Monster Boyfriends (24)

Title: Monster Boyfriends
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Reaper | Gabriel Reyes/Soldier: 76 | Jack Morrison
Rating: E

Warning: Griffin!Gabe, Sheath Fucking, อาจถูกมองว่าเป็น Dub Con ได้ เพราะเก๊บพูดไม่ได้ ไม่สามารถพูดสมยอมเป็นคำพูด แต่ ไม่ต้องห่วง ฮีอยากเอาแจ็ก, Inaccurate Climbing เราไม่เคยปีนเขาโว้ย ห้ามทักเรา, Griffin Biology ทำไมครึ่งสิงโตมี dick เหมือนหมา? อย่าถามเรา, Wing Kink
Notes: ตอนนี้แต่งยากฉิบหาย

                หลังจากย้ายเข้าไปทำงานในเมืองใหญ่ แจ็กใช้เวลาว่างทุกวันที่มีกับการหนีความวุ่นวายมาสู่ความสงบของธรรมชาติ ไม่ว่ามันจะเป็นการเดินป่า ตกปลา ตั้งแคมป์ หรือในวันนี้ ปีนเขา แจ็กเลือกที่จะเพลิดเพลินกับกิจกรรมที่ไม่ต้องอาศัยอะไรไปมากกว่าคู่หูคู่ใจ (ขอบคุณ อะนา) และความรักผจญภัย มันเป็นการออกกำลังที่ดี แล้วก็สนุกด้วย ปลีกวิเวกจากความโกลาหลอลหม่านในเมืองหลวง ถนนรถติด ผู้คนชุกชุม – สู่ป่าเขาที่ไม่เรียกร้องอะไรเหมือนกับเจ้านายใจร้ายและเพื่อนร่วมงานห่วย ๆ

                เขา… ไม่ได้คาดหวังให้พายุจะเข้า ร้อยฟุตเหนือจากพื้น ติดอยู่ข้างผา ฝนสาดลงมาท่วมหินและฟ้าผ่าเปรี้ยง ๆ

                “ฉันจะฆ่าตาพยากรณ์อากาศ” อะนา คู่หูปีนเขาผู้จับเชือกของเขาสบถ “มันพูดมาได้ อากาศแจ่มใสไร้เมฆ

                ยากจะคุยกันหน่อยเมื่อคุณติดอยู่บนผาและค่อนข้างห่างกันระดับหนึ่ง เสียงฟ้าฝนไม่เป็นใจดังขัดอีกต่างหาก

                แจ็กเลยต้องตะเบ็ง “ไม่เป็นไร! มาคิดกันว่าจะเอายังไงต่อ!”

                โชคดีที่อะนาเป็นน้ำนิ่งไหลลึก ใจเย็นยิ่งกว่าแจ็กในหลาย ๆ โอกาส เธอจึงไม่ประหม่าหรือหวาดวิตก แต่รับคำอย่างดี

                หลังจากการตะโกนคุยกันจนคอแหบคอแห้ง เราก็ตัดสินได้ว่าเราอยู่สูงมากพอจนมันง่ายกว่าที่จะปีนขึ้นไปหาจุดปลอดภัย มากกว่าที่จะปีนกลับลงพื้นสู่จุดเริ่มต้น ณ จุดนั้น แจ็กกับอะนาช่ำชองด้านการปีนเขาจนรู้งานว่าจะต้องทำยังไง ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาออกมาพักตากอากาศเช่นนี้ ถึงจะเป็นครั้งแรกที่ได้ตากฝนก็ตามแต่ ใช้เวลาไม่นาน– ระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งที่จะปีนผ่านหินเปียก ผาเกาะตะไคร่– ขึ้นมาถึงจุดปลอดภัยที่สามารถหลบยืน บนหลืบเขาที่ยังไม่ถึงยอดดี แต่ก็สูงขึ้นไปพอควร

                “เราควรแยกกัน” อะนาเสนอ ระหว่างที่เธอเก็บเครื่องมือ

                แจ็กขมวดคิ้ว “อะนา เธอรู้ใช่ไหมว่าในหนังใครพูดอย่างนั้นปั๊บตายทันที”

                “ก็ใช่ แต่นี่ไม่ใช่หนัง” เธอยักไหล่ “ฉันจะหาทางลงไป..”

                “ฉันนึกว่าเราตกลงกันแล้วเสียอีกว่ามันสูงเกินไปที่จะหาทางลง”

                “สูงเกินไปที่จะปีนลง” อะนาแก้คำพูด “ฉันน่าจะหาทางลงไปได้”

                เธอพยักเพยิดไปตาม เกือบ–จะ–เป็น–ทาง–เดิน ที่ธรรมชาติผู้ให้กำเนิดสร้างขึ้น– หรือไม่ก็มนุษย์ที่เคยพิชิตเขานี้มาแล้วรอบกระมัง ทางลงดูเรียบพอ ไม่ขรุขระ แต่ก็ลาดชันน่าดู แถมยังเปียกซกเพราะฝน เขามั่นใจในความสามารถของอะนา รู้ว่าเธอจะป้องกันตนเองได้ แต่ในขณะเดียวกัน ตามฐานะเพื่อน เขาก็อดไม่ได้ที่จะห่วง ใครจะรู้ว่าพายุจะเข้าแรงแค่ไหน

                “ฉันว่าเธอน่าจะมากับฉันก่อน” แจ็กเสนอแผนของเขาบ้าง “หาที่หลบฝนแล้วค่อยปีนกลับตอนอากาศแจ่มใส”

                “นั่นอาจจะใช้เวลาเป็นวันแจ็ก ฉันจ้างพี่เลี้ยงเด็กให้ดูแลฟารีฮาแค่คืนเดียว!”

                “…นั่นเรอะที่เธอกังวลอยู่”

                “เธอไปหาที่หลบฝน” ฟังจากน้ำเสียง อะนาตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว ไม่ทิ้งช่องว่างให้เถียง “ฉันจะไปหาความช่วยเหลือ”

                “ไม่ต้องหรอก” เอาสิ เธอไม่ได้ดื้ออยู่คนเดียวนี่ “ฉันมีอาหารพอสำหรับทั้งอาทิตย์”

                “ถ้าเธอไม่โผล่หัวลงไป ฉันจะเรียกคนกลับขึ้นมาช่วย”

                “ดีล”

                เราเขย่ามือกันเพื่อทำสัญญา ถือว่าทุกอย่างเป็นทางการ

                เราแยกทางกัน– ซึ่งก็ยังเป็นแผนที่ห่วยอยู่ดี ถ้าคุณถามแจ็ก– ซึ่งนั่นทิ้งให้เขาต้องตามหาที่หลบฝนแต่เพียงลำพัง แจ็กไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะหามันได้ไหม ในหลืบเขาข้างหินผาเช่นนี้ แต่เขามั่นใจว่าน่าจะมีสักแห่งที่เขาสามารถหลบฝนได้ สักจุดที่หินข้างบนทอดเงาลงมาและปกป้องเขาจากฝนที่สาดเร็วแรง แจ็กค่อย ๆ ก้าวเท้า พยายามเดินติดกับข้างผาไว้เพื่อความปลอดภัย

                หลังจากเดินสำรวจอยู่ไม่นาน เขาก็เจอ บิงโก– ถ้ำ! หรืออย่างน้อย.. ก็แค่โพรงเล็ก ๆ กัดเซาะเข้าไปในหิน

                มันมืดสนิท ข้างใน แต่แจ็กไม่ได้ถือสา เขาเดินเข้าไปลึก รู้สึกดีขึ้นเยอะที่ตนเองไม่ได้ถูกล้อมด้วยฝนเปียก ๆ ที่ซึมซับเข้ามาใต้เสื้อผ้า เขาทิ้งตัวลงนั่งข้าง… อะไรสักอย่าง รู้สึกเหมือนหินก้อนใหญ่ ๆ มองอะไรไม่เห็นเลย ต้องหยิบไฟแช็กออกมาจุด

                แจ็กจุดไฟแช็ก

                แจ็กเห็นอะไรบางอย่าง

                อะไรบางอย่างที่ว่าคือปีก

            ปีกที่ว่าติดไฟ

                เราแหกปาก

                เดี๋ยวนะ เรา?

                แจ็กผละออกจากแผงขนนกที่เขานั่งพิงอยู่เมื่อครู่นี้ กรีดร้องและอ้าแขนเหมือนกำลังทำพิธีบูชาอะไรบางอย่าง กริฟฟินที่อยู่ในถ้ำก็ร้องด้วย เสียงอมนุษย์เปล่งออกจากลำคอขณะที่มันกระพือปีกของตนเองสุดชีวิต พยายามดับไฟ แต่เปลวไฟลามไปโดนรังที่เมื่อกี้แจ็กนั่งอยู่ข้างบน และเมื่อไฟมาเจอกับเชื้อเพลิงชั้นดีอย่างขนนกเต็มปีกและรังที่ทำจากกิ่งไม้ มันก็โชติช่วงชัชวาลเป็นความสว่างที่แผ่ซ่านไปทั่วถ้ำเป็นสีส้มแดงร้อนฉ่า เสียงของไฟ ลม เข้ามาแทนที่เสียงฝนจากข้างนอกพอดิบพอดี

                ถ้ำสว่างมากด้วย ไม่เชิง–ไฟป่า ที่แจ็กพึ่งจะสร้าง เขาเลยเห็นเต็มตาแล้วว่ามีอะไรบ้างในถ้ำนี้ 1. รังกิ่งไม้ขนาดใหญ่ที่ตอนนี้กำลังลุกเป็นไฟ 2. กริฟฟินร่างยักษ์ที่กำลังลุกเป็นไฟ เห็นได้ชัดว่าหนึ่งในสองอย่างนี้ดึงดูดความสนใจของเขาเป็นพิเศษ ถึงแม้มันจะกำลังไหม้พอ ๆ กัน กริฟฟิน กริฟฟิน แจ็กเดินเซ่อซ่าทะเล่อทะล่าเข้ามาในรังกริฟฟิน กริฟฟินผู้มีปีกแทนแขนเป็นแผงสีรัตติกาลยาวสลวย– และกำลังถูกไหม้ดำสนิทเป็นตอตะโกเพราะว่าแจ็ก กริฟฟินผู้มีขาสิงโต กรงเล็บหน้าของนก วิ่งพล่านทั่วรังเพราะแจ็กทำเขาติดไฟ กริฟฟิน ผู้ที่กำลังจะเสียบ้าน ที่อยู่อาศัย แหล่งกบดาน เพราะว่าแจ็กจุดไฟเผาบ้านเขา–

                ฉิบหาย ไม่ใช่ว่ากริฟฟินเป็นสัตว์สงวนรึยังไงนะ แจ็กเคยอ่านอะไรทำนองนี้บนแผ่นพับ “ก่อนจะปีนเขา” ที่พวกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ยื่นให้ มีกริฟฟินอยู่ที่นี่ ในป่า บนเขา ห้ามเข้าใกล้พวกเขา ห้ามทำร้ายพวกเขา ห้าม ห้าม ห้าม ห้าม ห้าม!

                เสียงกรีดร้องของกริฟฟินเรียกสติกลับมาหาแจ็ก นั่น และความหวาดกลัวว่าจะติดคุกตลอดชีวิตข้อหาทำร้ายสัตว์สงวน เขาเก็บไฟแช็ก หลังจากยืนง่าวถือมันมาอยู่สักพัก เขาหยิบกระติกน้ำขนาดใหญ่ออกมาจากในกระเป๋าสะพาย แล้วทำการราดมันลงบนปีกของกริฟฟิน เจ้ากริฟฟินส่งเสียงในลำคอ คงไม่ชื่นชอบการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของอุณหภูมิ แต่หลังจากใช้น้ำจำนวนหนึ่งและสะบัดปีกไล่ไฟอยู่พัก เราก็เหลือแต่ควันให้เห็น แจ็กไม่รู้วิธี “ดับไฟจากรังครึ่งนกครึ่งสิงโตครึ่งคนขนาดยักษ์” แต่เขารู้วิธีดับแคมป์ไฟ ซึ่ง น่าเศร้า.. ต้องรอให้ไม้ที่เหลือถูกเผากลายเป็นขี้เถ้าไปเอง กริฟฟินร้องส่งเสียงไม่สบอารมณ์ใสแจ็ก พยักเพยิดไปที่รังตนเอง แต่แจ็กทำได้แค่ยักไหล่– จะให้เขาทำอะไรเล่า– ระหว่างมองรังของมันพัง

                หลังจากไม้กลายเป็นแค่ขี้เถ้า แจ็กใช้น้ำเทลงใส่ถ่านที่ยังคุกรุ่นไม่ยอมมอด รอจนมันดับ แล้วทำการกลบมันด้วยขี้เถ้าและดินจากภายใต้ เขาจับ ๆ มันดู และพบว่าทุกอย่างเย็นเฉียบ – ถึงแม้จะพังพินาศ– ปลอดภัย ไม่น่าจะมีไฟติดอีกรอบ

                ถ้ำถูกปกคลุมด้วยความมืดอีกครั้ง

                แจ็กหยิบไฟฉาย (ทำไมเขาถึงไม่ใช้ไฟฉายตั้งแต่แรกว้า…)

                และเกือบจะตกใจหงายหลังเพราะใบหน้าของกริฟฟินที่ยืนอยู่ข้างหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

                จะบ้าตาย! ทำไมกริฟฟินช่าง.. เหมือนมนุษย์? ลักษณะทางกายภาพของพวกมันก็บ่งบอกอยู่ว่าไม่ใช่คนแน่นอน ปีกใหญ่นั่น หูแหลมยาว แผงขนตามกระดูกไหปลาร้าและประดับตามเอว ช่วงลำตัวล่างยาวเป็นสิงโตขนาดยักษ์ ไหนจะกรงเล็บสุดสยองนั่นอีก แต่ครึ่งบน.. เขาก็เป็นแค่คน ภาพลักษ์ภายนอกเหมือนชายหนุ่ม ด้วยผิวเข้ม ร่างกายกำยำตั้งแต่แขนล่ำถึงกล้ามหน้าท้องสวย รอยแผลเป็นตรงนั้นตรงนี้ ไว้เครา ผมหยิกบนศีรษะ และใบหน้า… หงุดหงิดมาก ๆ ถ้าไม่พูดถึงหล่อ

                แจ็กยิ้ม ใจดีสู้สิงโต(ครึ่งนกครึ่งคน) “…เฮ้”

                เขาโดนแยกเขี้ยวใส่ เสียงคำรามของสิงโตทำให้ขนลุกเกรียวกราว

                “ฉัน… ขอโทษ?”

                แจ็กถอยหลังหนีทีละก้าว แล้วก็โดนรุกคืบทีละก้าวด้วยเช่นกัน เขาจำได้ลาง ๆ ว่าในแผ่นพับบ่งบอกว่ากริฟฟินบนเขาดุร้ายและไม่ควรเข้าใกล้เด็ดขาด แต่แจ็กเข้าใกล้เขา เผาปีกเขา เผาบ้านเขา บางที เขาน่าจะทำตามแผนของอะนาตั้งแต่แรก…

                แจ็กหลับตาปี๋ เตรียมตัวตาย

                ….

                ไม่มีอะไรเกิดขึ้น?

                พอเขาลืมตาอีกที ไฟฉายก็ส่องไปเห็นกริฟฟินนั่งอยู่อีกมุมของถ้ำ สีหน้า.. เศร้า เขากำลังเลียปีกตนเองอยู่ สีหน้าบิดเบี้ยวเหยเกเมื่อได้รสไหม้ ถุยปีกที่หลุดออกมาลงพื้น โอ้.. เขาเจ็บ ความรู้สึกผิดกัดกินใจ แจ็กรีบปรี่เข้าไปหาเขาอีกฝ่าย

                แน่นอน กริฟฟินขยับตัวหนีทันทีที่เห็นเขาเข้ามา พยายามซ่อนปีกตนเอง แจ็กถอดกระเป๋าสะพาย

                “ฉันมีของที่อาจจะช่วยนายได้” ของปฐมพยาบาลที่อะนาบังคับให้เขาต้องพก

                กริฟฟินมองหน้าเขา ไม่ไว้ใจ

                “ขอฉันดูปีกนายก่อนนะ? ฉันจะไม่ทำอะไร สัญญา”

                เราจ้องตากันอยู่นาน

                พอได้เห็นปีกของอีกฝ่าย แจ็กใจแป้ว ปีกของเขาโดนเผาซะแย่ พอคุณไปสะกิดเข้าหน่อย มันก็ร่วงลงออกจนเผยให้เห็นผิวข้างใต้ ซึ่ง.. ค่อนข้างจะแย่ แดงเถือกเพราะความร้อนจากไฟ และมีตุ่มพุพองเต็มไปหมด แจ็กทำการเทน้ำที่เขามีลงปีก– ช่างมันเถอะเรื่องเสบียง– จับเวลาในใจว่าต้องใช้การประคบเย็นเช่นนี้นานเท่าไหร่ จากนั้นก็หยิบยาจากในกล่องปฐมพยาบาล เขามีครีมป้องกันการติดเชื้อหลอดใหญ่ที่น่าจะใช้ได้ผลดีบนตุ่มพอง และครีมว่านหานจระเข้ในภายหลังสำหรับอาการไหม้

                (เขาต้องทาเยอะมาก ปีกพี่ท่านใหญ่เกิน ต้องละเมียดละไมระวังมันไม่ให้หมดหลอดตั้งแต่การรักษาครั้งแรก..)

                “ดีขึ้น ฮึ?”

                กริฟฟินไม่ตอบ– น่าจะพูดไม่ได้– ทำแค่ส่งเสียงไม่พอใจ น่าจะไม่ชอบครีมแปลกปลอมบนเนื้อตนเอง

                “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเผาบ้านนาย” แจ็กเข้าเรื่องก่อนเลย “ฉันแค่เข้ามาหลบฝน ปีนเขาแล้วพายุมันเข้าน่ะ”

                แต่เขาน่าจะฟังแจ็กรู้เรื่องนะ มองตาแจ็กตลอดตอนที่พูด ดูตั้งใจฟัง

                “ฉันเข้าใจถ้านายจะไม่อยากให้ฉันอยู่ต่อ…”

                แจ็กไม่ได้ถูกไล่ กริฟฟินเชิดคางใส่เขา หันไปทางอื่น คงจะเหนื่อย จากเหตุการณ์ระทึกขวัญทั้งวัน

                แจ็กเองก็เหนื่อยแล้วเหมือนกัน

                เขาเขยิบตัวออกห่างจากกริฟฟิน ให้พื้นที่ส่วนตัวแก่เจ้าของบ้านเขาหน่อย แล้วก็เขยิบตัวออกจากอดีต–รังที่ไหม้เกรียมนั่นด้วย กลิ่นของมันยังโชยอยู่ในอากาศ เขาไม่รู้ว่าเขาจะไว้ใจกริฟฟินตนนี้ได้มากแค่ไหน แต่… ไม่ลอง ไม่รู้ ถูกไหม? ณ จุดนี้ แจ็กอันตรายมากกว่ากริฟฟินเสียอีก หลังจากสิ่งที่เขาทำ แจ็กหยิบถุงนอนจากในกระเป๋า พร้อมแล้วที่จะหลับสักสิบปี

                ค่อยหาทางลงเขาทีหลังก็แล้วกัน…

 




 

                มันผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว

                “เฮ้ ปีกนายดีขึ้นเยอะเลย กาเบรียล ดูไม่ออกเลยว่าโดนอะไรมา” แจ็กชม ได้ตั้งชื่อให้แก่กริฟฟินตนนี้อย่างถือวิสาสะไปแล้วเรียบร้อยในหนึ่งอาทิตย์ที่อาศัยอยู่ร่วมกันมา “โชคดีจังที่กริฟฟินฟื้นฟูร่างกายเร็วกว่ามนุษย์ ว่าไหม?”

                กาเบรียลก้มลงมองปีกตนเองแล้วส่งเสียงพึงพอใจ กระพือมันเล็กน้อยแล้วพบว่าไม่มีขนใดหลุดร่วงผิดที่

                “วิเศษ”

                พายุหายกลับไปตั้งแต่วันแรกที่เขาตื่นนอน ตามหลักแล้ว แจ็กสามารถเดินทางลงจากเขาได้ตั้งแต่หกวันที่ผ่านมา แต่เผอิญ… เขารู้สึกผิด กาเบรียลไม่ได้รั้งให้เขาอยู่ ไม่ได้ขู่กรรโชกจะฆ่ากันตาย เขาแค่ดู.. หงอย ซึมไปเลยเพราะปีกตัวเองแหว่ง เขาเคยได้ยินมาว่าปีกสำคัญมากกับกริฟฟิน เป็นความรักและความภาคภูมิใจของเผ่าพันธุ์ และแจ็กดันเผาเขาเป็นไก่ย่าง รู้สึกผิด เขาก็เลย… อยู่ต่อ คอยรักษาสุดความสามารถที่เขาทำได้ พูดพร่ำเป็นการขอโทษรอบที่สองร้อยเพราะกาเบรียลจำเป็นต้องรู้

            เขาพกอาหารมามากสำหรับสัปดาห์หนึ่ง ก็เลยไม่มีปัญหาอะไรเท่าไหร่ และแจ็กก็ได้ลงจากเขาไปสองสามรอบนะ เมื่อกาเบรียลรำคาญที่เขาตื้อมากพอจนยอมให้ขึ้นขี่ ครั้งแรกคือลงไปหาแหล่งน้ำ ครั้งที่สองคือลงไปหาทางติดต่ออะนาเพื่อโกหกว่า เฮ้ ฉันถึงบ้านแล้วนะ ครั้งที่สามเพราะกาเบรียลหิว และแจ็กอยากตามติดไปด้วย ดูกริฟฟินล่าสัตว์

                แจ็กคงจะไม่พูดว่าเขากับกาเบรียลสนิทชิดเชื้อกันเสียทีเดียวในช่วงเวลาอันสั้น แต่สำหรับกริฟฟินเขาที่ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมทารุณ เขาไม่เคยแม้แต่จะวางสักกรงเล็บลงบนตัวแจ็ก นอกจากขู่คำรามเวลาแจ็กทำอะไรไม่เข้าทิศเข้าทาง ส่วนใหญ่กาเบรียลพึงพอใจดีกับการใช้ชีวิตร่วมกับแจ็ก– ตราบใดที่แจ็กเคารพพื้นที่ส่วนตัวของเขา และไม่ส่งเสียงดังน่ารำคาญนัก

                เขาไม่ร้องท้วงชื่อ ‘กาเบรียล’ ด้วยซ้ำ!

                “ปีกนายสวยจัง” แจ็กพึมพำ สวย ถ้าไม่ติดว่ามัน..ยุ่งเหยิงไปนิด แต่แจ็กโทษเขาไม่ได้กระมัง เขาไม่มี ‘มือ’ แบบคน แล้วก็คงลำบากนิดหน่อยถ้าจะใช้ปากจัดขนตนเอง ขนที่พึ่งงอกใหม่นี่อีก แจ็กจับได้ไหมนะ.. “สีเหมือนปีกอีกา–”

                ทันทีที่นิ้วของแจ็กแทรกผ่านขนนก กาเบรียลสะดุ้งโหยง ส่งเสียงแหลมในลำคอ

                “ขอโทษที ขอโทษที!” แจ็กรีบผละออก “ฉันไม่ได้ตั้งใจ..”

                เซนซิทีฟ เขาบันทึก

                แต่กาเบรียลไม่ได้เดินหนีจากเขา– เหมือนปกติ– ไม่ได้หุบปีกเก็บข้างตัวหรือเบือนหน้าไปอีกทาง

                แจ็กขมวดคิ้ว “นาย… อยากให้ฉันจับ?”

                เขาได้รับคำตอบเป็นการฟาดปีกเข้าหาเกือบจะซัดเต็มหน้า ถ้าแจ็กเอี้ยวหลบไม่ทัน

                “อยากให้ฉันช่วยจัดขน?”

                กาเบรียลพยักหน้า

                ฮู่… โอเค

                มันง่ายกว่าที่คิดแฮะ กลับไปที่บ้าน แจ็กชื่นชอบการจัดข้าวของ ทำความสะอาด อยู่เสมอ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนเจ้าระเบียบอะไรหรอก แต่มันผ่อนคลายที่ได้เห็นทุกอย่างอยู่ในที่ที่มันควรอยู่ ขนนกนี่ก็เหมือนกัน ถึงเริ่มแรกจะยุ่งเหยิงผิดทรง แต่ด้วยการจัดแจงเพียงเล็กน้อย มันก็เข้าที่เข้าทางสวยงามดี ขนนกของกาเบรียลอ่อนนุ่มมาก อาจจะเพราะมันพึ่งงอกใหม่ เบาบางบนปลายนิ้ว แจ็กต้องถนอมอย่างดีเพราะกลัวว่าเขาจะจับแรงเกินไป ไม่อยากจะทิ้งรอยช้ำใด ๆ ให้กับขนปีกสลวย

                กาเบรียล… ร้องครางตลอดเวลาที่ปีกถูกสัมผัส และมันทำให้แจ็กหน้าแดงเถือกจนร้อนไปทั้งศีรษะ เลือดสูบฉีดลงมาหาเป้ากางเกงเสียหมด มันเป็นเสียงอมนุษย์ ใช่ เปรียบเทียบได้กับเสียงของสัตว์ที่แจ็กไม่ควรจะมาเกิดอารมณ์ตามเลยแม้แต่น้อย แต่มันก็ยังเป็นเสียงที่ไพเราะ.. ถึงแม้เขาจะบอกตนเองในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า กริฟฟิน! เป็น! สัตว์! ถึงแม้ว่ากาเบรียลจะเหมือนคนแค่ไหน เหมือนผู้ชายธรรมดา ๆ หล่อ ๆ ถ้าคุณตัดปีกกับขาสิงโตออกไป เสียงของเขาร้องกระเส่า และมันช่าง..

                “รู้สึกดีเหรอ ฮึ?” แจ็กถาม ใจเต้นตึกอยู่ในอกจนหูของเขาอื้อ

                กาเบรียลใช้ปีกที่ใหญ่มากซ่อนใบหน้าตนเองไว้ แต่มันก็ปิดไม่มิด แจ็กยังเห็นสีเข้มที่ขึ้นบนโหนกแก้ม คิ้วที่ขมวดมุ่น ดวงตาฉ่ำเยิ้ม และริมฝีปากบิดเบี้ยว– ท่าทางมันจะรู้สึกดีมาก การได้ถูกลูบเช่นนี้ ณ จุดที่ไวต่อความรู้สึกมากที่สุด

                แจ็กไม่หยุดมือ มิหนำซ้ำ เขาทำหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ ไล่ตั้งแต่ปลายปีกขึ้นไปหาด้านบน

                ทั้งร่างของกาเบรียลเขม็งเกลียวเป็นปม เกร็งไปหมดตั้งแต่หลังที่ตั้งตรง สี่ขาที่แทบจะจิกกรงเล็บและอุ้งเท้าลงไปกับพื้นถ้ำ สร้างรอยสลัก และปีกของเขา สั่นระริก แต่ไม่ยอมขยับหนีไปไหน อยากจะให้แจ็กสัมผัสอยู่อีก เปลือกตาปิดลงและน้ำตาเล็ดอาบแก้ม เสียงคราง– สับสนและมึนงงกับสิ่งที่ตนเองรู้สึก– เล็ดลอดออกมาจากกริฟฟินหนุ่ม ล้ำค่า

            แจ็กหายใจหนัก หอบรุนแรง ขยุ้มขนนกอยู่ในหว่างนิ้ว “นายชอบ..”

                มันไม่ใช่คำถาม

                กาเบรียลยังนั่งอยู่กับที่ สี่ขาบนพื้น หน้าท้องของส่วนล่างแนบชิดติดกับมัน และแจ็ก… ชะงัก

                เขาอยากจะเห็น

                กลืนน้ำลายให้แก่คออันแห้งผาก แจ็กกล่าว “ฉันอยากเห็นนาย”

                กาเบรียลหรี่ตา เหมือนจะบอกว่า ‘นายก็เห็นฉันอยู่แล้ว’ มองแจ็กหัวจรดเท้าเพื่อเป็นการพิจารณา

                “ได้โปรด?”

                ความเงียบชั่วครู่ เสียงหายใจฮึดฮัด เก๊บถึงจะยอมลุกขึ้น

                แจ็กกระเถิบตัวเข้าไปใกล้ ตั้งตำแหน่งตรงข้างหลังเก๊บเพื่อที่จะได้มองเห็นเต็มตา อย่างแรกเลยที่เขาสังเกตคือหางสิงโตยาวที่แทบปัดเข้าหน้า ปกปิดก้นกาเบรียลไว้พอดิบพอดีด้วยขนยาวตรงปลาย แจ็กต้องจับโคนหางไว้ให้มั่นแล้วจับมันออกไปจากทาง เขาถึงจะเห็น ก้นของกาเบรียลอวบอั๋นเต็มมือ รูของเขาดูอุ่นและนุ่ม แทบจะเรียกร้องให้ถูกสอดใส่ แต่แจ็กยังไม่แน่ใจว่าเขาพร้อมสำหรับขั้นนั้น ทอดสายตาลงต่ำ เขามองผ่านหน้าท้องด้านใต้พุงแน่น เห็นอัณฑะพวงโตและ.. ปลอก

                อวัยวะเพศของกริฟฟินกลับดูเหมือนไปทางสุนัขซะอย่างนั้น ด้วยปลอกของมันที่บดบังของจริงไว้ข้างในเหมือนกาเบรียลขี้อาย เขาคาดหวังไว้ว่ามันจะเหมือนของแมวซะมากกว่า เล็กพอดีคำและมีหนามติดผิว แต่ท่าทางลักษณะทางกายภาพของสัตว์ประหลาดจะไม่เล่นตามกฎของสัตว์บนโลก ต่อให้จะมีความคล้ายคลึงกัน แจ็กหรี่ตามองปลอกนั่น มองเนื้อสีคล้ำมันวับ..

                 แจ็กเลียริมฝีปาก เขาอยากเหลือเกินที่จะเอื้อมมือไปจับมัน “ฉัน… มีแผน”

                กาเบรียลมองข้ามไหล่ตนเองหันหลังมาจ้องแจ็ก สายตายังคงระมัดระวังเช่นเคย ไม่ไว้ใจ หลังจากเหตุไฟไหม้

                “ให้ฉันลองอะไรหน่อย นะ?”

                และถึงแม้จะมีเป็นร้อยเหตุผลให้ปฏิเสธ กาเบรียลก็ไม่ได้ส่ายหน้า

 




 

                มันออกจะน่าเสียดายที่เราตกอยู่ในท่านี้ แจ็ก นอนราบไปกับพื้น ถกกางเกงจนถึงชั้นในลงไปติดอยู่กับเข่า กาเบรียลคร่อมอยู่บนร่างเขา ขาหน้าอยู่ตรงข้างลำคอ ขาหลังอยู่แถว ๆ สะโพก ตรึงแจ็กไว้อยู่กับที่ แขนสองข้างของแจ็กลีบติดข้างตัวอย่างช่วยไม่ได้ มือพะวงอยู่กับเป้าตนเอง เขายังตื่นตัวอยู่ ใช่ การจัดปีกให้เก๊บทำให้เขาเกิดอารมณ์ถึงขั้นนั้น แต่เขาเกรงว่าความประหม่าจะทำให้มันยอมแพ้เสียก่อนกลางทาง ก็เลยได้แต่คลึงมันอยู่ในฝ่ามือ รูดมันขึ้นลงเพื่อเรียกขวัญกำลังใจ    

                อย่างน้อยในองศานี้ เขาก็เห็นกาเบรียล กระพือปีกและนิ่วหน้าเมื่อเห็นว่าแจ็กสนุกอยู่คนเดียว

                “โทษที โทษที” แจ็กกล่าว หัวเราะ “ฉันแค่ต้อง…”

                เขามองอะไรไม่เห็นเลย ในท่านี้ และชั่วขณะหนึ่งก็ได้แต่เสียดสีมั่วซั่วอยู่กับหน้าท้องของกาเบรียล ขนหนา พุงแน่น เนื้อนุ่มของร่างกายท่อนล่าง ต้องขยับเขยื้อนอยู่นานกว่าจะหาเป้าหมายเจอ ปลอกของกาเบรียล รู้สึกหยาบและสากมากกว่าผิวเนื้อตรงอื่น ยังคงเก็บกักขนาดของกาเบรียลไว้อย่างมิดชิดไม่โผล่สักนิดให้เห็นถึงสิ่งที่ซ่อนข้างใน สงสัยกาเบรียลจะอายจริง..

                เขาอดคิดไม่ได้ว่านี่เป็นการเอาเปรียบกาเบรียลรึเปล่า แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ต้องการ รังเกียจการรุกรานร่างกายของแจ็ก เขาคงจะปฏิเสธไปนานแล้วใช่ไหม อาจจะไม่สามารถทำได้เป็นวาจา แต่ก็มีพละกำลังกายามากพอที่จะปัดแจ็กไปติดกับผนังถ้ำ บ่งบอกให้เขารู้ชัดเจนแจ่มแจ้งว่าไม่ต้องการอะไรจะทำกับเขาทั้งนั้น แต่ กาเบรียลยังอยู่ และแจ็กก็ยังอยู่ นอนอยู่ตรงนี้..

                แจ็กใช้มือจับตนเองจ่อจนกว่าจะเจอเป้าหมาย จนกว่าเขาจะสามารถ..ดันเข้าไป..

                “อา…”

                ข้างในปลอกของกาเบรียลช่างอุ่น อุณหภูมิร่างกายเกือบจะเรียกได้ว่าร้อน มันทำให้แจ็กแทบดิ้นพราดถ้าไม่ติดว่าร่างถูกล็อกด้วยสี่ขาของกาเบรียล เสียงครางของเราสองดังสูสีกันภายในถ้ำ พื้นที่แจ็กนอนอยู่ข้างบนไม่ได้สบายหรอกนะ แต่เขาไม่ได้สนใจ โฟกัสอยู่กับแค่ความนุ่มลื่นภายในปลอกของกริฟฟินหนุ่ม มัน..แฉะ ข้างใน แสดงว่าการจัดปีกเมื่อครู่นี้ก็มีผลแด่กาเบรียลพอ ๆ กับที่มันก่ออารมณ์ให้กับแจ็ก ความอบอุ่นโอบล้อมส่วนหัวของเขา และลึกเข้าไปอีก เมื่อแจ็กเริ่มดัน

            น้ำตาไหลอาบแก้มเพราะความรัดแน่นของช่องทางข้างใน แจ็กได้แต่กัดริมฝีปากตนเองแล้วครวญคราง สะโพกของเขายกขึ้นมาจนลอยเหนือพื้น พยายามสร้างจังหวะกระเด้า เข้า ออก แต่ก็เกรงกลัวอยู่ตลอดเวลาว่าจะเผลอมากเกินไป ว่าจะขยับจนหลุดออกมาจากความนุ่มนวลของปลอกกาเบรียล ไม่ เขากำมือรอบความหนาของตนเองไว้แน่น ให้แน่ใจว่าจะไม่หลุดออกจากความคับแน่นอันแสนวิเศษ แจ็กขยับ ได้ยินเสียงแฉะของน้ำหล่อลื่นที่กาเบรียลหลั่ง แล้วก็สัมผัสได้ถึง..

                “..โอ้” แจ็กอุทาน เงยหน้ามองกาเบรียลที่กำลังกลั้นเสียงตนเองสุดความสามารถ “ฉันกำลัง– ฉันกำลังเสียดสีกับ–”

                กาเบรียลใหญ่มากข้างในนั้น ไม่รู้ว่าเป็นธรรมชาติของกริฟฟินรึเปล่า ทั้งใหญ่ทั้งยาวแต่หดเกร็งซ่อนตัวอยู่ในปลอก ผิวเนื้อถูกับแจ็กอย่างแนบแน่นเมื่อเขาขยับ มันเกือบจะ.. โรแมนติก การได้สัมผัสกาเบรียลในจุดซ่อนเร้นอันแสนอ่อนไหวเช่นนี้ ใกล้ชิดกับกาเบรียลเช่นนี้ แจ็กร่อนสะโพก ทำทุกวิถีทางให้เราเสียดสีกันอีก ให้กาเบรียลหลุดเสียงครางออกมาจากคอ

                กาเบรียลกำลังร้องเรียกชื่อเขา– ชัวร์ มันฟังดูเหมือน “แอ้ก” มากกว่า “แจ็ก” แต่มันก็ยัง… น่ารัก

                ไม่รู้เพราะว่าปลอกของกาเบรียลรู้สึกเหมือนเซ็กส์ทอยชั้นยอด หรือเพราะเขาผ่านมาทั้งสัปดาห์โดยไม่ได้สำเร็จความใคร่เลยสักครั้ง แจ็กพบว่าจุดสุดยอดของเขาใกล้เข้ามาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำได้แค่เงยหน้ามองกาเบรียลแล้วร้อง “อ้า…”

                ก่อนที่เขาจะหลั่งออกไป ข้างในปลอกของกริฟฟิน เก๊บตะกุยกรงเล็บของขาหน้ากับพื้น ทุรนทุราย           เมื่อแจ็กถอนตัวออก ทั้งหมดนั่นไหลซึมออกมา เปื้อนเป็นหยดเป็นทางบนร่างแจ็ก เขานอนนิ่ง รวบรวมลมหายใจ เข้า ออก หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ และร่างกายก็ยังรู้สึกเซนซิทีฟจากเมื่อครู่ เขาจำไม่ได้แล้วว่าตนเองเคยมีเซ็กส์ที่สุดยอดขนาดนี้ตั้งแต่ครั้งไหน

                “เมื่อครู่นี้ดีสำหรับนายพอ ๆ กับที่มันดีสำหรับฉันรึเปล่า?”

                กาเบรียลตอบด้วยการเอาอุ้งเท้าตบหน้าเขา– ระมัดระวังไม่ให้กรงเล็บกรีดโดนผิว– แจ็กหัวเราะ

                กริฟฟิน ต้องยกให้พวกเขาเลย

 




 

                “กาเบรียล.. ฉันต้องไปแล้ว” แจ็กสารภาพอย่างเศร้าสร้อย “อะนาห่วงตายแน่ถ้ากลับบ้านไปไม่เจอฉัน”

                กาเบรียลคงไม่เข้าใจหรอกว่า ‘อะนา’ นี่ใคร แต่เขาเข้าใจว่าแจ็กกำลังจากไป และ ไม่ เขาจะไม่อ้อน แต่เขาก็แสดงท่าทีไม่พอใจได้ชัดเจนพอ นั่งกับพื้นแล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทาง แทบจะสั่งการให้ถูกง้อ แจ็กเดินเข้าไปแล้วเขย่งตัวจูบเขา

                “ฉันจะกลับมาหานาย” แจ็กบอก “ฉันสัญญา”

                และ แจ็ก มอร์ริสัน ไม่เคยผิดคำพูดใคร ไม่ว่าจะมนุษย์หรือสัตว์ประหลาดก็ตาม                         

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s