Ties that Bind (9)

Title: Ties that Bind
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Jesse McCree/Soldier: 76 | Jack Morrison
Reaper | Gabriel Reyes/Jesse McCree
Soldier: 76 | Jack Morrison/Reaper | Gabriel Reyes
Rating: E
Warning: Blackwatch!Jack, Strike-Commander!Gabriel, ABO, Beta!Jack, Omega!Gabriel, Alpha!Jesse, Mpreg, Dubious Consent, Anal Sex, Spit As Lube, Rough Sex, Self-harm
Notes: ตอนนี้ 10k เม้นได้ไลค์ได้ให้เราหน่อยนะ มันยาวมาก แง

            ช่วงเวลาหนึ่ง กาเบรียลไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากทรมาน

                ร่างกายของเขาอ่อนแอปวกเปียกในแบบที่ ทั้งชีวิต กาเบรียลไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน ภูมิต้านทานที่ควรจะแข็งแกร่งพ่ายแพ้ให้กับไข้หวัดใหญ่ที่เลวร้ายจนเขานึกว่าตนเองจะตายห่า นอนจับไข้ อุณหภูมิร่างกายสูงปรี๊ดจนแทบจะมีควันระเหยจากเหงื่อบนผิว แต่ดันหนาวสั่นจนเขานึกว่าร่างเปียกโชกอยู่ในน้ำแข็ง เขาจำได้ว่าตนเองสั่นแรงจัดเสียจนข้อนิ้วเจ็บเมื่อมันกระทบกับเตียง เขาหายใจไม่ออก แล้วก็มีความเจ็บปวดรวดร้าวไปหมดทั่วตัวโดยเฉพาะในปอด ค้อนไรน์ฮาร์ดท์ทุบเข้ามากลางอกเขาอย่างจังและมันไม่หยุด เขาอ้วกอยู่สิบสองชั่วโมงจนสำลักน้ำย่อยตนเอง ปะปนกับเลือดที่ผสมเข้าด้วยกัน

                มันถึงจุดที่กาเบรียลได้แต่นั่งอยู่บนพื้นห้องน้ำ เกาะโถส้วมเป็นห่วงยางชูชีพ และสับสนสุดขีด น้ำตาร่วงและสะอึกสะอื้น ว่ามันกำลังเกิดห่าอะไรขึ้นกับร่างกายของเขา เขาไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยอ่อนแอแบบนี้ ต่อให้จะไม่มีความแข็งแกร่งที่เซรุ่มซุปเปอร์โซลเยอร์มอบให้ กาเบรียล เรเอส ก็ยังไม่ใช่คนที่เจ็บป่วยไข้อะไรง่าย ๆ ไม่เคยต้องมาทนทุกข์แบบนี้ เขาสับสน ไม่เข้าใจร่างกายตนเอง ควบคุมมันไม่ได้ และนั่งหัวหมุนเห็นไฟห้องน้ำเคว้งคว้างไปมา เขาแอบหวังให้ตนเองสลบ จะได้จบ ๆ ไป

                และ.. มันน่าอายที่จะยอมรับ แต่ตอนนั้น ในช่วงเวลาของความสับสนอลหม่าน หัวสมองโอเมก้าโง่ ๆ ของเขาดันคิดว่า อัลฟ่า อัลฟ่า อัลฟ่า แทนที่จะเป็น คุณก็รู้นะ โรงพยาบาล โรงพยาบาล โรงพยาบาล อย่างที่คนมีสติเขาคงทำกัน ไม่รู้ทำไม แต่ในวินาทีนั้น สัญชาติญาณร่างกายของเขา– ร่างกายใหม่หลังจากที่ได้มีคู่แล้ว– ดันคิดว่าอัลฟ่าของเขาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นในพริบตาราวเสกคาถา และแล้วกาเบรียลก็เลยคลานออกจากห้องน้ำ (ใช่ คลาน เขาลุกไม่ขึ้น และไอ้ท้องโย้นี่ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น) แล้วควานหาโฮโลแพดตนเองมาถือไว้ กดโทรออกหาเจสซี่ด้วยมือสั่นเทา ฟังเสียงสัญญาณอยู่ นาน นาน นาน

                แต่เจสซี่ไม่รับสาย แน่นอนอยู่แล้ว

                เขาปัญญาอ่อนรึยังไงกันวะที่คาดหวังเสียสูงส่ง

                กาเบรียลรู้สึกไร้สาระฉิบหาย เหมือนตัวตลก ไม่ใช่เพราะเจสซี่ไม่รับสาย แต่เพราะอะไร ทำไม มันถึงได้ลดค่าเขาเป็นไอ้โอเมก้าที่ต้องหวังพึ่งอัลฟ่าเท่านั้น ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาเป็นโอเมก้าประเภทนั้น เขาฟันฝ่าตลอดทั้งชีวิตมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะเขาไม่ต้องการใครและสามารถยืนหยัดด้วยตนเอง แต่ในช่วงเวลานั้น เขาดันน้ำตาตกเพราะเขาแค่อยากจะให้มีใครอยู่ด้วย และไม่อยากจะป่วยอยู่คนเดียว มันงี่เง่ามาก เขาเกลียดที่การถูกกัดเปลี่ยนเขาเป็นแบบนี้ การท้องทำให้เขาต้องมาเป็นแบบนี้

                ผู้ช่วยของกาเบรียลมาเจอเขาในสภาพที่ไม่ดีนัก กรีดร้องด่าพ่อล่อแม่ตัวเองอยู่ในห้อง กระแทกหัวตัวเองซ้ำ ๆ กับฝาผนังด้วยความมึนงงล้วน ๆ จนผนังมีรอยบุบและหัวของเขาเลือดอาบ เน่าอยู่ในกองอ้วกและกองเลือดของตนเอง เธอ– ขอบคุณพระเจ้าที่เธอเป็นผู้ช่วยเขา– ไม่ได้ตกใจ อย่างน้อยก็ไม่นาน รีบปรี่ออกไปขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ชายอัลฟ่าร่างใหญ่คนหนึ่งมาอุ้มเขาออกไป และกาเบรียลอาจจะสั่งน้ำมูกใส่แขนชายใจกล้าคนนั้นไปไม่น้อย ระหว่างทางสู่โรงพยาบาล

                พอทุกอย่างสงบลง (กาเบรียลโดนเย็บแผลที่หัว เช็ดตัวทำความสะอาด เปลี่ยนเป็นชุดผู้ป่วย ได้ยาที่ช่วยความเจ็บปวด แก้ไข้ ให้น้ำเกลือ และสลบเหมือดไปนานมาก) กาเบรียลก็ใจเย็น  เอาเข้าจริง เขาตลกตนเองนิด ๆ ที่แสดงอาการมากมายเกินเหตุขนาดนั้น ถึงขั้นทำร้ายตนเอง ไม่ได้มีประโยชน์เลย แถมทำให้ทุกอย่างยุ่งยากขึ้น สุดท้าย มันก็เป็นแค่ไข้หวัดใหญ่และอาการปอดอักเสบ เขาต้องนอนอยู่โรงพยาบาลสักพัก หมอต้องการดูอาการอย่างใกล้ชิด ไม่ให้มันกระทบเด็กและตัวเขา บลา บลา เขาได้ยาฆ่าเชื้อมากินเยอะน่าดู และยาแก้ปวดที่น่าจะสลบช้างได้ (เขาขอเอง) โดยรวม ก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย

                เจ้าหนู (ที่กาเบรียลยังขี้เกียจตั้งชื่อ) แทบไม่ขยับเลย และกาเบรียลกึ่งโล่งอก (รำคาญตอนมันเตะ) กึ่งผวา เขาชอบคิดอยู่เรื่อยเลยว่ามันนิ่งผิดปกติอย่างนี้เพราะตายไปแล้วข้างในเขา แต่หมอบอกว่ามันเป็นอย่างนั้นเพราะเขาป่วยอยู่

                “บอกผมตรง ๆ หมอ” กาเบรียลพูดสลับกับการไอโขลก “ลูกผมจะมีแขนที่สามไหม เพราะผมป่วยเนี่ย”

                เขาคิดว่าตนเองตลกนะ แต่หมอกลับเมินมุก “การป่วยอาจจะส่งผลถึงการคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวเด็ก..”

                “โอ้ เยี่ยม เลื่อนมาห้าเดือนล่วงหน้าได้ไหม จะได้จบ ๆ ไปซะที”

                หมอแค่ยิ้ม แล้วก็บอกเขาไม่ต้องให้เป็นกังวล อาการของกาเบรียลไม่ได้ร้ายแรง และพวกเขาจะทำการดูแลกาเบรียลอย่างใกล้ชิดถึงอาการแทรกแซงอื่น ๆ ที่อาจเป็นอันตราย แต่โดยรวม กาเบรียลฟื้นตัวได้เร็ว ขอบคุณเซรุ่มซุปเปอร์โซลเยอร์

                ช่วงเวลาในโรงพยาบาลออกจะดีสำหรับเขาด้วยซ้ำ เขาได้ทานอาหารครบมื้อ ได้นอนเต็มอิ่มโดยที่ไม่มีใครมาขัด กาเบรียลมองตนเองในกระจกและพบว่าเขาเริ่มจะกลับมามีเนื้อหนัง จับตรงแก้มตนเองแล้วเจอความยืดหยุ่น มือของเขาไม่สั่น และรอยคล้ำรอบดวงตาก็หายไปแล้ว ไม่มีเส้นเลือดฝอยแตก ๆ แดงฉานในตาเขา เขาดูดีขึ้น สุขภาพดีขึ้นกว่าเดิมมากด้วยซ้ำ

                ตลกดี

                ไม่มีใครมาเยี่ยมกาเบรียลเลย นอกจากผู้ช่วยของเขาที่แวะมาเป็นระยะ ๆ  แต่กาเบรียลก็ยังมองไปที่ประตู และหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าเขาจะเห็นหมวกคาวบอยโผล่เข้ามา รีบร้อนที่จะอยู่ข้างเขา เรียกกาเบรียลด้วยชื่อหวานสารพัด ที่รัก หวานใจ และบอกกาเบรียลว่าเขาจะไม่เป็นอะไร คุณจะไม่ต้องอยู่คนเดียว ผมสัญญาว่าผมจะดูแลคุณตลอด อย่างที่เขาเคยพูด

                แต่ก็ไม่มีใครมา ไม่เป็นไรหรอก กาเบรียลคิดว่า ณ จุดนี้ เขาเลิกหวังดีกว่า

                เขาขอให้ผู้ช่วยแอบเอาโฮโลแพดเข้ามาให้เขาทำงาน วันหนึ่ง เมื่อเขารู้สึกดีขึ้น เธอต้องลักลอบมันเข้ามาผ่านสายตาแพทย์และพยาบาลหยั่งกะแอบเอาโคเคนมาให้กาเบรียลสูบ กาเบรียลรับมันมาถือ กล่าวขอบคุณเธอ สแกนรอยนิ้วมือเปิดข้อมูลลับเฉพาะของภารกิจล่าสุด เพื่อจะได้อ่านความคืบหน้าของมัน รายละเอียดของรายงานที่ถูกส่งเข้ามาเร็ว ๆ นี้

                “คุณเรเอส.. ฉันว่าคุณพักก่อนน่าจะดีกว่านะคะ” เธอกล่าว “คุณควรรอให้หายดีก่อน”

                “ไอชา ถ้าฉันทำงานได้ ฉันก็จะทำ ฉันจะไม่นอนหายใจทิ้งเปล่า ๆ ” กาเบรียลตอบ ถึงแม้การหายใจจะยังทำให้เขาปวดแปลบในอกอยู่ก็เถอะ “มีออมนิคลุกฮือขึ้นมาจากทะเล หยั่งกะที่เกาหลี นี่อาจจะเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่เราคาดไว้”

                “..ฉันจะปล่อยให้คุณทำงานก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบ “อย่าลืมพักผ่อนนะคะ”

                “แน่นอน ขอบคุณมาก”

                เนื่องจากอาการป่วยของเขา กาเบรียลไม่ใช่ผู้สั่งการภารกิจแล้ว ณ ปัจจุบัน ตำแหน่งนั้นถูกโยนให้กับ เจ้าหน้าที่–ใน–อำนาจ คนถัดไปแทน อัลฟ่าที่กาเบรียลไม่ชอบหน้าเท่าไหร่– อีกหนึ่งแต้มให้แก่พวกที่คิดว่าเขาไม่ดีพอสำหรับตำแหน่ง– เขาคิดถึงอะนา อย่างน้อยถ้าเป็นเธอ เธอก็คงไม่ทำให้เขารู้สึกเหมือนตนเองผิดที่ป่วย แต่ เขาอยู่ที่นี่แล้ว กับพวกงั่ง และเขาก็ต้องทำงานกับพวกงั่ง กาเบรียลใช้เวลาหลังจากนั้นติดตามความคืบหน้าของภารกิจอย่างใกล้ชิด ออกคำแนะนำ เมื่อจำเป็น

                เมื่อเจ้าหนูกลับมาขยับอีกครั้งในท้อง กาเบรียลสะดุ้งเฮือก ตกใจเหมือนลืมว่าตนเองท้อง

                เขาก้มลงมองท้องป่อง ๆ ของตัวเอง แล้วได้แต่คิดว่า เด็กคนนี้น่าจะโชคดีกว่าถ้าตนเองไม่ได้เกิด มันจะคุ้มเท่าไหร่กันเชียว ได้เกิดมามีชีวิตเพราะตนเองเป็นอุบัติเหตุ แต่ อย่างที่เจสซี่เคยบอกไว้นั่นแหละ เรื่องนี้มันใหญ่กว่าเราทั้งสองคน

            “ถ้าแกโตมาไม่ได้เรื่อง ฉันจะโกรธมาก” กาเบรียลขู่ ลูบท้องตนเอง “แกต้องเจ๋ง และฉันหมายถึง– ระดับยิ่งใหญ่ พาสันติภาพมาระหว่างมนุษย์กับออมนิค ประดิษฐ์เครื่องที่ลบล้างวิกฤติวันสิ้นโลก… เอาให้คุ้มกับที่ฉันเหนื่อยหน่อย”

                เขาไม่เป็นไร เจ้าหนูไม่เป็นไร และทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

                เพราะเขาคือ กาเบรียล– โคตรพ่อโคตรแม่– เรเอส

                สุดท้ายแล้ว คนเดียวที่คุณพึ่งได้ก็คือตัวเอง

 




 

                แจ็กยืนรออยู่ในโรงเก็บเครื่องบินด้วยความประหม่าที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานมากแล้ว ตั้งแต่วันแรกที่เขาสารภาพกับพ่อแม่ว่าต้องการจะเข้าร่วมกองทัพ ตั้งแต่วันที่เขาเซ็นสัญญายินยอมมอบร่างกายให้เอสอีพี มันเป็นความประหม่าประเภทที่แจ็กสามารถรู้สึกถึงได้ในท้อง ปั่นป่วนและชวนให้คลื่นไส้ จนเขาสงสัยว่าเขากินอะไรผิดสำแดงไปรึเปล่า แต่ก็นึกได้ว่าเขาไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้าเพราะมัวแต่ถามอาธีน่าซ้ำ ๆ ซาก ๆ ถึงเวลาที่กาเบรียลจะมาถึง ถ้าเอไอเบื่อได้ เธอคงเบื่อไปแล้ว

                “อาธีน่า–”

                “คาดการณ์เวลาในอีกประมาณสิบนาทีค่ะ ท่าน

                ว้าว ปกติเธอไม่พูดขัดเขานะเนี่ย คงรำคาญได้และรำคาญจริง

                สิบนาทีไม่สามารถมาถึงได้เร็วกว่านี้ เขาแทบจะเดินเป็นวงกลมแบบหนูติดจั่น            นึกว่าเขาจะทำยังไงดีเมื่อกาเบรียลมาถึง ตอนแรกเขากะว่าจะเล่นมุกขำ ๆ เพื่อทำลายความห่างเหินนับสามเดือนของเรา แต่ก็นึกมุกอะไรไม่ออกเลย อย่างน้อยก็ไม่มีอันไหนที่จะไม่ทำให้เขาดูเป็นไอ้งั่ง แล้วนี่เขาควรจะพูดว่า ‘เฮ้’ หรือ ‘สวัสดี’ ดีล่ะ ทั้งสองแบบฟังดูไม่ใกล้ชิดสนิทสนมพอ–

                เสียงฝีเท้าเร่งใกล้เข้ามา และ ถึงจุดนี้ เขาคุ้นเคยกับเสียงรองเท้าขี่ม้าของแมคครีจนไม่ต้องเอี้ยวหันไปมองก็รู้ได้ ทุกขบวนความคิดหยุดชะงักเมื่อเห็นเด็กหนุ่มเดินเข้ามา ตามหลัก นี่มันพื้นที่สาธารณะ คนเดินเหินมากมายด้วยซ้ำไป เหล่านักบิน เจ้าหน้าที่ที่กำลังออกเดินทาง พนักงานจอดเครื่อง สารพัด แต่แจ็กก็ยังฉุนกึกขึ้นมาที่มันกล้าเดินมาหยุดข้างเขา มองแจ็กผ่านใต้ปีกหมวกคาวบอย แสดงรอยยิ้มแหย ๆ ที่โชว์เขี้ยวคมกริบให้แจ็กเห็น แค่มอง แจ็กก็รู้สึกป่วยไปถึงทรวงใน

                เขาควรจะเมินมัน อย่างที่ทำมาตลอดในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่นี่เป็นวันสำคัญของแจ็ก และเขาไม่อยากให้เจ้าคาวบอยหนุ่มมาทำลายมันทิ้ง– เพิ่มเข้าไปในรายการสารพัดสิ่งที่มันทำลายมาแล้วตั้งแต่เริ่มจนถึงปัจจุบัน เขาก็เลยพูด

                “แกมาทำอะไรที่นี่” เสียงของเขาปล่อยให้ความชังแสดงตนชัดเจน

                “กาเบรียลเป็นคู่ของผม” มันย้ำอยู่นั่น “ผมก็ต้องมารับเขากลับบ้าน ถูกไหม”

                “คู่ของนาย?” แจ็กหัวเราะเหอะ “นึกว่ารักฉันนักหนาซะอีก”

                สงสัยจะพูดจี้ใจดำถูกจุด และอาจจะถือว่าเป็นการเล่นสกปรกด้วยนิดหนึ่ง ถ้าเทียบกับการสู้ก็คงเป็นการโจมตีใต้เข็มขัด เจสซี่หน้าเสียไปเลย ชั่ววูบหนึ่ง เขาเบะปากหยั่งกะจะร้องไห้ แต่ก็รักษามาดตนเองได้ใหม่ในเสี้ยววิ (การฝึกฝนของเรายังมีความหมายกับมันอยู่บ้าง) แต่เขาไม่มองหน้าแจ็กอีกต่อไป เบี่ยงสายตาไปทางอื่น ก้มลองมองดูปลายรองเท้าตนเอง

                ดี ให้มันสลดซะบ้าง

                แจ็กยืนกอดอกรอเวลา เจสซี่เคาะเท้าอย่างน่ารำคาญกับพื้น ความเงียบระหว่างเราทั้งคู่นั้นแทบจะงอกแขนออกมาบีบคอเราตาย แต่เราก็สามารถยืนรออยู่เคียงข้างกันได้โดยไม่มีใครตายไปซะก่อน อากาศยานของโอเวอร์วอทช์ค่อย ๆ เลือนเข้ามาในทัศนียภาพของแจ็ก จากขนาดเล็กกระจิดริดค่อย ๆ ขยายขึ้นเมื่อแล่นใกล้เข้ามา ลดตัวลงต่ำเข้าสู่ภายในโรงเก็บเครื่องบิน และจอดลงในที่สุดอย่างนุ่มนวลด้วยนักบินมืออาชีพของโอเวอร์วอทช์ แจ็กเริ่มเขย่าขา ประหม่าขึ้นมาเสียเฉย ๆ

                เมื่อประตูยานทอดตัวลง กาเบรียลเป็นคนที่เดินลงมาก่อนคนแรก และแจ็กหยุดหายใจไปครู่

                กาเบรียลดู…ดี ต่างจากล่าสุดที่เห็นในข่าวมาก เขาดูสุขภาพดี แข็งแรง มีกำลังวังชา พร้อมจะเผชิญหน้ากับทั้งโลก เดินลงมาจากอากาศยานด้วยบุคลิกของท่านผู้บัญชาการองค์กรโอเวอร์วอทช์ ผิวของเขาไม่ใช่สีน้ำตาลซีดเซียวป่วย ๆ แบบที่แจ็กเห็นผ่านโฮโลแพด และเขาก็ดูเหมือนจะน้ำหนักขึ้นมานิดหน่อย– เป็นสัญลักษณ์ที่ดีเสมอ บางทีแจ็กอาจจะห่วงเกินไป

                นั่นแหละ กาเบรียลของเขา ดูแลตนเองได้เสมอ

                กาเบรียลกระพริบตา ประหลาดใจที่ได้เห็นทั้งแจ็กและเจสซี่ ตอนแรกเขาไม่ทันได้สังเกตเราสองคนด้วยซ้ำ คงไม่ได้คาดหวังว่าใครจะมารอรับ เขาอ้าปากขึ้น กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็โดนขัดเสียก่อนด้วยแจ็กที่ถลาเข้าไปกอด

                มันทุลักทุเลนิดหน่อย กอดกาเบรียลแล้วติดท้อง และต้องเบรคตนเองไม่ให้รุนแรง แต่เมื่อแขนของเขาโอบกอดรอบคอกาเบรียล แจ็กก็รั้งอีกฝ่ายเข้ามาชิดใกล้ รู้สึกถึงร่างของกาเบรียลสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ไม่ทันได้ตั้งตัวว่าจะถูกกอด เขายกมือขึ้นมาตบไหล่แจ็กเบา ๆ แทนการกอดกลับ ทักทาย แจ็กกอดเขาไว้อย่างนั้นอีกอึดใจหนึ่ง ดื่มด่ำกับความใกล้ชิด

                เขาผละออก– เสียดายที่ตนเองต้องทำเช่นนั้น– ยิ้มจาง ๆ ให้อีกฝ่าย

                พยายามนึกถึงอะไรเท่ ๆ ให้ตนเองพูด แต่ก็พูดได้แค่ “ยินดีต้อนรับกลับ ฉันคิดถึงนาย”

                จริงใจผิดปกติจนแม้แต่แจ็กเองยังประหลาดใจ เสียงของเขาแปร่งหูไปจากเดิม

                กาเบรียล.. ไม่ยักมีปฏิกิริยาเป็นพิเศษแฮะ แค่มองแจ็กแล้วบอก “เฮ้ แจ็ก ว่าไง”

                เจสซี่เดินเข้ามาหาเราสองคน และถ้าสายตาคนเราสามารถฆ่ากันได้ เจสซี่ แมคครี ก็มีขาข้างหนึ่งในหลุมศพ กล้ามากที่แทรกกลางระหว่างเราสองแล้วดึงกาเบรียลเข้าไปจูบ แค่จุมพิตเบา ๆ ของริมฝีปากทาบทับโดยไม่มีลิ้น อ้อยอิ่งอยู่ครู่หนึ่ง กาเบรียลอุทานเบา ๆ ตกใจ แต่ก็ไม่ได้ผลักเจสซี่ออก ปล่อยให้ตนเองถูกจูบและหลับตาลงชั่วครู่ ลืมแจ็กจากทัศนียภาพ

                พอเขาลืมตาขึ้น กาเบรียลมีสีหน้าที่ประหลาดมาก เขาดูอึ้งสุด ๆ กับความสนใจที่ตนเองได้รับ และ ถ้าแจ็กอ่านอารมณ์เขาไม่ผิด อาจจะรู้สึกแหยง ๆ ด้วยหน่อย ๆ สายตากลอกไปมาระหว่างแจ็กกับเจสซี่ เคี้ยวกระพุ้งแก้มตนเอง

                “นี่อะไรกันเนี่ย แฟนคลับมารับดาราที่สนามบินเรอะ” เขาเล่นมุกกลบเกลื่อน “ไม่มีงานทำกันรึยังไง หือ”

                “ผมอยู่ระหว่างรอภารกิจต่อไป” เจสซี่เสนอหน้าตอบ

                “ฉันไม่ได้เห็นหน้านายมาเกือบสามเดือน” แจ็กพูดทับมัน “ฉันก็ต้องมานายแน่นอนอยู่แล้ว”

                “ชัวร์…” กาเบรียลดูประหม่า ไม่ไว้วางใจกับท่าทีของแจ็ก หรือแม้กระทั่งเจสซี่ “เอ่อ ขอบใจ? มั้ง?”

                นั่นถึงจะเป็นตอนที่แจ็กสังเกตว่าบางอย่างเปลี่ยนไป รอย…เย็บ ตรงขมับกาเบรียล “เดี๋ยว..”

                กาเบรียลสะดุ้งเมื่อเขาเอื้อมมือไปลูบมัน แต่ก็ไม่ได้ผลักแจ็กออก ยังคงรักษามาดตนเองให้นิ่ง

                “ฉันนึกว่านายเป็นไข้หวัด? นี่ไปโดนมาจากไหน?”

                กาเบรียลปัดมือเขาออก “ไม่มีอะไร”

                “นายไม่ควรจะบาดเจ็บ– หมอสั่งห้ามนายลงภาคสนามไม่ใช่เหรอ–”

                “แจ็ก ฉันไม่ได้วิ่งท้องโย้ในสมรภูมิ มันเป็นอุบัติเหตุ ฉันล้ม” กาเบรียลเริ่มรำคาญ บูดบึ้งขึ้นมา ท่าทีที่แจ็กรู้จักเขาดีพอจนสามารถเชื่อมโยงมันเข้ากับการปิดบังความจริง แจ็กขมวดคิ้วมุ่น “เอาหัวลง แค่นั้นแหละ แต่ฉันปลอดภัยดี”

                มันฟังดูเหมือนคำโกหก แต่ “กาเบรียล นายไม่ควรจะมาล้มในสภาพนี้ มันอันตรายมากนะ!”

                “นี่นายท้องหรือฉันท้อง ฉันรู้น่ะว่าอะไรอันตรายไม่อันตราย”

                “เดินเหินระวังหน่อยสิ–”

                “ผมเห็นข่าว คุณล้มตอนลงจากอากาศยาน” เจสซี่พูด เมื่อไหร่มันจะหุบปากนะ

                แจ็กโอดครวญ “ไอ้ บันได–ประตู ของอากาศยานเรามันเป็นหายนะชัด ๆ ไม่รู้ออกแบบมากันยังไง–”

                “แจ็ก วิศวกรเขาไมได้ออกแบบยานมาสำหรับคนท้อง”

                “อย่างน้อยก็น่าจะมีบันได กะจะให้คนสไลด์ลงมารึยังไง ติ๊งต๊อง–”

                เจสซี่หลุดขำพรืดอยู่ข้าง ๆ

                “เชื่อเถอะ ถ้าเรามีงบประมาณมากพอ ฉันคงสั่งสร้างใหม่หมดแล้ว” กาเบรียลกลอกตา “ฉันสบายดี”

                “ฉันแค่เป็นห่วง”

                กาเบรียลทำหน้าเหมือนโดนแทง “อาฮะ”

                “ทำไมนายทำหน้าหยั่งงั้นวะ”

                “ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่นายห่วงฉัน?”

                แจ็กโดนแทงใจดำดังฉึก บางครั้งเขาก็ลืมนึกไปว่าตนเองใช้เวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมาไปกับการเมินกาเบรียล สร้างระยะห่างระหว่างเราที่เขานึกว่าสำคัญต่อการบังคับให้กาเบรียลจงรักภักดีต่อตนเอง มันเป็นสิ่งที่โง่ โง่ มาก

                “.. ตลอดเวลา เก๊บ” เขาพูดเสียงเบา

                กาเบรียลทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

                “ฉัน.. จะไปทำงานต่อล่ะ” เขาบ่ายเบี่ยง “ต้องตามล้างตามเช็ดจิบรอลธาร์อีก หยั่งกะวิกฤติออมนิครอบสอง..”

                “เดี๋ยว!” แจ็กรีบห้าม เหวี่ยงแขนออกไปคว้ากาเบรียลไว้ที่ข้อมือ ดึงเขามาหา

                อาจจะใช้แรงเยอะไปหน่อย กาเบรียลถึงกับเซ แต่ตั้งตัวได้ใหม่เมื่อหันมาถามเขา “อะไร?”

                แจ็กนึกไม่ออกว่าจะพูดอะไร

                ที่ผ่านมา เขาได้รับความสนใจของกาเบรียลอย่างง่ายดาย ไม่ต้องยกนิ้วขึ้นสักนิ้วก็ดูเหมือนจะได้ความรักจากกาเบรียลอยู่เสมอ และในตอนนี้ เมื่อเขาต้อง พยายาม เมื่อเขาต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อนและเรียกร้องเวลาจากกาเบรียล เขาดันไม่รู้จะทำอะไรดี หันไปหาเจสซี่ ก็เห็นมันมองเราสองคนอย่างใกล้ชิด และยักไหล่ให้แจ็กนิด ๆ เมื่อเขาขมวดคิ้วใส่มัน

                “นาย.. อยากทำอะไรด้วยกันหลังจากนี้ไหม?”

                กาเบรียลมองแจ็กเหมือนเขามีแขนงอกออกมาจากหน้าผาก “หา”

                โว้ย อยากทุบตนเอง นั่นมันคำขอประเภทไหนกันน่ะ หยั่งกะเด็กหนุ่มขอคนรักออกเดทหลังเลิกเรียน ทำท่าเหมือนเราสองคนไม่ใช่ผู้ใหญ่ ทหารที่มีชะตากรรมของทั้งโลกวางอยู่บนไหล่ มีงานต้องทำ หน้าที่สารพัดมากมายรอเราอยู่ แจ็กรู้ตัวว่าตนเองกำลังหน้าแดง ร้อนผ่าวไปถึงหู ส่วนเจสซี่ตอนนี้? หัวเราะเยาะเขาอย่างเปิดเผยและไม่คิดจะเก็บอาการ ไอ้เวร

                “ฉันแค่.. เราไม่ได้เจอกันตั้งสามเดือน” แจ็กเน้นย้ำตรงช่วงเวลาที่รู้สึกราวกับสามปีสำหรับเขา “บางที– ถ้านายว่าง เราอาจจะ เอ่อ คุยกันหน่อยว่าที่ผ่านมานายเป็นยังไงบ้าง เรื่องท้อง เรื่องภารกิจ– ทำอะไรสักอย่างที่นายอยากทำ”

                กาเบรียลลังเล “ไม่รู้สิ แจ็ก..”

                “เฮ้ ผมร่วมด้วยไหม” เจสซี่พูดขัด ณ จุดนั้น แจ็กอยู่ห่างจากการถีบมันแค่ห้าวินาที “ฟังดูน่าสนุก”

 

                กาเบรียลโล่งใจที่ได้ยินเช่นนั้น เขาคงไม่อยากอยู่สองต่อสอง รีบยิ้ม “โอ้ เอาสิ ฉันต้องสะสางงานก่อน พวกนายเองก็คงจะเหมือนกัน.. เจอกันคืนนี้ ที่ห้องฉัน? ฉันอยู่ดึกมากไม่ได้ แต่น่าจะมีเวลาพอสำหรับ.. คุย?”

                แจ็กต้องจับขาตนเองให้อยู่นิ่ง ๆ เลย เขม่นเจสซี่อยู่ด้วยหางตา “เยี่ยม ฟังดูดีนี่”

                “ผมจะรีบไปเลย ที่รัก” ดูมันเรียกกาเบรียล

                “เอ้อ อย่าเอาเหล้ามาล่ะ ฉันจะต่อยให้” กาเบรียลขู่ “เอ้า แยกย้าย ไปทำงานได้แล้ว”

                แจ็กถูกโจมตีด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนหลายอย่างที่ถาโถมเข้ามา หนึ่งเลยคือความเศร้าโศกเมื่อต้องมองแผ่นหลังของกาเบรียลเดินผ่านไป จากนั้น ความประหม่าสำหรับคืนนี้ และเสริมท้ายด้วยความโกรธเพราะเจสซี่จ้องก้นเก๊บอยู่

 




 

                เจสซี่ใช้เวลาช่วงบ่ายอยู่ในสนามยิงปืนเสียหมด แล้วพอหัวค่ำมาถึง เขาก็พบว่าตนเองประหม่า เขาไม่รู้ว่าตนเองควรจะคาดหวังถึง.. บรรยากาศแบบไหน มีแจ็กและกาเบรียลอยู่ในห้องพร้อมกัน สถานการณ์เดิมทีมันก็น่าอึดอัดมากพออยู่แล้วระหว่างเราสามคน หลังจากทุกสิ่งที่เจสซี่และแจ็กทำ นี่ยังไม่นับถึงความฉิบหายล่าสุด ที่เจสซี่เมินคู่ตนเองระหว่างเขาป่วยในโรงพยาบาลไม่ดูดำดูดี กาเบรียลดูไม่โกรธอะไรเขา แต่ อีกฝ่ายก็น่าจะเลืองชื่อเรื่องการซ่อนอารมณ์ไว้ภายใต้หน้ากากท่านผู้บัญชาการ มันยากจะบอกว่ากาเบรียลคิดอะไรอยู่จริง ๆ นี่ เป็นครั้งแรก (ไม่นับตอนที่เจสซี่น็อตเขา) ที่เจสซี่จะได้ใช้เวลากับคู่ตนเอง มัน.. น่าอึดอัดกว่าที่คิด เขารู้ว่าตนเองเป็นอัลฟ่าที่ห่วย– แย่กว่าที่ตนเองใฝ่ฝันว่าจะเป็น ทำอะไรก็ดูไม่ดีไปหมด

                เขาใช้เวลาอาบน้ำอาบท่าให้สะอาดสะอ้าน อยากจะให้ตนเองอยู่ในสภาพที่พอรับได้ ถอดหมวกเก็บไว้ที่ห้องและสวมชุดสบาย ๆ (แค่เสื้อเชิร์ตลายสก็อตและกางเกงขาสั้น) กะจะเล็มเคราให้ดูดีขึ้นด้วย แต่.. นี่มันไม่ใช่เดทสักกะหน่อย เขาคงไม่ต้องพยายามหนักขนาดนั้นมั้ง มันเป็นแค่การที่เจสซี่พยายามสอดแทรกระหว่างความเป็นส่วนตัวของแจ็กและกาเบรียล ทำตัวเป็นกว้างขวางคอระหว่างคู่ของเขาและอดีตถ่านไฟเก่าที่เจสซี่ ต้องยอมรับ แอบน้อยใจที่เขาไปสนใจเก๊บมากกว่าตนเอง

                แจ็กหลบหน้าเขามาหลายสัปดาห์แล้ว และนี่จะเป็นโอกาสแรกที่เขา– ถูกบังคับ– ให้ต้องอยู่ห้องเดียวกับเจสซี่

                หนีไม่ได้ ไปไหนไมได้ โวยวายไม่ได้ ไล่เจสซี่ไม่ได้

                มันอาจจะเป็นโอกาสที่เจสซี่สามารถพูดคุยกับแจ็กได้ ในที่สุด

                ให้เขาหันมาชายตาแลเจสซี่อีกครั้ง

                เจสซี่เอาขนมมาด้วย– รู้สึกหยาบคายถ้าจะไม่เอาอะไรติดมือมาเลย– และเคาะประตูห้องส่วนตัวท่านผู้บัญชาการพร้อมถุงพลาสติกเบ้อเร่อในมือ รอแป๊ปหนึ่ง ประตูก็เลื่อนเปิด ล็อกอากาศแน่นสนิทคลายออก กาเบรียลชะโงกหัวออกมา มองเจสซี่หัวจรดเท้า กาเบรียลอยู่ในเสื้อไหมพรมใส่สบายตัวใหญ่เบ้อเร่อที่ไม่รัดท้อง ตัวยาวคลุมลงมาถึงต้นขาจนเจสซี่มองไม่เห็นกางเกงขาสั้นที่เขาสวม เจสซี่แอบสงสัยว่าอะนาถักมันให้เขารึเปล่า กาเบรียลจ้องเขาใหญ่ มองถุงเท้าสลับสีที่เจสซี่ใส่ผิด

                เขายกถุงพลาสติกขึ้นเป็นการยื่นเครื่องสังเวย “ผมเอาขนมมา”

                กาเบรียลเม้มปาก “ฉันไม่ควรกินของจุบจิบ..”

                จากนั้นก็กระชากถุงไปจากมือกาเบรียล “อ้า ช่างแม่ง นายได้ช็อกโกแล็ตมาบ้างไหม”

                เจสซี่ขำ เดินเข้าห้องไป ประตูปิดตามหลัง มองกาเบรียลคุ้ยขนมในถุง “เยอะแยะ”

                “ขอบคุณสวรรค์”

                “ขอบคุณแค่ผมก็พอ คนดี”

                มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เจสซี่อยู่ในห้องกาเบรียล แต่ครั้งแรกที่เขามาถึง เจสซี่ไม่ทันได้สังเกตอะไรเลย มุ่งตรงไปที่เตียงของอีกฝ่ายเพื่อ.. นะ เขาไม่ทันได้สังเกตถึงความโอ่อ่าของมัน ไม่ทันได้ดูว่า จริง ๆ แล้ว ห้องกาเบรียลกว้างจนสามารถแยกออกเป็นสองห้องย่อยได้อีกที ห้องนั่งเล่นเล็ก ๆ ขนาดย่อมเปิดทางไปยังห้องนอนที่ใหญ่กว่า มันเป็นห้องนั่งเล่นที่ไม่มีอะไรมาก ชั้นวางของ จอทีวีในผนังที่ตอนนี้เปิดข่าวทิ้งไวอยู่ โซฟา (ซี่งแจ็กนั่งรออยู่แล้ว) โต๊ะกาแฟเตี้ย ๆ มันค่อนข้างจะรกด้วย เขาเห็นหนังสือที่อ่านค้างวางไม่เป็นที่ คว่ำอยู่ตามโต๊ะตามชั้น ที่คั่นไม่ใช้ เสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซักพาดอยู่ทุกที่ที่มันสามารถพาดได้

                มีของเล็ก ๆ กระจุกกระจิกเยอะมาก อย่างหัวกะโหลกปลอมที่ขนาดเท่าของจริง วางอยู่ตรงชั้น กระถางต้นไม้ที่ตายไปแล้วตรงมุมห้อง เหี่ยวแห้งจนเป็นสีน้ำตาล กรอบรูปศิลปะที่เจสซี่มองแล้วไม่เข้าใจ ประดับประดาผนัง

                “ขอโทษนะที่มันรกหน่อย” กาเบรียลพูด เดินไปนั่งบนโซฟาข้างแจ็ก ยังคงคุ้ยหาขนม “ฉันไม่ได้กลับมานาน”

                “เชื่อผมเถอะ สะอาดกว่าห้องผมเยอะเลย” เจสซี่ตอบอย่างสัตย์จริง เดินไปนั่งบ้าง

                แจ็กดูไม่พอใจเท่าไหร่ที่ตนเองถูกบังคับตำแหน่งให้นั่งอยู่ตรงกลาง ระหว่างเขากับกาเบรียล ร่างของพวกเราแทบจะยัดเยียดเบียดเสียดในโซฟาไม่ได้ เข่าของเจสซี่สัมผัสกับเข่าแจ็ก และแค่นั้นก็มากพอที่จะสร้างรอยยิ้มบนใบหน้า แจ็กสวมเสื้อกล้ามที่แสดงให้เห็นรูปร่างอย่างน่าเอร็ดอร่อย เขาวางข้างหนึ่งพาดหลังพนักพิงโซฟา แอบโอบกาเบรียลอยู่ และเจสซี่เห็นขนรักแร้สีทองที่– สำหรับรสนิยมเจสซี่– ดูดีมากสำหรับเขา กางเกงลายพรางที่เขาสวมนั้นเอวต่ำ ทำให้เจสซี่เห็นขอบกางเกงใน..

                กลืนน้ำลายอึกใหญ่ เจสซี่ละสายตาจากเขาไม่ได้ เขาช่าง.. หล่อเหลา

                ทำไมเขาต้องเกลียดเจสซี่ด้วยนะ

                “โอเค ฉันไม่รู้ว่าพวกนายอยากทำอะไรกัน แต่ฉันจะไม่นั่งเฉย ๆ แล้วคุยกันเรื่องผู้ชาย นี่ไม่ใช่ปาร์ตี้ชุดนอน” กาเบรียลกดรีโมตอยู่ เปิดแอพสตรีมหนังขึ้นมา “ฉันจะหาอะไรดู– ฉันไม่ได้ดูหนังมาสองปีแล้ว– และกินขนมจนลูกฉันเป็นเบาหวาน”

                “เราดูนักฆ่าหกปืนกันได้ไหม” เจสซี่เสนอ           

                กาเบรียลเบ้ปาก “ฉันไม่อยากดูหนังคาวบอย มันทำให้ฉันหลับ”

                อืม คนเราสมบูรณ์แบบกันไปหมดไม่ได้ทุกอย่างจริง ๆ แค่ฟังเจสซี่ก็เจ็บใจแปลบ “เอาจริงดิ”

                “นายอยากดูอะไร แจ็ก?”

                แจ็กเดาะลิ้น “ท็อป กัน”

                “โอเค รสนิยมห่วยแตก พวกแกทุกคน เราจะดูแคร์รี่”

                “แคร์รี่” แจ็กกับเจสซี่พูดพร้อมกัน

                “อะไร? หนังมันดี และ เกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ – สิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันในงานพรอมสมัยไฮสคูล”

                แจ็กขำ “พูดเป็นเล่น”

                “ไม่ มันเกิดขึ้นจริง ๆ “

                “นายโดนเทเลือดหมูใส่?”

                กาเบรียลแสยะยิ้ม “แล้วจากนั้นก็ฆ่าคนทั้งเมือง ใช่”

                นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในงานพรอมเรอะ เลือดหมู เจสซี่ไม่รู้หรอก เขาไม่ได้เรียน แต่ถ้านั่นเป็นเรื่องจริง เขาก็รู้สึกโชคดีที่ตนเองพลาดมัน กาเบรียลไล่หาหนังจนกระทั่งเจอ กดเริ่มเล่น แล้วจากนั้น สิ่งเดียวที่เจสซี่ได้ยินคือเสียงแกะห่อขนม

                กาเบรียลไม่ค่อยพูดอะไร เขาตั้งใจดูหนังจริง ๆ ระหว่างหม่ำขนม– มันน่ารักมาก– เจสซี่อดเอ็นดูเขาไม่ได้ รู้ว่าเขาคงจะยุ่งกับงานและทุกอย่างที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตจนไม่ได้สนุกกับสิ่งเล็ก ๆ ง่าย ๆ อย่างการดูหนัง แต่ที่เขาประหลาดใจคือ แจ็กเองก็ไม่ค่อยพูดเหมือนกัน เขานึกว่าแจ็กจะพูดมากกว่านี้ นึกว่าอีกฝ่ายจะอยากถามไถ่ถึงทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับกาเบรียล ชดเชยเวลาที่ห่างจากกัน แต่ดูเหมือนว่า เขามีความสุขเพียงแค่ได้อยู่ข้างกาเบรียล แล้วก็เอื้อมมือไปสัมผัสอีกฝ่ายมากมายจนมันน่าจะเลยคำว่าธรรมชาติของเพื่อน มือหนึ่งวางบนต้นขา หรือไม่ก็โอบไหล่ ลูบท้องกาเบรียลผ่านไหมพรมของเสื้อ

                และเมื่อเขาพูด เขาก็พูดด้วยเสียงกระซิบที่ ถึงแม้จะนั่งใกล้ชิด เจสซี่ก็ฟังไม่ได้ยิน ฟังออกแต่เสียงหัวเราะเบา ๆ ของกาเบรียลตอบกลับ ทั้งสองคนติดอยู่ในโลกของกันละกัน และมันช่าง.. น่าอิจฉา พวกเขาสื่อสารกันผ่านภาษากายได้อย่างเป็นธรรมชาติ และถึงแม้จะมีความประหม่าอยู่บ้าง– ทางด้านของกาเบรียล ความลังเลที่จะตอบรับความสนใจจากแจ็ก แต่ทั้งสองก็ยังคุยกันได้ มองตากันแทนที่จะมองหนัง ใบหน้าใกล้ชิดหายใจในอากาศเดียวกัน เจสซี่เห็นแล้วก็ใจหาย

                เป็นก้างขวางคอจริง ๆ เลย เขา กำลังอยู่ในเหตุการณ์ที่ควรจะเป็นเรื่องส่วนตัวของคนสองคน ถูกรับเชิญ แต่ก็เหมือนไม่ใช่ เขาขยับตัวไปมาบนโซฟาด้วยความอึดอัด หนังถูกลืมไปเลยเพราะตนเองมัวแต่มองความใกล้ชิดของทั้งสอง ตาละห้อย

                ตาของแจ็กสว่างไสวราวติดไฟเมื่อมองกาเบรียล เขาอยากถูกมองแบบนั้น บ้าง

                ได้แต่กัดริมฝีปากแล้วฝืนทนต่อไป

                เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ หนังผ่านไปนานมากเหมือนกัน นั่งอยู่ในความเงียบของห้องจนแทบจะสำลักบรรยากาศอันแสนน่าอึดอัดตาย จนกระทั่งเสียงพูดคุยมันเบาหายไป และเขาดันได้ยินเสียง… กรน?

                ชะโงกข้ามไหล่แจ็กไป เขาเห็นว่ากาเบรียลม่อยหลับ พิงศีรษะกับพนักโซฟาและเอนหลังหมดสภาพ เขาดูสงบสุข ยามหลับ ดูหนุ่มขึ้น ขนตาหนาประผิว เขาคงจะเหนื่อยจากงานทั้งวัน จากการเดินทางตั้งแต่จิบรอลธาร์ถึงซือริช เจสซี่ไม่โทษเขาหรอก แจ็กเองก็สังเกตแล้วว่ากาเบรียลหลับ และกำลังมองเขาด้วยสายตาอาดูร ลูบไหล่กาเบรียล กล่อมให้หลับ

                เจสซี่ใจเต้นตึก โอกาสของเขา

            ทันทีที่วางมือลงบนต้นขา แจ็กก็สะดุ้งเฮือกราวถูกเหล็กร้อน ๆ จี้ผิว “ทำบ้าอะไรของแก–”

                “ชู่” เจสซี่ยกนิ้วจรดริมฝีปากเขา “คุณคงไม่อยากให้กาเบรียลตื่นหรอกใช่ไหม”

                แจ็กกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แต่ก็ยอมเงียบ เหลือบตามองกาเบรียลด้วยความประหม่า เขายังหลับอยู่

                เจสซี่จึงโน้มเข้าไปจูบแจ็ก ใช้นิ้วจับคางเขาหันมาหา…

                เขาพบเจอกับการขัดขืนก่อนเลย เสียง อื้อ! และ อื้ม! ที่ถูกกลืนลงคอเพราะริมฝีปากของเจสซี่ทาบทับไม่ให้มันเล็ดรอดออกมา แจ็กยกมือขึ้นดันไหล่เขาออก ผลักเต็มแรง และเจสซี่ก็ถอยหลังตามแรงของเขา แต่ ราวกับแม่เหล็กดูดเข้าหาขั้วตรงข้าม เขาไม่ยอมแพ้แค่นั้น รุกรานพื้นที่ส่วนตัวอีกฝ่ายเข้าไปอีก คลานขึ้นไปบนตักแล้วกระชากคอเสื้อเขามาจูบ

                แจ็กกัดปากเขา อย่างแรง ริมฝีปากแตกและเลือดเจิ่งนองออกมาจนอาบคางเจสซี่ มันเจ็บจนเขาน้ำตาไหล และยอมถอยอกมาในที่สุด เขาพูดอะไรไม่ออก ได้แต่กระพริบตารัว ๆ ไล่น้ำตาที่ไม่เต็มใจให้หลั่งออกมา รสขมของเลือดคาวอยู่บนลิ้น เกาะเข้าไปในเคราของเขา นั่งอยู่บนตักแจ็ก เจ็บปากจนเจสซี่ได้แต่สะอึก เลียรอยกัดบนปากแล้วแสบแปลบ ร้องโอ้ย

                แจ็กขมวดคิ้วมุ่น ดูรำคาญเขามาก ๆ “ร้องไห้? ล้อกันเล่นรึเปล่า ฉันเคยเห็นแกโดนยิงแล้วไม่ร้องสักแอะ”

                เจสซี่ยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตา รู้สึกขายขี้หน้ามาก เขาพยายามเช็ดปากต่อ ถูแรงไปหน่อยและทำให้ตนเองเจ็บ

                แจ็กจิ๊ปาก ถอนหายใจ แล้วเอื้อมมาจับข้อมือเขา “ไม่ต้องร้อง มานี่มา”

                เขาถูกดึงเข้าไปจูบ ท่าทีที่ทำให้เจสซี่ประหลาดใจ บางทีแจ็กอาจจะเริ่มใจอ่อนกับเขา? เจสซี่หลับตาลง ปล่อยให้คราวนี้แจ็กเป็นฝ่ายนำบ้าง ลิ้นของเขาเลียผ่านรอยกัดบนริมฝีปากล่าง ดูดแผลไว้นานราวจะห้ามเลือด เจสซี่ครางกระเส่าในลำคอ โน้มเข้าไปหาแจ็กแนบชิดยิ่งกว่า มือของแจ็กยังจับข้อมือเขาไว้อยู่ นิ้วคลึงตรงชีพจรเป็นวงกลมราวจะปลอบโยนเขา มันเป็นจูบทื่อ่อนโยนผิดคาด หากไม่นับถึงรสของเลือดเมื่อแจ็กแทรกลิ้นเข้ามา หรือมืออีกข้างของเขาปาดเลือดจากคางเจสซี่

                หลังจากเวลาที่ผ่านไปราวชั่วนิรันดร์ แจ็กก็ผละออกก่อน เราสองคนสบตากัน แจ็กดู.. เหม่อลอย เหมือนเขาลืมตัวไปชั่วครู่ เมื่อกี้นี้ ไม่แน่ใจว่าตนเองทำอะไรลงไป เขาปล่อยมือจากเจสซี่ ในที่สุด เชื่องช้าและลังเล ไม่มีความโกรธในท่าทาง

                “…เราจะทำอย่างนี้ไมได้” แจ็กพูดเบา เสียงเป็นแค่กระซิบ สายตายังล่อกแล่กหันไปมองกาเบรียลที่หลับไม่รู้เรื่องอยู่ข้าง ๆ  “ฉันทำ– ฉันทำแบบนี้ไม่ได้อีก ให้ตายสิ เจสซี่ เขานอนอยู่ข้างเรา นายคิดบ้าอะไรของนายอยู่?”

                “ได้โปรด” เจสซี่วิงวอนแล้วคราวนี้ มาดอัลฟ่าถูกโยนออกนอกหน้าต่าง เขาก้มหัวลงเพื่อที่จะได้จูบแจ็กบนซอกคอ ถูเคราของเขาเข้ากับผิวบอบบางตรงนั้น “หวานใจ ผมทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากคิดถึงคุณ ผมต้องการคุณ…”

                ลมหายใจของแจ็กสะดุด เสียงครางหลุดจากปากเมื่อเจสซี่เริ่มกัดตามผิวเขา “กะโหลกแกหนาแค่ไหนถึงได้ไม่เข้าใจคำว่าไม่? อย่าทำตัวเป็นเด็ก ๆ น่ะ ฉันไม่สนว่านายจะตกหลุมรักฉันหรืออะไรก็ตามแต่ ฉันไม่คิดอย่างนั้นกับนาย”

                “แล้วคุณจูบผมทำไม?”

                แจ็กสะอึก

                “ผมขอโทษ” เจสซี่กระซิบตรงซอกคอเขา พรมจุมพิตเป็นทางยาวขึ้นหาลูกกระเดือก “ผมรู้ว่าผมคงดูเห็นแก่ตัว มาก ผมรู้ว่าผมทำทุกอย่างพังระเนระนาด แต่พอผมคิดถึงคุณทีไร.. มันเหมือนผมเสียสตินิด ๆ ที่รัก ผมทำอะไรไม่ถูก ต้องการคุณ..”

                เจสซี่โดนเหวี่ยงออกจากตักแจ็ก หน้าคว่ำเข้ากับอีกฝั่งของโซฟา ใช้มือจับพนักพิงเอาไว้แทบไม่ทัน

                เอ่อ บอกตามตรงนะ เจสซี่โคตรกลัวเลย เขานึกว่าตนเองจะโดนกระทืบปางตายข้อหาไม่รู้จักคำว่าไม่และคุกคามท่านหัวหน้า คือ เขาหลับตาเตรียมรอตีนเรียบร้อยแล้ว ณ จุดนั้น มันเลยทำให้เจสซี่ไม่ได้ตกใจอย่างเดียวเท่านั้น เขาผวาเลยล่ะเมื่อรู้สึกถึงมือของแจ็กจับลงตรงสะโพก นิ้วของเขา ดึงกางเกงเจสซี่ลง ไม่สนว่าเจสซี่จะเริ่มสะดุ้งและดิ้นแด่ว ๆ อยู่ใต้มือเขา

                “เดี๋ยว– บอส– เฮ้ย–”

                “ต้องการฉันไม่ใช่เหรอ?” แจ็กโน้มเข้ามากระซิบข้างหู “ก็กำลังจะจัดให้นายอยู่นี่ไง”

                เจสซี่พยายามดิ้นให้หลุด แต่จะไปสู้อะไรแรงซุปเปอร์โซลเยอร์ได้ “ผมไม่ได้หมายถึงแบบนี้!”

                กางเกงของเขาถูกดึงลงไปติดอยู่ที่เข่า แจ็กถอนหายใจ “ไม่ใส่กางเกงใน? เอาจริงเหรอ?”

                เขาควรจะกลัว แต่ดันรู้สึกเขินขึ้นมา หน้าแดง “มัน.. เย็นดี?”

                ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าแจ็กกำลังกลอกตา ระอา มือของเขาลดลงมาดึงแก้มก้นเจสซี่ออก และเจสซี่ตาย วิญญาณออกปากเพราะความน่าอับอายของสถานการณ์ตอนนี้ ลาก่อนโลก ยินดีเหลือเกินที่ได้ใช้ชีวิตมาถึงจุดนี้ ถึงแม้จะสั้น

                แจ็กหัวเราะ เสียงลึกต่ำในลำคอ “เออ บางทีแบบนี้ นายอาจจะได้หายเหิมเกริมซะบ้าง”

                เจสซี่เหลือบตาไปมองอีกฟากของโซฟา และกาเบรียลก็ยังคง.. หลับ โอ้พระเจ้า ไม่รู้เลยว่าเขาอยากให้กาเบรียลตื่นรึเปล่า บางทีถ้าเขาตื่นเขาอาจจะช่วยเจสซี่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเขาตื่น เราสองคนฉิบหายตายห่ากันแน่ ๆ

                เขากรนด้วย ประเสริฐ

                นิ้วชี้ลากลงผ่านร่องก้นเจสซี่ ทำให้สะโพกของเขากระตุกเด้งด้วยความตกใจ “ผม ผมไม่เคย–”

                “ตอนแกเอาฉัน ฉันก็ไม่เคย”

                เจสซี่ชะงัก “จริงดิ? ผมเป็นครั้งแรกของคุณ?”

                ทำไมใจเขาถึงพองโตด้วยความดีใจในสถานการณ์อย่างนี้ฟะ

                “จริง” แจ็กตอบอย่างสบาย ๆ “และฉันก็จะเป็นครั้งแรกของนาย”

                พูดจบเขาก็ถ่มน้ำลายลงบนรูเจสซี่ ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่หยาบคายที่สุดที่มีคนเคยทำกับเขา และเขาโตมากับเดดล็อกนะ

                “อย่างน้อยก็หาหล่อลื่นมาให้ผมหน่อยดิ” เจสซี่ขอล่ะ

                “ไม่” แจ็กตอบทันที ใช้นิ้วโป้งลูบน้ำลายตนเองวน ๆ ตรงนั้น “นายไม่สมควรได้รับมัน”

                แจ็กถ่มน้ำลายลงมาเพิ่มอีก ใช้นิ้วถูพยายามแทรกนิ้วเข้ามา และมันจะไปพอได้ยังไง แค่น้ำลายไม่ช่วยเกื้อหนุนเปิดทางให้นิ้วของเขาเลยแม้แต่น้อย และเจสซี่เป็นอัลฟ่า เขาไม่มีหล่อลื่นธรรมชาติ ร่างกายไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อสิ่งนี้ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าแจ็กเลิกล้มความพยายาม ตอนนี้น้ำลายเปียกชุ่มตรงร่องของเขาจนได้ยินเสียงเปียกแฉะกระด้างหู

                เมื่อนิ้วแรกแทรกตัวเข้ามา มันทั้งเจ็บทั้งแสบเสียจนเจสซี่อุทานลั่น สบถหาพ่อหาแม่–

                แจ็กหยุดนิ้วคาไว้ ไม่ขยับต่อ แต่อีกมือบีบสะโพกเขาแรงจนน่าจะทิ้งรอย “นายอยากให้เขาตื่นรึไง? เงียบ!

                เจสซี่หันไปมองกาเบรียลหน้าตาตื่น แต่ โอเค เขายังหลับไม่รู้เรื่อง ว้าว นี่เป็นความคิดที่แย่มาก การมีชู้เมื่อคู่ของคุณนั่งอยู่ข้าง ๆ เลย คือ ไอ้ตอนแรกที่เขาจูบแจ็กและกระโจนขึ้นตักอีกฝ่าย มันฟังดูเป็นความคิดที่ดี ตัวเลือกเดียวที่เขามีอยู่ แต่พอตนเองโดนบ้าง ชักจะเข้าใจแล้วว่ามันแย่แค่ไหน ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาเลยจริง ๆ โอ้ คุณพระ แจ็กขยับนิ้วอีกแล้ว…

                เขาต้องยกข้อนิ้วขึ้นมากัดไม่ให้ตนเองร้อง ชักสงสัยว่าตอนเขาทำ แจ็กเจ็บบ้างรึเปล่า

                นี่เขากำลังโดนเอาคืนใช่ไหมเนี่ย

                ฮ่า เอาคืน

                โว้ย ตลกตาย

                “แน่น…” แจ็กกระซิบใต้ลมหายใจ แล้วกดนิ้วลงมาตรง–

                –แม่งเอ้ย! เจสซี่กัดลงบนนิ้วตนเองแรงจนน่าจะเป็นแผล กลั้นเสียงร้องเอาไว้ทันพอดี กระแสไฟฟ้าสถิตของความเสียวซ่านแล่นผ่านร่างเขาขึ้นมาทันทีทันใด นิ้วเท้าคดงอ เข่าทิ้งน้ำหนักกดลงบนเบาะโซฟา ดวงตาเบิกโพลงกับความรู้สึกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลยในชีวิต น้ำตาไหลอาบแก้มเป็นปฏิกิริยาตอบสนอง นิ้วของแจ็กวนอยู่แต่กับจุดนั้น ซ้ำ ๆ …

                “บะ.. บอส..”

                อีกนิ้วหนึ่งสอดเข้ามา ฉวยจังหวะตอนที่เขาเผลอเลิกเกร็ง แจ็กแยกนิ้วเป็นกรรไกร บังคับให้เขาขยายออกรับ–

                กาเบรียลขยับ

            แจ็กหยุด เจสซี่หยุด เราสองคนชะงักค้างอยู่ในท่าที่แย่ที่สุดเท่าที่คู่ของคุณจะเห็นได้ ความหวาดกลัวกัดกินเจสซี่เสียเลยตรงนั้น (แต่เขายัง.. แข็ง.. บ้าบออะไรวะ หลั่งออกมาตามง่ามขา…) กาเบรียลไม่ได้ลืมตา? เหมือนยังกึ่งหลับกึ่งตื่น เขาขยับตัวนิดหน่อยบนโซฟา ยกมือขึ้นมานวดคอตนเองแล้วหันหน้าไปอีกทางหนึ่ง หาท่านอนใหม่ที่สบายกว่า

                รอสักครู่เสียงกรนที่คุ้นเคยก็กลับมาเป็นจังหวะ แจ็กถอนหายใจโล่งอก ดึงนิ้วตนเองออก

                เข่าข้างหนึ่งของแจ็กทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างตัวเขา เป็นที่ตั้งหลักให้เขาโน้มเข้าใกล้ อกของเขาแนบชิดกับแผ่นหลังเจสซี่ และ.. อือฮึ นั่นไม่ใช่นิ้วแน่ ๆ ที่ลากอยู่ตรงร่องก้นเขา เจสซี่หลับตาลง เคี้ยวนิ้วตนเองเตรียมรอความเจ็บปวด          

                มันไม่เจ็บมากเท่ากับที่มันแสบ? ความรู้สึกเหมือนปริเป็นสองซีก และแจ็กไม่ได้ใหญ่ด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับเขา

                เจสซี่ไม่รู้ตัวว่าเขากำลังสะอื้นอยู่จนกระทั่งแจ็กเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาเช็ดหน้าเขา “ไม่เอา ไม่ร้อง”

                “เจ็บ.. เจ็บอ่ะ บอส เจ็บ–”

                “ชู่ เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น ฉันจะทำช้า ๆ โอเคนะ?”

                มันงี่เง่าที่จะยอมรับ แต่เจสซี่แอบชอบที่แจ็กกำลัง..อ่อนโยนกับเขา เขาไม่ได้กำลังต่อยหน้าเจสซี่ ไม่ได้กำลังเมินเขา ไม่ได้กำลังด่าว่าเขาทำทุกอย่างพังเละเทะ (อย่างเช่นที่กำลังอยู่) เขาหยุดอย่างที่เขาบอก ใช้เวลารอให้เจสซี่คุ้นชินกับขนาดในร่าง มือเลื่อนขึ้นมาลูบผมเขาในแบบที่เกือบจะเรียกได้ว่ารักใคร่ เจสซี่หายใจเข้า หายใจออก กล่อมให้ตนเองผ่อนคลาย

                หลังจากเวลาผ่านไปสักพัก เขาก็บอก “โอเค ผมว่าผมไหวแล้ว”

                แจ็กเริ่มขยับ

                นี่ห่างจากครั้งแรกที่เขาจินตนาการเอาไว้มาก เอาเข้าจริง เขาแทบจะไม่เคยจินตนาการเลยว่าตนเองจะต้องมาเป็นฝ่ายรับ ก็เขาเป็นอัลฟ่านี่นา แต่บางครั้ง ยามที่สมองต้องการภาพจินตนาการที่แหวกแนวหน่อย เขาจะนึกถึงโอเมก้าร่างบอบบางอรชรอ้อนแอ้นที่เจสซี่ยอมให้รุกเขา และมันช่างหอมหวาน ในจินตนาการของเขา ทุกอย่างเชื่องช้าและสวยหรู

                จังหวะสั้นห้วน ฝืดเคือง ของแจ็ก ไม่ใช่อย่างที่เขาจินตนาการไว้เลยแม้แต่น้อย เจสซี่ตัวคลอนตามการกระแทกของแจ็ก ถูกดันไปข้างหน้าจนตัวแนบชิดกับพนักพิงของโซฟา ลมหายใจร้อนผ่าวดังอยู่ข้างหู แจ็กหอบใหญ่ หายใจหืดหาด

                แจ็กถอนตัวออกจนเกือบหมด แล้วสอดตัวเข้ามาใหม่อย่างเชื่องช้าจนสุด–  

                เราสองคนกลั้นเสียงครางเอาไว้แทบไม่ทัน

                มันเจ็บ แล้วก็ออกจะอึดอัด ทั้งสองคำบรรยายยังถือว่าน้อยไปเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็ยังรู้สึกดีอยู่บ้าง ถึงแม้จะน้อย เมื่อแจ็กขยับแล้วกระแทกเข้ามาถูกจุด เสียดสีเข้ากับจุดอ่อนไหวภายในร่างเจสซี่ และที่สำคัญกว่านั้น เขาชอบความอ่อนโยนของแจ็ก ชอบที่อีกฝ่ายกำลังพรมจูบตรงท้ายทอยเขา หยั่งกะอัลฟ่าจะกัดโอเมก้า นิ้วของแจ็กจับเอวเจสซี่ไว้มั่น..

                มันช่าง..ดี ณ จุดนี้ เจสซี่รู้แล้วว่าเขาไร้หนทางเยียวยา ต้องการความสนใจจากชายคนนี้ไมว่าจะในรูปแบบไหน

                มือหยาบของแจ็กลดลงมาตรงหว่างขา สัมผัสเขา ดึงหนังหุ้มเจสซี่ลงตามการขยับของข้อมือ

                แจ็กได้ยินเสียงเขากลั้นคราง กระซิบถามว่า “ชอบไหม?”

                เจสซี่กระดกสะโพกรับจังหวะเมื่ออีกฝ่ายกระแทกเข้ามาอีกครั้ง ตอบกลับว่า “ชอบ!

                แจ็กหัวเราะ– ให้ตาย แจ็กน่าจะชอบมากกว่าที่เจสซี่ชอบเสียอีก มันน่าจะเข้าแนวเขาเลยนะ สามารถพิชิตอัลฟ่าให้สยบแก่ตนเองได้เนี่ย มันทำให้เจสซี่นึกย้อนไปถึงวันนั้น ในห้องทำงาน เหตุการณ์ที่จุดชนวนทุกสิ่ง ปกติ ความพยายามจะข่มอัลฟ่าของเบต้ารายนี้ จะทำให้เจสซี่พยายามเอาคืนอย่างร้ายแรงยิ่งกว่า แต่คราวนี้ เจสซี่ไม่ได้โกรธอะไรเขา ไม่ได้ต้องการจะเอาชนะ แข่งขันอะไรกับเขาแล้ว แค่อยากจะให้แจ็กกระแทกเข้ามา– อย่างนั้น!– อีก เจสซี่เมินความเจ็บปวด– ชักจะชอบมัน

                อีกมือหนึ่งของแจ็กยังไม่หยุดขยับ ช่วยเจสซี่ให้ถึงฝั่งด้วยการชักขึ้นลง ในมืออุ่น ๆ ที่รัดแน่นกำลังดี…

                เจสซี่ไม่แน่ใจว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ มันรู้สึกเหมือนเป็นชั่วโมง ทุกวินาทีแสนหอมหวานและเขาไม่อยากจะให้มันจบ แต่แจ็กหายใจหอบหนัก จังหวะของเขาสั้นห้วนขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่เป็นจังหวะอีกต่อไป และในที่สุด เขาก็หยุด ดันเข้ามาจนสุดและสำเร็จความใคร่หลั่งเข้ามาในร่างเจสซี่ เขาแช่ไว้อย่างนั้น รอจนทุกหยด ถึงจะค่อย ๆ ถอนตัวออก

                เจสซี่ยังไม่เสร็จ แต่แจ็กก็ยังไม่หยุดมือที่ช่วยเขา กะจะให้เจสซี่เสร็จให้ได้ ไม่ทางนั้นก็ทางนี้

                “ผมรักคุณ” เจสซี่โพล่งออกไป หลั่งออกมาบนมือแจ็กจนเปียกชุ่ม แต่ก็ยังไม่ถึงจุดสุดยอดเสียที “รัก–”

                แจ็กถอนหายใจ “อย่าพูดอย่างนั้น”

                “บอส–”

                “จะเสร็จรึยัง?”

                “ใกล้–” เจสซี่สำลัก “ใกล้แล้วครับ”

                แจ็กฮัม เร่งมือเขาเร็วขึ้นหน่อย “เร็ว เสร็จให้ฉัน”

                และเจสซี่ทำตาม สะโพกกระตุกเฮือกตามทุกระลอกที่เขาหลั่งใส่มือแจ็ก ขาของเขาสั่นผับ ๆ และมือข้างที่เกาะโซฟาอยู่ก็จิกลงบนเบาะแน่นจนเขานิ้วเป็นสีขาวซีด เมื่อในที่สุด เขาลงมาจุดสุดยอด เจสซี่ถึงกับรู้สึกตัวลอย

                มือเหนียว ๆ ของแจ็กขึ้นมาอยู่ตรงปากเขา เป็นการสั่งให้ทำความสะอาด

                เจสซี่ทั้งเลียทั้งดูด ทำความสะอาดตามร่องนิ้วและฝ่ามือของแจ็กอย่าว่าง่าย

                เรา.. เอ่อ ค้างอยู่ในท่านั้นสักพัก เจสซี่ยังพาดทับอยู่บนโซฟา ร่างของแจ็กคร่อมหลังเขา เราสองคนพยายามรวบรวมหายใจ.. และสติ แจ็กผละออกไปในที่สุด สวมกางเกงตนเองเป็นปกติ และเจสซี่ก็เลยทำบ้าง เปลี่ยนมาเป็นนั่งบนโซฟา

                แจ็กชี้ไปทางกาเบรียล “เราต้องทำอะไรสักอย่าง”

                เจสซี่สะดุ้งเฮือก เขาลืมนึกไปเลย กาเบรียลยังหลับอยู่ คุณพระ ระเบิดลงข้างหูเขา เขาก็คงจะยังหลับ

                “เขาหลับลึกดีเนอะ” เจสซี่พึมพำ เกือบจะเป็นห่วง ถ้ากาเบรียลยังไม่กรนอยู่

                “ปกติเขาตื่นง่ายมากนะ” แจ็กบอก “สงสัยจะเหนื่อยมาก”

                เจสซี่เหลือบมองดูทีวี หนังจบไปนานแล้ว ถูกลืมเสียสนิท

                “อุ้มเขาไปที่เตียง?”

                แจ็กพยักหน้า และเป็นฝ่ายอุ้มกาเบรียลขึ้นเอง มันน่าทึ่งมากเลยนะ คือ เจสซี่ไม่คิดว่าเขาจะมีปัญญาอุ้มคนท้อง แต่แรงเหนือมนุษย์ที่แจ็กได้มาจากเซรุ่มซุปเปอร์โซลเยอร์ ช่วยให้เขายกกาเบรียลในท่าเจ้าสาวได้สบาย ๆ อุ้มเขาไปในห้องนอน

                ในอดีต ถ้าคุณบอกว่าแจ็กรักกาเบรียลมากไปกว่าฐานะเพื่อน เขาคงไม่เชื่อ เจสซี่ถึงได้ประหลาดใจนักไงตอนแจ็กบอกว่าเขาเป็นคู่ของกาเบรียล เพราะมันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยเมื่อดูจากความสัมพันธ์ของทั้งสอง แต่ มองเขาตอนนี้ คุณสามารถบอกได้ทันทีว่าเขารักกาเบรียล มองเขาวางร่างกาเบรียลลงบนเตียงในท่าตะแคงอย่างทะนุถนอม ค่อย ๆ ดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงอก ระมัดระวังไม่ให้เขาตื่น มือลูบรอยเย็บตรงขมับ และโน้มเข้าไปจูบมัน เจสซี่ได้ยินเสียง จุ๊บ เบา ๆ เห็นแจ็กยิ้มเหนือผิวกาเบรียล

                “…คุณรักเขา” เจสซี่พึมพำ เกลียดที่ แค่ฟังเสียง ก็บอกได้เลยว่าเขาน้อยใจ

                แจ็กถอนหายใจ

                “ฉันเสียเวลาไปนานมากกับการพยายามเป็นสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น” เขาพูด ยังไม่ละสายตาไปจากกาเบรียล “และมันทำให้ฉันเสียเขาไป ฉันโทษว่ามันเป็นความผิดนาย ใช่ แต่เอาเข้าจริง ฉันว่าฉันก็ทำตัวเองเองด้วย มีส่วนร่วมไม่น้อยไปกว่ากัน”

                เจสซี่เอียงคอ “คุณเข้าหาผมก่อน”

                แจ็กยักไหล่           

                “..คุณเสียใจรึเปล่าที่เรา..” เขาเม้มริมฝีปาก “ที่เมื่อกี้เรา..”

                “ฉันเสียใจหลายเรื่อง”

                “แล้วทำไมคุณถึง..”

                แจ็กเงยหน้าขึ้นมามองเขาในที่สุด ดวงตาสีฟ้าร้าวราน “นายไม่ใช่คนเดียวที่ควบคุมตนเองไม่ได้”

                เขาเดินเข้ามาหาเจสซี่ สองมือประคองใบหน้าแล้วดึงเจสซี่เข้าไปจูบ มันเป็นรอยจูบที่อ้อยอิ่งและอ่อนหวาน รสชาติเหมือนบาปบนลิ้นเจสซี่ เขาเกือบจะอยากกระดกขาขึ้นข้างหนึ่งแบบสาววัยใสในภาพยนตร์เมื่อถูกหนุ่มหล่อจูบ มันวิเศษขนาดนั้น และทั้งหมดนี้เขารู้ว่าเขาจะไม่มีวันหาได้จากชายคนอื่น แค่เบต้าหนุ่มคนนี้เท่านั้น คนที่ทำให้เจสซี่เสียการควบคุม

                แจ็กผละออก ลากเสียงครางจากคอเจสซี่ไปด้วย พึมพำ เขาพูดว่า “ฉันจะไม่เสียกาเบรียลไปอีกรอบ”

                “โอเค..”

                “เขาจะรู้ไม่ได้ เข้าใจใช่ไหม ว่าเรา…”

                เจสซี่พยักหน้ารัว ๆ

                “แล้วอย่าเข้าใจผิดว่าฉันตกหลุมรักนาย นี่ไม่ใช่หนังน้ำเน่า อย่างมากฉันก็แค่ทนนาย”

                นั่นทำให้เขายิ้มกว้าง “ครับผม”            

                แจ็กตบแก้มเขาเบา ๆ สองสามทีแล้วเป็นฝ่ายเดินสวนออกไปจากห้องก่อน ไหล่ของเราสองคนแตะกัน

                เจสซี่ยืนงั่งอยู่ในห้องนอนกาเบรียลพักหนึ่ง ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะไปเลยตอนนี้ดีไหม จะอธิบายกับเพื่อนร่วมห้องยังไงนะว่าเขาหายไปไหนมา เขาได้ยินเสียงประตูเลื่อนปิด แจ็กออกไปข้างนอกแล้ว แต่เขาก็ยังคงอยู่ตรงนี้ มองคู่ตนเองด้วยความรู้สึกผิด ทำไมทุกอย่างถึงต้องยุ่งเหยิงขนาดนี้ด้วยวะ ทำไมมันถึงง่าย ๆ สบายๆ เหมือนกับคู่อื่น ๆ เขาไม่ได้

                …

                นั่นกาเบรียลขยับอยู่เรอะ

                มันเล็กน้อยมากจนตอนแรกเจสซี่ หรือแจ็ก ไม่ทันได้สังเกต แต่กาเบรียลขยับอยู่ บิดไหล่ไปมาในท่านอนของเขา หนังตาเหมือนจะกระตุก ริมฝีปากบิดเบี้ยว เขากำลังพึมพำอะไรสักอย่าง เจสซี่ฟังไม่ค่อยได้ศัพท์เหมือนกัน แต่ท่าทางของโอเมก้าหนุ่มชวนให้เจสซี่คิดว่าเขากำลังฝันร้าย เสียงร้องของเขาชัดขึ้นมาหน่อย แล้ว และมันเป็นเสียงโอดครวญอย่างชัดเจน

                “อัลฟ่า” เป็นคำแรกที่เขาละเมอโพล่งออกมา “อัลฟ่า.. อัลฟ่า..”

            “เฮ้” เจสซี่วางมือบนไหล่เขา เขย่ากาเบรียลให้ตื่น “เฮ้ ที่รัก”

                กาเบรียลลืมตาโพลง หายใจออกมาเฮือกใหญ่

                “โอ้” เขามองหน้าเจสซี่ กระพริบตาปริบ ๆ “ฉัน.. ฝัน”

                “ฝันร้าย?”

                กาเบรียลไม่ได้คำตอบ “เดี๋ยว นี่ฉันเผลอหลับเหรอ”

                เจสซี่พยักหน้า “บอสอุ้มคุณเข้ามาในห้องนอน”

                กาเบรียลโอดครวญ ยกสองมือขึ้นลูบหน้า “โอ้ ให้ตาย เขาผิดหวังแย่เลยสิ”

                “เพราะ..?”

                กาเบรียลลดมือลงจากใบหน้า มีแต่ความกังวลแสดงให้เจสซี่เห็น “ก็ เขาดูตื่นเต้นมากที่จะได้ใช้เวลากับฉัน– เราไม่ได้ทำอะไรแบบปกติชนด้วยกันมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว แต่ฉันดันหลับใส่เฉยเลย เผลอ ๆ จะโกรธฉันตาย”

                เจสซี่หวังว่าสีหน้าเหยเกของเขาจะไม่เป็นพิรุธ “ผมว่าเขาไม่โกรธคุณหรอก”

                “ก็หวังว่าอย่างนั้น” กาเบรียลถอนหายใจ “จะบ้าตาย กินแล้วนอน ฉันรู้สึกอืดเป็นพะยูนเลย”

                “กาเบรียล” เจสซี่ลังเลที่จะถาม แต่ “คุณโอเครึเปล่า ที่รัก”

                “เหมือนกรดไหลย้อน แต่ก็โอเคนะ”

                “ไม่ใช่อย่างนั้น” เขายิ้มกับคำตอบอีกฝ่าย “ผมหมายถึง โดยรวมน่ะ”

                กาเบรียลขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไง?”

                “ก็.. คุณอยู่คนเดียวมาตลอดสองสามเดือนที่ผ่านมา นั่นต้องแย่มาก ๆ เลยใช่ไหม” เจสซี่พูดแล้วก็มวนท้อง “ผมขอโทษนะ ผมคงจะอยู่กับคุณ ถ้าผมทำได้ ผมรู้ว่านั่นเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น แต่ผมติดอยู่กับภารกิจ ช่วงนั้นผม–”

                “เฮ้ ฉันเข้าใจ นายไม่ต้องอธิบายเรื่องงานกับฉัน” กาเบรียลโบกมือปัด “ถ้าฉันต้องออกคำสั่ง ฉันก็คงสั่งให้นายไปปฏิบัติภารกิจก่อน เชื่อเถอะ จะไม่มีใครเห็นด้วยกับนายเรื่องการเลือกหน้าที่ก่อนชีวิตส่วนตัวไปมากกว่าฉันอีกแล้ว”

                “ผมสัญญาว่าจะโทรหาคุณ แต่ก็ไม่ได้โทร” เจสซี่พึมพำ “ผมขอโทษจริง ๆ “

                “นายยุ่ง มันเป็นเรื่องช่วยกันไม่ได้”

                เออ.. แต่เจสซี่ไมได้ยุ่ง.. เขาจงใจเมินกาเบรียล…

                “เฮ้ เจสซี่” กาเบรียลดีดนิ้วเรียกสติเขาดังเป๊าะ ให้หันหน้ามอง “ฉันไม่ใช่โอเมก้าแบบนั้น ฉันไม่ต้องการความสนใจจากอัลฟ่ายี่สิบสี่ชั่วโมง เจ็ดวัน– นายไม่ต้องห่วง ฉันดูแลตนเองได้ ฉันทำแบบนั้นมาตลอดทั้งชีวิต”

                และเจสซี่เชื่อเขา “ผมรู้ คุณแค่ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น ในเมื่อคุณมีคู่ อัลฟ่าที่สามารถ– ควรดูแลคุณได้”

                “ก็.. ฉันคงจะไม่ปฏิเสธถ้านายจะประคบประหงมฉัน” กาเบรียลเล่นมุกกลบเกลื่อน ขำใหญ่

                แต่เจสซี่ไม่ขำตาม ยืนหางลู่หูตก “ผมเป็นอัลฟ่าที่แย่มากเลย ผมขอโทษนะ ที่รัก”

                ทุกวันนี้ ดูเหมือนเจสซี่ทำได้อย่างเดียวคือขอโทษ

                “เจสซี่ นายไม่ใช่อัลฟ่าที่แย่ ไม่เอาน่า” กาเบรียลพยายามปลอบ “อ้า ให้ตาย ต้องทำยังไงนายถึงจะรู้สึกดีขึ้น?”

                เจสซี่หูผึ่ง “มีอะไรที่ผมทำเพื่อคุณได้ไหม? สักอย่าง? ผมอยากจะชดเชยให้คุณ ถ้าผมทำได้”                      

                “ก็…” กาเบรียลขมวดคิ้วคิดอยู่ครู่ “นอนกับฉันคืนนี้? คงจะดีถ้ามีคนช่วยฉันถ้าฉันฝันร้ายอีก”

                “โอเค” เจสซี่ตอบกลับทันที คลานขึ้นเตียงกว้างเคียงข้างกาเบรียล “ผมไม่ได้อยากกลับห้องอยู่แล้ว”

                กาเบรียลไม่ได้ตอบอะไร แค่ฮัม เจสซี่คิดว่าเขาน่าจะกำลังม่อยหลับอีกรอบ

                “หวานใจ?” เจสซี่ทัก เปลี่ยนท่าเป็นนอนตะแคงเพื่อที่จะได้มองหน้ากาเบรียล

                “หืม?”

                “ผมรักคุณนะ”

                เจสซี่โกหก

                เขาแค่คิดว่ากาเบรียลอยากจะได้ยิน สมควรที่จะได้ยินใครบอกว่ารักเขา

                “..ว้าว” เสียงของกาเบรียลปราศจากลมหายใจ “ไม่นึกว่าจะรีบบอกฉันเร็วขนาดนี้”

                เจสซี่ขมวดคิ้ว มันก็ผ่านมาตั้งห้าเดือนแล้วนะ “เร็ว?”

                “เราเป็นคู่กันมาไม่กี่เดือนเอง เจสซี่” กาเบรียลยกมือขึ้นมาบีบจมูกเขา “ฉันพูดตอบไม่ได้นะ”

                เจสซี่เบะปากที่ถูกเล่นด้วยเหมือนเด็ก ๆ กาเบรียลเห็นแล้วหัวเราะใหญ่ “ไม่เป็นไร ยังไม่ต้องตอบก็ได้”

                “แต่ฉันบอกอะไรได้อย่างหนึ่ง”

                “ซึ่งก็คือ..?”

                “ไม่ใช่การบอกรักเสียทีเดียว แต่” กาเบรียลโน้มเข้ามาใกล้ “ฉันชอบนายมากนะ”

                เจสซี่ยิ้ม “อ๊าว..”

                “ฝันดี เจสซี่”

                “ราตรีสวัสดิ์ครับ ทูนหัว”

                เจสซี่นอนลืมตามองกาเบรียลจนกระทั่งเขาผล็อยหลับไปก่อน นี่ดี ดีมาก แค่ได้อยู่ใกล้คู่ของเขา สูดกลิ่นประจำกายของกาเบรียล ได้ทำอะไรให้อีกฝ่ายสักหน่อย เจสซี่ก็รู้สึกดีขึ้นมากโข มันชดเชยสิ่งที่เขาทำลับหลังกาเบรียลไม่ได้หรอก แต่มันก็ดีมากพอที่จะทำให้เขาตั้งคำถามกับตนเอง ทำไมเขาถึงไม่พอใจกับ.. เท่านี้? กับคู่ของเขา ทำไมต้องไปหมกมุ่นกับเบต้าอื่น

                บางทีสันดานโจรมันอาจจะยังติดตัว นิสัยไม่จงรักภักดีและไม่รู้จักพอ เห็นแก่ตัวอย่างที่เขาไม่อยากจะเป็น

                กาเบรียลทำให้เขาอยากพยายามมากขึ้น เป็นให้ดีกว่านี้ มากกว่านี้

                แต่เขารู้ว่าเขาทำไม่ได้

                เจสซี่หลับตาลงและฝันถึงแจ็กอีกครั้ง หลอกหลอนเขาแม้กระทั่งในยามราตรี และถ้าเขาเผลอละเมอชื่ออีกฝายไปตอนนอน กาเบรียลก็ไม่ได้ว่าอะไรเขา เจสซี่ตื่นมาเจอเตียงที่ว่างเปล่า และสงสัยว่ากาเบรียลทำแบบนี้ได้ยังไง ตื่นมาไม่เจอใคร เป็นเวลาเกือบสามเดือน โอเมก้าหนุ่มคงจะถูกสร้างขึ้นมาด้วยวัตถุดิบที่แข็งแกร่งกว่าเจสซี่ เพราะเขาเกือบจะทนมันไม่ไหว

                กลิ่นของโอเมก้ายังติดอยู่ในผ้าปูที่นอน ในหมอน เจสซี่สูดกลิ่นมันอยู่นาน จมูกจรดอยู่กับผ้าห่ม

                สักวัน เขาจะเลิกทำตัวเป็นเด็ก ๆ และเอาแต่หลงใหลกับผู้ชายที่เขจะไม่มีวันได้มาครอบครอง

                สักวัน

               

 

Advertisements

One thought on “Ties that Bind (9)

  1. เอาโล่ไปเลยค่ะ เราไม่อ่านฟิคโอเวอร์วอชด้วยซ้ำแต่ฟิคคุณทำเราติดงอมแงม เหมือนถ้าคุณเป็นแจ็กเราก็จะเป็นเจสซี่ (ในแง่ของการเสพติด ไม่ใช่อย่างอื่น… โอเคเราเปรียบเทียบประหลาด) ในแต่ละตอนเราจะแบบ เหวยยย นี่มันวุ่นวายขึ้นมาอีกระดับอีกแล้ว ซึ่งเราอาจเป็นมาโซมั้งเพราะเราชอบจัง
    ปล. เรารักงานคุณมากและจะรักงานคุณตลอดไป ถึงบางอย่างจะkinkyมากจนเราอ่านไม่ได้ก็ตามที จะติดตามต่อไปนะคะ!

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s