Monster Boyfriends (16)

Title: Monster Boyfriends
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Reaper | Gabriel Reyes/Soldier: 76 | Jack Morrison
Rating: E

Warning: Cow Centaur!Jack, Bull Centaur!Gabriel, Male Lactation, First Time, Fluff, Violence, Death, Blood, Fisting, Sex with and Audience, don’t worry some of these are not related lol

                ทันทีที่เขาของกาเบรียลแทงเข้าอกนักสู้วัวกระทิง ร่างของมันล้มพับลงกับพื้น– กาเบรียลรู้ว่าเขาซวยแล้ว

                มันเป็นช่วงเสี้ยววินาทีแห่งการรับรู้ความจริงที่ทำให้กาเบรียลหยุดชะงัก ความโกรธที่พุ่งพล่านอยู่ในร่างระเหยหายไปภายในแค่ชั่วครู่ และเขาก็ถูกดึงกลับจากการเสียสติ เสียสมาธิ เสียการฝึกฝน ควบคุมตนเอง– สู่ความเป็นจริง เสียงฮือฮาด้วยความหวาดกลัวของคนดู เหล่านักสู้คนอื่นที่ล้อมเขาอยู่และพยายามหลอกล่อกาเบรียลออกจากร่าง– ศพ– ของนักสู้ หวังว่าจะหยุดเขาได้ทัน แต่ดูจากเขา นอนแน่นิ่งลืมตาเบิกโพลง พวกมันหยุดเขาช้าเกินไป มาพลาดไปนิดเดียว แต่ก็ยังถือว่าพลาด

                กาเบรียลยืนอยู่กับที่ มึนงง ในหัวเขามีแต่คำว่า ซวย เขาซวยแล้ว ทำพลาดอย่างหนัก เขาตายแน่ ๆ แค่ก้าวขาข้างเดียว แค่ขยับ พวกนักสู้ก็ตั้งท่าเตรียมการทันทีว่าเขาจะพยศอีกไหม ถูกเปลี่ยนจากแชมเปี้ยนขวัญใจคนดูเป็นศัตรูโดยสิ้นเชิง

                แขนสองข้างของกาเบรียลห้อยต่องแต่งอยู่ข้างร่างอย่างไร้ประโยชน์ ทำอะไรไม่ถูก กีบทั้งสี่กดลงสู่ดินข้างล่าง แทบจะขุดหลุมฝังศพให้เขาเลยตรงนั้น กาเบรียลพยายามไม่มองผู้คนที่รีบปรี่เข้าหาศพนักสู้ ไม่มองแอ่งเลือดที่เริ่มก่อตัวใต้ชุดเครื่องแบบสวยหรู เขาหลับตาลง และโฟกัสกับเสียงหัวใจเต้นแรงในอกแทน เสียงของลมหายใจหืดหาดที่ดังกว่าทุกสิ่ง

                เขายอมเดินออกจากสนามแต่โดยดีเมื่อถูกต้อน และอย่างน้อยก็ยังไม่มีใครทำอะไรเขา– ตอนนี้ยัง

                ดูจากท่าทางแล้ว ไม่มีใครรู้เหมือนกันว่าจะทำยังไงกับเขาดี พวกนักสู้มองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป พวกสูท– ผู้จัดการที่ปกติจะไม่เหยียบเท้ามาที่นี่– ก็แวะเข้ามาในคอกและส่ายหน้าระอา หรือไม่ก็รังเกียจเขาไปเลย ถามคำถามสารพัดอย่าง ฉันนึกว่ามันถูกฝึกดีกว่านี้เสียอีก เกิดบ้าอะไรขึ้น กาเบรียลคงจะตอบ แต่คนที่นี่ไม่ชอบให้เขาพูด และตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขา นี่ไม่ใช่การลงสนามครั้งแรกของกาเบรียล ห่างจากนั้นมาก แต่เขา..

                กลัว? โกรธ? ขาดสติสัมปชัญญะไปชั่วขณะ? ปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อสภาพอารมณ์ของเขา? ไม่มีใครรู้ได้เลย กาเบรียลเองก็ไม่รู้ ถ้าเขาต้องบรรยายความรู้สึกตอนนี้ มันคงจะเป็น.. เหนื่อย เขาเหนื่อยกับทุกสิ่ง นี่เป็นนักสู้คนแรกที่เขาฆ่า แต่มันก็ยังรู้สึกว่ามากไปแล้วหนึ่งคน ตลอดชีวิต กาเบรียลสู้ ถูกเลี้ยงดูมาเพื่อเป้าหมายนี้โดยเฉพาะ เป็นเกมกีฬาบันเทิงให้แก่มนุษย์ที่ซื้อตั๋วเข้ามาดู และเขาคิดว่าเขายอมรับมันได้– ตอนนี้ เขายอมรับมันได้ หยุดขัดขืนต่อต้านและลดตัวลงนั่งรอชะตากรรม

                กาเบรียลไม่รู้ว่ามันผ่านไปกี่วัน เขากิน เขานั่ง เขานอน เขารอให้เวลาผ่านไป และไม่นึกถึงนักสู้คนนั้นมากนัก มันคงจะสมควรตายแล้วกระมัง คงจะมีลูก มีครอบครัว แต่พวกมันก็คงคิดว่าครึ่งมนุษย์อย่างเขาเป็นแค่สัตว์– เหมือนทุก ๆ คน

                คิดเช่นนั้นทำให้ความรู้สึกผิดไม่กัดกินใจกาเบรียล

                เมื่อพวกเจ้าหน้าที่มาล่ามเขาออกไปด้วยสายจูง กาเบรียลรู้ว่าตนเองกำลังจะถูกพาไปโรงเชือด ฆ่าทิ้งเพื่อรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างไรเสีย ชีวิตของกระทิงตัวหนึ่งก็เทียบไม่ได้กับมนุษย์ ถูกไหม ต่อให้เราจะมีสติปัญญา มีความรู้สึกเท่าเทียบกัน กาเบรียลเดินตาม ว่าง่ายที่สุดเท่าที่เขาเคยเป็นมาตลอดชีวิต ออกจากคอก ผ่านสนาม สู่ถนนข้างนอกที่มีรถบรรทุกสำหรับขนย้ายปศุสัตว์จอดรอ ข้างในค่อนข้างกว้าง ตั้งใจจะใช้ขนสัตว์จำนวนมาก แต่กาเบรียลอยู่คน..ตัวเดียว เขาเลยต้องถูกล่ามไว้เพื่อไม่ให้ล้ม เขาถูกล้อมด้วยผนังสี่ด้าน มองออกไปจากรูบนผนังเล็ก ๆ เห็นแสง ความมืด แสง ความมืด ไม่รู้ทิศรู้ทาง

                คุณคงจะจินตนาการได้ว่าเขาประหลาดใจแค่ไหนเมื่อเขามาโผล่ที่ไรในไหนก็ไม่รู้

                “แกโชคดีนะที่มีคนซื้อแกน่ะ” คนขับรถ– และคนที่จูงกาเบรียลลงจากท้ายรถ– บอกกับเขา ดึงสายแรงไปหน่อยเกินความจำเป็นราวกับต้องการจะประชดประชันกัน “ถ้าไม่งั้น.. ฉันคงได้ขับรถระยะทางสั้นกว่านี้มาก ๆ เลี้ยวเข้าโรงเชือด!”

                กาเบรียลยืนเอ๋อ มือยังถูกมัดเข้าด้วยกัน มองป้าย ‘ยินดีต้อนรับสู่ไร่แมคครี!’ แบบงง ๆ

                ชื่อทุเรศดีจังเลยว่ะ

                ชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่งเดินมารับเขา ทั้งสองคนดูแก่ สำหรับอายุมนุษย์ แต่ก็แข็งแรงบึกบึน สวมหมวกคาวบอยและเสื้อเอี้ยมทำงาน คนชายไว้เครายาว ตาบอดไปข้าง และใช้อีกข้างหรี่ตามองกาเบรียลอย่างระหวาดระแวง ในขณะที่ฝ่ายหญิง ไว้ผมยาวสลวยผูกเป็นหางม้า เจ้าเนื้อตัวกลมจนเวลาเธอเดินทั้งร่างเหมือนจะเด้งดึ๋งตามไปด้วยตลอดเวลา– เธอรีบปรี่เข้ามาหาเขา พูดพล่ามไม่หยุดสิบประโยคต่อวินาที โบกมือที่ทาสีเล็บไปมา อู้ย แก้มัดเขาเร็ว! น่าสงสารจริง ๆ เลย.. กระทิงน้อย แผลเต็มตัวเขาเลยแหนะ แอชกี โทรนัดคุณหมอแองเจล่าไว้แล้วใช่ไหม แอชกี! นี่คุณฟังฉันอยู่รึเปล่า! โอย ดูเขาคู่นี้สิ–

            อืม ไอ้ที่กาเบรียลพูดเมื่อกี้น่ะ ไอ้… เจตคติใหม่ของเขา ไม่สะทกสะท้าน ไม่ขัดขืน ไม่ต่อสู้ ยอมรับชะตากรรมทุกอย่างเพราะว่าเขา~เหนื่อย~เกินกว่าจะดิ้นรน? ลืมมันไปให้หมด กาเบรียลสติแตกทันทีที่มีโอกาส ตาลายเพราะหันซ้ายหันขวามองทุกอย่างเร็วเกินไป ฟ้าใสไร้เมฆเหนือหัวและแผ่นดินเขียวขจีกว้างไกลสุดหูลูกตา– ถ้าไม่ติดว่าเขายังช็อกอยู่หน่อย ๆ จากเหตุการณ์ล่าสุด เขาคงขวิดยัยนี่ไส้แตกไปแล้ว แต่ในตอนนี้เขาดันทำท่าเก้ ๆ กัง ๆ จะวิ่งหนีก็ไม่ใช่ จะสู้ก็ไม่เชิง ตั้งท่าดักรอคมดาบ หอก แส้ มีด หรือห่าเหวอะไรก็ตามแต่ที่คนพวกนี้คงจะใช้ เขาถูกกระตุกสายจูงให้อยู่กับที่– แรง– โดยคนคุม

                “ตายจริง! ไม่ต้องไปทำเขาแรงอย่างนั้นก็ได้” เธอรีบกล่าวเตือน “เขาแค่ตกใจ”

                “คุณผู้หญิง มันพึ่งฆ่าคนมา มันอันตราย” ชายผู้คุมพูดสวน “ผมล่ะไม่เข้าใจว่าพวกคุณซื้อมันมาทำไม”

                “เขาต่อสู้มาทั้งชีวิต.. และเราอาจจะไม่มีอะไรมากมายให้เสนอ แต่อย่างน้อย เราก็หวังว่าเขาจะหาบ้านใหม่ในซานตาเฟ่ ใช้ชีวิตบั้นปลายพักผ่อนกายา” เธอพูดกับเขาแล้ว ตอนนี้ มอบรอยยิ้มจาง ๆ ให้กาเบรียล “เราอยากจะช่วยเขา”

                กาเบรียลคงจะซึ้งอยู่หรอก แต่เขากำลังชั่งใจอยู่ว่าจะฉุดสายจูงให้ไอ้ห่านี่ล้มลงจูบดินดีไหม เขาทำได้ เขาแข็งแรง แกร่งกว่าไอ้มนุษย์สามคนนี้ต่อให้มันต่อตัวรวมกัน แต่เขาไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อให้วิ่งหนีจากคนพวกนี้ได้ รอบข้าง เขาเห็นแต่ต้นไม้กับถนนไร้รถ หนทางเหมือนจะถูกทอดออกไปยาวไม่มีที่สิ้นสุด กาเบรียลอับจนหมดหนทาง

                “พวกคุณก็ดูเป็นคนดี..” เขาถอนหายใจ ยื่นสายจูงให้เธอ “โชคดีครับ”

                “เดินทางกลับปลอดภัยนะจ้ะ”

                หญิงสาวผิวเข้มจับสายจูงในมือราวกับว่ามันหนักหนาสาหัส เธอไม่กระตุกให้เขาเดิน แค่ ถือมันไว้ขณะที่สบตากับกาเบรียล กาเบรียลก็เลยจ้องกลับ แทบจะส่งรัศมีอาฆาตเลยว่า ดึงสิ ฉันท้าให้หล่อนดึง ฉันจะฉุดหล่อนให้คอหักตาย– เธอคงจะอ่านความนัยของเขาออก ก็เลยไม่บังคับเขา แค่เดินนำก่อนไปสองสามก้าวเพื่อรอดูว่ากาเบรียลจะเดินตามไหม

                กาเบรียลยืนนิ่ง ใจเต้นจนแทบจะระเบิดออกมาจากอก เขาหูอื้อ– ได้ยินแต่เสียงเหงื่อไหลลงผ่านขมับลงสู่แก้ม เพราะแสงแดดร้อนฉ่าของหน้าร้อน ของ– หล่อนพูดว่าไงนะ– ซานตาเฟ่? ไม่ว่านั่นจะเป็นที่ไหนก็ช่าง ไอ้มนุษย์ชายจ้องเขา

                “อย่าโง่น่ะ” เขาพูด สำเนียงหนาเตอะจนกาเบรียลขมวดคิ้ว “ตามเธอไปดี ๆ “

                “แอชกี.. คุณไม่ต้องไปขู่เขาก็ได้ เขาจะเดินเมื่อเขาพร้อม–”

                “เราไม่มีเวลามาผลาญทั้งวัน เจสสิก้า เรามีงานมีการต้องทำ แค่ไถ่ชีวิตมันมาก็บุญหัวแค่ไหนแล้ว” ต่างจากฝ่ายหญิงที่มีความอดทนเหลือเฟือ แอชกีคงจะมีให้กาเบรียลเป็นศูนย์ “มันถูกฝึกมานี่ ใช่ไหม? งั้นมันก็ต้องรู้ว่าอะไรดีสำหรับมัน”

                 เจสสิก้าจ้องเขา สีหน้าร้อนรน ส่วนแอชกียังรักษาสีหน้าเดิม เย็นยะเยือกและไร้อารมณ์

                กาเบรียลก็เลยเดิน

                สิ่งแรกที่ทำให้เขามึนหัวคือความกว้างของที่นี่ กาเบรียลเคยชินกับสถานที่เดิม ๆ สนามรบที่เขาเดินวนครบทุกด้าน มีกีบของเขาประดับทุกจุด หรือไม่ก็ในบริเวณคอกที่เขาเดินเข้าออกจนจำแผนผังในหัวได้เสร็จสรรพ แต่ไร่บ้านี่กว้างมาก นี่ยังไม่รวมตรงบริเวณไล่ที่เขาเห็นอยู่ไกล ๆ แปลงพืชผักสารพัดสีระบายตัวออกไปจนถึงเส้นขอบฟ้า ตอนนี้เขาอยู่ในบริเวณลานกว้างล้อมรั้วขาวที่เหมือนจะมีไว้เพื่อให้พวกสัตว์เดินเล่น วัว ม้า เซนธอร์หลากหลายประเภทได้รับอิสรภาพให้ขยับเขยื้อนตามใจชอบ อะไรวะ พวกมันไม่มีโซ่ให้ถูกล่ามรึยังไง หลายคนส่วนใหญ่ไม่สนใจเขา แต่ก็มีบ้างที่เงยหน้าขึ้นมามอง เหมือนจะอึ้ง ๆ

                กาเบรียลผวา เขาตื่นตระหนกจนหยุดเดินหลายครั้ง เจสสิก้าจะหยุดกับเขาด้วย รอให้เขาตั้งสติ แต่แอชกีรำคาญ แล้วก็กระชากให้เขาเดินต่อแทน ปลอกคอรัดรอบจนกาเบรียลสำลัก เขาก็เลยเดินต่อ นี่รึเปล่าภาพลักษณ์ของอิสรภาพ เพราะถ้าใช่ มันก็น่าสยดสยองมากและเขาไม่รู้เลยว่ากระทิงตัวอื่นใฝ่ฝันถึงมันไปทำไม เขาไม่ชอบ ไม่ชอบเลย ทุกอย่างมัน.. ไม่มีอะไรเลยที่เขารู้สึกคุ้นเคย เขาไม่รู้จักว่าอะไรเป็นอะไร ที่ไหนปลอดภัยหรืออันตราย เขาไม่ชอบการไม่รู้ มันทั้งน่าสะพรึงกลัวทั้ง–

                “เธออยากเดินรอบ ๆ ไร่ไหมจ้ะ?” เจสสิก้าถาม “หรือจะพักก่อน เธอเดินทางมาตั้งไกล..”

                กาเบรียลรีบส่ายหน้า– ไม่ล่ะ ไม่เป็นไร เขาไม่อยากเดินหลงในเขาวงกตไร้ผนังนี่ ไม่อยากเจอกับไอ้พวกวัวแปลกหน้าทั้งหลายที่เขาไม่รู้ว่าไว้ใจได้รึเปล่าด้วย– จากนั้นก็รีบพยักหน้า บางทีเจสสิก้าอาจจะพาเขาไปที่.. ที่อื่นที่มันไม่เป็นแบบนี้

            เดาถูก เพราะแอชกีพาเขาเข้าคอก ไม่ยักใช่โรงนาขนาดสูงใหญ่ สีแดงแจ๋ที่เราเดินผ่าน แต่ เล็กกว่านั้นมาก มีพื้นที่ให้สำหรับสัตว์แค่ไม่กี่ตัว น่าจะเป็นที่ที่พวกเขา ‘แยก’ สัตว์ตัวอื่นออกจากกันในกรณีต่าง ๆ อย่าง กรณีรับกระทิงนักสู้ที่พึ่งฆ่าคนตายไปหมาด ๆ เข้ามาในไร่ คงไม่ไว้ใจเขาพอจะให้อยู่กับใคร นั่นไม่เป็นไร กาเบรียลก็ไม่ได้อยากอยู่กับใครอยู่แล้ว

                อย่างน้อยในนี้ก็คุ้นเคย นิดหน่อย หลังคาคุ้มหัว ผนังสีด้าน ฟางแห้ง ถาดน้ำถาดอาหาร.. เจสสิก้ากับแอชกีเถียงกันอยู่พักหนึ่งว่าจะล่ามเขาดีไหม แต่แอชกีชนะ เพราะไม่มีใครอยากให้เขาขัดขืนดิ้นรนจนทำร้ายตัวเองภายในคอก

                กาเบรียลโดนล่ามหนักกว่าขามาเสียอีก ตามคอตามแขน เจสสิก้าถอนหายใจ

                “เป็นเด็กดีนะ กาเบรียล เดี๋ยวฉันจะแวะเข้ามาเช็กเธออีกรอบ”

                และะ พวกเขาก็ไป ทิ้งกาเบรียลไว้คนเดียว

                ณ จุดนั้น กาเบรียลล้าเกินกว่าจะเสียสติไปกับสถานที่ใหม่ เขากะว่าจะงีบสักหน่อย เขาแทบไม่ได้หลับเลยบนรถ ไม่เคยชินกับเสียงดังหรือการขยับเขยื้อนเลื่อนตัวตลอดเวลาของล้อ อย่างน้อยเขาก็นั่งได้ในท่านี้ โซ่ยาวพอที่จะอนุญาตให้เขาลดขาทั้งสี่ลงใต้ร่าง หย่อนตัวลงกับพื้น กาเบรียลเอนศีรษะพิงกับผนังอิฐ เย็นเฉียบบนผิวเขา บนเหงื่อที่เคลือบหน้าผาก

                เขาม่อยหลับไปได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม ถึงแม้จะไม่คุ้นชินกับสถานที่ใหม่– ฝันถึงเลือดถูกลากออกจากทรวงอกของนักสู้ เหมือนผ้าคลุมสีแดงสดถูกโบกกลางอากาศ วินาทีที่เขาของกาเบรียลแทงทะลุและบดขยี้กระดูกซี่โครง

                กาเบรียลเปิดเปลือกตาขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงกีบก้าวเข้ามาในคอก

                เจ้าของเสียงถูกจับได้คาหนังคาเขา ชะงักอยู่กับที่ ยกสองมือขึ้นแสดงว่าตนเองมาดี แต่กาเบรียลไม่รับภาษากายของเขา ในหัวโบกธงแดงและส่งเสียงสัญญาณเตือนสารพัด “โอ้ ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาปลุกนาย ฉันไม่รู้ว่านายหลับ..”

                กาเบรียลลุกขึ้นเร็วจัด เขาหน้ามืดไปวูบ ทัศนียภาพเบลอพร่าจนเห็นทุกอย่างเป็นสีแตก ๆ  แถมยังง่วงงัวเงียจากการตื่นนอน แต่เขาตั้งสติทัน พิจารณาความเสี่ยงตรงหน้าขณะที่ตั้งท่าให้ตนเองดูน่าเกรงขาม ประกาศให้อีกฝ่ายรู้ว่าอย่าเข้ามานะเว้ย มันยากที่จะทำ เมื่อคุณถูกล่ามอย่างหมดสภาพ แต่กาเบรียลคิดว่าเขาทำสำเร็จ สายตาอาฆาต ฟันขบเข้าด้วยกัน ส่งเสียงขู่กรรโชกดักท่าเอาไว้ก่อนเลย เจ้านั่นถึงได้ผงะถอยหลังกลับไป ยกมือขึ้นสูงกว่าเดิมถึงไหล่ สีหน้าเหลอหลาไม่เป็นท่า

                มันเป็น.. โคนม ด้วยทุกอย่างครบชุดสมกับเป็นวัวไร่ ปลอกคอกระดิ่งอันเบ้อเร่อใต้คอ หูพับบนศีรษะทั้งสองข้างถูกติดเบอร์เป็นป้ายสีเหลือง ผิวของมันเป็นขาวซีดเหมือน้ำนม โทนเดียวกับขนที่ปกคลุมท่อนร่างของร่างกาย มีลายดำเป็นคราบ และถึงแม้ร่างกายท่อนบนของมันเหมือนจะดูแข็งแรง กล้ามท้องและแขนล่ำ– แต่ท่อนล่างของมันก็อวบอ้วนราวโดนขุนมาอย่างดี กล้ามหน้าอกเปล่งปลั่งแทบจะยื่นมาโดนหน้ากาเบรียลทั้ง ๆ ที่ยืนกันอยู่ไกล ดี มันสู้กาเบรียลไม่ได้แน่ ด้วยร่างของกาเบรียลที่บึกบึนกว่า อาจจะสูงใหญ่กว่าด้วยกระมัง แต่ในระยะนี้ กาเบรียลวัดส่วนสูงไม่ถูก แต่เขารู้ว่าเขาสู้ได้ ขอแค่ไม่ถูกล่ามเถอะ–

                “..กาเบรียล ใช่ไหม?” วัวนมพูด ระมัดระวัง นั่นถึงจะเป็นตอนที่กาเบรียลสังเกตถึงผมทอง ตาสีฟ้าผิดธรรมชาติ กระบางที่อยู่ใต้ขนตายาว “ยินดีที่ได้รู้จัก! ฉันชื่อแจ็ก ฉันรับหน้าที่ช่วยพวกแมคครีดูแลฝูง ฉันก็เลยกะจะมาทักทายนายเสียหน่อย”

                เมื่อไม่เห็นว่ากาเบรียลตอบ เอาแต่ขู่เขา แจ็กงง “นายพูดได้รึเปล่า? ซา–หวาด–ดี–ฉาน–เช่อ–แจ็ก–”

                และถ้ามีสิ่งใดที่กาเบรียลเกลียดกว่าวัวบ้าที่ไหนไม่รู้ปั้นจิ้มปั้นเจ๋อเสนอหน้ามาตีสนิทเขา มันคือการที่วัวตัวอื่น– หรือมนุษย์คนอื่น– ไม่ว่าจะใครหน้าไหนก็ช่าง ปฏิบัติกับเขาเหมือนกาเบรียลโง่งี่เง่าเต่าตุ่น “ฉันพูดได้!”

                แจ็กกระพริบตา “โอ้ ขอโทษที เผอิญนายไม่พูด..”

                “ไสหัวไปเลยนะไอ้เวร” กาเบรียลด่า

                “ไม่เห็นต้องไล่กันเลย”

                ณ ตอนนั้น กาเบรียลกำลังขัดขืนใต้โซ่พันธนาการเป็นอย่างยิ่ง ดิ้นสุดชีวิต ขยับตัวเดินหน้า–เดินหลัง ทำท่าเหมือนจะออกวิ่งอยู่ภายในคอกเล็ก ๆ แจ็กเห็นแล้วก็ขมวดคิ้วมุ่น ไม่ใช่เพราะความกลัวว่าตนเองจะถูกโจมตี..

                “เดี๋ยวนายก็ทำตัวเองบาดเจ็บหรอก” เขาเตือน ฟังดูเป็นห่วงกาเบรียล

                “หุบปากน่า”

                “นี่– นี่ นายไม่ต้องโมโหก็ได้ ฉันไม่ทำอะไรหรอก ฉันจะยืนอยู่ตรงนี้ ไม่เข้าไปใกล้นายเลย”

                กาเบรียลหรี่ตามองมัน แจ็กยืนอยู่กับที่จริง ไม่ขยับ สองมือยังยกขึ้นในท่าเดิม

                “เราเริ่มกันใหม่ได้ไหม?” เขาพูด “เฮ้ ฉันแจ็ก ว่าไง”

                เขาโบกมือนิด ๆ ด้วยเป็นการทักทาย

                “…จะอะไรก็ช่าง”   

                “กาเบรียลใช่ไหม? ฉันได้ยินว่านายเป็นกระทิงสู้ เท่ไปเลย ทุกคนพูดถึงนาย บอกว่านายมาจากเมืองใหญ่–”

                “ฉันไม่อยู่ในอารมณ์จะคุย ฉันอยากนอน” กาเบรียลพูดขัด

                แจ็กดูเสียความรู้สึกนิด ๆ ที่ถูกขัด แต่ก็ยอมหยุด “…โอเค โทษที”

                ห่วย วันนี้มันช่างห่วย

                ก่อนจะเดินจากไป แจ็กถามเขา “นายอยากได้อะไรไหม ฉันจะบอกเจสสิก้าให้”

                “รีบ ๆ ออกไปซะที”

                “ฉันจะกลับมาอีกพรุ่งนี้” นี่มันยังไม่ยอมแพ้อีกเรอะวะเนี่ย “ถ้ามีอะไรให้ช่วย บอกฉันได้เลยนะ”

                “ไป!”

                มันเดินดุกดิกจากไป หางแกว่งขณะที่ก้าวเท้า ฮัมเพลงไปด้วย

                พิลึกวัว

 




 

                แจ็กมาพรุ่งนี้อีก มะรืนอีก แล้วก็ถัดไปจากนั้นอีกไม่หยุดยั้ง นั่งลงข้างหน้ากาเบรียลและถามไถ่ถึงสารทุกข์สุขดิบ วันนี้นายเป็นยังไงบ้าง กาเบรียล นายอยากได้อะไรไหม เขามักจะถูกกาเบรียลไล่ตะเพิดภายใน.. ห้านาที แต่บางวันกาเบรียลก็ลองจับเวลาดูว่าเขาจะทนให้ไอ้วัวโง่นี่มองเขาตาโตเหมือนเป็นสัตว์ประหลาด– ซึ่งก็ใช่– ได้นานแค่ไหน สถิติปัจจุบัน: เจ็ดนาที

                นอกจากการเยี่ยมทุกวันอันแสนน่ารำคาญของแจ็ก ก็มีเจสสิก้าสลับกับแอชกีที่เข้ามาดูเขาเป็นระยะ ๆ วันหนึ่ง พวกเขาพาสัตว์แพทย์สาวมาตรวจกาเบรียล ผู้หญิงมือเย็นที่ผมเป็นไหมทอง เธอตรวจตราสุขภาพกาเบรียลอย่างดี ตั้งแต่กีบที่ถูกมีดปาดจนถึงแผลบนร่างกายท่อนล่างที่ดูเหมือนว่าจะไม่เคยได้รับการฟื้นฟูจริง ๆ จัง ๆ แต่เธอก็สรุปว่าเขาสุขภาพดี

                (เสียงกระซิบว่าพวกเขาควรจะระวังเรื่องสภาพจิตใจกาเบรียลเป็นพิเศษ– อารมณ์ที่แปรปรวนคาดาดเดายาก)

                เจสสิก้าจะถามไถ่เขาเสมอว่าเขาอยากออกไปเดินเล่นรึเปล่า อากาศข้างนอกสดชื่นมากเลยนะ ออกกำลังกายเสียหน่อย และกาเบรียลก็ไม่เคยตอบเธอ ไม่มีอารมณ์จะพูด แอชกีปล่อยให้เขาอยู่เลยตามเลยเสียส่วนมาก พูดบอกกับภรรยาว่า บางที สำหรับกาเบรียล ที่วันแล้ววันเล่าต้องแสดงต้องสู้ให้พวกมนุษย์ดู– อาจจะต้องการแบบนี้ การพักผ่อนของเขาอาจจะไม่ใช่การยืดเส้นยืดสายในสนามหญ้ากว้าง แต่อาจจะเป็นแค่การได้หยุดพักหายใจ ไม่ต้องทำอะไรนอกจากกินและนอน

                และเขาก็พูดถูก– ครึ่งหนึ่ง– ลืมอีกครึ่งไปว่ากาเบรียลระหวาดระแวงข้างนอกนั่น เซนธอร์ที่เขาไม่รู้จัก ที่ที่เขาไม่คุ้นชิน

                “นายจะอยู่ข้างในนี้ตลอดไปไม่ได้นะ” แจ็กพูดกับเขา วันหนึ่ง นั่งอยู่ข้างหน้า

                กาเบรียลขมวดคิ้ว “ท้าฉันสิ”

                “ดีกว่ากัน ฉันท้าให้นายออกไปข้างนอก” เขาสวน “ข้างนอกอากาศดีมากเลยนะ”

                “ฉันรู้”

                “นายจะรู้ได้ไง นายอยู่แต่ในนี้ นี่ ถ้าเราเดินออกไปไกลหน่อย เราจะเจอแหล่งน้ำ..”

                “เมื่อไหร่แกจะเลิกชวนเสียที” กาเบรียลขัด หงุดหงิด “ฉันไม่อยากไปไหน”

                “นายกลัวเหรอ?”

                กาเบรียลขมวดคิ้ว “ฉันไม่เคยกลัวห่าอะไรสักอย่างในชีวิต”

                “ไม่เลยแม้แต่อย่างเดียว?”

                “ไม่”

                “ไม่เคยกลัวเลยเหรอว่าสักวันนายจะโดนคนผลักล้ม แบบ นายหลับอยู่ อยู่ดี ๆ พวกเด็กไฮสคูลบ้าก็แอบเข้ามาในไร่ พวกมันปีนข้ามรั้วมาหานาย เห็นนายหลับอยู่ แล้วก็ผลักนายล้มจากด้านข้าง แล้วนายลุกขึ้นไม่ได้ แล้วพวกมันก็ขำ–”

                “อะไรนะ”

                “ไม่มีใครกวนนายหรอกถ้านายออกไป” แจ็กเปลี่ยนเรื่องเฉยเลยกลางประโยค ตีหน้านิ่ง “ทุกคนฟังฉัน และฉันก็บอกพวกเขาแล้วว่าให้ปล่อยนายอยู่คนเดียว ไม่มีใครคิดจะทำอะไรนายด้วย พวกเขากลัวนายมากกว่าที่นายกลัวพวกเขา”

                “แกใหญ่ ว่างั้นสิ”

                มันตอบโต้ด้วยการเบ่งกล้ามหน้าด้าน ๆ แล้วจูบตนเองบนแขน “ก็พอสมควร”

                “…บอกเหตุผลฉันมาสามข้อซิว่าทำไมฉันไม่ควรถีบนายไส้แตกตอนนี้เลย”

                “ถ้านายไม่ชอบ เราเดินกลับก็ได้” เขาต่อรอง “แค่แป๊ปเดียว แค่ลอง”

                ถ้าคุณถามว่าอะไรทำให้กาเบรียลใจอ่อนในที่สุด เขาคงจะตอบไม่ได้ บางทีเขาอาจจะแพ้ลูกตื้อมั้ง หรือไม่เขาก็รำคาญ หรือบางทีเขาเองก็คงคิดถึงการออกกำลังกายไม่แพ้กัน ไม่ใช่สัตว์ประเภทที่ถูกปล่อยให้นั่งว่าง ๆ ทุกวันอยู่แล้ว เว้นเสียแต่จะต้องรักษาตัวจากแผลจนขยับเขยื้อนไม่ได้ แจ็กต้องไปตามเจสสิก้ามาแก้โซ่ล่ามออกให้กาเบรียล

                “ขอให้สนุกนะหนุ่ม ๆ !” เธออวยพร

                และแล้วเราก็ก้าวออกมาจากคอก สู่โลกภายนอกจนได้

                ความแตกต่างแรกเลยคือกลิ่น หญ้าสดและดินหอม ทุกอย่างสดใสสว่างไสวเมื่อออกมาสัมผัส ท้องฟ้ายังใหญ่มหาศาลเหนือหัวเขา และกาเบรียลคงจะไม่มีวันปรับตัวเข้ากับความรู้สึก.. จนมุม หันหน้าไปทุกทิศแล้วบอกเหนือบอกใต้ไม่ได้ แต่เขาต้องยอมรับ อากาศหน้าร้อนสดชื่นอย่างที่ทุกคนโฆษณา ลมเย็นพัดผ่านเรา และเขาได้ยินเสียงกระดิ่งของแจ็ก

                กาเบรียลไม่ทันตั้งตัวว่าจะถูกตบเข้าอย่างแรงตรงบั้นท้าย แจ็กตะโกนว่า “แข่งกัน!”

                อืม เราก็เลยใช้เวลาไม่ทำอะไรเลยนอกจากวิ่งทั่วไร่เป็นไอ้บ้า แจ็ก ดื้อรั้นที่จะวิ่งชนะกระทิงสู้ คิดว่ามันมีแรงขาแข็งแรงกว่าเขา กาเบรียลวิ่งนำมันฉิวเลย ในขณะที่แจ็กได้แต่จ้องเขา ตาวาว ลำตัวหนัก ๆ พยายามด้อกแด้กตามหลังเขามาติด ๆ กาเบรียล นั่นเจ๋งไปเลย! อีโก้ของกาเบรียลอาจจะพองโตนิด ๆ – เขาได้ยินเสียงฮือฮา เสียงปรบมือ กู่ร้อง ของคนดูมามาก ชื่นชมความเร็วของเขา ในการตอบสนอง ในการขยับขับเคลื่อน แต่ความประทับใจของแจ็กนั้น.. พิเศษ

                มีจุดหนึ่งที่แจ็กวิ่งจนขาแทบจะพันกัน เก้ ๆ กัง ๆ แล้วก็อุทานว่า “เห็นไหม!”   

                “อะไร?”

                “ฉันเกือบล้ม!”

                กาเบรียลหลุดขำพรืด “นายไม่ล้มหรอก”

                “เกือบไปแล้ว เกือบไปแล้ว”

                เขาเอียงคอ “นายเคยโดนเด็กไฮสคูลผลักล้มจริง ๆ ดิ”

                “พูดมากน่า”

                “สัญชาติญาณห่วยนะ ถ้านายปล่อยให้มนุษย์ย่องเข้าหาได้”  กาเบรียลเดาลิ้น “มา ฉันจะเตือนนายก่อนด้วยซ้ำ สาม!”

                “เฮ้ย–!”

            ตกใจ ใช่ แต่อย่างน้อยแจ็กก็ตั้งรับทัน ขาหลังถอยออกไปหน่อย ตัวเหมือนจะทรุดลงเพื่อคงสมดุลไม่ให้ตัวเองถูกผลักล้ม เพราะกาเบรียลกระโจนใส่เขาอย่างจัง ใช้แรงชนในแบบที่เขาคงจะใช้กับนักสู้ แจ็กยกมือขึ้นมากันตนเองทัน และมือของเราประสานกันในเกมผลัก–ดันหยั่งกะชักคะเย่อ แจ็กสั่นริก ๆ ต่อหน้าเขา และ ว้าว แจ็กแข็งแรงกว่าที่เขาคาดไว้ ไม่ได้นุ่มนิ่มปวกเปียกถึงแม้จะอยู่ในไร่และเป็นแค่วัวนม เขาดันกาเบรียลกลับมาได้เฮือกหนึ่ง แล้วก็ทนอยู่ได้ตั้งนาน

                กาเบรียลเป็นคนปล่อยก่อน– สงสารมัน– และแจ็กเกือบจะล้มหน้าทิ่ม “วู้ว!”

                กาเบรียลยิ้ม “ไง”

                “กระทิงนี่ถึกจริง ๆ “

                “แค่ฉัน แจ็กกี้ แค่ฉัน”

                เราเดินเล่นเสียมาก หลังจากนั้น แล้วก็มีตอนหนึ่งที่ไมได้ทำอะไรเลยนอกจากนั่งเฉย ๆ แจ็กนะนะนั่ง กาเบรียลแทบจะนอนกับพื้นหญ้าไปอยู่แล้ว มหัศจรรย์ใจว่ามันนุ่มแค่ไหนใต้ตัวเขา จั๊กจี้เมื่อเอาแก้มเข้าถู ท้องฟ้าเหนือหัวยังคงกว้างใหญ่มหาศาล แต่มันหนักน้อยลง ไม่บดทับกาเบรียลอย่างเคย และเขาเฝ้ามองมัน มองก้อนเมฆสีขาวที่กระจัดกระจาย

                “เมฆก้อนนั้นเหมือนวัวเลย”

                “หืม” แจ็กมองตาม “เออว่ะ จริงด้วย”

                กาเบรียลคิดว่าเขาน่าจะเผลองีบไปมั้ง เพราะพอลืมตาขึ้นมาอีกที สีฟ้าก็ถูกเปลี่ยนเป็นสีส้ม แต่งแต้มด้วยสีคล้ำราวแผลฟกช้ำ ดำม่วงจากขอบฟ้าไล่ขึ้นมาหาดวงอาทิตย์ เขาลุกขึ้นยืน และแจ็กก็ลุกขึ้นบ้าง เราสองคนเดินกลับคอกโดยไม่ได้พูดอะไรต่อกัน และถ้ามือของเราแกว่งโดนกันระหว่างเดิน ปลายนิ้วประ – เราก็ไม่ได้ชักมือหนี ไม่มีใครพูดทักถึงมัน กาเบรียลไม่พูดด้วยว่าเขาพึ่งจะได้หลับอย่างสงบสุขที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา.. ทั้งชีวิต ปราศจากฝันร้าย ปราศจาก– ทุกสิ่ง สงบสุขเสียจนไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าม่อยไปตอนไหน เมื่อเรากลับมาถึงคอก เก๊บพบว่าเขาไม่อยากที่จะ.. หยุด

                “แจ็ก”

                “ว่าไง”

                “นายอยู่ต่อได้ไหม” มันรู้สึกเหมือนการยอมรับความอ่อนแอ แต่เขาก็พูดออกไป

                “อ้อ ได้สิ แต่ฉันต้องกลับก่อนตอนเย็น ฉันต้องต้อนทุกคนกลับเข้าโรงนา–”

                “ไม ฉันหมายถึง นอนกับฉันคืนนี้”

                แจ็กมองเขาอยู่นาน สีหน้าอ่านไม่ออก

                “ฉันต้องถามเจสสิก้าก่อน” เขาพึมพำ “เธอน่าจะให้นะ– หลังจากฉันทำหน้าที่ของฉันเรียบร้อยแล้ว”

                กาเบรียลพยักหน้า

                เจสสิก้าประหลาดใจที่แจ็กบอกว่าจะขออยู่กับกาเบรียล คืนนี้ ถามกาเบรียลด้วยเพื่อให้แน่ใจว่านั่นใช่สิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ และ ใช่ กาเบรียลกำชับเจสสิก้า เขาอยากให้แจ็กอยู่ด้วย สุดท้าย เธอก็ยอม แต่ก็ยังล่ามกาเบรียลเหมือนเดิม ในขณะที่แจ็กถูกอนุญาตให้อยู่ที่นี่โดยไม่มีโซ่ตรวน คงจะกลัวกาเบรียลทำร้ายแจ็ก หวงชีวิตของแจ็กมากกว่ากาเบรียลนิดหน่อย

                แต่เมื่อเธอเข้ามาตอนเช้าและเห็นแจ็กแทบจะหลับบนตัวเขา ร่างกายของเราอิงกัน– เธอยิ้ม

                แจ็กย้ายเข้ามาอยู่กับกาเบรียลถาวร หลังจากนั้น เป็นชิ้นส่วนถาวรในคอกเล็ก ๆ ของเรา

 




 

                แต่เมื่อแจ็กย้ายเข้ามาอยู่ในนี้ นั่นแปลว่าเขาต้องทำหน้าที่ในนี้ด้วย

                หน้าที่ในแง่นี้หมายถึง: รีดนม

                กาเบรียลก็ไม่ต้องทำอะไรล่ะนะ เขาไม่มีส่วนร่วมใด ๆ ในกระบวนการรีดนมของแจ็ก แต่เขาก็ต้องมอง คนที่มารีดนมไม่ใช่เจสสิก้า หรือแอชกี แต่เป็นไอ้เด็กกะโหลกที่ไหนไม่รู้ กาเบรียลไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน มันดูเหมือนแอชกีกระมัง ด้วยผิวสีเข้มโทนเดียวกัน จมูกเดียวกัน และผมสีน้ำตาลมัดเป็นหางม้าซ่อนไว้ใต้หมวกคาวบอย แต่ ต่างกับแอชกีที่มีร่างผอมสูง เด็กนี่ออกจะเจ้าเนื้อหน่อย ๆ หนาตรงเอว ยื่นตรงพุง สวมเสื้อเชิร์ตปริ ๆ และหัวเข็มขัดที่น่าเกลียดที่สุดที่กาเบรียลเคยเห็นมา

                มันคุยกับแจ็กอย่างเป็นกันเอง สำเนียงแบบเดียวกับที่เจสสิก้ามี และสำนวนหวานฉ่ำเหมือนกันด้วย เรียกแจ็กว่า ที่รัก ไม่ก็ หวานใจ เป็นยังไงบ้างวันนี้ ซึ่งแจ็กก็เป็นมิตรเสียเหลือเกิน ยิ้มกว้างเสียจนกาเบรียลหงุดหงิดเมื่อเห็นความขาวสะอาดของฟันนั่น พูดบอกกับเด็กหนุ่มหน้าระรื่นว่า สบายดี เจสซี่ แน่นหน้าอกนิดหน่อย โชคดีที่นายมาช่วยฉันทัน

            นั่นคงจะพอรับได้ นั่นคงจะไม่เป็นไร กาเบรียลทนเรื่องน่าหงุดหงิดน่ารำคาญมามากในชีวิต อีกสักนิดคงจะไม่เป็นไร แต่นั่นมันก่อนที่กาเบรียลจะได้ยินเสียงแจ็กคราง แทบจะโหยหวนในความสุขสมอารมณ์หมายเมื่อเขาถูกรีดนม

                อะไรของมันวะ?!

            แจ็กเหมือนจะรู้ตัวด้วยสิ มันไม่ใช่เพราะว่าร่างกายของเขาตอบสนองเป็นไปตามอัตโนมัติเพราะถูกบีบยอดอกซ้ำ ๆ เพื่อรีดน้ำนม เปล่า เขารู้ตัว แค่ไม่แคร์ และนอกจากใบหูที่แดงก่ำของเด็กหนุ่ม ‘เจสซี่’ คาวบอยเด็กก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร แปลว่านี่เป็นเรื่องปกติ แจ็กเคยชินกับการแสดงความใคร่ออกมาให้เห็นกันชัด ๆ เมื่อมนุษย์รีดนมจากเขา…

                กาเบรียลไม่รู้ว่าเขาควรจะหงุดหงิดหรือควรจะอายดี เพราะเสียงของแจ็ก.. ไอ้เสียงครางต่ำในลำคอที่แหบแห้งจนแทบจะเป็นคำราม หรือยามที่เขาสะบัดหัวแหงนหน้าไปข้างหลัง แสดงลำคอสวย กาเบรียลเอาแต่มองกล้ามเนื้อตรงนั้น มองผิวขาวไร้รอยแผลเป็นที่กำลังเป็นสีแดงระเรื่อ เมื่อเขาเกิดอารมณ์ เขาหน้าแดงไปทั้งตัวจนกาเบรียลเห็นสีชมพูบนหัวไหล่มน

                แจ็กเหลือบมาเห็นกาเบรียลจ้องแล้วยิ้มให้เขาหน่อย ๆ เหงื่อหยดจากหน้าผาก

                เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้น เราก็มีนมหนึ่งถัง และไอ้เด็กเจสซี่ที่เห็นได้ชัดว่าเป้ากางเกงตุงอย่างซ่อนไม่ได้ มันพยายามซ่อนน่ะนะ ซึ่งก็คือวิ่งแถด ๆ ออกไปจากคอกทันทีที่มีโอกาส แทบจะทำนมหกกระเด็นเพราะแกว่งแขน กาเบรียลได้แต่มองแจ็กที่ยืนทำสีหน้าเคลิบเคลิ้มโบกมือหยอย ๆ ตามเจสซี่ไป ไม่ต้องก้มลงมองดูหว่างขา กาเบรียลก็พอจะเดาได้ว่าสภาพของเขาเป็นยังไง คงตื่นตัวจนเห็นได้ชัดออกจากปลอก ซ่อนงำอารมณ์ของตนเองไม่ได้ อาจจะหลั่งลงพื้นนิด ๆ ด้วยกระมังฟังจากเสียง

                “นายทำบ้าอะไรวะ” กาเบรียลถาม แต่มันดังฟังดูเหมือนไม่ใช่ประโยคคำถาม

                แจ็กกระพริบตาปริบ ๆ “รีดนม?”

                “ฉันหมายถึงเสียง!

                และมันก็ตอบเหมือนเป็นเรื่องธรรมชาติที่สุดในโลก “มันรู้สึกดี”

                “แล้วนายเก็บอาการไม่ได้เลยรึยังไง ไม่อายบ้างเหรอวะที่ทำท่าอย่างนั้นต่อหน้ามนุษย์น่ะ”

                “ฉันรู้จักเจสซี่มาตั้งแต่เขายังเด็ก ฉันไม่จำเป็นต้องอาย” แจ็กอธิบาย แต่กาเบรียลไมได้มองปากเขาตอนพูด ดันมองยอดอกที่ช้ำแดงจนเป็นสีชมพูชูชันเหนือผิว “อีกอย่าง ฉันชอบทำงาน มันทำให้ฉันรู้สึก.. ดี ในหลาย ๆ ความหมาย–”

                “ทำงาน? นายแค่ยืนให้เขารีดนม!”

                “แต่มันเป็นนมจากฉันนี่หว่า ฉันจะรู้สึกภูมิใจไมได้เรอะ” เขาสวน “นมฉันขายได้นะ เอาไปทำพายได้ด้วย”

                “ทำห่าอะไรนะ”

                “พาย พายน่ะ คุณชายกระทิงนักสู้ รู้จักพายไหม?”

                “ไม่?”

                แจ็กหรี่ตา “นี่นายโตมาในสภาพแวดล้อมแบบไหนวะ”

                “ช่างมันเถอะ” กาเบรียลตัดบท “มันงี่เง่า นายงี่เง่า นายควรจะขายหน้า มนุษย์มองนายเป็นสัตว์เพราะแบบนี้”

                “กาเบรียล”

                “อะไรอีก”

                “นายอยากดื่มนมฉันไหม”

                ถ้าไม่ติดว่าถูกล่ามคอไว้กับที่ด้วยปลอกคอและโซ่ กาเบรียลคงกระแทกหัวเข้าหาผนังเรียบร้อยแล้ว บางทีแอชกีกับเจสสิก้าอาจจะคิดถูกแล้วว่ากาเบรียลจำเป็นต้องถูกล่ามเพื่อไม่ให้ตนเองเผลอบาดเจ็บ– ในช่วงเวลาแบบนี้ไง

                “ฉันจะดื่มนายไปทำบ้าอะไร!” กาเบรียลตะโกน เขาคิดว่าทุกคนข้างนอกน่าจะได้เย็น

                “ก็แค่ถาม” แจ็กพูดสบาย ๆ “แล้วนายจะประหลาดใจกับรสชาติ”

                “พูดเป็นโฆษณาไปได้ ไอ้บ้า” เขามองมัน “ยังมีเหลืออยู่ด้วยเหรอ ไม่ใช่ถูกรีดไปหมดแล้วรึยังไง”

                แจ็กไม่ได้เสียเวลายกมือขึ้นจับอกด้วยซ้ำ เขากระเพื่อมหน้าอกตนเองโดยใช้กล้ามล้วน ๆ “นิดหน่อย”

                “…”

                “มามะ”

                รู้ตัวอีกที แจ็กก็ยืนอยู่ข้างหน้าเขา และะ ริมฝีปากของกาเบรียลบนยอดอกเขา

                มัน.. เก้ ๆ กัง ๆ ในตอนแรก กาเบรียลไม่รู้จะทำอะไรกับปากของเขาดี จั๊กจี้มากที่ตนเองต้องมาทำอะไรแบบนี้ เขาลอง.. ดูด? แต่แล้วมันก็ไม่เกิดอะไรขึ้น ไม่มีอะไรออกมา ใช้การทดลองลองผิดลองถูกอยู่ครู่หนึ่งถึงจะมีอะไรไหลออกมาแตะลิ้น และ ใช่ กาเบรียลยอมรับว่าเขาประหลาดใจจริงอย่างที่แจ็กพูด อึ้งนิด ๆ กับความหนักแน่นของรสชาติ ความเข้มข้นของน้ำนม กลมกล่อมออกจะหวานอย่างที่เขาไม่ทันได้คาดไว้ แจ็กยังคงส่งเสียงครางยื่นยาวจากลำคอ ยกมือมาลูบศีรษะกาเบรียลไปด้วย

                และมันรู้สึก…ดี อย่างประหลาด ผ่อนคลายคงจะเป็นคำที่กาเบรียลใช้บรรยายมัน สายน้ำนมที่ไหลเป็นสม่ำเสมอและปลายเล็บทู่ของแจ็กที่เกาเขาเบา ๆ บนเส้นผม กาเบรียลผละออกมาเล็กน้อย แค่จะเลียหยาดนมบนผิวที่กาเบรียลดื่มไม่ทันไหลลงตามคาง และแจ็กส่งเสียงที่วิเศษมาก กาเบรียลเป็นฝ่ายหน้าแดงกับเขาบ้างเลย เก็บอาการของตนเองไว้ไม่ไหว

                แจ็กมีรอยยิ้มที่กวนประสาทมาก ๆ บนใบหน้า “ชอบไหม”

                และกาเบรียลปฏิเสธไม่ได้ ริมฝีปากยังหวานเพราะคาวนม “…มันก็ดี”

                อยู่ดี ๆ มันก็กลายเป็นกิจวัตรประจำวันระหว่างเรา

                แจ็กจะให้กาเบรียลดื่มนมเสมอ ไม่ได้ถามว่าเพราะอะไร ทำไปทำไม ต่อให้ถาม กาเบรียลก็คงไม่ตอบ คงไม่บอกว่า ถึงแม้ความทรงจำจากอดีตของกาเบรียลจะเลอะเลือน ถูกแทนที่ด้วยความตรากตรำในการต่อสู้– แต่เขาก็ยังจำแม่ได้ ยังจำช่วงเวลาที่เขาดื่มนมจากเธอ ตัวสูงไม่เท่าถึงอกแม่และต้องให้เธอย่อลงมาหา ประคองศีรษะเขาเข้าใกล้ตลอดเวลาขณะดื่ม

                แจ็กลูบเขาบนแก้มเบา ๆ และกาเบรียลเกือบจะร้อง– ปากเบะออกเพราะเสียงสะอื้นมันสะดุดขึ้นมาจากคอ แต่เขากลั้นมันเอาไว้ได้ทัน ดื่มนมของแจ็กไม่ให้ตัวเองร้องต่อแทน ยอดอกของเขานุ่มนวลอย่างประหลาดระหว่างริมฝีปาก

 




 

                “นายชอบฉันไหม” กาเบรียลถาม

                มันเป็นคำถามที่งี่เง่า

                “ชัวร์” แจ็กตอบ ไมได้ใช้เวลาคิดเลย “ชอบสิ”

                “มากพอที่จะยอมเอากับฉัน..?”

                เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาถามแบบนั้นไปทำไม

                แจ็กมองเขา– พิจารณา– และกาเบรียลได้แต่หวังว่าแจ็กจะไม่ตอบรับเพียงเพราะความ.. สงสาร เวทนากระทิงแก่ที่บาดเจ็บและทรุดโทรมจากการต่อสู้ เก็บกดมาทั้งชีวิต ต้องการแหล่งปลดปล่อย.. แต่ ไม่ ไม่ได้มีความเวทนาใด ๆ ในสายตาของแจ็ก อย่างมากก็แค่ความสงสัยใครรู่ อยากรู้อยากเห็นว่าทำไมกาเบรียลถึงถามเขาแบบนั้น แจ็กมอง แล้วก็มอง

                เขาเอื้อมมือมาจับแขนกาเบรียล ลากนิ้วผ่านเส้นเลือดนูน กล้ามเนื้อ และรอยแผลเป็น

                “กระทิงรูปหล่ออย่างนาย…” เขาพึมพำ “ฉันยินดีเลยล่ะ”

                กาเบรียลใจเต้นตึกตักขณะที่มือเราลดลงจนประสานนิ้ว แจ็กตกลง แจ็กตกลง

            “แต่ เอ่อ เราทำกันเองไม่ได้นะ” เขาพูดขัดบรรยากาศเฉยเลย ฮึ่ม “คงต้องบอกแอชกีก่อน..”

                เราก็เลยบอกแอชกี

                ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าอึดอัดที่สุดแล้วตั้งแต่กาเบรียลเกิดมา ไม่เคยประสบพบเจอกับอะไรเช่นนี้มาก่อน แอชกีมองหน้าเราด้วยอารมณ์เบื่อหน่าย ซังกะตาย ที่สุดที่เขาจะทำได้ เลิกคิ้วบากขึ้นถามว่า เอาจริงดิ โดยไม่ต้องพูด เขากอดอก จ้องเราจับมือกันรอให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปอดแหกไปก่อนแล้วปฏิเสธ แต่เมื่อสุดท้ายไม่มีใครพูดอะไร แอชกีก็ได้แต่ถอนหายใจ

                เขาหยิบไม้จิ้มฟันที่คาบไว้ออกจาปาก พูดว่า “ฉันต้องไปเอาของมาก่อน”

                มันออกจะน่าอายนะว่าไหม ออกแนวดูถูกตัวเองด้วยหน่อย ๆ ที่คุณทำอะไรไม่ได้– แม้กระทั่งสิ่งที่ธรรมชาติที่สุดอย่างการสืบพันธุ์– และต้องให้มนุษย์มาช่วย แต่กาเบรียลพยายามปลอบตนเองว่ามันช่วยไม่ได้ ปัญหาทางกายภาพทำให้ของแบบนี้เกิดขึ้นไม่ได้อย่างง่ายดาย อย่าง “ธรรมชาติ” ระหว่างวัวกับกระทิง ตัวผู้ทั้งคู่ด้วยสิที่เป็นปัญหา อย่างน้อยแอชกีก็ไม่ถือ มั้ง

                ถึงกระนั้น กาเบรียลก็แทบจะทนไมไหวเมื่อต้องมาเห็นแอชกี “เตรียมการ” แจ็ก ใช้หล่อลื่นเปียกจนชุ่ม ยกหางของแจ็กขั้นเพื่อที่ตนเองจะได้สอดนิ้วเข้าไป เขาหันมามองกาเบรียล หรี่ตา กะขนาดกระมังถึงได้สอดนิ้วเพิ่มเข้าไปอีก แล้วรู้ตัวอีกทีเขาก็ต้องมามองแอชกีชักทั้งกำปั้น ลึกเข้าไปถึงท่อนแขน ในบั้นท้ายอวบอ้วนของแจ็ก ยิ่งแย่กว่าเมื่อแจ็กร้องครวญครางเสียงหลงตลอดเวลา กาเบรียลก้มลงมองแอ่งน้ำกามเล็ก ๆ บนพื้นคอกกแล้วใจแป้ว แต่แอชกีคงเห็นเขาหงอยหูตก ถึงได้หยุด

                กาเบรียลจะไม่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงลื่นของแขนที่ถูกชักออกจากร่าง เห็นข้างในของแจ็กแดงแจ๋–

                “มา” แอชกีพูดแค่นั้น ปลดกาเบรียลออกจากโซ่ตรวน

                อย่างน้อย การขึ้นคร่อมแจ็กก็รู้สึกเหมือนเป็นสิ่งที่ธรรมชาติที่สุดในโลก ถึงจะเป็นครั้งแรกของเขา ครั้งแรกของเรา ขาหน้าของเขาเกาะบนหลังแจ็กอย่างมั่นคง แจ็กเซนิด ๆ เหมือนจะรับน้ำหนักเราสองคนไม่ไหว แต่ในที่สุดก็ยืนหยัดไว้ได้ ส่วนที่น่าอายยิ่งกว่าคือกาเบรียลสอดไม่เข้า แอชกีต้องเดินมาจับให้เขา กดแจ็กให้อยู่นิ่ง นำทางกาเบรียลสอดเข้าหารู

                กาเบรียลแทรกตัวเข้าไปได้รวดเดียวหมดภายในการกระแทกสะโพกหนึ่งครั้ง และทั้งร่างของแจ็กกระตุก ถูกน็อกไปข้างหน้า เขาได้ยินเสียงลมหายใจติดขัดที่ถูกทำให้หยุดชะงัก และจินตนาการได้เลยว่าสีหน้าของแจ็กคงจะเป็นยังไง อ้าปากกว้าง ตาเบิกโพลง ถ้าไม่มีแอชกีจับไว้เขาคงล้มพับไปแล้ว เราแช่อยู่ในท่านั้นนานระหว่างที่แจ็กครวญคราง

                เขาอยากจะรู้สึกดี แต่เขาดันระแวงกับแอชกีที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่มาก เคี้ยวลงบนไม้จิ้มฟันของตนเองระหว่าง “สังเกตการณ์” ความเรียบร้อย เขาลองขยับตัวดู จังหวะเข้าออกกระตุก ๆ สั้นถี่ที่ไม่ไหลลื่นเอาสักนิด และพบว่าเขาหาองศาที่ตนเองต้องการไม่ได้ ทุกอย่างไม่รู้สึกมากไปก็น้อยไป หล่อลื่นทำให้ทุกอย่างแฉะ ร่างของแจ็กตอดรัดเขาแสนอบอุ่น–

                “แจ็ก– แจ็ก” กาเบรียลโพล่งออกไป เสียงของเขาแหบเป็นกระซิบ “ฉันไม่รู้.. ฉันไม่รู้ว่าฉันจะ..ทำได้…”

                “ชู่” แจ็กพูดตอบ ยกแขนลูบเขาเบา ๆ บนขาหน้า พยายามหันมามองกาเบรียล พยายามปลอบโยน แต่ท่าของเรามันบังคับให้เขาขยับไมได้มากไปจากเดิม “ไม่ต้องไปสนใจเขา สนแค่ฉันก็พอ นะ? นายทำดีแล้ว แค่ต้องเริ่มขยับ..”

                กาเบรียลก็เลยเริ่มขยับตามคำสั่ง หลับตาปี๋และกัดริมฝีปากเพราะเสียงครางถูกกลั่นออกมาจากคอ แจ็กช่าง.. แน่น ถึงแม้จะเป็นหลังจากที่ทั้งกำปั้นของมนุษย์ถูกดันเข้าไปในร่าง คงจะเหินห่างจากเซ็กส์กับเซนธอร์อื่น กับกระทิงอย่างกาเบรียล อย่างน้อย แอชกีก็ไม่พูดอะไร ปล่อยให้ความเงียบสามารถจินตนาการได้ว่าในคอกมีแค่เรา มีแค่เขาเริ่มกระแทกกระทั้นสะโพกรัวเร็วเข้าหาบั้นท้ายแจ็ก เสียงของกามารมณ์ดังลั่นระหว่างเรา แจ็กพึมพำว่าเขาอยากจะขยับตอบแค่ไหน อยากจะเด้งก้นรับ แต่ก็ทำไมได้เพราะถูกกดอยู่กับที่ด้วยน้ำหนักของกาเบรียล และนั่นช่าง.. เร่าร้อน วัวน้อยไร้แรงทำได้แต่รับ รับ รับ–

            กาเบรียลเป็นคนรุนแรงมาตลอดชีวิต ในทุกสิ่งที่เขาทำ สายอาชีพการงาน วิถีชีวิต มันบังคับให้กาเบรียลต้องเป็นคนแบบนี้ แต่ กับแจ็ก เขาต้องการอย่างยิ่งที่จะอ่อนโยน คอยฟังว่าเสียงร้องของเขาไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด บังคับว่าเขาไม่ขยับเร็วไป แรงไป ทั้งร่างของเขาไม่ส่งให้แจ็กตัวสั่นตัวคลอน มือของแจ็กจับอยู่บนขากาเบรียลตลอดเวลา ปลอบโยนเขา

                มันจบลงเร็วเกินกว่าที่กาเบรียลตั้งใจ– ร่างกายของเขาไวต่อสัมผัสและทนการมีเซ็กส์นาน ๆ ไม่ไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวัวอย่างแจ็ก ไม่มีสมรรถภาพเลืองชื่อของเซนธอร์กระทิง เขาหลั่งออกมาหมดเลยในร่างแจ็ก อุ่นวาบและทะลักออกมาลงตามง่ามขาหลังเพราะจำนวนอันเปี่ยมล้น กาเบรียลไม่อยากจะลงจากท่านี้ด้วยซ้ำ กอดแจ็กแนบแน่นอยู่กับที่

                แล้วแอชกีก็ดันพูดทำลายบรรยากาศว่า “นี่ฉันต้องกลัวแกท้องไหม”              

                เราสองคนหันไปจ้องเขาพร้อมกัน

                แอชกียกมือขึ้นยอมแพ้ “ขอโทษที ขอโทษที เชิญกันตามสบาย”

                เขาเดินออกไปจากคอก และกาเบรียลประหลาดใจ นึกว่าตนเองจะถูกกลับไปล่ามโซ่อีกหลังจากนี้

                กาเบรียลถอนตัวจากแจ็ก ยกตัวออก แจ็กทรุดลงนั่งทันทีเมื่อน้ำหนักถูกยกไปจากท่อนล่างของร่างกาย ขาคงเมื่อยมากจากการแบกรับเราเมื่อครู่นี้ กาเบรียลทิ้งตัวลงนั่งข้างเขา– แนบชิดกับเขา ใกล้กันจนเราสองคนสามารถคลอเคลียกันได้ ไหล่สัมผัสและศีรษะผลัดกันไซร้คอกันและกัน เคราบางของแจ็กเสียดสีซอกคอกาเบรียล ริมฝีปากพรมจูบตามไหล่

                สุขสมกันอยู่ได้ชั่วครู่ แจ็กก็พูด “กาเบรียล?”

                “หือ?”

                “ทำไมนายถึง.. ทำไมนายถึงอยากมีเซ็กส์กับฉัน?”

                มีหลายสิบเหตุผลในหัวกาเบรียล จริง ๆ นะ เขาสามารถไล่ลำดับให้ฟังได้เลย

                แต่สุดท้ายเขาก็พูดออกไปแค่ว่า “นายทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกลับถึงบ้าน”

                แจ็กจ้องเขาอยู่นาน น้ำตารื้อชื้นจนสีฟ้าในดวงตาเปล่งประกาย จากนั้นเขาก็โน้มเข้ามาจูบกาเบรียล

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s