Ties that Bind (8)

Title: Ties that Bind
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Jesse McCree/Soldier: 76 | Jack Morrison
Reaper | Gabriel Reyes/Jesse McCree
Rating: E
Warning: Blackwatch!Jack, Strike-Commander!Gabriel, ABO, Beta!Jack, Omega!Gabriel, Alpha!Jesse, Mpreg, Pregnancy Discussion, Dubious Consent, Oral Sex, Semi-public Sex
Notes: เจสซี่ทำพลาดอีกครั้ง

                ก้าวเข้าสู่เดือนที่สี่ และสองเดือนที่ผ่านมานั้น… ไม่เป็นมิตรกับกาเบรียลเท่าไหร่ ถ้าคุณถามเจสซี่ คราวนี้ ไม่ใช่ฝ่ายเขาเองแล้วที่แยกจากกาเบรียล แต่เป็นกาเบรียลต่างหากที่ต้องบินไปไหนต่อไหน เขาต้องไปประจำการที่นุมบานีชั่วคราวระหว่างการสถาปนามูลินิธิอะดาเวของท่านเลขาธิการสหประชาชาติ แล้วก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาต้องจากซือริชไปจิบรอลธาร์ สังเกตการณ์ภารกิจยับยั้งออมนิคที่อยู่ดี ๆ ก็ถูกเปิดการทำงาน ณ บริเวณน่านน้ำนั้น ในฐานะคู่ เจสซี่ก็อยากจะอยู่กับเขาหรอก แต่เขาเองก็มีงานของแบล็กวอทช์ด้วยเช่นกัน ไม่สามารถกระเตงตามคู่ตนเองไปทุกประเทศ กาเบรียลจึงถูกทอดทิ้งให้ต้องรับทั้งภาระของงานและการเปลี่ยนแปลงของร่างกายแต่เพียงผู้เดียว ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของหมอ ชัวร์ แต่ก็ทุลักทุเล

                คำสั่งที่ต้องประจำการอยู่ซือริชถูกยกเลิกไปด้วยความจำเป็นของหน้าที่

                เจสซี่ติดตามข่าว และมันไม่ค่อยจะ.. สวยงาม สื่อฉีกกาเบรียลเป็นชิ้น ๆ เลย ถ้าทางด้านการเมืองจริงจังหน่อย ก็มีการออกคำถามถึงความพร้อมของท่านผู้บัญชาการ เขาจะรับหน้าที่ได้จริงหรือ โอเมก้าสมควรเป็นผู้นำจริงแล้วรึเปล่า มีพวกหน้าโง่มากมายออกมาวิพากษ์วิจารณ์เมื่อกาเบรียลไม่สามารถลงภาคสนามได้ แต่ต้องออกคำสั่งกำกับภารกิจอยู่ห่าง ๆ ส่วนพวกข่าวสังคม ซุบซิบนินทา แน่นอนว่า ออกมาถามถึงพ่อเด็ก ตั้งคำถามกันไปต่างต่างนานาว่าใครหนอจะเป็นพ่อของลูก และมันก็ใช่ว่า เจสซี่ “อดีตอาชญากรเด็กชื่อฉาวโฉ่” แมคครี จะออกสื่อได้ ทำให้บุคคลนี้ต้องเป็นปริศนา ชื่อของกาเบรียลด่างพร้อย

                กาเบรียลอาเจียนขณะกำลังกล่าวสุนทรพจน์ และอินเตอร์เน็ตก็เอามันไปทำเป็นมีม (เป็นผู้ใหญ่กันมาก มนุษย์เรา) เป็นลมตอนลงจากเครื่องบิน ข่าวลือเรื่องแท้งกระจายเพราะท่าล้มของเขา แล้วไหนจะตอนที่เขาเผลอตบะแตกใส่นักข่าว–

                เป็นสองเดือนที่ลำบากสำหรับเขา

                สำหรับเจสซี่? อา… มันก็เรื่อย ๆ นั่นแหละ บ่นไม่ได้ เกือบตลอดเวลาของช่วงสองเดือน เขาถูกส่งไปทำภารกิจลาดตระเวนเพื่อสอบสวนข่าวลือการกลับมาอีกครั้งของแก๊งเดดล็อก– จะมีใครรู้อะไรดีไปกว่าเจสซี่ล่ะ– เขา บอส และเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่ง คอยเดินทางตามทุกชิ้นข่าวลือที่เราหาได้ ทุกเบาะแสที่มีมา ตระเวนไปทั่วช่วงอเมริกาทิศใต้ และในเวลาระหว่างนั้น ใกล้ชิดกับท่านหัวหน้าของตนเองอย่างลึกซึ้ง.. เจสซี่จะไม่ปฏิเสธว่าเขาทำยิ่งกว่าการนอกใจคู่ตนเองไปหลายต่อหลายครั้ง

                เอากันเหมือนกระต่าย พูดแบบนั้นก็ได้กระมัง ภารกิจนี้ความตึงเครียดสูง บอสหงุดหงิดมากว่าเราอาจกำลังผลาญทุน งบประมาณ เพื่อตามข่าวลือที่ไม่เป็นมูล ไม่อยากจะให้แบล็กวอทช์ที่เดิมทีก็มีทรัพยากรน้อยนิดถูกตัดแขนตัดขาไปมากกว่านี้ และความหงุดหงิดเหล่านั้น ถูกถ่ายทอดออกมาทางเซ็กส์หมด รุนแรงในแบบที่เจสซี่เองไม่ค่อยจะนิยม แต่ก็พร้อมจะสนองให้ท่านผู้บัญชาการ มองร่างของแจ็กหย่อนลงมาอย่างรวดเร็วรุนแรง รับขนาดของเจสซี่ในแต่ละทีด้วยเสียงครางก้องกังวาน

                ณ จุดนั้น เจสซี่ค่อนข้างมั่นใจว่าทั้งกลุ่มรู้หมดแล้วว่าความสัมพันธ์ของเราเป็นแบบไหน

                แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรสักคน

                เจสซี่ท้าให้พวกเขาพูด

                ตั้งแต่ที่เจสซี่เริ่มมีเซ็กส์กับ.. แจ็ก (ชื่อนี้ยังคงไม่คุ้นตัวบนลิ้นเขา ยังแปร่งหู แปลกตา) เจสซี่ก็หยุดไม่ได้ เขาเหมือนคนเสพติด หรือขี้เมา ใช้ความแนบชิดกับท่านหัวหน้าเป็นตัวช่วยให้ผ่านไปได้ในแต่ละวัน เจสซี่คิดว่าโตแล้ว ไม่ใช่เด็กที่เก็บไอ้จ้อนไว้ในกางเกงไม่ได้และมีความต้องการทางเพศสูงทะลุเพดาน เปล่า แต่เขาก็ยังหมกมุ่นอยู่กับแจ็ก คิดถึงก้นที่ตอดรัดเขาคับแน่น นึกถึงผิวเนียนที่มีแต่กล้ามเนื้อภายใต้ ผมเหมือนทองปั่นเป็นด้ายปรกบนเนื้อขาว ตาสีฟ้าที่ทำให้เจสซี่หยุดหายใจไปชั่วครู่

                เขาช่างวิเศษ เสียงทุ้มของเขาออกคำสั่งเจสซี่ในหู มือของเขาประบนไหล่ยามที่เดินผ่าน และท่าทีเหินห่างเย็นชาก็เหมือนจะค่อย ๆ บรรเทาลงทุกวัน กลายเป็นแค่ความใกล้ชิดประหลาด ๆ ที่เราสองคนมี เจสซี่รักมัน หวยหาถึงมัน

                เจสซี่เองก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกัน

                มันเป็นเวลา… ราว ๆ ตีสองหรือตีสาม แต่เจสซี่กับแจ็กยังไม่ได้หลับไม่ได้นอน เราได้เบาะแสมาว่าจะมีการเจรจาค้าขายระหว่างเดดล็อกกับแก๊งใหม่– สกอร์เปี้ยนหรืออะไรสักอย่าง– ในบริเวณนี้ เราจัดการเช่าห้องโมเตลเป็นศูนย์บัญชาการชั่วคราว ประจำการสไนเปอร์ไว้บนดาดฟ้า ส่งคนไปสำรวจบริเวณและคอยประจำการหากเกิดเหตุคับขัน ส่วนเจสซี่ได้ตำแหน่งกำลังเสริมในภารกิจนี้ อยู่ในห้องสั่งการชั่วคราวกับเทคโนโลยีสารพัด เครื่องสื่อสารกับสายลับของเรา ลำโพงคอยฟังจากเครื่องเก็บเสียง โฮโลแพดฉายภาพจากกล้องที่เราจับตาได้ กล้องส่องทางไกลอันเบ้อเร่อที่เจสซี่กำลังใช้ มองออกไปนอกหน้าต่าง

                “ไม่มี… แม้แต่เงา” เจสซี่พึมพำ ลดกล้องส่องทางไกลลง

                “ชาเวส ตรวจจับอะไรได้บ้างไหม นี่มันผ่านเวลานัดหมายมายี่สิบนาทีแล้ว” แจ็กพูดใส่เครื่องสื่อสาร

                “ไม่มี–”

            “แม้แต่เงา” เจสซี่ต่อ

                “–แม้แต่เงาเลยครับท่าน” ชาเวสตอบ “แต่ผมจะคอยสังเกตการณ์ต่อไป”

                แจ็กพยักหน้า “จนกว่าจะได้รับคำสั่งใหม่”

                “ผมบอกเลยนา… เจรจาธุรกิจดึกดื่นแบบนี้ กับแก๊งที่ไม่มีชื่อเป็นของตนเอง..” เจสซี่เดาะลิ้น “มันไม่สมกับเป็นเดดล็อกที่ผมรู้จัก เดดล็อกไม่ทำธุรกิจกับแก๊งที่ไม่คู่ควรกับเวลาของพวกเขาหรอกนะครับคุณ สกอร์เปี้ยนอะไรเนี่ย ไม่ยักเคยได้ยิน”

                “แต่พวกมันสูญเสียไปมากหลังจากที่โดนเราจู่โจม” แจ็กตอบ “เวลาคับขันต้องการมาตรการที่คับขัน”

                “ก็อาจจะ..  เอาเถอะ ผมไม่ขัดศรัทธาคุณ”

                เจสซี่ผละจากหน้าต่าง วางกล้องส่องทางไกลลงบนโต๊ะกินข้าวที่แจ็กใช้เป็นโต๊ะทำงาน เดินวนมามองอีกฝ่าย แจ็กช่างดูดี นั่งอยู่อย่างนี้ในยามกลางคืน แสงจันทร์จากหน้าต่างฉายลงบนหน้าเขาในองศาที่สวยงามสุด ระบายผิวเขาเป็นสีเนียน แล้วนั่นกระรึเปล่าที่เจสซี่เห็น หยั่งกะเกล็ดน้ำตาลบนโหนกแก้ม ดวงตาของเขาเป็นสีใส จมูกโด่งสวยทอดเงา และผมของเขาก็เกือบจะเป็นสีเงิน แสดงให้เห็นถึงผมหงอกที่เดิมทีเจสซี่มองไม่เห็นในยามปกติ ริมฝีปากของเขาดูนุ่มนวล น่าจุมพิตยิ่งกว่าอะไร

                เขาไม่ได้คิดอะไร ถ้าเขาคิด เขาคงไม่โน้มเข้าไปจูบแจ็กหรอก ระหว่างกลางภารกิจเช่นนี้ แจ็กคงจะคาดหวังให้เขาเป็นมืออาชีพกว่านี้หน่อย รู้จักเวล่ำเวลา แต่เจสซี่อดใจไม่ไหว ปากของแจ็กนุ่มจริง ๆ อย่างที่คาดไว้เมื่อริมฝีปากของเจสซี่ทาบทับ เสียงอุทานด้วยความตกใจถูกกลืนหายกลายเป็นเสียงครางลงคอเมื่อเจสซี่แทรกลิ้น มือของเขาจับท้ายทอยแจ็กไว้ขณะที่จูบ ส่วนแจ็กก็เกาะไหล่เขาแน่น ค่อย ๆ เคลิ้มตามจนได้ ริมฝีปากผละออกและย้อนกลับมาใหม่เป็นจังหวะ ลิ้นของเราพัวพัน–

                เจสซี่ถูกจู่โจมด้วยความรู้สึกที่ล้นหลามในอก ความต้องการอย่างยิ่งที่จะจูบแจ็กแบบนี้ซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ เขาไม่อยากจะพิชิตอีกฝ่ายแล้ว ไม่ได้ต้องการให้เบต้าคนนี้สยบแทบเท้าเขา ไม่มีความสะใจปนสุขสมที่มากับการเอาชนะอีกต่อไป เขาแค่อยากจะดื่มด่ำกับช่วงเวลาเช่นนี้ ยามที่ความเงียบเฉียบของค่ำคืนเปิดโอกาสให้เสียงคราง ริมฝีปากของเราสองแยกออกจากกันแทบไม่ได้ และรสชาติของแจ็กมีให้เขาลิ้มรสไม่รู้จบ แต่สุดท้ายเขาก็ถูกดันออก สายตาของเราสองสบกันลึกซึ้ง

                เจสซี่มองเขาอยู่นาน ก่อนจะเบนสายตาลงต่ำ เป้ากางเกงของแจ็กนูนเด่นจนเห็นได้ชัด เขากำลังเกิดอารมณ์

                คุ้นชินกับสัมผัสของเจสซี่ภายในเวลาสองเดือนนี้จนแปรเปลี่ยนจูบเป็นอย่างอื่น เป็นความต้องการทางเพศ…

                “ให้ผมดูแลคุณนะ” เจสซี่กระซิบ หวังอย่างยิ่งว่าแจ็กจะปิดเครื่องสื่อสารแล้ว

                “เจสซี่..” แจ็กขึ้นเสียงหน่อย ๆ ดุดัน “ภารกิจ”

                “คุณก็นั่งอยู่ตรงนั้นแหละ ตรวจตราภาพจากโดรน ฟังข้อมูล” เจสซี่พูดพึมพำ มือเริ่มรูดซิปกางเกงของแจ็กแล้วเรียบร้อย เห็นอีกฝ่ายขยับต้นขาคัดค้านนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ปกปิดตนเอง “ส่วนผมจะอยู่ตรงนี้.. ปรนเปรอคุณ..”

                แจ็กหายใจออกเสียงดัง ปล่อยให้เจสซี่ปลดกางเกงเขาลงมากองถึงเข่า มอบพื้นที่ให้เจสซี่ทำงาน แจ็กช่างดูดีไปหมดทุกซอกทุกมุม แม้กระทั่งตรงนี้ เขาไม่ได้ขนาดใหญ่เท่าอัลฟ่าคนอื่น ๆ ที่เจสซี่เคยเห็น แต่นั่นไม่เป็นไร เจสซี่คิดว่าเขาชอบแบบนี้มากกว่า ความยาวกำลังพอดีมือ หนักอึ้งด้วยความใคร่ในฝ่ามือเขา เจสซี่เลียริมฝีปาก รู้สึกน้ำลายสอเพียงได้เห็น

                เจสซี่ขยับข้อมือชักให้แจ็กยาว ๆ และเชื่องช้าก่อนสองสามที เรียกว่าทดสอบก็ได้กระมัง ก่อนจะเม้มริมฝีปากแล้วดันส่วนหัวที่ขลิบของแจ็กผ่านลิ้น ฟังเสียงแจ็กครางต่ำ ขาของเริ่มสั่น รสชาติของผิวเนื้อในปากนั้น.. สะอาดสะอ้าน แจ็กดูแลรักษาตนเองอย่างดีไม่ให้มีเหงื่อไคลประเปื้อน เป็นรสชาติที่รื่นรมย์มากบนลิ้นเจสซี่ เขาอยากจะรับแจ็กทั้งความยาว ผงกหัวลงไปจนสุดเพื่อที่จมูกจะได้จรดกับขนสีทองตรงหน้าท้องเขา สัมผัสถึงมันถูจมูก เจสซี่อมส่วนหัวไว้แล้วดูดเบา ๆ จนแก้มของเขาตุง

                “อา…” คุณพระช่วย เสียงของแจ็กช่างไพเราะ “แม่ง–”

                เขาครางเสียงดัง ลดมือลงมาจับท้ายทอยเจสซี่เป็นที่ยึดมั่น ดึงรั้งให้เขากลืนแจ็กลึกลงกว่าเดิม

                เจสซี่ทำตาม ไม่อยากจะขัดใจแจ็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ ยามที่เขาไม่ต้องการอะไรไปมากกว่าโลมเลียแจ็กจนเขาเสียสติ ให้ภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบของท่านผู้นำแบล็กวอทช์ค่อย ๆ ปริออกตามรอยตะเข็บ จนเหลือแค่ตัวตนแท้จริงของเขาข้างใน ตัวตนที่ เจสซี่ได้เห็นบ้างแล้วในบางโอกาส แค่พริบตาอย่างตอนที่เขาร้องไห้หมดสภาพเมื่อกาเบรียลถูกกัด หรือตอนที่เขายอมเป็นฝ่ายรับนอนให้เจสซี่เอาเป็นครั้งแรก ตัวตนที่อ่อนแอกว่า เปราะบางกว่า เจสซี่ต้องการมัน กระหายมัน

            เขาลดศีรษะลงจนสุด และก็ยังสามารถอมแจ็กไว้ได้โดยไม่สำลัก ความยาวของเขาไม่ลึกลงมาจนถึงคอหอย ร่างกายยังไม่พยายามปฏิเสธสิ่งแปลกปลอม เขายังสามารถหายใจผ่านจมูก และรับน้ำหนักบนลิ้นเป็นเพียงอีกหนึ่งสิ่งที่เขาต้องคุ้นชิน เขาเริ่มขยับ ขึ้น ลง ทำให้ผิวขาวของแจ็กมันวับด้วยน้ำลายใต้แสงจันทร์ เปียกชุ่มไปหมดเป็นรอยตามริมฝีปากของเขา

                แจ็กตีมือเบา ๆ บนท้ายทอยของเขา ชมเชย และเจสซี่รู้สึกถึงน้ำหล่อลื่นที่แจ็กเริ่มหลั่งออกมา มันทำให้เขาแทบจะยิ้มร่าถ้าทำได้ ผละออกมาแลบลิ้นเลียตรงร่องบนส่วนหัวเพื่อสัมผัสกับของเหลวสีใสที่เชื่อมเหนียวติดกับลิ้นเมื่อเจสซี่เลีย

                เขาอยากจะใช้เวลา อยากจะค่อย ๆ ทำ อย่างช้า ๆ ไม่รีบร้อน…

                “ท่านครับ แก๊งสกอร์เปี้ยนมาถึงแล้ว พวกเขากำลังติดต่อเดดล็อก”

                –ปัดโถ่เว้ย

                ความสนใจของแจ็กหายไปจากเขาทันที มือผละจากท้ายทอยแล้วรีบไปอยู่กับคอมพิวเตอร์ตรงหน้าเขา มือกดปุ่มบนเครื่องสื่อสารให้กลับมาทำงาน สายตาจดจ่อกับจอภาพตรงหน้ามากกว่าเจสซี่ “ประจำที่ ฉันจะทำการดักฟังสายพวกมัน”

                ใช้เวลาแจ็กอยู่ครู่หนึ่งถึงจะจับสัญญาณโทรศัพท์แถวนั้น แล้วถอดรหัสดักฟังมันได้ เสียงของลูกกระจ๊อกสกอร์เปี้ยน– เขาเดาน่ะนะ มันฟังดูไม่ใช่เสียงของคนใหญ่คนโต– และสมาชิกเดดล็อกที่ เอาเข้าจริง เจสซี่รู้จัก พูดตอบกลับ พวกมันนัดสถานที่และพูดทบทวนข้อตกลง มีการเหน็บแนมเรื่องมาสาย มีวาจาไม่ไว้วางใจการละกัน สเต็ปเดิม ๆ ของคนพวกนี้

                เจสซี่กลอกตา เขาพบว่าตนเองแทบไม่สนใจเลยถึงชะตากรรมของเดดล็อกในปัจจุบัน เขารู้ว่าเขาควรจะแคร์ นั่นครอบครัวเขา แต่เผอิญ เจสซี่ปากไม่ว่าง และในหัวก็มีแต่ แจ็ก เกินกว่าที่เขาจะแคร์ เขาเริ่มดูด เบา ๆ แค่อยากจะเห็นปฏิกิริยา

                แจ็กสะดุ้งเฮือก มือกำปั้นแน่นจนซีดขาว ทุบลงบนโต๊ะเสียงดัง หายใจผ่านไรฟันที่กัดกรอด

                แต่เขาก็ยังไม่ก้มลงมามองเจสซี่ มัวแต่มองภาพจากโดรน

                “ท่านครับ เดดล็อกได้มาถึงแล้ว พวกเขามีอาวุธ สินค้า และจำนวนพลมากที่เดียว” ชาเวส ไอ้ชาเวส

                “รับทราบ–”

                เจสซี่ก้มหัวลงกลืนแจ็กภายในอึดใจเดียว อมทั้งขนาดของเขาไว้ในปากอีกครั้ง

                “อื้ออ!”

            “..ท่านครับ?”

            แจ็กตาลีตาเหลือก น้ำลายไหลจากมุมปากเขา “ไม่มีอะไร เจ้าหน้าที่ รอคำสั่งต่อไป”

                “เอ่อ ครับผม”

                คราวนี้ล่ะ แจ็กถึงจะสนใจเขา ก้มลงมามองตาขวางและขยับปากเป็นคำว่า ทำบ้าอะไรของแก ขณะที่เขารีบปิดเครื่องสื่อสาร (คราวนี้ไม่ลืม) เจสซี่ยักคิ้ว แล้วเริ่มขยับหัวขึ้นลงเร็วขึ้น รู้ว่าท่าทาง เวลาชักจะเป็นอุปสรรค– ถ้าไม่นับรวมกาลเทศะและอื่น ๆ แจ็กครางลั่น อยู่ดี ๆ จังหวะก็เร็วขึ้นกว่าเดิม ทำให้เขาหายใจไม่ทันและแขนไม่รู้จะเอาไว้ไหน ได้แต่จับเข่าตัวเอง แทบจิก

                เขาแอบเสียดายที่แจ็กเสร็จไว อยากจะดึงมันออกไปนานกว่านี้ ถ่วงเวลาให้ช้าและเอร็ดอร่อยทุกวินาที แต่แค่นี้ก็ต้องพอใจกันไปก่อนกระมัง แจ็กเสร็จออกมาเป็นระลอกของน้ำกาม ระบายตัวบนลิ้นเจสซี่และส่งตรงลงคอหอย เขายังไม่กลืน ตราบใดที่ไม่จำเป็น ปล่อยให้ไอร้อนของแจ็กรวมตัวเป็นแอ่งบนลิ้น แลบให้อีกฝ่ายเห็นเป็นสีขาวขุ่นเหนียว ๆ

                แจ็กหมดแรง เอนหลังพิงไปกับเก้าอี้ เขามองเจสซี่ด้วยตาลอย ๆ ริมฝีปากอ้าค้าง หอบออกมาเป็นระยะ และหน้าที่แดงก่ำอย่างสังเกตได้ชัดในความมืด มันช่างเป็นภาพที่วิเศษ อีกหนึ่งความไม่สมบูรณ์แบบของท่านหัวหน้าที่เจสซี่รัก

                เจสซี่กลืนน้ำกามลงคอ ไม่ยี่หระกับรสชาติของมัน

                เสียงกระสุนปืนดังขึ้นในอากาศ

                “ท่านครับ! เดดล็อกเริ่มโจมตีสกอร์เปี้ยน!

                สติของแจ็กกลับเข้าร่างอย่างทันทีทันใด มันน่าทึ่งมาก กลับมาอยู่ในโหมดสั่งการได้ดุจเสกคาถา เกราะป้องกันทั้งหมดกลับมาอยู่ที่เดิม ถึงแม้กางเกงจะยังอยู่กับเข่า “บุกเข้าไปยับยั้งสถานการณ์! แต่อย่ายิงเพื่อฆ่า เราต้องการตัวพวกมัน”

                เฮ้อ เจสซี่ลุกจากพื้น มองท่านผู้บัญชาการรีบสวมกางเกง

                ได้เวลากลับไปทำงาน




                แจ็กโกรธเขาหนัก หลังจากภารกิจเสร็จสิ้น ชัวร์ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี เราได้ตัวนักโทษให้บินกลับมาสอบสวนต่อที่ฐาน และก็ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดของเราบาดเจ็บหนักจนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นช่วยไม่ได้ ไบโอติกฟิลด์หย่อนลงพื้นหน่อยพวกเราก็กลับมาเดินเหินกันคล่องปรื๋อ แต่แจ็กไม่สบตากับเขาเลย แล้วพอชวนคุยด้วยนิด แซวเข้าหน่อย แจ็กก็หันมามองตาขวางและแทบจะแยกเขี้ยว(ที่ไม่มี)ให้เขาเห็น สั่งให้เขา ‘หุบปาก’ ถ้าไม่อยาก ‘โดนโยนกลับเข้าคุกกับเพื่อนเดดล็อกของแก’

                ค่อนข้างจะแรง เจสซี่ไม่ใช่แฟนของแจ็กโหมดนี้เท่าไหร่ แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ

                มันทำให้การเดินทางหลังจากนั้นน่าอึดอัดนิดหน่อย ความตึงเครียดจากท่านผู้บัญชาการพาลทำให้คนอื่น ๆ ในอากาศยานกดดันไปด้วย ไม่มีใครคุยกันสักนิดระหว่างขากลับ ไม่แม้กระทั่งจะเล่นมุกใส่กันนิด ๆ หน่อย ๆ ตามธรรมชาติแบล็กวอทช์ หรือกล่าวแสดงความยินดีกับภารกิจที่ลุล่วงด้วยดี ไม่อ่ะ เงียบกริบ มันเหมือนกับการมีเก็นจิสิบคนในห้อง ไม่สนุกเลย ปกติเสน่ห์ของแมคครีจะช่วยทำลายความอึดอัดของบรรยากาศได้ แต่สายตาอาฆาตของแจ็กทำให้เขาได้แต่เงียบกริบ

                แจ็กนั่งอยู่ด้วยกันกับพวกเราในอากาศยาน แต่ไม่พูดไม่จาอะไรไปมากกว่าการขานรับอาธีน่า เขามัวแต่ดูข่าวของกาเบรียลในโฮโลแพด ด้วยแววตาร้าวรานที่ทำให้เจสซี่รู้สึกผิดอย่างประหลาด ในข่าว มันเห็นได้เด่นชัดแล้วว่ากาเบรียลท้อง ท้องปองเสียจนต้องมีการปรับเปลี่ยน เกราะบนอกถูกถอดหายไป เสื้อแนบเนื้อสีดำข้างในกลายเป็นเสื้อผ้าตัวหลวม คลุมด้วยเสื้อคลุมตัวยาวที่เป็นความทางการอย่างเดียวที่หลงเหลืออยู่ เขาประคองท้องตนเองตลอดเวลาด้วยสองมือ เหมือนกลัว

                … ไม่หรอกน่า ไม่มั้ง ท่านผู้บัญชาการเรเอสไม่เคยกลัวอะไร ไม่ว่าจะเป็นออมนิคหรือวิกฤติโลกแตก

                แต่แล้วเจสซี่ก็นึกถึงวันนั้น วันที่เขาโน้มน้าวกาเบรียลให้เก็บเด็กไว้ ความกลัวที่อีกฝ่ายไม่ยอมรับปรากฏบนใบหน้า

                .. ให้ตาย เขาควรคุยกับกาเบรียล

                เมื่อเรากลับมาถึงซือริช นั่นถึงจะเป็นตอนที่แจ็กเริ่มพูด ออกคำสั่งให้ชาเวสกับคนอื่น ๆ เอาตัวนักโทษไปขังไว้ในคุกของฝั่งฐานแบล็กวอทช์ บอกว่าทุกคนมีเวลาทำธุระส่วนตัวจนกว่าจะถึงเวลาสรุปหลังปฏิบัติการในอีกสองชั่วโมง

                เจสซี่รอให้ทุกคนลงจากเครื่องไปก่อน ยืนรอข้างแจ็ก แล้วถึงจะพูดขึ้น “คุณโกรธผมอยู่”

                แจ็กมองเขาตาขวาง “เหรอ อะไรที่ทำให้คิดแบบนั้นล่ะ”

                “นี่ผมทำไม่ดีอีกแล้วเหรอ”

                แจ็กหันซ้ายหันขวา พยายามมองว่ามีใครอยู่ใกล้เรารึเปล่า แต่พอเห็นว่าไม่มี เขาก็โน้มเข้ามาใกล้ ใช้ส่วนสูงนิดหน่อยที่เขามีเหนือเจสซี่มาข่มสุดชีวิตเท่าที่จะทำได้ “นาย… กล้าทำกับฉันอย่างนั้นกลางภารกิจ ระหว่างที่ฉันทำงาน!”

                เจสซี่ขมวดคิ้ว เถียงเสียอ่อน “นั่นไม่ใช่สำหรับผมนะ นั่นสำหรับคุณอย่างเดียว”

                แจ็กอ้าปากค้างเหมือนเขากำลังจะเสียสติ “ไม่ได้ขอเลย!”

                “ผมแค่อยากจะทำให้คุณรู้สึกดีบ้าง– ทำอะไรดี ๆ ให้คุณ” มันอาจจะเป็นประโยคที่ขัดแย้งกับ.. เอ่อ ทุกอย่างที่เจสซี่ทำมาในอดีต แต่มันเป็นเรื่องจริงนี่ “และภารกิจก็ผ่านไปด้วยดี คุณคิดเรอะว่าผมจะยังบ๊วบให้คุณถ้าเราต้องลงไปยิงกันปังปัง”

                “ตอนแรก ฉันไม่คิดว่านายจะกล้า ตอนนี้? ฉันชักตั้งคำถามแล้ว”

                “ไม่เอาน่า บอส–”

                “ฉันตกลงกับไอ้การ.. ใช้หนี้บ้าบอคอแตกของนาย เพราะฉันคิดว่ามันจะไม่ส่งผลกับงาน”

                “มันก็ไมได้ส่งผลซะหน่อยนี่”

                “แต่เห็นได้ชัด นายไม่รู้จักกาลเทศะ ไม่รู้จักเวล่ำเวลา ได้คืบจะเอาศอก–”

                “อ้อ จะบอกว่าสองเดือนที่ผ่านมานี่คุณไม่เคยเอาเปรียบ ‘การใช้หนี้’ ระหว่างเราเลยงั้นสิ” เจสซี่ทำมือเป็นรูปเครื่องหมายคำถามตรงคำว่าใช้หนี้ “ได้โปรด คุณแทบจะโยนตัวเองใส่ผมทุกครั้งที่คุณต้องการ ‘ปลดปล่อย’ “

                แจ็กหน้าเสีย “ฉัน–”

                “หรือจะบอกว่าไม่จริง?”

                แจ็กกระชากคอเสื้อเขา แรงซุปเปอร์โซลเยอร์แทบจะยกเจสซี่ขึ้นจากพื้น ปลายรองเท้าห้อยต่องแต่ง

                “ฉันกำลังซ่อมแซมความสัมพันธ์ของฉันกับกาเบรียล” เขากระซิบเสียงต่ำใกล้ใบหน้าเจสซี่ “ความสัมพันธ์ที่แกทำลาย ถ้าจะให้ฉันต้องย้ำ เขาพึ่งจะเปิดรับฉันใหม่ แล้วเราก็แยกจากกันอีกแล้ว สองเดือน เขาไม่มีคู่ ไม่มีเพื่อน และซ้ำร้าย ฉันยังมา.. หลวมตัว นอนกับนายอีก เราเกือบจะถูกจับได้เพราะนายไม่รู้จักกาลเทศะ ถ้ากาเบรียลรู้เข้าเรื่องเรา เขาจะใจสลาย

                “เขาไม่รู้หรอก” เจสซี่ยกมือขึ้นจับมือแจ็ก พยายามให้เขาปล่อย “เราจะเก็บมันเป็นความลับ–”

                “ต้องการอะไร ถึงมีเซ็กส์กับฉันกลางภารกิจ?” แจ็กถามเสียงแข็ง “อยากให้ฉันถูกจับได้? อยากจะแบล็กเมล์ฉัน? ฉันจะได้ติดค้างนายอีก เหมือนที่ตอนนี้ฉันกำลัง ‘ติดหนี้’ นาย? ต้องการอะไรอีก เจสซี่ แมคครี แค่นี้ยังไม่พอรึยังไง–”

                “เว้ย เปล่าเลย!” เจสซี่รีบค้าน คอเสื้อรัดคอจนชักจะเจ็บ “ผมแค่อยากจะทำอะไรให้คุณบ้าง แค่นั้นจริง ๆ !”

                “อะไรวะ อยู่ดี ๆ แกจะมาเอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ อยากจะปรนเปรอฉัน ตลกน่า–”

                “ผมชอบคุณ โอเคไหม!” เจสซี่ตวาดลั่น เสียงของเขาก้องในยาน “แม่งเอ้ย..”

                แจ็กมองเขาตาโต กระพริบตาปริบ ๆ

                ปล่อยมือลงให้เจสซี่กลับมายืน ไอค่อกแค่กเพราะขาดอากาศไปชั่วครู่

                “อะไรนะ?”

                เจสซี่รู้สึกขายหน้า เป็นเด็ก ๆ ตัวเล็ก ๆ ต้องมาสารภาพความในใจอะไรก็ไม่รู้กับคนที่ตนเองเผลอหลงใหล เขาไม่รู้ด้วยซ้ำจะพูดออกไปเป็นประโยคยังไงให้ตนเองไม่ฟังดูทุเรศ รู้ว่าทุกอย่างที่ผ่านมา ประวัติของเขาไม่ได้สวยหรู สิ่งที่เขาทำลงไปเพียงเพราะเขาอยากจะเอาคืนแจ็กเพียงอย่างเดียว มันเป็นจุดเริ่มต้นให้แก่ซีรี่ส์ของเหตุการณ์ที่พังทลายเป็นโดมิโน่

                แต่แล้วเขาก็นึกถึงความโกรธบริสุทธ์ที่พวยพุ่งเข้ามาในร่าง ครั้งแรกที่เรามีเซ็กส์กัน และแจ็กยังหัวสูงเกินกว่าจะยอมรับว่าเขาชอบมัน เขานึกถึงความต้องการอย่างยิ่งที่จะทำให้อีกฝ่ายพึงพอใจ โดยไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับการเอาชนะ การทำให้ใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียหน้า เสียศักดิ์ศรี แค่ความสุขล้วน ๆ ที่จะได้ความสนใจของแจ็กมาไว้ที่ตัวเขา ทั้งหมด..

                “ผม.. ผมรู้ว่าผมทำตัวแย่” เจสซี่พึมพำ ก้มหัวลงต่ำ “แต่ผม.. ไม่รู้สิ ตอนแรก ผมแค่อยากจะเอาชนะคุณ อยากเห็นเบต้าผู้สูงส่งล่มสลาย แต่พอผมทำได้ พอผมเห็นว่าคุณเป็นมากกว่าที่เห็น ผมอยากจะ.. ผมอยากจะเห็นด้านนั้นของคุณอีก”

                แจ็กไม่ได้พูดอะไร เอาแต่จ้องมองเจสซี่ และมันช่างน่าอึดอัด คำพูดติดอยู่ในคอเขา

                ต้องบังคับมันออกมา

                “คุณช่างดีกับผม ทุกครั้งที่เรามีเซ็กส์ มันมีแต่จะดีขึ้นและดีขึ้น ไม่มีใครเป็นได้เท่าครึ่งหนึ่งที่คุณเป็น ไม่มีใครสมบูรณ์แบบเท่า วิเศษเท่า และผมได้นอนกับคุณ คุณเริ่มเป็นฝ่ายเข้าหาผมก่อน ผมเอาแต่คิดว่าตนเองโชคดีฉิบหาย–”

                เจสซี่ยกมือขึ้นเกาท้ายทอย ประหม่าและหวาดกลัว

                “ผมว่าผมตกหลุมรักกับคุณ”

                และะ นั่นเป็นตอนที่แจ็กต่อยหน้าเขาแรงจนเจสซี่จมูกหัก หงายหลังล้มลงไปนั่งกับพื้นดังปั่ก!    น

                “กาเบรียลเป็นคู่นาย!” แจ็กตะโกนลั่น ในเสียงมีแต่ความเกลียด “นายกัดเขา!”

            เจสซี่ ลูบจมูกตนเองและร้องโอดโอย ดันเถียงไปได้แค่ว่า “ตามหลัก อัลฟ่ามีได้หลายคู่–”

                เขาเอี้ยวขาหลบตีนแจ็กแทบไม่ทัน

                “นาย– นายกัดเขา” ชั่วขณะหนึ่ง นั่นดูเหมือนจะเป็นประโยคเดียวที่ท่านหัวหน้าพูดได้ ละล่ำละลักออกมาในขณะที่ในหัวตนเองมีแต่ความคิดวิ่งแข่งกันไปมา “นายพรากเขาไปจากฉัน นายทำลายทุกอย่าง และนายจะบอกว่านายรักฉันเนี่ยนะ”

                เจสซี่กระซิบ “ผม… ขอโทษ”

                “มันเป็นความรักประเภทไหนกันวะ”

                เราจ้องตากันอยู่นาน

                “…ผมอาจจะไม่ทันได้คิดถี่ถ้วน” เจสซี่ยอมรับได้เท่านั้น “แต่ถ้าผมไม่ทำอย่างนั้น คุณก็คงไม่ชายตาแลผมด้วยซ้ำ”

                แจ็กขมวดคิ้ว “บางครั้งฉันก็ลืมว่าแกเป็นแค่เด็ก

                “ผมไม่ได้–”

                “โตขึ้นกว่านี้ก่อน ค่อยมาคุยกับฉัน”

                เจสซี่ถูกทิ้งให้นั่งอยู่ในยาน เลือดอาบไหลจากจมูกสู่ริมฝีปาก รสของสนิมเฉกเช่นการถูกปฏิเสธ




                เขาบิดจมูกกลับที่เดิม เช็ดเลือดด้วยผ้าคลุมไหล่ และซมซานกลับมายังห้องพักของตนเอง รู้สึกโชคดีที่มันว่างเปล่า เพื่อนร่วมห้องอีกสามคนคงไปทำอย่างอื่นกัน หลังจากได้กลับถึงฐานซือริชในที่สุด ไม่มาอุดอู้อยู่ในห้องแบบเดียวกับเจสซี่ตอนนี้ เขาหยิบโฮโลแพดขึ้นมาจากกระเป๋าสัมภาระ มันเป็นเครื่องมือที่เจ้าหน้าที่ได้รับฟรีเมื่อเลื่อนถึงขั้นขั้นหนึ่ง

                เจสซี่ไม่ได้คาดหวังว่ากาเบรียลจะรับสายที่เขาโทรหา คิดว่าอีกฝ่ายน่าจะยุ่งอยู่กับงาน

                เขาจึงประหลาดใจมากเมื่อกาเบรียลรับสายหลังจากสัญญาณดังอยู่เกือบนาที

                ภาพโฮโลแกรมฉายขึ้นจากจอ และกาเบรียลดู… แย่ เจสซี่อยากจะชมว่าเขาหล่อเหลาไม่มีเปลี่ยน หรือดูดีมีพลังงานล้นปริ่ม แต่มันไม่ กาเบรียลดูโทรม เขากำลังท้องอยู่ แต่หน้าดันซูบผอมเหมือนเสียน้ำหนักไปมาก มีขอบคล้ำรอบดวงตาเขาที่แทบจะสลักเป็นรอยถาวรบนผิวเข้ม และเขาช่างดูเป็นกังวลอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นมายังไม่ทำให้มันหาย

                “เจสซี่” เสียงนุ่ม เบาจนแทบไม่ได้ยิน “เราไม่ได้คุยกันนานเลย”

                “ผม.. ติดอยู่ระหว่างภารกิจ” ไม่ใช่คำโกหก “แล้วก็นึกว่าคุณจะยุ่งอยู่กับงาน เวลาแบบนี้–”

                “เราอยู่ในไทม์โซนเดียวกัน เจสซี่ เย็นแบบนี้เป็นเวลาพักของฉัน”

                “อ้า ผมลืมเรื่องไทม์โซนไปเลย” เจสซี่ตอบ เกาท้ายทอยแกรก ๆ

                “ฉัน…” กาเบรียลดูลังเลที่จะพูด แต่ในที่สุดก็ยอมให้ตนเองสารภาพ “ฉันคิดถึงนาย”

                “ผมก็คิดถึงคุณ” เจสซี่ตอบ ใจแป้ว คำโกหกกลวงโบ๋ในหูเขา “คุณเป็นยังไงบ้าง”

                “เอาแบบตรง ๆ หรืออ้อม ๆ “

                “ตรง ๆ สิ”

                “ฉันฉี่ประมาณวันละสิบห้ารอบได้ มันน่ารำคาญมาก”

                เจสซี่หลุดขำพรืด “นั่นดีหรือไม่ดีน่ะ”

            “ไม่รู้สิ ฉันค้นในอินเตอร์เน็ตแล้วมันดันบอกว่าต่อมลูกหมากฉันอาจจะเป็นปัญหา แต่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตายดีกว่าถ้าจะมีใครเอาอะไรมาสอดขึ้นก้นฉันอีก– ทุกอย่างห่วย เจสซี่ ไม่ใช่แค่เรื่องฉี่ ฉันแทบไม่ได้กินอะไรเลย ทุกอย่างรสชาติห่วยแตก”

            “คุณต้องทานนะ มันสำคัญ”

                “ฉันไม่ชอบกัวคาโมเล่แล้วด้วยซ้ำ นั่นมันเกิดขึ้นได้ยังไง ป่าเถื่อนสิ้นดี”

            “เอางี้ คิดซะว่าคุณกินเผื่อเด็ก”

                “พูดถึงเด็ก บางครั้งฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะตดหรือเขาเตะท้องฉัน มันน่าอึดอัดมาก”

            เจสซี่ชะงัก “เขา?”

                “อ้อ ใช่ ฉันลืมบอก เด็กผู้ชายแหนะ” กาเบรียลเงียบไปครู่ “ฉันล่ะอยากให้นายอยู่ตอนเราดูเพศเด็ก แต่ช่วยไม่ได้”

            “ที่รัก ผมขอโทษจริง ๆ ..”

                “ช่างมันเหอะ ฉันไม่เป็นไร เสร็จงานเดี๋ยวฉันก็กลับแล้ว เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้วนะ”

            เจสซี่ยิ้มให้เขาเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ครับ เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว”

                “นายล่ะ โอเคใช่ไหม แจ็กไม่ได้ใช้แรงงานนายเกินไปใช่รึเปล่า”

            ได้ยินชื่อแจ็ก เจสซี่เจ็บจมูกแปล๊บขึ้นมาเลย “อยู่ดีครับ”

                “แค่นั้น?

                “แค่นั้น”

                “ไม่มีอะไรมานินทาให้ฉันฟัง?

                “ไม่มีครับ”

                กาเบรียลเดาะลิ้น “ท่าทางจะไม่ค่อยมีอะไรเกิดขึ้นเลยสินะ ระหว่างฉันไม่อยู่”

            ฮ่า ฮ่า ฮ่า “คุณก็รู้ ขาดคุณไปก็เป็นแบบนี้ล่ะ”

                กาเบรียลหัวเราะ เสียงหยาบกร้าน ไม่ได้ใช้งานมานานมากแล้ว “ชีวิตน่าเศร้าที่ไม่มี กาเบรียล เรเอส”

                “ทุกคนใจสลาย”

                “ร้องไห้ตาบวม” กาเบรียลฮัม “ฉันต้องกลับไปทำงานแล้ว ในอีก.. ห้านาที

                “โอเค”

                กาเบรียลลังเลอีกครั้ง มองเจสซี่อยู่ครู่ “เจสซี่”

                “ครับผม?”

                “พรุ่งนี้ โทรมาหาฉันได้ไหม” เขาดูตื่นตระหนก ทำท่าหยั่งกะกำลังปลดชนวนระเบิดกับการขอสั้น ๆ ง่าย ๆ จากคนที่เป็นคู่ของเขา คนที่สัญญาว่าจะดูแลเขา “ถ้านายยุ่ง ไม่เป็นไร มันแค่ดีน่ะที่ได้คุยกับคนอื่น คนที่ไม่ได้ต้องการเห็นฉันล้มเหลว”

            นั่นเป็นตอนที่เจสซี่พึ่งนึกขึ้นได้ ว่ามันคงจะชวนป่วยแค่ไหนที่ต้องไปอยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานกับคนที่เอาแต่ตั้งคำถามคุณว่า บางที คุณอาจจะไม่คู่ควรกับตำแหน่งที่มีอำนาจ กาเบรียลไม่มีเพื่อนที่นั่น อย่างที่แจ็กบอก ไม่มีอะนา ไม่มีแจ็ก และเขาถูกรายล้อมด้วย– อย่างที่เขาบอก– คนที่ต้องการให้เขาล้มเหลว กาเบรียลคงเหงา คงจะเหงาเอามาก ๆ

                “ได้สิครับ” เจสซี่ตอบ “เวลานี้นะ?”

                “อื้อ ไว้คุยกันนะ เจสซี่”

                สายตัดไป

                เจสซี่เอนหลังนอน เงยหน้ามองเตียงชั้นข้างบนของเขา พยายามจะคิดถึงความรู้สึกผิด ความรับผิดชอบ ย้อนกลับไปเสียดายว่าเขาไม่ควรจะน็อตกาเบรียลเลยตั้งแต่แรก เด็กน่าจะทำแท้ง แต่แล้วความคิดของเขาก็ย้อนกลับไปหาแจ็กอยู่ดี สู่ความพิโรธของเขา การปฏิเสธที่แสดงให้เห็นว่า นอกจากความสัมพันธ์ทางกาย เราสองคนก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน

                เขานอนอยู่อย่างนั้นจนนาฬิกาเตือนถึงการสรุปหลังปฏิบัติการ เขาเข้าร่วมประชุม ไม่ได้พูดอะไรเลย แจ็กเองก็ไม่ได้พูดอะไรกับเขา อภิปรายอยู่แต่กับเจ้าหน้าที่คนอื่น และพอเสร็จกิจ เจสซี่ก็ใช้เวลาอยู่ในห้องอาบน้ำรวมจนนิ้วเปื่อย จนชาเวสแวบมาถามว่าเขาเป็นอะไรรึเปล่า น้ำร้อนชะล้างบาปจากผิวเขา และเจสซี่เกือบจะได้รู้สึกเหมือนเกิดใหม่ ชำระบาป

                วันรุ่งขึ้น เขาไม่ได้โทรหากาเบรียล

                เขาฝึกฝนต่อไป แจ็กไม่สนใจเขาแล้ว ไม่แวะมาให้คำแนะนำพิเศษแบบที่เขามักจะทำ เขาฝึกแบบทั่ว ๆ ไป กับเจ้าหน้าที่ทั่ว ๆ ไป เขาประลองกับเก็นจิ  ใช้เวลารอภารกิจถัดไปด้วยการนั่ง ๆ นอน ๆ ออกกำลังกายแค่เท่าที่เขาจำเป็นไม่ให้ตนเองเสียหุ่นหรือประสิทธิภาพในสนามลดลง และถ้าเขาพูดน้อยไปกว่าปกติ ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนกล้าทัก

                มีข้อความเข้ามาในเครื่อง จากกาเบรียล เฮ้ ฉันโทรหานายได้ไหม ถ้าไม่ได้ ไม่เป็นไรนะ

            เจสซี่ไม่ได้ตอบ

                วันถัดมา แจ็กสบตากับเขา แต่ไม่พูดอะไรสักคำ

                สายโทรเข้าจากกาเบรียล เขาไม่ได้รับ

                เขาฝันถึงแจ็ก มือแกร่งกอดเขาไว้แน่นแนบอกและเสียงทุ้มกระซิบบอกว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด

                เฮ้ มีเวลาว่างเพิ่มตอนช่วงบ่ายเพราะฉันดันป่วยเฉยเลย (LOL) โทรมาได้นะ

            เขาคิดถึงแจ็กเป็นบ้า เขาแค่อยากจะอยู่กับแจ็กอีก ทำไมแจ็กต้องเมินเขาด้วย

                ไม่มีข้อความเข้ามาใหม่เลยเป็นเวลาอันยาวนาน

           

Advertisements

One thought on “Ties that Bind (8)

  1. อือ้ออออือ วงกลมความเศร้า เรารู้เลยว่าถ้าเป็นลูกของแจ็คจริงๆ มันจะเกิดอะไรขึ้น อือออ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s