Ties that Bind (10)

Title: Ties that Bind
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Jesse McCree/Soldier: 76 | Jack Morrison
Reaper | Gabriel Reyes/Jesse McCree
Soldier: 76 | Jack Morrison/Reaper | Gabriel Reyes
Rating: E
Warning: Blackwatch!Jack, Strike-Commander!Gabriel, ABO, Beta!Jack, Omega!Gabriel, Alpha!Jesse, Mpreg, Self-harm, Infidelity, Violence?

                เจสซี่ได้ใช้เวลากับกาเบรียลเยอะขึ้นมากหลังจากนั้น

                อย่างแรกเลย เขาได้ย้ายสัมมะโนครัวเข้ามาอาศัยอยู่ในห้องพักของท่านผู้บัญชาการโอเวอร์วอทช์ มันวิเศษมาก เขามีทีวีส่วนตัว ไม่ต้องใช้ห้องน้ำร่วมกับใครนอกจากกาเบรียล (ซึ่งดีกว่าเจ้าหน้าที่โอเวอร์วอทช์กลัดมันนับร้อยมาก) พื้นที่มากมายให้เขากลิ้งตัว และยังได้อยู่กับกาเบรียลอย่างใกล้ชิด ในกรณีที่เขาต้องการความช่วยเหลือใด ๆ จากเจสซี่ มันดี ความรู้สึกผิดที่สถิตอยู่ในร่างทำให้เจสซี่คว้าทุกโอกาสที่จะชดเชยให้กาเบรียล มันคงทดแทนกันไม่ได้หรอก แต่ มันเป็นความรู้สึกที่ดี

                …ที่อยู่ใหม่ของเจสซี่สร้างข่าวลือพิลึกพิลั่นนิดหน่อย สายตาของผู้คนที่แอบซุบซิบนินทา เจ้าหน้าที่แบล็กวอทช์ส่วนใหญ่ตกลงปลงใจเชื่อกันหมดแล้วว่า เจสซี่มีความสัมพันธ์กับแจ็ก แต่พอเขาถูกพบเห็นเดินเข้าออกจากห้องกาเบรียล เดินข้างเคียงท่านผู้บัญชาการ ทุกคนก็แทบจะเหวี่ยงสองมือขึ้นฟ้าแล้วอุทานว่า อะไรวะ เขาได้รับสายตาที่ไม่ประทับใจนัก อาจจะออกแนวต่อว่านิด ๆ จากเจ้าหน้าที่ด้วยกัน มองเขาเหมือนจะบอกว่า นายน่าจะรู้ดีกว่านี้ ถึงจะไม่มีใครกล้าพูดอะไร มันทำให้ทุกอย่างน่าอึดอัด เขาไม่กล้าเข้าใกล้เจ้าหน้าที่อื่นเกินความจำเป็น ผิดกับนิสัยเป็นมิตรปกติของเขา ตอนนี้เพื่อนของเจสซี่คนเดียวเลยเหลือแค่เก็นจิ ผู้มีเป้าหมายยิ่งใหญ่เป็นของตนเองและไม่สนใจว่าใครเอาใคร เชื่อเขาเลย เก็นจิเนี่ยนะ พ่อมาคุนั่น

                เขายังอยู่นะหว่างรอภารกิจต่อไป แจ็กยังประมวลผลข้อมูลที่ได้รับจากนักโทษที่เราจับมา เบาะแสทุกอย่างที่เรามี เตรียมการสำหรับภารกิจที่ใหญ่กว่าในอนาคต ตอนนี้ เจสซี่ก็เลยมีแต่การฝึกฝนในตาราง มันทำให้เขามีเวลาว่างมากขึ้นที่จะใช้กับกาเบรียล คอยแวะเอาข้าวเที่ยงไปให้เขา เผื่อเขาลืม เลขาของกาเบรียลปล่อยให้เขาเข้าห้องทำงานท่านผู้บัญชาการอย่างเป็นอิสระ ได้รับเอกสิทธิ์มาแล้ว ถึงแม้จะไม่ใช่ในฐานะคู่อย่างเป็นทางการ แต่เขาคิดว่าหลาย ๆ คนน่าจะดูออก

                ได้กลิ่นกาเบรียลที่คล้ายคลึงกับของเจสซี่มากขึ้นทุกวัน

                ในตอนแรก กาเบรียลดูลังเลที่จะรับความช่วยเหลือ ความสนใจ เหมือนเขาไม่ไว้วางใจเจสซี่พอที่จะเปิดรับ เกือบจะต้องการปฏิเสธมันด้วยซ้ำ อิดออดที่จะคอยมีคนบริการเพราะไม่อยากจะให้ตนเองเคยชิน แต่ด้วยลูกตื้อของกาเบรียล ภาพลักษณ์ที่กาเบรียลอธิบายอย่างเคือง ๆ ว่า ‘หยั่งกะลูกหมาโดนเตะ’ เขาก็ใจอ่อน และออกจะชอบด้วยซ้ำที่ตนเองได้รับความสนใจ ทุกเสียงหัวเราะที่เจสซี่เค้นจากเขาได้เป็นเสียงหัวเราะอย่างประหลาดใจ แบบที่กาเบรียลไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากตนเอง ทุกรอยยิ้มเป็นสิ่งเซอร์ไพรส์ และช่วงนี้ เขาเริ่มตั้งตารอเจสซี่ อาจมีบ่นด้วยถ้าเขามาสาย แต่ก็ไม่ได้โกรธจริงจังอะไร รับความสนใจจากเจสซี่เหมือนฟองน้ำซึมซับของเหลว ทะเลทรายที่ดูดทุกหยดของความชุ่มชื้น เริ่มเคยชินกับการมีเจสซี่ใกล้ ๆ

                เราทำทุกอย่างเกือบด้วยกัน ไปโรงพยาบาลด้วยกัน กาเบรียลไม่ต้องทนคนเดียวแบบสามเดือนที่ผ่านมาแล้ว

                แจ็ก… ในทางตรงกันข้าม ไม่ต้องการเจสซี่ไปมากกว่าเรื่องทางกาย เจสซี่คิดเข้าข้างตนเองว่าอีกฝ่ายคงไม่เกลียดเขานักหรอก อย่างมาก ก็คงอยากที่จะเกลียด แต่อย่างอื่นค้ำคอเขาไว้อยู่ เขายังคงเรียกเจสซี่เข้าไปหาทุกโอกาสที่ทำได้ ระบายความเครียดจากการทำงาน ความสับสนที่เขามีต่อความรู้สึกของตนเองที่มีให้เจสซี่ ให้กาเบรียล ทุกอย่างแปรออกมาเป็นเซ็กส์ เจสซี่ไม่บ่นหรอก ตราบใดที่แจ็กไม่เมินเขา เจสซี่คงยอมรับความสนใจทุกประเภทจากชายคนนี้ เขาหวังว่าเราจะคุยกันมากขึ้น หรือมีช่วงเวลาเบา ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าจูบ (ซึ่งก็มีบ้าง ถึงจะหาได้ยาก) แต่ถ้าแจ็กอยากทำแค่ผลักเจสซี่ดันเข้ากับผนัง หรือเป็นฝ่ายถูกกดลงกับโต๊ะเอง เจสซี่ก็บ่นไม่ได้ สุภาษิตเขาว่าไงนะ ขอทานเลือกไม่ได้ใช่ไหม เจสซี่ก็เป็นแบบนั้นแหละ

                ขอบคุณแจ็กที่เป็นเบต้า ไม่มีกลิ่นให้ทิ้งบนร่างเจสซี่ ไม่มีพิรุธ ร่องรอยใด ๆ ก็ตามที่เจสซี่ทิ้งบนตัวเขา เยียวยาหายไปจากผิวอย่างรวดเร็วเพราะการฟื้นตัวเหนือมนุษย์ของแจ็ก และแจ็กเองก็ฉลาดพอที่จะทิ้งรอยไว้แค่ใต้เสื้อผ้าเจสซี่เท่านั้น

                เขาเห็นกาเบรียลกับแจ็กคุยกันบ่อยขึ้น บ่อยกว่าตอนที่เจสซี่กัดกาเบรียลเสียด้วยซ้ำ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูเหมือนจะดีขึ้น เขาเห็นทั้งคู่เดินคุยกันก่อนจะแยกย้ายไปทำงาน แจ็กขำจนศีรษะแหงนไปข้างหลังกับสิ่งที่กาเบรียลพูด เขาเห็นทั้งคู่ในห้องนั่งเล่นฐานแบล็กวอทช์ กาเบรียลแวะมาเจอแจ็ก ส่วนแจ็กก็ลูบมือบนท้องของเขาด้วยความรักใคร่ ถามไถ่ถึงความเป็นไปของทุก ๆ สิ่ง บางที นี่อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว ถ้ากาเบรียลไม่รู้ เขาก็ไม่ต้องเจ็บปวด ถูกไหม มันเหมือน.. คำโกหกสีขาว

                เจสซี่ก็กลัวเหมือนกันแหละว่าสักวัน เขาจะพลาด สับรางไม่ทันแล้วทำผิดไปสักอย่าง เรียกชื่อแจ็กกับกาเบรียลสลับกัน หรืออะไรทำนองนั้น แต่เจสซี่เกือบจะเก่งด้านนี้ เขาแทบจะมีตารางเลยล่ะว่าแต่ละวันแจ็กจะว่างตอนไหน แล้วกาเบรียลจะต้องการให้เจสซี่อยู่ด้วยยามใด เขาเดินเหินย้ายจากฝั่งของแบล็กวอทช์สู่โอเวอร์วอทช์ได้อย่างแนบเนียน รู้จักที่จะหลบสายตาผู้คนและกล้องวงจรปิด จากชีวิตของคนรักคนหนึ่งสู่อีกคนอย่างง่ายดาย มันไม่ยาก ที่จะมีคู่สองคน

                อาจจะเป็นการฝึกฝนสายลับเริ่มได้ผลขึ้นมากับเขากระมัง ช่วยให้เขาแนบเนียนขึ้น

                เขารู้ตัวแหละว่ามันผิด แต่บางครั้งมันก็รู้สึกถูกต้องเสียจนเจสซี่สงสัยว่าทำไมเราถึงไม่อยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม แทนที่จะเสียเวลาไปกับการต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งอัลฟ่า พยายามประกาศยัดเยียดความเป็นเจ้าของใส่เก๊บ

                แบบนี้ดีกว่าเยอะ ถ้าคุณถามเขา

                เจสซี่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นของกาเบรียลตอนตีห้า (มันสะอาดมากกว่าเดิมแล้ว เจสซี่เป็นคนจัดการเอง เก็บของต่าง ๆ เข้าที่ของมัน จัดการซักเสื้อผ้าที่กาเบรียลสวมไม่ได้แล้ว เอาเจ้าต้นไม้เหี่ยวไปทิ้ง) นั่งกินอาหารเช้า รู้สึกหรูหราที่ตนเองไม่ต้องไปรบราฆ่าฟันกับเจ้าหน้าที่คนอื่นในโรงอาหารแล้ว กาเบรียลก็อยู่ด้วย ทานยาจำนวนเยอะแยะจนมักชะจะน่ากลัว ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกยาบำรุงหมดแหละ แต่เจสซี่เห็นยาทีไร เขาคลื่นไส้ทุกที แต่กาเบรียลโยนมันลงคออย่างสบาย ๆ ไม่สะทกสะท้าน

                เจสซี่มองเขา วาดตารางในหัวลาง ๆ เขาได้ใช้เวลาช่วงเช้าสั้น ๆ ก่อนที่กาเบรียลจะถูกจู่โจมด้วยงาน ส่วนเจสซี่เองก็ต้องเข้ารับการฝึกครึ่งค่อนวันนู่น แต่ ยังไงแจ็กก็ได้อยู่ฝึกเขา เพราะงั้นนับว่าเป็นกำไร เที่ยง รีบแวะไปหากาเบรียลอีกรอบ แล้วช่วงบ่าย แจ็กว่าง ผละจากการฝึกฝนเจ้าหน้าที่สู่งานที่เบากว่าอย่างพวกงานเอกสาร เขาแวะไปหาแจ็กได้ตอนนั้นจนถึงเย็น กลับมาเจอกาเบรียลอีกทีก็คงค่ำ.. วู้ว มันน่าแปลกใจที่เจสซี่ไม่เริ่มลุกเป็นไฟเสียเลยตรงนี้ บางครั้ง เขาก็อึ้งตัวเอง

                “เจสซิโตะ” เสียงของกาเบรียลเรียกให้เขาเงยหน้าขึ้น ยิ้มน้อย ๆ กับชื่อเล่นของเขา มันเป็นชื่อที่มาม่าเคยเรียกเจสซี่ และมันก็ช่างพิเศษเมื่อกาเบรียลเรียกเขาเช่นนั้น “ฉันมีเรื่องจะถามนายมาสักพักหนึ่งแล้ว.. มันค่อนข้างจะงี่เง่า..”

                เจสซี่ขมวดคิ้ว แต่ยังยิ้มอยู่ “ที่รัก ผมมั่นใจว่ามันไม่งี่เง่าเลย”

                “นายยังไม่มีภารกิจไหนรออยู่ช่วงนี้ ใช่ไหม?”

                “ครับผม” เจสซี่ตอบ “จริง ๆ ผมไม่น่าจะได้ลงภาคสนามสักพัก เดดล็อกรู้จักหน้าผม มันเสี่ยงไปหน่อย”

                กาเบรียลพยักหน้า “ฉันหาเวลาพักร้อนได้สัปดาห์ หนึ่ง และ.. อา.. แม่รบเร้าอยากจะเจอฉันมานานมากแล้ว ตั้งแต่ที่รู้ว่าฉันท้อง ฉันแทบไม่ได้ติดต่อท่านเลย แล้วนี่ก็ปาไปจะหกเดือนแล้ว ฉันว่าฉันจะกลับบ้าน นายอยากมาด้วยกันไหม?”

                โอ้

                เจสซี่กระพริบตาปริบ ๆ กาเบรียลอยากจะเปิดตัว… เขา ในฐานะคู่ กับครอบครัว มันแตกต่างจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการแด่สื่อ แด่ทุกคนในโอเวอร์วอทช์ให้รู้ แต่ก็ถือว่าเป็นก้าวที่ใหญ่มากอยู่ดี เจสซี่ลังเล ใจหนึ่ง เขาไม่อยากเลย มันเป็นความรับผิดชอบที่ฟังดูยิ่งใหญ่ และเขาไม่อยากจะได้ความหวังของแม่กาเบรียลมาฝากไว้ที่ตนเอง ในฐานะพ่อของหลาน ในฐานะคู่ของลูก แต่อีกใจหนึ่ง เขารู้ว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้อง น้อยสุดแล้วที่เขาสามารถทำได้ให้กาเบรียล มันเป็นหน้าที่ของอัลฟ่า

                “..ได้สิ” เจสซี่ตอบ “ฟังดูน่าสนุกนะ บ้านคุณอยู่ลอสแองเจอลิสใช่ไหม”

                กาเบรียลโล่งใจ ยิ้มออกมาน้อย ๆ น้ำหนักถูกยกไปจากไหล่ “ใช่”

                “ผมต้องขออนุญาตจากแจ็กก่อน ไม่แน่ใจว่าเขาจะให้วันลาผมไหม–”

                “เดี๋ยวฉันคุยให้เอง” กาเบรียลรับคำ “นายไม่ต้องคอยอยู่ให้แม่ฉันซักไซ้หรอก แค่แสดงตัวนิด ๆ หน่อย ๆ ก็พอว่านายเป็นคู่ฉัน ฉันรู้ว่าคุยกับคนแก่มันน่ารำคาญ หลังจากนั้นนายจะไปทำอะไรก็ได้ เคยเที่ยวฮอลลีวู้ดไหม เดี๋ยวฉัน–”

                “ไร้สาระน่า หวานใจ ผมมั่นใจว่าแม่ของคุณเป็นผู้หญิงที่วิเศษ” เจสซี่ขัด “ผมจะอยู่กับคุณตลอดสัปดาห์ ไม่ต้องห่วง”

                กาเบรียลประหลาดใจ ช่วงนี้ หลายสิ่งที่เจสซี่ทำมักจะเซอร์ไพรส์เขาเสมอ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นสัญญาณที่แย่รึเปล่า หยั่งกะว่าจนกระทั่งถึงจุดนี้กาเบรียลมีมาตรฐานและความหวังที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินให้เจสซี่ “ชัวร์.. แต่ถ้านายมาเปลี่ยนใจทีหลัง..”

                “ผมจะบอกคุณ” เจสซี่ตอบ

                กาเบรียลโน้มเข้ามาจูบเขาเบา ๆ บนริมฝีปาก เจสซี่ได้รสชาติของขนมปังที่เขานั่งกินเมื่อครู่นี้

                “ตั้งใจฝึกล่ะ” เขาบอก “อย่าให้ฉันรู้ว่าฝีมือนายขึ้นสนิมเพราะไม่ได้ลงภาคสนาม”

                “ไม่ครับ ท่าน! ยังคงแม่นราวจับวาง”

                “ให้มันได้อย่างนั้นเถอะ ถ้าไม่งั้น.. ” กาเบรียลใช้นิ้วชี้เฉือนคอตนเองเป็นคำขู่

                เจสซี่หัวเราะ แล้วประคองแก้มกาเบรียลเข้ามาจูบอีกครั้ง ช้าลง คราวนี้ ดื่มด่ำกับมันหน่อย ชื่นชอบความรู้สึกของเครากาเบรียลที่เสียดสีเหนือริมฝีปาก เสียงครางเบา ๆ ที่กาเบรียลปล่อยออกมาอย่างสุขสม…

 




 

                พอมานึกดูอีกที เจสซี่ไม่น่าไปขอวันลากับแจ็กก่อนการฝึกเลย มันทำให้เบต้าหนุ่มหัวร้อนเสียจนแทบลุกเป็นไฟ

                “นายจะไปหาอะลาน่า?” แจ็กถามเคือง ๆ เจสซี่เดาว่าอะลาน่าคงจะเป็นแม่กาเบรียล

                ให้ตาย เขาคิดไม่ถี่ถ้วนเอาซะเลย แน่นอนล่ะว่าแจ็กต้องเคืองขุ่นถ้าเจสซี่จะไปเปิดตัวเป็นคู่กาเบรียลกับครอบครัวของเขา อย่างเป็นทางการ แจ็กอยากจะเป็นคู่กาเบรียลจนใจสั่น น่าจะสนิทสนมกับครอบครัวของเขา รู้จักกาเบรียลมานานขนาดนี้ จริงอยู่ เจสซี่เป็นคู่ของกาเบรียลมาพักแล้ว แต่มันยังไม่มีน้ำหนักจริงจังจนกระทั่งถึงจุดนี้ และแจ็กไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย

                “ครับผม” เจสซี่ตอบ ยกมือขึ้นเกาเคราแก้เก้อ “จะกลับพร้อมกับกาเบรียล”

                แจ็กเลิกคิ้วที่ได้ยินเขาใช้ชื่อต้นกาเบรียล “ฉันต้องเอาไปคิดดูก่อน”

                “ไม่เอาน่า บอส ผมรู้ว่าผมมีเวลาว่าง คุณอย่าใช้อคติบังคับให้ผมต้อง–”

                “ฉันไม่ได้ใช้อคติ เราเป็นหน่วยปฏิบัติการณ์ลับ ฉันไม่มีเวลาให้เจ้าหน้าที่ของฉันมาคอยพักร้อน

                “นี่ คิดถึงกาเบรียลหน่อยสิคุณ” เจสซี่เถียง “เขาจำเป็นต้องมีผม”

                “สำคัญตนเองสูงดีนะ แกน่ะ” แจ็กหรี่ตาลง แต่เขาก็เงียบไปครู่ใหญ่เช่นกัน ประมวลผลสิ่งที่เจสซี่พูดในใจ และรู้ดีว่าเจสซี่พูดถูก เขาถอนหายใจ ในที่สุด หลังจากกระอักกระอ่วนอยู่นาน แต่ก็ไม่ปฏิเสธหรือตอบกลับนอกจาก “ฉันจะเอาไปคิดดู”

                “ขอถามอย่าง” เจสซี่ยกมือขึ้น “นี่หวงผมหรือหึงกาเบรียล”

                เจสซี่เกือบโดนต่อยแหนะ แต่ก้มหลบทัน

                ระหว่างการฝึก แจ็กปลดปล่อยความไม่สบอารมณ์ออกมาหมดเลยอย่างไม่ค่อยเป็นมืออาชีพนัก เจ้าหน้าที่ทุกคนเห็นได้ชัดเลยว่าเขาอยากเล่นงานเจสซี่ สั่งให้เขาวิ่งเยอะกว่าทุกคนเพราะเขาหุ่นไม่ฟิตพอ หรือลากเขาไปเป็นตัวอย่างตอนสาธิตวิธีการต่อสู้มือเปล่า และทำการอัดเจสซี่จนน่วม มันเป็นการต่อสู้ข้างเดียวมาก ๆ น่าจะเรียกว่าลากเจสซี่ไปเป็นกระสอบทรายมากกว่าเป็นตัวอย่าง เขาถูกโยนไปมาบนเบาะราวน้ำหนักเป็นแค่ขนนก เก็นจิยืนหัวเราะระหว่างมองเขา ฮึ่ม

                เจสซี่อ่วมมากพอถึงตอนต้องสู้ตัวต่อตัวกับเจ้าหน้าที่อื่น เขายืนเซ ๆ กุมท้องตนเองตลอดเวลาเพราะพุงช้ำจากการถูกต่อยย้ำ ๆ ราวทุบเต้าหู้ และเมื่อเวลามาถึง เขาคงจะได้ไปเยี่ยมคุณอะลาน่ากับตาม่วง ๆ ช้ำ ๆ ที่ทำให้ครึ่งหน้าของเขาบวม เขาถูกจับคู่กับเจ้าหน้าที่อีกคนที่เจสซี่ไม่ค่อยคุ้นหน้า แต่รายนี้สูงกว่าเขาอย่างน้อยสองฟุตได้ มีแขนราวท่อนซุง หน้าตาที่โหดเหี้ยม และเสียงเชียร์จากเพื่อนให้ ‘ขยี้ไอ้คาวบอยนั่นเลย พวก’ รู้ตัวอีกทีเจสซี่ก็นอนมองดาวอยู่บนพื้น ถูกแจ็กสั่งให้หยุดก่อนที่ ‘มันจะตาย’ ซี่โครงของเขาปวดหยั่งกะจะร้าว จมูกบวมบิดจนยากจะหายใจ และฟันก็ไม่อยู่กับเหงือกอย่างมั่นคงเท่าที่มันควรเป็น

                แจ็กยืนมองเขาเหนือร่าง ไม่ก้มหน้า แค่หลุบสายตาลง “ฝีมือแกขึ้นสนิมหมดแล้ว”

                เจสซี่กลิ้งตัวลงนอนคว่ำ อา พื้นเย็นดีจัง ราวน้ำแข็งประคบแผลบนหน้า.. “คุณ.. เล่นไม่ยุติธรรม…”

                “ไม่ยุติธรรม? แมคครี ตอนลงภาคสนาม ไม่มีใครต่อสู้กับนายอย่างยุติธรรมหรอกนะ ทุกคนเล่นสกปรก–”

                “โว้ย ผมไม่ใช่หมายถึงขนาดตัวของพี่เบิ้มนั่น” เจสซี่พลิกตัวนอนหงาย “คุณโกรธผม แล้วคุณก็เอามาลงที่ผม”

                แจ็กรีบหันหน้ามองว่ามีใครได้ยินรึเปล่า แต่เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ยืนอยู่ห่างจากเรา รอดไป “หุบปาก”

                “มันไม่ยุติธรรมเลย ผมกำลังทำหน้าที่แทนคุณ ถ้าคุณลองคิดดูดี ๆ ทั้งหมดนี้ที่ผมทำให้เขา–”

                แจ็กเตะเขาเข้าเต็มแรงตรงสีข้าง เจสซี่ถึงกับกลิ้ง “เงียบ!”               

                เขายันข้อศอกกับพื้นไม่ให้ตนเองหลุน ๆ ไปไกล “คุณกำลังทำตัวไม่สมเหตุสมผล!”

                แจ็กไม่มองเขาแล้วด้วยซ้ำ “ไปล้างเนื้อล้างตัวซะ แกเหม็น”

                เจสซี่ยันตัวลุกแบบเซ ๆ

                “แล้วมาหาฉันที่ห้องหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่แมคครี”

                เฮ้อ “ครับผม..”

                เจสซี่อาบน้ำในห้องน้ำรวม พี่เบิ้มเดินผ่านแล้วตบไหล่เขาดังป๊าบจนหน้าเกือบคว่ำในฝักบัว เขาเปลี่ยนจากชุดออกกำลังกายเป็นชุดลำลอง แล้วก็กลับมาหาที่ห้องทำงานของแจ็ก ได้รับรหัสห้องของเขาจนสามารถกดเปิดได้โดยไม่ต้องมอง เมื่อเดินเข้าไป แจ็กก็รอเขาอยู่แล้ว เอกสารบนโต๊ะ ใบอนุมัติงบประมาณต่าง ๆ ถูกเมิน เมื่อสายตาฉุนเฉียวตวัดมาที่เจสซี่

                “ล็อกประตู” แจ็กสั่ง

                “ครับ ครับ” เจสซี่ตอบส่ง ๆ

                เขาถูกกระชากด้วยคอเสื้อเข้าไปหาแจ็ก เท้าแทบจะลอยออกจากพื้น ริมฝีปากของแจ็กบดขยี้เขากับเขาในรอยจูบ ฟันมัวแต่พะวงอยู่กับรอยแผลเดิมบนปากเจสซี่ที่ยังไม่หายดี ลิ้นที่แทรกเข้ามาอุกอาจและรุนแรง เจสซี่สำลัก ดิ้นขัดขืนอยู่นาน มือยกขึ้นมาตะกุยเล็บสั้นทู่บนหลังมือแจ็ก วิงวอนให้เขาปล่อยมือจากคอเสื้อ มันเริ่มยากที่จะหายใจ ยากยิ่งกว่าที่จะคุมสติ–

                แจ็กปล่อยเขาในที่สุด และเจสซี่ก็ตวาดออกไปก่อนที่เขาจะรวบรวมลมหายใจทัน “ทำไมคุณต้องรุนแรงตลอดด้วย!”

                แจ็กกระพริบตาปริบ ๆ ไม่ทันตั้งตัวว่าจะโดนตวาดใส่ “หา?”

                เจสซี่เลียริมฝีปาก อย่างน้อยแผลก็ไม่โดนเปิดอีกรอบ “คุณเกลียดผมนักรึยังไง”

                “ฉันไม่ได้.. ฉันไม่ได้เกลียดนาย”

                “แต่คุณทำตัวเหมือนคุณเกลียดผมฉิบหาย”

                “ฉัน..” แจ็กถอนหายใจ ยกมือขึ้นลูบหน้า นิ้วเลื่อนผ่านคิ้วที่ขมวดเป็นปมและริ้วรอยที่เด่นชัดขึ้นเมื่อเขาชักสีหน้าโกรธ เสียงของเขาเย็นลงบ้าง เมื่อพูดขึ้นใหม่ แต่ก็ยังมีความหยาบกร้านในน้ำเสียง “นายชอบยั่วโมโหฉัน ทำตัวกวนประสาท–”

            “ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย!”

                แจ็กขมวดคิ้วอีกรอบ “โอ้โห กล้ามาก อย่างแรกเลย ผิด–”

                “ไม่ ผมยังไม่ได้ทำอะไรผิด ไอ้ที่ผมทำอยู่– สับรางรถไฟไปมา– มันก็เพื่อเก็บเราเป็นความลับ” เจสซี่เถียงคำไม่ตกฟาก สักครั้ง เขาอยากจะให้แจ็กฟัง “คุณอยากเป็นคู่ของกาเบรียล แต่มันสายไปแล้ว ผมเป็นคู่ของเขา และผมทำหน้าที่ของผมอยู่ ผมกำลังเสี่ยงเอาหัววางบนกิโยตินเพื่อเราจะได้อยู่ด้วยกัน อย่างน้อยที่สุดที่คุณจะทำได้คือปฏิบัติกับผมดี ๆ

                แจ็กมองเขาอยู่อย่างนั้น อ้าปากแต่ไม่มีประโยคเล็ดรอดออกมา

                “อย่างแรกเลย” แจ็กกลืนน้ำลาย “นายทำให้เราตกอยู่ในสภาพนี้”

                “ที่รัก อย่าลืมที่คุณพูดเองกับปาก คุณเองก็มีส่วนร่วมไม่น้อยไปกว่ากัน คุณทำอะไรกับผมไว้ ทำอะไรกับกาเบรียลไว้” เจสซี่จิ้มนิ้วลงบนอกเขา “เราทำให้มันเป็นแบบนี้ ถลำลึกกันมาขนาดนี้ คุณเข้าหาผมก่อนกี่ครั้ง บังคับผมกี่ครั้ง อย่าลืมสิ”

                แจ็กไม่ตอบ

                “แจ็ก ผมรักคุณ” เจสซี่พูดอย่างใจจริง “อย่าทำกับผมเหมือนเป็นของทิ้งขว้างเลยนะ หวานใจ”

                เสียงถอนหายใจ

                “..ได้คืบจะเอาศอก” มือลดลงมาตรงสะโพกเจสซี่ ยกและดันเขาขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงาน “ไอ้เด็กเปรตเอ้ย..”

                อย่างน้อยเมื่อแจ็กจูบเขาอีกรอบ มันก็อ่อนโยนกว่าเดิมมาก บางเบาจนทำให้ย้อนนึกถึงกาเบรียล ภาษากายของสองคนนี้ใกล้เคียงกันมากกว่าที่คุณคิด รสของควันบุหรี่ในลมหายใจแจ็ก ขมขื่นบนลิ้น แต่เจสซี่ไม่ถือสา เผยอปากขึ้นรับให้เขารุกรานเข้ามา เชื่องช้าและนุ่มนวล มือของแจ็กยังจับเขาอยู่ที่สะโพก ส่วนเจสซี่โอบคอเขาไว้ รั้งเขาให้เข้ามาใกล้อีก

                ดีจังเลย เจสซี่ใจเต้นรัว ดื่มด่ำกับความทะนุถนอมที่หาได้ยากมากจากผู้ชายคนนี้ ก่อนหน้านี้ ถ้าเจสซี่ไม่บังคับแจ็ก ก็เป็นแจ็กบังคับเขากลับ มีแต่การแก่งแย่งว่าใครจะอยู่เหนือกว่า แต่ตอนนี้ แจ็กใช้เวลากับเขา และมันช่างวิเศษ เขารู้สึกเหมือนสาววัยรุ่นกับรักแรก ดี๊ด๊าจนผีเสื้อกระพือปีกในท้อง ขนาดนั้นเลย เขาไขว้ขารอบเอวแจ็ก พยายามเสียดสีกับกล้ามหน้าท้อง

                เมื่อแจ็กผละออก มีสายน้ำลายเล็ก ๆ เชื่อมต่อระหว่างเรา เจสซี่เลยโน้มเข้าไปอีก กะจะเลียมันออกจากริมฝีปากแจ็ก แต่กลายเป็นจูบเขาอีกครั้งหนึ่ง ไม่อยากจะให้มันจบลงง่าย ๆ ถ่วงเวลายาวออกไปมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลิ้มรสเขา

                แจ็กเลื่อนมือขึ้นมาปลดกระดุมเขาออก เจสซี่ลดแขนลงเพื่อช่วยให้เขาถอดเสื้อออก โดยที่เราสองคนไม่หยุดจูบกัน มือของแจ็กลูบไปทั่วร่างเจสซี่ นิ้วแทรกผ่านขนหน้าอกดกหนา หรือบีบพุงของเขาอย่างขี้เล่น เจสซี่ยังช้ำและชาจากการโดนซ้อม แต่สัมผัสจากแจ็กเปรียบเสมือนการนวด และมันรู้สึกดีกว่าที่คาด ความหยาบของปลายนิ้วกดลงมาตรงผิวที่นุ่มกว่า

                “เจสซี่..” แจ็กกระซิบเหนือริมฝีปากเขา เสียงปราศจากลมหายใจ

                เจสซี่กำลังอ้าปากพูดตอบ แต่แล้วเราก็ถูกขัดด้วยเสียงประตูเลื่อนเปิด

                “เฮ้ แจ็ก ขอฉันคุยด้วยหน่อยได้ไหม ฉันจะขอวันลา.. ของ…”

                เวลาหยุดเดิน

                เจสซี่อยากให้ใบหน้าของกาเบรียลทำให้เราผงะ ตกใจจนผละออกจากกัน แต่ในทางกลับกัน มันดันทำให้ร่างของเราทั้งสองแช่แข็ง นิ่งอยู่กับที่ มือของแจ็กยังเปลื้องผ้าเขาอยู่ หน้าของเราห่างกันไม่ถึงคืบ ถึงสายตาตอนนี้จะหันไปทางประตูด้วยความกลัวสุดขีดเพราะเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะเกิดขึ้นได้ ได้เกิดขึ้นแล้ว ไม่มีใครพูดอะไรเลย แค่ ความเงียบ…

                สีหน้าของกาเบรียล.. นิ่งสนิท ในตอนแรก เขายืนค้างชะงักอยู่ตรงประตู แต่เจสซี่แทบจะได้ยินฟันเฟืองในหัวของเขาหมุน ค่อย ๆ ประมวลผลสิ่งที่ตนเองเห็นเป็นคำพูด คิ้วของเขาขมวดมุ่นก่อนเลย ดวงตาหรี่ลงเป็นสายตาอาฆาตจับจ้องมาทางเราทั้งสอง ริมฝีปากบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่เจสซี่ไม่เคยเห็นมาก่อนบนใบหน้าของโอเมก้าหนุ่ม นั่น ถึงจะเป็นตอนที่เราได้สติ

                เจสซี่น่าจะผลักแจ็กก่อน หรือ กาเบรียลเป็นฝ่ายถลาเข้ามากระชากแจ็ก เขวี้ยงเขาออกจากร่างเจสซี่พร้อมเสียงกรีดร้อง กัดฟันกรอดจนเจสซี่แทบจะได้ยินฟันของเขากระทบกัน แจ็กกระเด็นไปโดนผนังดังปั่ก! จากนั้น ทังห้องก็ถูกปกคลุมด้วยความโกลาหลอลหม่าน เสียงเซ็งแซ่ดังสูสีกัน ความร้าวรานของกาเบรียล แก แก แก กล้าดียังไง– เสียงของแจ็กวิงวอน เก๊บ เดี๋ยวก่อน ได้โปรด ฟังฉันก่อน– และเจสซี่ที่ทำได้แต่อึ้ง ไร้ประโยชน์อยู่บนโต๊ะทำงานท่านผู้บัญชาการมอร์ริสัน กลัวสุดขีด

                แจ็กร่วงลงไปกองกับพื้นเพราะแรงกระแทก ยันตัวลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ส่วนกาเบรียลก็ก้าวเข้าไป เหวี่ยงมัดสูงพร้อมจะชกแจ็กเข้าอย่างจัง แต่เขาขยับเร็วเกินไป แรงเกินไป ผลที่ได้ก็เลยกลายเป็นต้องรีบลดมือลงกุมท้องตนเอง หลับตาปี๋เพราะอาการเจ็บจุก เสียงสบถเล็ดรอดออกมาจากไรฟัน แจ็กผวา รีบถลาเข้าไปหากาเบรียลทันทีทันใดเมื่อเห็นเช่นนั้น

                “กาเบรียล เป็นอะไรรึเปล่า–”

                คราวนี้ หมัดของกาเบรียลไม่พลาด ชกเข้าหน้าแจ็กจนเขากระเด็น “อย่าเข้ามาใกล้ฉัน!”

                เขาได้ยินเสียงกร๊อบ เห็นฟันของแจ็กหลุดตามแรงหมัด เลือดไหลกระเด็นเป็นทางยาว

                “พวกแก… พวกแกกล้าดียังไง” กาเบรียลหันมามองเจสซี่บ้างแล้ว สีหน้าของเขารวดร้าว หายใจหอบไม่เป็นจังหวะ และดวงตาก็ฉ่ำเยิ้มเหมือนจะร้องไห้ แต่เขากลั้นมันเอาไว้ได้ก่อน “นานแค่ไหนแล้ว นานแค่ไหนแล้วที่เอากันลับหลังฉัน–”

                เขาหย่อนตัวลงจากโต๊ะ พยายามเดินเข้าหาอีกฝ่ายบ้าง “กาเบรียล ที่รัก..”

                แต่มันก็เหมือนการเดินเข้าหาสัตว์ป่าที่กำลังเสียสติ “ไม่ต้องมาเรียกฉันอย่างนั้น!”

                แจ็กเองก็หน้าเสียพอกัน ความมั่นใจหลุดหายไปหมดจากท่าที “กาเบรียล ฉันขอโทษ ฉันขอโทษฉันขอโทษ–”

                “ทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง..” เสียงของกาเบรียลแตก หมัดกำปั้นแน่นข้างกาย “ฉันไว้ใจพวกนาย…”

                เจสซี่ละอายใจจนพูดอะไรไม่ออก ส่วนแจ็กก็ได้แต่เปล่งเสียงในลำคอเหมือนคนบาดเจ็บ

                “พวกแกมันป่วย ไอ้สารเลว ไอ้…”

                เสียงของกาเบรียลลากหายไปจนเหลือแค่เสียงกระซิบ เสียงสับสนมึนงงเบา ๆ ขณะที่ร่างกายของเขาเริ่มเซ ดวงตาเริ่มปิดลง แจ็กรู้ตัวเร็วกว่าเขา รีบพุ่งตัวเข้าไปหากาเบรียล เจสซี่เหวอจนอุทานลั่น แต่เราสองคนขยับไปไม่ทัน

                นั่นเป็นตอนที่กาเบรียลล้ม

 




 

                “เขาเป็นลมเพราะความดันโลหิตสูงค่ะ” แองเจล่าอธิบายให้แจ็กผู้ตื่นกลัวฟัง ใช้น้ำเสียงเยือกเย็นของมืออาชีพ “สูงเข้าขั้นรุนแรง ฉันอยากให้เขาอยู่ใกล้มือผู้เชี่ยวชาญมากกว่า แต่จนกว่าอาการจะคงตัว เราต้องให้เขาอยู่พักจนกว่าความดันจะลด จากนั้นเขาต้องไปโรงพยาบาลซือริช เพื่อความปลอดภัยของเขากับลูก อาการแทรกซ้อนต่าง ๆ อาจเกิดขึ้นได้”

                “อาการแทรกซ้อน?” แจ็กถาม เสียงเล็กเพราะความหวาดกลัว แองเจล่าแทบจะไม่ได้ยินเขา

                “อย่างครรภ์เป็นพิษ..”

                “โอ้ ไม่นะ” แจ็กอุทานออกไป ยกสองมือขึ้นปิดหน้า

                “ฉันไม่รู้ว่าพวกคุณทะเลาะอะไรกัน..” แองเจล่าถอนหายใจ “แต่เห็นได้ชัดว่ามันทำให้เขาเครียดหนัก ฉันขอแนะนำให้คุณ.. ไม่เข้าหาเขาเรื่องนั้นสักพัก ให้เวลาเขาพักหน่อย ถ้าคุณเป็นห่วง ฉันจะคอยบอกอาการเขาให้เรื่อย ๆ เองค่ะ”

                แจ็กพยักหน้ารับช้า ๆ เข้าอกเข้าใจ

                “ฉันต้องขอตัวไปหาคนไข้อื่นก่อน..” แองเจล่าพยักเพยิดไปยังอีกฟากหนึ่งของแผนก เดินจากเราไป

                ตั้งแต่รู้จักกันมา ถึงแม้จะไม่ใช่ระยะเวลายาวนานเท่าที่กาเบรียลรู้จักแจ็กมา– เจสซี่ไม่เคยเห็นเขามีสีหน้าสิ้นหวังแบบนี้มาก่อนเลย ซีดเซียวจนผิวซีดเป็นสีกระดาษ เดินวนเป็นวงกลมอยู่หน้าห้องพักของกาเบรียลเหมือนหนูติดจั่น สบถสาบานสารพัดใต้ลมหายใจ มือสองข้างทึ้งผมตนเองจนเจสซี่คงไม่แปลกใจถ้าเขากระชากผมตนเองหลุดออกมาเป็นกระจุก

                “แล้ว… เราจะเอายังไงต่อ” เจสซี่พูดขึ้นทำลายความเงียบ

                “เอายังไงต่อ?” แจ็กเงยหน้ามองเขา รอยยิ้มบิดเบี้ยวบนใบหน้า หัวเราะเยาะเย้ยชะตากรรมตนเองเป็นเสียงสั้น ๆ และรวดร้าว “จะเอายังไงต่อล่ะ เราทำอะไรได้ด้วยหรือ เจสซี่ ฉันจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับกาเบรียล”

                “เราจะนั่งอยู่เฉย ๆ ไม่ได้!” เจสซี่ผายมือออก “เขาคงนั่งอยู่ในนั้นสติแตกแล้วคิดมากไปต่าง ๆ นานา เราต้องคุยกับเขา”

                แจ็กชั่งใจ มองเจสซี่สลับกับประตูห้องพัก เหลือบมองว่าแองเจล่าเดินไปสุดลูกตาแล้ว

                “คุณมีรหัสโอเวอร์ไรด์ล็อกประตูใช่ไหม” เจสซี่ถาม

                แจ็กตอบด้วยการกดนิ้วลงบนแป้นเลขหน้าประตู มองสีแดงของล็อกเปลี่ยนเป็นเขียว เลื่อนประตูเปิดออก

                สิ่งแรกที่เราได้ยินเลยคือเสียงกรีดร้อง

            กาเบรียลนั่งอยู่บนเตียง เข่าชันขึ้นสูง สองมือปิดใบหน้าตนเองขณะที่เขาโหยหวน เจสซี่ได้ยินเสียงสะอึก เสียงสะอื้น แต่สัญลักษณ์ของการร้องไห้เสียใจถูกแทนที่ไปหมดด้วยการตะโกนระบายความโกรธ สารพัดคำหยาบที่แปรเปลี่ยนจากภาษาอังกฤษสู่สเปน และเจสซี่ฟังมันได้ยินชัดเจนถึงความหมายอันร้ายกาจ เสียงของกาเบรียลทั้งแตกทั้งแหบ

                เขาไม่รู้ตัวว่าเราเข้ามาในห้องด้วยซ้ำจนกระทั่งเขาเริ่มสำลักอากาศ หายใจไม่ทันเพราะอารมณ์ฉุนเฉียวของตนเอง เขาสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ แล้วหายใจออกเป็นเสียงสะอื้นไห้ เงยหน้าจากมือตนเองขึ้นมาเห็นแจ็กพอดิบพอดี

                กาเบรียล เรเอส เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เจสซี่เห็น แล้วบอกได้เลยว่าแข็งแกร่งมาก แต่ตอนนี้ ต่อหน้าต่อตา ทุกอย่างพังทลายลงมาหมดเลย เขาเงยหน้าขึ้นมาและสิ่งเดียวที่บรรยายใบหน้าเปียกโชกของเขาได้คือคำว่าแตกสลาย การหักหลังทำลายความมั่นใจที่ปกติเขาจะมี ตาแดงก่ำ จดจ้องมาทางเรา มือยกขึ้นปาดน้ำมูกแรง ๆ พยายามรักษามาด ใช้เวลานิดหน่อย แต่สุดท้ายเขาก็กลับมาตั้งสติได้ มันน่าชื่นชมมาก เกราะทุกอย่างกลับมาหมดเลย ภาพลักษณ์ท่านผู้บัญชาการหวนกลับมา

                แต่เจสซี่ก็ยังดูออกว่าเขาพร้อมแล้วที่จะปริออกตามตะเข็บ แทบจะระเบิดเสียเลยในท่านั่งตรงนั้น

                และทั้งหมดเป็นฝีมือของเจสซี่

                เจสซี่ทำให้เขากลายเป็นแบบนั้น

                “เก๊บ…” แจ็กใช้เสียงที่นุ่มนวลราวขนนก “ขอฉันคุยด้วยได้ไหม”

                “ไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ” กาเบรียลสวนทันที

                แจ็กผงะถอยหลังราวโดนแส้ฟาด “ฉันรู้ว่านายโกรธ..”

                “เหรอ แกรู้เหรอ”

                “ฉันแค่อยากจะอธิบาย–”

                “ฉันไม่อยากได้คำอธิบาย!” กาเบรียลตวาด แล้วก็ต้องไอค่อกแค่กเพราะใช้เสียงมากเกินไปจนแหบแห้ง มือของเขายกขึ้นประคองท้องขณะที่ไอจนตัวคลอน “แม่งเอ้ย ฉันไม่จำเป็นต้องรู้ว่าพวกแกหักหลังฉันยังไง ฉันไม่อยากรู้ว่าอะไรทำให้พวกแกพลอดรักกัน ลับหลังฉัน ฉันไม่อยากรู้ว่าพวกแกทำยังไงฉันถึงได้โง่ดูไม่ออกมาไม่รู้นานเท่าไหร่ ฉันอยากให้แกตาย ๆ ไปซะ”

                แจ็กสะอึก “ฉันขอโทษจริง ๆ “

                “อย่าก้าวเข้ามาอีกแม้แต่ก้าวเดียว” กาเบรียลขู่

                แจ็กนิ่ง มองเขาด้วยสายตาที่ไม่ต่างจากการพิจารณาคู่ต่อสู้ แล้วก็ก้าวเข้าไปหาเตียง หนึ่งก้าว

                กาเบรียลฟาดศีรษะเข้ากับกำแพง

                เสียงกระแทกดังลั่นจนเจสซี่สะดุ้งสุดตัว อุทานออกไปด้วยความตกใจ แจ็กรีบพุ่งเข้าไปหาเตียงกาเบรียล พูดจาไม่เป็นภาษาว่า ไม่นะ ไม่ ไม่ ไม่ เก๊บ ที่รัก ไม่– เสียง ปัก! ปัก! ปัก! ชวนป่วยดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะกาเบรียลไม่ยอมหยุด แจ็กเลยต้องหยุดก่อน รีบถอยออกมาด้วยดวงตาวาว เสียงสะอื้น น้ำตาพรั่งพรูออกมาอาบแก้มด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เพราะเพื่อนสนิทของเขา คู่เก่าของเขา ยอมทำร้ายตนเองดีกว่าที่จะอยู่ใกล้เข้าอีก แจ็กพูดไม่เป็นภาษา ถอยมาจนชนเจสซี่ มองคราบเลือดบนผนัง ฟังเสียงกระแทกจนกระทั่งมันเบาลงหายไป เหลือแต่เสียงหายใจหืดหาดของกาเบรียล เสียงโหยหวนของแจ็ก

                “ฉันไม่อยากเห็นหน้าพวกแกสองคนอีก” กาเบรียลพูด และเขาฟังดู.. สงบ เหมือนอาการเมื่อครู่นี้ทำให้เขามีสติขึ้น เสียงนิ่งสนิท วาจาออกคำสั่งของท่านผู้บัญชาการ มันทำให้ทุกคนต้องหยุดฟัง หวาดเกรงและเคารพเขาขึ้นมา “ไม่อยากจะได้ยินอะไรจากปากพวกแกอีกเป็นครั้งที่สอง และถ้าพวกแกก้าวเข้ามาใกล้ฉันกับลูกอีก ฉันจะฉีกพวกแกเป็นชิ้น ๆ ด้วยมือเปล่า”

                แจ็กเป็นฝ่ายวิ่งออกจากห้องพักไปก่อน ผวาดผวา เจสซี่ชั่งใจอยู่ครู่ แต่สุดท้ายก็ยอมแพ้แล้วเดินตามแจ็กไป

                “แจ็ก–” เขาเอื้อมมือไปจะคว้าแขนอีกฝ่ายไว้ แต่ก็โดนปัดมือทิ้ง

                “มันจบแล้ว”

                ประตูปิดตามหลัง เสียงล็อกดังขึ้น

                “กาเบรียลเกลียดฉัน” แจ็กยกมือขึ้นปิดปากไม่ให้ตนเองสะอื้นอีก “มันจบแล้ว”

                เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะพูดยังไงให้แจ็กสงบลงดี แต่ก็พูดออกไป “เราแก้ไขทุกอย่างได้…”

                “ไม่” แจ็กเดินหนีจากเขาไป พึมพำประโยคเดิมซ้ำ ๆ “มันจบแล้ว มันจบแล้ว..”

                และ เจสซี่ ยืนอยู่ตรงหน้าห้องพักของกาเบรียล ระหว่างบานประตูกับเส้นทางที่แจ็กวิ่งหนีไป เขาอดไม่ได้ที่จะเห็นด้วย        

 

 

               

                

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s