Ties That Bind (13)

Title: Ties that Bind
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: None?
Rating: PG?????
Warning: Blackwatch!Jack, Strike-Commander!Gabriel, ABO, Beta!Jack, Omega!Gabriel, Alpha!Jesse, Mpreg, นึกคำเตือนอื่น ๆ ไม่ออกแล่ว…
Notes: And so it ends.

            แองเจิ้ล แจ็กพูดชื่อนี้ซ้ำ ๆ พบว่ามันกลิ้งจากลิ้นอย่างไพเราะเพราะพริ้ง ช่างเป็นชื่อที่ดีเหลือเกิน

          แจ็กนึกว่าเขาจะล้มลงไปกองกับพื้นเสียแล้ว เข่าอ่อนจนแทบจะทรุดตัว น้ำหนักที่กดดันเขามาตลอดได้ถูกยกจากร่างในที่สุด และตอนนี้เขารู้สึกเบาหวิว ลอยลำ ปลดแอกจากความกังวลและความหวาดกลัวที่หลอกหลอนเขามาตลอดเวลาเก้าเดือน เขารู้ เขารู้ เขารู้มาตลอด เขาไม่รู้ว่าตนเองรู้ได้ยังไงแต่เขารู้ นั่นคือลูกชายของเขา สัญชาติญาณมันบอกแต่แรกเริ่ม…

            เขารู้ว่า ท้ายสุดแล้ว ผ่านทุกอุปสรรคนับไม่ถ้วน กาเบรียลกับเขายังคงเป็นคู่แท้ และแองเจิ้ลคือหลักฐาน

            การได้ค้นพบว่าเพื่อนสนิทของคุณ เพื่อนร่วมรบ เพื่อนรัก เป็นพ่อของลูกคุณ มันช่าง– มันเป็นความรู้สึกที่แจ็กอธิบายไม่ได้ เขาได้แต่คิดในใจว่าเขาโชคดีแค่ไหนที่ได้รับโอกาสนี้ และเขาโง่แค่ไหนที่ปล่อยให้มันหลุดลอยจากร่องนิ้วมานานแสนนาน มัวแต่หลงอยู่กับทิฐิของตนเอง เมินเฉยกาเบรียลอยู่นาน ไม่รู้เลยว่า สุดท้ายแล้ว นี่ คือสิ่งที่เขาต้องการ กาเบรียล กับลูก

            แจ็กขาสั่นเมื่อเขาเดินเข้าหาเตียง เอื้อมมือไปหากาเบรียล “ขอฉัน… ขอฉันอุ้มเขาได้ไหม”

            กาเบรียลขมวดคิ้ว “ขึ้นอยู่กับว่านายจะขโมยเขาไปรึเปล่า”

            แจ็กชะงัก “หา”

            “เผื่อนายจะรู้ว่าเป็นลูกนายแล้วรีบ ไม่รู้สิ หนีไปอินดีแอน่า แอบเลี้ยงลูกฉันในชื่อปลอม–”

            “ฉันแค่อยากจะอุ้มเขา” แจ็กรู้ว่ากาเบรียลประชดประชันไปงั้น มันเป็นนิสัยของเขา แต่ ณ ตอนนี้ เขาไม่ยักขำด้วย

            กาเบรียลปล่อยให้เขารอ แองเจิ้ลดื่มนมพ่อใหญ่เลย ดีแล้ว ดื่มเยอะ ๆ เขาจะได้โตไว ๆ เด็กดี กาเบรียลอุ้มลูกพาดบ่าให้เรอเอิ้ก– เสียงเรอเล็ก ๆ ที่น่ารักน่าเอ็นดูเอามาก ๆ – แล้วถึงจะค่อยพยักเพยิดให้แจ็กมารับเขาไปอุ้ม แจ็กระมัดระวังเป็นอย่างมาก แองเจิ้ลเบาหวิวเลยในอ้อมแขนเขา เบาเสียจนแจ็กเป็นห่วงถึงสุขภาพลูก ในหัวจดบันทึกแล้วว่าเขาต้องไปหาข้อมูลจากแองเจล่าทีหลังถึงการเลี้ยงดูเด็กทารกให้แข็งแรงและเจริญเติบโต  แองเจิ้ลช่างเป็นเด็กที่น่ารัก ลืมตามองพ่อตาแป๋ว

            แจ็กอยากเป็นพ่อคนแต่วัยรุ่น มักฝันถึงวันที่เขาจะได้เคียงคู่กับโอเมก้าผู้เพียบพร้อมและมีลูกด้วย แต่เมื่อเขาเข้ากองทัพ ภาพฝันก็เหมือนภาพมายา เขาได้ถืออาวุธจนไม่คิดว่าสักวันจะได้มีโอกาสสัมผัสไออุ่นจากร่างเด็ก เชื่อไปแล้วว่าตนเองคืออาวุธที่รัฐบาลอเมริกาสร้างจนไม่สามารถเป็นอย่างอื่นไปได้ แต่ในที่สุด สงครามจบลง หลายปีผ่านมา แจ็กได้รับโอกาสแล้ว

            “เขาเป็นเด็กที่นารักมาก” แจ็กพูด และกาเบรียลหัวเราะพรืด

            “ไม่เอาน่า มันหน้าตาหยั่งกะมันฝรั่งบด”

            นั่นทำให้เขาขมวดคิ้ว “ฉันไม่คิดว่าอย่างนั้นนะ”

            “แหงสิ ก็เขาหน้าเหมือนนายนี่”

            นี่.. กาเบรียลกำลังพูดเล่นกับเขาอยู่งั้นเหรอ นานแค่ไหนแล้วนะที่เราได้คุยกันแบบนี้

            แจ็กไม่ได้อยากจะทำลายบรรยากาศ เชื่อเขาเถอะ เขาแค่..อดไม่ได้ “ฉันนึกว่านายจะ..โกรธ”

            “โอ้ ฉันโกระ” กาเบรียลตอบ “นายทำเรื่องที่อภัย

            “เพราะว่านายรักเจสซี่..”

            “เปล่า แจ็ก เพราะว่าฉันไว้ใจนาย” กาเบรียลพูดตัดบท และแจ็กถูกแทงใจดำดังฉึก “ฉันไว้ใจนายตอนเราสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ในสงคราม ฉันไว้ใจให้นายเป็นผู้นำแบล็กวอทช์ ถ้านายพูดว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิตตะวันตก ฉันอาจจะไม่โง่เชื่อ แต่ฉันก็จะยังเคารพนายเกินกว่าที่จะเถียง ฉันมอบให้นายตั้งมากขนาดนั้น และนายทำลายมันหมด.. เพื่ออะไร?”

            “ฉัน–”

            “เพื่อความรักรึเปล่า” กาเบรียลถาม “ฉันอยากรู้ นายรักเจสซี่รึเปล่า นายถึงได้กล้าทำกับฉันแบบนั้น

            แจ็กอุ้มลูกแนบอก รู้สึกเปราะบางอย่างประหลาด เพราะเขา.. ไม่มีคำตอบ

            มันซับซ้อน ระหว่างแจ็กกับเจสซี่ เขาไม่อยากจะยอมรับว่ามีเยื่อไยระหว่างเราไปมากกว่าเซ็กส์ เพราะมันจะเป็นการทรยศกาเบรียลยิ่งกว่าที่เขาทรยศหักหลังไปแล้ว เขาไม่อยากจะเชื่อว่าตนเองสามารถมีใจ รักใครไปได้มากกว่าคู่แท้ของเขา มันคงเป็นแค่ความหลงใหลใช่ไหม ความเก็บกดทางเพศที่ได้ถูกปลดปล่อยใส่ร่างที่ทั้งเด็กกว่า ทั้งกระเหี้ยนกระหือรือจะสมยอม

            แต่แจ็กก็ต้องยอมรับว่าทุกครั้งที่เขานึกถึงเจสซี่ มีบางสิ่งตรึงสายใจของเขา ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุด มัน.. ไร้สาระ การที่เจ้าคาวบอยหนุ่มทำให้แจ็กเสียการควบคุม ทั้ง ๆ ที่การควบคุมตนเองเป็นความสามารถพิเศษชั้นเอกอุกของแจ็ก สติสัมปชัญญะถูกโยนออกนอกหน้าต่างเพื่อต้องการให้อีกฝ่ายเข้ามาอยู่ใกล้ มัวเมาไปกับความใกล้ชิดระหว่างเราสอง

            และเขาก็ต้องยอมรับ เขาคิดว่าเจสซี่พิเศษ มองเห็นศักยภาพที่แฝงเร้นในตัวเขาตั้งแต่แรกพบที่เราสู้กันคนละฝั่งบนสมรภูมิ ตอนที่พีซคีปเปอร์ยังหันมาเล็งที่หน้าผากของเขา คิดเสมอว่าเจสซี่เป็นเพชรในตมรอการเจียระไน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคงไม่เลือกเจสซี่ ถ้าไม่คิดว่าอีกฝ่ายคู่ควรกับเวลาของเขา และเมื่อเจสซี่เติบโต ได้รับการฝึกฝน แจ็กนั้น.. ภาคภูมิใจ

            แม้จะไม่ใช่ในเชิงรัก เจสซี่ก็เป็นของแจ็กมาตั้งแต่แรกเริ่ม และมันยากที่จะอธิบายความสัมพันธ์รูปแบบนั้น

            อัลฟ่าที่สามารถลดให้แจ็กเหลือแค่เศษซากของความภาคภูมิใจ โหยหวนร่ำไห้บนพื้น–

            แผลเก่ายังสดใหม่ เมื่อคุณไปสะกิด

            “ฉันรักนาย” แจ็กพูด แทน

            “ฉันไม่ได้ถามถึงตัวเองเสียหน่อย ฉันถามถึงเจสซี่”

            “มันสำคัญด้วยเหรอว่าฉันจะรู้สึกยังไงกับเขา?” แจ็กสวน “กาเบรียล สุดท้ายแล้ว มันก็จะเป็นนาย ฉันเลือกนาย นายไม่… นายไม่รู้สึกเหมือนฉันเหรอ? ฉันรู้ว่าเราผ่านอะไรมามาก แต่– ดูแองเจิ้ลสิ นายมองเขาแล้วไม่คิดได้ยังไงว่าน่ะต้องคู่กัน”

            และสิ่งที่น่ากลัวคือ กาเบรียลไม่ได้ตอบเขาอยู่นาน แค่มองเขาด้วยสายตาที่นิ่งที่สุด เย็นชาที่สุด

            “ฉันว่ามันสำคัญนะ” เขาพูด เสียงเย็น ขาดวาจาหยอกล้อของเมื่อครู่ “นายเอากับคู่ของฉัน ลับหลังฉัน ฉันว่าฉันสมควรจะได้รู้ว่ามันเป็นเพราะนายมีความรู้สึกใด ๆ ให้เขารึเปล่า หรือนายแค่ชอบหักหลังเพื่อนสนิทและเป็นชู้ชาวบ้าน”

            แจ็กหน้าเสีย “มันซับซ้อน”

            “งั้นก็สรุปย่อ ๆ มา ไม่น่าจะเกินความสามารถนายนะ”

            “… กาเบรียล ฉันพูดได้แค่ว่า ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ฉันรู้สึกกับเจสซี่ ฉันยอมสละมันทิ้งเพื่อ.. นี่ ทั้งหมดนี่ ฉันอยาก– ฉันอยากให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิม ฉันอยากเป็นพ่อของแองเจิ้ล ฉันอยากให้เรามีชีวิตร่วมกัน สงครามจบแล้ว กาเบรียล ฉัน..”

            แจ็กกลืนน้ำลาย “กาเบรียล ที่รัก”

            กาเบรียลไม่ได้พูดอะไร

            “เกลียดผมรึเปล่าครับ”

            อีกฝ่ายถอนหายใจเฮือกใหญ่

            “ฉันอยากจะเกลียดนาย มันคงจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมาก” กาเบรียลตอบ “แต่ความจริงแล้ว–”

            เสียงประตูเลื่อนออกขัดจังหวะกาเบรียลกลางประโยค และแจ็กไม่ต้องได้ยินเสียงรองเท้าขี่ม้าเขาก็พอเดาได้ว่ามารหัวใจคราวนี้เป็นใคร ความรู้สึกด้านชาแล่นพล่านผ่านปลายนิ้วถึงปลายเส้นผม เพียงนึกว่าจะได้เห็นเจสซี่อีกครั้ง

            “กาเบรียล– โอ้ ฉิบ” คาวบอยหนุ่มก้าวเข้ามาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “ผม… เข้ามาขัดอะไรรึเปล่า”

            แจ็กอยากจะให้ตนเองโกรธ โมโหที่เจสซี่เข้ามาขัดจังหวะตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม เป็นก้างขวางคอที่แทบจะทำให้แจ็กสำลักตายไม่รู้กี่ครั้ง แต่แจ็กดันมัวแต่คิดว่า ฉันไม่ได้เห็นเขามาตั้งสามเดือนแล้ว เจสซี่ดู.. โตขึ้น ถ้านั่นเป็นไปได้ภายในเวลาสั้น ๆ แค่สามเดือน เคราดกหนาตามกราม แผงอกผายกว้าง น้ำหนักเหมือนจะขึ้นนิดหน่อย เขาดูสุขภาพดี

            และแจ็กปวดใจ เขาอยากจะบอกเจสซี่ว่า ยินดีต้อนรับกลับบ้าน แต่เขาทำไม่ได้

            “นั่น.. นั่นลูกชายผม?” มันประหลาด ที่เจสซี่ใช้ประโยคคำถาม

            แจ็กนึกว่าเขามั่นใจตลอดเสียอีกว่านี่เป็นลูกเขาแน่

            เจสซี่ถอดหมวกทาบอก เดินตรงมาหาแจ็ก ก่อนที่จะได้เห็นแองเจิ้ลใกล้ ๆ ใบหน้าของเจสซี่มีแต่ความหวัง ในแบบที่แจ็กไม่ได้เห็นมานานตั้งแต่วันที่เขามอบข้อเสนอให้เจสซี่เข้าร่วมแบล็กวอทช์ เขาดู.. หวาดกลัวด้วยหน่อย ๆ อึ้ง หยั่งกะพึ่งจะรับรู้และตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของชีวิตที่อยู่ตรงหน้าเขา ความรับผิดชอบที่กำลังจะตามมา พึ่งจะเห็นความเป็นพ่อคน

            แต่แล้วเขาก็เห็นดวงตาสีฟ้าของแองเจิ้ล และ…

            แจ็กอ่านสีหน้าของเขาไม่ออก ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่แจ็กอ่านสีหน้าคนไม่ได้ เจสซี่ไปเรียนวิธีหลบซ่อนมาจากไหน

            “..โอ้” เจสซี่กลืนน้ำลาย “.. ท่าทางจะเป็นตอนจบที่สวยงามของคุณสองคน ฮึ? คงไม่ต้องการเจสซี่คนนี้แล้ว”

            มีแต่รอยยิ้มบนใบหน้าเขา เบิกบานและแจ่มใสเหมือนแค่พึ่งแพ้พนันขำ ๆ ว้า แย่หน่อยนะ

            “ไม่กวนพวกคุณล่ะ” เขาโค้ง “ขอให้มีวันที่ดี”

            แจ็กไม่รู้ทำไม แต่เขาใจหาย หัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม รีบร้องท้วงว่า “เจสซี่–”

            แต่เจสซี่เดินไวเกินคาด ขายาวสาวเท้าออกไปจากห้อง รวดเร็ว ๆ พอกับที่เขาก้าวเข้ามา มือของแจ็กค้างคาอยู่กลางอากาศ คว้าได้แต่ความว่างเปล่า นิ้วของเขาขยับอยู่อย่างไร้ความหวังก่อนที่มันจะกำปั้น แล้วร่วงลงมาข้างกาย

            กาเบรียลถอนหายใจ เดินมารับลูกไปจากแจ็ก แจ็กยอมยื่นให้อย่างไม่เต็มใจนัก “ตามเขาไปสิ”

            แจ็กกระพริบตา “นายบ้ารึเปล่า”

            “ก็นิดหน่อย” เขาตอบหน้าตาย “ไป ตามเขาไป”

            “กาเบรียล  ไม่” แจ็กรีบปฏิเสธ เขารู้สึกเหมือนพึ่งถูกกล่าวหาถึงอาชญากรรมร้ายแรง ยื่นข้อเสนอที่ไม่คู่ควรกับการตอบตกลง “ฉันพึ่งจะได้นายกลับมา ฉันจะไม่เสียนายไปอีกด้วยการวิ่งตามไอ้เด็กที่ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันรู้สึกยังไงด้วย”

            กาเบรียลกลอกตา “เห็นได้ชัดว่านายอยากตามเขาไป”

            “มันไม่สำคัญว่าฉันอยากทำอะไร”

            “ไปเถอะ” กาเบรียลยืนกราน “ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่โกรธ”

            “กาเบรียล ฉันไม่ได้กลัวนายโกรธ ฉันแค่ไม่อยากทำร้ายอีก”

            และนั่น ทำให้กาเบรียลหัวเราะ รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏบนใบหน้าเขา

            “เชื่อเถอะ แจ็ก นายทำร้ายฉันไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว”

 




 

            เจสซี่เริ่มจากเดินก่อน ค่อย ๆ ก้าวเท้าสบาย ๆ สองมือจับบนหัวเข็มขัด จากนั้นเขาก็เริ่มจ้ำ สาวเท้าเร็วเข้าหน่อยตามจังหวะลมหายใจที่เริ่มเร่ง แล้วสุดท้ายมันก็กลายเป็นการวิ่งเหยาะ ๆ ตามด้วยการออกวิ่งสุดกำลัง เพราะถ้าแจ็กจะตามมา ก็ให้เขาได้วิ่งตามมา เจสซี่วิ่งผ่านบริเวณหอพักของเจ้าหน้าที่ ผ่านโรงอาหาร วิ่งจนมาถึงสนามยิงปืนที่ตอนนี้ว่างเปล่า

            และนั่นเป็นตอนที่เขาถูกกระโจนเข้าใส่จากข้างหลังเต็มแรง สองแขนล็อกรอบร่างเขาแล้วทุ่มเขาลงพื้น

            เจสซี่นอนคว่ำหน้า จูบพื้นเต็มรัก น้ำหนักของแจ็กทาบทับบนหลัง อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ล้มแรงจนมีอะไรแตกหัก แต่ความรู้สึกของอากาศถูกดันหลุดจากปอดออกหมดเลยทีเดียว– นั่นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พักหายใจกันอยู่ชั่วครู่ แจ็กก็ผละออกจากตัวเขา อนุญาตให้เจสซี่พลิกตัวนอนหงาย เห็นแจ็กนั่งอยู่กับพื้นข้าง ๆ ตัว เจสซี่เลยยันตัวขึ้นนั่งบ้าง เหยียดขาออก

            “วิ่งเร็วนี่ ไอ้หมู” แจ็กดุ

            “อย่างผมเขาเรียกว่าหุ่นหมี

            แจ็กกำหมัดเหวี่ยงเข้าพุงเจสซี่เต็มแรง เขาเกือบจะขย้อนเอาอาหารเครื่องบินออกมาด้วย

            “นั่น ข้อหาที่แกทำให้ฉันต้องวิ่งตาม หมี

            เจสซี่ได้แต่กุมท้อง ร้องโอดโอย “ผมทำอะไรผิดอีกเนี่ย”

            “ยังจะถาม?”

            “ผมถอยออกมายามที่ผมควรถอย– คุณเคยสอนให้ผมทำอย่างนั้น จำได้ไหม– ผมคิดว่าผมทำถูกแล้ว”

            แจ็กไม่มองเขา สายตาเที่ยวร่อนเร่ไปหาพวกหุ่นยนต์เป้ายิงเสียแทน “เก๊บบอกให้ฉันตามนายมา”

            “อา และคุณก็ทำตามเขาทุกคำขอ”

            “เปล่า เขาให้โอกาสฉันทำในสิ่งที่ฉันอยาก” แจ็กกระแอม “และฉันอยากได้…”

            เจสซี่กระพริบตา อ้อ ใช่

            นาย

          เขาควรจะชินกับการถูกพูดถึงเหมือนวัตถุซะที

            “คุณพูดถึงผมกับเขาเหรอ?” เจสซี่อดถามไม่ได้ กาเบรียลไม่น่าจะอยากพูดถึงเขาเลยสักนิดไม่ใช่เหรอ

            “เอาตามตรงไหม?” แจ็กหันมามองเขา ในที่สุด ดวงตาสีฟ้านั่น… “ไม่ได้คุยอะไรกันมากหรอก แค่เกือบสิบนาทีของฉัน ขอร้องให้เขายอมฟังว่าฉันจะโยนนายลงถังขยะทันทีที่มีโอกาส ถ้ามันหมายความว่าเขาจะชายตามาแลฉันอีกรอบหนึ่ง”

            ทำไมเจสซี่ถึงไม่แปลกใจเลยวะ “แหงล่ะ”

            แต่แจ็กแปลกใจแฮะ เลิกคิ้วสูงจนเกือบจะหายไปในเรือนผม “นายไม่โกรธ?”

            “ทำไมผมต้องโกรธ?”

            “นึกว่านายจะ…” แจ็กนิ่ง หาคำที่เหมาะสม “งอแง พร่ำพูดว่าฉันรักนายอย่างนั้นอย่างนี้”

            เจสซี่โบกมือไปด้วยระหว่างพูด “ผมกำลังลอง ‘แนวคิด’ แบบใหม่จากเชราด์ ยอมรับความจริงดูเสียบ้าง–”

            “อะไรวะ อยู่กับมันแค่สามเดือนก็ถูกมันล้างสมองแล้วเหรอ”

            “ผมว่าเขาพูดมีมูลนะ”

            “ไร้สาระ”

            เจสซี่ยักไหล่ “ความสัมพันธ์ของเขาแลดูประสบความสำเร็จดี ผมว่าเขามีเครดิตดีกว่าเราทั้งคู่ ได้จีบนักบัลเล่ต์ดัง”

            “ฉันชอบนายมากกว่าตอนที่นายดื้อรั้นไม่ยอมรับอะไรทั้งสิ้น”

            เจสซี่เลิกคิ้ว “คุณเคยชอบผมด้วยเหรอ”

            แจ็กชะงัก สีหน้าผวา ถูกจับได้คาหนังคาเขากับคำพูดของตนเอง คงไม่ต่างจากเหล็กร้อนแนบบนลิ้น

            แต่แล้วเขาก็รวบรวมตนเองได้ใหม่ กวักมือเรียก “มานี่มา”

            เจสซี่กระเถิบเข้าไปหาเขา

            มันดี การได้จูบแจ็กอีกครั้ง รสบุหรี่ออกจะชัดเจนกว่าปกติแฮะ เขาสูบบุหรี่มากขึ้นเพราะเครียดรึเปล่านะ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังอ่อนโยน กุมมือเจสซี่ขณะที่ลิ้นสอดเข้ามา– แต่ไม่ลืมที่จะเลียริมฝีปากเจสซี่ราวควานหาเกล็ดน้ำตาล– เจสซี่คงมีแต่รสของอาหารเครื่องบินที่ไม่น่ารื่มรมย์นัก แต่แจ็กก็ยังจูบเขา โหยหาสัมผัสมากกว่าที่จะสนใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ

            นานมาก แจ็กไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากจูบเขา เราสองคนพลอดรักกันตรงสนามยิงปืนอย่างไม่อายว่าจะมีใครเดินเข้ามาเห็น แจ็กคงต้องการจะชดเชยสามเดือนที่ผ่านมา หรือไม่ก็แค่เสียการควบคุมจนหยุดไม่อยู่ เขามักจะเป็นแบบนั้นเสมอ เมื่ออยู่ใกล้เจสซี่ เขารู้ เขารู้ เขามีอิทธิพลที่ไม่ดีต่อแจ็ก ต่อ.. ทุกคนนั่นแหละ แต่แจ็กโดยเฉพาะเป็นกรณีพิเศษ

            บางที มันอาจจะเป็นเพราะ นี่ คือสิ่งเดียวที่แจ็กรู้จัก สิ่งเดียวที่เป็นรากฐานของความสัมพันธ์เรา การแสดงออกทางกายที่แจ็กยืนกรานว่าไม่มีอย่างอื่นเจือปน เขาปล่อยให้ภาษากายพูด และตอนนี้ ภาษากายของแจ็กพูดแต่สิ่งที่ไพเราะเสนาะหู

            เมื่อแจ็กผละออก เขามีสีหน้าของคนหลงทาง ซึ่งแตกต่างจากท่าทีของท่านผู้บัญชาการแบล็กวอทช์ที่มีทุกอย่างอยู่ภายใต้อำนาจและความรู้ ไม่เคยกลัวว่าจะขาดตกบกพร่องข้อมูลใด เขากำลังสับสน และเจสซี่สงสารเขา จริง ๆ นะ แต่ในขณะเดียวกันก็สงสารตนเองด้วย ไม่รู้ว่าเขาจะทนถูกห้อยไว้กับสายใจของชายที่ไม่เข้าใจความรู้สึกตนเองได้อีกนานแค่ไหน

            เพราะมันเจ็บปวดไม่ใช่น้อยเลย

            “ฉัน… ไม่รู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับนาย” แจ็กพูดออกมา ในที่สุด

            “ไม่เป็นไร หวานใจ”

            มือของแจ็กเอื้อมมาจับแก้มเขา นิ้วแทรกผ่านเครา “แต่ฉันรู้ว่าฉันต้องการนาย ฉันบอกตนเองว่าฉันไม่ควรเพราะมันขัดกับสิ่งที่ฉันสัญญากับกาเบรียลไว้ ฉันพยายามบอกตนเองว่ามันไม่สำคัญว่าฉันต้องการอะไร แต่ถ้ากาเบรียลจะให้โอกาส–”

            “ทีละอย่าง ที่รัก” เจสซี่จับข้อมือเขาไว้ “ค่อย ๆ พูดทีละอย่างนะ”

            แจ็กสูดหายใจลึก “ฉันต้องการเวลา”

            “เกรงว่าเราจะไม่มีน่ะสิ”

            “ฉันอยากได้เวลา ฉันอยากหาคำตอบว่าฉันรู้สึกยังไงกับนาย” แจ็กนิ่งไปครู่ “แต่.. มีสิ่งที่นายต้องรู้”

            “อะไรหรือ?”

            “เจสซี่ ฉันกับกาเบรียลอาจจะรู้จักกันมานานกว่าที่นายมีชีวิต” เขาพูดกะประมาณ แต่ต่อให้ตัวเลขจะไม่ถูกต้องเป๊ะ ๆ ความหมายของมันก็ยังหนักแน่นเท่าเดิม “และต่อให้–ต่อให้เราจะเริ่มต้นกันใหม่ ต่อให้กาเบรียลจะ– ด้วยเหตุอะไรก็ไม่ทราบ– มอบเวลาและโอกาสให้เรา.. กาเบรียลจะเป็นตัวเลือกแรกของฉันเสมอ และนายจะเทียบเขาไม่ได้ ต่อให้นายพยายาม”

            ว้าว ทำไมไม่เอาปืนมายิงกันเลยล่ะแบบนี้ เล็งตงเข่าให้กระดูกแตกไปเลย

            “นายรับได้รึเปล่า”

            ไม่น่ะสิ ถามมาได้ยังไงวะ–

            เจสซี่กลืนคำปฏิเสธลงคอ เขาต้องตั้งสติก่อนที่จะพูด อารมณ์หุนหันพลันแล่นจะไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น เขาเกลียดการที่ต้องยอมรับว่าความรักที่แจ็กมอบให้เขาจะไม่มีวันเทียบเท่าความจงรักภักดีที่เขามีต่อกาเบรียล มันเป็นสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้ ต่อให้แจ็กจะไขว้เขวไปบ้างในอดีต– ความผิดเจสซี่เอง– เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เขาแน่วแน่ที่จะแก้ไขทุกข้อผิดพลาด

            “ฉันจะไม่ทำผิดซ้ำสองอีก” แจ็กแทบจะกล่าวคำสาบาน “เจสซี่ กาเบรียลตอนนี้นั่งอยู่ในห้อง อุ้มลูกชายฉันอยู่ นายเข้าใจใช่ไหมว่านี่สำคัญกับฉันแค่ไหน และถ้ากาเบรียลบอกให้จบ– มันก็คือจบ ถ้าเขาบอกให้เลือก– มันก็ต้องเป็นเขา”

            นั่นน่ะเหรอสิ่งเดียวที่เจสซี่เป็นได้ ตัวสำรอง? นี่เขาเคยมีค่า มีความสำคัญอะไรบ้างรึเปล่า

            นึกย้อนไปถึงประวัติศาสตร์ และเจสซี่ก็ได้คำตอบว่า ไม่เลย ตั้งแต่เดดล็อก ตั้งแต่เด็ก จนมาถึงตอนนี้ เขาใช้ชีวิตโดยใช้สิ่งที่ตนเองทำได้ดีแค่ไม่กี่อย่างเพื่อเอาตัวรอด แต่นอกจากกลเดียวที่เขาทำได้ เจสซี่ แมคครี ก็ไม่เคยถูกมองว่ามีค่าไปมากกว่าหมาในไร้หนทางตัวหนึ่ง เน่าจนตรอกอยู่ในเดดล็อกกับดวงตาเน่า ๆ เดดอาย ของเขา แค่นั้น

            จะไปแตกต่างอะไรต่อหน้าท่านผู้บัญชาการแบล็กวอทช์

            แล้วทำไมเขาถึงคาดหวังอย่างอื่น

            นี่คือหนทางเดียวที่เขาจะได้อยู่กับแจ็ก และเขาต้องยอมรับมัน ไม่ว่าแจ็กจะว่ายังไง ไม่ว่ากาเบรียลจะว่ายังไง เขาทำทุกอย่างพังจนไม่สามารถมีตัวเลือกใด ๆ ได้อีกแล้ว เหมือนกับตอนที่เดดล็อกถูกกำราบ ข้อเสนอระหว่างคุกกับแบล็กวอทช์

            เจสซี่ไม่เคยมีตัวเลือก

            โอนอ่อนให้แก่ผู้ที่มีอำนาจกว่าหรือไม่ก็ยอมแพ้ไปซะ

            “…ครับ” เจสซี่พึมพำ หลับตาแล้วเอนอิงรับสัมผัสจากฝ่ามือแจ็ก “ครับผม ผมรับได้”

            “เจสซี่…”

            แจ็กจูบเขาอีก และเจสซี่ได้แต่คิดว่าเขาสามารถนั่งอยู่ตรงนี้ตลอดกาล ถูกจูบโดย แจ็ก มอร์ริสัน

 




 

            “ฉันเดาว่า…” กาเบรียลเอียงคอ “นี่เป็นจุดที่ฉันต้องเลือก?”

            สงสัยจังว่าคุณต้องมีความอดทนขั้นไหนถึงจะสามารถนั่งมองคู่ตนเองจูงมือกับชู้เดินเข้ามาถึงห้องนอน กาเบรียลเชื่อว่าเก้าเดือนที่ผ่านมาเป็นการฝึกฝนเพื่อให้เขารับกับความโกรธตอนนี้นี่แหละ ถามว่ากาเบรียลโกรธไหม โกรธสิ เขาว่าช่วงนี้อารมณ์เดียวที่เขามีได้คือโกรธ แต่มันไม่ใช่ความโกรธที่ทำให้เขาเสียสติทำร้ายตนเอง หรือตื่นตระหนกจนทำร้ายคนอื่น มันเป็นความโกรธด้านชาที่คุณได้แต่นึกถึงข้างหลังศีรษะ ฝังลึกภายใต้ความระอาและความชินชาที่ก่อตัวเป็นมหาสมุทรฝังสมบัติ

            กาเบรียลนึกถึงหลายสิบปีที่เขามีแต่ความรักอย่างเดียวให้แจ็ก ความหลงใหลที่เขาคงไม่มีวันรู้สึกให้ใครได้อีกแล้ว และเขาก็จำได้ถึงการเมินเฉย การถูกรักษาไว้ให้อยู่ภายในเอื้อมแขนของเบต้าหนุ่ม แต่ไม่เคยใกล้กว่านั้น แล้วก็จำได้ถึงคืนแรกของเรา– คืนแรกที่นำพามมายังลูก– ว่าเขาถูกทำลายจากภาพฝันที่วาดไว้ด้วย.. เซ็กส์ที่ไร้ซึ่งเยื่อใยใด ๆ แค่ การสั่งสอนบทเรียน

            และเขาก็นึกถึงเจสซี่ผู้ที่ข่มขืนเขาดี ๆ นี่เองระหว่างฮีท กัดเขาโดยไม่มีความสมยอมก่อน แทรกแซงตนเองมาเป็นอัลฟ่าของเขา ทั้งหมดเพื่อต้องการจะสู้รบปรบมือกับแจ็ก เขานึกถึงคืนวันที่เขาต้องการอัลฟ่าของตนเอง แต่ถูกทิ้งให้อยู่คืนเดียว ทุกสายที่ไม่ได้รับ ทุกวันที่ถูกเมิน สามเดือนนั่นอีกในปารีส แล้วนี่ยังไม่นับข้อตกลงระหว่างเขากับแจ็ก การนอกใจนั่น..

            คุณจะโดนกระทำทั้งหมดนี้มาได้แล้วไม่โกรธได้ยังไงวะ

            สงสัยกาเบรียลจะบ้า คนปกติไม่ทนหรอก

            แต่.. เขาคือ กาเบรียล เรเอส

            ชายสองคนนี้ได้ทำร้ายกาเบรียลในแบบที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นไปได้ แต่ถึงกระนั้น ก็ยังแบกหน้ามาขอการให้อภัยอยู่ดี ขอโอกาสใหม่ ไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาคิดว่าตนเองคู่ควรกับมัน แต่เพราะพวกเขาต้องการมันจนต้อง.. ร้องขอ

            “บอกมาสักเหตุผลว่าทำไมฉันถึงไม่ควรไล่ตะเพิดพวกแกออกไปให้หมดเดี๋ยวนี้เลย” กาเบรียลถาม อุ้มลูกในอ้อมแขน

            เจสซี่– โถ เจสซี่– ดันไม่มีเหตุผลมากอบกู้ตนเองด้วยซ้ำ “ผมรู้ว่าคุณคงไม่ต้องการผมแล้ว..”

            “ฉันต้องการคู่ของฉันเสมอแหละ” กาเบรียลสวน “ถ้านายอยากทำตัวให้สมกับเป็นคู่ฉัน”

            จ๋อยไปเลย

            “ฉันบอกเหตุผลของฉันไปแล้ว” แจ็กพูด “ฉันรักนาย”

            “อืม พูดบ่อยดีจัง ไม่ค่อยมีน้ำหนักนะเมื่อนายจับมือกับคู่ฉันอยู่”

            แจ็กรีบปล่อยเลย พึ่งจะรู้ตัวว่าประสานนิ้วกับเจสซี่อยู่ ชักแขนสุดตัว แม่เหล็กขั้วเดียวกันดีดออก เหอะ

            กาเบรียลคงจะขำ ถ้าเขาไม่หงุดหงิดอยู่นิด ๆ

            “นี่–” เอ้า ตายห่า สงสัยพูดดังไป แองเจิ้ลตื่นเฉยเลย แล้วก็เริ่มร้องไห้จ้า เจสซี่ทำหน้าเหยเกเมื่อได้ยินเสียงเด็กร้อง ส่วนแจ็กทำหน้าเป็นห่วงสุดชีวิต กาเบรียลกลอกตา ขยับแขนพยายามกล่อมลูกระหว่างพูด “ฉันไม่รู้หรอกนะว่ามันจะเป็นยังไงต่อ พวกนายสองคน เราสามคน– เราสี่คน ฉันประหลาดใจด้วยซ้ำว่าเราอยู่ห้องเดียวกันได้ยังไงโดยที่ฉันไม่สั่งขีปนาวุธระเบิดเราตายหมด นี่อาจจะเป็นแค่ความสงบก่อนมรสุมก็ได้ เท่าที่ฉันรู้ บอกตามตรง ฉันไม่อยากจะคิดว่าต่อจากนี้จะเป็นยังไง”

            อืม หน้าซีดกันใหญ่ ก็ไม่น่าแปลกใจอยู่หรอก มันเป็นการเกริ่นที่คล้ายคำปฏิเสธ

            “แต่ถ้าพวกนายอยากจะมีบทบาทเป็นพ่อให้แก่แองเจิ้ล..”

            “ฉันอยาก!” แจ็กตอบไวมาก แทบจะปรี่เข้ามาหาเลย

            เจสซี่มีชะงัก ก็สมกับเป็นเขาดีอยู่หรอก “..ผมอยากจะชดเชยความผิด ถ้าคุณยอม”

            “ถ้าฉันอนุญาต”

          “ครับ– ครับผม”

            กาเบรียลสงสัย ภายในชั่ววูบ ว่านี่เป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนแอรึเปล่า

            เขาปวกเปียกไร้น้ำยาหรือไม่ ในเมื่อเขากำลังพิจารณาว่าจะให้อภัยทั้งสองฝ่ายดีไหม บางทีตัวเลือกที่แข็งแกร่งกว่าอาจจะเป็นการปฏิเสธอย่างชัดเจนและหนักแน่น ตะเพิดคนที่ทำร้ายคุณออกไปจากชีวิต เพราะ ถ้าเขารักคุณ เขาคงจะไม่ทำร้ายคุณ และถ้าเขาทำร้ายคุณ เขาก็ไม่สมควรจะได้อยู่ในชีวิตคุณอีก ความคิดสั้น ๆ ง่าย ๆ ที่กาเบรียลน่าจะเข้าใจ..

            แต่ดันไม่ เขาดันมองสีหน้าหวาดกลัวของแจ็ก ความวิตกของเจสซี่ แล้วคิดจริง ๆ ว่าบางที แค่บางที…

          ถ้าลูกไม่รู้จักให้อภัยคน ลูกคงเป็นผู้บัญชาการโอเวอร์วอทช์ไม่ได้

          เราเป็นโอเมก้า เราอยู่คนเดียวไม่ได้หรอก

            กาเบรียลก้มลงมองแองเจิ้ล เทวทูตตัวน้อยที่กาเบรียลแอบเรียกในใจว่าเป็นเด็กนรกอยู่หลายต่อหลายครั้ง ร้องไห้ไม่เข้าใจเล้ยว่าสถานการณ์จะเป็นยังไง กังวลอยู่กับหัวน้อย ๆ ของตนเอง มากกว่าจะพะวงปัญหาที่ใหญ่กว่าของผู้ใหญ่ ไม่รับรู้หรอกว่าโลกภายนอกเป็นตายร้ายดียังไง ได้แต่อยู่ในโลกเล็ก ๆ ของสมองที่ยังพัฒนาการไม่ถึงขั้น แค่.. เด็กผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

            กาเบรียลกล่อมลูก พูดกระซิบจนแองเจิ้ลหยุดร้องจนได้

            เขาอยากจะโกรธ แต่ แท้จริงแล้ว กาเบรียลใช้เวลาหลายเดือนที่ผ่านมานี้ทำแค่โกรธและเกลียด ความรู้สึกชวนป่วยที่พวยพุ่งให้เขาเสียสติจนแทบจะปลิดชีวิตตัวเอง และเขาไม่อยากจะรู้สึกเช่นนั้นอีก ต่อให้ความแค้นจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

            “สิ่งเดียวที่ฉันมอบให้พวกนายได้คือโอกาสครั้งสุดท้าย–”

            “โอ้ กาเบรียล” แจ็กถึงขั้นถลาเข้ามาหาเขา เสียงใกล้จะสะอื้นอยู่รอมร่อ ทรุดลงคุกเข่ากับพื้นเพื่อที่จะได้หนุนตักกาเบรียล แต่กาเบรียลไม่ได้ใส่ใจเขา ไม่ได้สนใจคำกระซิบ ขอบคุณ ขอบคุณมากจริง ๆ ขณะที่เขาถูกจุมพิตบนเข่า

            กาเบรียลมัวแต่จ้องตากับเจสซี่อยู่ ดวงตาที่ไร้แววของอีกฝ่ายสะท้อนเป็นอารมณ์เดียวกับกาเบรียล

            เขารู้ว่าเขาไม่คู่ควรกับโอกาสสุดท้าย ไม่หรอก

            แต่กาเบรียลก็จะมอบให้เขาอยู่ดี

            เพื่อแองเจิ้ล

 




 

            เจสซี่ขอตัวออกมาก่อน สองคนนั้นน่าจะต้องการเวลาส่วนตัว อีกอย่าง.. เขาเองก็อยากได้เวลาส่วนตัวเหมือนกัน แค่จะ.. เช็กอะไรหน่อย เพื่อความแน่ใจ เจสซี่ไม่คิดว่าตนเองพลาด ข้อมูลสำคัญขนาดนั้น เขาจะจำผิดไปได้ยังไง ความทรงจำของเขาชัดเจนเหมือนภาพถ่ายเพราะความรักความอาลัยที่เชื่อมโยงมากับมัน แต่.. ขอตรวจสอบให้แน่ใจอีกทีหนึ่ง เผื่อมันจะพลั้งพลาด เผื่อเจสซี่จะสะท้อนภาพความทรงจำมั่วซั่วเพียงเพราะความหลงใหลของตนเอง แต่ เขาค่อนข้างจะมั่นใจ

            เจสซี่เดินกลับมาถึงห้องพักเก่าของตนเอง รื้อกระเป๋าเดินทางของตนเองออกเพื่อหยิบดาต้าแพด ปลดล็อกรหัสสารพัดผ่านโฟลเดอร์ที่เขาเก็บงำไว้อย่างดี ไล่ผ่านไฟล์สารพัดเพื่อหาภาพเฉพาะเจาะจงที่เขาเก็บไว้ลึกสุด ล่างสุด

            นั่นไงเธอ เจสสิก้า แมคครี มารดาของเจสซี่เอง และ ต่างจากที่หลายคนคงจะคาดการณ์ เดาผิด ๆ กันไปเนื่องจากชื่อเล่นภาษาสเปนที่เจสซี่ใช้เรียกเธอ– เธอเป็นสาวผิวขาว ต้นตอที่ว่าทำไมผิวของเจสซี่ถึงไม่ได้เข้มเท่าผิวของพ่อชาวนาวาโฮ ทำไมภาษาถิ่นของเขาถึงขรุขระ เจสสิก้า แมคครี เป็นหญิงลาติโน่ผิวขาว ด้วยผมสีน้ำตาลเฉดเดียวกันกับเจสซี่

            และดวงตาสีฟ้าสุกสกาว

            …ไม่เป็นไร พวกเขาไม่จำเป็นต้องรู้หรอก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ ทำร้ายเขาไม่ได้ ไม่รู้น่ะดีแล้ว…

 

FIN

 

We have all hurt someone tremendously, whether by intent or accident.
we have all loved someone tremendously, whether by intent or accident.
it is an intrinsic human trait, and a deep responsibility, i think, to be an organ and a blade. but, learning to forgive ourselves and others because we have not chosen wisely is what makes us most human. we make horrible mistakes. it’s how we learn.
we breathe love. it’s how we learn. and it is inevitable.
—Nayyirah Waheed

           

 

Advertisements

6 thoughts on “Ties That Bind (13)

  1. ก็ยังไม่แน่ว่าลูกใครนะ ยีนส์แฝงก็จริงแต่ก็มัสิทธิ์เป็นลูกแจ็คอยู่ แต่นั่นแหละ ไม่รู้ก็ดีแล้ว…….แต่จำไม่ได้ว่ากรุ๊ปเลือดสองคนนี้คืออะไร ถ้าไม่เหมือนกันก็บรรลัย55555
    .
    จบแบบนี้ เราว่าคนที่สมหวัง ‘จริงๆ’แบบได้ทุกอย่างคือแจ็คนะ ว้าาาา แต่คงดีที่สุดแล้ว

    Like

  2. ถึงจะเป็นตอนจบแล้วก็ยังสามารถจบแบบ…disturbing หน่อยๆอยู่ดี พระเจ้าช่วย เราน่าจะจิตอ่อนเกินไปสำหรับนิยายในนี้ เราใช้เวลาประมาณครึ่งเรื่องเกลียดเจสซี่ที่ทำให้เรื่องยุ่งยากและใช้เวลาอีกประมาณครึ่งเรื่องเห็นอกเห็นใจที่ไปรักข้างเดียวแบบชอกช้ำสุด ๆ จนตอนสุดท้ายยังเป็นแค่ตัวสำรอง แต่จะว่าไงได้ เจสซี่ควรจะ see it coming ตั้งแต่ระยะสองกิโล เฮ้ออออ ยังไงก็ตาม หลังจากเรื่องนี้เราจะได้ไปรักษาตับของเราอย่างจริงจังซะที

    Like

    • ยังมีบทส่งท้ายอีกนะคะ จุ๊บ ๆ ยังไม่รอดพ้นจากเราหรอก เอาตับคุณมา 5555555

      Like

  3. ไม่ว่าจะลูกใครก็ตามเราว่าเด็กมีโอกาสน้อยยยมากที่จะเกิดมาตาฟ้า ยกเว้นเก๊บจะมียีนส์แฝงเช่นกันแต่โอกาสออกมาตาฟ้าได้นี่น่าจะน้อยพอๆกับการที่เบต้ามีลูกกับอัลฟาได้เลยเพราะตาเก๊บดำสนิทไม่มีสีอ่อนปนแสดงว่าโคตรหลายรุ่นจนยีนส์โดนข่มหมด
    จริงๆจากที่เราเคยอ่านมานะตาสีฟ้าในเด็กผิวสีเขาเชื่อกันว่าเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนส์มากกว่า(โดยมากเกิดในเด็กแอฟริกา)เพราะไม่เหลือร่องรอยพันธุ์กรรมให้ตรวจว่าเป็นยีนส์แฝง
    แต่จากสีผิวเด็กเนี้ยน่าจะชัดสุดว่าเป็นลูกใคร ต่อให้กรุ๊ปเลือดบอกผลไม่ได้แต่สีผิวนี่โกหกไม่ได้จริง ถ้าผิวเด็กยังคล้ำเหมือนเก๊บก็ลูกเจสชัวร์ ต่อให้เจสปิดยังไงความก็แตกอยู่ดีและมันจะโคตรบรรลัยเพราะแจ๊คคงสติแตก

    เราคิดมากไปหรือเปล่า ไม่ได้ตั้งใจจับผิดนะคะพอดีพึ่งอ่านมาเลยแอบเอามาคิดเป็นเรื่องเป็นราว ;___;

    Like

    • ไม่เป็นไรค่า เราไม่ได้ว่าจับผิดหรอก แต่ต้องบอกว่าเรื่องเจสสิก้า เรื่องสีตา เราเขียนขึ้นมาเพื่อตั้งใจให้มันดูคลุมเครือเรื่องพ่อเด็กน่ะค่ะ เรารู้ว่าตาสีฟ้าหายากมากในเด็กลูกครึ่งอย่างนี้ แต่เราจงใจให้แองเจิ้ลเป็นกรณีหายาก เพราะเราอยากให้ตัวตนของพ่อเด็กเป็นปริศนา ถ้ามันไม่น่าเชื่อถืออันนี้เราก็ต้องขอโทษด้วยที่มันทำให้อ่านไม่ลื่น แต่เราต้องการให้ฮีตาฟ้าเพื่อที่มันจะได้กำกวม (ถึงแม้มันอาจจะหายากมากก็ตามแต่) คิดซะว่าเป็น creative liberties ของผู้เขียน

      สีผิวของแองเจิ้ลเป็นสีคล้ำเหมือนกาเบรียลและมีผมแบบเดียวกับเขาค่ะ

      เก๊บในฟิคนี้เป็นชาว afro-latinx
      เจสซี่เป็นลูกครึ่งระหว่าง navajo และ latinx (แต่เป็นละติโน่ผิวขาว)
      ส่วนแจ็กเป็นคนผิวขาว

      Liked by 1 person

      • โอ้ขอบคุณค่ะ งั้นเราก็หายสงสัยเรื่องพ่อเด็กเลย 5555

        Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s