Detective Jack [WIP]

            สำงานนักสืบเอกชน จ. มอร์ริสัน น่าจะเคยมีวันที่ดีกว่านี้ วันที่สภาพของมันไม่ชวนให้คนเห็นนึกว่าพึ่งมีใครมาปล้นระดม รื้อค้นของเสียพังพินาศ วันที่เครื่องเรือนยังสะอาดเอี่ยม พื้นไม้ยังคงเคลือบพื้นเป็นมันวาว และต้นไม้กระถางตรงมุมห้องยังไม่ตาย แต่ตอนนี้ มันดูเหมือนหอพักของเด็กมหาลัยขี้ยามากกว่าสำนักงานสืบเอกชน ด้วยกล่องอาหารจีนค้างคืนที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ถาดพิซซ่าที่กองอยู่ตรงบริเวณโต๊ะรับแขก มีที่เขี่ยบุหรี่ แต่มันกลิ้งอยู่กับพื้น และขี้เถ้าจากบุหรี่ที่ถูกดับก็กระจัดกระจายไปทั่ว พอ ๆ กับขวดเหล้าที่ไม่น่ามีธุระมาทำอะไรที่นี่ แต่ก็ยังอยู่ดี วางระเกะระกะชวนให้เขาสะดุดหัวทิ่ม

                กาเบรียลคงด่าเขาตายเลย ถ้ามาเห็นเข้า

                แต่กาเบรียลไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่อยู่ที่นี่มานานแล้ว

                โทรศัพท์ดัง

                แจ็กถอนหายใจ ยันตัวเองลุกขึ้นจากพื้นสำนักงาน เศษอาหารร่วงออกจากสูทที่เขาสวมเหมือนกากเพชรร่วงจากการ์ดสุขสันต์วันเกิด เขายืนเซ ๆ อยู่กับที่พักใหญ่ พยายามบังคับไม่ให้โลกหมุน และให้เสียงรัวกลองดังกระหึ่มของอาการปวดหัวบรรเทาตัวลงบ้าง เขาก้าวขา แต่ละย่างก้าวยากลำบากกว่าที่มันควรจะเป็น พึ่งรู้ตัวว่าตนเองหนักขนาดนี้ เขาคงจะกำลังลงพุง กล้ามเนื้อนักวิ่งที่อุตส่าห์ปั้นมาดิบดีตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยพ่ายแพ้ให้แก่การปล่อยปละละเลยของความชราภาพ

                โทรศัพท์ดังอยู่นาน กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง คนปลายสายคงมีความอดทนยาวนานน่าดู เพราะอุตส่าห์ถือโทรศัพท์ฟังเสียงสัญญาณได้ตั้งนานสองนานกว่าแจ็กจะคืบคลานไปถึงโต๊ะ ยันตัวขึ้นไปนั่งข้างบนเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวไม่ให้ตนเองล้มครืน

                “นี่ไม่ใช่เวลาทำการนะครับคุณ” เขาพูดอย่างไม่เป็นมิตรนักเมื่อรับสาย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาวางบนตัก

                “เรารู้” ปลายสายตอบ “แต่เราพยายามติดต่อคุณมาหลายวันแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรับสายเลย..”

                หลายวัน? พระเจ้า นี่แจ็กหมดสติไปนานแค่ไหน “ทำไมคุณไม่ติดต่อมาเวลาทำการล่ะ ผมจะจัดเวลานัดให้นะ”

                “ได้โปรด นี่เป็นเรื่องสำคัญ คุณเป็นความหวังสุดท้ายของเรา” เว้นช่วงไปครู่ “ได้โปรด”

                แจ็กขมวดคิ้ว สมองที่ยังเมาค้างของตนเองเริ่มจะประมวลผล

                เสียงปลายสายน่ะ ไม่ใช่เสียงของมนุษย์หรอกนะ

                มันยากที่จะบอกแล้วสมัยนี้ เสียงออมนิครุ่นใหม่ ๆ เหมือนเสียงคนจะตายไป แยกแทบไม่ออก แต่แจ็กคิดว่าเขามีสัญชาติญาณในเรื่องพวกนี้ ยังคงจับได้ว่าเสียงไหนเป็นเสียงสังเคราะห์ ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ทำงานเสียงฮึมจากปลายสาย และจับสังเกตได้ว่าอีกฝ่ายออกเสียงแต่ละคำศัพท์เป๊ะ ๆ แบบถูกโปรแกรมมา มากกว่าถูกสอนให้พูดจา

                ออมนิคกำลังโทรหาสำนักงานเขา เรียกร้องขอความช่วยเหลือ

                แจ็กม้วนสายโทรศัพท์ในมือไปมา ถอนหายใจ “ผมยังอยู่ที่สำนักงาน…”

                เขาอาศัยบนห้องเช่าเหนือสำนักงานตัวเองอีกที ยากที่จะไม่อยู่

                “วิเศษ” ปลายสายตอบ “ขอเราเข้าไปคุยกับคุณได้ไหม”

                เป็นการขอ ไม่ใช่ในแบบ ‘เฮ้ ขอเราเข้าไปคุยกับคุณได้ไหมถึงแม้จะไม่ใช่เวลาทำการ’ แต่ออกแนว ‘เราเข้าไปในตึกนั้นได้ไหม’ เพราะแจ็กไม่มีป้าย ‘ยินดีต้อนรับออมนิค’ บนประตู ไม่ใช่เพราะว่ารังเกียจนะ แต่เพราะไม่มีเวลา เขาตั้งใจว่าจะทำป้ายอยู่ แต่มันก็เหมือนตั้งใจจะทำความสะอาดห้อง หรือตั้งใจจะเลิกบุหรี่ เขาไม่เคยมีเวลาทำในสิ่งที่จำเป็นจะต้องทำ

                “ได้เลย ผมจะเปิดประตูให้” แจ็กตอบแทน

                “เราจะรีบไป”

                แจ็กวางสาย กวาดสายตาไปรอบ ๆ สำนักงานตนเอง

                เฮ้อ ให้ตายสิ




                 เมื่อออมนิคมาถึง แจ็กทำความสะอาดสำนักงานเสร็จพอดี ซึ่งเมื่อเขาใช้คำว่า ‘ทำความสะอาด’ เขาหมายถึง ‘เอาขยะทั้งหมดไปกอง ๆ อยู่ตรงมุมหนึ่งแล้วค่อยจัดการกับมันทีหลัง’ สำนักงานนักสืบ จ. มอร์ริสัน ไม่ใช่พื้นที่ที่ใหญ่อะไร ห้องเช่าเล็ก ๆ ในตึกสำนักงานใหญ่ที่มีพื้นที่ให้เขาแค่กระติ๊ด เขาไม่มีห้องสำหรับพนักงานต้อนรับเสียด้วยซ้ำ แค่พื้นที่รับแขกสำหรับนั่งรอ โซฟาตัวโตกับโต๊ะกาแฟ แล้วก็แค่นั้น ปัจจุบัน ขยะทั้งหมดที่แจ็กกล่าวมาข้างต้นกำลังวางกองอยู่ข้างบนนั้น

                “เข้ามาคุยกับผมข้างในห้องทำงานดีกว่า” แจ็กเสนอ จริง ๆ ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ เดินนำออมนิคเข้าไปในห้องทำงาน

                ห้องทำงานของแจ็กก็ไม่มีอะไรมากอีก ลิ้นชักเหล็กตู้สูง ๆ สำหรับเก็บเอกสาร เซฟที่เขาไว้ใช้เก็บของสำคัญ กระถางต้นไม้เหี่ยว ๆ กรอบรูปบนผนัง แล้วก็โต๊ะทำงานที่เป็นศูนย์กลางของห้อง แจ็กทิ้งตัวลงนั่ง มองข้ามเอกสารเกลื่อนกลาดบนโต๊ะไป ออมนิคที่มาด้วยกับเขาไม่นั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แต่กลับลอยตัวแบบประหลาด ๆ ในท่าคล้ายขัดสมาธิเหนือพื้น

                “คุณคงจะเป็นคุณมอร์ริสัน” ออมนิคกล่าวถาม

                “เรียกผมว่าแจ็ก” แจ็กเสนอแทน “และคุณ..”

                “เซ็นยัตต้า”

                “เซ็นยัตต้า..” แจ็กยกมือขึ้นลูบเครา พบความสากที่ทำให้มือของเขาชา และเศษขี้เถ้า “มีอะไรให้ผมช่วยหรือ?”

                ออมนิครายนี้ไม่อ้อมค้อม “พี่ของเราหายตัวไป”

                แจ็กเลิกคิ้ว รู้ว่า ‘พี่’ ในความหมายนี้น่าจะเป็น ‘เราเป็นหุ่นออมนิครุ่นเดียวกัน’ หรือไม่ก็ ‘เรามาจากโรงงานเดียวกัน’ เสียมากกว่า ถ้าในความหมายของออมนิค แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะคดีการหายตัวของออมนิคเนี่ยมันช่างเป็นเรื่องปกติเสียจริง เกิดขึ้นบ่อยเพราะความเพิกเฉยของตำรวจในพื้นที่ ลงทะเบียนคนหายเป็นหมายเลขผลิตภัณฑ์ราวตามหารถที่ถูกขโมยไปอย่างไรอย่างงั้นแหละ ไม่แปลกหรอกที่ออมนิครายนี้จะหันหน้าเข้าหานักสืบเอกชนแทนที่จะหวังพึ่งผู้รักษากฎหมาย

                “…โอเค” แจ็กพยักหน้า “เล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

                แจ็กควรจดรึเปล่าเนี่ย มีความรู้สึกว่าควรจดนะ ต้องล้วงสมุดจออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทพร้อมปากกา เขียนรายละเอียดต่อไป แจ็กหยิบสมุดระหว่างที่ออมนิครวบรวมคำพูด เจอหน้าแรกเขียนไว้ว่า ‘กาเบรียล ไอ้ชาติชั่ว’ แล้วฉีกหน้านั้นขยำโยนทิ้ง เริ่มต้นหน้าใหม่ เขาเคาะปากกาลงบนกระดาษระหว่างรอให้ออมนิคเริ่มเล่า ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นาน

                “ม็อนดัตต้าหายตัวไปเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้ว” ออมนิคเกริ่น

                “ม็อนดัตต้า..” แจ็กจด “เดี๋ยว ผมรู้จักเขา เขาเป็นผู้นำกระบวนการเรียกร้องสิทธิออมนิคใช่ไหม”

                “ใช่เลย” เซ็นยัตต้าตอบ “เขามีนัดหมายที่จะไปมอบบทสุนทรพจน์ในคิงส์โรว์ แต่ทางคิงส์โรว์กลับมาติดต่อมาหาเราว่าม็อนดัตต้าไม่เคยไปถึง เราพยายามติดต่อเขา แต่ก็ไม่มีหนทางไหนสำเร็จลุล่วง เขาหายตัวไปเสียเฉย ๆ “

                “และตำรวจไม่ทำอะไรเลยหรือ คนดังอย่างเขา?”

                “ดัง แต่ม็อนดัตต้าก็ยังคงเป็นออมนิค เราแอบคิดเสียด้วยว่าตำรวจดีใจที่เขาหายไป”

                แจ็กยักไหล่ “ทูเช่”

                “พี่น้องของเราออกตามหาเขาในคิงส์โรว์ ทั้งในแคลิฟอร์เนีย แต่ก็ไม่มีใครพบเบาะแสอะไร”

                “คุณรู้รึเปล่าว่าเขาได้ขึ้นเครื่องบินจากแคลิฟอร์เนียไปตั้งแต่แรก”

                “เราไม่รู้” เซ็นยัตต้ายอมรับ “เรายุ่งกับการสอน– เราเป็นคูรูในพื้นที่นี้น่ะ– เกินกว่าจะไปส่งเขาที่สนามบิน”

                ออกจะเป็นคำถามที่งี่เง่านิดหน่อย แต่แจ็กก็ยังถาม “มีใครจะได้ประโยชน์จากการหายตัวไปของเขาไหม”

                “..ถ้าคุณไม่นับครึ่งโลกนี้?” ว้าว ออมนิคพูดจาประชดประชัน พึ่งจะเคยเจอ

                “ผมหมายถึง–”

                เสียงหัวเราะสรวลดังขึ้น สังเคราะห์ แต่ก็ยังเป็นเสียงหัวเราะ “เอาเข้าจริงแล้ว ก่อนเขาจะหายไป เราได้รับ…”

                เงียบไปครู่เหมือนเลือกคำไม่ได้ “จดหมายขู่ มากมาย ปกติม็อนดัตต้าก็ได้รับจดหมายข่มขู่เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วล่ะนะ แต่จดหมายพวกนี้ มันแตกต่างออกไป ใช้คำพูดที่เฉพาะเจาะจง ใช้ภาษาของเรา.. มันทำให้ม็อนดัตต้าขุ่นเคืองมาก”

                “ขอผมดูจดหมายพวกนั้นได้ไหม”        

                “แน่นอน เพราะเราเกรงว่ามันจะเป็นเบาะแสเดียวที่เรามีให้คุณ”

                “คุณรู้ใช่ไหมว่าค่าใช้จ่ายจะสูง พื้นที่กว้าง คนดัง..”

                แจ็กพยายามไม่พูดถึงข้อเท็จจริงที่ว่าสำนักงานของเขาถูกตัดไฟ หรือน้ำไม่ไหลมาหลายสัปดาห์แล้ว สมุดนัดของเขาว่างเปล่า แล้วก็ไม่มีงานมานานเหลือเกิน สิ่งพวกนี้ให้เซ็นยัตต้าเป็นฝ่ายสรุปเอาเอง แจ็กค่อนข้างมั่นใจว่าเขามีคำว่า ‘ร้อนเงิน’ เขียนอยู่บนหน้าผากที่เริ่มเถิกของตนเอง ใช่ว่าเขาจะเอาเปรียบออมนิคหรอกนะ เขาไม่ใช่คนแบบนั้น แต่ แหม…

                “เราเข้าใจ” เซ็นยัตต้าตอบ “เรายินดีที่จะจ่าย”

                “ถ้างั้น เซ็นยัตต้า…” เขาเปิดลิ้นชัก ควานหาสัญญา “ผมว่าผมเริ่มงานได้เลย”

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s