Ravage Him (7)

Title: Ravage Him
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Reaper | Gabriel Reyes/Soldier: 76 | Jack Morrison (Kinda)
Rating: T?

Warning: ไม่มีอะไรมากเช่นเคย เอ่อ Vomit, Discomfort

                ชั่วขณะหนึ่ง ชีวิตดี

                แจ็กอยู่ในพื้นที่ที่เขารู้จัก พื้นที่ที่เขามั่นใจได้ว่าปลอดภัยและจะไม่มีใครทำอะไรเขา เขาอบอุ่น ไม่มีสิ่งใดขาดเหลือ ได้นอนบนเตียงของอะนา ได้ช่วยเธอปรุงยามารักษาเขี้ยวของเขา เขาทำแม้กระทั่งงานบ้าน สิ่งเล็ก ๆ ธรรมดา ๆ อย่างการกวาดถูช่วยให้อสูรกายในร่างสงบลงอย่างไม่น่าเชื่อ เขาสูดอากาศ แล้วได้แต่กลิ่นลาเวนเดอร์ ทุกปัญหาเหมือนจะหายไปของมันเอง

                มันเป็นช่วงเวลายามบ่าย แจ็กกำลังนั่งอ่านจดหมายของฮานา เธอกำลังบ่นว่าอาจารย์คนใหม่ของเธอ– สัตยา– เคร่งครัดและเจ้าระเบียบเสียจนเธอจะบ้าตายอยู่แล้ว แต่เธอก็ยอมรับว่าสัตยาเก่งกาจจริง อาจจะเก่งกว่าแจ็กด้วยซ้ำ เธอหยอก (เพราะงั้น อย่าเผลอซะล่ะ!) เขาอ่านออกเสียงให้อะนาฟัง เธอก็เลยหัวเราะตามไปกับเขาขณะที่นั่งจิบชา

                แต่แล้วเมื่อชาหมดแก้ว จดหมายอ่านครบทุกฉบับ อะนาก็กล่าวขึ้น “เธอคงหิวแย่”

                “โอ้ ฉัน.. ฉันไม่..” แจ็กกระพริบตามองเธอ “ฉันนึกว่าเราจะรอให้เขี้ยวฉันกลับมาเสียอีก”

                “เราไม่มีทางแน่ใจว่ามันจะกลับมารึเปล่า เราทนรอนานขนาดนั้นไม่ได้หรอก นายก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

                เหตุการณ์ล่าสุดยังสดใหม่ในความทรงจำ แจ็กขบฟันด้วยความหวาดเสียว “ฉันรู้”

                อะนาลุกจากโซฟา “ฉันจะไปหามีด”

                มันเกือบจะตลก เธอเอาถ้วยชาโปรดของเธอไปเก็บ แล้วตัดสินใจกรีดเลือดใส่ถ้วยชาของแจ็กแทน อันนั้นเธอไม่สนว่ามันจะเปื้อนยังไง แจ็กนั่งมอง เลือดไหลจากท้องแขนของเธอลงสู่ถ้วยชาขนาดจิ๋ว รออยู่นานเหมือนกันกว่ามันจะรวมตัวกันจนแทบล้นปริ่ม แจ็กเห็นภาพสะท้อนของตนเองในเงาแล้วเลียริมฝีปาก แทบจะยกมือขึ้นมาถูกันเตรียมรับประทานอาหาร

                “ทานล่ะนะครับ” แจ็กพูด ขำ แล้วยกแก้วขึ้นจิบ

                อะนายิ้ม “มารยาทดีเหลือเกินนะ”

                รสชาติของอะนาเป็นสิ่งคุ้นเคยบนลิ้น มันเหมือนได้ทานอาหารรสมือแม่ ดึงความทรงจำของเขากลับมาตอนสมัยเขายังหนุ่มกว่านี้มาก ไม่มีใครให้ดื่มเลือดนอกจากเธอ คอของเธอมอบโอกาสรอดชีวิตให้แก่แจ็กอยู่หลายปี มันเป็นรสชาติที่แค่หลับตาลงแจ็กก็คงจะจินตนาการถึงได้บนปลายลิ้น มันทิ้งตัวอย่างอบอุ่นในท้อง และทำให้เขาเปล่งปลั่งไปทั้งวัน

                อะนากรีดอีกแผลเมื่อเขาดื่มหมดแก้ว เราทำกันอย่างนี้อยู่สองสามรอบ

                สามชั่วโมงหลังจากนั้นพอดิบพอดี แจ็กรู้ เพราะเขาดูนาฬิกา– เขาอ้วก

                ความคิดแรกของเขาคือ ‘เวรล่ะ ฉันทำพรมเลอะ อะนาต้องโกรธแน่ ๆ ‘ ความคิดที่สองของเขาคือ ‘โอ่กกก’ เพราะเขาทำได้แต่ขย้อนเอาทุกอย่างในร่างออกจากปาก เขาเสียหลักลงไปคุกเข่าอยู่ในกองอาเจียนของตนเอง มองเลือดและน้ำย่อยซึมเข้าไปในพรมผืนโปรดของอะนา แต่เขาก็ยังหยุดไม่ได้ ยกมือขึ้นบีบคอตนเองก็แล้ว ทำได้แค่ไอค่อกแค่กและสำลัก

                อะนาทิ้งทุกอย่างที่เธอทำอยู่ในสวนข้างนอกแล้ววิ่งเข้ามาหาเขา ตื่นตระหนก “แจ็ก?!”

                แจ็กยกหลังมือขึ้นเช็ดปาก งุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น “อะนา…”

                “เธอเป็นอะไรรึเปล่า?!”

                “ฉัน…ไม่รู้?” แจ็กตอบตามตรง จากนั้น “ฉันขอโทษ ฉันทำพรมเธอเปื้อน”

                อะนากลอกตา “นั่นไม่ใช่เรื่องที่ฉันห่วง”

                “ฉันไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงอ้วกออกมาหมดเลย”

                “เลี้ยงเสียของนะเธอน่ะ” อะนาดุ “ไม่เป็นไร ไว้นายรู้สึกดีขึ้นเราค่อยลองกันใหม่ ฮึ?”

                “โอเค”

                หลังจากนั้น: อาการจับไข้ตัวสั่น

                เขาหนาวเหน็บ แต่ร่างกายกลับร้อนผ่าวจนแทบจะมีควันฉุยลอยออกมาจากหน้าผาก อะนาบอกว่าเขาหน้าแดงไปหมด และเธอสับสน เพราะคนเป็นแวมไพร์จะเป็นไข้ไม่สบายไปได้ยังไง ศพเดินได้อย่างเขาน่าจะมีภูมิต้านทานกับสิ่งพวกนี้ เธอลองยาแก้ไขทั่วไปของเธอ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ทั่ว แจ็กยังคงสั่นสะเทิ้มจนฟันขบกันอยู่ใต้ความป่วยไข้ที่เขาไม่เข้าใจ

                “ฉะ– ฉันอาจจะเป็นแบบนี้เพราะ ขะ– ขาดเลือด” แจ็กดิ้นรนที่จะพูด “ให้ฉัน.. ลองอีก?”

                อะนา อยากจะช่วยเพื่อน ไม่มีทางอื่นนอกจากจะมอบตัวให้เขาอีก และคราวนี้แจ็กไม่ให้เวลาเธอมากพอที่จะตามหามีดด้วยซ้ำ แต่ดึงคอเสื้อลงแล้วกัดไหล่ เคี้ยวเนื้อตรงนั้นจนกว่ามันจะแตกออกเป็นแผลให้เลือดซึม มันคงเป็นแผลเหวอะหวะ ไม่เกินยารักษาของอะนา ไม่เกินความทนทานของเธอ เธอไม่ร้องโอดโอยกับเรื่องแค่นี้ แต่จากจำนวนเลือดที่ทะลักเข้าปาก แจ็กก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี เขาคงจะหยุดด้วยความห่วงเพื่อน แต่การได้ดื่มเลือดแทบจะช่วยดับความป่วยนี้ไปได้–

                –ซะที่ไหน เขาขย้อนมันออกมาทั้งหมดทันทีที่มีโอกาส และคราวนี้ เขาเจ็บ คอถูกเผาปวดแสบปวดร้อนกับทุกระลอกของเลือดที่ถูกบังคับออกจากร่าง และในร่างก็ถูกเผาจากข้างในสู่ข้างนอก เขานอนขดอยู่กับพื้นในขณะที่อะนาลุกลี้ลุกลน ร้อนรนที่จะช่วยเหลือเพื่อ แต่ไม่รู้จะทำยังไงนอกจากพยายามจะสื่อสารกับเขา แต่แจ็กไม่ได้ยิน หูอื้ออึงไปด้วยเสียง… เสียง…

                เสียงของเรเอส อ่านไบเบิลให้เขาฟัง  พูดถึงอับราม.. กับฝูงแกะ…

                แจ็กนอนแน่นิ่ง หูแนบกับพื้นไม้ และเขาได้ยินแต่เสียงเรเอส ใกล้จนไม่น่าจะเป็นไปได้ ทันทีทันใด เขาก็เข้าใจว่าความร้อนดุจไฟนรกภายในร่างมาจากไหน ไยมันจึงตัดขาดกับอุณหภูมิข้างนอกจนทำให้ร่างของเขาแช่แข็ง มันแผ่ออกมาจากตราประทับบนอก แทบจะเผาผ่านเสื้อเชิร์ตตัวบางที่แจ็กสวม เขาเริ่มชักดิ้นชักงอ น้ำลายฟูมปาก ดวงตาหลุดโฟกัส–

                “แจ็ก” อะนาจับเขาให้อยู่นิ่ง “แจ็ก!”

                แจ็กเหลือกตาจนมองเห็นเธอ ต้องบังคับร่างกายให้อยู่กับเธอ ตรงนี้ และไม่ใช่…

                “คุณพ่อเรเอสทำอะไรกับเธอ” อะนาถามเสียงแข็ง “เขาให้อะไรเธอกินรึเปล่า”

                “ฉันดื่ม…” แจ็กสารภาพเสียงอ่อน “ฉันดื่มเลือดเขา…”

                มันถึงจะชัดเจน ในตอนนั้น ว่าเขาเป็นอะไร

                เขากำลังลงแดงเพราะขาดเลือดกาเบรียล

                มันไม่น่าจะเป็นไปได้ แจ็กเคยดื่มเลือดจากคนคนเดียวซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน อะนาไง อัล–ฟารูคไง และเขาก็ไม่เคยเกิดอาการเสพติดจนแยกจากผู้ให้เลือดไม่ได้เลยเช่นนี้ แต่… เลือดของกาเบรียลก็เป็นสิ่งที่เอร็ดอร่อยที่สุดเท่าที่เขาเคยลิ้มรส และอีกฝ่ายก็ไม่น่าจะใช่มนุษย์ตั้งแต่แรก และต่อให้เป็นมนุษย์ เขาก็เป็นบาทหลวง สิ่งสูงส่งที่แวมไพร์อย่างแจ็กไม่เคยสัมผัส นี่ยังไม่นับการทรมาน การทิ้งให้เขาขาดอาหารแล้วค่อยมาคอยป้อนเขาทีหลัง เป็นแหล่งเลือดเดียวของเขาอยู่ยาวนาน…

                “…ไม่เป็นไร” อะนาพูด แต่ท่าทางเธอน่าจะกำลังโน้มน้าวตนเองมากกว่าแจ็ก “เรามีทางแก้”

                แจ็กไม่รับรู้อะไรแล้วตอนนั้น ในหัวมีประโยคมากมายเกินไปที่ผสมคำว่า ต้องการ กับ กาเบรียล

                “เธอแค่ต้องทน เธอแค่ต้องผ่านอาการลงแดงนี้ไปให้ได้ เธอทำได้ไหม แจ็ก?”

                โอ้ เขาจะยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับเลือดของบาทหลวงหนุ่มอีกครั้ง เลือดของเขาล้ำค่าดุจทองในลิตร..

                “แจ็ก!”

                วันแรกผ่านไปอย่างทุกข์ทรมาน

                อะนาพยายามป้อนเลือดเธอให้เขาอีก จนแจ็กชักจะกังวลแล้วว่าเธอไม่ซีดบ้างรึยังไง ไม่รู้ว่าเป้าหมายของเธอคืออะไร ต้องการให้เลือดของเธอเข้ามาต่อต้านเลือดเรเอสในระบบเขา หรือแค่ต้องการให้เขาขย้อนทุกอย่างออกมาเผื่อหวังว่ามันจะรีดพิษของทุกอย่างออกมาด้วย แจ็กใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการคุกเข่าเหนือถังไม้ อาเจียนออกมาหมดไส้หมดพุง

                วันที่สองไม่ได้ดีไปกว่ากัน

                อะนาล้มเลิกที่จะให้อาหารเขา แล้วลองกลยุทธ์ใหม่: ปล่อยให้เขาอด ซึ่งแย่กว่าเดิมอีก เพราะอย่างน้อยถ้าเขากำลังอ้วกจนหน้ามืดตามัว เสียงอาเจียนดังจนกลบทุกอย่าง เขาก็ไม่ต้องมาฟังเสียงของเรเอสที่ยั่วยวนอยู่ข้างหัว พล่ามให้เขาฟังถึงสวรรค์และนรก ไม่ต้องได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่ายเต้นตุบห่างไกลออกไป นอกป่าและภายในเมือง เขาจะบ้าตาย

                วันที่สาม แจ็กทนไม่ไหว

                เขาทนไม่ไหวที่จะต้องมาดิ้นรน ต่อสู้ กับสิ่งที่เขาสามารถมีได้เพียงแค่เขาไปคว้ามันมา ทำไมเขาต้องช่วงชิงตนเองจากสิ่งมีค่าทั้ง ๆ ที่เขาสามารถล่ามันมาได้ทุกเมื่อ? เขาหิว กระหาย เหนื่อย ล้า และโทรมเสียจนภาพลักษ์แทบจะสลายกลายเป็นแค่โครงกระดูก แค่หนังเหี่ยว ๆ เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น แค่เปลือกของความเป็นชาย ร่างกายของเขาแบกวิญญาณได้แค่หวุดหวิด เขาจะทนไปทำไม ในเมื่อเรเอสอยู่ห่างออกไปแค่สามวันเต็ม และถ้าเขารีบออกเดินทาง มันก็จะยังไม่สาย

                “หลบไป อะนา” เขาคำรามใส่เธอ มองเธอใช้ร่างผอมบางของตนเองบังประตู

                “แจ็ก การเสพติดนี่ไม่ดีสำหรับเธอ ฉันกำลังรักษาเธออยุ่นะ”

                “ฉันไม่สน!”

                “ฟังตัวเองพูดหน่อย ใช้สติ–”

                เขากระโจนใส่เธอ

                อะนา ฉลาดกว่า หลบ

                เขากระแทกประตูเปิดออกอย่างแรงจนมันแทบจะหลุดออกจากบานกบ หันขวับกลับไปเห็นอะนาชักปืนยาสลบออกมาทันการพอดิบพอดี เตรียมยิงมาทางเขา มันเป็นชั่ววูบจริง ๆ แค่เสี้ยววินาทีของเหตุการณ์ที่สัญชาติญาณเหนือมนุษย์ของแจ็กสามารถสังเกตได้ ปลายแหลมของเข็มสีเงินพุ่งมาทางเขาจนเห็นมันแหวกอากาศเป็นเส้นแทยง และแจ็ก–

                –รับมันเอาไว้ได้ทัน ระหว่างสองนิ้ว ก่อนที่มันจะเจาะเข้ามาในผิว

                เขาขยำมันจนเละ เศษแก้วแตกใต้มือ ของเหลวสีเหลืองข้างในหลอดไหลลงพื้นไม้ “อะนา”

                “แจ็ก เธอกำลังไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่ตอนนี้ เธอต้องฟังฉัน”

                เสียงของเรเอสกระซิบในหูเขา ท่องบรรทัดจากไบเบิล…

                “เธอกำลังเสียสติ เหมือนที่หมู่บ้าน เหมือนกับตอนเสียอัลฟารูค”

                บาทหลวงของเขา

                รอเขาอยู่

                “แจ็ก–”

                แจ็กออกวิ่ง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s