้ม จมูก และริมฝีปากของอีกฝ่าย แล้วได้แต่คิดว่าเขาดูไม่เหมือนบาทหลวงเลยแม้แต่น้อย เขาดูเหมือนทหาร ด้วยฝ่ามือคู่ควรกับการถืออาวุธ ไม่ใช่สายประคำ ด้วยดวงตาคมกริบ แค่มองขาข้างหนึ่งก็ลงไปอยู่ในหลุม

                “ไง” คุณพ่อเรเอสทักทาย ยืนมาหยุดอยูหน้ากรง ช่างเป็นกันเอง เสียงของเขา… แจ็กหยุดคิดถึงมันไม่ได้

                “มาซะที” แจ็กคิดว่าพูดด้วยหน่อยคงไม่เสียหาย “ฉันนึกว่าจะเบื่อตายเสียแล้ว”

                “โอ้ ฉันปล่อยให้นายตายไม่ได้หรอก”

                แจ็กเลิกคิ้ว “ไม่?”

                รอยยิ้มแสยะนั่นไม่เหมาะกับคนเป็นพระเลย “ฉันอยากให้นายมีชีวิตอยู่สำหรับสิงที่ฉันจะทำ”

                “ซึ่งก็คือ…?”

                เรเอสไม่ตอบ หันขวับเข้าหาโต๊ะเครื่องมือแทน หยิบจับนู่นนี่เสียงดัง และนั่นไม่ใช่สัญลักษณ์ที่ดี “นายรู้อะไรบ้าง”

                “หือ?”

                “เกี่ยวกับฉัน”

                “ไม่รู้อะไรเลย” แจ็กยอมรับตามตรง “แต่เจ้าปีศาจพูดเหมือนว่าที่นี่ นายใหญ่”

                “ฉันปกปักษ์รักษาเมืองนี้มานานมากแล้ว ที่นี่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ โบสถ์ของเราเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นที่ลี้ภัย และ… ใครสักคนต้องวางกฎหมายให้พวกอมนุษย์เข้าใจ” เรเอสหันกลับมาพร้อมคีมเหล็ก “ส่วนคนที่ไม่เข้าใจ ก็ต้องได้รับบทเรียน”

                แจ็กหน้าซีด ความตระหนกยกตัวขึ้นมาที่คอจนเขาเกือบขย้อน “นายคิดจะ…”

                ประตูกรงเปิดออก ฝีเท้าย่างก้าวเข้ามาใกล้จนย่อตัวลงนั่งข้างหน้าเขา

                “ฉันแค่ต้องทำให้แน่ใจว่านายจะไม่ไปกัดใครอีก”

                แจ็กปิดปากสนิท รู้ตัวดีว่าความผวาครอบครองสีหน้าเขาแล้วเรียบร้อย แต่ก็ไม่คิดที่จะซ่อนมัน เขาไม่ได้กลัวเจ็บ เปล่า แต่หลังจากถูกเปลี่ยนมาเป็น.. สิ่งนี้ กลายมาเป็นแวมไพร์ เขี้ยวเป็นของคู่ใจที่ช่วยเขามามาก มันเป็นสิ่งที่เขาใช้หาอาหาร มันเป็นสิ่งที่เขาใช้ต่อสู้ แค่ภาพของคีมเหล็กก็ทำให้เขาเสียวฟันจนสั่นสะท้าน เขาไม่อยากจะถูกพรากเขี้ยวไปจากร่าง

                “ให้ความร่วมมือกับฉันหน่อยสิ” เรเอสพึมพำ “อ้าปาก”

                แจ็กถลึงตาใส่

                เรเอสถอนหายใจ ราวกับว่านี่เป็นสถานการณ์ธรรมด๊าธรรมดา เขาเป็นฝ่ายมีเหตุผล และแจ็กเองต่างหากที่ดื้อด้านไม่เข้าท่า ไม่ใช่ว่าเขากำลังพยายามปกป้องตนเองอยู่ มือแกร่งบีบกรามเขาอย่างแรงจนแจ็กไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากอ้าปาก

                “ช่างเป็นเขี้ยวที่ใหญ่จริง ๆ ” เรเอสชม ยกคีมเหล็กขึ้น

                แจ็กดีดดิ้นสุดชีวิต เปล่งเสียงด่าพ่อล่อแม่เจ้านักบวชให้มันปล่อยมือ แต่ก็ไม่มีคำไหนฟังได้ศัพท์

                คีมเหล็กกระชากเขี้ยวของแจ็กออกด้วยความเชี่ยวชาญที่ชวนให้ตั้งคำถาม และเรี่ยวแรงแข็งแกร่งที่ทำให้ไม่มีความลังเลหลงเหลือในท่วงท่า แค่ดึงหนึ่งครั้งแรง ๆ จนมันหลุดออกจากเหงือกแจ็กอย่างง่ายดาย แจ็กกรีดร้องลั่น

                ความเจ็บปวดลึกซึ้งขึ้นมาถึงกะโหลก เหงือกของเขารู้สึกบวมเจ่อ ถูกทารุณจนชอกช้ำ และนั่นพึ่งจะเป็นข้างเดียว แจ็กไม่เหลือเลือดให้หลั่งแล้วด้วยซ้ำ ไม่มีเลือดออกมาจากปากแผลพยายามสมานมัน ไม่หลงเหลืออะไรในร่างเลย นอกจากความทรมานที่ทำให้ท้องของเขาขมวดเป็นปม ไม่รู้จะขยับตัวไปทางไหน หลังติดผนัง ตัวเอี้ยวหนีไปทางไหนไมได้

                “อีกข้างหนึ่งนะ” เสียงของบาทหลวงเกือบจะเรียกได้ว่าปลอบประโลม อ่อนโยน

                แต่การกระทำของเขาพูดอีกอย่าง

                เมื่อเขี้ยวอีกข่างจากร่างเขาไปในที่สุด มือของบาทหลวงปล่อยออกจากกรามของเขา แจ็กทำได้แต่ขดตัวเป็นดักแด้แล้วร้องไห้ มันน่าอับอาย การเป็นแวมไพร์ไร้เขี้ยว และเขารู้สึกเสียศักดิ์ศรีจนตนเองไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน นอกจากตรงหว่างขาตนเองระหว่างที่เขาร่ำไห้และหลบจากสายตาของไอ้บาทหลวงซาดิสถ์ เขาลากลิ้นเลียเหงือกตนเอง หวังว่าตนเองจะหลั่งเลือด ให้มันมีหลักฐานของการกระทำชำเรานี้บ้าง แต่ก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากความเจ็บปวดบริสุทธิ์

                “ไอ้สารเลว”  เขาสะอื้น “อย่าให้ฉันหลุดออกไปนะ ฉันจะฆ่าแก–”

                บาทหลวงเรเอสฮัมเพลง เขาได้ยินเสียงคีมเหล็กถูกนำกลับไปวางที่เดิม จากนั้น เสียงพลิกของกระดาษ

                เขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นเรเอสนั่งคุกเข่าอยู่ในกรง พิงลูกกรงเหมือนมันเป็นเพื่อนร่วมห้องขังของเขา ในมือคือหนังสือไบเบิล เขาไล่สายตาตามแต่ละบรรทัดของหนังสือ เมินเฉยเสียงสะอื้นของแจ็กไปเสียสนิท จากนั้น เขาก็พูดขึ้น

                “ฉันจะอ่านอะไรให้ฟังนะ” เรเอสกล่าว กระแอม “ในเริ่มแรกนั้น พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้า และแผ่นดินโลก…”

                แจ็กสำลักคำพูดตนเอง “แกมันป่วย”

                แต่เรเอสไม่สนใจ ยังคงอ่านไบเบิลของมันต่อมัน ประคองหนังสือศักดิ์สิทธิ์ไว้ในสองมือแกร่ง “แผ่นดินโลกนั้นปราศจากรูปร่างและว่างเปล่า ความมืดอยู่เหนือผิวน้ำ และพระวิญญาณของพระเจ้าปกอยู่เหนือผิวน้ำนั้น”

                แจ็กไม่รู้ว่าอารมณ์ไหนรุนแรงกว่ากันในร่างกายขัน ความอับอาย ความเจ็บปวด ความโกรธแค้น–

                “พระเจ้าตรัสว่า ‘จงให้มีความสว่าง’ แล้วความสว่างก็เกิดขึ้น…”

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s