Quoth the Raven (4)

Title: Quoth the Raven
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Reaper | Gabriel Reyes/Soldier: 76 | Jack Morrison
Rating: T (for now)

Warning: Transformation, Imprisonment
Notes: ตอนนี้ฟิลเลอร์ โฮ

                กาเบรียลไม่ได้หลับได้นอน เขามัวแต่ทรมานอยู่กับความเจ็บปวดที่ดูเหมือนจะไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย ซ้ำร้าย กลับทวีคูณเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวินาที เขานอนหมอบอยู่กับพื้นกรง หมดสภาพ ปีกระบม ด้านชา แต่ก็ยังเจ็บปวด เขาพยายามเบี่ยงเบนความสนใจตนเอง นึกถึงอย่างอื่น ทำอะไรสักอย่าง– แต่สุดท้ายเขาก็หวนกลับมาหาอาการบาดเจ็บ หนีมันไปไม่พ้น อาจจะเพราะร่างกายของเขาเล็กลง และปีกกลายเป็นส่วนสำคัญของร่าง มันถึงได้ทุกข์ทรมานมากมายมหาศาลเช่นนี้

                แจ็กไม่ได้สนใจใยดีเขา เมินเสียงร้องที่กาเบรียลเปล่งออกมาเป็นระยะ ๆ กาเบรียลขยับตัวแทบไม่ได้ ถูกทิ้งเอาไว้ในท่าใดก็นอนอยู่อย่างนั้น เขาเลยได้แต่เหลือบตามองแจ็ก พอเขาเดินพ้นทัศนียภาพไป ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำอะไรอยู่ เขาก็.. ใช้ชีวิตของเขาไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลับเต็มอิ่มทั้งคืนแล้วก็อาบน้ำแต่งตัวพร้อมลุยวันใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น เดินเข้าออกประตูอยู่หลายรอบ ถ้าตัดสินจากแสงข้างนอกที่แยงเข้ามาผ่านประตูไม้ แต่เขาปล่อยให้กาเบรียลอยู่คนเดียวเสียส่วนมาก

                จนกระทั่ง…  ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่เหมือนกัน เขาลืมเวลา.. แจ็กกลับมาใหม่ นั่งลงประจำที่เดิมของเขา

                กาเบรียลถูกอุ้มออกจากกรงวางลงบนโต๊ะ แค่ขนนกเสียดสีกับผิวไม้ก็รู้สึกเจ็บแล้ว

                “ฉันขอโทษนะ” แจ็กกล่าว และกาเบรียลประหลาดใจที่เขาเกือบจะกลับมาเป็นตัวของตนเองอีก เสียงยังคงหยาบกระด้าง ใช่ แต่ก็ไม่ได้เย็นชา ไม่ได้เคลือบด้วยเจตนาร้ายที่หยดจากทุกพยางค์เป็นยาพิษ “ฉันรู้ว่าฉันทำไม่ดีกับนาย”

                เขาหยิบหินรูนจากกระเป๋าเสื้อคลุมมาวางไว้บนโต๊ะข้างร่างกาเบรียล อักขระที่สลักบนผิวหินเปล่งประกายเป็นสีทองเมื่อแจ็กพึมพำคาถา มันสร้างรัศมีสีนวลรอบตัวกาเบรียล ทองเรืองที่เหมือนจะถูกดูดซึมเข้ามาใต้ปีกและเยียวยาการหักของกระดูก เชื่อมต่อมันเข้าด้วยกัน ความเจ็บปวดจางหายไปง่ายดายราวกับปลิดกลีบดอกไม้ ปลดเปลื้องไปจากตัวเขา

                ขาของกาเบรียลเองก็หายเจ็บด้วยเช่นกัน เขาจึงลุกขึ้นยืนได้ มองแจ็กด้วยความฉงน

                เขาคงจะพยายามหนีอีก กระพือปีกบินอีกรอบ แต่ไม่มีการันตีว่าแจ็กจะไม่หักปีกเขาทิ้งอีก และกาเบรียลเข็ดแล้วจากคราวที่แล้ว ครั้งเดียวก็เกินพอ เขาไม่สามารถไว้ใจไอ้บทบาท “อยู่ดี ๆ ก็กลับมาเป็นคนดี” ของแจ็กได้เลยสักนิด

                ในเมื่อเขาแสดงธาตุแท้ของตนเองออกมาหมดแล้ว

                “…สองสามวันที่ผ่านมานี้หนักหนามากสำหรับฉัน” แจ็กพูดต่อ เอื้อมมือไปเปิดลิ้นชัก หยิบกรรไกรออกมา แต่พอกาแบรียลผงะแล้วทำท่าจะถอยหนี เขาก็หันมาจ้องเขม็งเสียจนกาเบรียลถูกแช่แข็งอยู่กับที่ “นายคงจะเข้าใจว่าทำไม”

                เพราะเขาถูกจับได้ว่าเป็นแม่มด บูฮู ปัญหาเลวร้ายตายแหละ

                “กางปีกให้ฉันหน่อยสิ” แจ็กขอ

                กาเบรียลนิ่ง

                “มันจะไม่เจ็บเลย ฉันสัญญา แค่ต้องขลิบออกนิดเดียวไม่ให้นายทำร้ายตนเองอีก” ทำร้ายตนเองกับผี! มันจะขลิบปีกเขาไม่ให้เขาบินหนีต่างหาก! แต่ราวกับอ่านใจกันได้ แจ็กก็ตอบคำถามให้เสร็จสรรพ เอียงคอ “นายทำขาตนเองหักนะ”

                ซึ่งก็เป็นอาการบาดเจ็บที่เล็กที่สุดแล้ว! ดื้อรั้น กาเบรียลไม่กระดิก

                แจ็กถอนหายใจ เอื้อมมือข้างที่ไม่ได้ถือกรรไกรมาตะครุบเขาไว้ได้ทันท่วงที กาเบรียลสบถในใจ นกปกติคงจะมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ว่องไวกว่านี้ คงกระพือปีกบินหนีทันทีที่รู้ว่าภัยจะตามมา แต่กาเบรียลดันช้า และเขาก็ถูกจับ

                แจ็กดึงปีกเขากางออก นับขนนกไปด้วยระหว่างที่เขาเริ่มตัด

                ..มันไม่เจ็บ ถูกของเขา แต่กาเบรียลก็ยังรู้สึกป่วย อีกหนึ่งเครื่องมือสู่อิสรภาพถูกลิดรอน

                “ฉันเครียดมาก” แจ็กระบายต่อ ด้วยเสียงอิดโรยที่เกือบจะทำให้กาเบรียลเห็นใจเขา เกือบ ชั่วขณะหนึ่งความเป็นห่วงเป็นไยแบบที่เขามักจะมีให้แจ็กเสมอ มันย้อนกลับมา แต่แล้วเขาก็เตือนใจตนเองว่าหมอนี่เป็นแม่มด แถมเท่าที่ดูแล้ว แอบวิปริตรักความรุนแรงไม่เบา จากทุกอย่างที่มันทำกับกาเบรียล “คนในสถานการณ์อย่างฉัน.. มีอะไรมากมายให้ต้องเสีย”

                “แต่นายก็คงเครียดเหมือนกันใช่ไหม ฮึ นายคงมีคำถามในใจเยอะแยะน่าดู”

                แจ็กนับขนนกบนปีกเขาอีกครั้ง พบว่ามันด้วนไปเยอะพอควร แล้วก็เริ่มตัดอีกปีกต่อ “ฉันจะอธิบายแบบง่าย ๆ “

                “ฉันฆ่านายไม่ได้ ความเสี่ยงที่จะมีคนเจอศพนายแล้วโยงกลับมาหาฉันมันสูงเกินไป แต่นายโดนสาปกลายเป็นอีกา? ใครมันจะไปนึกถึง? ว่าไหม ฉันล่ะชอบความคิดตนเอง” ชมตัวเองอีก เอ้า ไอ้นี่ “และ.. ฉันก็ไม่อยากฆ่านายด้วย”

                แจ็กลูบขนนกเขาอย่างรักใคร่ก่อนที่จะตัดมันร่วง “นายสำคัญมากสำหรับฉัน”

                กาเบรียลเกลียดที่ตนเองหวั่นไหว ถึงจะแค่ชั่ววูบก็เถอะ

                (โว้ย เก็บอาการหน่อย กาเบรียล เรเอส)

                “…ฉันเป็นพ่อมดที่ทรงพลังมาก เก๊บ นายคงจะสังเกต” เขาพูดต่อ ค่อย ๆ เล็มตัดขนนกกาเบรียลออกทีละอัน ทะนุถนอมเสียจนน่าประหลาดใจว่าเขาใช่คนเดิมกับที่ยัดหนูกรอกปากกาเบรียลรึเปล่า “คาถาทั่วไปที่แม่มดร่าย ฉันร่ายได้รุนแรงกว่าหลายเท่ามาก ขณะที่เราพูดกันอยู่ ฉันไม่รู้เลยว่าตอนนี้ร่างจริงของนาย จิตวิญญาณของนาย ถูกผลกกระทบยังไงบ้าง”

                เมื่อแจ็กเสร็จสิ้น กาเบรียลก็หมดหนทางหนี บินไม่ได้อีกต่อไป หลังจากพึ่งบินเป็นมาแค่วันเดียว

                “อยู่ในร่างนี้ ทำความเคยชินกับมัน และบางทีนายอาจจะได้ชีวิตเดิมกลับมา ยังอยู่ในองค์กร ยังสามารถช่วยฉันล่าแม่มดอื่น เหมือนตอนเรายังเป็นคู่หูกัน ฉันจะหาอาหารดี ๆ ให้นาย ยอมให้นายงอกขนปีกกลับมาบินเล่นอีกครั้ง ดีใช่ไหม?” นี่แจ็กลืมไอ้ท่อน ‘สูญเสียความเป็นมนุษย์และอยู่ในกรงไปตลอดชีวิต’ อย่างตั้งใจรึเปล่า “หรือ ดื้อด้าน ฝ่าฝืนร่างนี้ แล้ว…”

                แจ็กถอนหายใจ “ฉันก็ไม่รู้นะว่านายจะเป็นยังไง แต่บอกให้ว่าไม่สวยหรอก นายก็รู้”

                ก็เพราะกาเบรียลรู้ไง แม่งเอ้ย เขายังเห็นภาพของเหยื่อที่ถูกเปลี่ยนเป็นสัตว์เลี้ยงแม่มดอยู่ในใจ จำได้ว่าช่วยพวกเขามายังไง พวกเขาก็ไม่สามารถสลัดคราบความเป็นสัตว์ออกจากร่างสำเร็จลุล่วง ต้องใช้เดือน ปี ของการดูแลรักษาให้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์ทั่วไปได้เช่นเดิม โดยไม่ติดนิสัยอาศัยพึ่งพาเจ้านายเสียจนยืนหยัดด้วยตนเองไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

                เขาต้องกลับร่างมนุษย์ให้ได้ก่อนจะสายไป

                เสียงเคาประตูดังขึ้น ตามด้วยเสียงแมคครี “กัปตันเรียกประชุมแหนะ คู่หู”

                “กำลังจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” แจ็กตอบ ยื่นข้อมือมาให้กาเบรียล

                กาเบรียลจ้องมันเหมือนเป็นอาวุธ

                “ขึ้นมาสิ” แจ็กสั่ง

                เขาคงถอนหายใจ ถ้าทำได้ ไม่มีทางเลือกอื่น ไม่อยากอยู่ในกรง เขาก้าวขึ้นเกาะข้อมือแจ็ก

                แจ็กยกมือขึ้นตรงไหล่ ให้เขาเกาะไว้ เดินออกจากห้องไปพบกับแมคครี ซึ่งกำลังแหงนหน้ามองกาเบรียลเหมือนประทับใจหน่อย ๆ คงไม่แปลกกระมัง เขากับแจ็กคงเป็นคู่ที่น่าฉงนน่าดู ผมทองของเขาตัดขาดกับปีกกาดำมันวับของกาเบรียลลิบลับ สัตว์ปีกแห่งลางร้ายเกาะอยู่บนไหล่ของนักล่าแม่มด (จอมปลอม) เขาร้องใส่แมคครี ซึ่งทำให้มันสะดุ้ง แต่ก็ยังไม่เข้าใจ

                “นั่นนกที่คุณได้มาเป็นเบาะแสรึ” แมคครีถาม

                “ใช่แล้ว” แจ็กตอบ ทั้งสองเดินเคียงข้างกันสู่ห้องประชุม

                กาเบรียลยังคงส่งเสียงอยู่ ซึ่งคงจะทำให้แจ็กเริ่มรำคาญ เพราะเขาหันมามองตาเขียว

                แมคครีกระพริบตาปริบ ๆ “ปกติมันส่งเสียงดังแบบนี้ตลอดเวลารึเปล่า”

                “อาจจะถูกฝึกมาแบบนั้น” แจ็กโกหกข้าง ๆ คู ๆ “อะนาคิดว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงของแม่มด”

                “คุณพระช่วย งั้นนั่นก็อาจจะเป็นคนน่ะสิ เราต้องหาทางคืนเขากลับร่างเดิมนะ”

                “ฉันก็คิดงั้น” …เหรอวะ “แต่ถ้าเราหาเจ้าของคนที่สาปมันไม่เจอ ก็ไม่มีหนทาง”

                “งั้นคุณคงจะดีใจที่ได้ยินข่าวใหม่จากไรน์ฮาร์ดท์”

                แจ็กหน้าเสียไปชั่ววูบ แค่เสี้ยววิจริง ๆ เขากลับมาตั้งตัวใหม่ได้เร็วจนน่าทึ่ง “…น่าสนใจ”

                “มาเถอะครับ อย่าให้คนอื่น ๆ ต้องรอกันนาน”

                ในห้องประชุมมี ท็อบยอร์น อะนา และไรน์ฮาร์ดท์ เจ้าหน้าที่ตำแหน่งสูง แมคครีคงได้รับอนุญาตมาเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมเพราะเขาต้องทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยแบล็กวอทช์แทนกาเบรียล อะนายืนอยู่ตรงโต๊ะประชุมขนาดใหญ่กลางห้อง ข้าง ๆ เธอคือไรน์ฮาร์ดท์ ส่วนท็อบยอร์นนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ยกส่วนสูงของเขาขึ้นเท่ากับระดับโต๊ะ พุงกางและหลังแผ่

                “ดีจริงที่เธอมาถึงแล้ว แจ็ก” อะนากล่าวทักทาย แล้วหันมามองกาเบรียล “คุณกาก็ด้วย! เรายังคุยกันไม่จบเลยนะ”

                แจ็กหัวเราะกลบเกลื่อน แล้วเปลี่ยนเรื่องทันที “ไรน์ฮาร์ดท์ได้ข่าวอะไรมาใหม่งั้นหรือ”

                “ก่อนที่ฉันจะเล่า ฉันต้องถามคำถามเธอก่อน” อะนาขัด “กาเบรียลหายตัวไปกลางดึกเมื่อสามวันที่แล้ว ใช่ไหม”

                “ถูกต้องแล้ว”

                “และเธอไม่สามารถบอกเราได้ว่าเขาหายไปยังไง”

                “ถ้าฉันรู้ ฉันคงบอกไปแล้ว”

                “ไรน์ฮาร์ดท์เดินทางผ่านแอดเลอร์สบรันและได้ข่าวใหม่มา” อะนาเกริ่น “ไรน์ฮาร์ดท์ รบกวนคุณ..”

                “อ้า ได้เลย!” ไรน์ฮาร์ดท์ขานรับเสียงแจ้ว “พอรู้ข่าวถึงการหายตัวไปของกาเบรียล ฉันก็เชื่อว่าเราจำเป็นต้องสืบสวนให้ทั่วทุกบริเวณ ปกติ ฉันคงไม่เดินไปในย่านเสื่อมโทรมของเมืองนี้ แต่ นี่เป็นกรณีพิเศษ ที่นั่น โสเภณีสาวคนหนึ่งเข้าหาฉัน เธอคงจะเห็นสัญลักษณ์โอเวอร์วอทช์แล้วคิดว่าฉันไว้วางใจได้– อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่าเพื่อนสาวของเธอหายตัวไป”

                “หายตัวไป” แจ็กทวนคำเสียงเบา และถ้ากาเบรียลหัวเราะได้ เขาคงทำไปแล้ว

                “คืนเดียวกับที่กาเบรียลหายตัวไป” ไรน์ฮาร์ดท์พูดต่อ “ฉันออกตามหา และเจอศพของเธอซ่อนอยู่ในสภาพที่… เลวร้าย มันต้องเป็นผลงานของแม่มดอย่างแน่นอน แต่ พวกเธอสองคนได้ประหารแม่มดในเมืองกันแล้วเรียบร้อยในตอนเช้าใช่ไหม”

                “ใช่แล้ว” แจ็กตอบ “กลางจัตุรัสเมือง ไม่น่าหลงเหลือแม่มดตนไหนอีกให้อาละวาด”

                “ท่าทางเธอจะพลาดไปคนหนึ่ง สหาย” ไรน์ฮาร์ดท์พึมพำ

                ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไงล่ะเอ็ง สมน้ำหน้า ซ่อนศพไม่เนียน

                “แม่มดคนนี้อาจจะเชื่อมโยงกับเจ้ากาที่เข้าหาเธอ” ‘เข้าหา’ เหรอ ลอง ‘โดนจับกักขังหน่วงเหนี่ยว’ ไหม อะนา ทำไมทุกคนเชื่อทุกอย่างที่หมอนี่พูด ไม่มีใครคิดว่ามันน่าสงสัยบ้างหรือ “ถ้าเราตามหาตัวเธอเจอ เราอาจจะได้เบาะแสเรื่องกาเบรียล”

                “แล้วเรารู้ได้ไงว่าอีกานี่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกาเบรียล” ท็อบยอร์นพูดหลังจากเงียบอยู่นาน “มันอาจจะเป็นแค่อีกาทั่วไปก็ได้เท่าที่เรารู้! หรือมันอาจจะเป็นสัตว์เลี้ยงของแม่มดจริง แต่บินเข้าหาเราเพราอยากเปลี่ยนร่าง ไม่ได้รู้เรื่องกาเบรียล”

                “ฉันเห็นด้วยกับท็อบยอร์น” แจ็กรีบสนับสนุน แหม

                “เราแน่นอนใจไม่ได้ แต่เมื่อฉันคุยกับคุณกา เขาตอบว่าเขาสามารถช่วยเราเรื่องกาเบรียลได้” อะนากล่าว กาเบรียลร้องกา!ตอบกลับไปด้วยเพื่อเข้าข้างเธอ เธอยิ้มใหญ่ “มันเป็นแค่ข้อสันนิฐาน ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย”

                “ฉันเดาว่าเธอคงต้องการเจ้าหน้าที่ให้กลับไปยังแอดเลอร์สบรันอีกครั้ง” ท็อบยอร์นถาม

                “ฉันจะไปเอง” แจ็กเสนอ ยกมือขึ้น “ฉันมีส่วนต้องรับผิดชอบที่กาเบรียลหายไป เขาเป็นคู่หูของฉัน”

                อูแหวะ

                อะนาพยักหน้า “และอีกคนหนึ่ง เป็นคู่หูของนายชั่วคราว…”

                แมคครีพูดขึ้นทำลายความเงียบ “ผมเอง”

                ทุกสายตาหันไปจับจ้องอยู่ที่เขา กาเบรียลก็ด้วย

                “เคเฟ่หายไปทั้งคน ผมจะไม่ช่วยตามหาเขาได้ยังไง” แมคครีว่า “ผมติดหนี้หมอนั่นอยู่มาก ถึงเวลาต้องตอบแทน”

                ครึ่งหนึ่ง กาเบรียลรู้สึกหมั่นไส้มัน แต่อีกครึ่งใหญ่ เขาเอ็นดูศิษย์ตนเองขึ้นมาอย่างวัดไม่ได้

                “เยี่ยม! เอาล่ะ พวกเธอจะออกเดินทางเย็นนี้…”

                เสียงกระซิบ แผ่วเบา จากริมฝีปากของแจ็กข้างตัวกาเบรียล

                “นายจะไม่ทำลายทุกอย่างที่ฉันอุตส่าห์สร้างมา”

            กาเบรียลไม่ได้ตกใจจนหงายหลังตกจากไหล่เขา แต่ก็เกือบ

               

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s