Monster Boyfriends (25)

Title: Monster Boyfriends
Fandom: Overwatch (Video Game)
Pairings: Reaper | Gabriel Reyes/Soldier: 76 | Jack Morrison
Rating: E

Warning: Plant Monster!Jack, คล้าย ๆ Lactaion..? แต่มันเป็นการมอบน้ำหวานไม่ใช่มอบน้ำนม. Bondage, Plant Monster Biology, Post-Orgasm Torture, (Kind of) Fleshlight

                ไม่ใช่ทุกวันที่จะมีมนุษย์ลอยมากับแม่น้ำที่แจ็กอาศัยอยู่ใกล้เคียง ปกติ ตามลำธารจะมีแต่ขอนไม้หรือไม่ก็พวกบีเวอร์ ทั้งสองสิ่งไม่ได้อยู่ในความสนใจของแจ็กเท่าไหร่นัก ‘กาเบรียล เรเอส’ (จากที่บัตรประชาชนในกระเป๋าสตางค์บอก) เป็นรายแรกเลยที่ทำให้แจ็กประหลาดใจ ขัดช่วงเวลาอันแสนสงบยามบ่ายด้วยการไหลมากับน้ำ หัวทิ่มหัวตำ ขาชี้โด่ชี้เด่

                แจ็กไม่ใช่สัตว์ประหลาดที่ใจบุญ– เขาอยากจะเชื่อว่าเขาเองก็ดุร้ายสมกับชื่อสัตว์ประหลาดพืชสายพันธุ์เขา– มีอยู่น้อยสิ่งที่หยุดแจ็กจากการเสียบเถาวัลย์เข้าร่างหมอนี่แล้วดูดซึมสารอาหารออกมาเฉกเช่นเดียวกับที่เขาทำกับ ดิน ซากพืชซากสัตว์ และ– ทุกอย่าง เอาเข้าจริงแล้ว แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ‘กาเบรียล เรเอส’ และนั่นไม่ใช่เพราะว่าแจ็กใช้เถาวัลย์เปลื้องผ้าเขาทันทีทีมีโอกาส เปล่า หน้าท้องกระดานซักผ้านั่นมอบน้อยสิ่งให้คนหลงใหล แจ็กไม่ใช่สัตว์ประหลาด..

                ประเภทนั้น

            กาเบรียล เรเอส นอนสลบไม่รู้เรื่องอยู่ใต้ต้นแจ็ก ข้อเท้าของเขายังมีเถาวัลย์หนารัดอยู่รอบ (สิ่งที่ช่วยเขาขึ้นฝั่งมาในตอนแรก) และเขาก็เปลือยกายให้แก่ทุกสิ่งบนโลกสีเขียวของพระเจ้าได้เห็น เสื้อผ้าถูกฉีกออกไม่เป็นท่าอยู่ข้างกาย ขาดริ้วเป็นริบบิ้น เขาดู.. แข็งแกร่ง สำหรับมนุษย์ ร่างกายกำยำและไม่มีสิ่งไหนที่บ่งบอกว่าขาดสารอาหาร กลิ่นกายกับหนวดเคราดกหนาอาจจะเป็นสัญลักษณ์บอกว่าเขาหลงป่ามาสักพัก แต่ก็คงไม่ถึงขั้นอดกินอดนอน เขามีบาดแผล นิดหน่อย รอยฟกช้ำ

                แจ็กก้มลงมองหว่างขา ผ่านขนหยิกหนาสู่ ว้าว นั่นน่าสนใจดีนี่– ตอนที่กาเบรียลสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้น

                เขาสำลักน้ำออกจาก..ปอด? ปาก? สักที่ มองแจ็กด้วยดวงตาลุกวาว

                “อะ…” เขาสะบัดขา ชักคะเย่อกับเถาวัลย์ของแจ็ก “อะไรวะเนี่ย?!”

                แจ็กสงสัยจังว่าสิ่งใดทำให้หมอนี่สติแตกก่อน–หลัง มันต้องเป็นเพราะรูปลักษณ์ของแจ็ก แหงอยู่แล้ว แต่ส่วนไหนล่ะ ขาที่ไม่ได้จรดปลายด้วยเท้า แถมตั้งแต่เข่าลงไปยังมีรูปลักษณ์เหมือนโคนต้นไม้หยั่งรากยาวลึกกับพื้นดิน ผิวแจ็กเป็นสีเขียวของพืช แต่ผมของเขา ดอกไม้ของเขา งอกออกมาตามเถาวัลย์บางที่คล้องตามแขน งอกตามข้อมือ– เป็นสีเหลืองทอง แจ็กเอียงคอ เหล่าดอกไม้และเถาวัลย์ขยับตามราวมีชีวิตเป็นของตนเอง ดอกไม้ก้านหนึ่งเลื่อนขึ้นมาทัดหลังใบหูแหลมของแจ็ก

                มันน่าประทับใจ แต่พ่อนักเดินทางไม่ได้มองเลยสักนิด มัวแต่เสียสติที่ขาตนเองถูกรัด แจ็กชั่งใจว่าเขาควรจะทุ่มหมอนี่ลงกับฟื้นฟาดป๊าบป๊าบสักสองสามรอบเรียกสติดีไหม แต่ตัดสินใจปล่อยให้เขาแหกปากและดิ้นรนจนกว่าจะตั้งตัวใหม่ได้

                เขาหันมามองแจ็ก คิ้วเลิกขึ้นจนหายไปเข้าในเรือนผม หายใจหอบพร่า

                แจ็กโบกมือ “หวัดดี”

                ภาษาอังกฤษของเขาไม่ถือว่าดี สำหรับมนุษย์ แต่ก็พอจะถูไถได้สำหรับสัตว์ประหลาด ทีละพยัญชนะออกมาจากปากอย่างทุลักทุเล เส้นเสียงไม่คุ้นชินกับการเปล่งภาษานี้ กาเบรียลจ้องเขา ยังคงไม่เข้าใจ หรือว่าเขาไม่พูดภาษาอังกฤษ..?

                “นี่. มัน.” เขาผายมือลงสู่ร่างเปลือยเปล่าของตนเอง “อะไรกันวะ”

                แจ็กนิ่งไปครู่

                ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงความนัยของสถานการณ์ตอนนี้

                “โอ้ ไม่!” แจ็กรีบปฏิเสธ หน้าของเขาแทบจะเปลี่ยนโทนสี “ฉันไม่ได้กะจะ… ฉันไม่สัตว์ประหลาดพืชประเภทนั้น

                “น่าเชื่อถือมากเลย” กาเบรียลหรี่ตามองเขา ชิวกับความเปลือยของตนเองมากกว่าที่เคยเป็น เขาพยายามจะลุกขึ้น แต่เถาวัลย์ของแจ็กไม่อนุญาต ก็เลยได้แต่นั่งอ้าขาอ้าแขนไม่พอใจอยู่กับพื้น “จะบอกว่าไง แค่แก้ผ้าฉันเฉย ๆ งั้นเหรอ?”

                “ฉันแค่พยายามจะตรวจดูว่านายเป็นใคร!” แจ็กอธิบาย ยกเถาวัลย์อีกข้างขึ้น มันถือกระเป๋าสตางค์หนังสัตว์ของกาเบรียลเอาไว้อยู่ เขาจะใช้มือค้นดี ๆ ก็ได้ ใช่ แต่มันค่อนข้างยากที่จะก้มตัวลงเมื่อขาของคุณเป็นราก “ฉันไม่ได้..”

                “ปล่อยฉัน”

                แจ็กไล่เถาวัลย์ตามร่องนิ้วเท้ากาเบรียล ช่างประหลาด อวัยวะมนุษย์..

                “ปล่อย!”

                แจ็กปล่อย

                กาเบรียลลุกขึ้นยืน ก้มหยิบเศษเสื้อผ้าจากพื้นดิน มันยังใส่ได้อยู่นะ เสื้อขาดไปหน่อยตรงสะเอว กางเกงยังครบส่วน เอาเข้าจริงแล้ว กางเกงในอาจจะหลุดลุ่ยไปนิด แต่กาเบรียลก็แต่งตัวกลับมาดูเหมือนเดิมได้ ชุดนักเดินทาง– ที่สภาพเหมือนพึ่งไปตบกับหมี จะว่าไป สำหรับนักเดินทาง เขาไม่ยักมีเครื่องมืออะไรติดไม้ติดมือ ไม่มีเลยนอกจากกระเป๋าสตางค์นั่นแหละ

                กาเบรียลสอดเข็มขัดลอดห่วง มองแจ็กตาขวาง “นี่ฉันอยู่ที่ไหน”

                “ในป่า”

                “ฉันรู้ กรู้ท ส่วนไหนของป่า”

                แจ็กเบ้ปาก “ฉันไม่รู้..”

                “ไม่รู้เหรอ นายเป็นต้นไม้!

                “ต้นไม้มันลุกเดินไปไหนมาไหนไหมล่ะ” เอาเข้าจริง แจ็กก็ขยับได้ ถ้าเขาอยาก มันแค่ยุ่งยาก อาศัยการดึงรากจากดินและหาที่ใหม่ ต้องให้ครบทุกอย่าง แสง น้ำ แต่ละปัจจัยที่แจ็กต้องใช้ในการมีชีวิต และเขาก็อยู่นี่มาตั้ง… เอ่อ เป็นปี ๆ แล้ว

                กาเบรียลดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ แต่ก็ไม่ซักไซ้ต่อ เขาสอดส่องรอบ ๆ ตัว สำรวจสภาพแวดล้อม แจ็กมีตำแหน่งที่ค่อนข้างดีในป่า ต้นไม้ต้นอื่น ๆ ที่โอบล้อมเขาไม่ใช่สัตว์ประหลาดพืชด้วยกัน แต่เราก็มีการตกลงกันอย่างดีที่จะอาศัยพื้นที่ร่วมกัน เราอยู่ใกล้แหล่งน้ำ แสงแดดจากข้างบนส่องตรงสู่แจ็ก พื้นที่ดี ไม่ดีคงไม่ทนอยู่ได้มาเป็นปี

                “มีสัตว์ประหลาดอื่นไหม แถวนี้ นอกจากนาย?” กาเบรียลถาม เสียงระหวาดระแวง

                “ไม่มี” แจ็กตอบด้วยความสัตย์จริง “ที่นี่มีแต่ฉัน”

                แล้วเขาก็เดินหายไป

                …

                โอ้ เขากลับมาแล้ว มีกิ่งไม้ใบหญ้ากลับมา

                …

                อ๋อ เขากำลังก่อกองไฟ เข้าท่า ฤดูนี้มันมืดไว

                …นั่นเขากำลังสร้างกับดักอยู่เหรอ

                “อะแฮ่ม” แจ็กกระแอม

                ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ กาเบรียลมุ่งมั่นกับการสร้างกับดักป้องกันรอบ ๆ “แคมป์” ของเขาต่อไป

                “อะแฮ่ม!” แจ็กขึ้นเสียง

                กาเบรียลกำลังทำ… หอก? ด้วยหินที่เขาขูดจนคมเป็นปลายกิ่งไม้ยาว

                “แค่ก แค่กกก” แจ็กไอโขลกเหมือนเป็นมะเร็ง

                “อะไร!”

            “นายจะอยู่ที่นี่เหรอ”

                “ใช่ ฉันไม่มีปัญญาเดินฝ่าป่าต้องคำสาปนี่” แหม ก็ทำเป็นพูดเข้า ไม่ถึงกับต้องสาปหรอกน่า แค่เป็นป่าที่มีสัตว์ประหลาดเยอะกว่าที่อื่น ๆ เท่านั้นเอง จะว่าไป.. มนุษย์อย่างเขามาทำอะไรในนี้ล่ะ? “ฉันจะรอจนกว่าเพื่อนมาเจอฉัน”

                เพื่อน เขาเดินทางกับเพื่อน? “เอ่อ..”

                “อะไรอีก”

                “มันไม่น่าอึดอัดไปหน่อยเหรอ นายจะอยู่ในบ้านฉันเนี่ย”

                “นี่มันไม่ใช่บ้านนาย” กาเบรียลเถียง

                “ป่านี่ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะแน่ ๆ ล่ะ เท่าที่ฉันรู้” พื้นที่สงวน เพราะอัตราสัตว์ประหลาด? “อีกอย่าง ฉันต้องอยู่ที่นี่ตลอด มันไม่.. ฉันไปไหนไม่ได้นะ แล้วนายจะนอนอยู่ตรงนี้ แล้วฉันก็ต้องมองนายนอน แล้วพอฉันนอน นายก็มองฉันนอน–”

                “เว้ย เรื่องเยอะจังวะ จะไล่ฉัน?”

                “ก็ไม่ได้จะไล่..”

                “แล้วยังไง”

                แจ็กถอนหายใจ กอดอก เบือนหน้าหนีไปอีกทาง “จะค้างบ้านใครก็ขออนุญาตเขาก่อนสิ”

                …

                “ผมขออยู่ที่นี่ได้ไหมครับ”

                แจ็กหันขวับกลับไปยิ้ม “ได้สิ”

                กาเบรียลสีหน้าบูดบึ้งมาก พึมพำงึมงำเป็นหมีกินผึ้ง “ไอ้งั่งเอ้ย”

 




 

                วันที่สอง

                กาเบรียลเดินกลับมาจากป่าพร้อมอาวุธในมือ ท่าทางฉุนเฉียว เขาปาหอกจำเป็นของตนเองลงพื้น และมันก็ปักลงกับดินชี้เด่อย่างสวยงาม (ว้าว! ท่าทางจะคมจริง) กาเบรียเลดินมายืนอยู่เหนือหอก มือเปล่า ผายออกสองข้างขณะที่เขา..โวยวาย

                นี่เขาทำเป็นอยู่อย่างเดียวรึยังไงนะ

                “ทำไม แถวนี้” เขาเกริ่น สูดหายใจเข้าลึกยาว “ไม่มีตัวห่าอะไรเลย?!”

            แจ็กเหลือบมองกับดักที่อุตส่าห์ถูกสร้างไว้ดิบดี แต่พวกมันก็ว่างเปล่าด้วยเช่นกัน

                เขาเบือนตาหลบไปทางอื่น ทำเป็นมองฟ้ามองดินมองหินมองทราย แขนข้างหนึ่งยกขึ้นเกาแก้มแก้เก้อ เถาวัลย์ดอกไม้รอบแขนเขาขยับตัวตามราวจะแสดงถึงความประหม่าของเจ้าของ “มันอาจจะ…เป็น…เพราะฉัน?”

                แจ็กเห็นเส้นเลือดนูนขึ้นมาบนหน้าผากกาเบรียลเลย

                “เป็นเพราะนาย?”

                “ก็ถ้ามีตัวอะไรหลงมาฉันก็จับพวกมันกินหมด” ทำไมแจ็กต้องรู้สึกเหมือนกำลังสารภาพบาปด้วย เขาแค่กำลังบรรยายสิ่งที่เขาต้องทำเพื่อเอาชีวิตรอด! “พวกมันคงเข้าใจกันเองมั้งว่าแถวนี้อันตราย ฉันก็ไม่ได้เห็นใครหรืออะไรมาสักพักแล้ว…”

                พอแจ็กหันกลับไป ศีรษะของกาเบรียลถูกวางไว้ระหว่างสองมือ หมดสภาพและหมดแรงอย่างแท้จริง

                แจ็กอ้าปาก กะจะพูดปลอบใจนักเดินทางหนุ่มสักหน่อย แต่ถูกขัดเสียก่อนด้วยเสียงท้องร้องที่ดังหยั่งกะฟ้าผ่า

                แต่ ถ้าคุณต้องมอบเครดิตให้ กาเบรียล เรเอส คุณคงต้องยอมให้ว่าเขาใจแข็งน่าดู ไม่ยอมแพ้ ลดมือลง กาเบรียลดึงหอกออกจากพื้นแล้วยกมันพาดบ่า ทำท่าจะเดินกลับเข้าไปในป่าอีกรอบสำหรับการเสี่ยงดวงครั้งที่สอง เห็นได้ชัดว่าเขามีแผนใหม่ เดินออกไปให้ไกลจากแจ็กที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยที่ตนเองจะไม่ติดอยู่ในป่าเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน หาสักที่ที่มีสัตว์ป่า

                ถึงกระนั้น แจ็กก็ยังอดเป็นห่วงเขาไม่ได้ ข้างในป่านั่นไม่ได้มีแต่สัตว์น้อยน่ารัก “กาเบรียล!”

                กาเบรียลไม่หันมามองเขา แต่อย่างน้อยก็หยุดเดิน “อะไรอีก”

                “ฉันมีอาหารให้นาย”

                คราวนี้แหละ กาเบรียลหัน หรี่ตาลงต่ำอย่างไม่ไว้วางใจ “ทำไม ต้นนายออกผลด้วยเหรอ”

                “ก็ไม่เชิง.. ฉันมีน้ำหวาน?”

                กาเบรียลเบะปาก “ถ้านี่เป็นกลอุบายล่อลวงให้ฉันดูดคว–”

                “เปล่า!” ทำไมทุกคนถึงมองสัตว์ประหลาดพืชเป็นแบบนั้นหมดเลย “ฉันไม่มีอวัยวะเพศด้วยซ้ำ”

                กาเบรียลจ้อง ‘หว่างขา’ ของแจ็กอย่างไม่อาย ซึ่งก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากเนื้อไม้ของสองขาที่แนบกัน “ชัวร์..”

                “มันอาจจะไม่อิ่มท้องมากนัก แต่มันจะช่วยให้พลังงานนาย ฉันรู้ว่านายเหนื่อยหลังจากเกือบจมน้ำตายแล้วก็ต้องมานอนแบกะดิน” จะเชื่อหรือไม่ก็ได้ แต่แจ็กหวังดีจริง ๆ นะ ก็– ดีเท่าที่เขาจะหวังให้คนแปลกหน้าได้ “ฉันป้อนให้นายได้ทางปาก..”

                “จูบ” กาเบรียลทวนคำ ทิ่มหอกลังกับพื้นเช่นเดิม แต่ เฮ้ เขาไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจข้อเสนอเท่าไหร่นะ

                “แล้วก็มีหน้าอกฉัน.. มนุษย์ป้อนนมลูกกันแบบนั้น ใช่ไหม? นายอาจจะชอบทางนั้นมากกว่า–”

                “นั่นมันทารกมนุษย์” เขาแก้ แล้วก็เงียบไปครู่ใหญ่ “…เอาวะ ดีกว่าอดตาย”

                กาเบรียลก้าวเข้ามาใกล้ วางสองมือลงบนเอวของแจ็ก เขาสะดุ้งและชักมือออกด้วยความตกใจ อาจจะเพราะไม่ได้คาดหวังถึงความหยาบของเนื้อไม้ที่เป็นผิวแจ็ก หรือไรขนอ่อนที่เสียดสีกับฝ่ามือ แต่ เขาก็วางมือลงใหม่ ต้องการที่ยึดเหนี่ยวให้ตนเองโน้มหน้าเข้าไปใกล้ มันเป็นแค่การป้อนอาหาร แต่แจ็กก็ยังใจเต้นตึกตัก มองกาเบรียลหลับตาลงและเผยอริมฝีปากอ้า..

                เขาสมบูรณ์แบบเหมือนภาพวาด แจ็กก็เลยเอื้อมมือไปสัมผัสเขา ประคองใบหน้านักเดินทางหนุ่มไว้ก่อนจะจุมพิต

                สัตว์ประหลาดพืชบางสายพันธุ์มีแต่พิษและหนาม ไว้ใช้สำหรับการป้องกันตัวจากสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย แต่แจ็กงอกงามมาในธรรมชาติที่เมตตาเขากว่าใครอื่น บนลิ้นของเขาจึงมีแต่น้ำทิพย์ น้ำหวานเนื้อหนาเหมือนน้ำผึ้งรสนุ่ม แทนที่จะเป็นพิษกัดกร่อน กาเบรียลแทรกลิ้นเข้ามา ตวัดมันเข้าหาลิ้นแจ็ก พยายามกอบโกยทุกหยดเข้าปากด้วยความกระหาย

                มันกลายเป็นรอยจูบที่เลอะเทอะในไม่ช้า กาเบรียลมูมมามเมื่อเขาได้ในสิ่งที่ต้องการ น้ำหวานไหลเยิ้มลงมาเปื้อนตามมุมปากและคางของแจ็กเพราะกาเบรียลเลียมันไม่หมด รับมันไม่ทัน แต่ก็ยังตะกละตะกลามเกินกว่าจะละริมฝีปากออกมาหยุดพักหายใจ แจ็กหลับตาปี๋ ทั้งร่างร้อนวูบวาบไปกับความรู้สึก..ใหม่ เขาไม่รู้มาก่อนว่าจูบกับคนอื่นจะรู้สึกอย่างนี้ ไม่รู้ว่าริมฝีปากของตัวเองจะโอ้–สุด–แสน–เซนซิทีฟ เมื่อมีลิ้นนุ่มลากผ่านผิวภายใน กาเบรียลโลมเลียขึ้นมาถึงซี่ฟันและแจ็กสั่นสะท้าน

                เราสองคนส่งเสียงครางอื้ออึง เสียงของแจ็ก ทุ้มต่ำในลำคอ และเสียงของกาเบรียลที่บรรยายได้อย่างเดียวว่าเคลิ้ม

            ในที่สุด หลังจากชั่วนิรันดร์ กาเบรียลก็ผละออก ยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปาก พึงพอใจ “นายรสชาติเหมือนเหล้าน้ำผึ้ง”

                แจ็กกำลังจะเช็ดคางตนเองบ้าง แต่กาเบรียลทำให้เขาเสียก่อน เช็ดทุกหยดออกจากผิวแล้วนำนิ้วไปดูดเสียงดังจ๊วบ

            แจ็กไม่คิดว่าสีแดงดูดีนักบนผิวเขียว ตอนนี้เขาคงดูเหมือนต้นคริสต์มาส “นั่น..ดีรึเปล่า?”

                กาเบรียลยักไหล่ “ฉันว่าฉันลุยต่อไหวแล้ว.. ขอบใจ?”

                “ไม่เป็นไร นาย.. นายมีแรงก็ดีแล้ว”

                กาเบรียลดึงหอกขึ้นจากพื้นแล้วเดินกลับเข้าไปในป่าอีกครั้ง

 




 

                นั่นกลายเป็นตารางของเราอยู่พักใหญ่

                กาเบรียลจะต้องเดินทางออกไปไกลจากบริเวณของแจ็กเพื่อล่าสัตว์ และเขาก็ได้น้ำหวานจากแจ็กเป็นมื้อเช้าช่วยให้ตนเองมีเรี่ยวแรงพอที่จะออกเดิน ส่วนใหญ่เขาจะกลับมาพร้อมกับสัตว์เล็ก ๆ อย่างกระต่าย แต่มันก็ดีกว่าไม่ได้กินอะไรเลย และถ้าวันไหนเขาหาอาหารมาได้ไม่เพียงพอ เขาก็จะต้องหวังพึ่งน้ำหวานจากแจ็ก และแจ็ก… ไม่เคยบ่นเลยสักคำ

                เขาออกจะตั้งหน้าตั้งตารอให้ตนเองป้อนอาหารกาเบรียลทุกวันเสียด้วยซ้ำ กาเบรียล.. จูบได้เก่งมาก มันทำให้แจ็กรู้สึกดี เป็นความสนใจแบบฉบับที่เขาไม่ได้รับมาเป็นเวลายาวนาน (ตั้งแต่เจสซี่…) เขาคงจะให้กาเบรียลใช้ชีวิตอยู่แต่กับน้ำหวานของเขา ถ้าเลือกได้ แต่เกรงว่ากาเบรียลจะขาดสารอาหารเสียก่อน ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันช่างวิเศษที่ได้เรียกเสียงครางเล็กน่ารักจากลำคอแกร่งของชายที่ไม่น่าจะสามารถสร้างเสียงเช่นนั้นได้ ดีเหลือเกินที่ได้เห็นเขาขาดอากาศหายใจจนหน้าแดง

                วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่กาเบรียลกลับมามือเปล่า อีกวันที่เขาได้จูบแจ็ก (♥) แต่–

                กาเบรียลดันผลักออกก่อน ดูไม่ค่อยสบอารมณ์ “เราไปไม่ถึงไหนกันสักที”

                สับสน แจ็กได้แต่มอง “หา?”

                “มันช้ามาก ป้อนอาหารกันทางนี้เนี่ย ฉันเมื่อยขา กว่านายจะป้อนฉันเสร็จพระอาทิตย์ตกดินพอดี”

                เสียความมั่นใจนิด ๆ และแอบเสียความรู้สึกที่กาเบรียลไม่อยากจูบเขา แจ็กถาม “แล้วนายจะเอายังไง”

                กาเบรียลพยักเพยิด กึ่งชี้–กึ่งจิ้ม หน้าอกแจ็ก

                โอ้

            แจ็กยกสองมือกุมอก “นายอยากจะ…ดื่มจาก..”

                “ไม่ ฉันอาจจะยอมทำหลายอย่างเพื่อให้มีชิวิตรอด แต่ฉันก็ยังมีศักดิ์ศรีเหลืออยู่นะ ให้ตายสิ”

                เอ้า แล้วจะให้เขาทำยังไงว้า–

                “บีบมันออกมา”

                ….

                เขาต้องหูฝาด ใช่ไหม ไม่เอาน่า “นาย.. ว่ายังไงนะ”

                กาเบรียลยื่นหน้าเข้ามาใกล้หน้าอกแจ็กมาก มอบพื้นที่แค่เล็กน้อยให้เขา…บีบ “เร็วเข้า”

                “เก๊บ..!”

                “ช็อป ช็อป”

                แจ็กขยับมือข้างหนึ่งมาไว้ที่หน้าอกข้างซ้าย นวดตนเองผ่านกล้ามหน้าอก นิ้วคลึงอยู่รอบยอดอก สับสนว่าเขาควรจะทำยังไง เขาไม่เคย.. ทำอะไรแบบนี้มาก่อน แม้กระทั่งกับเจสซี่ และมันน่าอายที่เขามีผู้ชมรออยู่เลยตรงหน้า แทบจะเอาปากจ่อรอให้แจ็กบีบคั้น กลั่นน้ำหวานออกจากยอดอก แจ็กยกนิ้วขึ้นดูด– ทำให้มันเปียก–แล้วเริ่มเค้นยอดอกตนเอง ทดลอง

                สายน้ำหวานพุ่งออกไปอย่างรุนแรงเกินที่คาดไว้ ทำให้แจ็กสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ เสียงครางติดอยู่ในคอขณะที่เขาหลับตาลงหลบซ่อนจากโลกภายนอก จากเก๊บ ทั้งร่างสั่นระริกเพราะปฏิกิริยาเมื่อครู่ เมื่อลืมตา เขาเห็นกาเบรียลจ้อง ตาโต ไม่ใช่แค่คาง แต่จมูกเปื้อนสายน้ำหวานเป็นทางยาว เขากระพริบตา แล้วขยับเข้ามาใกล้อีก คราวนี้กะไว้ไม่ให้ตนเองพลาด

                อับอาย แต่ก้าวถอยหลังกลับไม่ทันแล้ว แจ็กนวดหน้าอกตนเองอีก นิ้วคลึงยอดอกให้น้ำหวานไหล

                สายน้ำหวานคราวนี้ไหลออกมาได้นุ่มนวลกว่า เข้าปากกาเบรียลเสียหมดโดยไม่พลาดสักหยด ค่อย ๆ ไหลออกมาช้า ๆ ตามที่แจ็กนวด มันรู้สึก..ดี สัมผัสตนเองเช่นนี้ แจ็กครางอย่างเปิดเผย ณ จุดนี้แล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเก็บกักอาการ

                กาเบรียลดื่มอยู่นาน ไม่รู้จักพอเสียที แล้วพอเสร็จสิ้น เขาก็ตบแจ็กเบา ๆ บนหน้าอกแล้วบอก “ขอบใจ แชมป์”

                แจ็ก– ไร้เรี่ยวแรงและลมหายใจ– แทบจะทรุดลงไปในดิน

 




 

                เขาอับอาย ขายขี้หน้า และอยากจะย้ายไปอยู่ส่วนอื่นของป่าเสียเดี๋ยวนี้เลย ตอนจูบ มันยังรู้สึกเหมือนเราสองคนเสมอภาคกัน การป้อนอาหารไม่ต่างจากการแลกเปลี่ยน แจ็กยังได้ปฏิกิริยาอันแสนวิเศษจากกาเบรียล ยังเห็นเขาถูกผลกระทบจากการจูบของเราบ้าง แต่ไอ้…ที่เราทำเมื่อครู่ มันมีแค่ฝ่ายแจ็กคนเดียวที่เสียกับเสีย ในขณะที่กาเบรียลอิ่มท้องสบาย ๆ

                ยุติธรรมตรงไหน!

                นี่ยังไม่นับเรื่องที่เขาเผลอหลวมตัวยอมช่วยกาเบรียลบีบน้ำหวานให้แบบนั้นมาสามวันแล้ว สามวันที่เต็มไปด้วยความน่าอับอาย ไม่น่าเลย แจ็กมีสิทธิ์ที่จะหงุดหงิด ใช่ไหม มีสิทธิ์ที่จะไม่พอใจ เขาโดนมนุษย์เอาเปรียบนะ ให้ตายสิเว้ย

                แล้วดูนั่น กาเบรียล เรเอส… นอนสบายใจเฉิบ พุงกางอยู่บนพื้น ไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลยสักนิดถึงผลการกระทำที่แน่นอนว่าจะต้องตามมาหาเขา หัวร้อน แจ็กตวัดเถาวัลย์ไปรัดข้อเท้าของเขาไว้ กระชากเขาแรงจนตัวกาเบรียลไถลกับพื้น กาเบรียลตื่นทันใด ดวงตาเบิกโพลงขึ้นมามองแจ็กที่ตั้งต้นอยู่เหนือร่าง เถาวัลย์ของเขางอกออกมามากมายเยอะแยะกว่าปกติ

                กาเบรียลนอนนิ่ง ขาชี้ขึ้นฟ้าข้างหนึ่ง “…อรุณสวัสดิ์?”

                มีหลายสิ่งที่แจ็กอยากจะพูด

  1. นายมันแย่ นายเอาเปรียบน้ำใจฉัน!
  2. นายทำให้ฉันรู้สึกดี๊ด๊าตอนนายจูบฉัน เลว
  3. หน้าอกฉันรู้สึก… แปลก ๆ … ก็เพราะนาย
  4. ฉันเจ็บนม
  5. มนุษย์เวร

                เขาพูดออกไปแทนว่า “ฉันจะไม่ให้อาหารนายอีกต่อไปแล้ว”

                กาเบรียลหรี่ตา “นายไม่ชอบบีบน้ำหวาน? งั้นเรากลับไปจูบกันต่อก็ได้”

                แจ็กเกือบจะใจอ่อน เกือบ “ไม่! นายจะมากลับลำไม่ได้ ความเสียหายมันเกิดขึ้นไปแล้ว”

                “ความเสียหายอะไรวะ”

                “นี่ ถ้านายอยากจะอยู่ที่นี่ต่อ สบาย ๆ ปลอดภัย มีอาหาร– นายต้องทำอะไรตอบแทนฉันบ้าง”

                กาเบรียลเอียงคอ “ทำอะไร?”

                …

                สองอย่างนี้น่าจะมีสักอย่างที่ดังกว่ากัน: เสียงสบถของกาเบรียลหรือเสียงเถาวัลย์สะบัดตัวในอากาศ ขยับเหมือนแส้เข้าหาร่างของนักเดินทางหนุ่ม ยกร่างเขาขึ้นจากพื้นด้วยเรี่ยวแรงอมนุษย์ที่กาเบรียลไม่เคยสัมผัส ลอยกลางอากาศด้วยขาที่ถูกรัดขึ้นมาถึงต้นขาและแขนสองข้างที่ไขว้อยู่หลังศีรษะ พันธนาการมีชีวิตที่กาเบรียลสลัดไม่หลุด ต่อให้เขาจะพยายามแค่ไหน

                “ไหนแกบอกว่า–” เขาดีดดิ้น ต้องการจะหุบขาเข้าหากัน แต่ทำไม่ได้ “–แกไม่ใช่สัตว์ประหลาดแบบนั้นไง!”

                 “ฉันไม่ได้เป็น” แจ็กยักไหล่ พูดเสียงเย็น “แต่ฉันเป็นได้”

                เหยื่อของเขาอ้าปากอยากจะพูด แต่ ไม่มีประโยคใดเล็ดรอดออกจากริมฝีปาก

                แจ็กรู้สึกรุ่มร้อนไปทั่วร่าง ในตอนแรก เขาแค่อยากจะเอาคืนกาเบรียล อยากจะให้อีกฝ่ายรู้มั่งว่ามันรู้สึกยังไง แต่.. พอได้ชายรูปร่างอย่างกาเบรียลในพันธนาการ ผูกมัดไร้ซึ่งอิสรภาพอยู่ข้างหน้า แจ็กพบว่ามันเป็นภาพที่เขาชอบมากกว่าที่คาดไว้ ใจเต้นตึกเพียงได้มองเถาวัลย์จิกเข้าไปในเนื้อผ้าและผิวใต้นั้น มองอกของกาเบรียลกระเพื่อมขึ้นลงเมื่อเขาหายใจหอบหืด..

                “ถ้านายให้ฉันปล่อย..” แจ็กเลียริมฝีปาก “รีบบอกตอนนี้เลย ก่อนที่ฉันจะหยุดไม่ได้”

                กาเบรียลสบตากับเขา ม่านตาขยายกว้างจนดำกลืนกินน้ำตาล หมดสีสัน ทั้งร่างผ่อนคลายลงเข้าหาพันธนาการ และเมื่อเขาอ้าปากขึ้นพูดอีกครั้ง สีชมพูของลิ้นแลบผ่านผิวเข้ม แจ็กเห็นแล้วอยากจะยัดเถาวัลย์เข้าปากเขา แต่…

                ถ้าทำอย่างนั้น เขาก็จะไม่ได้ยินเสียงของกาเบรียล…

                “…จะทำอะไรก็ทำ” กาเบรียลพึมพำ ซ่อนใบหน้าตนเองไว้กับต้นแขน

                …เขายอมง่ายไปหน่อยไหมน่ะ? แจ็กนึกว่ามันจะต้องมีการขัดขืนมากกว่านี้ ดีดดิ้นสุดความสามารถ

                ขมวดคิ้ว แจ็กทดสอบอะไรบางอย่าง ลองรัดเถาวัลย์มัดแขนกาเบรียลแน่นขึ้น เลื้อยจากข้อมือขึ้นไปพันทั่วถึงท่อนแขน และกาเบรียลคราง เสียงอู้อี้เพราะริมฝีปากจรดอยู่กับต้นแขน และมันไม่ใช่เสียงครางด้วยความเจ็บปวด ความอึดอัด

                แจ็กหยุดหายใจไปครู่หนึ่งเลยกับปฏิกิริยานั้น ว้าว “นาย…ชอบ”

                “หุบปาก!” กาเบรียลด่า แต่มันฟังดูเหมือน อุบอาก มากกว่า ตาขวางถึงแม้จะมองแจ็กอยู่แค่ข้างเดียว

                “นายชอบแบบนี้” แจ็กพูดซ้ำ ยังคงประทับใจกับข้อมูลใหม่ที่เขาพบได้ด้วยความบังเอิญ โอกาสทองที่เขาไม่รู้มาก่อนว่าคือความเป็นไปได้ “นาย…ชอบ.. ถูกมัด ให้สัตว์ประหลาดจับนายขึง ตรึงนายไว้ใต้ความเมตตาของฉัน…”

                กาเบรียลแกว่งขาจะเตะแจ็ก แต่เถาวัลย์คว้าเขาไว้ก่อน ทำให้เขาได้แต่ร้องประท้วงในลำคอ

                โอ้ ว้าว

            “ไม่ต้องห่วง” แจ็กหดเถาวัลย์ดึงกาเบรียลเข้ามาใกล้ จะได้ใช้มือถอดกางเกงเขา งานนี้ต้องอาศัยความทะนุถนอมหน่อย เขาไม่อยากจะฉีกเสื้อผ้ากาเบรียล…อีกรอบหนึ่ง “ฉันจะทำให้… คุ้มกับที่นายเสียเวลา จะสนองอารมณ์นาย–”

                “ถ้าแกลงมือทำแทนที่จะพูดมาก ฉันจะขอบใจมาก”

                เจ้ากี้เจ้าการจังเลย ว่าไหม มนุษย์คนนี้ โทษแจ็กได้เหรอ เขาไม่.. เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้! ขัดกับค่านิยม เขาไม่ชอบจับเหยื่อมาทารุณกรรมทางเพศเพื่อ ‘รีด’ หาอาหาร! ชัวร์ เขามีไอเดียว่าควรจะทำยังไง ทฤษฎี แต่สุดท้ายแล้วทฤษฏีก็เป็นแค่ทฤษฎี ไม่มีทางรู้เลยว่าจะเป็นยังไงในทางปฏิบัติ นอกจากการคาดเดาและการสรุปเอาเออเองว่าเขาทำเป็น ทำได้–

                กางเกงของกาเบรียลดลงไปกองอยู่กับเข่า วู้ว โอเค เขาทำได้…

                “นั่น.. นั่นมันบ้าอะไรกันวะ” กาเบรียลเลิกหลบหน้า ในที่สุด หันมาจ้องแจ็กด้วยความผวา

                “อ้อ นี่?” แจ็กหมุนอีกเถาวัลย์หนึ่งกลางอากาศ พืชดอกค่อย ๆ บานตรงปลายของมันภายในเวลาเสี้ยววิที่แจ็กงอกมันออกจากร่าง มันเป็นทรงหลอด เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นกระบอก ของเปลือกหนาที่อ้าปากกว้างตรงปลาย “กระเปาะฉัน”

                “กระเปาะอะไรนะ”

                แจ็กโบกมันไปมา ส่งให้น้ำหวานเหนียวเยิ้มข้างในกลิ้งตัวตามไปด้วย “เผอิญหาคำที่ดีกว่านี้ไม่ได้”

                “นายไม่ได้…” กาเบรียลทำหน้าขยะแขยง “จะยัดมันขึ้นก้นฉันใช่ไหม”

                “โอ้ เปล่า! เปล่า! มันเอาไว้ใช้..อะแฮ่ม ทำอย่างอื่น”

                “ทำอะไ––”

                พยัญชนะที่เหลือในประโยคกลายเป็นการร้องเสียงหลงที่ฟังไม่ได้ศัพท์ เสียงลมหายใจออกยาวเมื่อกระเปาะของแจ็กครอบลงกลืนกินกาเบรียลจนคลุมทั้งความยาว ปากของมันจรดอยู่กับขนหยิกของกาเบรียล แจ็กสามารถรู้สึกได้ถึง.. ทุกอย่าง พวกเถาวัลย์ก็ถือเป็นอวัยวะหนึ่งของเขาเหมือนกัน ถึงบางครั้งมันจะขยับราวมีชีวิตเอง และเขารู้สึกได้ว่ากาเบรียลกำลังกระตุกอยู่ข้างใน รู้ว่าเขากำลังหลั่งน้ำหล่อลื่นออกมาผสมกับน้ำหวานของแจ็กข้างใน ยังไม่ตื่นตัว ยังอ่อนนุ่ม แต่… อีกไม่นานหรอก

                “อึก..” กาเบรียลดีดดิ้น คงจะทำให้ตนเองบาดเจ็บถ้าแจ็กไม่ตรึงเขาไว้ “อา..”

                เขาดู… สติหลุดเอามาก ๆ ทั้ง ๆ ที่เราพึ่งเริ่ม

                “ฉันจะขยับแล้วนะ”

                ดวงตาของกาเบรียลเบิกโพลง เหมือนเขาลืมไปเลยว่าแจ็กสามารถขยับได้

                 “เดี๋ยว เดี๋ยว– อ้า!”

                แจ็กขยับเถาวัลย์ข้างนั้นขึ้น–ลง ทิ้งน้ำหวานเป็นหล่อลื่นเปียกชุ่มบนผิวเนื้อของกาเบรียล ไหลเยิ้มลงมาจนเปื้อนถึงอัณฑะ ที่ ณ ตอนนี้ดูเต็มเปี่ยมและหนักอึ้ง แจ็ก… แจ็กชอบมอง ชัวร์ มันรู้สึกดี ไม่น่าจะมีอะไรน่าทึ่งกว่าการสัมผัสอย่างแนบชิดว่ากาเบรียลค่อย ๆ เกิดอารมณ์ ตื่นตัวขึ้นแข็งขืนเต็มขนาด เสียดสีกับผนังด้านในกระเปาะของเขาตามจังหวะที่ขยับ แต่เขาชอบมองมากกว่า มองส่วนหัวของกาเบรียลผลุบโผล่จากกระเปาะ มองกาเบรียลกัดริมฝีปากเพื่อไม่ให้ตนเองคราง

                แจ็กชักจะเข้าใจแล้วว่าทำไมสัตว์ประหลาดหลายตนถึงชื่นชอบเหยื่อมนุษย์ ก็เพราะแบบนี้ไง เพราะแจ็กไม่เคยเห็นอะไรสวยงามไปกว่าตอนที่กาเบรียลน้ำตาร่วงด้วยความสุขสม กล้ามหน้าท้องของเขาเกร็งตัวอยู่ใต้เนื้อผ้า หายใจสะดุด

                เขารัดตัวแน่นขึ้นรอบความหนาของกาเบรียล ตอดรัดเสียจนเราสองแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกัน และกาเบรียลถึงขั้นครางลั่น เก็บอารมณ์ตนเองเอาไว้ไม่ได้ สะโพกพยายามยกตัวขึ้นเข้าหาความอบอุ่นภายในกระเปาะ ไม่ให้มันจากเขาไปเลยแม้แต่วินาที แต่พอพยายามร่อนสะโพก แจ็กก็กดเขาลง ตรึงเขาไว้กับที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้เขาถูกแจ็กปรนเปรอผู้เดียว

                “เร็วเข้า..” กาเบรียลพร่ำราวภาวนา ไม่พอใจกับความเชื่องช้าของแจ็ก “เร็วเข้าเร็วเข้าเร็วเข้า…

                แจ็กก็เลยหยุดชะงัก ค้างกับที่มันซะเลย “นายจะเสร็จแล้วเหรอ?”

                กาเบรียลคำราม “นายหยุดทำไม?!”

                “ตอบคำถาม”

                เขาดู.. อาย สีเข้มขึ้นบนโหนกแก้มเมื่อจำเป็นต้องสารภาพว่าตนเองสมรรถภาพต่ำแค่ไหน “…ใช่”

                “งั้นก็เอาเลย”

                อาศัยการตอดรัดแนบแน่นเพียงแค่ครั้งเดียวก็กระตุ้นกาเบรียลจนถึงฝั่ง หลั่งออกมาไม่รู้กี่ระลอกลึกยาวในกระเปาะ น้ำกามสีขุ่นผสมกับน้ำหวานสีใสของแจ็ก ทำเอาสกปรกไปหมดเลยข้างใน เขาหลั่งออกมาเยอะพอสมควร อาจจะเพราะกลั้นมานานตั้งแต่ติดป่า ไม่มีโอกาสระบายเนื่องจากอาศัยอยู่ใกล้ชิดกับแจ็กจนไร้ซึ่งความส่วนตัว กาเบรียลนอนหอบ แน่นิ่ง

                และแล้ว แจ็กก็ขยับ

                “เดี๋ยว นายทำอะไร–” เสียงของเขาถูกตัดด้วยเสียงครางของความเจ็บปวด “ฉันพึ่งจะเสร็จไป–!”

                “นายหลั่งออกมานิดเดียวเอง” คำโกหก “ไม่คุ้มเท่าไหร่ที่เทียบกับฉันให้อาหารนาย ถูกไหม?”

                “ฉันเจ็บ..!”

                “ถ้างั้นนายก็ไม่ควรจะรีบเสร็จตั้งแต่แรก”

                แจ็กบังคับให้กาเบรียลอยู่ในท่านั้นอยู่นาน กระเปาะของเขาดูดเอาทุกหยดจากร่างของเหยื่อ ไม่อยากจะปล่อยตัวจากแหล่งอาการ กาเบรียลสั่นงันงก แล้วก็ครางจนเสียงแหบแห้ง หน้าของเขานี่ดูไม่ได้เลย น้ำตาอาบแก้ม ดวงตาเหลือกขึ้นไปใต้เปลือก และน้ำลายไหลออกมาเป็นสายเปื้อนเคราสวย ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่กาเบรียลหลั่ง หลั่ง หลั่งออกมา จนถึงจุดที่ว่าร่างกายของเขาไม่มีอะไรเหลือแล้วจริง ๆ ให้เป็นอาหารแจ็ก ร่างกายไวต่อสัมผัสจนทุกอย่างเจ็บปวด

                เขาปล่อยกาเบรียลลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล และเขาก็พูดได้แค่ว่า “ไอ้…เวร…” ก่อนที่จะหมดสติไป

                แจ็กใช้เถาวัลย์รูดเขาอีกรอบหนึ่ง แค่ทดสอบ– โอเค โอเค หมดแล้ว หมดแล้ว ไม่เอาแล้วก็ได้

 




 

                เมื่อกาเบรียลตื่นขึ้นมา แจ็กมีดอกไม้งอกงามทั่วร่าง ไม่ใช่แค่ดอกสีเหลืองที่ปกติเขาจะเห็นเป็นประจำ แต่ดอกไม้สีฟ้าในหลากหลายโทน ตั้งแต่ฟ้าสดของนภาเหนือหัว ไปจนถึงน้ำเงินเข้มของมหาสมุทร มันคลอเคลียอยู่ตามแก้มและแทบจะร้อยตัวเป็นสร้อยให้เขาสวมรอบคอ เขาไม่ได้เบ่งบานงองามขนาดนี้เป็นเวลานานมากแล้ว แต่ กาเบรียลดูไม่ประทับใจเท่าไหร่

                “..เหลิงใหญ่เลยนะ แกน่ะ” กาเบรียลพึมพำ

                “ก็แค่นิดหน่อย– โอ้ย!”

                กาเบรียลเล่นเอื้อมมือมาเด็ดดอกไม้ของแจ็กไปเฉยเลย หมุนก้านสั้น ๆ ของมันไปมาระหว่างนิ้ว

                “กาเบรียล! ฉันเจ็บนะเฮ้ย!”

                แต่อีกฝ่ายทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เสียบดอกไม้ไว้กับกระเป๋าเสื้อ “ของฉัน”

                และแจ็กทำได้แต่ยิ้มเอ็นดูเมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่าย เลื้อยเถาวัลย์ออกไปเพื่อดึงเขามากอดแนบร่าง

                “ใช่” แจ็กตอบ ประสานสองมือโอบกอดใต้คอ ‘เหยื่อ’ ที่รัก “ของนาย”

Advertisements

One thought on “Monster Boyfriends (25)

  1. อู้วหูว อาโหส ว้าว จัส ว้าว
    มันช่างนึกไม่ถึง แต่พอนึกถึงก็ได้แต่ว้าว มันว้าวจริงๆนะ รู้สึกชอบอันนี้มากก

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s