Ties that Bind (2)

Title: Ties that Bind
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Jesse McCree/Soldier: 76 | Jack Morrison,  Reaper | Gabriel Reyes/Soldier: 76 | Jack Morrison
Rating: E

Warning: Blackwatch!Jack, Strike-Commander!Gabriel, ABO, Beta!Jack, Omega!Gabriel, Alpha!Jesse, Punishment, Cock and Ball Torture, Watersport

                เจสซี่สังเกตว่ามีบางสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับท่านผู้บัญชาการเรเอส

                แบล็กวอทช์กับโอเวอร์วอทช์ไม่ค่อยมีตารางเวลางานที่เกี่ยวโยงกันนักก็จริง น้อยภารกิจจะต้องร่วมมือ แต่ท่านผู้บัญชาการเรเอสก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าในบริเวณหน่วยแบล็กวอทช์ แวะมาเสมอเพื่อพูดคุยกับมอร์ริสันเรื่องธุระ และบ่อยครั้ง มักจะสละเวลาส่วนตัวมาคุยกับเจสซี่ สำหรับคนที่มีตำนานเป็นนิทานกล่าวขานให้คนรุ่นใหม่ฟัง เรเอสเป็นมิตรผิดคาด และถ้าคุณมองข้ามท่าทีบูดบึ้งในตอนแรกของเขาไปได้ คุณจะพบว่าเขาแข็งนอกนุ่มใน และมีด้านที่อ่อนกว่าให้ผู้อื่นเสมอ

                เจสซี่ชอบคุยกับเขา รู้สึกดีที่คนตำแหน่งสูงขนาดนี้ยังคิดจะสนใจเขา มอบเวลาให้และตั้งใจฟังจริง ๆ ว่าเจสซี่มีอะไรจะพูด เล่าถึงความคืบหน้าของเขาในการฝึกฝน บ่นบ้างว่ามอร์ริสันเข้มงวดเกินไป ชวนเขาออกไปดื่มเหล้านอกฐาน (“สักวันหนึ่งนะ เจสซี่”) เรเอสมีเสียงนุ่มที่ฟังแล้วสบายหู ต่างจากเสียงกระด้างที่สักวันคงทำให้เขาหูบอดของมอร์ริสัน และเขามีรัศมีแบบที่ ว่ายังไงดีล่ะ ทำให้เวลาเดินช้าลง ห้านาทีจากเขาเหมือนหนึ่งชั่วโมงจากคนอื่น เจสซี่ชอบเขามาก เคารพเขา

                แต่ช่วงนี้เขาดันหลบหน้าเจสซี่ ทำตัวประหลาด ๆ เห็นหน้าเจสซี่แล้วแทบจะหมุนตัววิ่งหนี

                มันทำให้เจสซี่ฉงน เขาทำอะไรผิดไปรึเปล่า ก็รู้อยู่หรอกนะว่าบางครั้งเขาก็ปากไวและมือไวยิ่งกว่า เขาทำสิ่งใดให้ท่านผู้บัญชาการเคืองขุ่นเข้างั้นหรือ แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ทำไมเรเอสไม่เผชิญหน้ากับเขาตรง ๆ บอกให้เขารู้ถึงสิ่งที่เขาทำผิดไปเพื่อที่เจสซี่จะได้ไม่เผลอทำมันอีก? เขาดันเอาแต่หลีกเลี่ยง หลบหน้าเจสซี่ พึมพำใต้ลมหายใจทุกครั้งว่าเขา ‘ยุ่ง’ เขา ‘อยู่คุยไม่ได้จริง ๆ ‘ หรือเขามี ‘ธุระอื่นที่ต้องสะสาง’ มันทำให้เจสซี่ไม่สบายใจ เขาไม่ชอบความรู้สึกที่ว่าเขาทำอะไรผิดโดยไม่รู้ตัว

                เขาก็เลยตัดสินใจจะถามมอร์ริสันดู เขาน่าจะรู้ ใช่ไหม เพื่อนสนิทของเรเอสทั้งคน

                ผละจากสนามยิงปืนเดินหาห้องทำงานส่วนตัวของท่านผู้บัญชาการ เจสซี่ตั้งเป้าหมายที่จะหาคำตอบ

                เขาเคาประตู

                “เข้ามา” เป็นคำตอบของมอร์ริสันหลังเวลาผ่านไปชั่วครู่

                ประตูเลื่อนเปิดออก เจสซี่เดินเข้าไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่เคยมั่นใจว่าตนเองถูกต้อนรับอย่างแท้จริงในพื้นที่นี้

                ห้องทำงานของมอร์ริสันนั้นกว้างขวาง กว้างยิ่งกว่าห้องพักที่เจสซี่ใช้ร่วมกับเจ้าหน้าที่แบล็กวอทช์อีกสามคน ทุกตารางนิ้วเป็นสัญลักษณ์ของตำแหน่งและอำนาจ ขวาสุดของห้องคือชุดโซฟากับโต๊ะกาแฟ สำหรับรับแขก ถัดจากนั้นมา จอแสดงผลขนาดยักษ์บนผนัง และดูจากถุงกอล์ฟที่วางไว้ข้างใต้ มอร์ริสันน่าจะใช้มันหวดกอล์ฟบ่อยกว่าใช้งาน ทางด้านซ้ายคือโต๊ะทำงานของเขา โต๊ะอย่างดีที่มีระบบแสดงภาพโฮโลแกรมติดตั้งไว้ข้างใน เป็นคอมพิวเตอร์ในตัว มอร์ริสันนั่งอยู่ตรงนั้น ดูงานผ่านไฟล์ที่ฉายตัวขึ้นมากลางอากาศ ข้างหลังเขาเป็นชั้นวางที่เต็มไปด้วยถ้วย เหรียญตรา ประกาศนียบัตร และหนังสือ

                “เจสซี่” เขาใช้นิ้วลากไฟล์ทั้งหมดลงกลับบนพื้นผิวโต๊ะ “นายควรจะอยู่ที่สนามยิงปืน ฉันต้องคอยอยู่คุมนายรึยังไง”

                “ก็ดีนะครับ คุณจะได้ช่วยให้คำแนะนำผมระหว่างยิง”

                มอร์ริสันเลิกคิ้ว “นายไม่ได้มาหาฉันเรื่องยิงปืน”

                แค่สายตามองตรงมาอย่างนิ่งเฉย ไร้อารมณ์ แต่เจสซี่ก็ยังขนลุกอยู่ดี สีฟ้าในตาของมอร์ริสันดูผิดธรรมชาติ ไม่รู้ทำไม เป็นโทนสีที่เสียดแทงและทำให้คุณหนาว แค่สายตาของเขาก็เรียกร้องหาความเคารพ เจสซี่โตมาในเดดล็อก แก๊งที่เป็นอัลฟ่าเสียส่วนใหญ่ เขาเคยชินกับภาษากายอัลฟ่า การแยกเขี้ยวเมื่อเคืองขุ่น การเชิดคอขึ้นสูงเพื่อแสดงความเหนือกว่า เคยชินกับการส่งฟีโรโมนในแต่ละสถานการณ์ที่บ่งบอกถึงอารมณ์ แต่กับมอร์ริสัน กับเบต้า มันว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว

                เขามีร่างกายที่ไม่ทรยศความคิดตนเอง แล้วก็ถูกฝึกมาอย่างดีให้หลบซ่อนทุกสิ่งที่อาจเปิดเผยข้อมูลในใจ เขาถึงได้เหมาะกับงานสายลับนัก ถึงได้มีตำแหน่งเป็นผู้นำแบล็กวอทช์ เจสซี่เคารพเขา แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาน่ากลัวเป็นบ้า

                “ผม.. มีเรื่องอยากจะถามคุณ” เจสซี่พูดออกไปได้ ในที่สุด หลังจากติดอ่างอยู่นาน

                “งั้นก็ถามมาให้ไว”

                “คุณพอจะรู้ไหมว่าผมไปทำอะไรให้ท่านผู้บัญชาการเรเอสไม่พอใจรึเปล่า?”

                มอร์ริสันมองเขาอยู่นาน

                “นอกจากที่ไปแตะต้องเขา พยายามให้เขามีกลิ่นนาย ทั้ง ๆ ที่เขามีคู่อยู่แล้วน่ะเหรอ?”

                ฉิบหาย

                เจสซี่ยืนอ้าปากค้าง อึ้งกับข้อมูลใหม่ที่ตนเองพึ่งได้รับ เรเอสมีคู่แล้ว? แต่เขา.. เขาไม่มีกลิ่นของอัลฟ่า! ไม่มีแม้กระทั่งรอยกัด! (แต่เสื้อผ้าของเขาอาจจะปิดบังมันไว้ก็ได้ เจสซี่ก็ไม่รู้) สื่อและสาธารณชนต่างก็มองว่าเขาเป็นโอเมก้าผู้น่าไขว่คว้า ไม่มีคู่ ไม่มีพันธะสัญญา เจสซี่เองก็เชื่อเช่นนั้น เพราะมันไม่มีสัญลักษณ์ใด ๆ ว่าเขาสนใจใคร มีใครอยู่ในใจตนเองอยู่แล้ว

                “พอ.. จะบอกผมได้ไหมว่าอัลฟ่าของเขาคือใคร” มันน่าจะเป็นความลับ แต่.. “ผมว่าผมควรขอโทษเขา”

                มอร์ริสันกระตุกยิ้ม “เขาไม่ใช่อัลฟ่า”

                …โอ้

                โอ้ววว

                เจสซี่รีบก้มหัวขอโทษเร็วเสียจนเขาวิงเวียนศีรษะ และถึงแม้เขาจะกำลังก้มจนสุดตัว เขาก็ยังคงรู้สึกถึงคมมีดบนท้ายทอย พร้อมจะตัดคอเขาหลุดจากบ่าเสียตรงนั้นเพราะขากล้าแตะต้องโอเมก้าของแจ็ก มอร์ริสัน “ผมขอโทษ! ผมไม่ ผมไม่รู้–”

                “นายไม่รู้” มอร์ริสันพยักหน้า

                “ผมเสียใจ ผมจะยอมทำทุกอย่างเพื่อชดใช้ความผิด”

                “ทุกอย่าง?” พูดทวนคำเสร็จ เขาก็แสยะยิ้มอีก

                … น่าจะคิดก่อนพูดนิดหนึ่งนะ เจสซี่ แมคครี




                เจสซี่ไม่แน่ใจว่าเขาถูกผลักให้ยืนเท้าอยู่กับโต๊ะ หรือว่าตนเองเป็นฝ่ายสมยอมเดินมาเอง กักขังตนเองระหว่างโต๊ะทำงานหรูและร่างสูงใหญ่ของท่านผู้บัญชาการ หลังค่อมลง สะโพกแทบจะโค้งขึ้นอย่างเชื้อเชิญ ณ เป้ากางเกงของมอร์ริสัน ให้อีกฝ่ายร่อนเอวอย่างเชื่องช้าราวคนขี้เกียจเพื่อเสียดสีกับเจสซี่ตรงร่องก้น เขาเสียวสันหลังวูบ กำขอบโต๊ะแน่นขึ้นมาหน่อย อยากจะเอี้ยวตัว หันคอไปมองข้างหลัง แต่คิดว่าถ้าทำแบบนั้นมันอาจจะเป็นข้อผิดพลาด ได้แต่แน่นิ่งอยู่ในท่าเดิม

                มือข้างหนึ่งของมอร์ริสันจับเข้าที่ท้ายทอยเขา เคาะนิ้วตรงนั้น “ดูนายสิ”

                เจสซี่ไม่สบายใจอย่างรุนแรง ในฐานะอัลฟ่า ที่มีคนยุ่มย่ามกับผิวตรงนั้น เขาถึงได้เอาผ้าผูกคอมาปิดไว้ แต่พูดอะไรไม่ได้ ทุกอย่างที่สามารถพูดออกไปได้เหมือนจะเป็นกับดักมาย้อนทำร้ายเขาทีหลัง เขาพูดอะไรโง่ ๆ ออกไปเยอะแล้ว วันนี้

                มอร์ริสันกดหัวเขาลง “ไอ้ลูกหมา ยังก้มท้ายทอยให้กับจ่าฝูงอยู่”

                เขาครางหงิงในลำคอ ห่อไหล่ขึ้นหวังว่ามันจะช่วยเป็นที่หลบซ่อนได้

                มอร์ริสันปล่อย ผิวปากเป็นจังหวะเพลงที่คุ้นหูอย่างประหลาด สองมือของเขาคว้าหมับที่เอวเจสซี่ แล้วค่อย ๆ เลื่อนขึ้น มือหนึ่งลูบเขาผ่านเนื้อผ้า อีกมือค่อย ๆ แกะเกราะที่เจสซี่สวมทับอกออก มอบพื้นที่ให้เขาจับต้องอย่างเป็นอิสระมากขึ้น มือข้างหนึ่งเสียดสีบนยอดอกเหนือผ้า และเจสซี่ต้องกัดริมฝีปากล่างตนเองไม่ให้ส่งเสียงคราง มันจะง่ายเกินไปหน่อยไหม

                “ดะ ด้วยความเคารพ” เจสซี่ตัดสินใจพูดในที่สุด “คุณจะทำอะไรกับผมน่ะ”

                “นายแตะต้องโอเมก้าของฉัน” มอร์ริสันอธิบาย แล้วก็ใช้อีกมือที่ว่างอยู่ลดลงต่ำคว้าหมับเข้าที่เป้าเจสซี่ และ นั่น เขาเก็บอาการไม่ไหว สะดุ้งโหยงสุดตัวขณะที่มอร์ริสันคลึง “ฉันก็ได้สัมผัสนายเป็นการเอาคืน ยุติธรรมดีใช่ไหม”

                ก็..ใช่..มั้ง เป็นการลงโทษที่มีเมตตา เมื่อเทียบกับสารพัดอย่างที่เขาเคยเห็นในเดดล็อก หัวหน้าแก๊ง จอร์จ เคยถอนเขี้ยวอัลฟ่าในแก๊งทิ้งเพียงเพราะว่าเธอมองโอเมก้าของเขานานเกินไป แล้วไหนจะการลงโทษด้วยการมอบรอยกัด แต่ละอย่างเป็นวัตถุดิบฝันร้ายของเจสซี่ทั้งนั้น ถูกจับนิดจับหน่อย เจสซี่คิดว่าเขาทนได้ ถึงมันจะน่าอายและชวนให้รู้สึกถูกลวนลามก็ตาม

                ….แต่ร่างกายของเขาดันมีปฏิกิริยาตอบสนองต่างกับที่ในหัวคิด มันดันกระเหี้ยนกระหือรือที่ได้รับความสนใจ รีบตื่นตัวภายในอุ้งมือของมอร์ริสัน เจสซี่ไม่ต้องก้มลงมองก็รู้ว่าเป้ากางเกงของตนเองกำลังคับตุง รู้สึกได้ถึงความอึดอัดตรงบริเวณนั้น เขาหลุดเสียงร้องออกไปว่า โอ้ไม่ ด้วยความสยองขวัญ แต่มอร์ริสันก็ทำแค่ขำ คลึงอัณฑะของเขาระหว่างนิ้ว

                “ชอบเหรอ?” เขาถาม

                “ผมไม่–” เจสซี่สำลัก “ผมไม่ได้ตั้งใจ”

                “ฉันกำลังลงโทษนายอยู่ แต่นายกลับชอบมันซะอย่างนั้น”

                ความอับอายแผดเผาเจสซี่ทั้งเป็น เขาเกลียดตัวเองยิ่งกว่าเมื่อสะโพกพยายามขยับเข้าหามือมอร์ริสัน สั่นสะท้าน

                “บอส…” เจสซี่กลืนเสียงครางลงคอ รู้ตัวดีว่ากำลังหลั่งใส่กางเกงในตนเองอย่างหน้าไม่อาย

                “คุกเข่า”

                มันเป็นการเปลี่ยนท่าที่รวดเร็วจนเจสซี่ไม่ทันได้ตั้งตัว ถูกจับหมุนตัวแล้วกดไหล่ลงจนเข่าลงไปกระทบกับพื้น เขานั่งหันหลังให้โต๊ะ หันหน้าให้มอร์ริสัน ผู้ที่ตอนนี้ดูสูงส่งยิ่งกว่าที่เขาเคยเป็น องศาของท่าบังคับให้เจสซี่ต้องเงยหน้าถึงจะสบตากับเขาได้ แต่ก็มองสีฟ้านั่นได้อยู่ไม่นาน เพราะสิ่งที่เขาต้องมองจริง ๆ คือรองเท้าบูทคอมแบทที่มอร์ริสันสวมต่างหาก

                เพราะก่อนที่เขาจะได้อ้าปากถามว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร มันก็เหยียบย่ำลงมาที่เป้าเขา

                อย่างแรง

                เจสซี่จุกจนร้องไม่ออก อากาศเฮือกใหญ่หลุดออกจากปอดเขา แต่ไม่มีเสียงร้องตามออกมา ตัวของเขาคดงอไปข้างหน้าจนต้องเอามือเท้าพื้นไม่ให้หน้าทิ่ม แต่แล้วมอร์ริสันก็ถีบเขาอย่างจัง ตัวกระเด็นไปข้างหลัง หัวกระแทกกับขอบโต๊ะอย่างจังจนเขาได้ยินเสียงของมันดังข้างกะโหลก ยิ่งกว่าความรู้สึกเจ็บที่ทำให้มึนหัว ทัศนียภาพมืดบอดไปชั่วขณะ

                …แต่เขาก็ยังคงตื่นตัว แข็งทื่อจนอึดอัดในกางเกง เหมือนเลือดทั้งร่างมันสูบฉีดลงหาเป้าหมด

                “ฉันกำลังลงโทษนาย” มอร์ริสันย้ำ “แต่ถ้านายชอบมัน… ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ”

                เขากดปลายเท้ามาที่เป้าเจสซี่อีกครั้ง ขยี้มัน แต่เจสซี่ดันคราง

                “อืมม… สนุกให้เต็มที่ ไอ้หนู นายจะไม่โชคดีแบบนี้บ่อย ๆ หรอก”

                เจสซี่ไม่ได้กำลังสนุกเว้ย เขากำลังเจ็บ เจ็บมากด้วย แถมยังขายหน้าเสียจนศักดิ์ศรีอัลฟ่าไม่รู้จะเอาไปไว้ไหน

                เขาพยายามมากที่จะสถาปนาตำแหน่งของตนเองในเดดล็อก พิชิตอัลฟ่าเหนืออัลฟ่าเพื่อที่ตนเองจะได้อยู่รอดปลอดภัยโดยไม่ถูกทำร้ายจนอ่วม เขานึกว่าเขาแน่กว่านี้ มั่นใจกว่านี้ แต่ทุกอย่างเหมือนจะร่วงโรยหายไปต่อหน้าชายคนนี้ ต่อหน้าเบต้า คนที่น่าจะด้อยกว่าเขาในทุกทาง น่าจะพ่ายแพ้ให้แก่เขาทางชีวภาพ แต่กลับถือชัยเหนือเขาได้อย่างง่ายดาย

                และเจสซี่ดันพบว่าเขาเกือบจะมัวเมาไปกับมัน ไม่ได้รังเกียจมัน ใช่ เขาอายจนตอนนี้ใบหูคงเป็นสีแดงก่ำ และ ถูก เขาควบคุมร่างกายตนเองไม่ได้จนทุกปฏิกิริยาเป็นเพียงสิ่งที่ถูกบังคับจากร่างเขา แต่.. เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน

                เขาไม่นึกว่าจะมีเบต้าที่ทำแบบนี้ได้ ในชีวิตเขา

                มันเป็นโอกาสหายากที่แม้กระทั่งเจสซี่เองยังต้องดื่มด่ำไปกับมัน

                “นายเสร็จแบบนี้ได้ไหม” มอร์ริสันถาม “ระหว่างโดนฉันเหยียบ?”

                “ผมไม่รู้” เจสซี่ตอบ ทั้งร่างเขม็งเกลียวเมื่อมอร์ริสันใช้ร่องบนฝ่าเท้าถูเข้ากับจุดอ่อนไหวของเขาเหมือนกำลังต้องการปลอบประโลม แต่พื้นผิวของมันก็ยังสากและขรุขระจนกระด้างต่อเนื้อผิวเสียเหลือเกิน “ผมไม่รู้ครับ ผมไม่รู้ครับบอส”

                “ฉันว่านายทำได้” เป็นการพูดพลางแสยะยิ้ม “ฉันจะทำให้นายเสร็จ ในกางเกง แบบนี้”

                เขากดส้นเท้าลงมา หนักอึ้งจนเจสซี่ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงยังมีอารมณ์ได้อยู่

                “และฉันจะให้นายเดินออกไปทั้งอย่างนั้น แสดงให้ทุกคนเห็นว่านายพึ่งทำอะไรมาในห้องฉัน อัลฟ่าทุกคน โอเมก้าทุกคนจะได้รู้ว่านายมันเป็นอัลฟ่าประเภทไหน ไม่มีปัญญาพิชิตใครอื่นมาเป็นคู่ พ่ายแพ้ให้กับเบต้า…”

                สงสัยเลือดมันไม่ไปเลี้ยงสมอง เจสซี่เลยเผลอพูดโดยไม่ทันคิด “ผมมีนะ”

                ความไม่พอใจฉายแวววูบในดวงตามอร์ริสัน “ว่าไงนะ?”

                “ผมทำได้ห” เจสซี่ปกป้องศักดิ์ศรีตนเองแบบข้าง ๆ คู ๆ “ผมพิชิตผู้อื่นได้”

                มอร์ริสันกระตุกยิ้ม จิกส้นเท้าลงมาอีก “ไม่ ไม่ใช่หลังจากนี้ แกทำไม่ได้หรอก”

                เจสซี่หอนเสียงครางลั่นห้องทำงาน

                เขากำลังร้องไห้ เมื่อมอร์ริสันยกส้นเท้าขึ้น แต่ก็ยังพยายามพูด “ท่านผู้บัญชาการเรเอสชอบผม”

                “ชัวร์”

                “ผมจะเอาเขามาเป็นคู่ก็ได้” มันเป็นแค่การขู่ลม ๆ แล้ง ๆ แล้วตอนนี้ แต่ปากเขาไปไวกว่าหัว ต้องพูดอะไรสักอย่าง จะพ่ายแพ้แบบเงียบ ๆ ไม่ได้ “คุณครอบครองเขาไมได้ คุณไม่ใช่อัลฟ่า คุณไม่ใช่คู่ของเขา ต่อให้คุณจะอยาก ผมเป็นได้”

                นั่น… ความกลัวรึเปล่า

                ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้ามอร์ริสัน ชั่วครู่หนึ่ง

                รอยร้าวในสีหน้าเงียบขรึมที่ปกติเขาจะมี

                เจสซี่คงจะเพ่งเล็งมันนานกว่านี้ แต่ก็ต้องหลับตาปี๋เมื่อส้นเท้าขยี้ลงมาอีกครั้ง “ไม่”

                อย่างแกน่ะไม่มีปัญญาพิชิตกาเบรียลหรอก!” เขาตะโกนแล้วตอนนี้ คงจะโกรธจัด ถูกจี้จุดเข้าให้ในปมด้อยที่ตนเองต้องการจะปิดบัง เสียงของเขาดัง แต่เสียงร้องของเจสซี่ดังกว่า “แกเป็นอัลฟ่ากระจอก อ่อนหัด–”

                เจสซี่คิด ว่าตนเองจะถึงจุดสุดยอดมันตรงนั้น

                เขาคิดผิด

                คงจะเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายที่ทำให้เขาฉี่ราดมันตรงนั้น ทนไม่ไหวกับการทรมานของมอร์ริสัน ทุกฝีเท้าย่ำลงมาเพิ่มพูนความเจ็บปวดที่ส่งผลให้เขาต้องปลดปล่อย เลอะเทอะกางเกงในจนซึมผ่านเนื้อผ้า กางเกงสีเข้มของเขาเปื้อนเป็นรอยด่างดวงกว้างในสีเข้มยิ่งกว่า เจสซี่ร้องไห้หนัก สะอื้นสุดใจจนตัวโยนแล้วตอนนี้ มอร์ริสันหอบหายใจหนักอยู่เหนือร่างเขา ยกรองเท้าออก คงเพราะไม่อยากให้มันเปื้อน เขาคาดหวังว่าจะมีเสียงหัวเราะเยาะสมน้ำหน้า คำเยาะเย้ยสักอย่าง– แต่ไม่

                เจสซี่เงยหน้ามองท่านผู้นำแบล็กวอทช์ น้ำตานองหน้า “ผมจะแก้แค้นคุณแน่”

                มอร์ริสันตั้งตัวใหม่ หลับตาอยู่นานถึงจะกลับมาแสดงสีหน้านิ่งเฉยได้ “เอาสิ เอาเลย”

                “ผมจะทำให้คุณเสียใจที่ทำแบบนี้กับผม–”

                “อย่าเปลี่ยนกางเกงจนกว่าจะหมดวัน ฉันจะรู้ถ้านายทำ” เขาสั่งตบท้าย “ออกไปจากห้องทำงานฉันได้แล้ว”

                เจสซี่ลุกขึ้นยืนขาสั่น ตะเกียกตะกายออกไปจากห้องทำงาน

                เขาทำตามคำสั่ง

Advertisements

One thought on “Ties that Bind (2)

  1. อะหือ ความsmความคูล ความแค้น เปลี่ยนมาชิปนี้เรียบร้อยแล้วล่ะนะ……

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s