Request: Doctor-Patient

ทั้งตอนนี้มาจากมุกตลกของ John Mulaney ถ้าคุณเคยฟัง คุณจะรู้ว่าเราพูดถึงอะไร

ถ้าไม่… เดะคุณก็ได้รู้

                ช่วงนี้ แจ็กรู้สึก.. ประหม่า

                เกิดความวิตกกังวลขึ้นมาแม้กระทั่งกับเรื่องที่เล็กที่สุดในชีวิต เขาทำงานโดยอดกังวลไม่ได้ว่าซูซานจากอีกคอกถัดไปกำลังนินทาเขาถึงเรื่องไหนกับยัยเมย์แผนกบัญชี เขาเกือบร้องไห้ตอนที่พูดว่า “คุณด้วย” เมื่อบริกรที่มาเสิร์ฟอาหารพูดว่า “ทานให้อร่อยนะคะ” เขากลัวแม้กระทั่งว่าตนเองจะติดอยู่ในประตูตอนเสียบตั๋วรถไฟฟ้า ความประหม่าเหล่านี้ลดคุณภาพชีวิตแจ็กจากร้อยสู่ศูนย์ได้อย่างรวดเร็ว ซ้ำร้ายกว่านั้น เขาต้องนำเสนองานให้หัวหน้าในอีกสัปดาห์ต่อไป และเขาตายแน่ถ้ายังประหม่าแบบนี้อยู่ คงทำให้ตัวเองขายขี้หน้าจนต้องย้ายบ้านไปอยู่สเปนและเริ่มเรียกตนเองว่า ‘ยอห์น’ เขาต้องหาทางออก

                และ โชคดีสำหรับแจ็ก เพื่อนของเขาหาทางออกได้เสมอ

                “นายต้องลองซาแน็กส์!” ท็อบยอร์นบอกกับเขา เราสองคนนั่งกันอยู่ในร้านกาแฟ แต่ท็อบยอร์นนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่สูงกว่าปกติหน่อยเพื่อให้ระดับสายตาของเราเท่ากัน “มันช่วยได้เยอะเลยล่ะ ฉันเคยทานมันตอนทำงานกับไออ้อนแคลด ของดี”

                แจ็กก็เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของซาแน็กส์อยู่หรอก แต่ “ฉันจะไปหามันที่ไหน? ยาแบบนี้ไม่ได้มีขายทั่วไป”

                “ไปหาหมอตามปกติ”

                เขาเลิกคิ้ว “ตามปกติเลย?”

                “ใช่! ฉันทำแบบนั้นแหละ” ท็อบยอร์นอวด ดูภาคภูมิใจกับตนเองมาก ๆ ที่ชิงยาหายากมาได้อย่างง่ายดายด้วยการไปหาหมอตามปกติเลย “ฉันไปตรวจสุขภาพ ธรรมดาทั่วไป แล้วฉันก็บอกหมอว่า หมอ เวลาผมขึ้นเครื่องบิน ผมประหม่า”

                “แล้ว..?”

                “แล้วเขาก็เขียนใบสั่งยาซาแน็กซ์ให้ฉันเลย”

                นั่นฟังดูไม่น่าเชื่อถือเลย แต่.. นี่ท็อบยอร์น เขามีภรรยาที่น่ารัก ครอบครัวที่รักใคร่ ลูก ๆ เกือบสามร้อยสิบสี่คน ทั้งหมดจะโตมาเป็นวิศวกรเช่นเขา แจ็กมั่นใจว่าท็อบยอร์นน่าจะเชื่อถือได้ ถึงที่ผ่านมาแจ็กจะไม่เคยฟังเขาเลยก็เหอะ

                แจ็กใช้เวลาหลังเลิกงานแวะไปหาคลินิกแถวบ้าน เลิกงานเสร็จเขาก็ตรงไปเลย กะจะให้เสร็จเรียบร้อยก่อนกลับบ้าน เขาก็เลยยังไม่ได้ทานข้าวเย็น แถมยังเหนื่อยฉิบหาย ลากร่างโทรมเหงื่อใต้ชุดสูทเข้าสู่แอร์เย็นฉ่ำภายในคลินิก ก่อนจะเข้าพบหมอ มีใบ “คุณป่วยเป็นอะไร” ให้กรอก ตรงเคาน์เตอร์ติดต่อสอบถาม แจ็กก็เลยยืนกรอก มองว่าจะติ๊กช่องไหนดี

                แล้วเขาก็เห็นช่อง: ปัสสาวะบ่อย

                โป๊ะเช้ะ ง่าย ๆ เลย เขาเข้าไป บอกหมอ “หมอฮะ บางวัน ผมฉี่บ่อย” แล้วหมอก็บอก “ผมก็ด้วย ตลกดีนะว่าไหม” จากนั้นแจ็กก็จะใช้ไม้ตาย “บางครั้ง เวลาอยู่บนเครื่องบิน ผมรู้สึกประหม่า” สามขั้นตอนก็ได้ซาแน็กส์กลับบ้านอย่างฉับไว

                แจ็กยื่นใบให้พยาบาล

                (พยาบาลรึเปล่านะ? แค่เจ้าหน้าที่ในคลินิก? เขา.. แต่งตัวเหมือนคาวบอย หมวกคาวบอย ผ้าคลุมไหล่วาเกโร รองเท้าขี่ม้า อยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้วิ่งไปวิ่งมาพูดจาติดสำเนียงตลอดเวลา ซึ่งไม่ใช่อะไรที่แจ็กอยากได้จากพยาบาล)

                แล้วเขาก็รอ

                เขารออยู่สามชั่วโมง

            พอเขาได้เข้าหาหมอ แจ็กกลืนน้ำลายเล็กน้อยเลยเมื่อเห็นอีกฝ่าย หมอจำเป็นต้องหุ่นล่ำขนาดนี้ด้วยเหรอ เพื่อแสดงตัวอย่างว่าตนเองเป็นคำจำกัดความของสุภาพที่ดี และผู้ป่วยควรเอาอย่าง? ผิวสีเข้มของเขาดูเปล่งปลั่ง และดวงตาสีน้ำตาลก็ทึบจนมองไม่เห็นแวว เขามีเคราแบบที่ ถ้าแจ็กไว้บ้าง จะไม่มีวันดูดีเท่า และรอยแผลเป็นที่ทำให้เขาดูอันตรายอย่างเร่าร้อน

                เขาหยิบใบประวัติของแจ็กขึ้นมาดู แล้วร้อง “อ้อ นายปัสสาวะบ่อย? วันหนึ่งนายฉี่กี่รอบ”

                แจ็กคิดตัวเลขในหัว กี่ครั้งนะถึงจะ ‘ซีเรียส’ พอสำหรับหมอ?

                “สิบเอ็ด”

                นั่น.. อาจจะเป็นตัวเลขที่เยอะเกินไป

                “สิบเอ็ด?!” หมอสุดหล่อกระพริบตา “ถ้านายฉี่สิบเอ็ดรอบต่อวัน ต่อมลูกหมากของนายอาจจะผิดปกติ”

                แจ็ก… ไม่รู้จะบรรยายสิ่งที่เขาได้ยินหลังจากนั้นว่าไงดี แต่ประเด็นมันมีอยู่ประมาณนี้: เฮ้ อย่างแรกเลยเพื่อเป็นการตรวจ ฉันจะต้องยัดมือของฉันเข้าก้นนาย และ.. แจ็กไม่รู้จะพูดอะไรดี จะให้บอกว่าไง อ๋อ ไม่ต้องแล้วครับ เมื่อกี้ผมโกหก เพื่อที่จะได้ซื้อยา คุณก็รู้นะ เหมือนอาชญากรรมน่ะ นี่ยังไม่นับว่าคุณหมอ (เรเอส.. ชื่อบนประตูบอก) ดูจริงจังมาก ๆ

                แจ็กก็เลย.. ถอดกางเกงลง เขาเดินไปที่เตียงตรวจคนไข้ในห้อง แล้วเท้าแขนกับขอบเตียง ครึ่งหนึ่งของเขาคิดว่า ช่างหัวมันสิ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ใช่ไหม? ชีวิตผู้ใหญ่มันพิลึกพิกลจะตายไป ให้ถูกล้วงก้นอีกสักทีคงไม่เสียหาย

                เรเอสเดินมาข้างหลังเขา ทำให้แจ็กขนลุกซู่ “อ๋อ ไม่ใช่อย่างนั้น เท้าบนข้อศอกนาย”

                แล้วผลักแจ็กลง

                ท่านี้มันแย่มาก ในท่าแรกมันยังมีศักดิ์ศรีอยู่ อารมณ์ว่า สอดเข้ามาเลย ฉันเป็นคนอเมริกัน! แต่นี่มันท่าเท้าข้อศอกบนเรือรอมันกำลังเข้าฝั่ง เรากำลังเข้าเทียบท่ามาร์ตินิก! แจ็กได้ยินเสียงถุงมือยาง เสียงอะไรบางอย่าง..เหลว ๆ

                เขาผลักแจ็กลง แล้วเขาก็ยัดนิ้วเข้ามา

                แจ็กนึกว่าเขารู้ รู้ว่าทุกอย่างรู้สึกเป็นยังไง

                เขาคิดผิด

                “โอ้ววว

                นั่น.. คือเสียงที่ออกจากปากเขา แต่ มันไม่ใช่เสียงที่แจ็กเปล่งออกไป มันถูกกระตุ้นออกจากคอด้วยตนเองเหมือนมีผีอาศัยอยู่ในท้องแจ็ก และในที่สุด มันก็ได้บินออกจากปากเพื่อหาแสงสว่างข้างนอก แจ็กโคตรไม่ได้เต็มใจจะส่งเสียงนั้น

                และจากนั้น.. จากนั้นเขาก็ถอนมือออก

                ตลอดทั้งชีวิต สิ่งเดียวที่ออกมาจากก้นแจ็ก คืออึ ตอนหมอเรเอสถอนมือออก เขาก็เลยนึกว่าตนเองอึใส่มือหมอ

                เขาก็เลยโพล่งออกไป เสียงสูงผิดธรรมชาติว่า “ผมขอโทษ!”

                แต่ แหม หมอต้องทำแบบนี้ทุกวัน แจ็กเชื่อว่าเขาเคยเจอมากกว่า “โอ้ววว” และ “ผมขอโทษ!” มาแล้ว

                หมอเรเอสไม่ได้ปล่อยให้แจ็กลอยนวลด้วย พูดปัดว่า “โอ้ ไม่เป็นไร นายไม่ได้ขี้ใส่มือฉัน”

                แจ็กดึงกางเกงขึ้นสวม รู้สึก.. แตกต่าง เขากำลังอ้าปากจะถามถึงซาแน็กซ์ แต่โดนขัดเสียก่อน

                “ต่อมลูกหมากนายปกติดี แต่เรายังต้องตรวจเลือด” เขาตะโกนออกไปนอกห้อง “แมคครี! เราต้องตรวจเลือด!”

                คาวบอยกึ่งเดินกึ่งเต้นเข้ามาในห้อง ทักทายว่า “ตรวจเลือด – นายดูเปลี่ยนไปนะคู่หู–  ได้เลย!”

                หมอเรเอสเดินออกจากห้องไป เหลือแต่แจ็กกับคาวบอย ณ จุดนั้น แจ็กเริ่มจะเป็นห่วง เขายังไม่ได้ทานข้าวเย็น เขานั่งรอหมอตรวจอยู่สามชั่วโมง เขามั่นใจว่า ถ้าหมอจะตรวจเลือด แจ็กอาจจะสลบ เขาก็เลยบอกคาวบอยไปตรง ๆ

                “ไม่เอาน่า นายไม่ต้องห่วงหรอก เชื่อฉัน”

                แจ็กก็เลยเชื่อเขา ยื่นแขนให้ ทันทีที่เข็มเจาะเข้ามา แจ็กสลบลงสู่พื้น

                แจ็กตื่นขึ้นมาอีกทีไม่รู้กี่ชั่วโมงให้เขา ทั้งร่างของเขาเคลือบไปด้วยเหงื่อ แผ่หงายบนเตียงที่ตนเองพึ่งถูกจิ้มก้นเมื่อครู่นี้ คาวบอยมองเขาอยู่เหนือร่าง ปีกหมวกกว้างทอดเงายาวบนตัวแจ็ก เขาบอกไล่ว่า “นายต้องไปแล้ว คู่หู”

                “เดี๋ยว คุณหมอล่ะ” แจ็กพูด เสียงแหบพร่า “ฉันต้องบอกเขาว่า..”    

                “อะไร”

                “บางครั้ง ฉันประหม่า บนเครื่องบิน”

                “…”

                “…”

                “หมอเรเอสไม่อยู่แล้ว!”

                แจ็กก็เลยลุก แล้วก็จากไป เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าคุณมีอาการประหม่า บอกหมอตรง ๆ

                และถ้าคุณปัสสาวะบ่อย ไม่ต้องบอกใคร

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s