Ties that Bind (12)

Title: Ties that Bind
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: None?
Rating: PG?????
Warning: Blackwatch!Jack, Strike-Commander!Gabriel, ABO, Beta!Jack, Omega!Gabriel, Alpha!Jesse, Mpreg, นึกคำเตือนอื่น ๆ ไม่ออกแล่ว…
Notes: It’s time.

                ผ่านมาสามเดือนแล้ว แต่เจสซี่ก็ยังไม่เคยชินกับ สถานสังเกตการณ์: ปารีส ที่นี่แตกต่างจากซือริช แตกต่างจากจิบรอลธาร์ เกือบทั้งฐานอุทิศให้แก่หน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของ เชราด์ ลาครัว เจ้าหน้าที่ทุกคนล้วนเป็นแต่คนแปลกหน้า สายบุ๋น ไม่ใช่สายบู๊ อยู่ในห้องประมวลผลข้อมูลมากกว่าจะได้ลงภาคสนาม พูดคุยกันด้วยภาษาที่เจสซี่ไม่เข้าใจ ทั้งในแง่ของคำศัพท์วิชาการสลับซับซ้อน และภาษาฝรั่งเศส พวกเขาวางตัวแตกต่างไปด้วย จับต้อง… ยาก เข้าถึงไม่ได้ เหินห่าง หยิ่ง

                สามเดือน และเจสซี่ยังคงเดินหลงจนตนเองชนเข้ากับผนังทุกครั้งแทนที่จะเลี้ยว ไม่คุ้นชินกับสถาปัตยกรรมหรูหราปราณีตที่แอบแฝงเทคโนโลยีเข้าไปได้อย่างเป็นศิลปะ เขาเห็นน้ำพุประดับด้วยรูปปั้นในห้องโถง เห็นเชิงเทียนปลอมบนผนัง ระบบเอไอที่ไม่ใช้อาธีน่า แต่เป็นเทพเจ้าที่เจสซี่ไม่คุ้นชื่อ เสียงสังเคราะห์ทุ้มต่ำแหบพร่าต่างจากเสียงนุ่มของอาธีน่า

                สามเดือนที่เจสซี่นับนิ้วได้ในมือเดียวว่าเขาถูกส่งลงภาคสนามแล้วกี่ครั้ง ทุกครั้งเป็นแค่ภารกิจลาดตระเวนที่จะอาศัยใช้ใครก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ความแม่นปืนของเจสซี่ หรือไหวพริบของเขา เชราด์ประหลาดใจด้วยซ้ำที่เขาถูกส่งไปปารีสในตอนแรก ลงจากอากาศยานพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าและหน้าตาเหรอหรา เชราด์มองเขาแล้วพูดว่า อ้าว นี่เขาส่งเธอมาหาฉันทำไมเนี่ย

            สามเดือน และเจสซี่พึ่งจะนึกขึ้นได้ ว่าเขาพลาดวันคลอดของคู่ตนเองไปนานแล้ว

                เขาประหลาดใจที่ตนเองไม่ผิดหวัง แค่มองปฏิทินแล้วก็ร้อง อ้อ.. เลยเก้าเดือนมาแล้วนี่น่า

                ตัวเขาในอดีตคงไม่มีวันอยากจะเป็นอัลฟ่าแบบนี้

                การอยู่ห่างจากแบล็กวอทช์เหมือนถูกตัดออกจากโลกแห่งความเป็นจริง เขารู้ว่าโอเวอร์วอทช์พยายามทำทุกอย่างที่จะลบล้างข้อมูลของแบล็กวอทช์จากสาธารณชน แต่มันช่างประหลาดเมื่อคุณได้กลายเป็นคนนอก บุคคลที่สาม โลกที่คุณเคยรู้จักเลือนหายไปจาก.. ทุกอย่าง ในขณะที่เขายังเห็นข่าวของกาเบรียลบ้างเป็นครั้งคราว แจ็กหายไปเลยจากความทรงจำ

                สิ่งเดียวที่เขามีที่จะระลึกถึงแจ็กได้เป็นแค่.. ภาพถ่ายเก่า ๆ ที่เขาฉีกออกมาจากหนังสืออีกที ซึ่งก็หายากมากพอแล้ว ในยุคสมัยนี้ มันเป็นหนังสือที่เขียนถึงประวัติศาสตร์สมัยที่เจสซี่ยังเป็นเด็ก ตอนที่วิกฤติออมนิคยังเป็นภัยอันตรายคุกคามโลก และ แจ็ก มอร์ริสัน ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับสไตรค์ทีม เขายังหนุ่มอยู่เลย ในภาพ มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว แน่วแน่ เขาสวมสีฟ้าที่เข้ากับดวงตา และมีทั้งไฟ ทั้งจิตวิญญาณ ชนิดที่เจสซี่ถึงกับประหลาดใจว่าทำไมภาพถ่ายถึงไม่แผ่ความร้อนออกมา เขาช่าง..

                วิเศษ

                เจสซี่ยืนสูบซิการิลโล่อยู่บนระเบียง ข้างป้าย “ห้ามสูบบุหรี่!” สะบัดขี้เถ้าลงกระถางดอกกุหลาบที่อุตส่าห์ห้อยไว้แสนสวยงามริมรั้วระเบียง ซิการ์ในมือ รูปภาพในอีกข้าง มองสีฟ้าของดวงตาแจ็กสลับกับท้องฟ้าเหนือหัว และได้ข้อสรุปว่าทั้งสองเป็นเสมือนภาพสะท้อน สีเดียวที่ขโมยกันมา เขาคิดถึงแจ็กเป็นบ้า ถึงแม้อีกฝ่ายจะเนรเทศเขามาปารีสโดยไม่ใสใจไยดี

                เขารู้ เขารู้ เขาควรจะรับคำว่า ไม่ และเข้าใจถึงความหมายของมัน ต้องให้ผู้ชายต่อยหน้าคุณกี่ครั้งถึงจะเข้าใจว่าเขาไม่อยากยุ่งกับคุณแล้ว? แต่เจสซี่รอดชีวิตมาถึงทุกวันนี้ได้ก็ด้วยความดื้อด้านล้วน ๆ ดื้อด้านที่จะไม่ตาย ดื้อด้านที่จะไม่อ่อนข้อให้ใครในเดดล็อก และ ดื้อด้านที่จะชนะใจแจ็ก มันอาจจะทำให้เขาเป็นคนเลว ไม่รู้จักความสมยอม ไม่รู้จักขอบเขต ไม่เคารพคำปฏิเสธ แต่มาม่าไม่ได้สอนเขามาให้ยอมแพ้กับอะไรง่าย ๆ ไม่ว่าอุปสรรคจะกั้นขวางเพียงใด ไม่ว่าเขาจะ.. ทำทุกอย่างพัง..

                “ชอบวิวไหม?”

                “อ้า!”

            เจสซี่สะดุ้งตัวโยนเสียจนรูปภาพหลุดมือ มันลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ และ โชคดีเหลือเกิน เจสซี่คว้ามันกลับมาไว้ทัน หันไปมองต้นเสียงสำเนียงฝรั่งเศสหนาเตอะด้วยสีหน้ากึ่งหงุดหงิด กึ่งตระหนก เขาถูกทักทายด้วยหนวดดินสอของเชราด์ ดวงตาเรียวเหล็กหรี่ลงราวลูกแมวได้ครีม ยินดีปรีดาที่สามารถจับจังหวะเจสซี่ได้ทีเผลอ ตอนที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว

                “รูปคนรัก?” เชราด์ถาม พยักเพยิดมาทางรูปภาพยับ ๆ ที่เจสซี่พับไว้ในฝ่ามือ

                “…ทำนองนั้น” เจสซี่ตอบ เข้าข้างตัวเองหน่อยก็แล้วกัน

                เชราด์มีรอยยิ้มที่ประหลาด เขายิ้มโดยที่ดวงตาไม่ยิ้มด้วย “อ้า! มีโอเมก้าแสนสวยรอเธออยู่ที่บ้านงั้นรึ?”

                “เบต้าต่างหาก” เขาไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงร้อนตัว แต่ก็ตอบไปแล้ว

                “อ้อ” เชราด์กระพริบตา “เหมือนฉันกับอะเมลีสุดที่รัก”

                เชราด์เป็นเบต้า ไม่มีกลิ่นอะไรเลย สามารถย่องเบาเข้าหาผู้อื่นได้อย่างตอนนี้โดยที่เจสซี่ไม่รู้ตัว และภรรยาของเขา เท่าที่เจสซี่เคยเห็นเธอสองสามครั้งเมื่อเธอได้รับอนุญาตเข้ามาในฐานทัพ– ก็เป็นเบต้าเหมือนกัน หญิงสาวที่ดูเย็นชาในแวบแรก เพราะความเป็นเบต้าของเธอกระมัง ดูเข้าถึงยาก แต่ยิ้มกว้างให้เจสซี่เมื่อเราคุยกัน เสียงของเธอไพเราะเพราะพริ้ง

                เจสซี่ไม่ได้อยากจะปรับทุกข์กับเชราด์ พวกอัจฉริยะน่ะคุยด้วยยาก เหมือนกำลังเล่นหมากรุกกับพวกเขาอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้คุณจะแหกปากว่าคุณเล่นหมากรุกไม่เป็นและเกลียดเกม ทุกสิ่งที่คุณทำดันไปสอดคล้องกับแผนการสักอย่าง เติมเต็มปริศนาที่เขากำลังต่อในหัว เชราด์สำรวจเจสซี่เหมือนเบาะแสในภารกิจ ดูก็รู้ว่าฟันเฟืองในหัวกำลังหมุนวน

                แต่.. สงสัยมันเป็นเพราะเขากำลังอารมณ์เปลี่ยว บางอย่างเกี่ยวกับช่วงเวลาเช้าตรู่เสียจนไม่มีภารกิจรอให้ทำ ไม่มีหน้าที่ให้ปฏิบัติ แค่ความเงียบวังเวงของฐาน– มันทำให้เจสซี่กล้าพูดมากกว่าที่ตนเองควรจะพูด บ่นพึมพำออกไปว่า

                “ถ้าผมบอกว่าผมมีเบต้ารอผมอยู่ที่ซือริช คุณจะส่งผมกลับไหม” ไม่ลองไม่รู้

                “ก็ขึ้นอยู่กับว่า” เชราด์เดินมาหยุดข้างเขา “เบต้าคนนี้คือมอร์ริสันรึเปล่า”

                รอบนี้ เจสซี่ไม่ได้สะดุ้ง แค่กำรูปถ่ายในมือแน่นขึ้น “เอ่อ”

                เขาคลายกำปั้นออก และแน่นอน มันคือรูปของแจ็ก เชราด์กระตุกยิ้มบาง ๆ

                “อะฮ้า!” เขาดีดนิ้ว “ฌอง…” อือฮึ เจสซี่ฟังออกอยู่แค่คำเดียวในประโยคที่ค่อนข้างยาว

                “คุณว่าไงนะ”

                “ฉันกะไว้แล้วเชียว” เชราด์ขมวดคิ้ว “สามเดือนแล้วนะ เธอน่าจะเริ่มเข้าใจฝรั่งเศสบ้างแล้ว”

                “ผมพูดได้ประโยคหนึ่งนะ” เจสซี่กระแอม “เชอ เนอ ปาร์ล ป๊ะ แทร์ เบียง ฟรองเซ่”

                เชราด์หัวเราะ เอาไหล่กระทุ้งเขาเบา ๆ “ไม่เอาน่า”

                “คุณรู้ได้ยังไง?” เจสซี่ถาม “เรื่อง.. ท่านผู้บัญชาการมอร์ริสัน”

                “ทำไมอยู่ดี ๆ แจ็กถึงจะส่งเจ้าหน้าที่ของเขามาให้ฉันล่ะ ถูกใช่ไหม” เชราด์อธิบาย ผายมือไปด้วยประกอบคำพูด “เขาหวงคนของตนเองจะตาย รักษาแบล็กวอทช์ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม เรามีคนพอ ที่ปารีส ไม่ต้องส่งโพรเตเจของเขามาหรอกนะ”

                “แต่เขาก็ส่งผมมาแล้ว”

                “ใช่ ซึ่งทำให้ฉันคาดเดาว่าต้องมีเหตุ.. ขุ่นเคืองระหว่างเธอทั้งสอง” เชราด์กอดอก เท้าไว้กับรั้วระเบียง เจสซี่พึ่งสังเกต แต่เขาไม่รังเกียจที่จะยืนข้างคนสูบซิการริลโล่ “ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องอะไร รู้แค่ต้องเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องส่วนตัว ความสัมพันธ์ศิษย์–อาจารย์ระหว่างเธอถึงได้มีปัญหา แต่พอเห็นเธอเหม่อลอย ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ฉันก็เดาว่า…”

                “เป็นปัญหาหัวใจ” คือประโยคของเจสซี่

                ส่วน “มีปัญหาบนสวรรค์ชั้นเจ็ด” เป็นของเชราด์

                เจสซี่นิ่วหน้า แทบจะร้องยี้ “ทำไมคุณต้องพูดอย่างนั้นด้วย”

                “ปาร์ดง ปาร์ดง” เชราด์โบกมือ “แล้วมันจริงไหมล่ะ”

                “แค่นี้คุณก็บอกได้แล้วเหรอว่าเกิดอะไรขึ้น” เจสซี่ถาม ออกจะทึ่งนิด ๆ “คุณนี่ฉลาดเกินไป”

                “โอ้ย ก็แค่การอนุมานพื้นฐาน ใคร ๆ ก็ทำได้ ฉันสอนให้เธอได้นะ ถ้าอยาก” เขาเสนอ แต่แล้วรอยยิ้มก็จางหายไปจากใบหน้า แทนด้วยสีหน้าดุนิด ๆ ที่เขาเอามาใช้เอ็ดเจสซี่ “ถ้าเธอตั้งสมาธิให้อยู่กับงานได้สักห้านาทีต่อวันล่ะก็นะ…”

                “ผมไม่ได้ตั้งใจจะเมินคุณ” เจสซี่พึมพำ รู้สึกผิด “แค่…”

                “คิดถึงเขา?”

                “ครับ”

                 “อย่าหาว่าฉันแพร่งพรายเลยนะ ฉันไม่ชอบเรื่องคนอื่น เชื่อเถอะ ทุกวันนี้ฉันใช้ชีวิตโดยพยายามไม่ยุ่งกับธุระของใครเลยที่ไม่เกี่ยวข้องกับฉัน” เชราด์เงียบไปครู่ พรมนิ้วลงบนรั้วระเบียง “แล้วนี่ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นเหรอ”

                “เอ่อ…” เจสซี่ดึงซิการิลโล่ออกจากระหว่างฟัน ต้องขอบคุณใครนะที่เชราด์ยังเดาไม่ถึงว่ากาเบรียลมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย มันยุ่งวุ่นวายเกินกว่าที่ใครจะคาดได้กระมัง แต่จะเล่ายังไงดีล่ะเนี่ย “เรา… ทะเลาะกัน คุณเรียกงั้นก็ได้มั้ง”

                “ว่ามา”

                “ผมคิดว่าปัญหามันไม่น่าจะเกิดถ้าเรา ไม่รู้สิ เข้าหากันแบบมนุษยชนตั้งแต่แรกเริ่ม” แค่พูดเขาก็เหนื่อยใจแล้ว นึกถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกอย่างยุ่งเหยิง “แต่เราดันมัวแต่เสียเวลาไปกับการแก่งแย่งว่าใครควรเป็นอัลฟ่าของความสัมพันธ์”

                “ทำไมฉันถึงไม่แปลกใจนะ?” เชราด์ยิ้มหน่อย ๆ “แจ็กเป็นเบต้าที่มีความเป็นอัลฟ่าสูงที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็น”

                “ผมก็ด้วย” และมันก็เซ็กซี่ดีอยู่หรอก ในตอนแรก เป็นเหตุผลที่ทำให้เจสซี่สนใจ แต่ให้ตายเถอะ..

                “เขาเคยสวมเขี้ยวปลอมด้วยนะ รู้รึเปล่า สมัยที่ฉันยังอยู่ในสไตรค์ทีมน่ะ”

                “เอาจริงดิ”

                “น่าจะเป็นปัญหาน่าดูใช่ไหม ในเมื่อเธอเป็นอัลฟ่า”

                “ก็ทำนองนั้นครับ” เจสซี่ตอบ ๆ ไปก่อน “ผมคงไม่มีวันเปลี่ยนเขาได้”

                “แล้วทำไมต้องไปเปลี่ยนเขาด้วยล่ะ” เชราด์แย้ง ซึ่งทำให้เจสซี่ขมวดคิ้วมุ่น “ฉันรู้ ฉันรู้ ทุกคนจะบอกนายว่าความสัมพันธ์ที่ดีต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมเปลี่ยนตนเองให้ดีขึ้น ดีกว่า– แต่ฉันกับอะเมลีนะ เราไม่เป็นแบบนั้นเลย หัวแข็งกันทั้งคู่ เธอกับรสนิยมชั้นสูงของเธอ แล้วก็มันสมองของฉัน แต่เราไม่เคยขอให้ใครเปลี่ยน เราแค่ยอมรับกันและกันก็พอ”

                ซึ่ง.. เป็นคำแนะนำที่ไม่เลว

                ก็ ‘ความสัมพันธ์’ หากคุณเรียกมันอย่างนั้นได้– ระหว่างแจ็กกับเจสซี่ มันเริ่มต้นขึ้นเพราะเราแย่งจะเป็นอัลฟ่าใช่ไหม ประลองว่าใครจะได้กาเบรียลไป ต่างฝ่ายต่างพยายามยัดเยียดบทบาทที่ ‘ต่ำต้อยกว่า’ ให้กันและกัน พยายามเปลี่ยนแจ็กให้อ่อนด้อยกว่า แล้วหลังจากนั้น เขาก็พยายามทำให้แจ็กรักเขาอีก แย่งความรักความสนใจที่เขามีให้กาเบรียลมาไว้กับตัวเอง และมันไม่ได้ผล มันชวนให้เหนื่อยล้า มันชวนให้เจสซี่หมดความหวัง อาจจะถึงเวลาที่เขาต้องยอมรับความจริงแล้วกระมัง

                ยอมรับ ว่าแจ็กไม่ได้รักเขา ยอมรับ ว่าที่ผ่านมาเป็นเพียงความต้องการทางเพศ แค่อารมณ์ชอบพอทางกายาและเนื้อหนัง ไม่มากไปกว่านั้น แจ็กอาจจะทนเขา อาจจะเผลอหลงใหลกับเขาไปชั่วครู่ แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความจงรักภักดีที่เขามีต่อกาเบรียล เจสซี่ต้องยอมรับว่า ถ้าหากเวลามาถึงให้เขาต้องเลือก กาเบรียลจะต้องถูกเลือกก่อนตลอดเวลา ทุกครั้ง

                เขาต้องยอมรับมัน และหวังว่าแจ็กจะยอมรับมันได้ด้วย ยอมรับว่า– ถึงจะมีข้อแม้ทุกอย่างที่เขากล่าวมาข้างต้น– เจสซี่ก็ยังหลงเขาหัวปักหัวปำอยู่ดี หวังว่าเขาจะมีที่ว่างในใจเหลือให้เจสซี่บ้าง ต่อให้มันจะไม่ใช่ความรักในแบบที่เขามีให้เก๊บ

                ได้แต่หวัง

                “ฉันจะส่งเธอกลับซือริชทันทีที่เอกสารเสร็จเรียบร้อย” เชราด์พูดขึ้น ดึงความคิดเจสซี่จากห้วงภวังค์ “เธอไม่มีประโยชน์ที่นี่ ฉันมีคนของฉันอยู่แล้ว และเห็นได้ชัดว่าเธอเองก็ไม่อยากทำงานให้ฉัน.. มันถือว่าเป็นการสิ้นเปลืองบุคลากรเปล่า ๆ “

                “ขอบคุณครับ” เจสซี่กล่าว ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตนเองถึงเสียงแตก “ขอบคุณครับ เชราด์”

 




 

                กาเบรียลต้องยอมรับ เขายินดีที่ได้เจออะนาอีก

                ตลอดช่วงเวลาที่เขาท้อง กาเบรียลรู้สึกว่าเขาแทบไม่ได้คุยกับอะนาเลย ไม่ได้เจอหน้า ไม่ได้พูดคุย ทุกบทสนทนาระหว่างเราเป็นเรื่องงาน การมอบหมายหน้าที่ประเดี๋ยวประเด๋าที่อาศัยแต่ความเป็นทางการ เราเคยเป็นเพื่อนสนิทกัน จนกระทั่งมรสุมของความฉิบหายบัดซบมันถาโถมเข้ามาในชีวิต อะนาต้องรับหน้าที่แทนเขาบ่อยครั้ง เป็นท่านผู้บัญชาการชั่วคราวขณะที่กาเบรียลลาครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะป่วย เพราะต้องพัก เพราะลาคลอด สารพัดอย่างที่เธอต้องรับแทนเขา

                แต่เธอก็ยังอุตส่าห์เจียดเวลามาเยี่ยมกาเบรียลที่โรงพยาบาล ถึงแม้เขาจะคลอดก่อนกำหนด– ไมได้ทำให้หมอประหลาดใจเลย– และทุกอย่างฉุกละหุกไปหมดจนไม่น่าเหลือเวลาให้เธอมา แต่เธอก็อยู่นี่แล้ว ข้างเตียงเขา รอยยิ้มบนใบหน้าเบิกบานราวกับกาเบรียลไม่ได้ทอดทิ้งเธอ เก้าเดือนที่ผ่านมา เขาไม่ได้ปัดเธอออกจากชีวิตเพราะเขาขี้ขลาดเกินกว่าจะขอความช่วยเหลือจากใคร ไม่รับใครเข้ามาในชีวิตอีกหลังจากเห็นคู่ตนเองไปมีใหม่ แล้วจากนั้นก็หนีเขาไปปารีสโดยไม่ติดต่อกลับมา

                เขาไม่เคยกล้าเข้าหาอะนาก่อน รู้ว่าเธอยุ่ง เรื่องฟารีฮา เรื่องสามี เรื่องหน้าที่ เขารู้สึกว่า ท่ามกลางทุกอย่างที่อัลฟ่าสาวรายนี้ต้องแบกไว้บนบ่า ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ของโอเมก้าอย่างกาเบรียลจืดจางไปเลยเมื่อเทียบกัน ไม่สำคัญเท่า

                แต่เธอก็อยู่ที่นี่แล้ว สละเวลามาหาเขา นิ้วมือของเธอลูบบนหลังมือเขา อ่อนโยนและนุ่มนวล

                “…ฉันดีใจที่เธอมา” กาเบรียลพูดด้วยความสัตย์จริง

                นานแค่ไหนแล้วนะตั้งแต่ที่เขาได้เห็นอะนาในชุดลำลอง แล้วนี่เธอผอมแบบนี้อยู่ตลอดรึเปล่า หรือว่าเสียน้ำหนักไปมากกับความเครียด กล้ามเนื้อลีนบางภายใต้เสื้อแขนยาวและผ้าพันคอผืนหนา กาเบรียลบอกไม่ถูกว่าตีนกานั่นเป็นของใหม่หรือเก่า สีเทาในผมดำอยู่ตรงนั้นมาตลอดหรือว่าเป็นผมหงอกเส้นใหม่ที่กาเบรียลไม่เคยสังเกต เวลาช่างผ่านไปไวเหลือเกิน

                “เธอควรจะมีอัลฟ่าสักคนอยู่ด้วย” อะนาตอบ เคืองนิด ๆ เธอยังไม่รู้ว่าพ่อเด็กเป็นใคร และก็ไม่พอใจเลยแม้แต่น้อยที่กาเบรียลดันไปมีความสัมพันธ์กับอัลฟ่าที่ไม่ดูแลเขา ฮ่า “เป็นยังไงบ้าง กาเบรียล? เธอรู้สึก… ยังไง?”

                “ดี?” กาเบรียลยักไหล่ “ดีกว่าที่คิด มันไม่ใช่ครั้งแรกที่มันคนผ่าท้องฉันแล้วเอาบางอย่างออกไป”

                “ชีวประวัติของเธอนี่ช่างน่าตื่นตาตื่นใจ”

                กาเบรียลยิ้ม “เดี๋ยวจะมีคนเอาฉันไปทำทีวีโชว์ และมันจะสนุกมาก”

                “เธอเห็นเด็กรึยัง”

                “เอ่อ ไม่เชิง? เขาเอาเด็กไปเข้าตู้อบทันทีเลยที่มันออกมายังโลกภายนอก และฉันก็สลบอยู่ด้วยสิ ตอนนั้น” กาเบรียลย่นจมูก “ใช่ว่าฉันอยากเห็น ปล่อยไอ้เด็กนรกนั่นไปดีเถอะ ฉันอุ้มท้องมันมาไม่รู้กี่สัปดาห์ ฉันเหม็นหน้ามันแล้ว”

                “กาเบรียล!” อะนาตีเขา “อย่าเรียกลูกอย่างนั้นสิ”

                กาเบรียลตีเธอกลับ เพียะ “นี่ลูกฉัน อะนา ฉันจะเรียกมันว่ายังไงก็ได้”

                อะนาถอนหายใจ “เธอคิดชื่อไว้รึยัง”

                “อ๋อ คิดแล้ว” กาเบรียลพยายามยันตัวลุกขึ้น “ทำไมเราไม่ลุกไปดูมันเลยเดี๋ยวนี้ล่ะ”

                “กาเบรียล เธอลุกไม่ไหวหรอกนะ”

                “คนทั่วไป? อาจจะไม่ แต่ฉันเป็นซุปเปอร์โซลเยอร์ ฉันมั่นใจว่าฉันลุกได้ทันทีทันใดหลังคลอด”

                นั่นทำให้เขาถูกกลอกตาใส่ “เอ้า เชิญเลย”

                …

                กาเบรียลนอนแบะกับเตียง “โอเค ยอม”

                “พักก่อนเถอะ กาเบรียล”

                “ฉันพักมามากเกินพอแล้ว ฉันรู้สึกว่าฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากพัก” กาเบรียลเถียง จะเรียกว่าเขาดื้อด้านก็ได้ แต่เขาไม่ยอมพักง่าย ๆ หรอก “เธอรับหน้าที่แทนฉันบ่อยจนสามารถเป็นท่านผู้บัญชาการได้แล้ว และหลายคนก็อยากเป็น”

                “ฉันรู้ ฉันเหมาะกับตำแหน่งนี้” อะนาล้อเล่น แต่พอเห็นกาเบรียลไม่เถียง เธอก็รีบชี้แจง “ฉันเล่นมุกนะ”

                “ฉันน่าจะสละตำแหน่งให้เธอ” เขาพึมพำ “เกษียณไปเลี้ยงลูก ซื้อบ้านแถบบ้านนอก ทำไร่”

                กาเบรียลไม่ได้กะจะสบประมาทเธอ แต่มันทำให้เธอขมวดคิ้วมุ่น ไม่พอใจกับการพูดเล่นของเขา “กาเบรียล ถ้าฉันต้องการตำแหน่งผู้บัญชาการ เชื่อเถอะว่าฉันจะได้รับมันมาอย่างคู่ควร ฉันไม่ต้องรอให้เธอมาสละมันให้ฉันหรอกนะ”

                “… จริงของเธอ” กาเบรียลเห็นด้วย “ขอโทษที”

                “ไม่เป็นไร”

                แต่กาเบรียลก็ยังพูด “ขอโทษนะที่ฉันแทบไม่ได้คุยกับเธอเลยเป็นปี ๆ “

                “เธอต้องรับมือกับหลายเรื่อง ฉันเข้าใจ” อะนาเอียงคอ “มันคงจะดีถ้าเธอรู้ว่าเธอมีเพื่อนคอยช่วยเหลือ แต่.. แหม”

                รู้สึกผิด กาเบรียลทำได้แต่เบี่ยงสายตาไปทางอื่น “พอมีปัญหา ทั้งโลกมันก็ดูเล็กลง”

                ในช่วงเวลาตั้งแต่.. ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น โลกของกาเบรียลถูกย่อเหลือแค่ผู้ชายสองคนเท่านั้น เจสซี่กับแจ็ก มันเป็นอะไรที่งี่เง่าสิ้นดี ไม่สมกับเป็นเขาเลย หมกมุ่นไม่เข้าท่าอยู่กับคนสองคน จนกระทั่ง ในที่สุด พวกเขาทิ้งกาเบรียลไปเอง ถ้ากาเบรียลมีสติกว่านี้ รอบคอบกว่านี้ เขาอาจจะจับสองคนนั้นได้ก่อนที่ความสัมพันธ์คบชู้จะเริ่มต้น แต่ ไม่ เขามัวแต่หลงไปกับการได้รับความสนใจจากคู่ของตนเอง หลังจากที่ไม่เคยมีอัลฟ่าไหนดูแลเขามาก่อน หลงใหลในมิตรภาพทีเขานึกว่าตนเองกับแจ็กมี

                และทุกอย่างก็พังทลายลง

                “ฉันรู้” อะนากุมมือเขา “ฉันเองก็รู้สึกเช่นนั้นตอนที่แยกกับโอเมก้าของฉัน แต่ฉันนึกขึ้นได้ว่าฉันมีครอบครัว ฉันมีเพื่อน ผู้คนที่ฉันรัก เธอเองก็มีเหมือนกัน เธอมีฉัน เธอมีไรน์ฮาร์ดท์ ท็อบบี้ แจ็ก เชราด์– ทุกคน เราทุกคนพร้อมที่จะช่วยเธอ”

                ใจของกาเบรียลปวดตุบเมื่อได้ยินชื่อแจ็ก แต่เขารักษาสีหน้าให้เป็นปกติ “ฉันรู้ ฉันขอโทษ”

                “ยังไม่สายนะที่จะจัดเบบี้ชาวเวอร์..”

                “ความคิดดี” กาเบรียลสะบัดนิ้ว “เอาของมาสังเวยข้า เจ้าพวกสามัญชน”

                อะนา– ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ของวัน– กลอกตา “อย่าเหลิง”

                “มีของเก่าฟารีฮาให้ฉันใช้ไหม เพราะฉันพึ่งนึกขึ้นได้ว่าฉันไม่ได้ซื้อของเด็กเตรียมไว้สักกะอย่าง”

                อะนากระพริบตาปริบ ๆ “ไม่เลยเหรอ?!”

                …กาเบรียลแอบมีภาพในหัวที่ค่อนข้างไร้สาระมากอยู่ภาพหนึ่ง ซึ่งก็คือเขากับเจสซี่เดินอยู่ในแผนกของใช้เด็ก และซื้อของปัญญาอ่อนอย่างชุดเด็กน่ารัก ๆ หรือตามหาจุกนมรูปหัวกะโหลกที่กาเบรียลเคยเห็นบนอินเตอร์เน็ต แต่ นั่นแหละ สายไปหน่อยที่จะคิดถึงอะไรแบบนั้น เขาไม่มีเวลา ไม่มีใครช่วย ไม่มี.. อะไรเลย ความผิดกาเบรียลเรอะถ้าเขาจะไม่พร้อมน่ะ

                “เด็กน่าจะอยู่ในเตาอบสักพักใช่ไหม” อะนาถาม

                กาเบรียลพยักหน้า

                “งั้นเราก็ยังมีเวลาเตรียมตัว ฉันมั่นใจว่าท็อบบี้ทำเปลให้เธอได้”

                “เยี่ยม ติดป้อมปืนมาให้ฉันด้วย”

                อะนาเมินเขา “และฉันกับไรน์ฮาร์ดท์ก็น่าจะแวะไปซื้อของใช้อื่น ๆ ให้ได้…”

                “ทำไมเธอไม่นับมันเป็นเดทเลยล่ะ”

                แหม หน้าแดงขึ้นมาทันทีเลย “กาเบรียล!”

                เราคุยกันถึงทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องจุบจิบเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่กาเบรียลมั่นใจว่าไม่คู่ควรกับเวลาของกัปตันอะมารี เรานินทานักการเมืองกัน พูดถึงเรื่องสื่อ เรื่องบันเทิง หรือความเป็นไปของเจ้าหน้าที่คนนี้คนนั้น อะนาพูดด้วยว่าฟารีฮาจะต้องดีใจมากที่ได้น้องชายมาเล่นด้วย หัวเราะใหญ่เมื่อกาเบรียลพูดให้ท็อบยอร์นเอาลูกเจ็ดสิบคนของมันมาสิ มันช่าง.. ดี

                เขาลืมไปแล้วว่ามันดีแค่ไหนที่จะได้คุยกับใครสักคนอย่างเปิดเผย จริงใจ ไม่ต้องกังวลถึงอะไรเลย ครั้งแรกในเก้าเดือนที่ผ่านมา กาเบรียลสามารถเป็นตัวของตนเองได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะดูอ่อนแอเกินไป เรียกร้องเกินไป ได้พักจริง ๆ

                บางทีพ่ออาจจะเหลวไหล บางทีกาเบรียลอาจจะไม่จำเป็นต้องมีอัลฟ่า

                (แต่เขาก็แอบคิดไม่ได้ว่าที่เขารู้สึกสบายใจขนาดนี้เพราะเขากำลังคุยอยู่กับอัลฟ่าอื่น– กลิ่นใบชาขม ๆ จากตัวอะนาช่างผ่อนคลายเสียเหลือเกิน หอมหวน ถึงแม้สัญชาติญาณในร่างกายจะปฏิเสธมันเพราะนั่นไม่ใช่กลิ่นของคู่เขาก็ตาม)

                เมื่ออะนาขอตัวกลับ ต้องไปรับหน้าที่ของกาเบรียลในฐานซือริช กาเบรียลเกือบจะขอร้องให้เธออยู่ต่อ ไม่อยากจะอยู่คนเดียว ต่อให้มีพยาบาลคอยดูแล เขาพึ่งได้เพื่อนสนิทของตนเองกลับคืนมา พึ่งจะรู้ตัวว่าเขาคิดถึงเธอแค่ไหน และเขาไม่อยากให้เธอไป เขารู้ด้วยล่ะว่าถ้าเขาขอ อะนาจะอยู่ต่อแน่นอน บอกอาธีน่าให้เคลียร์ตารางงาน เลือกครอบครัวก่อนงานเสมอ

                แต่กาเบรียลเห็นแก่ตัวขนาดนั้นไม่ได้หรอก ได้แต่พยักหน้าแล้วปล่อยให้เธอเดินออกนอกประตูไป

                เขาได้นอนพักจริง ๆ ก็แค่วันเดียวแหละ พอวันที่สองเขาก็สามารถลุกเดินเหินได้ตัวลอยเป็นปกติ ถึงแม้จะเจ็บแผลนิด ๆ ก็ตาม อย่างแรกที่เขากะจะทำคือไปหาไอ้ตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติที่เขาเห็นแวบ ๆ ตอนโดนเข็นเข้ามา คิดถึงน้ำอัดลมจัง แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า เออว่ะ ตามสามัญสำนึกแล้ว นี่ควรจะเป็นช่วงเวลาที่โอเมก้าอยากจะเจอลูก เขาเลยเดินไปถามพยาบาลว่าเขาจะดูลูกได้ไหม เธอตอบอย่างกระตือรือร้นว่า โอ้ แน่นอนค่ะ! กาเบรียลยอมรับว่าเขาเริ่มตื่นเต้นนิด ๆ เมื่อเดินตามเธอไป

                ไม่รู้เพราะอะไร แต่พอได้ยินคำว่าเตาอบเขาดันนึกถึง เตาอบ แบบอบเค้กน่ะ แต่ในความเป็นจริงมันห่างต่างจากนั้นมาก มันเป็นที่นอนล้อมกรอบด้วยกล่องพลาสติกใส ๆ ที่สามารถมองทะลุเข้าไปข้างในได้ และข้างใน.. คือลูกชายของกาเบรียล ไอ้เด็กนรกที่เกิดมาเพราะเขาโดนเอาระหว่างฮีทโดยไม่ทันได้มีสติสมยอม และพ่อของมันดันไปมีเบต้าคนใหม่ด้วย อืม ชีวิตของเด็กนี่จะสนุกมากเมื่อมันโตขึ้นมา แต่ตอนนี้มันยังไม่ต้องรับรู้อะไรนี่ ร่างกายยังไม่แข็งแรงพอที่จะอยู่ในโลกภายนอกเลย

                ผอมชะมัด ผอมเป็นบ้า กาเบรียลมั่นใจว่าถ้าเขาจับแรงไปกะโหลกเจ้าเด็กนี่คงถูกบี้เป็นเม็ดองุ่น นั่นเป็นกำปั้นที่เล็กที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น แขนขาลีบเสียจนกาเบรียลชักรู้สึกผิดขึ้นมา เขามั่นใจว่าสารพัดอาการป่วยและความเครียดที่ผ่านมาไม่ได้ช่วยให้เจ้าเด็กนี่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเลย นั่นนิ้ว หรือแค่ปุ่มตะปุ่มตะป่ำบนเนื้อน่ะ ช่างเป็นเด็กที่… ขี้เหร่

                กาเบรียลก็เลยโพล่งออกไปอย่างนั้น “ขี้เหร่จริง ๆ เลย”

                พยาบาลหัวเราะ นึกว่าเขาเล่นมุก

                “คุณพ่ออยากจับลูกไหมคะ?” คุณพยาบาลเสนอ “สอดมือตรงช่องนั้นได้เลย”

                “ไม่ดีกว่า ผมไม่อยากหักเจ้านี่ออกเป็นสองท่อน”

                หัวเราะกันใหญ่เลย กาเบรียลน่าจะเลิกเป็นทหารแล้วไปเป็นตลกแทน

                แต่ เอาสิ จับก็จับ กาเบรียลสอดมือเข้าไปในช่องประตูกลม ๆ ที่ขนาดใหญ่พอจะสอดท่อนแขน เขาประคองศีรษะของเจ้าเด็กทารกอย่างแผ่วเบา– เบาที่สุดเท่าที่ตนเองจะทำได้– หันหน้ามันให้มองเขาหน่อย ตาแทบไม่เปิดเลยด้วยซ้ำ หยั่งกะลูกหมาที่ยังลืมตาไม่ได้ ลูกหมาป่วย ๆ น่ะนะ กาเบรียลเห็นพวกโอเมก้าพึ่งคลอดชอบพูดว่า อู้ย ลูกฉันเหมือนอัลฟ่าฉัน บลา บลา แต่กาเบรียลไม่เห็นดูออกเลย ถึงแม้จะมีผิวสีเข้มของกาเบรียล เจ้าเด็กนี่ตัวแดงมากกว่าน้ำตาล ป้อแป้ขนาดนั้นเลย ผมบนหัวก็บางเสียเหลือเกิน เหมือนเอากาวมาทาเส้นผมติดกับหนังศีรษะ ยังดูไม่ออกถึงเรื่องสี เรื่องรูปแบบของมัน แค่ เส้นผมแห้ง ๆ

                กาเบรียลลูบหัวมันเบา ๆ – โอ้ ลืมตาแล้ว หันมาทางกาเบรียล..

                …

                โอ้ ฉิบ

                โอ้ ฉิบหาย โอ้ไม่นะ

 




 

                แจ็กกำลังจะบ้าตาย สองสัปดาห์ผ่านไปแล้วตั้งแต่ที่กาเบรียลคลอด และเขายังไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นยังไง อะนาพูดแค่ว่า ‘เขาสบายดีนะ ทำไมเธอไม่ไปเยี่ยมเขาล่ะ’ จากนั้น นิ่งไปครู่ ‘ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ แจ็ก’ โอย เธอไม่รู้ครึ่งหนึ่งของสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ  ทุกคนดูตื่นเต้นกับการกลับมาของกาเบรียล อะนาประกาศจัดงานเบบี้ชาวเวอร์ เขาเห็นท็อบบี้ทำเปล ไรน์ฮาร์ดท์กับอะนาออกไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ให้เด็ก ส่วนแจ็ก– ตัดขาดจากทุกสิ่ง ไม่มีส่วนร่วมกับอะไรเลยสักอย่าง

                เขาไม่อยากจะสุ่มเสี่ยงเข้าหากาเบรียลก่อน กลัวว่ามันจะเป็นเรื่อง เด็กคลอดแล้วก็จริง แต่ใครจะไปกล้าท้าทายความบ้าบิ่นของกาเบรียล ณ จุดนี้ เขามั่นใจว่ากาเบรียลกล้าทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้เขาอยู่ห่าง ๆ แจ็กเลยทำได้แต่… รอ เขาเห็นกาเบรียลเดินไปเดินมาในฐาน แต่ไม่เห็นเด็กด้วย เขาเดาว่าเด็กน่าจะอยู่ในเตาอบมั้ง แต่ ณ จุดนี้ ไม่รู้เลย กาเบรียลอาจจะส่งเด็กกลับลอสแองเจอลิสไปอยู่กับพ่อแม่แล้วก็ได้ เกลียดขี้หน้าแจ็กถึงขั้นนั้นและไม่ต้องการที่จะทำอะไรกับสิ้นกับลูกของตนเอง

                กะจะบุกไปโรงพยาบาลแล้วแสร้งเป็นอัลฟ่าของเด็ก แต่รู้ตัวว่านั่นคงจะไม่ได้ผล

                จะทำยังไงดีนะ

                สองสัปดาห์ และมันชักจะส่งผลกระทบกับทุกอย่างในชีวิตแจ็ก คุณภาพของงานต่ำเตี้ยเรี่ยดิน และเขาเสียอารมณ์จนพาลใส่เจ้าหน้าที่ตนเองบ่อยครั้ง ทั้งตวาดทั้งตะคอกในแบบที่ไม่เป็นมืออาชีพเลยแม้แต่น้อย ทุกคนสังเกตออกว่าเขาใกล้จะระเบิดเต็มทน และรีบตีตัวออกห่างเพราะไม่อยากโดนลูกหลง แต่นั่นยิ่งทำให้แจ็กเก็บกดและหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมกับ.. ทุกสิ่ง

                สองสัปดาห์ แจ็กนั่งอยู่ในห้องนิรภัย พยายามตามหากาเบรียลผ่านกล้องวงจรปิด โคตรน่าขนลุกเลยใช่ไหม แต่นั่นเป็นอย่างเดียวที่แจ็กทำได้ในตอนนี้ แม่งเอ้ย เด็กอยู่ไหนวะ อย่าให้เขารู้นะว่ามันเกิดอะไรขึ้น กาเบรียลกำลังซ่อนอะไรจากเขา–

                “ท่านผู้บัญชาการมอร์ริสัน?”

                เขาหันไปหาหน่วยกล้าตายที่แบกหน้าเข้ามาขัดเขา เจ้าหน้าที่ชาเวส “อะไร!”

                “เอ่อ ท่านผู้บัญชาการเรเอสเรียกพบคุณครับผม”

                แจ็กใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

                จบ จบแล้ว กาเบรียลน่าจะจับได้ว่าแจ็กแอบเฝ้ามองเขาผ่านกล้องวงจรปิด และตอนนี้ก็จะทำการเชือดเด็กทารกถ่ายทอดสดเพราะแจ็กกล้าหน้าด้านไปท้าทายเขา หรือไม่ก็ เขากำลังเรียกกแจ็กไปประกาศข่าวร้ายว่าจริง ๆ แล้วเขาแท้ง แต่คนในฐานไม่ได้รู้ดีไปกว่า หรือไม่ก็คลอดออกมาแล้วแต่เด็กเอาชีวิตรอดไม่ได้ ตายไปในที่สุด สักอย่างในสามอย่างนี้นี่แหละ

                จบ จบเห่ แจ็กทำทุกอย่างเละเทะตุ้มเป้ะจนมันส่งผลถึงชีวิตของเด็กที่ไม่รู้อิโน่อิเหน่ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ควรรับผิดชอบการกระทำของเขาและเจสซี่เลยแม้แต่น้อย ไม่ทันแล้ว โอย นี่กาเบรียลรู้ด้วยรึเปล่าว่าเขาเป็นคนส่งเจสซี่ไปปารีส ขโมยคู่ของเขาจากกาเบรียลไปอีกแล้ว ไกลแสนไกล นี่แจ็กเคยทำอะไรดี ๆ บ้างไหม หรือเขาทำลายชีวิตคนเป็นอย่างเดียว–

                เขากำลังตื่นตระหนก เขารู้ หัวใจเต้นจนซี่โครงแทบแหลก ตาชักจะลาย และมือที่กำหมัดก็สั่นระริกบนแผงควบคุม เหงื่อผุดบนหน้าผากเป็นเม็ดเบ้ง เขาจะทำยังไงดี ทำไมกาเบรียลถึงจะอยากเจอหน้าเขาหลังจากทุกสิ่งที่เกิดขึ้น?

                ถ้าไม่ใช่เพราะกรณีที่เลวร้ายที่สุด?

                “ฉัน.. เดี๋ยวฉันไป” แจ็กพูดในที่สุด มองร่างของเจ้าหน้าที่หนุ่มผ่อนคลายลงเมื่อได้รับคำตอบ คงยืนมองแจ็กเกร็งจนเกรงว่าตนเองจะถูกชก หรือเลวร้ายยิ่งกว่านั้น (หลายคนเริ่มลือแล้วด้วยซ้ำว่าเขาฆ่าเจสซี่ทิ้ง) “ขอบคุณมาก เจ้าหน้าที่”

                “ยินดีครับผม”

                แจ็กแบกร่างไปหากาเบรียลถึงห้องพักส่วนตัวของเขา อดคิดไม่ได้ว่าตนเองกำลังถูกแอบจ้องมองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตลกดี เพราะมันขัดแย้งกับสิ่งที่เขาทำมาก พยายามหาเบาะแสของสิ่งที่กาเบรียลซ่อนแอบผ่านกล้องในฐาน ไม่เจอกับตนเองไม่รู้สึกกระมัง โอย น้ำหนักของความกดดันมันบีบคั้นทั่วร่าง หนักอึ้งบนไหล่และอึดอัดไปหมดในท้อง

                กาเบรียลเกลียดเขา กาเบรียลเกลียดเขา กาเบรียลเกลียดขาเหลือเกิน–

            เขาเคาะประตู

                “นายรู้รหัส” คือคำตอบของกาเบรียล ดังมาจากข้างใน

                กาเบรียลไม่ได้เปลี่ยนรหัสห้อง?

                ใจชื้นขึ้นมาหน่อย แจ็กกดรหัสลงบนแป้นพิมพ์เลข ประตูเลื่อนออกเปิดทางให้เขาเดินเข้าไปในที่สุด

                ห้องนั่งเล่นของกาเบรียลมีของใหม่ เปลเด็กที่ท็อบบี้ทำเองกับมือ แต่.. ไม่มีเด็กข้างใน แจ็กเห็นพวกแพ็คผ้าอ้อม พวกของใช้ต่าง ๆ กระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ แต่กาเบรียลไม่ได้อยู่ในนี้ ห้องนอนกระมัง เขาพูดขอนุญาต ก้าวเท้าเดินเข้าไป

                กาเบรียลนั่งอยู่บนเตียง กำลังให้นมลูกชายอยู่ อุ้มประคองร่างเด็กทารกที่ดูเล็กจิ๋วเมื่อเทียบกับท่อนแขนแข็งแกร่งของเขา แจ็กแทบจะละลายกับภาพตรงหน้า เขาไม่เคยเห็นเด็กคนไหนน่ารักขนาดนี้ เหมือนกับพ่อของเขาไม่มีผิด ผิวเข้ม ผมดำ..

                “แจ็ก มอร์ริสัน” กาเบรียลเกริ่น ทั้งร่างของแจ็กช็อกจนแข็งทื่อ “ฉันอยากให้นายเจอกับลูกชาย”

                …และดวงตาสีฟ้าที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น

                “แองเจิ้ล”

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s