Ties that Bind (11)

Title: Ties that Bind
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: None?
Rating: M
Warning: Blackwatch!Jack, Strike-Commander!Gabriel, ABO, Beta!Jack, Omega!Gabriel, Alpha!Jesse, Mpreg, Violence, Threats, Mentions of Suicide, Mentions of Abortion
Notes: เรายินดีรับเม้นเสมอนะคะ

                ลอสแองเจอลิสแตกต่างไปจากที่กาเบรียลจำได้มาก

                อย่างแรกเลย มลภาวะได้หายไปแล้ว อากาศสะอาดเสียจนกาเบรียล– ไม่คุ้นชินกับมัน– สำลัก นึกว่าตนเองอยู่ในชนบท ไม่ใช่เมืองหลวงที่มีแต่แสงสี (ผลพลอยได้ของโครงการกำจัดมลภาวะจากเมืองใหญ่ที่โอเวอร์วอทช์ได้มีส่วนช่วยสนับสนุน) ตึกเก่า ๆ หายไปเยอะแล้ว ถูกฉีกออกจากเส้นขอบฟ้าและสร้างขึ้นมาใหม่ สูงเสียดฟ้าจนแทบจะไปถึงสวรรค์ สวยหรูกว่าเดิม ออมนิคเองก็เยอะขึ้นด้วย ต่างจากคิงส์โรว์ ที่นี่ ออมนิคประสบความสำเร็จ แต่ละรายย่างกรายมายังเมืองแห่งเทวทูตเพื่ออยู่ในสปอทไลท์ กาเบรียลเดินผ่านบิลบอร์ดมามากมาย ทุกป้ายแสดงให้เห็นดาราออมนิคหน้าใหม่ในภาพยนตร์ที่เขาไม่เคยดู เขาเดินผ่านออมนิคหลายคนในชุดหรูหรา ไซบอร์กที่กลมกลืนเข้าไปกับฝูงชนจนเป็นแค่มนุษย์อีกรูปแบบ สีสันของที่นี่

            ในทางตรงกันข้าม ละแวกบ้านของกาเบรียลไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไหร่ มันก็ยังเป็นเหมือนเดิม ย่านที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองซึ่งถูกครอบครองโดยคนมีฐานะ เหล่าดาราฮอลลีวู้ด ผู้กำกับ คนดังและคนเคยดังที่มีเอกสิทธิ์พิเศษ ครอบครัวเรเอสอาศัยอยู่ที่นี่มานานก่อนกาเบรียลจะเกิดเสียอีก บ้านใหญ่ ครอบครัวใหญ่ อาศัยบารมีของปู่กาเบรียลที่เคยเป็นนักดนตรีดัง และแม่ของเขาที่เคยเป็นดาราตามรอยเท้าปู่ไป โตมากับแสงสี ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่ากาเบรียลจะเป็นทหาร อยู่ดี ๆ ก็บอกพ่อแม่ว่าจะไปเข้าร่วมกองทัพ แต่.. เขาก็ไปแล้ว ถูกพรากจากความปลอดภัยของบ้านสู่กองทัพเรือ สู่สงคราม สู่โอเวอร์วอทช์ และในตอนนี้ เขาย้อนกลับมาอีก ยืนอยู่หน้าบ้านหลังเดิมที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย แค่รู้สึก.. เล็กลง ถ้านั่นเป็นไปได้

                กาเบรียลก็กะจะกลับบ้านอยู่แล้วแหละ แต่มันประจวบเหมาะกับคำแนะนำจากแองเจล่าพอดี ให้เขากลับบ้านพักผ่อนเพราะ “สุขภาพจิต” ของเขา กาเบรียลนอนโรงบาลอยู่นานจนความดันเขาลด จนหมอพบว่าร่างกายของเขาสุขภาพดีพอจะเดินทางต่ออีกรอบ เขาถูกส่งไปหาจิตแพทย์ด้วยสิ แองเจล่าจับเขาคาหนังคาเขากับไอ้การทำร้ายตนเองที่– กาเบรียลไม่ค่อยอยากจะพูดถึงมันเท่าไหร่– แต่ก็ยอมรับได้ว่ามันเป็นปัญหา เขาแค่…ควบคุมตนเองไม่ได้ เวลาโมโห ทุกอย่างพร่าเบลอ

                ทุกครั้งที่เขาคิดถึงแม้แต่ชื่อของไอ้สารเลวสองคนนั้น อกของกาเบรียลก็รู้สึกแน่นตื้อจนหายใจลำบาก เรียกได้ว่ามึนหัวไปเลยกับความโกรธที่ประทุในหัวเป็นดอกไม้ไฟ ซึ่ง จากที่เขาได้ยินจากหมอ ไม่ใช่เรื่องดี เพราะฉะนั้น.. พักผ่อน

                ไม่มีใครอยากให้ผู้นำองค์กรทางทหารที่มีอำนาจทั่วโลกเป็นบ้าหรอก

                กาเบรียลกดกริ่งหน้ารั้วประตูบ้าน

                …และ.. ไม่มีใครมาเปิด

                เขาพึ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเขากลับมาโดยไม่บอกไม่กล่าวใครล่วงหน้า เวลามันกระชั้นชิด และ เขาอยากจะ ‘เซอร์ไพรส์’ ที่บ้านด้วยสิ อยากจะพิสูจน์กับตนเองว่าเขายังทำอะไรได้เหมือนปกติตอนก่อนท้อง สามารถขึ้นเครื่องเดินทางข้ามประเทศได้สบาย ๆ ชิว ๆ และ ชัวร์ เขาอาจจะเกือบหน้ามืดตอนขึ้นรถเมล์ ขาแทบลากเพราะต้องแบกร่างเดินมาถึงนี่ แต่เขาก็มาถึงแล้ว

                …และนี่มีใครอยู่บ้านรึเปล่าวะ น้องสาวเขาอยู่รึเปล่า แล้วแม่ล่ะ–    

                บ้านกาเบรียลมีกล้องเล็ก ๆ ตรงประตู ไม่ใช่กล้องวงจรปิดหรอก แค่กล้องที่ช่วยให้ดูว่าใครอยู่หน้ารั้วประตู กล้องนั่นแหละ มันหันมามองทางเขา กาเบรียลโบกมือให้มันหยอย ๆ รู้สึกงี่เง่ายังไงชอบกล รอสักครู่ ประตูรั้วก็เปิดออกโดยอัตโนมัติ

                สวนของบ้านเรเอสนั้น สวยงาม และไม่ใช่เพราะว่าครอบครัวของเขาขยันทำสวนหรอก เปล่า แค่จ้างคนสวนแพง หลายคน ดูแลมันเสียจนสามารถออกนิตยสารบ้านและสวนได้ เคยออกด้วยสิ ถ้าเขาจำไม่ผิด แม่ยิ้มแก้มปริเลย กาเบรียลสาปส่งความกว้างของลานหน้าบ้านตนเอง รู้ว่าทางทำมาเพื่อให้รถขับเข้าไป ไม่ใช่ให้คนท้องเดินจ้ำ ๆ แต่กาเบรียลดันสะเหร่อไม่เช่ารถมาไง พอเข้าไปถึงตัวบ้านจริง ๆ แม่พึ่งวิ่งลงมาเปิดประตูให้เขา หน้าตาตื่น แต่ก็ยังยิ้มกว้าง ทั้งดีใจและประหลาดใจ

                “กาเบรียลิโตะ!” เป็นคำแรกที่เขาฟังออก จากนั้น “ปอร์ เก โน…” อะไรวะ

                กาเบรียลยิ้มแหย ๆ “..โอล่า?”

                แม่ขมวดคิ้ว พูดตอบเขาด้วยภาษาอังกฤษติดสำเนียงสเปนหนาเตอะ “ลูกลืมหมดแล้วใช่ไหมเนี่ย”

                “ก็ไม่ทั้งหมดนะ” เขาแย้งเสียงอ่อน “ผม– ผมแค่ไม่ค่อยได้ใช้–”

                “นี่ลูกเดินเข้ามาเหรอ” แม่เปลี่ยนเรื่อง เพื่อเขา “แล้วอัลฟ่าลูกอยู่ที่ไหน”

                อ๋อ เขาเอาอยู่กับเบต้าผู้เป็นเพื่อนสนิท และ! คนที่ผมเคยนับเป็นคู่ ครับ

            บางครั้ง ชีวิตของกาเบรียลก็รู้สึกเหมือนละครน้ำเน่าห่วย ๆ

                ถ้าคุณถามว่า กาเบรียล เรเอส ทำใจได้รึยัง… ไม่ ไม่ได้ใกล้เคียงเลยด้วยซ้ำ

                เขาพยายามจะ.. ไม่นึกถึงอะไร แต่เดี๋ยวหัวเขาก็ย้อนกลับไปนึกถึงมันอยู่ดี ความใกล้ชิดระหว่างเจสซี่กับแจ็กยังหลอกหลอนเขาอยู่ในใจ พวกเขาดู.. เคลิบเคลิ้ม หลงใหลซึ่งกันและกัน กาเบรียลสาบานต่อพระเจ้าว่าแจ็กไม่เคยมองเขาแบบนั้น เจสซี่ไม่เคยมองเขาแบบนั้น สายตาไม่เคยหวานเยิ้มไปด้วยน้ำตาและลึกซึ้งเสียจนมองทะลุวิญญาณของเขา– อย่างที่เจสซี่มองแจ็ก และในหัวเขาได้แต่ตั้งคำถาม ตั้งแต่เมื่อไหร่ นานแค่ไหนแล้ว ทำไมฉันถึงไม่รู้ มันเกิดขึ้นได้ยังไง พวกเขากล้าดียังไง–

                ทุกคำถามไร้ประโยชน์ เพราะต่อให้ได้คำตอบมา สิ่งที่พวกเขาทำก็ไม่ได้เลวร้ายน้อยลง

                แต่กาเบรียลก็ยังถาม

                ศัตรูของกาเบรียลก็คือความคิดของเขาเองนั่นแหละ

                “เขาติดงาน?” กาเบรียลตอบหลังจากเงียบอยู่นาน ทำหน้าเหมือนจะตาย

                แม่ทำเสียง จุ๊ จุ๊ จุ๊ กับปาก “อัลฟ่าสมัยนี้ ไม่ได้เรื่องเลย จะว่าม่าหัวโบราณก็ได้นะ แต่ยังไง ๆ เราก็ต้องดูแลโอเมก้า จะพูดว่าโอเมก้าดูแลตนเองได้มันก็ใช่ แต่หน้าที่ก็ยังคงเป็นหน้าที่ ตอนม่าจีบปานะ ม่าไม่เคยอยู่ห่างเขาเลยแม้แต่–”

                “ม่า ผมไม่อยากฟังว่าม่าจีบปายังไง.. อีกแล้ว” กาเบรียลฟังเรื่องนี้มาร้อยรอบแล้วมั้ง ทำไมอัลฟ่าขี้อวดกันจัง        

                “ยุคสมัยของสุภาพบุรุษสุภาพสตรีมันจบไปแล้ว ฟังที่ม่าพูดได้เลย นิณโญะ! นี่ลูกไปให้อัลฟ่าประเภทไหนกัดมา–”

                “ผมเหนื่อย ผมอยากนั่ง ผมหิวด้วย” กาเบรียลรีบโอดครวญตัดบท

                แม่ถอนหายใจ ดึงกระเป๋าเสื้อผ้าไปจากเขา “ทำไมลูกไม่เข้าไปนั่งก่อนล่ะ เดี๋ยวจะหาอะไรมาให้ทาน เดินดี ๆ ล่ะ”

                กาเบรียลปลีกตัวจากบทสนทนาเดินไปหาห้องนั่งเล่น สายตากวาดรอบ ๆ เพื่อมองความโอ่อ่าของมัน โคมไฟเจียระไนสวยหรูจากเพดาน เตาผิงที่ยังไม่ใช่เตาผิงไฟฟ้า เพราะบ้านเรเอสชอบความคลาสสิค จอทีวีบนกำแพง โซฟาตัวยาวหลายตัวล้อมรอบ หน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดออกไปสู่สวนสวย ทุกอย่างสะอาดสะอ้านด้วยเงินจำนวนมากที่หมดไปกับการรักษาสภาพบ้าน กาเบรียลเป็นคนจ่ายเกือบหมด คนนำเงินเข้าบ้าน แต่เขาไม่ถือสา มันเป็นสิ่งที่น้อยที่สุดที่เขาจะทำได้ให้ครอบครัว

                เมื่อเขานั่งลง โซฟานุ่มจนยวบลงไปตามน้ำหนัก และกาเบรียลเกือบจะครางออกไป หยิบหมอนมาวางให้ตนเองมีที่วางแขน เขาโคตรเหนื่อย มันน่าตกใจมากว่าเขาเหนื่อยง่ายแค่ไหนในช่วงนี้ เขามีแรงทนทานของซุปเปอร์โซลเยอร์นะ ให้ตายสิ แต่แลดูมันจะช่วยเขาไม่ได้ รออยู่พักหนึ่ง แม่ก็กลับเข้ามาในห้องนั่งเล่นพร้อมกับถาดผลไม้คละชนิดจานใหญ่ และน้ำปั่นผลไม้สีไม่ค่อยน่าคบหา กาเบรียลไม่คิดว่ามันจะรองท้องเขาได้หรอก แต่ต่อให้ขอแม่สั่งพิซซ่า หล่อนก็คงจะรีบปฏิเสธทันใด

                “มา เล่าให้มาม่าฟังให้หมด” เธอวางจานลงบนโต๊ะ แล้วหย่อนตัวนั่งลงข้างเขา “ลูกเป็นยังไงบ้าง”

                กาเบรียลเล่า

                เขาข้ามรายละเอียดสำคัญไปเยอะ อย่าง เขาโดนกัดอีท่าไหน ทำยังไงวะถึงท้อง แล้วนี่พ่อเด็กเป็นใคร แน่นอน เขาไม่พูดด้วยว่าพ่อเด็กเอากับคนอื่นอยู่ เขาแค่เล่าว่ามันหนักหนาสาหัสแค่ไหน หกเดือนที่ผ่านมา เขาเล่าถึงช่วงเวลาโคตรทรมานของเขาในจิบรอลธาร์ เขาเล่า– ระหว่างใช้มือหยิบผลไม้เข้าปากอย่างป่าเถื่อน และโดนแม่ตีมือแตกให้ใช้ไม้จิ้ม– ว่าถึงแม้ทุกอย่างจะหนักหนา เขาก็ผ่านมันมาได้ สุขภาพของลูกชายกาเบรียลนั้น.. เอ่อ.. น่าเป็นห่วง แต่อย่างน้อย ตอนนี้ เขายังอยู่ดี

                แม่จ้องเขาตลอดเวลาเลย หรี่ตาลง สายตาสำรวจของอัลฟ่า “บอกม่าอย่าง พ่อเด็กไม่ใช่แจ็กใช่ไหมลูก”

                กาเบรียลสะดุ้ง “จะเป็นไปได้ยังไง? เขาเป็นเบต้า!”

                “แล้วทำไมลูกต้องเก็บตัวตนของพ่อเด็กเป็นความลับ?” แม่ลุกขึ้นยืน เดินอ้อมโซฟามาข้างหลังกาเบรียล มือดันไหล่เขาและจับคอเสื้อดึงลงอย่างไม่ขออนุญาต “นี่ลูกโดนกัดจริงรึเปล่า สาบานต่อพระเจ้า กาเบรียล ลอเรนโซ เรเอส ลูกจะต้องคู่กับอัลฟ่าเท่านั้น ม่าไม่ยอมนะถ้าลูกจะใช้ชีวิตไม่มีเป้าหมายไปกับเบต้าน่ะ ต่อให้เป็นแจ็กก็เถอะ ม่าชอบเขานะ แต่ลูกจะไม่–”

                จะให้กาเบรียลพูดว่าอะไรฟะ อ๋อ โดนกัดครับ ตอนหลับนะ เอ้อ ที่ผมท้องก็ด้วย มัดรวบในเซ็กส์ครั้งเดียว และตอนนั้นผมโคตรไม่มีสติ เรื่องความสมยอม ผมยังไม่แน่ใจเลยว่าผมยอมไหม เรากำลังเดินกันอยู่บนเส้นเฉียดคำว่าข่มขืนอยู่นิด ๆ –

                แต่แล้วเธอก็เห็นรอยกัด “โอ้ ก็โดนกัดนี่ โอย ทำม่าหัวใจจะวายตาย”

                “มาม่า

                “รอยสวยนะลูก แหม หมอนี่ เขี้ยวใหญ่ดีจัง แต่ไม่สวยเท่าของปา–”

                กาเบรียลขยับศีรษะหนี “พอได้แล้วน่ะ”

                เธอเดินกลับมานั่ง “ม่าแค่ดีใจที่หนูไม่เป็นไร รู้อะไรไหม ม่าจะไม่ว่าด้วยซ้ำที่หนูท้องก่อนแต่งงาน”

                “ขอบคุณพระเจ้า”

                “ไม่ต้องไปขอบคุณท่านเลย ลูกไม่คิดจะพาคนรักมาให้ท่านเห็นด้วยซ้ำ”

                บทสนทนาที่เหลือเป็นเรื่องทั่วไปเสียมาก แม่อวดว่าเธอพึ่งจะซื้อเรือลำใหม่ (“แล้วเรือลำเก่าล่ะ” กาเบรียลถาม “อู้ย มันเล็กกว่าบ้านจอห์นสัน แม่จะไม่ยอมหรอกนะ”) เล่าให้ฟังว่าน้องสาวของเขาแต่ละคนเป็นยังไงแล้วบ้าง อยู่ที่ไหนกระจัดกระจายกันในอเมริกา เธอถามว่ากาเบรียลยังเข้าโบสถ์อยู่รึเปล่า (“อ๋อ แน่นอนครับ” เขาโกหก) คิดรึยังว่าจะตั้งชื่อลูกชายว่าอะไร (ยัง) มันดี ที่ได้คุยกับแม่อีก เธอมีรัศมีแบบที่ทำให้เขาเชื่อว่า เขาสามารถบอกทุกอย่างแก่เธอได้โดยไม่ต้องกังวล

                เขาก็เลยโพล่งออกไป “มาม่า”

                “จ้ะ?”

                “ทำไมคนเราถึงนอกใจคู่เหรอ”

                มันเป็นคำถามที่ช่าง.. อ่อนต่อโลก ใสซื่อ ในแบบที่กาเบรียลไม่ได้รู้สึกมานาน ตั้งแต่เขายังเด็ก

                ถ้าแม่สังเกตว่ามีบางอย่างผิดปกติ อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้แสดงออกมาทางสีหน้า แค่เงียบไปครู่ระหว่างเธอรวบรวมคำพูด แล้วตอบเขาด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “ม่าไม่คิดว่าจะมีเหตุผลใดอธิบายได้หรอกนะ มันช่างเป็นสิ่งที่แสน..โหดร้าย

                “ถ้าปานอกใจม่า ม่าจะให้อภัยเขาไหม”

                “ไม่มีวัน” เธอตอบทันควัน “มันเป็นการทรยศกัน ต่อม่า ต่อความสัมพันธ์ของเรา ต่อลูก ๆ “

                แหงอยู่แล้ว เธอคิดเหมือนเขา บ้านเรเอสก็นิสัยคล้าย ๆ กันตรงนี้ กาเบรียลไม่คิดว่าเขาจะให้อภัยสองคนนั้นได้หรอก ต่อจะให้กล้ำกลืนฝืนทนแค่ไหนก็ตาม เขาคงจะปวดใจไปอีกนานตอนเห็นหน้าลูกชายตัวเอง ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอัลฟ่าของเขา เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดช่วงชิงคู่จากเขาไป หลังจากหลายสิบปีของการทิ้งให้กาเบรียลโดดเดี่ยว–

                “แต่นั่นก็แค่ม่านะ” แม่พูดขัดขึ้นมา “ส่วนหนู ม่าไม่รู้หรอก”

                “..ม่าหมายถึงอะไร?”

                “ลูกให้อภัยคนเก่งกว่าม่ามาก”

                กาเบรียลหลุดขำพรืดเลยตอนนั้น ถึงกับสำลักองุ่น “ให้อภัยคนเก่ง?! ผมเนี่ยนะ?!”

                “แม่พูดจริงนะ–”

                “ไม่เลย ผมเจ้าคิดเจ้าแค้นจะตายไป” กาเบรียลเถียง คิดว่าเขารู้จักตัวเองดีพอ “ม่ารู้รึเปล่าว่าผมเคยคิดวางแผนชีวิตที่สอง– เผื่อทุกอย่างนี่ดิ่งลงเหว– ด้วยการเปลี่ยนไปสวมชุดดำ– ที่ผมออกแบบ– และหน้ากากนกแสก เรียกตัวเองว่ารีปเปอร์–”

                “หา”

                “เพื่อล้างแค้นไง”

                “ล้างแค้นใคร”

                กาเบรียลกลอกตา “เอางี้ จำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นตอนเอสเตรย่าขโมยเงินผม”

                น้องสาวของกาเบรียลอยากได้เงินไปซื้อตั๋วคอนเสิร์ต แต่เธอใช้ค่าขนมของเดือนนั้นหมดแล้ว เธอก็เลยแอบเข้ามาในห้องกาเบรียลที่ไม่มีล็อกประตู แล้วขโมยเงินเขาไป มันทำให้กาเบรียลโกรธหนักเพราะนั่นไม่ใช่แค่เงินค่าขนมที่เขาได้จากแม่ เปล่า มันเป็นเงินที่เขาได้จากการทำงานพิเศษเห่ย ๆ ขายป๊อปคอร์นอยู่ที่โรงหนังแมนดารินในฮอลลีวู้ด เขาก็เลยพังห้องเธอทิ้ง เละ เทะ เธอร้องไห้จ้าเลย ถือเป็นโชคที่ความสัมพันธ์ของเราไม่ขาดสะบั้นตรงนั้น แต่เธอเข้าใจแล้วว่า อย่าทำให้พี่ชายโมโห

                “ม่ารู้จักลูกดี” เธอพูดเถียง “ถ้าลูกไม่รู้จักให้อภัยคน ลูกคงเป็นผู้บัญชาการโอเวอร์วอทช์ไม่ได้”

                “ผมไม่เข้าใจ”

                “คนมากมายเหลือเกินเรียกร้องสารพัดสิ่งแตกต่างกันออกไป แต่ละคนทำผิดมหาศาล แต่ลูกดูเหมือนจะมีความอดทนไม่จำกัดให้กับพวกเขา พยายามหาทางออกเพื่อรักษาสันติภาพเสมอ” มีความภาคภูมิใจในเสียงของเธอ เมื่อเธอเล่า “ม่าคอยดูงานลูกนะ น้อยคนจะเห็นใจพวกออมนิค หลังจากสงคราม แต่ลูกก็ยังคงหาทางสายกลาง พยายามเข้าอกเข้าใจ”

                “มันก็เป็นแค่หน้าที่.. ผมทำตามไปเนื้อผ้า ผมไม่คิดว่านั่นเกี่ยวอะไรกับนิสัยผมหรอก”

                “แม่คิดว่าเกี่ยวนะ”

                กาเบรียลยักไหล่

                “ลูกอยากคุยกับปาไหม? โอเมก้าคุยกับโอเมก้าอาจจะดีกว่า” แม่เสนอ “เขาอยู่ชั้นบนขนของอยู่”

                ไม่เห็นสาเหตุที่ควรจะปฏิเสธ กาเบรียลตกลงแล้วค่อย ๆ เดินก้าวขึ้นบันไดวน– ที่แทบทำเอาเขาอ้วกแตก– ขึ้นชั้นสอง

                คาร์ลอส เรเอส ไม่แก่ลงเลยแม้แต่วันเดียวตั้งแต่เขาโดนกัด เขาเป็นมนุษย์ประเภทที่โตไวและหน้าตาเหมือนอายุยี่สิบห้าตอนอายุสิบสาม แล้วก็รักษาหน้านั้นมาเลยตลอดยันหกสิบเจ็ดสิบ กาเบรียลมีหน้าตาที่ลอกมาจากเขา กรามทรงเดียวกัน และถ้าไว้ผมเช่นเขา ก็คงจะหยิกยาวจนสามารถมัดเป็นหางม้าเช่นนั้นได้ด้วย เขากำลังขนกล่องกระดาษออกจากห้องนอนเก่าของกาเบรียลอยู่– คงเปลี่ยนมันเป็นห้องเก็บของระหว่างที่กาเบรียลไม่อยู่– เขามีตาไซเบอร์เนติกส์ข้างหนึ่ง และมือเหล็ก

                “เฮ้ ปาปี้–”

                ยังไม่ทันได้พูดห่าอะไรเลย พ่อก็หันมาพูดตัดบทว่า “กลับไปหาอัลฟ่าของแกซะ”

                เสียความมั่นใจไปไม่ใช่น้อย กาเบรียลได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ “หา?”

                “ฉันได้ยินที่แกกับแม่คุยกันนะ แกอยากจะได้คำชี้แนะ และนี่ไง กลับไปหาอัลฟ่าของแกซะ”

                “ปาเป็นโอเมก้าที่แกร่งที่สุดที่ผมรู้จัก” กาเบรียลเกริ่นเหวอ ๆ มองพ่อตัวเองหัวจรดเท้าระหว่างที่เขารวบรวมคำพูด “ผมนึกว่าปาจะแนะนำให้ผม.. ไม่รู้สิ ยืนหยัดด้วยตนเอง ซิงเกิ้ลโอเมก้า เลี้ยงลูกด้วยลำแข้ง อะไรทำนองนั้นเสียอีก–”

                “แกทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก ไม่อย่างที่แกคิด” พ่อสายหน้า “เราเป็นโอเมก้า เราอยู่คนเดียวไม่ได้หรอก”

                “แต่–”

                “ฉันรู้ว่าแกคิดยังไง แกเป็นเด็กรุ่นใหม่ แกเชื่อไอ้โฆษณาลวงโลกว่าโอเมก้าไม่ต้องการอัลฟ่า แต่มันไม่จริง ไม่ใช่หรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังโดนกัด หลังท้อง ถ้าสองอย่างนั่นเกิดขึ้นแล้ว มันก็จบ ต่อให้แกอยู่คนเดียวได้ แกก็ไม่อยาก”

                และ นั่น แทงใจดำกาเบรียลไม่ใช่น้อย

                “มันเปลี่ยนตัวเรา มันเปลี่ยนทุกอย่าง ฉันมีลูกมาสี่คน และแค่จินตนาการว่าฉันต้องอยู่คนเดียวตลอดเวลาฉันก็ป่วยแล้ว” พ่อย่นจมูก วางกล่องกระดาษลงข้างราวบันไดเพื่อเดินเข้าไปขนของออกมาอีก “แกอยู่คนเดียวไม่ได้หรอก”

                “ผมอยู่ได้นะ” กาเบรียลเถียง “ผมไม่กลัว”

                “ชัวร์ ณ จุดนี้ ฉันมั่นใจว่าแกทำได้ทุกอย่าง ให้ตาย แกหยุดยั้งวันจุดจบโลกไปแล้วรอบหนึ่ง” พ่อเดินกลับมาอีกครั้งพร้อมกล่องใบใหม่ และเมื่อเขามองกาเบรียลอีกรอบ สายตาเขาอ่อนลง “แต่ถามจริง ๆ แกอยากอยู่คนเดียวเหรอ”

                “ผมอยู่คนเดียวมาตลอดตั้งแต่–” ตั้งแต่ผมตกหลุมรักกับแจ็ก “– ตั้งแต่ผมเข้ากองทัพ”

                “อือฮึ” พ่อวางกล่องลงซ้อนกับอันเก่า เดินมาโอบเขาจากข้างหลัง วางมือลงบนท้ายทอยกาเบรียลพอดี “รอยใหญ่นะ”

                กาเบรียลสะดุ้งเฮือก “ปา!”

                พ่อฮัม นิ้วของเขาเคาะลงบนผิว กะขนาด “อัลฟ่าเด็ก?”

                กาเบรียลไม่ได้ตอบ

                “นี่ลูกทำอะไรลงไป กาเบรียล?”

 




 

                ราวกับโลกรู้ว่า แจ็ก มอร์ริสัน กำลังตกที่นั่งลำบาก ทุกอย่างที่เลวร้ายและห่วยแตกจึงประเดประดังหลั่งไหลกันเข้ามาหาเขา พร้อมกัน เขายังไม่ทันได้มีเวลาทำใจเรื่องกาเบรียล ปัญหาของแบล็กวอทช์ก็เข้ามาบีบคั้นจนเขาไม่มีช่วงพักให้ตนเองเลียแผลใจ แบล็กวอทช์ไม่มีผลงานให้โชว์มาสักพักหนึ่งแล้ว เวลาและทรัพยากรของเราทั้งหมดทุ่มทุนกับการสังเกตการกลับมาใหม่อีกครั้งของเดดล็อก และแน่นอน เช่นเดียวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่แจ็กทำ เบื้องบนเขาไม่ปลื้ม สั่งการประชุม.. พิจารณาใหม่

                โชคดี กาเบรียลกลับมาจากพักร้อนตรงเวลาพอดิบพอดี และเขาก็เข้าร่วมประชุมกับแจ็กด้วย คอยช่วยพูดเกลี้ยกล่อมว่าแจ็กต้องการงบประมาณ และพวกเขาจะถอนตัวจากการสนับสนุนแบล็กวอทช์ไปไม่ได้ มันทำให้แจ็กโล่งอก กาเบรียลเกลียดเขา แต่ก็ไม่มากถึงขั้นที่จะละทิ้งหน้าที่ ยังคงเอาคอวางลงตรงกิโยตินให้เขาเสมอ ปกป้องแบล็กวอทช์ราวกับเป็นลูกตัวเอง ผู้คนไม่อยากให้เงินแจ็กปฏิบัติภารกิจหรอก หน่วยลับของโอเวอร์วอทช์ที่ทำงานโดยไร้ซึ่งเกียรติ แต่กาเบรียลโน้มน้าวพวกเขา

                แจ็กแทบไม่ได้พูดเลย ในงานประชุม กาเบรียลรู้งานพอที่จะพูดเผื่อเขา และ.. ถ้าต้องยอมรับ แจ็กหมดเวลาไปกับการจ้องกาเบรียล กาเบรียลดูดีขึ้น แผลถลอกตรงศีรษะของเขาหายไปแล้ว และเขาก็ยังคงวางตัวเป็นท่านผู้บัญชาการโอเวอร์วอทช์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีแววเลย ชายผู้เจ็บปวดรวดร้าวจนกรีดร้องไม่เป็นภาษาบนเตียงผู้ป่วย เขาดูสงบ เงียบขรึมเลยก็ว่าได้ และแจ็กอยากจะรู้เคล็ดลับของเขา ทำยังไงถึงแบกรับน้ำหนักของทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้วยัง.. ยืนอยู่ได้ แจ็กทำไม่ได้หรอก

                เขายกมือขึ้นขยี้ตา น้ำตารื้อชื้นเหมือนจ้องมองพระอาทิตย์นานเกินไป แต่จริง ๆ ก็คงเป็นแค่ความเสียใจ

                กาเบรียลยื้อชะตาชีวิตแบล็กวอทช์ออกไปอีกหลายภารกิจ ถึงแม้จะไม่มีใครพอใจกับแจ็กเลยก็ตาม ทุกคนพูดย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ ว่าแจ็กควรจะจัดการกับเดดล็อกได้ตั้งแต่รอบแรกแล้ว หลังจบการประชุม แจ็ก.. โอเค เขาไม่ได้แอบเดินตามกาเบรียล เปล่า เขาก็กะจะกลับห้องทำงานนั่นแหละ ปล่อยให้กาเบรียลอยู่คนเดียว แต่เขาดันเห็นกาเบรียลเดินไปทางฝั่งแบล็กวอทช์

                หรือ พูดให้เฉพาะเจาะจง ทางตึกห้องพักของเจ้าหน้าที่

                กาเบรียลหยุดเดินเป็นพัก ๆ หันหลังมองข้ามไหล่ตนเองว่ามีใครตามรึเปล่า แต่… แจ็กคงจะไม่ใช่หัวหน้าหน่วยแบล็กวอทช์ถ้าเขาไม่รู้จักวิธีสะกดรอยตามที่แนบเนียน เขาไม่จำเป็นต้องตามกาเบรียลตลอดทาง พอจะรู้ทิศทางในฐานนี้จนเดาได้ว่ากาเบรียลไปทางไหน แค่ต้องรักษาอีกฝ่ายไม่ให้หลุดจากเป้าสายตาขณะที่เขาคืบคลานตามซอกหลืบและเงามืด

                กาเบรียลหยุดยืนอยู่หน้าห้องแมคครี

                เขาเคาะประตู และเจ้าหน้าที่คนอื่นออกมาเปิดแทน สีหน้ายิ้มแย้มซีดหายไปเมื่อพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่หน้าท่านผู้บัญชาการองค์กรโอเวอร์วอทช์ เขารีบตั้งท่าใหม่ ยกมือขึ้นตะเบ๊ะด้วยสีหน้าฮึกเหิม “สวัสดีครับ ท่าน!”

                กาเบรียลถอนหายใจ ดูเหนื่อยล้ากับการถูกเลือกปฏิบัติ แต่ก็ไม่ได้บอกให้หยุด “แมคครีอยู่ไหม”

                เจ้าหน้าที่หนุ่มชะโงกเข้าไปในห้อง ตะโกน “แมคครี! ท่านผู้บัญชาการเรเอสมาหา!”

                “พูดเล่นรึเปล่า”

                “เปล่า เขามาจริง ๆ ” และ โดยที่ไม่ต้องพูด แต่ทุกคนก็ได้ยิน ประโยคที่ตามถัดมา แกไปทำอะไรไว้ คาวบอย

            เจ้าหน้าที่คนนั้นเดินหายเข้าไปในห้อง สลับกับแมคครีที่เดินออกมา– ยังอยู่ในชุดนอนอยู่เลย เด็กเวร

                “เอ่อ..” แมคครีมีสีหน้าซีดเซียว “ว่าไง ที่รัก”

                มันยังมีหน้ามากะล่อนอีก–

            กาเบรียลไม่ได้พูดตอบ

                “ผม..” แมคครีไอค่อกแค่ก “ขอโทษจริง ๆ กับสิ่ง– สิ่งที่คุณเห็น”

                “ขอโทษได้เห่ยดี” กาเบรียลพึมพำ

                “หา”

                “นายขอโทษที่ฉันเห็น นายไม่ได้ขอโทษที่นายทำ

                “โอ้– โอ้” แมคครีตั้งตัวใหม่ ยืดไหล่ตรง “ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดอย่างนั้น แค่.. คุณช็อกไปเลย ตอนที่เห็น”

                “สงสัยจังเลยว่าทำไม” ยังประชดประชันได้เสมอ กาเบรียล เรเอส

                “ผมขอโทษนะ” แมคครีพูดอีกรอบ “เกรงว่าผมจะไม่มีอะไรที่มอบให้ได้.. นอกจากคำขอโทษ”

                ทั้งเขาทั้งแจ็ก

                แจ็กสงสัยจริง ๆ ว่าเขาจะสามารถยืนอยู่ตรงมุมผนังได้อีกนานแค่ไหน แล้วไม่กระโจนเข้าไปขัดขวางทั้งสองคน แต่ เขาสงสัยว่ากาเบรียลต้องการจะคุยเรื่องอะไรกันกับเจสซี่ ไม่ใช่ว่าเขากำลังโกรธจัดหรอกเหรอ แต่ตอนนี้เขากลับ.. เฉย

                “มีวิธีที่แกจะชดเชยให้ฉันได้” กาเบรียลเกริ่น และหัวใจของแจ็กตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม “ถ้าแกพร้อมจะแก้ตัว”

                “โอ้..” แมคครียกมือทาบอกเลยทีเดียว เสียงของเขาเบาหวิว “..แน่นอนสิครับ ทูนหัว แน่นอน”

                “อย่าคิดว่าฉันปล่อยให้นายลอยนวลเรื่อง.. นั้น” เสียงของกาเบรียลเคืองขุ่นเพียงแค่พูดถึงมัน เขาทำท่าหยั่งกะจะขย้อน “แต่.. เราต้องคุยกัน เรื่องของลูก แล้วก็– เรื่องนั้น นายเป็นคู่ของฉัน ฉันหวังว่านายจะทำตัวให้สมกับตำแหน่งนั้นได้”

                แมคครีเม้มริมฝีปาก “ผมจะ.. ผมจะพยายาม”

                กาเบรียลพยักหน้า ดูพึงพอใจ “ฉันไม่ได้ให้อภัยนาย”

                “ผมรู้”

                “ฉันว่าฉันไม่น่าจะมีวันให้อภัยนายได้เลย”

                แต่เขาก็ยังคุยกับเจสซี่ สิ่งที่เขาไม่ยอมทำเลยด้วยซ้ำกับแจ็ก ไม่แม้แต่จะมองตาเขา ไม่แม้แต่จะหันมา–

                เจสซี่เอื้อมไปจับมือกาเบรียล และทั้งร่างแจ็กแผดเผาไปด้วยความโกรธ

                “ผมรู้..”

                กาเบรียลกลืนน้ำลายดังจนได้ยินเสียง “เราจะคุยกันต่อ.. ทีหลัง”

                “ครับผม”

                กาเบรียลผละออกจากห้องพัก ส่วนเจสซี่ก็เปิดประตูเดินกลับเข้าไป แจ็กยังหลบอยู่ที่เดิม มองกาเบรียลเดินตรงมาทางเขา ในหัวแจ็กตอนนี้มีแต่คำถามสารพัดที่เขาหาคำตอบไม่ได้ ทำไมกาเบรียลถึงไม่ให้โอกาสแจ็ก เขายอมทำร้ายตนเองแทนที่จะได้เห็นแม้กระทั่งหน้าแจ็ก เขาทั้งโกรธทั้งเกลียดแจ็กจนเมินเฉยทุกสิ่งอย่างที่เรามีด้วยกันในอดีต แล้วทำไม–

                เมื่อกาเบรียลเลี้ยวผ่านมุมโถงทางเดินมาทางเขา แจ็กกระชากแขนกาเบรียลสุดแรงเข้าหาตนเอง

                “เฮ้ย–” กาเบรียลอุทาน แต่ก็มีสติทำได้แค่ทรงตัวไม่ให้ตนเองล้ม เงยหน้ามองมาแจ็กตาตื่น

                “ฉันเอง” แจ็กพูดปลอบประโลม “นี่ฉันเอง ฉันแค่อยากคุยด้วย–”

                “นี่แกตามฉันมาเหรอ” สีหน้าของกาเบรียลเปลี่ยนไปทันที “ปล่อยฉัน มอร์ริสัน!”

                “กาเบรียล ทำตัวมีเหตุผลหน่อยสิ ถ้านายยอมคุยกับแมคครีได้ นายก็ยอมคุยกับฉันได้–”

                กาเบรียลเหวี่ยงหมัดใส่เขา

                แจ็กเอนศีรษะหลบ เฉียดไปเพียงนิดเดียว เขารู้สึกถึงลมหวืดผ่านหู ได้ยินเสียงข้อนิ้วบดเข้ากับผนังอย่างแรงจนเกิดรอยร้าว เศษผนังร่วงกราวลงมาเพราะมันถูกชกบุบเข้าไป ถ้าช้าแม่แต่นิดเดียว แจ็กคงถูกบดกะโหลกไปแล้ว กาเบรียลสบถ หัวเสียที่ตนเองพลาด และทำท่าจะชกเขาอีกรอบหนึ่ง แต่แจ็กจับแขนข้างหนึ่งกาเบรียลไว้ได้อยู่ เขาก็เลยรีบบิดตัวกาเบรียล–

                ผิด ผิด ผิด คิดผิดมหันต์ เขาไม่ได้ตั้งใจจะ– ให้ตายสิ– เขาไม่ได้อยากทำร้ายกาเบรียล! แต่ก็เผลอทำไปแล้ว หมุนตัวกาเบรียลหันหน้าเขาผนังแล้วดันเขาไปจนท้องกระแทก บิดแขนกาเบรียลไพล่หลัง มันเป็นสัญชาติญาณ ร่างกายทำไปเองเมื่อตกอยู่ในการต่อสู้ ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติ เขารีบปล่อยทันทีเมื่อได้ยินเสียงร้องของกาเบรียล รู้สึกผิดจนซีดเซียว

                “เก๊บ โอ้ เวรล่ะ ฉันขอโทษ นายเป็นอะไรรึเปล่า นายต้องไปหาแองเจล่าไหม..”

                กาเบรียลกัดฟันกรอด เสียงร้องโอดโอยลอดผ่านไรฟัน เขากุมท้องแน่นขณะที่เงยหน้ามองแจ็กด้วยสายตาอาฆาต

                “ฉันขอโทษ” แจ็กพูด แต่มันช่างเปล่าประโยชน์ พูดให้ใครฟังกันวะเนี่ย “ฉันแค่อยากจะ.. คุยกับนาย..”

                กาเบรียลยืดตัวตรง หายใจหืดหาดจากการกระแทกเมื่อครู่นี้ แต่ก็พูดว่า “คุยอะไร”

                แจ็กใจเต้นตึก “นายจะ.. นายจะยอมฟัง?”

                “แกจะพูดอะไร!”ร

                “ตอนที่นายเปิดเข้ามาในห้อง ฉันกำลังจะมีเซ็กส์กับแมคครี ใช่ เรื่องนั้นนายมองไม่ผิด ฉันกำลังคบชู้กับคู่นายอยู่” แค่อธิบายกาเบรียลก็แทบงับหัวเขาแล้ว นี่ขนาดเป็นโอเมก้าไม่มีเขี้ยวนะ “แต่นายไม่เข้าใจว่ามันเริ่มต้นขึ้นได้ยังไง..”

                “โอ้ พระเจ้า นายจะเล่าช่วงเวลาที่นายทั้งสองคนตกหลุมรักให้ฉันฟังเหรอ”

                “ไม่ใช่อย่างนั้น” แจ็กรีบปฏิเสธ “มันเริ่มต้นขึ้น.. ตอนที่ฉันรู้ว่านายท้อง”

                กาเบรียลขมวดคิ้ว “ฉันไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกันตรงไหน”

                “ฉันรู้ว่านายจะทำแท้งแน่ เด็กทารกมันขัดกับความทะเยอทะยานของนาย” แจ็กรู้ว่าเขาพูดความจริง กาเบรียลไม่เคยมีแผนจะสร้างครอบครัวไว้ในอนาคต “แมคครีเองก็อยากให้นายทำแท้ง เขาไม่พร้อมที่จะเป็นพ่อคน เขาไม่อยากมีลูก”

                นั่น ทำให้กาเบรียลหน้าเสีย กุมท้องตนเองขณะที่พึมพำว่า “เขา… ไม่อยากให้ฉันเก็บเด็กไว้?”

                แจ็กเสียใจแทนเขา ไม่รู้ว่าเจสซี่พูดอะไรไว้ถึงโน้มน้าวให้กาเบรียลไม่ทำแท้ง “แต่ฉันขอให้เขาช่วยคุยกับนาย”

                “เพื่ออะไรวะ” กาเบรียลสวนทันที “ถ้าไม่มีใครต้องการเด็กเวรนี่ นายจะขอให้ฉันเก็บไว้ทำไม–”

                “เพราะมันอาจจะเป็นลูกของฉัน กาเบรียล”

                กาเบรียลอึ้งไปเลย

                เขานึกว่าจะโดนหัวเราะเยาะ หรือโดนด่า ตวาดใส่ว่ามันไม่มีทางเป็นลูกของแจ็กไปได้หรอกเพราะว่าแจ็กเป็นเบต้า แต่ก็.. เงียบกริบ กาเบรียลจ้องเขาด้วยดวงตาเบิกโพลง ราวกับว่าไม่เคยคิดมาก่อนว่าลูกของเขาจะเป็นของใครได้นอกจากเจสซี่ แมคครี อัลฟ่า คู่แท้ของเขา แจ็กอาศัยจังหวะที่กาเบรียลกำลังอึ้ง ฉวยโอกาศรีบอธิบายก่อนที่กาเบรียลจะเปลี่ยนใจไม่ฟัง

                “แต่เจสซี่.. ต้องการของแลกเปลี่ยน ให้ฉันมีเซ็กส์กับเขาใช้หนี้ที่โน้มน้าวให้นายเก็บเด็กไว้”

                “นายจะบอกว่า.. เขาบังคับนาย? ให้มีเซ็กส์ด้วย?” กาเบรียลถาม ถึงแม้เขาจะแลดูไม่เชื่อ

                “ในตอนแรก ใช่ แต่หลังจากนั้น… มันเลยเถิด ฉัน.. ฉันอาจจะหลง…เขาไปบ้าง”

                กาเบรียลมองเขาด้วยคำเดียวที่สามารถอธิบายได้: รังเกียจ

                “แต่ทั้งหมด กาเบรียล มันเพื่อนาย ฉันทำเพื่อนาย เพื่อลูก มันไม่เคยเป็นความรักให้เจสซี่ มันเป็นนายมาตลอด”

                เขาพูดด้วยความจริงใจที่ตนเองไม่แสดงให้ใครเห็นมาตั้งแต่เข้าร่วมแบล็กวอทช์ มันทำให้แจ็กใจสั่นราวขาดคาเฟอีน

                กาเบรียลกระพริบตา สองมือยังจับอยู่บนท้องตนเอง สีหน้า… เย็นชา “นายแคร์เด็กนี่มากสินะ”

                “ยิ่งกว่าทุกสิ่ง” แจ็กตอบตามตรง “นั่น.. นั่นลูกของฉัน กาเบรียล ฉันดูออก ฉันรู้

                “ดีนี่” กาเบรียลตอบห้วน ๆ “เอาแบบนี้ดีไหม ถ้านายเข้าใกล้เราอีก นายจะไม่ได้เห็นลูกนาย หรือฉันอีกเลย”

                แจ็กไม่ได้รู้สึกกลัวมานานแล้ว คนอย่างเขา ซุปเปอร์โซลเยอร์ หัวหน้าหน่วยลับในองค์กรใหญ่ เขาไม่ใช่คนที่เกิดอาการกลัวง่าย ๆ แต่แค่คำพูดนั้นทำเอาแจ็กเกือบสั่น เหงื่อผุดบนหน้าผากขณะที่เขาละล่ำละลักหาคำพูด

                “นายทำแท้งไม่ได้” เขาพยายามชี้บลัฟของกาเบรียล “มันสายเกินไปแล้ว”

                “โอ้ ฉันไม่ได้กำลังพูดถึงการทำแท้ง” กาเบรียลสวน และนั่น ไม่ใช่บลัฟแน่ ๆ มีความมั่นใจมากเกินไปในเสียงของเขา ไม่ต่างกับกำลังออกคำสั่งในสนามรบ “แตะต้องฉันอีก แล้วฉันจะโยนตนเองลงบันไดที่ใกล้ที่สุดที่ฉันเห็น ฉันจะกลืนยาทุกเม็ดที่ฉันเห็นให้ทั้งฉันทั้งไอ้เด็กนรกนี่ตายไปเลย อ้อ แล้วอย่าลืมล่ะ ฉันเป็นท่านผู้บัญชาการของโอเวอร์วอทช์ ฉันมีสิทธิเข้าถึงอาวุธเสมอขอแค่ฉันดีดนิ้ว ฉันท้านายเลย แจ็ก มอร์ริสัน เข้าใกล้ฉัน– หรือเจสซี่– และนายจะเสียทุกอย่างที่นายรัก”

                แจ็กพูดไม่เป็นภาษาแล้วตอนนั้น เขากลัว กลัวจริง ๆ ใบหน้าแทบไหม้เพราะความร้อนผ่าวในดวงตาที่ทำให้เขามองทุกอย่างเป็นภาพเบลอ “ฉันไม่เข้าใจ ทำไมนาย– ทำไมนายถึงให้โอกาสเจสซี่ แล้วทำไมนายถึงไม่ให้โอกาสฉัน

                “เพราะเจสซี่เป็นคู่ของฉัน อัลฟ่า” กาเบรียลตอบทันควัน “นายเป็นเบต้า นายไม่เคยมีสิทธิจะเป็นคู่ของฉันอยู่แล้ว และนายจะไม่มีวันได้เป็น ฉันหวังว่ายี่สิบปีที่ผ่านมาจะคุ้มค่านะ เพราะนายจะไม่มีวัน ไม่มีวัน ได้รับความรักจากฉันแบบนั้นอีกแล้ว”

                ไม่มีอะไรเหลือให้แจ็กพูดต่อ

                เมื่อกาเบรียลเดินจากไป แจ็กอนุญาตให้ตนเองล้มลงคุกเข่ากับพื้น ข้างผนังที่รวดร้าวและความฝันที่ถูกทำลาย

 




 

                “เข้ามา”

                เจสซี่เดินผ่านประตูบานเลื่อนเข้าสู่ห้องทำงานของหัวหน้า และเกือบจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นหน้าแจ็ก

                แจ็กหลบหน้าเจสซี่มาสักพักหนึ่งแล้ว และมันช่าง.. น่าเศร้า เขารู้ว่าการที่ถูกกาเบรียลจับได้ทำให้ทุกอย่างล้มเหลวพังทลาย แต่เขาแอบหวัง แค่ส่วนเล็ก ๆ ในใจ ว่าแจ็กจะ.. ทนมันได้ ไม่เจ็บปวดรวดร้าวกับการถูกกาเบรียลเกลียด เพราะเขายังมีเจสซี่อยู่ หวังมากเกินไปรึเปล่านะ ที่จะให้ชายตรงหน้าเลือกเจสซี่ก่อนใครทั้งหมด หวังว่าเวลาระหว่างเรา.. มีความหมาย

                ทุกครั้งที่มองแจ็ก เจสซี่จะมีความรู้สึกซ้ำ ๆ เดิม ๆ ที่แสนซ้ำซาก หัวใจเต้นตึกตัก ผีเสื้อกระพือปีกบินในท้อง แม้กระทั่งยามที่ใบหน้าของแจ็กตึงเครียด เย็นชา แทบไม่เงยขึ้นมาจากภาพโฮโลแกรมที่ลอยเหนือโต๊ะ เจสซี่ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าเขาหล่อเหลาแค่ไหน สมบูรณ์แบบในทุกวิถีทางที่เจสซี่จินตนาการออก ชายในฝันของเขาอย่างแท้จริง แต่เขาไม่รู้มาก่อน

                เขาไม่น่าทำให้ทุกอย่างเลวร้ายขนาดนี้เลย ไม่น่าเล่นเกมพยายามพิสูจน์ความเป็นอัลฟ่า–

                น่าจะเข้าหาแจ็ก และชนะใจเขาในแบบที่เจสซี่คงจะทำกับโอเมก้าทั่วไป…

                แต่มันสายไปแล้วที่จะย้อนกลับ

                “เรียกผมมาหาหรือ ทูนหัว” เจสซี่พูด ใช้เสียงหวานเยิ้มไปนิดต่างจากปกติ แต่ใครจะว่าเขาได้

                “ใช่” แจ็กเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ “ทำไมนายไม่นั่งลงก่อนล่ะ”

                “ตรงไหนก็ได้ขอแค่ให้เห็นหน้านาย สุดหล่อ”

                แจ็กไม่ได้พูดอะไร แค่หัวเราะ เหอะ เจสซี่เลยลากเก้าอี้ตรงข้ามกับโต๊ะทำงานของเขามานั่งลง หมุนมันกลับด้านเพื่อจะได้นั่งคร่อมเก้าอี้ มือกอดอกพาดบนพนักพิง แจ็กไม่พูดอะไรกับเขาเลย พักใหญ่ มัวแต่ขมวดคิ้วอ่านงานของตนเอง

                แล้วอยู่ดี ๆ เขาก็พูดว่า “ฉันจะย้ายนายไปประจำการณ์ที่ปารีส”

                ถ้าเจสซี่นั่งเก้าอี้ในท่าธรรมดาสามัญ เขาคงหงายหลังตกลงพื้นไปแล้ว

                “..ขอประทานโทษ” เจสซี่ยิ้มแห้ง ๆ “ผมได้ยินผิดรึเปล่า”

                “ไม่ผิดหรอก” แจ็กตอบ “ปารีส”

                “ผมไม่เข้าใจ” เขามองหน้าแจ็ก พยายามหาคำตอบ มั่นใจแล้วแท้ ๆ ว่าเขาสามารถอ่านแจ็กออกได้ เมื่อเขาต้องการ แต่ตอนนี้มันมีแต่.. หน้ากาก ของความเฉยเมินและเฉยชา “คุณต้องการผมที่นี่ ผมต้องช่วยคุณเรื่องเดดล็อก–”

                “สำคัญตัวผิดไปแล้ว” แจ็กกระตุกยิ้มเยาะ “นายเคยสำคัญกับเราในตอนจับกุมเดดล็อกครั้งแรก ใช่ แต่ตอนนี้? ไม่แล้ว พวกมันเป็นแก๊งใหม่ ทำทุกอย่างใหม่หมด ข้อมูลที่นายให้มาไม่เคยตรง และใบหน้าของนายก็ไม่สามารถใช้ลงภาคสนาม”

                “ผมเป็นคนเดียวที่รู้จักเดดล็อกดีกว่าใคร ใหม่หรือเก่า–”

                “เชราด์ต้องการพลแม่นปืนอย่างนายให้ช่วยจัดการทาลอน” แจ็กตัดบท “นายมีประโยชน์กับเขามากกว่าฉัน”

                แต่เจสซี่ไม่เชื่อเหตุผลเหลวไหลพวกนี้หรอก

                “นี่เรื่องกาเบรียลใช่ไหม”

                แจ็กหยุดการทำงานทั้งหมด ร่างชะงักชะงันราวหุ่นเชิดที่ถูกตัดสาย

                “หวานใจ อย่าทำกับ– อย่าทำกับเราแบบนี้” เจสซี่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้าไปหา.. คนรักของเขา คู่ที่ ถึงแม้จะไม่มีรอยกัด ก็ยังเป็นที่หนึ่งในใจเขา ร่างของเราสองแนบชิดกัน “ผมนึกว่า… ผมนึกว่าเรากำลังไปได้สวยเสียอีก คุณยอมรับผม..”

                แจ็ก ยอมรับว่าตนเองไม่ได้เกลียดเจสซี่ แจ็ก ยอมรับว่าเขาเองก็ต้องการเจสซี่ไปไม่น้อยกว่ากัน แจ็ก ตกลงปลงใจว่าจะไม่ปฏิบัติกับเขาอย่างทิ้งขว้างอีกต่อไป ช่วงเวลาแสนหวานอันชิดใกล้ของเราสอง.. ใช่ มันอาจจะถูกทำลายเมื่อกาเบรียลเปิดประตูเข้ามา แต่เจสซี่ก็ยังคิดว่าช่วงเวลานั้นล้ำค่ายิ่งกว่าทุกสิ่ง เป็นการพัฒนาการอันยิ่งใหญ่ในความสัมพันธ์ของเรา

                หากสิ่งที่เรามีอยู่สามารถเรียกเป็นความสัมพันธ์ได้

                แจ็กผลักเจสซี่ตัวแรง เขาถึงกับล้มลงไปกองกับพื้นเพราะเรี่ยวแรงมหาศาลของอีกฝ่าย แต่แจ็กไม่สนใจเขา ไม่ชายตาแลเลยว่าเจสซี่กำลังเงยหน้ามองเขาจากพื้นด้วยแววตาที่รวดร้าวแค่ไหน คาวบอยหนุ่มใจสลายที่ถูกหักอกดังเป๊าะ

                “นายคิดไปเอง” แจ็กพูด “ไม่มีอะไรทั้งนั้นระหว่างเรา มันเป็นแค่ความต้องการทางกาย แค่กามา”

                “อย่าพูดอย่างนั้นสิ” เจสซี่วิงวอน “คุณรักผม ผมรู้ว่าคุณรักผม”

                “ฉันไม่ได้รักแก”

                ไม่เอา ไม่เอา เจสซี่ไม่เชื่อด้วยหรอก

                “ฉันชอบนอนกับแก มันก็แค่นั้น ฉันชอบเซ็กส์ระหว่างเรา ไม่มีความหมายอื่น”

                “มองตาผมสิ ตอนที่คุณหักอกผมน่ะ”

                ไม่มีคำตอบ แจ็กยังมองทุกอย่างนอกจากเขาเอง

                เจสซี่เกาะขาแจ็กอย่างหน้าไม่อาย ณ จุดนี้ เขาทำได้ทุกอย่าง “ได้โปรด–”

                แจ็กเตะเขาเต็มแรง ร่างของเจสซี่กระเด็นคว่ำไปอีกฟากหนึ่งของพื้น “น่ารำคาญจริงเว้ย!”

            ทุกสัญญาณเตือนภัยในร่างเจสซี่กรีดร้อง ไซเรนและแสงสีแดงกระพริบไปมาภายหลังลูกตาเขา เขาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น รีบออกไปจากที่นี่ เพราะนี่ไม่ใช่แจ็กคนที่เขาตกหลุมรักด้วย แต่ก็ไม่ทันแล้ว เขาช้าเกินไป นึกว่าตนเองคล่องแคล่วว่องไว แต่แจ็กไวกว่า คว้าเขาตรงคอเสื้อด้วยมือเดียว หิ้วร่างเจสซี่จากพื้นอย่างง่ายดาย เพื่อที่จะเหวี่ยงเขาลงอีก

                แต่คราวนี้ แจ็กลดตนเองลงมาด้วย คุกเข่านั่งคร่อมอกเขาไว้ด้วยน้ำหนักทับปอดที่ทำให้เขาหายใจไม่ออก

                มือแกร่งของแจ็กบีบเข้าที่คอเจสซี่ ส่วนมือขวาก็ชกเขาเข้าที่แก้มเต็มแรง “แกทำลายทุกอย่าง!

                ฟันเบี้ยวหลุดจากเหงือก เลือดหยดลงคอเขา

                “แกพรากกาเบรียลไปจากฉัน!”

            ทัศนียภาพกลายเป็นสีดำมืด ดาวเป็นประกายเต้นตรงขอบตา ซ่า

                “ไอ้เด็กเนรคุณ ชีวิตฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะ–

                เขาหายใจไม่ออก จมูกน่าจะหัก เลือดอุดรูจมูกเขา ดวงตาเหมือนจะถูกบีบหลุดออกมาจากกะโหลก–

                “แก! แก! แก! แก–”

            ชา

                แจ็กหอบหายใจอยู่เหนือร่างเขา ทั้งร่างสั่นเทาจากการระบายอารมณ์โกรธ เจสซี่มองเขาผ่านเปลือกตาที่ใกล้ปิดเต็มทน แล้วได้แต่คิดว่า แม้กระทั่งยามโกรธ ดวงตาของเขาก็ยังเป็นสีฟ้าโทนที่สวยที่สุด ท้องนภาของซานตาเฟดี ๆ นี่เอง

            เจสซี่ แมคครี: ตกหลุมรักหัวปักหัวปำเกินเยียวยา

                แจ็กปล่อยมือจากคอเขา “ฉันจะส่งแกไปปารีส”

                เจสซี่พูดไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ ได้แต่พยักหน้า แล้วนี่เขาเริ่มร้องไห้ตั้งแต่เมื่อไหร่? คงเป็นเพราะความเจ็บ

                “แกจะทำงานให้ลาครัว แกจะจงรักภักดี และเชื่อฟังต่อเขา เหมือนที่แกทำกับฉัน”

                เจสซี่พยักหน้า

                “และแกจะอยู่ที่นั่นจนกว่าจะได้รับคำสั่งใหม่ ฉันจะไม่ให้แกกลับมาอีก ไม่แม้กระทั่งตอนวันคลอดกาเบรียล”

                เจสซี่พยักหน้าอีก

                “แกจะไม่บอกใครว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนี้ และถ้ากาเบรียลถาม นายเป็นคนอาสาไปปารีส”

                เมื่อสั่งการจบ แจ็กก็ลุกออกจากร่างเขา ปล่อยให้เจสซี่สามารถลุกขึ้นได้ในที่สุด อย่างน้อยขาเขาก็ยังใช้การได้

                “ออกไปซะ เก็บของ นายออกเดินทางพรุ่งนี้ เช้าตรู่”

                บางที เจสซี่อาจจะคิดไปเองจริง ๆ ก็ได้

                อาจจะไม่มีความรักระหว่างเราเลย

                               

Advertisements

4 thoughts on “Ties that Bind (11)

  1. ฮือ อื อออ โอย ปวดท้องปวดตับ แม่ม สงสารใครก่อนดี แจ็คแมางก็พาลดีจัง555

    Like

  2. ทุกครั้งที่จะคอมเม้น เรามักจะคิดคำไม่ออก มันแบบ……..เหมือนตับพังๆของเราติดอยู่ที่ลำคอแล้วเราก็คิดอะไรไม่ออก ทำไมมันช่างยุ่งเหยิงอะไรแบบเน้ ฟิคที่ไรเตอร์เขียนก็ตั้งเยอะแยะทำไมมาติดเอาเรื่องนี้ ตับพังกันไป จะรู้สึกเห็นใจ สมน้ำหน้า หรืออะไรนี่ผสมกันมั่วไปหมดเลย หวังว่ากาเบรียลกับเด็กจะปลอดภัยไปจนตลอดนะ //กลับไปพยาบาลหัวใจรอตอนหน้า

    Like

  3. คุณอยากได้คอมเม้น ได้ค่ะ เราจะสละเวลามาเม้นสครีมสักครู่ระหว่างอ่านซีรี่ส์นี้แบบมาราธอน ให้หัวใจเราได้พักแป๊บนึง
    ตอนแรกเราอ่านซีรี่ส์นี้ถึงตอนสามแล้วเราพักเบรคยาวๆเลย เห็นเค้าปวดตับมาแต่ไกลจนเราต้องทำใจก่อนอ่านต่อ รักสามเส้ามันเศร้าและต้องเจ็บกันทุกฝ่ายทำให้เป็นแนวที่เราไม่ค่อยชอบมาตลอด แต่……เช่นเดียวกับซีรี่ส์อื่นๆของคุณที่เมื่อมีโมเม้นต์อะไรซักอย่างให้เราทำใจก่อนอ่าน….. เราจะติดมันหนึบแล้วอ่านรัวๆทั้งที่แรกๆคิดว่าคงทำใจอ่านไม่ไหว(ร้อดฮุกรีปเปอร์พับบลิคเซ็…แค่ก! โอลด์ด็อ–แค่ก!แค่ก!)
    เราเคยโกรธแจ๊คสำหรับอีโก้บ้าๆของเขา(ถึงจะยังไม่รู้ว่าเกเบรียลไปทำอะไรให้เขาก็เถอะ) เคยโกรธความหุนหันพลันแล่นของเจสซี่ แต่ให้ตาย ตอนนี้เรารักทุกคน เรารักความเป็นเด็กนิดๆของเจสซี่ที่ทำให้อมยิ้มได้เสมอ เรารักแจ๊คเวอร์ชั่นตาสว่างที่ดีเหลือเกินต่อกาเบรียล เรารักความเข้มแข็งที่แหกมันทุกกฏความเป็นโอเมก้าของกาเบรียลและทุกสิ่งที่เค้าต้องเผชิญ รักปากับมาด้วย ครอบครัวที่มีสีสัน ตอนนี้เราหวังแค่ว่าคุณจะเขียนถึงบทสรุปที่งดงามของพวกเขาได้ในท้ายที่สุดค่ะ

    Like

    • “คุณอยากได้คอมเม้น ได้ค่ะ เราจะสละเวลามาเม้น” เป็นประโยคที่พระเอกมา 11/10 IGN รักค่ะ

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s