Quoth the Raven (3)

Title: Quoth the Raven
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Reaper | Gabriel Reyes/Soldier: 76 | Jack Morrison
Rating: T (for now)

Warning: Transformation, Imprisonment, Animal Abuse?

                เราอยู่ด้วยกันในไอเคนวอลด์ กำลังจะเดินทางกลับหลังจากการล่าอันสำเร็จลุล่วง แต่กาเบรียลรบเร้าแจ็กที่จะหยุดเดินดูเมืองก่อนกลับ แจ็กจึงตามใจเขาอย่างห้ามไม่ได้ ยากจะปฏิเสธชายที่คุณตกหลุมรัก ระหว่างเดินในเมือง ผ่านร้านนาฬิกาและเครื่องดนตรี อีกาสยายปีกบินผ่านศีรษะพวกเรา ขึ้นไปเกาะอยู่กับฝูงของมันเป็นกลุ่มเมฆดำอยู่เหนือหลังคาตึก

            “ลางร้าย” แจ็กพึมพำ

            “ลางร้าย?” กาเบรียลทวนคำแล้วหัวเราะพรืด “นั่นมันความเชื่องมงาย อย่าบอกนะว่านายเชื่อจริง ๆ “

            “นายไม่เชื่อ?”

            “ฉันคิดว่าอีกาเจ๋งดีออก” กาเบรียลยืนอยู่กับที่เพื่อเฝ้ามองพวกมัน ดวงตาของเขาเปล่งประกายเป็นเด็ก ๆ และแจ็กพบว่าเท้าของเขาเองก็หยุดเดินอยู่ด้วยข้างกัน เงยหน้าขึ้นมองเหล่าอีกา “นายอยากได้ยินเกร็ดความรู้เกี่ยวกับมันไหม”

            แจ็กชักสีหน้าประทับใจ “แน่นอนอยู่แล้วครับ คุณเรเอส”

            กาเบรียลยิ้ม “เมื่ออีกาเติบโตเป็นวัยรุ่น พวกมันจากรังแม่แล้วเข้าร่วมแก๊งอื่นที่มีวัยรุ่นด้วยกัน…”

            “ฝันร้ายของแม่ทุกคน”       

            เขาหัวเราะ “พวกมันจะอยู่กันเป็นฝูง แบบนี้เลย เดินทางด้วยกัน หาคู่ จนกระทั่งหาคู่เจอถึงจะปลีกตัวออก”

            “หาคู่เจอ..”

            “บางที ฉันก็อยากเป็นอีกา”

            แจ็กหันไปมองเขา คิ้วหนึ่งเลิกขึ้น “ทำไมล่ะ”

            กาเบรียลมีรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยเป็นอย่างยิ่งบนใบหน้า “เพราะว่า แจ็กกี้ พวกมันเป็นอิสระ”

 




 

            กาเบรียลมองประตูกรงที่เปิดอ้าและคิดว่า ถ้าเขาไม่มีปัญญาบินออกไป เขาก็สมควรเน่าตายอยู่ในนี้

                เขาพึ่งจะกินหนูทั้งเป็นเข้าปากไป ใช่ และมันยังดุกดิกและกรีดร้องอยู่ในท้องเขา ถูก แต่ กาเบรียล เรเอส เคยเจอหนักกว่านี้มาแล้ว… มั้ง และเขาจะไม่ยอมแพ้กับอะไรเล็ก ๆ แค่นี้… จริง ๆ มันก็ไม่เล็ก– โอเค เขาควรเลิกพูดให้ตนเองหมดกำลังใจเอง สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้คือความมุ่งมั่น แรงผลักดันที่จะผลักเขาออกจากกรงขัง เพราะถ้าเขาออกไปไม่ได้? ไม่ต้องจินตนาการเลยว่าชีวิตของเขาหลังจากนี้จะเป็นเช่นไร อะไรจะเกิดขึ้นกับร่างกาย สติ และจิตวิญญาณของกาเบรียล

                เขาต้องออกไปจากที่นี่

                กาเบรียลเริ่มต้นจากการลองกระพือปีกก่อน ทดสอบ เขาพบว่าปีกของเขาแข็งแกร่งมาก หรืออย่างน้อย กล้ามเนื้อตรงอกที่ใช้กระพือมันก็แข็งแกร่ง และแรงสะท้านที่เกิดขึ้นจากการขยับของปีกนั้นยิ่งใหญ่ มันสร้างลมภายใต้ปีกที่เกือบจะน็อกกาเบรียลออกจากเท้าตนเอง เมื่อกาเบรียลไม่ได้กระพือปีกมั่วซั่ว ลมที่เขาสร้างใต้ตัวนั้นมากพอที่จะส่งเขาขึ้นไปตามแรง

                กาเบรียลกลัวนิดหน่อยที่จะกระโดด เพราะการพยายามกระโดดที่ผ่านมาดีแต่จะทำให้เขาเสียสมดุลและล้มคว่ำ แต่เขาคงต้องกระโดดกระมัง และทำให้มันฉลาดมากกว่าการทดลองครั้งแรก ไม่ใช่แค่กระพือปีกไปทั่ว แต่มีจังหวะของมัน

                กาเบรียลสูดหายใจลึก สยายปีกออกกว้างสุดตัว ยกมันขึ้นสูงจรจดกัน แล้วกระพือลง

            ณ จังหวะนั้น เขากระโดดขึ้น ลมที่สร้างใต้ปีกส่งเขาลอยขึ้นฟ้าและค้างอยู่ในอากาศเมื่อเขากระพือปีก

                ฉิบหาย ยังไงต่อวะ เขาลอยได้แล้ว แต่แค่หยุดนึกว่า ‘ฉันลอยได้แล้ว’ เท่านั้นแหละ เขาก็ลืมที่จะกระพือปีก แล้วร่างก็ร่วงลงไปอยู่ที่เดิมอีก เขาสบถสาบานในใจ ต่อว่าตนเองที่ดันโง่หยุดกลางทาง แต่ใครจะโทษเขาได้วะ เขากำลังฝึกซ้อมความสามารถที่เขาไม่เคยมี และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะหามันมาได้ยังไง สูดหายใจเข้าลึก เอาใหม่ ครั้งนี้ เขาทำได้

                ย่อตัวลง โน้มไปข้างหน้าขณะที่ปีกของเขายกขึ้นสูง กระพือ! กระโดด!

                เขาลอยขึ้นมาเหนือพื้นกรง ในที่สุด! และคราวนี้เขาไม่ลืมที่จะกระพือปีก แต่เขอาจจะกระพือ… มากเกินไป ร่างดันลอยขึ้นสูงเสียจนหัวชนกับเพดานกรงแทนที่จะบินลอดออกไปนอกประตูกรง กาเบรียลไม่อยากจะหยุดกระพือปีก เกรงว่าตนเองจะร่วงลงไปกองกับพื้นกรงอีก เขาเลยเปลี่ยนเป็นกระพือมันให้เบาลง แทน มองร่างตนเองค่อย ๆ ลดความสูงลง

                เมื่อประตูกรงอยู่ตรงระดับสายตา เขากระพือปีกแรง ส่งตนเองไปข้างหน้า–

                และ อิสรภาพ!

                กาเบรียลดีใจเสียจนเขาได้ยินเสียงปรบมือเกรียวกราวในหู วงดนตรีเริ่มบรรเลงเพื่อฉลองการบินของเขาโดยเฉพาะ กาเบรียลบินไม่ตรงเท่าไหร่ เอียง ๆ เซ ๆ และช้าน่าดู แต่เขาก็กำลังบิน และมันรู้สึกดีทีเดียว เมื่อยไปนิดเมื่อต้องกระพือปีกนาน ๆ แต่ลมใต้ปีกที่พยุงร่างอันแสนเบาบางของเขาทำให้กาเบรียลรู้สึกเหมือนกำลังว่ายน้ำ ลอยไปกับอากาศและความว่างเปล่า

                จากนั้นเขาก็บินชนประตู

                เขาตกลงไปกระแทกกับพื้น ได้ยินเสียง แคร็ก! ที่ไม่เป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะรู้ตัวว่าเขาบิดขาตนเองหัก ไม่ได้เก็บมันอย่างถูกต้องตอนร่างหล่นลง และมันก็เลยถูกบดภายใต้น้ำหนักของเขา กาเบรียลส่งเสียงโอดครวญออกไปดังลั่นอย่างเก็บกักเอาไว้ไม่ทัน เขาลุกขึ้นยืนได้ แต่มันเจ็บ และนั่นเลือดแน่นอน ความรู้สึกของมันคุ้นเคยบนขา กาเบรียลอยากจะจิกประตูด้วยความโกรธแค้น เขาอยู่ใกล้อิสรภาพเพียงเท่านี้– แต่เขาลืมคิดไปเลยว่าเขาจะเปิดประตูได้ยังไง กาเปิดประตูไม่ได้เว้ย

                เจ็บขา เจ็บใจ กาเบรียลชักเริ่มคิดว่าเขาจะพยายามดิ้นรนไปทำไมกันนะ

                แต่แล้วประตูก็เปิด

                อะนาก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ไม่คิดจะเคาะก่อนเมื่อเธอร้องเรียกว่า “แจ็ก?”

                แต่แจ็กไม่อยู่ เธอก็เลยได้แต่หันหน้าไปมารอบห้อง ชะงักเมื่อเห็นว่ากรงบนโต๊ะของเขาว่างเปล่า

                “กา!”

                “อุ้ยตาย” อะนาอุทาน เหลือบหันมามองเห็นเขาข้างกบประตูในที่สุด “ออกมาได้ยังไงน่ะเรา”

                แต่ก่อนทีจะได้คำตอบ– ซึ่งจะได้ยังไงเล่า– อะนาก็เห็นขาหัก ๆ ของเขา “ตายจริง เธอบาดเจ็บ”

                อะนาย่อตัวลง อุ้มเขาขึ้นมาประคองอย่างบอบบางและทะนุถนอมระหว่างสองมือ มือของอะนาก่อกรรมมาก เหมือนกับทกคนในองค์กรนี้ แต่เธอก็ยังเป็นแพทย์สนามควบคู่กับการเป็นกัปตัน และเธอรู้จักที่จะมือเบาเมื่อมาถึงอาการบาดเจ็บ อะนาพลิกตัวเขาเพื่อที่จะดูขา ขมวดคิ้วเมื่อเห็นองศาที่มันหักหงิกงอ คงงงว่านกอย่างเขาทำตัวเองขาหักได้ไง

                “แจ็ก มอร์ริสัน ถนอมสัตว์ไม่เคยเป็น แล้วนี่เขาโตมากับฟาร์มนะ” อะนาบ่น “มา ทำแผลให้เธอกัน”           

                เธออุ้มเขาเดินไปถึงห้องทำงาน ระหว่างทางเราก็เดินผ่านเจ้าหน้าที่มากมาย ทุกคนก้มหัวหรือไม่ก็วันทยหัตถ์ให้เธอเพื่อแสดงความเคารพ แต่เมื่อมาถึงในห้อง ปิดประตูสู่ความส่วนตัวของเธอคนเดียว มันก็เหลือแค่เรา อะนามีกล่องปฐมพยาบาลภายในลิ้นชักโต๊ะทำงาน–สมกับเป็นเธอดี– และเธอหยิบมันออกมาวางโดยที่ยังอุ้มเขาไว้ในมือหนึ่ง

                มันทำให้กาเบรียลประหลาดใจที่อะนารู้จักวิธีการปฐมพยาบาลนก แต่เธอก็บฟารีฮาก็มักเตือนให้กาเบรียลนึกถึงนกอยู่แล้ว ถ้านั่นสมเหตุสมผล– อะนาถอนขนออกจากขาของเขา จนเห็นรอยช้ำดำม่วงและแผลเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเขาเสียดสีกับพื้น เรียกเลือดจากขา อะนาพันมันด้วยผ้าพันแผลหน้าตาประหลาด ไม่น่าจะใช่สำหรับคน พันมันอยู่หลายทบเหมือนกัน

                กาเบรียลประหลาดใจที่ความเจ็บปวดหายไป และขาของเขาก็ถูกพันให้กลับเข้าที่เหมือนไม่หัก

                “รู้สึกดีขึ้นไหม ฮาบีบี?”

                “กา!”

                “อย่ากระโดดเล่นรุนแรงนักล่ะ ระหว่างขาพัก ฉันจะให้แจ็กคอยดูแลไม่ให้มันบวม” แจ็ก กับ ดูแล น่าจะเป็นสองคำที่ตอนนี้ไม่ควรเอามาอยู่ด้วยกันถ้าคุณถามกาเบรียล “เฮ้อ เธอเป็นเบาะแสเดียวที่เรามีต่อกาเบรียล รู้ตัวรึเปล่า”

                กาเบรียลหวังว่าเขาจะทำอย่างอื่นได้นอกจากร้อง “กา!”

                “นี่เธอเข้าใจที่ฉันพูด หรือว่าเธอแค่ร้องไปงั้น” อะนาชะงัก “กระพือปีกถ้าเข้าใจที่ฉันพูด”

                กาเบรียลกระพือปีก

                “…น่าประหลาด หรือว่าเธอเป็นสัตว์เลี้ยงของแม่มดมาก่อน? ถูกเปลี่ยนจากคนมาเป็นสัตว์?”

                “กา! กา!”

                อะนาตาวาว “เยี่ยม! เธออาจช่วยเราตามหากาเบรียลได้จริง ๆ ! ฉันก็ว่าอยู่แจ็กคงไม่พาเธอมาถ้าเธอไม่เป็นประโยชน์… เราต้องหาทางคืนร่างเธอ หาวิธีที่เธอจะสื่อสารกับเราได้.. เริ่มต้นจากอะไรก่อนดีล่ะนี่ เธอจะช่วยเราได้ไหม คุณกา?”

                กาเบรียลยังไม่ทันได้ตอบ เราก็ถูกขัดเสียก่อนด้วยเสียงเคาะประตู

                “คุณอะมารีครับ” เสียงของ… เก็นจิ? “ไรน์ฮาร์ดท์กลับมาแล้ว”

                “โอ้! วิเศษ!” อะนาลุกพรวดจากเก้าอี้ เหลือบตามามองเขา “รอฉันอยู่นี่ล่ะ เราจะมาคุยกันต่อทีหลัง”

                กาเบรียลกระพือปีกประท้วง แต่อะนาไม่เห็นเขา เดินตรงไปเปิดประตู และปิดมันตามหลังเธอไป

                กาเบรียล ไม่มีอะไรทำ ได้แต่นั่งจุ้มปุ้กอยู่บนโต๊ะทำงานของอะนา มองเครื่องเขียนที่ใหญ่โต ที่ทับกระดาษอันเบ้อเร่อ

                แต่เขาไม่ต้องรอนาน เพราะประตูเปิดออกอีกครั้ง–

                กาเบรียลใจแป้ว มันคือแจ็ก

                “อะนา ฉันขอคุยด้วย–” เขาชะงัก มองเห็นกาเบรียลบนโต๊ะ “โอ้.. กาเบรียล”

                ด้วยวิชาที่พึ่งเรียนมาหมาด ๆ กาเบรียลกระโดดลงจากโต๊ะทำงานแล้วกระพือปีกบิน แต่เขาก็ไม่รู้จะบินไปทางไหน ห้องของอะนาไม่มีหน้าต่าง เขาคิดว่าเขาน่าจะไวพอถ้ารีบกระพือปีกบินตรงผ่านสวนข้ามไหล่แจ็กไป แต่ก็ไม่สำเร็จ แจ็กสะบัดข้อมือ หมอกสีขาวพวยพุ่งจากมือเขาแล้วโอบรัดรอบตัวกาเบรียล จับเขาค้างคาไว้กลางอากาศ ขณะที่กาเบรียลร้องเสียงดัง

                “เก่งนี่ สองวันนายก็บินเป็นแล้ว” แจ็กเดินตรงเข้ามาหาเขา แล้วใช้มือเปล่าจับกาเบรียลลงจากอากาศ ตะครุบจับนกไว้ได้ในอุ้งมือ กาเบรียลกระพือปีกไม่ได้ ต่อให้เขาอยาก “แถมบินมาถึงห้องกัปตันเลยด้วย คิดจะเปิดโปงฉันเหรอ คนดี”

                กาเบรียลก้มลงจิกมือแจ็กสุดชีวิต แต่ไม่ได้ผล เพราะคราวนี้เขาสวมถุงมือหนา คงได้บทเรียนจากคราวที่แล้ว

                “กลับบ้านกันดีกว่านะ”

                เขาได้แต่ร้องประท้วงเมื่อแจ็กอุ้มเขากลับห้อง

                “มีสองตัวเลือกที่ฉันจะมอบให้นาย” แจ็กพูดเมื่อเรากลับมาถึงภายในห้อง ในความส่วนตัวที่ไม่มีใครเห็นว่าแจ็กกำลังทำอะไร “หนึ่ง ฉันจะขลิบปีกนาย มันจะไม่เจ็บเลย เหมือนตัดผม หรือ สอง ฉันจะหักปีกนายทิ้ง ผลลัพธ์ที่ได้ก็คล้าย ๆ กัน”

                กาเบรียล– ไม่ต้องการที่จะประสบกับความทรมานอีก– จิกมือแจ็กสุดชีวิต หวังว่าจะงอยปากของเขาจะเจาะทะลุความหนาของหนังวัว แต่ก็ไม่สำเร็จ แจ็กมองเขาแล้วหัวเราะ เป็นเสียงหัวเราะที่กลวงโบ๋และขาดความอบอุ่นแบบที่ปกติมักจะมี เขาสอดนิ้วใต้ปีกกาเบรียล ง้างมันออกให้แผ่กว้าง และแน่นอน เขาไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตัวเลือกไหนที่แจ็กมีอยู่ในใจ

                เขาได้ยินเสียงหักของกระดูกดังกว่าความรู้สึกเจ็บเสียอีก

                “ถ้านายไม่หนี นายก็คงไม่ต้องเจ็บตัว” แจ็กพึมพำ ดึงปีกอีกข้างของเขาออกเพื่อทำซ้ำอีกรอบหนึ่ง และคราวนี้กาเบรียลด้านชากับความเจ็บ “แต่นายต้องหนีใช่ไหม กาเบรียล ฉันลืมเปิดประตูกรงไว้แค่นิดเดียวแท้ ๆ ไว้ใจกันไม่ได้เลย..”

                เขาถูกหย่อนกลับเข้าไปในกรงอย่างไม่ไยดี ปีกของเขาทั้งสองข้างหงิกงอผิดทิศ

                “เป็นเด็กดีนะ” คราวนี้ แจ็กไม่ลืมที่จะล็อกประตูกรง

                อิสรภาพช่างห่างไกลออกไป

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s